• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N2709021_นรถผ ดช ตเปล ยน #หน งส #หน งส นสะท อนส งคม_part2

admin79 by admin79
September 24, 2025
in Uncategorized
0
N2709021_นรถผ ดช ตเปล ยน #หน งส #หน งส นสะท อนส งคม_part2

สภาพ ตลาด รถยนต์ เมืองไทย ในปี 2010 ที่ผ่านมา ถือเป็นเรื่องน่าแปลกมาก ที่มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น แม้ว่า

จะมีสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมือง ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม หรือจะเป็นเหตุภัยพิบัติน้่ำท่วม

50 กว่าจังหวัด ทั่วประเทศ ในช่วงปลายเดือนตุลาคม ต่อเนื่องถึงต้นเดือนพฤศจิกายน รวมทั้งสถานการณ์

ราคาน้ำมัน และความผันผวนของสังคมมากมาย เป็นปัจจัยลบมากมายขนาดไหนก็ตาม จนทำให้ ปี 2010

กลายเป็นปีที่ ประเทศไทย มีตัวเลขยอดจำหน่ายรถยนต์ สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ คือประมาณ 780,000 คัน

(ตัวเลขประมาณการณ์ ณ วันที่ 1 มกราคม 2011)

ในปี 2011 นั้น สิ่งที่ต้องจับตากันต่อไป ในวงการอุตสาหกรรมรถยนต์ของบ้านเรา จะอยู่ที่ 4 ประเด็นหลัก คือ

1. การกลับมาของตลาดรถกระบะ เนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น จากปริมาณ

ความต้องการในทวีปต่างๆ ที่สูงขึ้น ทำให้ราคาน้ำมัน Diesel ในเมืองไทย จะยังผันผวนต่อไป นอกจากนี้

ภาคการเกษตรมีแนวโน้มจะขยายตัวไปในทางที่ดีขึ้น หลังจากที่เกษตรกร เริ่มฟื้้นตัวจากอุทกภัยในปี 2010

ทำให้ ความต้องการรถกระบะ เริ่มกลับมาสูงขึ้นอีกครั้ง เป็นจังหวะพอดีกับการที่ ปี 2011 นี้ บรรดารถกระบะ

ในตลาด ทั้ง Isuzu Ford Mazda จะถึงเวลา เปลี่ยนโฉมใหม่ทั้งคัน ขณะเดียวกัน เจ้าตลาดอย่าง Toyota จะ

ต้องออกรถรุ่น ปรับโฉม Minorchange มาเพื่อสะกัดความแรงของคู่แข่งเอาไว้  ดังนั้น ปีนี้ สงครามรถกระบะ

น่าจะเกิดขึ้นอย่างสนุกสนานคนดูรอบเวทีอย่างเราๆท่านๆ อีกครั้งแน่นอน

2. การเตรียมความพร้อมของโครงการรถยนต์ขนาดเล็ก ECO-Car แม้ว่า Nissan จะนำร่องในตลาด

รถยนต์ กลุ่ม Sub-B Segment หรือที่คนไทยเรียกตามแนวนโยบายของทางภาครัฐว่า โครงการ ECO Car

และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี แต่ก็ใช่ว่า คู่แข่งค่ายอื่น จะพร้อมทำศึกกันได้เลยในปีนี้ มีเพียง Honda

ที่ประกาศตนว่า พร้อมแล้ว สำหรับการส่ง ECO Car คันแรกของตน ออกสู่ตลาดในเดือน มีนาคมนี้

อย่างไรก็ตาม Suzuki และ Mitsubishi Motors เอง ก็กำลังอยู่ในระหว่าง ก่อสร้างโรงงาน และเตรียมออกแบบ

รถยนต์ของตนเอาไว้ เสร็จแล้ว ขณะที่ยักษ์ใหย่อย่าง Toyota บอกว่า “ไม่รีบ” และจะเปิดตัว ECO Car

ของตนในปี 2013 ดังนั้น ปีนี้ เราจะได้เห็นความเคลื่อนไหวของผู้ผลิตรถยนต์ในโครงการ ECO Car

แทบทุกราย ทั้งการเตรียมความพร้อม เพื่อรอการเปิดตัว หรือสรุปงานออกแบบ ก่อนขึ้นสายการผลิตจริง

ไปนถึงการนำรถยนต์ต้นแบบ Prototype มาแล่นทดสอบบนถนนหลวง กันอย่างสนุกสนาน มากขึ้น

3. ความเคลื่อนไหวของผู้ผลิตรถยนต์จากยุโรป ต่อการลงทุนในประเทศไทย ประเด็นนี้ถือว่า

น่าสนใจมาก เพราะในขณะที่มีกระแสข่าวเชิงบวก ว่า Volkswagen Audi และ PSA Group Peugeot

Citroen กำลังคิดหาหนทางเข้ามาเปิดตลาดในเมืองไทยด้วยตัวเองเสียที ในทางกลับกัน ก็ยังมีข่าวใน

เชิงลบว่า Mercedes-Benz กำลังคิดจะเปลี่ยนแนวทางการผลิตรถยนต์ในบ้านเรา รวมทั้ง BMW ที่มี

ข่าวลือหนาหูว่าประกาศขายโรงงานของตนที่ระยอง ไปเรียบร้อยแล้ว แต่ละข่าว จะจริงเท็จแค่ไหน

แค่กระแสข่าวลือจะค่อยๆหายไป หรือว่าค่อยๆก่อตัวขึ้นกลายเป็นความจริง ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่คน

ในแวดวงควรต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

4. การเตรียมโครงสร้างพื้นฐาน และระบบสาธารณูปโภค เพื่อรองรับรถยนต์พลังไฟฟ้า 

Electric Vehicles (EV) ซึ่งตอนนี้ ในประเทศญี่ปุ่น ก็เริ่มมีความร่วมมือกันระหว่าง บริษัทรถยนต์

และองค์กรเอกชน รวมถึงรัฐบาลญี่ปุ่น ในการลงทุน 136 ล้านเหรียญสหรัญฯ เพื่อสร้างสถานีชาร์จ

ไฟ สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ให้ได้ทั่วเกาะญี่ปุ่น ในชื่อโครงการ CHAdeMO (แปลว่า รับน้ำชาสักถ้วยไหม?

สื่อว่า การชาร์จไฟเข้ารถไฟฟ้า ใช้เวลาไม่นานอย่างที่คิด พอที่จะละเลียดน้ำชาสักแก้วได้หมด)

นอกจากนี้หลายๆประเทศ ก็เริ่มสร้างสถานีชาร์ไฟรถไฟฟ้ากันแล้ว แต่ในเมืองไทยนั้น ดูจะยัง

ไม่มีความคืบหน้าออกมาชัดเจนนัก มีเพียง บริษัทน้ำมันอย่างบางจาก ที่ใส่เรื่องของสถานีชาร์จไฟ

เข้าไปในภาพยนตร์โฆษณาเรื่องล่าสุดของตน กับความเคลื่อนไหวที่ลอยเข้าหูมาจางๆ จากทาง

กระทรวงพลังงาน ว่าอาจจะจับมือกับ ปตท. ในการสร้างสถานีชาร์จไฟ ในกรุงเทพฯ เราคงต้อง

รอดูกันต่อไปว่า ใครจะเป็นู้ประกาศเริ่มทำสถานีชาร์จไฟ อย่างเป็นทางการ เป็นรายแรก

เป็นประจำทุกต้นปีที่ ผม J!MMY จะเขียนบทความสรุปความเคลื่อนไหวของปีที่แล้ว รวมทั้งสรุปความ

เคลื่อนไหว ของบรรดารถรุ่นใหม่ๆ ที่จะเปิดตัวในปีใหม่นี้ พร้อมข้อมูลการพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่ล้ำ

ไปไกลล่วงหน้าก่อนสื่อรายใดถึง 3 ปี เผยแพร่ลงในเว็บไซต์ Headlightmag.com เป็นประจำ ทุกต้นปี

เพื่อเป็นของกำนัล สำหรับคุณผู้อ่าน ใช้เป็นข้อมูลในการเตรียมวางแผนซื้อรถยนต์ล่วงหน้า หรือสำหรับ

เป็นข้อมูลในการตัดสินใจ ของผู้คนในแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์

และในปีนี้ ก็เช่นเดียวกัน ความเคลื่อนไหวในตลาดรถยนต์เมืองไทยนับจากนี้ อีก 3 ปี จะเข้มข้นขนาดไหน

เรามาดูกันดีกว่าว่า ปีนี้ แต่ละค่ายจะมีรถยนต์ใหม่รุ่นใด ที่ต้องจับตามองกันกันบ้าง?

***หมายเหตุ*** 

1. ปีนี้ ขอตัดรถยนต์จากประเทศจีนออกทั้งหมด เพราะยากต่อการติดตามข่าวมาก ขอเวลาไปตั้งสติ  

จับต้นชนปลายกันใหม่ ให้ดีกว่านี้เสียก่อน ถ้ามีความเคลื่อนไหวในไทยมากกว่านี้ ค่อยเจอกันในบทความ   

2012 – 2015 สิ้นปี 2011 นี้

2. ข้อมูลทั้งหมดในบทความนี้ ได้รับการตรวจสอบและยืนยันแล้วว่าถูกต้อง ตรงตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นล่าสุด 

ณ วันที่นำบทความชิ้นนี้ ขึ้นเผยแพร่ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไป อาจมีข้อมูลดิบและ/หรือข้อมูลที่กลั่นกรองแล้ว

ปรากฎขึ้นอีกได้ตลอดเวลา ข้อมูลเหล่านั้นอาจจะคลาดเคลื่อนหรือเพิ่มเติมข้อมูลเดิมจากบทความชิ้นนี้

ย่อมเป็นไปได้ และเกิดขึ้นได้ทั้งสิ้น ทุกเมื่อ เนื่องจากรายงานข่าวประเภทเจาะโครงการลับ หรือ Spyshot

นั้น ไม่มีสื่อมวลชนเล่มใด รายใดในโลก ที่สามารถรายงานได้ถูกต้อง ตรงตามความเป็นจริง 100% ต่อให้

เป็นฝรั่งมังค่าก็ตาม คุณผู้อ่านควรติดตามข่าว “ด้วยวิจารณญาณ เหตุผลในเชิงตรรกะ หรือเกมการตลาด 

อย่างปราศจากอคติ” รวมทั้งศึกษาจากข้อมูลที่ปรากฎอยู่ในสื่ออื่นๆ ประกอบกันด้วยอยู่เสมอ

3. หากอยากจะนำบทความชิ้นนี้ ไปเผยแพร่ที่ไหน กรุณาติดต่อมาที่ JIMMY@headlightmag.com  

เพื่อ ขออนุญาตกันเสียให้ถูกต้องตามธรรมเนียม ก่อนจะนำไปเผยแพร่ ต่อไป ทั้งนี้ ขอสงวนสิทธิ์ในการ

อนุญาต เพื่อให้นำไปเผยแพร่ เพื่อเป็นประโยน์แก่สาธารณชน และ ไม่ใช่เพื่อนำไปใช้หากินใดๆ

เมื่อได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ได้ ขอความกรุณา ขึ้นเครดิตของผู้เขียน และทำลิงค์ มายัง เว็บไซต์ 

Headlightmag.com ให้ถูกต้องเรียบร้อยด้วย การนำบทความไปเผยแพร่ต่อ โดยไม่ขึ้นเครดิตให้ 

และไม่มีการบอกกล่าวมายังข้าพเจ้า ถือเป็นการ ละเมิดลิขสิทธิ์ ผู้ละเมิด จะถูกดำเนินคดี ตามที่

กฎหมายบัญญัติไว้ สูงสุด โดยไม่มีการยอมความใดๆทั้งสิ้น! โดยเฉพาะพวกหน้าด้าน copy ไป

โพสต์ในเว็บบล็อกตัวเองกันโครมๆ คิดว่าไม่เห็นกันเลยใช่ไหม ครั้งนี้ ถือว่า เตือนกันดีๆ แล้ว

ถ้ายังไม่ฟัง ก็จะต้องเจอไม้แข็งกันเสียบ้าง นะ ไอ้พวกมักง่ายชอบสวมรอย! 

