• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N2709005_โดนคนบ ขโมยรถไปเฉยเลย (พ คตอนจบ)#หน งส #หน งส นสะท อนส งคม_part2

admin79 by admin79
September 24, 2025
in Uncategorized
0
N2709005_โดนคนบ ขโมยรถไปเฉยเลย (พ คตอนจบ)#หน งส #หน งส นสะท อนส งคม_part2

สภาพ ตลาด รถยนต์ เมืองไทย ในปี 2011 ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นช่วงเวลาอันแสนสาหัส ผู้ผลิตรถยนต์ฝั่งญี่ปุ่น
ทุกราย แทบกระอักเลือด จากทั้งวิกฤติการณ์แผ่นดินไหว พร้อมสึนามิ ในพื้นที่เขต Tohoku ประเทศญี่ปุ่น
จนชิ้นส่วนรถยนต์ขาดแคลน โรงงานและศูนย์วิจัยพัฒนาบางส่วนเสียหาย กว่าจะฟื้นกลับมาได้ ต้องรอ
จนถึงเดือนกันยายน – ตุลาคม

ยังไม่ทันที่การฟื้นตัวจะกลับมาเต็มรูปแบบ ก็มาบังเกิดเหตุการณ์มหาอุทกภัยในแถบพื้นที่ราบลุ่มภาคกลาง
ของไทยกระหน่ำซ้ำเติมอีก เกิดการชะงักงันไปหมดทุกภาคส่วน คราวนี้ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์จำนวนมาก
รวมทั้งผู้ผลิตรถยนต์อย่าง Honda ถึงกับแปรสภาพกลายเป็นผู้ประสบภัย กว่าจะกอบกู้ฟื้นฟูสภาพโรงงานได้
ก็ต้องใช้เวลานับจากนี้ไปอีกหลายเดือน อีกทังยังต้องหาผู้ผลิตชิ้นส่วนอะไหล่ รายใหม่ซึ่งไม่ได้รับผลกระทบ
จากน้ำท่วมมากนัก เข้ามารับงานผลิตชิ้นส่วนทดแทนโรงงานที่โดนน้ำท่วม ซึ่งสูญเสียรายได้ไปมหาศาล และ
ยังกระทบกระเทือนไปถึงผู้ผลิตชาวยุโรป และอเมริกันอีกด้วย

นี่ยังไม่นับเหตุการณ์สำคัญอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม ต่อโลก ทั้งการลุกขึ้นมาประท้วง
เพื่อปลดแอกตัวเองของชาวมุสลิมในประเทศแถบตะวันออกกลาง การไล่ล่าปลิดชีพ นาย Osama Bin Laden
ผู้ก่อการร้ายสุดระห่ำ จนสำเร็จของ รัฐบาล นายบารัค โอบามา เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2011 การถึงแก่กรรม
ของ Steve Jobs ผู้ก่อตั้งบริษัท Apple และ PiXar เมื่อ 6 ตุลาคม 2011 ตามด้วย การสังหารพันเอกโมอัมมาร์
กัดดาฟี อดีตจอมเผด็จการระดับจ้าวโลกแห่งลิเบีย โดยฝีมือของกลุ่มปฏิวัติลีเบีย เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2011

(เอ..จะว่าไป 5 บรรทัดข้างบนนี้ ก็ไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับวงการรถยนต์บ้านเราเท่าไหร่เนาะ?….แหะๆ )

ในปี 2012 นั้น แนวโน้มที่จะเกิดขึ้น ในวงการอุตสาหกรรมรถยนต์ของประเทศไทย นับจากนี้เป็นต้นไป
มีหลายประเด็นหลัก ให้รอดูกันต่อไป ทั้งการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์ หลัง
มหาอุทกภัยภาคกลาง ในช่วงไตรมาสแรก ผู้ผลิตที่ได้รับผลกระทบจะอยู่ในช่วงเวลาหาแหล่งเงินทุนสำรอง
เพื่อกู้ยืมมาซ่อมแซมอาคาร สถานที่ และเครื่องจักรที่ได้รับความเสียหาย บางส่วนจะต้องซื้อเปลี่ยนใหม่ ซึ่ง
จะช่วยให้ธุรกิจเครื่องจักรกล เพื่อโรงงานอุตสาหกรรม จะได้รับอานิสงค์ผลบุญ กระเตื้องขึ้นทันตาเห็น แต่
อาจมีผู้ประกอบการบางราย ที่ประสบปัญหา คำสั่งซื้อมายืนอออยู่หน้าโรงงาน แต่ไม่อาจหาเงินทุนมาซ่อม
เครื่องจักรได้ ทำให้ไม่อาจดำเนินธุรกิจต่อได้ และอาจต้องถึงขั้นแจกแพให้พนักงาน (ลอยแพ) กันเป็นแถว
อย่างเช่นที่เกิดขึ้นกับโรงงานบางแห่ง ในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ พระนครศรีอยุธยาในตอนนี้  ซึ่งภาครัฐ
และหน่วยงานด้านการคลังที่เกี่ยวข้อง จำเป็นจะต้องใช้เครื่องมือทางการเงิน เข้าช่วยเหลือผู้ประกอบการ
กลุ่มหลังนี้โดยเร่งด่วน

