
โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์คาร์ส แบงคอก ผู้จำหน่ายรถยนต์ โรลส์-รอยซ์ อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ภายใต้บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) ประกาศเปิดตัว Black Badge Spectre (แบล็คแบจ สเปกเตอร์) ยนตรกรรมไฟฟ้าที่ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ของ โรลส์-รอยซ์ ด้วยราคาเริ่มต้น 41.5 ล้านบาท

สำหรับ Rolls-Royce Black Badge Spectre เป็นอัครยนตรกรรมที่ทรงพลังมากสุดในประวัติศาสตร์ของทางแบรนด์ ถูกพัฒนาขึ้นจากข้อมูลการขับนับแสนกิโลเมตร จากกลุ่มผู้ครอบครอง Black Badge Rolls-Royce (แบล็คแบจ โรลส์-รอยซ์) ทำให้รถยนต์คันนี้เป็นเสมือนจุดสูงสุดของตลาดรถยนต์



ในด้านงานออกแบบดีไซน์ มาพร้อมกับบความสง่างาม คมเข้ม ทุกองศา ตัวรถมามาในเฉดสีม่วง โดยได้แรงบันดาลใจจากแสงไฟนีออนของไนต์คลับยุค 80s-90s รวมทั้งมาในรูปแบบสไตล์รถยนต์ฟาสแบค 2 ประตู โดนเด่นด้วยสัญลักษณ์นางฟ้าบริเวณหน้ารถ (Spirit of Ecstacy) ชุบโครเมียมรมดำ

ในส่วนกระจังหน้าเป็นแบบเรืองแสงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเสาของวิหารแพนธีออน (Illuminated Pantheon grille) เพิ่มลูกเล่นด้วยการพ่นสีด้านในประตูยาว 1.5 เมตร แบบไร้เสากลาง เชื่อมด้วยเลเซอร์ ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ โรลส์-รอยซ์ ที่ควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์


ด้านชุดไฟท้ายออกแบบให้ปราศจากสีสันโดยสิ้นเชิง ลงตัวกับสีตัวถังที่มีให้เลือกไม่จำกัด ส่วนชุดล้อเป็นอะลูมินัมฟอร์จขนาด 23 นิ้ว ลายใหม่ 5 ก้าน ที่สามรถเลือกได้ทั้งสีดำล้วน หรือกึ่งปัดเงา

ภายในห้องโดยสารรของ Black Badge Spectre จะออกแบบให้ดูอลังการ โดยจจะถูกประดับลวดลาย Technical Fibre


แดชบอร์ดเรืองแสง (Illuminated Fascia) บริเวณฝั่งผู้โดยสาร ฉลุเป็นลวดลายของปีกนางฟ้า พร้อมเพิ่มสัญลักษณ์อินฟินิตี้ ล้อมรอบด้วยประกายดาวมากกว่า 5,500 ดวง บนพื้นหลังสีดำเปียโนแบล็ค สะท้อนความมืดมิดของท้องฟ้ายามค่ำคืน พร้อมตกแต่งตามจุดต่างๆ ด้วยลวดลาย Technical Fibre ที่มีส่วนประกอบของเส้นใยคาร์บอนและโลหะ พร้อมขัดแต่งอย่างประณีต ประตูดาว (Starlight Doors) ส่องแสงเป็นประกายระยิบระยับ


ในส่วนหน้าจอมาตรวัดหน้าผู้ขับสามารถปรับเปลี่ยนได้ถึง 5 สี คือ Vivid Grellow, Neon Nights, Cyan Fire, Ultraviolet และ Synth Wave





ส่วนเบาะคู่หลัง ขั้นกลางด้วยสัญลักษณ์อินฟินิตี้ สื่อถึงพลังและศักยภาพไร้ขีดจำกัด ขณะที่แผ่นกันรอยกาบบันไดจะมาพร้อมโลโก้ ‘Black Badge’ เรืองแสง

สำหรับพละกำลังขับเคลื่อน แบล็คแบจ สเปกเตอร์ นับเป็นยนตรกรรมที่ทรงพลังที่สุด ในประวัติศาสตร์ของ Rolls-Royce มาพนร้อมแพลตฟอร์มสถาปัตยกรรมแห่งความหรูหรา (Architecture of Luxury) ที่รองรับขุมพลังไฟฟ้าอย่างลงตัว อีกทั้งเพิ่มความแข็งแกร่งของสเปซเฟรม 30%

แบล็คแบจ สเปกเตอร์ จะถูกขับเคลื่อนด้วย 2 มอเตอร์ SSM (Separately Excited Synchronous Motors) ปรับแต่งพิเศษ ทำให้มีพละกำลังที่มากถึง 659 แรงม้า (HP) แรงบิด 1,075 นิวตันเมตร ให้เร่งจาก 0 – 100 กม./ชม. ในเวลา 4.3 วินาที โดยมีระยะทางขับขี่อยู่ที่เฉลี่ย 493 – 530 (WLTP) โดยมีอัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 23.8 – 22.2 kWh ต่อ 100 กิโลเมตร (WLTP) มาพร้อมโหมด ‘Spirit’ และ โหมด ‘Infinity’ ที่ปรับเปลี่ยนบุคลิกของรถให้ดุดันเต็มพิกัด ได้แรงบันดาลใจจากคุณสมบัติการปลดปล่อยพลังสำรองในช่วงสั้นๆ ของเครื่องยนต์ โรลส์-รอยซ์ เมอร์ลิน (Rolls-Royce Merlin) ที่ใช้กับเครื่องบินรบหลายรุ่น ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

นอกจากนั้น แบล็คแบจ สเปกเตอร์ ยังได้รับการปรับปรุงเชิงวิศกรรม เพื่อรองรับกับพละกำลังที่สูงขึ้น ด้วยการเพิ่มน้ำหนักของพวงมาลัย เพิ่มความมั่นใจในการควบคุม และรับรู้ถึงสภาพถนนได้ชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมปรับแต่งตัวถังและช่วงล่างพลานาร์ เพื่อลดการโยนตัว และลดอาการหน้าเชิดหรือหน้าทิ่ม ขณะเร่งหรือเบรกเต็มแรง โดยยังคงรักษาความสะดวกสบายในการโดยสารดุจพรมวิเศษ ‘Magic Carpet Ride’ ไว้ได้อย่างครบถ้วน

สำหรับ Black Badge Spectre ยนตกรรมไฟฟ้าสุดหรูของทาง Rolls-Royce ถูกตั้งราคาจำหน่ายเริ่มต้นไว้ที่ 41.5 ล้านบาท มาพร้อมแพ็กเกจ SPECTRE Ownership ดังนี้:
- รับประกันคุณภาพจากผู้ผลิตนาน 4 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ไม่ครอบคลุมรถยนต์ที่ใช้ในเชิงพาณิชย์)
- รับประกันคุณภาพแบตเตอรี่นาน 15 ปี
- โรลส์-รอยซ์ Wall Box 22 kW พร้อมติดตั้งฟรี
- โปรแกรมบำรุงรักษา (service inclusive) ครอบคลุมค่าแรงทั้งหมด
- บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง
- ทีมบุคลากรของ โรลส์-รอยซ์ ในประเทศไทย ผ่านการอบรมพร้อมประกาศนียบัตรด้านการบำรุงรักษา สเปกเตอร์ อย่างเต็มรูปแบบ

สำหรับลูกค้า และผู้ที่สนใจ สามารถมาสัมผัส โรลส์-รอยซ์ แบล็คแบดจ์ สเปกเตอร์ ได้ระหว่างวันที่ 18-22 มิถุนายน 2568 ณ บริเวณแฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