——————————————

ALFA ROMEO / FIAT

Giulietta 149 E47 ที่ช้าพราะรอเกียร์ Dual Clutch เท่านั้นเลย?

นับจากปี 2010 ที่ได้เขียนถึง ความคืบหน้าของค่ายงูกินเด็กแห่งเมืองมักกะโรนี ภายใต้การดูแล

ของกลุ่ม PNA พระนครยนตรการ ว่า เคยดำริจะสั่งนำเข้า Giulietta 149 รหัส E47 อันเป็นรุ่น

เปลี่ยนโฉมใหม่ทั้งคัน ของ 147 แบบ 5 ประตู เข้ามาหรือไม่ เพราะดูเหมือนจะติดปัญหาเดียว

นั่นคือ การที่รถรุ่นนี้ ยังไม่มีเกียร์อัตโนมัติให้เลือก ในตอนนั้น

ปรากฎว่า 1 ปีผ่านไป ความเปลี่ยนแปลงเดียวที่เกิดขึ้นกับ Alfa Romeo ในไทย นั่นคือการ

ย้ายโชว์รูมพหลโยธิน เยื้องตึกช้าง ขึ้นไปอยู่ที่ ถนนพหลโยธิน เช่นกัน แต่เป็นบริเวณ

ปากซอยอารีย์สัมพันธ์ (ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS อารีย์) เป็นการชั่วคราว เพราะ PNA

กำลังเนรมิตโชว์รูม Alfa Romeo ใหม่อีกครั้ง คราวนี้ จะใหญ่โต สวยงามสุดอลังกว่าเก่า

แต่ถึงจะใหญ่โตขนาดไหน สิ่งที่ลูกค้ายังคงเป็นห่วงก็คือ งานบริการหลังการขาย

นอกจากรถยี่ห้อนี้ จะต้องการช่างซ่อมบำรุงที่เก่ง และมีคุณธรรมแล้ว ราคาอะไหล่

จะต้องอยู่ในระดับที่เหมาะสมด้วย เพราะมิเช่นนั้น อนาคตของรถยี่ห้อนี้ในไทย

ก็จะยังคงอยู่ในสภาพไม่ต่างจากทุกวันนี้ไปอีกนาน

ด้านรถยนต์รุ่นใหม่ ปีที่ผ่านมา ยังไม่มีความเคลื่อนไหวอื่นใด มีเพียงการ รอให้ทางอิตาลี

เปิดสายการผลิตของ Giulietta 149 รุ่นเกียร์อัตโนมัติ คลัชต์คู่ (Dual Clutch) กันเสียก่อน

จึงจะเข้ามาขายในบ้านเราได้ เหตุที่เป็นเช่นนี้ ต้องไม่ลืมว่า ทุกวันนี้ คนไทยจำนวนมาก

ขับรถเกียร์อัตโนมัติกันเป็น จนลืมไปแล้วว่า เกียร์ธรรมดา เขาขับกันยังไง?

ขณะที่ฝั่งของ Fiat ก็จะยังไม่มีอะไรใหม่ไปกว่า 500 รุ่นเครื่องยนต์ Diesel ที่มาปรากฎตัว

ในงาน Motor Expo 2010 ไปแล้ว

——————————————

Audi

ยังจะมีวันพรุ่งนี้ต่อไปในไทยอีกไหม?

แทบไม่น่าเชื่อว่า ภายในช่วงระยะเวลาไม่กี่ปี พรีเมียมแบรนด์สัญชาติเยอรมันอย่าง Audi

ภายใต้การดูแลของ ยนตรกิจ จะค่อยๆ ลดระดับความนิยมในหมู่ผู้บริโภคเมืองไทย ลงเรื่อยๆ

ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ดูเหมือนจะมีแค่รถสปอร์ต Audi TT เท่านั้น ที่ยังพอจะทำให้แบรนด์

Audi ยังอยู่ในการพูดถึงอยู่บ้าง ด้วยรูปลักษณ์ภายนอก ที่โดนใจวัยรุ่นน้อยใหญ่ทั่วเมืองไทย

และสมรรถนะที่หลายคนชื่นชอบ จนยอมจ่ายเงินอุดหนุน แม้จะรู้ดีว่าการใช้ชีวิตอยู่กับบิล

ค่าใช้จ่ายในการเข้าศูนย์บริการนั้น เป็นเรื่องที่ต้องทำเป็นว่าลืมๆ กันไปบ้าง เพราะมันแพง

จับใจเลยทีเดียว

ทุกวันนี้ แม้ว่า แบรนด์ Audi ยังอยู่ในการดูแลของ กลุ่ม ยนตรกิจ ที่เพิ่งมีการปรับโครงสร้าง

กันใหม่ รอบล่าสุด จนกลายเป็น DAD ยนตรกิจ ขณะที่ MTM Thailand จะดูแลตลาดในกลุ่ม

คนรักความแรง กันต่อไป (อยู่ในเครือ DAD ยนตรกิจ) แต่ก็ต้องทำตลาดอย่างยากลำบาก ทั้ง

ด้วยสาเหตุขาดการสนับสนุนจากบริษัทแม่ Audi AG ที่เยอรมัน อีกทั้งยังต้องแข่งกันสู้รบ

ปรรบมือ กับผู้นำเข้ารายย่อย ที่ขยันเข้ามาแย่งลูกค้าด้วยสารพัดวิธีการทำราคาให้ถูกกว่า

ถึงจะมีการจัดกิจกรรมสังสรรค์กับลูกค้า เช่นออกรอบตีกอล์ฟกันบ้าง แต่ก็ยังไม่มากนัก

ล่าสุดในงาน Motor Expo DAD ยนตรกิจ กับ MTM Thailand ได้นำเข้า Audi A1 เวอร์ชัน

ตกแต่งจาก MTM เยอรมัน เข้ามาเปิดตัว ในราคา แค่ 1,700,000 บาท อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่

เกิดขึ้นในตอนนี้คือ ผู้นำเข้ารายย่อยขายแข่งกันตัดราคา จนถูกกว่านี้ ซึ่งในความเป็นจริงคือ

ถ้าถูกไปกว่านี้ คนขายจะอยู่ไม่ได้อย่างแน่นอน เพราะแทบไม่มีกำไรอะไรลย

ส่วนรถยนต์รุ่นใหญ่ๆ อย่าง A8 ในยุโรป เขาก็เปิดตัวกันไปครบปีเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่มี

แผนนำเข้ามา ส่วน A6 ใหม่ เพิ่งเปิดตัวในตลาดโลก เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ก็ดูท่าว่า ยากที่

ลูกค้าในไทยจะได้ลองจับ ลองสัมผัสกันง่ายๆ A8 ในตลาดโลก เขาเปิดตัวไปเรียบร้อยแล้ว

จนป่านนี้ บ้านเรายังเงียบสนิท แม้เวลาจะผ่านไปแล้ว 1 ปีเต็ม

อย่างไรก็ตาม กระแสข่าวลือ เรื่องการเข้ามาบุกตลาดด้วยตัวเอง ของบริษัทแม่ในเยอระมัน

ยังคงมีปรากฎเรื่อยๆ เป็นระยะๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม จนป่านนี้ ก็ยังไม่มี

ทีท่าที่ชัดเจนจาก Audi AG. แต่อย่างใด แถมการนำเข้ารถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่ใช้เครื่องยนต์

Diesel ให้ระวังเรื่องการเติมน้ำมันกันด้วย เพราะรถยนต์ ที่ใช้เครื่องยนต์ Diesel มาตรฐาน

ความสะอาดจากไอเสีย สูงถึงระดับ Euro Step V นั้น ในบ้านเรายังไม่มีน้ำมันเชื้อเพลิง

รายได้ ที่สามารถ รองรับได้ หากไม่มีการปรับจูนเครื่องยนต์ ให้เป็นสเป็กพิเศษเหมือน

รุ่นที่นำเข้ามาทำตลาดกันอย่างถูกต้อง

ด้วยเหตุปัจจัยทั้งหมดนี้ จึงทำให้เรายังคงต้องตั้งคำถามต่ออนาคตของรถค่ายสี่ห่วง

อยู่ห่างๆ อย่างเป็นห่วงกันหลายๆห่วง อยู่เช่นนี้ กันต่อไป

——————————————

BENTLEY 

Continental GT Full Model Change แต่เหมือน Big Minorchange

ปีที่ผ่านมา ด้วยความไม่สงบทางการเมือง ทำให้ Bentley Thailand ตัดสินใจเลื่อนการเปิดตัว

Bentley Mulsann จาก 27 เมษายน มาเป็นช่วงเดือนกรกฎาคม วางเครื่องยนต์ V8 ทำมุม 90 องศา

6,750 ซีซี 505 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุดมหาศาลถึง 1,020 นิวตัน-เมตร ติดป้ายราคา 38 ล้านบาท

รวมทั้ง Bentley Continental Superspots Convertible เครื่องยนต์ W12 Twin Turbocharger แรงสะใจ

ถึง 621 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 800 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000-4,500 รอบ/นาที

ราคา 28 ล้านบาท และมีเศรษฐีเมืองไทย สั่งจองไปแล้ว 2 คัน รวมทั้งปี มียอดขายรวม 12 คัน

ปี 2011 ถึงเวลาที่ โรงงาน Crewe ในอังกฤษ จะจับ Bentley Continental GT รถยนต์ คูเป้ 4 ที่นั่ง

คันเก่ง รุ่นขายดีที่สุดของตน มาเปลี่ยนโฉม Full Model Change ทั้งคัน เมื่อ 7 กันยายน 2010

ที่ผ่านมา

เหตุผที่เส้นสายคล้ายรุ่นเดิมมาก จนหลายคนยากจะแยกออกในครั้งแรกที่เห็น เป็นเพราะว่า

จากการสอบถามความคิดเห็นของลูกค้า พวกเขาบอกว่า ชอบรูปทรงเดิมอยู่แล้ว แต่แค่อยากให้

ปรับแต่งจนดูทันสมัยมากยิ่งขึ้น อีกนิดหน่อย กเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว ผลก็เลยออกมาอย่างที่เห็น

ถ้าสงสัยว่าแตกต่างกันอย่างไร ขอแนะนำให้สังเกตง่ายๆ ที่กระจังหน้า จะมีขนาดใหญ่ขึ้น

ช่องระบายอากาศ ใต้เปลือกกันชนหน้า ช่องกลางจะยาวกว่ารุ่นเดิม และไฟท้าย จะดูเพรียว

เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้ามากขึ้น จากเดิม ที่มาเป็นก้อนสี่เหลี่ยมเกือบจตุรัส

ขุมพลังดั้งเดิม บล็อก W 12 สูบ DOHC 6,000 ซีซี Twin Turbocharger ถูกยกระดับความแรง

ขึ้นเป็น 575 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตร ที่สำคัญ เติมน้ำมันเบนซินได้หลากหลาย

ตั้งแต่ น้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่วปกติ ไปจนถึง แก็สโซฮอลล์ E85 ได้ จากโรงงานเลยทีเดียว!