จากการคาดการณ์ เป็นไปได้ว่า ในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ (หากไม่มีเหตุการณ์ธรรมชาติใดๆมาซ้ำเติมอีก)
อุตสาหกรรมยานยนต์ และชิ้นส่วนอะไหล่ จะซบเซาอย่างหนัก ในเดือนมกราคม และกุมภาพันธ์ เพราะ
ทุกค่าย ต่างพากันเลื่อนแผนการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ออกไป เนื่องจาก ผู้ผลิตชิ้นส่วนหลายรายต่างไม่พร้อม
จะจัดส่งอะไหล่ตามคำสั่งซื้อ

ผลที่ตามมาก็คือ ผู้บริโภค มีกำลังซื้อรออยู่ ส่วนหนึ่ง แต่ผู้ผลิตรถยนต์จะไม่สามารถส่งมอบรถยนต์ได้ครบ
ตามจำนวน ทันเวลาที่กำหนด รถยนต์บางรุ่น รอกัน 1-2 เดือน บางรุ่นบางยี่ห้อ รอไปเลย ไม่มีกำหนดแน่ๆ
เพราะโรงงานต้องฟื้นฟูเยอะ

สถานการณ์น่าจะเริ่มเข้าสู่ช่วงฟื้นตัวได้ชัดเจน ในช่วงงาน Bangkok International Motor Show เดือนมีนาคม
อันเป็นช่วงเวลาที่ผู้บริโภคจะพากันแห่ซื้อรถยนต์ มากที่สุด 1 ใน 2 ช่วงของแต่ละปีเป็นประจำอยุ่แล้ว

ตามด้วย แนวทางในการป้องกันปัญหาอุทกภัยของอุตสาหกรรมยานยนต์ เชื่อว่าต่อจากนี้ผู้ประกอบการทั้งหมด
จะต้องหามาตรการที่เหมาะสมของตนเอง ในการป้องกัน หรือบรรเทาผลกระทบที่เกิดจากน้ำท่วม บทเรียนจาก
ปีนี้ จะถูกนำไปใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้น สำหรับการปรับปรุงแผน และอุปกรณ์ การสร้างคันดินกั้นน้ำ ทั้งชั่วคราว
และถาวร

ขณะเดียวกัน นโยบาย “รถคันแรก” ที่ถูกทำคลอดออกมาในช่วงเดือนตุลาคม (จังหวะเดียวกับช่วงน้ำท่วมพอดี
เล่นเอาข่าวนี้ เงียบไปเลย) โดยจะมีการคืนภาษีเป็นส่วนลดในการซื้อรถยนตืใหม่ เป็นคันแรกในชีวิต เป็นเรื่องดี
ก็จริงอยู่ แต่ในเมื่อผู้ผลิตรถยนต์ ไม่อาจผลิตรถยนต์ป้อนตลาดได้ตามปกติ แถมประชาชนจำนวนไม่น้อย ยัง
ประสบปัญหาต้องใช้เงินฟื้นฟูจากช่วงน้ำท่วม ทำให้ ตัวเลขของประชาชน ที่เข้าร่วมโครงการซื้อรถคันแรก
อาจจะไม่มากเท่าที่ประมาณการกันไว้  และเท่ากับว่า โครงการนี้ อาจไม่ประสบความสำเร็จ เพราะอาจจะ
ช่วยเหลือประชาชนได้ไม่ถูกทาง