และในช่วงปลายปีนี้ จะมีเครื่องยนต์ 8 สูบ High-Output ที่ปล่อยมลพิษออกมาน้อยกว่าเครื่องยนต์

W12 บล้อกปัจจุบันถึง 40 เปอร์เซนต์ ติดตั้งเข้ากับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ กระจายแรงบิดสู่ล้อคู่หน้า

และหลังในอัตราส่วนที่ปรับจาก 50 : 50 ในรถรุ่นก่อน มาเป็น หน้า 40 หลัง 60 เพื่อลดอาการหน้าดื้อ

หรือ Understeer ในโค้งลงนิดหน่อย เมื่อต้องเข้าโค้งแรงๆ

คาดกันว่า เมื่อมาถึงเมืองไทย Bentley Thailand น่าจะเคาะราคารถรุ่นนี้เอาไว้ ที่ระดับ ไม่น่าเกิน

25 ล้านบาท และน่าจะมีกำหนดสั่งเข้ามาขายกันในปี 2011 นี้อย่างแน่นอน

——————————————

BMW / MINI

2011 : New President with The New 6 Series 

2012 : The All New 3-Series (F30) CKD / MINI Coupe  & Roadster

2013 : MINI Paceman?

ปีที่ผ่านมา BMW ภายใต้การนำทีมของประธานคนเก่า มร.คอร์ดิช ยังคงเดินหน้า กระหน่ำ

เปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ และกิจกรรมการตลาดต่อเนื่องจากปี 2009 ไฮไลต์สำคัญ อยู่ที่การ

เปิดตัว ซีรีส์ 5 Full Modelchange รหัสรุ่น F10 เรียกได้ว่า ทันทีที่เผยภาพแรกกันเมื่อวันที่

24 พฤศจิกายน 2009 หลังจากนั้น ไม่ถึง 7 เดือน BMW ก็ส่งเข้ามาขายในบ้านเราอย่างฉับไว

กว่ารถรุ่นใดที่เคยมีมาของพวกเขา ช่วงแรก มีแค่ 535i และ 530d นำเข้า CBU แต่เพียงไม่กี่

สัปดาห์หลังจากนั้น เวอร์ชันประกอบในประเทศ ก็ตามออกมาเกาะติดในทันที นั่นคือ 523i

ตบท้ายด้วย 520d และ 525d CKD ในงาน Motor Expo 2010 กวาดยอดจองไปเยอะ และยาว

จนถึงกลางปีหน้ากันแล้ว!! นี่ยังไม่นับบรรดารถรุ่นย่อยพิเศษทั้งหลาย ตั้งแต่ Z4 sDrive 35i

X1 sDrive 20d (เปิดตัวใน Bangkok International Motor Show) แถมด้วย 320d เครื่องยนต์ใหม่

184 แรงม้า (PS) รวมทั้ง MINI Countryman ที่ตามมาปิดท้ายปีนี้ ได้เมื่อ งาน Motor Expo 2010

ปีนี้ BMW เยอรมัน ส่งประธานคนใหม่มาแทน มร. คอร์ติช ตามวาระ ส่วนข่าวที่เคยมีการลือกัน
ว่าจะมีการขายโรงงาน BMW ออกไปให้กับผู้ผลิตจักรยานยนต์ยุโรปบางราย สรุปว่า ข่าวดังกล่าว
จบไปแล้ว ว่า จะไม่มีการขายโรงงานของ BMW ในเมืองไทยแต่อย่างใด อีกทั้งจะมีการเตรียมงาน
เพื่อขยายการผลิตรถยนต์รุ่นอื่นๆนับจากนี้ต่อไปด้วย

ส่วนแผนการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆนั้น มี ซีรีส์ 6 Coupe / Convertible รวมอยู่ด้วย เพราะ

แม้ว่าจะมีการเผยภาพคันจริงออกมาแล้ว ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2010 ที่ผ่านมา แต่กว่าที่ ทั้ง 2 รุ่น

จะพร้อมส่งถึงมือลูกค้า ต้องมีอย่างน้อย เดือนมีนาคม ขึ้นไป ในช่วงจังหวะเดียวกับงาน

Geneva Motor Show เบื้องต้น คาดว่าจะวางเครื่องยนต์ 6 สูบเรียง DOHC 24 วาล์ว 3,000 ซีซี

พ่วง Turbocharge 320 แรงม้า (HP) แรงบิดสูงสุด 45.45 กก.-ม. อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง

ใน 5.7 วินาที และเครื่องยนต์บล็อก V8 DOHC 32 วาล์ว 4,400 ซีซี 407 แรงม้า (HP) แรงบิดสูงสุด

60.6 กิโลกรัมเมตร อัคราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง แค่ 5 วินาที ทุกรุ่นจับคู่เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ

ส่วนเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะก็จะมีมาให้เลือกด้วย ราคาเปิดตัวในไทย ทำใจได้เลย 13 ล้านบาท

ขึ้นไปแน่ๆ

(ภาพโดย www.autoblog.com)

นอกจากนี้ ใครที่รอจะซื้อรถยนต์ในกลุ่ม Premium Compact เตรียมเก็บเงินไว้ได้เลย BMW กำลัง

จะส่ง ซีรีส์ 3 รุ่นเปลี่ยนโฉมใหม่ Full Model Change รหัสรุ่น F30 เปิดตัวในตลาดโลก ช่วงงาน

Frankfurt Motor Show เดือนกันยายน-ตุลาคม 2011 นี้ และจะจ่อคิวเปิดตัวในเมืองไทย กันชนิด

เกือบจะเกาะติดเลยทีเดียว ในช่วงปี 2012 อย่างไรก็ตาม ยังไม่แน่ชัดว่า เวอร์ชันไทย จะมีเครื่องยนต์

ในช่วงเปิดตัวรุ่นใดกันบ้าง แต่เป็นไปได้สูงว่า เครื่องยนต์ Diesel 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 2,000 ซีซี

Common Rail Turbocharger จาก 320d รุ่นเดิม น่าจะถูกยกมาประจำการในรถรุ่นใหม่ด้วย และอาจ

ต้องปรับปรุงสมรรถนะให้ดีขึ้นไปอีก เพื่อให้เหมาะสมกับคุณภาพของน้ำมันในบ้านเรา ที่ยังไม่อาจ

เทียบเท่าระดับ EURO-V ของยุโรปได้เสียที

ข้ามมาดูแบรนด์ในเครือ เชื้อชาติอังกฤษ อย่าง MINI ปีนี้ หลังการเปิดตัว MINI Countryman อันเป็น

เวอร์ชัน Crossover SUV ของ รถเล็กผู้ครองโลกแฟชัน รุ่นนี้ ไปแล้ว ก็จะถึงคิวของ เวอร์ชัน 2 ประตู

Coupe และ Roadster ที่จะตามออกมาในช่วงปี 2011 – 2012 นอกจากนั้น ในปี 2013 ยังใกล้เวลาที่

MINI เจอเนเรชันใหม่ จะเผยโฉมออกมา เพราะ BMW ได้ส่งสัญญาณ ผ่านทางรถต้นแบบคันใหม่

ล่าสุด MINI Paceman จะมาในฐานะของ Countryman เวอร์ชัน 2 ประตู คาดว่าจะต่อกรกับ Crossover

SUV เชื้อชาติอังกฤษ อย่าง Range Rover Evoque โดยเป็นไปได้ว่าจะยังคงใช้เครื่องยนต์ จาก Peugeot

1,600 ซีซี 120 แรงม้า ในรุ่นพื้นฐาน และ รุ่น Turbochaerge 175 แรงม้า จากรุ่น Cooper S BMW

จะเปิดตัวเวอร์ชันต้นแบบของ MINI Paceman ในงาน Detroit Auto Show ต้นเดือนมกราคมนี้ ก่อนจะ

นำไปขึ้นสายการผลิตได้ หลังากนี้ ไม่เกินปี 2013

(ภาพโดย Carscoop.blogspot.com)

CHEVROLET

2011 : NEW COLORADO (PROJECT GMI700) / CRUZE New 2.2 Diesel Engine (All in November)

2012 : NEW SUV (Based on Colorado GMI 700) / CAPTIVA Big-Minorchange  

2013 : NEW AVEO (PROJECT T300) 

ยักษ์อันดับหนึ่งของโลก กำลังพยายามเร่งฟื้นตัว หลังจากเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ ตามกฎหมาย

Chapter 11 ในสหรัฐอเมริกา อันถือได้ว่า เป็นวิกฤติการณ์ ที่เลวร้ายที่สุด เท่าที่ GM เคยประสบมา และ

พวกเขาก็เริ่มทำสำเร็จ ในหลายๆ ทวีปทั่วโลก การเปิดตัว ของ Chevrolet Cruze ในทวีปต่างๆ รวมทั้ง

Chevrolet Voltz รถยนต์พลังไฟฟ้า  (แต่ใช้เครื่องยนต์ช่วยปั่นไฟอย่างเดียว) อาจจะมีก็แค่ Opel ที่ยัง

มีสภาพดูไม่จืดเท่าไหร่นัก ในเยอรมัน

กลับมาดูเมืองไทย  ความพยายามในการเปิดตัว Cruze ให้สำเร็จเมื่อ 23 พฤศจิกายน 2010 ที่ผ่านมา

คือความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญที่สุดของ GM Thailand ที่จะ รอการพลิกฟื้นให้แบรนด์ Chevy กลับมา

มีชีวิตชีวาอีกครั้ง และพวกเขาก็เริ่มได้รับผลากการทำงานหนักที่ทุ่มลงไป ยอดสั่งจอง จากงาน

Motor Expo มีค่อนข้างเยอะ เท่ากับว่า ความเชื่อมั่นของลูกค้ากำลังกลับคืนมา

ปี 2011 เราจะต้องติดตามดู ความคืบหน้าของโครงการเปลี่ยนโฉม Full Model Change ให้กับ

รถกระบะ Chevrolet Colorado ใหม่ รหัสโครงการ GMI 700 ซึ่งในปีที่ผ่านมา มีภาพหลุดจาก

สื่อมวลชนในฝั่งยุโรป เรียบร้อยแล้ว เห็นได้ชัดว่า มรูปลักษณ์บางมุม คล้ายกับ Toyota Hilux

VIGO กันอยู่บ้าง ประเทศที่จะเป็นฐานหลักในการพัฒนารถกระบะรุ่นใหม่นี้ จะย้ายไปอยู่ที่

Brazil โดยมีญี่ปุ่น (Isuzu) กับ ไทย ยังเป็น ประเทศพี่เลี้ยง อยู่  บนโครงสร้างตัวถังหลักร่วมกับ

Isuzu D-Max รุ่นต่อไป (รหัส RT-50) แต่จะมีชิ้นส่วนเปลือกตัวถังภายนอก ถูกปรับปรุงให้ดู

แตกต่างจากอีซูซุมากขึ้น

ส่วนโรงงานผลิตเครื่องยนต์ ที่สร้างขึ้น ณ ส่วนต่อขยายของโรงงาน GM ที่ระยอง อันเป็นการ

ร่วมทุนกันระหว่างจีเอ็ม และ VM.MOTORI แห่งอิตาลี ที่จีเอ็มเข้าไปซื้อหุ้นใหญ่มาเมื่อปี 2007

และเจอโรคเลื่อนจากวิกฤติสภาพคล่องทางการเงิน จนต้องเลื่อนออกมาจากกำหนดการเดิม 1 ปีนั้น

ตอนนี้เสร็จสมบูรณ์แล้ว และเริ่มผลิตเครื่องยนต์ต้นแบบ เพื่อทดสอบสมรรถนะกันแล้ว เมื่อปลาย

เดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยยืนยันแล้วว่า ขุมพลังใน Colorado ใหม่ จะเป็นเครื่องยนต์ Diesel 4 สูบ

DOHC 16 วาล์ว Common Rail Supercharger 2,500 ซีซี และ 2,800 ซีซี และไม่จำเป็นต้องขยับไปถึง

พิกัด 3,000 ซีซี แต่อย่างใด การใช้เครื่องยนต์ใหม่นี้ จะทำให้รถกระบะใหม่ของ Chevy แตกต่างจาก

ฝาแฝดร่วมโครงการอย่าง Isuzu ซึ่งจะยืนหยัดกับเครื่องยนต์ 2,500 ซีซี และ 3,000 ซีซี ตามเดิม

ย้ำกันอีกครั้งว่า แม้จะใช้โครงสร้างตัวถังร่วมกัน แต่ Colorado จะมีความแตกต่างจาก เวอร์ชัน Isuzu

 มากกว่าปัจจุบัน ที่ทั้ง D-Max และ Colorado ดั้งเดิม เป็นกันมา เพราะการถอนหุ้น ของ GM ในส่วน

ที่ถือครองอยู่ใน Isuzu ออกไปจนเกือบจะหมด ทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่อนาคต ทั้งคู่อาจต้อง

แยกกันพัฒนารถกระบะของตนตามลำพัง ถึงกระนั้น GM ก็รู้ดีว่า การปล่อยให้อีซูซุ ช่วยพัฒนา

เครื่องยนต์และงานวิศวกรรมอื่นๆนั้น จะช่วยให้ GM ลดต้นทุนในการพัฒนาลงไปได้มาก

กำหนดเริ่มต้นขึ้นสายการผลิตจริง จะอยู่ใน เดือนกรกฎาคม 2011 เป็นอย่างเร็วที่สุด แต่กว่าจะพร้อม

จำหน่ายจริง อาจต้อรอกันจนถึงช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน และนอกจากนี้ จะมีเวอร์ชัน SUV บน

พื้นฐานของ Colorado ใหม่ตามออกมาอีกด้วย โดยมีกำหนด ขึ้นสายการผลิต เดือนกุมภาพันธ์ 2012

ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง Chevy จะยกขุมพลัง Diesel 2.0 บล็อกเดิม จาก Captiva ที่วางอยู่ใน

Cruze ทิ้งไป เพื่อแทนที่ด้วยเครื่องยนต์ Diesel 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 2,200 ซีซี Common Rail

Turbocharger บล็อกใหม่ ซึ่งจะแรงกว่า ประหยัดน้ำมันกว่า และปล่อยมลพิษน้อยกว่าเดิม แต่

ยังไม่แน่ชัดว่า จะเป็นแบบ 163 หรือ 184 แรงม้า กันแน่ มีกำหนดเปิดตัวในงาน Motor Expo

2011 เป็นอย่างเร็วที่สุด นั่นเท่ากับว่า อายุการทำตลาดของ เครื่องยนต์ Diesel บล็อกปัจจุบัน

ใน Cruze ใหม่ จะมีเพียงแค่ 1 ปีเท่านั้น

เมื่อเป็นเช่นนี้ รายการต่อไปที่จะอยู่ในข่ายถูกปรับโฉม Big-Minorchange ก็คือ Urban SUV รุ่น

Captiva รหัสโครงการ C140 ซึ่งเปิดตัวไปแล้ว ในงาน Paris Auto Salon เมื่อ 13 กันยายน 2010

ที่ผ่านมา คราวนี้ มีการปรับ เปลี่ยนกระจังหน้า และเปลือกกันชนหน้าใหม่ ให้มีขนาดใหญ่โต

อีกทั้งคราวนี้จะมีการเปลี่ยนเครื่องยนต์กันทั้งยวง โดยรุ่นเบนซิน จะเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์

บล็อก 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 2,400 ซีซี 171 แรงม้า (HP) ส่วนรุ่น Diesel จะเป็นขุมพลังใหม่

บล็อกเดียวกับใน Cruze รุ่นปี 2012 เป็นบล็อก 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 2,200 ซีซี Common Rail

Turbocharger ยังไม่แน่ชัดว่า เวอร์ชันไทย จะเป็นแบบ 163 แรงม้า หรือ 184 แรงม้า กันแน่

มีให้เลือกทั้งรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า และขับเคลื่อน 4 ล้อ ซึ่งจะถูกปรับปรุง การทำงานของระบบ

ควบคุมการทรงตัว ESP และการทำงานของระบบกันสะเทือน ให้ตอบสนองดียิ่งขึ้น แต่กำหนด

การเปิดตัวนั้น จะอยู่ในช่วงปี 2012 หลังการเปิดตัว Colorado SUV ไปแล้ว

(ภาพจาก www.Worldcarfans.com)

หลังจากนั้น จะถึงคิวของ การเปลี่ยนโฉมใหม่ทั้งคันให้กับ Chevrolet AVEO รหัสโครงการ T300

ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนโฉม Full Modelchange ครั้งใหญ่ คราวนี้ เส้นสายภายนอกจะมาในรูปลักษณ์

คล้ายกับ Mitsubishi Lancer EX อย่างมาก โดยบั้นท้ายมีไฟท้ายรูปตัว C ขนาดใหญ่ แนวตั้ง คล้าย

กับ ใน Chevrolet Optra เดิม แต่ไม่สวยเท่า Optra รายละเอียดด้านวิศวกรรม จะยังคงสร้างขึ้น

บนพื้นตัวถัง GAMMA สำหรับรถยนต์ขนาดเล็ก ของ GM คราวนี้ในตลาดยุโรปอาจจะวางเครื่องยนต์

1,200 ซีซี 70 และ 86 แรงม้า รุ่น 1,400 ซีซี 100 แรงม้า รุ่น 1,600 ซีซี 115 แรงม้า รวมไปถึงเครื่องยนต์

Diesel Turbo 1,300 ซีซี ก็น่าจะมีให้เห็นกัน แต่ในเวอร์ชันไทย คาดว่า จะต้องยกระดับเครื่องยนต์

จาก 1,400 ซีซี และ 1,600 ซีซี ให้เหลือเพียง ขนาด 1,600 ซีซี เพียงอย่างเดียว เนื่องจากในเมืองไทย

รุ่น 1,400 ซีซี มีสมรรถนะไม่แรงพอในสายตาคนไทย

การออกแบบห้องโดยสาร มาในสไตล์คล้ายคลึงกับ พี่ใหญ่รุ่น Cruze แต่ชุดมาตรวัดจะมาในแนวทาง

คล้ายกับ Honda Life รุ่นปี 2005 มีมาตรวัดรอบแบบเข็มอนาล็อก แต่มาตรวัดความเร็วจะเป็นแบบ Digital

ออกแบบเป็นรูป รูกุญแจขนาดใหญ่ สวยงาม และเอาใจวัย “ตื๊ด” ได้เป็นอย่างดี

กำหนดเปิดตัวในตลาดโลก เริ่มจาก เวอร์ชันยุโรป ใน Paris Auto Salon เฉพาะรุ่น 5 ประตู เมื่อเดือน

กันยายน 2010 ที่ผ่านมา ส่วนตัวถัง Sedan จะเปิดตัวกันในงาน Detroit Auto Show ต้นปี 2011 แต่

กว่าจะมาถึงเมืองไทยได้นั้น อาจต้องรอกันจนถึงปลายปี 2012 ข้ามไปยังต้นปี 2013 เลยทีเดียว

สิ่งที่จะต้องติดตามกันต่อไปก็คือ ความเป็นไปได้ ในการนำตัวถัง Hatchback 5 ประตู เข้ามาขาย

ในบ้านเรานั้น จะยังพอมีเหลือโอกาสอยู่บ้างหรือไม่ เนื่องจากตอนนี้ ลูกค้าที่คิดจะซื้อรถยนต์ในพิกัด

B-Segment Sub-Compact 1,300 – 1,600 ซีซี เริ่มยอมรับได้มากขึ้น ในการตัดสินใจซื้อรถยนต์

Hatchback 5 ประตู ดังนั้น ช่องว่างทางการตลาด น่าจะมีมากพอให้ GM Thailand ตัดสินใจ นำ

เวอร์ชัน 5 ประตู เข้ามาประกอบขายด้วย กระนั้น จะเป็นจริงได้หรือไม่ ต้องดูกันต่อไปยาวๆ

แต่ที่แน่ๆ คือ ชื่อรุ่น ของเวอร์ชันไทย จะยังคงใช้ชื่อ AVEO กันต่อไป และจะไม่ใช้ชื่อ SONIC

เหมือนอย่างที่ เวอร์ชันอเมริกาเหนือ เขาเพิ่งประกาศเปลี่ยนชื่อไป เมื่อช่วงก่อนปีใหม่ ไม่นานนัก

CITROEN 

DS3 มาแล้ว

DS4 น่าจะตามมา เพื่อ ชนกับ Countryman 

การตัดสินใจ ทำตลาด รถตู้ขนาดยักษ์ อย่าง Citroen Jmper อย่างจริงจัง หั่นราคาลงมา

เหลือระดับ 2 ล้านบาทปลายๆ พอจะช่วยให้ ค่ายจ่าโท ฝรั่งเศส ภายใต้การดูแลของ

DAD ยนตรกิจ พอจะหายใจคล่องคอขึ้นมาได้บ้าง แถมในงาน Motor Expo ช่วง

เดือนธันวาคม 2010 รถยนต์ขนาดเล็กที่เรารอคอย อย่าง Citroen DS3 ก็ถูกสั่งเข้ามา

เปิดตัว ทันส่งท้ายปี ด้วยราคาที่ถูกเกินคาด เพียง 1.49 ล้านบาท เท่านั้น ในรุ่นเครื่องยนต์

1.6 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ แต่นั่นก็ยังไม่ถึงกับทำให้ Citroen กลับมาเป็นที่พูดถึงในวงกว้าง

มากมายนัก

ดังนั้น ปีนี้ ดูเหมือนว่า ทางเดียวที่จะทำให้ ค่ายรถยนต์แนวคิดแปลกแหม่งเมืองน้ำหอม

จะกลับมาอยู่ในความสนใจของผู้คนได้อีกครั้ง นอกจากจะต้องโหมทำการตลาด DS3

ในรูปแบบ Below The Line กันแล้ว รถร่นต่อไปที่เราคาดว่า น่าจะถูกนำเข้ามาเปิดตัว

ในเมืองไทย ก็ควรจะเป็น DS4 ซึ่งเพิ่งจะมีการเผยโฉมคันจริงออกมาอย่างเป็นทางการ

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2010 และเปิดตัว บนแท่นหมุนในงาน Paris Auto Salon เดือน

กันยายน ไปหมาดๆ

ตัวรถมีความยาว 4,270 มิลลิเมตร กว้าง 1,810 มิลลิเมตร สูง 1,530 มิลลิเมตร ออกแบบขึ้น

โดยนำเส้นสายมาจากรถยนต์ต้นแบบ Citroen DS High Rider Concept จากงาน Geneva

Motor Show มีนาคม 2010 นั่นเอง วางเครื่องยนต์ 5 ขนาด แบ่งเป็นเบนซิน บล็อก 4 สูบ

DOHC 16 วาล์ว 1,600 ซีซี เลือกได้ 3 ระดับความแรง ทั้งรุ่น VTi 120 แรงม้า (HP) รุ่น

ติดตั้ง Turbo THP 150 แรงม้า (HP) หรือแรงสุด กับระดับ 200 แรงม้า (HP) ส่วนเครื่องยนต์

ดีเซล มีให้เลือกในบล็อก 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว HDI Commonrail Turbo มีให้เลือกทั้งขนาด

1,600 ซีซี 110 แรงม้า (HP) และขนาด 2,000 ซีซี 160 แรงม้า (HP) มาพร้อมเทคโนโลยี

ดับเคื่องยนต์เองขณะจอดติดไฟแดง Idle Start/Stop

ในเมื่อ Citroen ฝรั่งเศส พร้อมจะส่งมอบรถให้ลูกค้ากันได้ ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2011 เป็นต้นไป

เราก็คงต้องมารอดูกันว่า เมื่อใด รุ่นเกียร์อัตโนมัติ จะพร้อมขึ้นสายการผลิต เมื่อนั้น ทาง DAD

ยนตรกิจ ก็คงจะสั่งเข้ามาขายในบ้านเรา กันเสียที ด้วยค่าตัวที่คาดว่า น่าจะอยู่ในระดับ 1.6 – 1.9

ล้านบาท โดยประมาณ ในฐานะ คู่ประกบโดยตรงกับ MINI Countryman

——————————————

FERRARI (By Cavalino Motors)

612 Scaglietti Successors มาเมืองไทย ราวๆ กลางปี

458 Italia เปิดประทุน มาปลายปี  

หลังจาก Cavalino Motors ผู้จำหน่าย Ferrari อย่างเป็นทางการในไทย รายใหม่  อันเป็นธุรกิจ

ร่วมหุ้นกันของ ตระกูลอยู่วิทยา แห่งเครื่องดื่มกระทิงแดง และตระกูลภิรมย์ภักดี หรือ สิงห์ คอร์ปอเรชัน

เปิดตัวครั้งแรก เมื่อปี 2009 และได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า นำรถมารับบริการ กันมากถึง 100 คัน

จากจำนวนประชากร ม้าลำพองทั้งหมด 350 คันบนถนนเมืองไทย

ปี 2010 ทาง Cavalino Motors จัดงานเปิดตัว รถสปอร์ตรุ่นล่าสุด 458 Italia ซึ่งเป็นรุ่นเปลี่ยนโฉม

แบบ Full Modelchange ของ ตระกูล 430 Scuderia ไปเรียบร้อ เมื่อ 7 เมษายน 2010 ท่ามกลาง

แขกเหรื่อมากมาย ตัวรถ วางเครื่องยนต์ V8 ทำมุม 90 องศา 4,499 ซีซี 570 แรงม้า (PS) ที่ 9,000

รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด ถึง 540 นิวตันเมตร ที่ 6,000 รอบ/นาที พร้อมเกียร์ Dual Clutch 7 จังหวะ

แบบ F1 ติดป้ายราคา 25 ล้านบาท และรับสั่งรถเข้ามาตามออร์เดอร์ เท่านั้น ไม่มีการสต็อกรถ

แต่หลังจากนั้น ก็แอบมีข่าวจากต่างปรเทศชวนให้ตกใจนิดหน่อย เพราะมี 458 Italia ประสบเหตุ

ไฟไหม้ หลายครั้ง ทั้งในสหรัฐอเมริกา สวิสเซอร์แลนด์ ไปถึงประเทศจีน ในที่สุด 1 กันยายน 2010

Ferrari ก็ตัดสินใจ เข้าตรวจสอบรถที่เกิดปัญหาไฟไหม้ทั้ง 5 ราย และมีแนวโน้มว่าอาจจะต้อง Recall

รถรุ่นนี้ ที่จำหน่ายออกไปแล้ว ประมาณ 1,300 คัน ทั่วโลก เรายังไม่รู้ว่า 458 Italia ในเมืองไทย จะ

อยู่ในข่ายดังกล่าวหรือไม่ แต่ก็เชื่อแน่ว่า Cavalino Motors คงจัดการให้ได้เรียบร้อยเสร็จสรรพ

เพราะมีเครื่องมือ DEIS เอาไว้วิเคราะห์ปัญหากับช่างของ Ferrari ร่วมกันทั้งในไทยและอิตาลี

โดยตรง ผ่านทาง Internet

ส่วนปี 2011 นั้น Ferrari จะมีรถรุ่นใหม่ รอเข้ามาเปิดตัวในไทย 2 รุ่น ได้แก่ รถสปอร์ต เครื่องยนต์

วางด้านหน้า ขับเคลื่อนล้อหลัง แบบ FR 2 + 2 ที่นั่ง รุ่นเปลี่ยนโฉมใหม่ ตัวตายตัวแทนของ 612

612 Scaglietti จะเปิดตัวในตลาดโลก กลางปีนี้ และน่าจะตามเข้ามาเปิดตัวในไทย หลังจากนั้น

ไม่นานนัก

และในช่วงปลายปี จะมี 458 Italia เวอร์ชัน เปิดประทุน ตามเข้ามาสมทบกันในภายหลัง เครื่องยนต์

กลไกต่างๆ ก็ยกชุดมาาก 458 Italia หลังคาแข็งนั่นเอง เพียงแต่ว่า คราวนี้ วิศวกร Ferrari อย่าลืม

แก้ปัญหาเรื่องความร้อนด้วยนะจ้ะ เดี๋ยวไฟจะไหม้อีกละยุ่งเลย

——————————————

FORD

2011  : All New RANGER (Project Code : T6) World Premier Open Cab in March &  

           Go on Sales in September  

2012 :  All New FOCUS , EVEREST Full Modelchange, ESCAPE FADE OUT 

2013 :  Fiesta Minorchange  

สถานการณ์ของบริษัทแม่ ในสหรัฐอเมริกา จะสามารถเอาตัวรอด และฟื้นตัวจากวิกฤติเศรษฐกิจครั้งสำคัญ

ในปี 2008 – 2009 ได้อย่างรวเร็วกว่าคนอื่น แต่ก็เหนื่อยไปเยอะ โชคดีที่ การเปิดตัวรถรุ่นใหม่ๆ ในตลาด

อเมริกาเหนือ และยุโรป ช่วยให้ Ford กลับมาวิ่งเหยาะๆ ได้ว่องไวมากกว่าที่คาดกัน ถึงจะต้องเสียแบรนด์ดีๆ

อย่าง Jaguar และ land Rover ให้หลุดไปอยู่ในมือของ Tata Motors พร้อมกับการปลดแอก Mazda ด้วยการ

ขายหุ้น คืนฝั่งญี่ปุ่นเขาไป และล่าสุด ก็เพิ่งขายกิจการ Volvo Cars ให้ ผู้ผลิตรถชาวจีนจอมลอกเลียนแบบ

อย่าง Geely ไปเรียบร้อย

ส่วนเรื่องราวฝั่งเมืองไทย พนักงานของ Ford บนตึกเลครัชดา ต่างก็เพลียกายสุดอลัง กันตามคาด กับการ

เตรียมงานเปิดตัว B-Segment Sedan และ Hatchback รุ่น Fiesta กันตั้งแต่ก่อนเปิดตัว วันเปิดตัว เมื่อ

1 กันยายน ที่สยามพารากอน (อย่างเป็นทางการ ซะที) และหลังเปิดตัว มีสารพัดเรื่องราวปัญหามากมาย

ต้องแก้ แต่ก็ยังไม่ถึงกับผ่านพ้นช่วงเวลาวิกฤติ 3 เดือนแรก หลังเปิดตัว มาได้อย่างสบายนัก กระนั้น

ยอดขาย และปริมาณรถใหม่ บนถนน ก็พอให้ช่วย อุ่นใจระดับหนึ่งว่า งานนี้รอดตายกันหวุดหวิด แม้

จะโดนเสียงก่นด่าจากทั่วสารทิศ ตั้งแต่เรื่อง หนังสั้น ที่ทำออกมาแล้วมีเสียงคนด่า มากกว่าเสียงคนดู

จนถึงคุณภาพการประกอบของรถล็อตแรกๆ จากโรงงาน AAT ที่มีปัญหาเรื่องความเนี้ยบ อยู่ไม่น้อย

แถมด้วยความข้าใจผิด เรื่องคานเหล็กเสริมกันชนหลัง ที่ท้ายสุด Ford Thaland ต้องออกมาแก้ไขผ่าน

Facebook ว่า “ไม่มีนะคะ ขอโทษในความผิดพลาด แต่รับรองว่า ปลอดภัยในการชนแน่ๆค่ะ เพราะยึด

มาตรฐานสากลทุกประการค่ะ” ก็ว่ากันไป หลังากนี้ ถ้าจะปรับปรุง เปลี่ยนแปลงอะไร รอกันไปเลย

ปรับโฉม Minorchange ครั้งใหญ่ ในปี 2012 – 2013 ค่อยว่ากันอีกครั้งหนึ่ง

มหากาพย์ Fiesta ยังไม่ทันจางหาย ความวุ่นวายรายการใหม่ ก็ใก้จะมาถึงแล้ว เพราะในป 2011 นี้

Ford จะต้องเตรียมเปิดตัว รุ่นเปลี่ยนโฉมใหม่ทั้งคัน Full Model Change ให้กับ Ford Ranger ใหม่

รหัสโครงการ T6 ซึ่ง เพิ่งจะเผยโฉมแบบหมดเปลือก ไม่ต้องพรางตัวกันอีกต่อไป ในงาน Australia

Motor Show ที่ Sydney เมื่อ 14 ตุลาคม 2010 ที่ผ่านมา (พร้อมกับ Mazda BT-50 ใหม่ นั่นละ)

ความอลังการงานสร้างของ Ranger ใหม่ อยู่ที่เครื่องยนต์กับระบบส่งกำลัง Ford  เปิดเผยสเป็ก

ออกมาแล้วว่า ทั้งเวอร์ชันตลาดโลก และเวอร์ชันไทย จะใช้ขุมพลังใหม่ 3 ขนาด ในตระกูล

Duratorq TDCI เริ่มจาก เครื่องยนต์ Diesel 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 2,200 ซีซี Common Rail

Turbocharger 150 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 375 นิวตันเมตร หรือ 37.87 กก.-ม. ตามด้วย

รุ่นท็อป Diesel 5 สูบเรียง…(?) DOHC 20 วาล์ว 3,200 ซีซี Common Rail Turbocharger

ให้กำลังสูงสุด ถึง 200 แรงม้า (PS) ถือได้ว่า แรงที่สุดในบรรดารถกระบะบ้านเรา ทุกพิกัด

ไปเรียบร้อยแล้ว แถมยังมีแรงบิดสุงสุดมหาศาลถึง 470 นิวตันเมตร หรือ 47.47 กก.-ม.

และ สุดท้ายกับเครื่องยนต์เบนซิน Duratec 4 สุบ DOHC 16 วาล์ว 2,500 ซีซี หัวฉีด

อีเล็กโทรนิคส์ 166 แรงม้า (PS) แม้จะยังไม่ระบุแรงบิดสูงสุด แต่เครื่องยนต์เบนซินของ

Ranger ใหม่ สามารถใช้พลังงานทางเลือก E100 และสามารถติดตั้งก๊าซเชื้อเพลิง CNG/LPG

ในภายหลังได้อีกด้วย!!! ไม่เพียงเท่านั้น Ranger ใหม่ จะมีเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ และ

เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ให้เลือกอีกต่างหาก นอกเหนือจากเกยร์ธรรมดา 5 จังหวะ ในรุ่น

พื้นฐาน กระบะส่งของธรรมดาๆ

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการปรับปรุงช่วงล่างด้านหน้าแบบ คอยล์สปริง และด้านหลังแบบแหนบ

ให้นุ่มนวล ขึ้น และขับขี่มั่นใจยิ่งขึ้น เปลี่ยนมาใช้พวงมาลัยแร็คแอนด์พีเนียนเหมือนชาวบ้าน

เขาแล้ว อีกทั้งยังปรับปรุง ระบบเบรก ด้วยจานเบรคล้อหน้าขนาดใหญ่ ถึง 302 x 32 มิลลิเมตร

และคาลิเปอร์ 2 ลูกสูบ ซึ่งผลิตขึ้นจาก วัสดุ phenolic เพื่อลดน้ำหนักและช่วยให้ทนความร้อนดียิ่งขึ้น

ส่วนคู่หลังจะใช้ดรัมเบรคขนาด 270 x 55 มิลลิเมตร สำหรับรุ่น 2WD และขนาด 295 x 55 มิลลิเมตร

สำหรับรุ่น Hi-Rider และ 4×4 พร้อมระบบป้องกันล้อล็อก ABS และระบบกระจายแรงเบรก EBD

งานนี้ ถือว่า Ford ตั้งใจจัดของเล่นมาเต็มพิกัด เอาใจนักเลงรถกระบะกันอย่างเต็มที่ ใครที่คิดจะรอ

บอกกันไว้ได้เลยว่า ปลายไตรมาส 3 ของปี 2011 ราวๆ เดือนกันยายน เจอกันได้บนโชว์รูมใกล้บ้าน

ครบทุกรุ่นย่อย แต่ก่อนหน้านั้น Ford จะขนเวอร์ชัน ตู้กับข้าว หรือรุ่น บานแค็บเปิดได้ Open Cab

มาเผยโฉมครั้แรกในโลก กันก่อน ที่งาน Bangkok International Motor Show 2011 ปลายเดือน

มีนาคมนี้ ก่อนจะเริ่มขายจริง ช่วงเดือนกันยายน อย่างที่ได้บอกไปแล้ว

ส่วนใครที่เบื่อหน้า Ford Escape กันแล้ว มีข่าวมาอัพเดทให้ทราบว่า คุณจะทนเห็นหน้ารถรุ่นนี้ต่อไป

จนถึงแค่ ปี 2012 เท่านั้น เพราะ Ford กำลังเตรียมเปิดผ้าคลุม Compact Crossover SUV รุ่นใหม่ ที่จะ

มาทำตลาดแทน ทั้ง Escape ในตลาดโลก และ Kuga ในตลาดยุโรป มีกำหนดเปิดตัวในงาน Detroit

Auto Show ต้นเดือนมกราคมนี้ ไม่เพียงเท่านั้น SUV คันนี้ จะต้องทำหน้าที่เป็น Global Car อีกรุ่นหนึ่ง

นอกเหนือจาก Focus Fiesta Mondeo และ Ranger ใหม่ จะต้องรับหน้าที่นี้ไปแล้ว

พอถึงปี 2012 ใครที่รอคอยการเปลี่ยนโฉม Full Model Change ของ Ford Focus Compact Sedan และ

Hatchback รุ่นยอดฮิตของคนอังกฤษ ก่อจะถึงเวลาเปิดเซฟ ล้วงเงินจากไห ไปจองกันได้ เพราะโรงงาน

ประกอบรถยนต์แห่งใหม่ของ Ford ที่ระยอง จะสร้างเสร็จเรียบร้อย พร้อมกับการย้ายฐานประกอบ Focus

จาก โรงงาน Auto Alliance ในฟิลิปปินส์ มาอยู่ที่เมืองไทย เต็มตัว ซึ่งจะทำให้ Focus ใหม่ พร้อมเปิดตัว

ในเมืองไทย ช่วงปี 2012 อาจต้องรอนานกว่าที่คิดสักหน่อย แต่ คนของ Ford เขาบอกว่า คุ้มค่าต่อการรอคอย

จริงเท็จแค่ไหน รอดูวันเปิดตัว อีก 1 ปีครึ่งนับจากวันนี้

สำหรับ ECO Car นั้น นโยบายยังไม่เปลี่ยนแปลง Ford บอกว่า ไม่ขอเข้าร่วม เพราะมองว่า เป็นโครงการ

ที่มีความเสี่ยงค่อนข้างสูง ตั้งเป้ายอดผลิตปีละ 1 แสนคัน จะขายให้ใครที่ไหนกัน? ไม่เหมือนกับ กลุ่ม

B-Segment อย่าง Fiesta ที่ขายง่ายขายคล่องกว่ากันเยอะ แถมยัง ส่งออกไปขายในตลาดต่างประเทศ

ได้ง่ายกว่า

สิ่งที่ Ford Thailand ยังคงต้องทำการบ้านกันต่อไป คือ การปรับปรุงคุณภาพในการบริการหลังการขาย

เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นของลูกค้าให้คืนกลับมา ดีกว่านี้ ยิ่งช่วงที่ Fiesta เปิดตัวออกไปแล้ว ยิ่งต้อง

เร่งทำการบ้านข้อนี้ให้หนักขึ้นไปอีก มิเช่นนั้น Ford อาจจะสูญเสียลูกค้าไปเป็๋นจำนวนมาก ในอีก

ไม่กี่ปีข้างหน้า ซึ่งอาจจะทำให้ อนาคตของ Ford Thailand กลับมาเจอกับ วังวนเดิมๆ เหมือนเช่น

แต่ก่อน อีกครั้ง

——————————————

HONDA

2011 :  Febuary : Jazz Minorchange 

         :  March   :  BRIO (Project 2CV) 

         : August / September : City Minorchange 

         : November : ALL NEW CIVIC (PROJECT 2HC)  

           NO MORE CIVIC FOR JAPAN!!

2012 :  CR-V Full Modelchange / Jazz HYBRID (Are you sure?)

2013 : Accord + Accord HYBRID / Jazz Full Modelchange

2014 : City Full Modelchange (+ CNG) / Civic Minorchange

ปี 2010 เป็นปีที่ Honda ยังคงสนุกกับการกอบโกยยอดขายรถยนต์นั่ง ในแทบทุกรุ่น และเน้นหนัก

ไปทางกิจกรรมการตลาด ทั้ง Honda Racing Festival , Honda LPGA Golf Challenge , เทศกาลดนตรี

Honda Summer Festival ต้นเดือนพฤษภาคม และ Honda Winter Festival ต้นเดือนธันวาคม

ด้านความเคลื่อนไหวหลักๆ ในการปรับปรุงรถยนต์ ก็จะมีเพียงแค่ การเพิ่มรุ่นย่อยใหม่ Jazz Active Plus

เมื่อ 21 มิถุนายน 2010 ตามด้วย Civic 1.8 Modulo เมื่อ 30 สิงหาคม 2010 จากนั้น ก็ข้ามมาเป็น Accord

Minorchange เมื่อ 10 พฤศจิกายน 2010 รวมทั้ง ไฮไลต์สำคัญ คือการเผยโฉม เวอร์ชัน Prototype ของ

Honda BRIO ECOCar คันแรกเพื่อเมืองไทยและอินเดียในงาน Motor Expo 2010

แต่ในปี 2011 จะเป็นปีที่ Honda จะกลับมามีความเคลื่อนไหว คึกคักอย่างมาก เริ่มจากการปรับโฉม

ไมเนอร์เชนจ์ ให้กับ Sub-Compact Hatchback 5 ประตูสุดฮิตอย่าง Jazz หลังจากที่ปล่อยให้เวอร์ชัน

ญี่ปุ่นในชื่อ FIT ปรับโฉมไปก่อนแล้ว เมื่อเดือน กันยายน ที่ผ่านมา และในเมื่อยอดขายของ Jazz

ในบ้านเรา ยังดีอยู่ การยืดเวลาออกรุ่นไมเนอร์เชนจ์ ไปเป็นช่วงต้นปี 2011 ก็ยังไม่น่าจะช้าเกินการ

แต่อย่างใด โดย คราวนี้จะมีสีส้ม มาเป็นทางเลือกใหม่ และมีการปรับปรุงอุปกรณ์ภายในเล็กน้อย

คาดว่าจะออกสู่ตลาดได้ ภายในช่วงเดือน มกราคม – กุมภาพันธ์ นี้

จากนั้น ในเดือนมีนาคม จะถึงคิวของ Honda BRIO รถยนต์ ขนาดเล็กระดับ Sub-B Segment

รหัสโครงการ 2CV หรือที่รู้จักกันดีในไทยว่า เป็นรถยนต์กลุ่ม ECO Car ที่ Honda ซุ่มเตรียมงาน

มานานมาก ตั้งแต่ประมาณ ปี 2004 – 2006 แต่เพิ่งจะเผยรูปโฉมเวอร์ชัน Prototype ไปในงาน

Motor Expo 2010 สดๆร้อนๆ

BRIO ถือเป็นรถยนต์ Hatchback 5 ประตู ขนาดเล็กระดับโลกยุคใหม่ ที่มีขนาดเล็กกว่า Jazz

วางเครื่องยนต์ บล็อก 3 สูบ 1,200 ซีซี น้ำหนักเบา มีกำลังประมาณไม่เกิน 90 แรงม้า (PS)

ขับเคลื่อนล้อหน้า เกียร์ธรรมดา 5 จังหวะเป็นพื้นฐาน ส่วนเกียร์อัตโนมัติ เป็นแบบ 4 จังหวะ

พร้อมอุปกรณ์ความปลอดภัยจะไปโผล่ในรุ่นท็อป ซึ่งอย่างน้อยๆ ต้องมีถุงลมนิรภัยมาให้ 1 ลูก

ฝั่งคนขับมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

Honda จะส่ง BRIO เวอร์ชันจำหน่ายจริง เปิดตัวครั้งแรกในโลก ณ งาน Bangkok International

Motor Show ปลายเดือนมีนาคม 2011 โดยประธานใหญ่ของ Honda ประกาศแล้วว่า ราคาจะอยู่ที่

ระดับ 400,000 บาท

จากนั้น ในช่วงประมาณเดือนพฤษจิกายน ก็จะถึงเวลาที่ Civic รุ่นใหม่เปลี่ยนโฉมทั้งคัน

แบบ Full ModelChange รหัสโครงการ 2HC จะเปิดตัวสู่ตลาดเมืองไทย ตามติดการเปิดตัว

ในสหรัฐอเมริกา

อย่างไรก็ตาม จะไม่มีการทำตลาด Civic ใหม่ในญี่ปุ่นอีกต่อไป เนื่องจาก Civic มียอดขาย

ในแดนปลาดิบลดต่ำลงเรื่อยๆ จนในที่สุด เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา Honda ขาย Civic ใน

ญี่ปุ่น ได้แค่ 182 คันเท่านั้น ขณะที่ Civic HYBRID ก็ย้ำแย่ไม่แพ้กัน ขายได้เพียง 270 คัน

ดังนั้น Honda จึงต้องซุ่มพัฒนารถยนต์นั่ง Hybrid รุ่นใหม่ ที่จะประกบกับ Toyota Prius

ให้ชกกันได้สมศักดิศรี สมพิกัด มากยิ่งขึ้น

รูปร่างหน้าตา ก็คือ การนำ Honda City รุ่นปัจจุบัน มาขยายร่าง ผสมกับ เส้นสายของ Civic

รุ่นปัจจุบันเข้าไป เพียงแต่จะมีการปรับลดความยาวตัวรถให้สั้นลงกว่าเดิมนิดหน่อย ส่วน

ภายในห้องโดยสาร นึกถึงแผงหน้าปัดของ Civic FD รุ่นปัจจุบันเอาไว้ เพราะตำแหน่งของ

อุปกรณ์ต่างๆ และชุดมาตรวัดจะยังเหมือนเดิม เพียงแต่ จะดูเหลี่ยมสันตั้งชันกว่ารุ่นปัจจุบัน

ไม่ล้ำอวกาศไปไกลมากอย่างที่รุ่นเดิมเป็นอยู่

รายละเอียดของเครื่องยนต์ คาดว่า จะมีให้เลือกทั้งแบบเบนซิน 4 สูบ 16 วาล์ว 1,800 ซีซี และ

2,000 ซีซี ซึ่งเมืองไทย ก็จะยังมีเครื่องยนต์ 2 ขนาดดังกล่าวให้เลือกใช้กัน เพียงแต่จะมีการ

ปรับปรุงรายละเอียดทางเทคนิค เพิ่มขึ้นกว่าเดิม ส่วนในตลาดโลก จะมี Civic HYBRID วาง

เครื่องยนต์ IMA (Integrated Motor Assist) ออกมาให้เลือกใช้กันด้วยอย่างแน่นอน ขณะที่

เวอร์ชันอเมริกาเหนือ น่าจะยังคงมีรุ่นติดตั้งระบบก๊าซ CNG ให้เลือกใช้กันอีกด้วยตามเคย

โดย Civic ใหม่ รหัสโครงการ 2HC จะมีกำหนดเปิดตัวในเมืองไทย ก่อนหน้างาน Motor Expo

2011 ไม่กี่สัปดาห์ แต่เราจะได้ห็นเวอร์ชันต้นแบบ รุ่น Coupe กันก่อน ในงาน Detroit Auto Show

ต้นเดือนมกราคมนี้ จากนั้น  เวอร์ชันจำหน่ายจริง U.S Spec จะเปิดตัว เดือน สิงหาคม เป็นอย่างเร็วสุด

ข้ามไปดูปี 2012 กัน Honda มีกำหนดจะส่ง CR-V ใหม่ ออกสู่ตลาดโลก ในช่วงครึ่งหลัง

ของปี อย่างไรก็ตาม รายละเอียดของตัวรถ ก็ยังคงไม่มีหลุดเล็ดรอดออกมามากมายนัก ต้องรอ

จนกว่าจะถึงช่วงปลายปี 2011 เราจึงจะเริ่มเห็นความคืบหน้าของ CR-V ใหม่กันมากกว่านี้

เพราะ CR-V ใหม่ มีกำหนดเปิดตัวรุ่นใหม่ทั้งคัน ในเดือน กันยายน 2011 พร้อมกันทั้ง

ในสหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ดังนั้น เวอร์ชันไทย เจอกันได้ ต้นปี 2012 เป็นอย่างช้าที่สุด

เพราะต้องรอให้ Civic เปิดตัวในช่วงปลายปีไปก่อน ไม่เช่นนั้น ก็คงจะต้องแย่งกันโปรโมท

โดยไม่จำเป็น

เช่นเดียวกันกับ Honda Accord รุ่นต่อไป ซึ่งคาดกันว่า น่าจะเปิดตัวรุ่นเปลี่ยนโฉมใหม่ทั้งคัน

Full Model Change ในปี 2013 อันเป็นปีเดียวกันกับที่ Nissan จะเปิดตัว Teana ใหม่ รุ่นต่อไป

พอดีเป๊ะ ราวกับนัดแนะกันไว้ไม่มีผิด เพียงแต่ว่า ตอนนี้ ยังเร็วเกินไป ที่เราจะพูดถึงรายละเอียด

ของ Accord ใหม่ ว่าจะยังแยกตัวถังทำตลาดกันต่อไป หรือว่าจะยุบเวอร์ชันญี่ปุ่น-ยุโรป กันไป

เลยหรือไม่? เนื่องจากรถรุ่นปัจุบัน ถือว่า แค่พอจะทำตลาดไปได้เรือยๆ ทั้งในยุโรป และญี่ปุ่น

อันเป็น 2 ภูมิภาค ที่ยอดขายรถยนต์ในกลุ่ม D-Segment ยังคงซบเซาอย่างหนัก ต่อเนื่องมาตลอด

ตั้งแต่ 2 ปีก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม โครงการที่น่าจับตาดูต่อไปในอนาคตของ Honda ทั้งเมืองนอก และเมืองไทย

คือ การนำ Jazz HYBRID เข้ามาทำตลาด เนื่องจากว่า ก่อนหน้านี้ Honda เมืองไทยประกาศ

ชัดเจนว่า จะยังไม่ทำตลาดรถยนต์ Hybrid ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา แต่ด้วยกระแส

จากนั้น ในช่วงต้นปี 2012 เราอาจจะได้เห็น Jazz HYBRID ถูกส่งเข้ามาทำตลาดใน

เมืองไทย เพราะ ฮอนด้าเอง ก็ซุ่มทดสอบ และเก็บข้อมูลการใช้งานรถยนต์ไฮบริด

ในเมืองไทยกันมาหลายปีแล้ว คาดกันว่า เมื่อใดที่สำนักงานใหญ่ในญี่ปุ่น พร้อมเปิดตัว

ฮอนด้า ออโตโมบิลล์ ประเทศไทย ก็คงพร้อมจะสั่งเข้าสำเร็จรูปทั้งคันมาขายก่อน

ในระยะแรก จากนั้น จึงค่อยเตรียมขึ้นสายการผลิตในบ้านเรา เป็นลำดับถัดไป

และนั่นจะทำให้ ฮอนด้า กลายเป็นผู้ผลิตรายแรกในเมืองไทย ที่ผลิตรถยนต์ไฮบริด

ในพิกัดตัวถังระดับ Sub-Compact B-Segment ออกสู่ตลาดในบ้านเรา

ท้ายสุด แว่วมาว่า Honda กำลังอยู่ในระหว่าง เตรียมการ จับ City มาติดก๊าซ CNG

แต่กว่าจะเป็นรูปธรรมได้จริง ก็คงต้องรอกันอีกนาน เผลอๆ อาจต้องรอกันจนถึง

รุ่นใหม่ เปลี่ยนโฉม Full Model Change ทั้งคัน ที่คาดว่าจะมาถึงในปี 2014 ตาม

กำหนดการ

——————————————

HYUNDAI

2011 : SONATA YF ใหม่ เจอกัน มีนาคม ทั้งรุ่น 2.0 และ 2.4 ลิตร

           GENESIS Coupe รอลุ่น พวงมาลัยขวาตั้งไลน์กันต่อไป

3 ปีผ่านไป Hyundai Motor Thailand ผู้นำเข้าและจำหน่าย Hyundai รายใหม่ อย่างเป็นทางการ

ภายใต้การดูแลของ SOJITSU เทรดดิง คัมพานี รายใหญ่จากญี่ปุ่น พาร์ตเนอร์คู่ใจ Hyndai ทั่วโลก

ยังคงเก็บกวาดยอดขายรถตู้ H-1 กันอย่างต่อเนื่อง ในฐานะ รถยนต์รุ่นหลักเพียงหนึ่งเดียว ที่ยังคง

ทำตลาดต่อเนื่อง นับตั้งแต่เปิดบริษัทเมื่อปี 2007 เป็นต้นมา ช่วงปีที่ผ่านมา ก็เพิ่มรุ่นตกแต่งพิเศษ

แนว VIP ใช้ชื่อ Grand Starex เปิดตัวไปเมื่อเดือนพฤษจิกายนที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน Hyundai ก็ยังพยายาม ขอร้องบริษัทแม่ ส่ง SUV รุ่นล่าสุดอย่าง Tucson มาเปิดตัว

ในเมืองไทย เมื่องาน Bangkok International Motor Show ปลายเดือนมีนาคม 2010 และทาง

Headlightmag.com ก็ทำรีวิวรถรุ่นนี้ไปแล้วเรียบร้อย พร้อมกับรับทราบว่า ยอดขายนั้น ไปได้เรื่อยๆ

เพียงแต่ช่วงนี้ อาจมีปัญหาการประกอบไม่ทัน ผู้ผลิตชิ้นส่วน ส่งอะไหล่มาให้ทางโรงงานที่เกาหลี

ไม่ทัน ดังนั้น ใครจอง Tucson ไปแล้ว รอกันต่อไป ใจเย็นๆกันอีกสักนิด ดูเหมือนว่า ทุกอย่าง

ของ Hyunda ในเมืองไทย กำลังเริ่มต้นใหม่ ได้ดีขึ้น และตอนนี้ ก็ถึงเวลาแล้ว ที่จะต้องมองหา

รถยนต์รุ่นใหม่ๆ รายการต่อไปมาทำตลาดกันเสียที

ไฮไลต์สำคัญของ Hyundai ในปี 2011 นี้ คือการนำรถที่ผู้คนเฝ้ารอคอยมานานแสนนาน เข้ามา

เปิดตัวอย่างเป็นทางการเสียที รถรุ่นที่ว่านั้นคือ Hyundai Sonata YF ใหม่ สุดแสนจะโฉบเฉี่ยว

นั่นเอง การกลับมาของ Sonata คราวนี้ จะมีให้เลือก 2 ขุมพลังรวด คาดว่าจะมีทั้ง รุ่นเครื่องยนต์

Theta-II บล็อก 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว พร้อมระบบแปรผันวาล์ว CVVT มีทั้งขนาด 2.0 ลิตร

165 แรงม้า (PS) ที่เคยประจำการอยู่ใน Tucson ใหม่ และ 2.4 ลิตร 178 แรงม้า (PS) อันเป็น

เครื่องยนต์สำหรับตลาดส่งออกทั่วไป งานนี้ ถ้าใครอยากได้ความคุ้มค่า Hyundai เขาจะจัดให้

เต็มเม็ดเต็มหน่วยกันตั้งแต่รุ่นล่างสุดเลยทีเดียว มีสิทธิ์ลุ้นว่าจะได้เห็น หลังคากระจก หรือไม่

ก็อาจเป็นซันรูฟ กันตั้งแต่รุ่นถูกสุด เลยด้วยซ้ำ เมื่อเป็นเช่นนี้ เท่ากับว่า เรื่องออพชันติดรถนั้น

หายห่วงไปได้เลย ส่วนกำหนดเปิดตัว ?…ไวเกินคาด เจอกัน มีนาคม ก่อน Bangkok Motor Show !

แต่อาจต้องทำใจกับค่าตัว สักหน่อย ว่า น่าจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกันกับ Tucson ก็อย่างว่าละครับ

ทำอย่างไรได้ รถนำเข้า จ่ายภาษีเต็ม ทำราคาได้ ประมาณนั้น ก็ดีใจแทบแย่แล้ว

อีกรุ่นหนึ่งที่ยังต้องจับชีพจรกันอย่างต่อเนื่อง ก็คือ GENESIS รุ่น Coupe หนึ่งในรถรุ่นสำคัญ

สำหรับบุกตลาดอเมริกาเหนือของฮุนได เพราะขายดิบขายดี อย่างดี ทาบรัศมี เคียงบ่าเคียงไหล่

กับทั้ง BMW ซีรีส์ 3 คูเป้ และ Nissan Skyline Coupe / Infiniti G37 Coupe กันเลยทีเดียว ตอนนี้

เหลือเพียงแค่ว่า หากมีการเปิดไลน์ผลิตพวงมาลัยขวา เมื่อไหร่ ตลาดเมืองไทย เจอกันได้เร็วขึ้น

เพียงแต่ อย่างที่ผมเคยกล่าวไว้ในบทความเดียวกันนี้ เมื่อปีที่แล้วว่า หากจะนำเข้ามา ควรเป็นรุ่น

2.0 Turbo ถ้าราคาไม่เกิน 2.4 ล้านบาท ลูกค้ารออุดหนุนเพียบแน่ๆ เพราะรุ่น V6 24 วาล์ว 3.7 ลิตร

300 แรงม้า นั้น ราคา น่าจะกระชากกระเป๋าไปหยุดอยู่เฉียด 3 ล้านบาทปลายๆ ซึ่งน่าจะขายได้

เพียงแค่ไม่กี่คันเท่านั้น

ส่วนชะตากรรมของ Hyundai i10 และ i20 อันเป็นรถยนต์ Sub-Compact Hatchback 5 ประตูนั้น

เจอปัญหาบางประการ ทำให้ตั้งราคาได้ยากเย็นยิ่ง จนดูเหมือนว่า ยังต้องรอกันอีกต่อไประยะหนึ่ง

เผลอๆ อาจต้องรอรุ่นเปลี่ยนโฉม Model Change กันไปเลย น่าจะดีกว่า

—————————————–

(ภาพจาก www.CarAdvice.com.au)

ISUZU

2011 : THE NEXT D-MAX “PROJECT Code : RT-50 ” ประมาณ ไตรมาส 3

2012 : ALL NEW RT50 SUV (MU-7 REPLACEMENT)

2013 : RT-50 Minorchange

2014 : RT-50 BIG Minorchange ต้อนรับ Toyota IMV-2

ต้องขอยอมรับด้วยจิตคารวะกันตรงนี้เลยว่า ตรีเพชร อีซูซุ เซลส์ ประเทศไทย ยังคงกลับมาครอง

ความเป็นอันดับ 1 ในตลาดรถกระบะบ้านเราไว้ได้อย่างเหลือเชื่อ ไม่ว่า Toyota จะพยายามเล่น

กิจกรรมทางการตลาดทุกวิถีทาง ก็แทบจะไม่สะเทือน Isuzu มากนัก แม้ว่า จะต้องเจอเกมภาคบังคับ

ต้องปรับโฉมรถกระบะ D-Max ครั้งสุดท้าย เพื่อกระตุ้นตลาดต่อเนื่องไปถึง ปี 2011 แต่ปีที่ผ่านมา

พี่หมู ปนัดา เจนณวาสิน และทีมงาน ของตรีเพชรฯ ก็ยังคง สรรหามุขใหม่มาสร้างความตะลึง

พรึงเพริดให้แก่วงการอุตสาหกรรมยานยนต์เมืองไทย กันได้อย่างน่าอัศจรรย์

เพราะไม่มีใครคาดคิดว่า Isuzu จะเอากล้องมองภาพ ซึ่งแต่เดิม ติดตั้งไว้ด้านหลังรถ แสดงผลผ่าน

จอมอนิเตอร์ ของชุดเครื่องเสียง KENWOOD พร้อมระบบนำทางi-Genie จาก GARMIN ช่วยใน

การถอยจอด เอามาติดตั้งไว้ที่กระจังหน้า เพื่อช่วยมองทางข้างหน้า เวลาขับออกจากซอย ได้อีก

แถมคราวนี้ ยังปรับภาพลักษณะเจ้าชายลูกทุ่ง ก๊อต จักรพรรณ ให้กลายเป็นหนุ่มร่วมสมัย ได้อย่าง

ลงตัว งานนี้ Isuzu ก็เลยยังคง “เดินหน้ารวย” จาก D-Max Minorchange รุ่นสุดท้ายที่มีชื่อคล้าย

บัตรเครดิต (ตามเคย) ว่า “Super Titanium” กันต่อไป

ปี 2011 จะกลายเป็นปีที่ มีความสำคัญต่ออนาคตของ Isuzu ในเมืองไทยอย่างมากเพราะจะเป็นปีที่

มีการเปิดตัวรุ่นเปลี่ยนโฉมใหม่หมดทั้งคัน ของ Isuzu D-Max ซึ่ง ยังคงอยู่ในระหว่างการพัฒนา

ภายใต้รหัสโครงการ RT-50 โดยในปีที่ผ่านมา เริ่มมีภาพ Spyshot ของรถ Prototype หลุดออกมา

จากสื่อมวลชนฝั่งยุโรป (และ Headlightmag.com ของเรา ก็เอามาเผยแพร่ในเมืองไทยก่อนใคร

อีกตามเคย ^_^)

ส่วนความเคลื่อนไหวในเมืองไทยนั้น ตอนนี้ ในโรงงาน Isuzu ในเมืองไทย มีรถ Prototype อยู่ในมือ

ได้สักพักใหญ่แล้ว และคาดว่าช่วงนี้ จะอยู่ในระหว่างการเตรียมตัว เริ่มต้นทดสอบเก็บข้อมูล และยืนยัน

ความทนทานของชิ้นส่วน กันบนถนนหลวงต่างๆ รายละเอียด ของตัวรถนั้น ค่อนข้างแน่ชัดแล้วว่า

งานออกแบบจะมีความแตกต่างจากเวอร์ชันฝาแฝด Chevrolet Colorado รหัสโครงการ GMI 700

ไปค่อนข้างมาก และมีงานออกแบบด้านหน้า ที่เน้นความโค้งมนขึ้นกว่าเดิม รวมทั้งจะมีขนาดตัวถัง

ใหญ่โตกว่าทั้งรุ่นปัจจุบัน และใหญ่โตใกล้เคียงกันกับคู่แข่งในตลาดทั้งหมด เครื่องยนต์ จะถูกพัฒนา

ขึ้นใหม่ บนพื้นฐานจากเครื่องยนต์เดิม ทั้งขนาด 2,500 และ 3,000 ซีซ มีทั้งเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ

และเกียร์อัตโนมัติ ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่า เป็น 4 หรือ 5 จังหวะกันแน่ อย่างไรก็ตามบานแค็บเปิดได้

น่าจะมีมาให้ได้เลือกใช้กัน

กำหนดคลอดอย่างเป็นทางการนั้น จะเกิดขึ้นในช่วง ปลายไตรมาส 3 ปี 2011 นี้ อันเป็นฤดูกาล

ที่ Isuzu มักใช้เปิดตัวรถรุ่นใหม่ของตนอยู่แล้ว ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และจะเปิดตัวก่อน

เวอร์ชันฝาแฝด รุ่นเปลี่ยนโฉม Full Modelchange ของ Chevrolet Colorado GMI 700 แน่นอน

แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงนั้น ไม่ได้อยู่ที่ตัวรถ หากแต่อยู่ที่ แนวทางการทำตลาด ซึ่งนอกจากจะต้องสร้าง

ความหลากหลายในทางเลือกให้เพิ่มมากขึ้นแล้ว ยังต้องปรับภาพลักษณ์ใหม่ เพื่อเอาใจกลุ่มลูกค้า

วัยรุ่น ทั้งในเมือง และต่างจังหวัด เพื่อดึงให้คนกลุ่มนี้ หันมาใช้รถกระบะกันมากขึ้น เพราะนี่คือ

หนทางเดียว ที่จะช่วยดึงให้แบรนด์ของ Isuzu ยังอยู่ในใจของลูกค้าวัยรุ่นหนุ่มสาว ได้ต่อไป

ซึ่ง ตรีเพชรฯ เอง ก็กำลังพยายามทดลองอยู่ กับรุ่น X-Series ซึ่งยังต้องรอดูผลตอบรับกันใน

ระยะยาว ต่อไป

ส่วนใครที่อยากได้ เวอร์ชัน SUV หรือรุ่นเปลี่ยนโฉมของ MU-7 นั้น ข่าวที่แน่นอนแล้วก็คือ

รถรุ่นใหม่จะถูกสร้างขึ้นบน โครงสร้างพื้นฐานของ D-Max ใหม่ RT-50 ส่วนรายละเอียด

ในเชิงลึกนั้น ยังไม่มีหลุดออกมามากไปกว่า กำหนดการเปิดตัว ที่จะเริ่มต้นออกสู่สายการผลิต

ในช่วงต้นปี 2012 ตามเดิม

จากนั้นในปี 2013 และ 2014 Isuzu คงต้องปรับโฉม Minorchange ย่อย ให้กับรถกระบะ RT-50

กันต่อไป ปีละ 1 ครั้ง โดยเฉพาะในปี 2014 นั้น อาจต้องมีการปรับเปลี่ยนหน้าตา ให้โฉบเฉี่ยว

ยิ่งขึ้นกว่ารุ่นแรก เพื่อเตรียมรับมือ การเปิดตัวระดับอลังการงานสร้างของ Toyota Hilux รุ่น

เปลี่ยนโฉมใหม่ทั้งคัน Full Model Change IMV-2 ที่จะเกิดขึ้นในช่วงกลาง ถึงปลายปี 2014

Previous Post

N2709009_เห นคนป วย ไม วยไม พอ แถมย งจะขโมยของเขาอ #หน งส #หน งส นสะท อนส งคม_part2

Next Post

N2709018_ความร กท แท จร อเราต องด แลก นและก #หน งส #หน งส นสะท อนส งคม_part2

Next Post
N2709018_ความร กท แท จร อเราต องด แลก นและก #หน งส #หน งส นสะท อนส งคม_part2

N2709018_ความร กท แท จร อเราต องด แลก นและก #หน งส #หน งส นสะท อนส งคม_part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N0601067 บได คาเต ยง ภรรยาไม โวยวาย part2
  • N0601061 ลาจากก นคร งน ขอให เป นการลาท part2
  • N0601056 เร มต นร กใหม ได งความใส ใจและอยากด แล (1) part2
  • N0601057 อย าค ดว าค มเกม แต มด สภาพต วเองตามเขาไม part2
  • N0601058 ไม เจอก นมาส บป ยย งไม เหม อนเด part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.