อย่างไรก็ตาม ด้วยเหตุที่ผู้ผลิตค่ายใหญ่ๆ มีปัญหาในการผลิตและส่งมอบรถยนต์ ทำให้ ผู้ผลิตรถยนต์แบรนด์
พระรอง ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมน้อยกว่า และสามารถส่งมอบรถยนต์ให้ผู้บริโภคได้ทันที จะก้าวขึ้นมา
ยืนเทียบบ่าเคียงไหล่กับเจ้าตลาดมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์นั่ง ECO Car รถยนต์กลุ่ม B-Segment 1.4 – 1.6 ลิตร
รถยนต์กลุ่ม C=Segment Compact Class 1.6 – 2.0 ลิตร และรวมทั้งรถกระบะ 1 ตันเศษ ที่จะมีการแข่งขันกัน
อย่างดุเดือดรุนแรงมากยิ่งขึ้น เพราะหลังจากที่ Isuzu Toyota Nissan Mitsubishi Mazda Ford Chevrolet ทะยอย
ปรับเปลี่ยนรูปโฉมทั้งคัน ไปจนถึง การวางเครื่องยนต์ให้แรงทะลุโลก และต้องผ่านมาตรฐานไอเสีย Euro-IV
มีผลบังคับใช้ในปีนี้ ทำให้ตลาดรถยนต์บ้านเราน่าจะสนุกสนานมากกว่าเดิม หากไม่มีปัจจัยการเมือง หรือภัย
ธรรมชาติใดๆมาแทรกแซงกันอีก (ซึ่งมีแนวโน้มว่า อาจจะเกิดขึ้นได้)

ขณะเดียวกัน การปรับราคาก๊าซ LPG และ CNG ให้สูงขึ้นไปอยู่ในระดับใกล้เคียงความจริงมากยิ่งขึ้น ก็จะมีผล
ทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคบางส่วนที่จะซื้อรถยนต์นั่ง หรือรถกระบะเครื่องยนต์เบนซิน จะเริ่มพิจารณาให้
ถี่ถ้วนยิ่งขึ้น แต่จะไม่มีผลมากนัก กับผู้บริโภค ที่ใช้งานรถยนต์ติดก๊าซ ทั้ง 2 ประเภทอยู่แล้ว เพราะยังไงๆ ก็
จำเป็นต้องใช้งานต่อไป และได้ควมประหยัดค่าเชื้อเพลิงอย่างชัดเจนเห็นๆกันคุ้มพออยู่แล้ว

อีกประเด็นที่ต้องจับตาดูคือ แนวทางในการส่งเสริม อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า ให้เป็น Product Champion
ตัวที่ 3 ของอุตสาหกรรมรถยนต์ในไทย ซึ่งนอกจากจะต้องส่งเสริมการลงทุน และสร้างแรงจูงใจให้ผู้บริโภค
หันมาอุดหนุน และทดลองซื้อรถไฟฟ้ามาใช้งานด้วยแล้ว การเตรียมโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐและเอกชน
รวมทั้ง ระบบสาธารณูปโภค เพื่อรองรับรถยนต์พลังไฟฟ้า Electric Vehicles (EV) ยังต้องจับตาดูกันต่อไป

และในฐานะผู้ส่งออกยานยนต์กับชิ้นส่วนอะไห่ รายสำคัญของโลก ความเปลี่ยนแปลงในตลาดรถยนต์
Indonesia เป็นเรื่องน่าจับตามอง เพราะยอดขายที่เพิ่มขึ้น อาจส่งผลให้กลายเป็นตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุด
ในภูมิภาคอาเซียน แซงหน้าประเทศไทยของเรา ซึ่งจะเกิดขึ้นในแง่ปริมาณกำลังซื้ออย่างแน่นอน แต่จะ
ยังไม่รวมถึงคุณภาพในด้านการประกอบรถยนต์ อันเกิดจากทักษะ และฝีมือแรงงานในภาคการผลิตของ
ไทย ที่จะยังคงมีศักยภาพ เหนือชั้นกว่าประเทศใดในภูมิภาคเดียวกันอยู่ดี แต่เราอาจจะเห็นการใช้สิทธิ
ประโยชน์จาก เขตการค้าเสรี AFTA โดยผู้ผลิตรถยนต์ ทั้งแบรนด์ใหญ่ และรายย่อยเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่อง
จากช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

เป็นประจำทุกต้นปีที่ J!MMY จะเขียนบทความสรุปความเคลื่อนไหวของปีที่แล้ว รวมทั้งสรุปความ
เคลื่อนไหว ของบรรดารถรุ่นใหม่ๆ ที่จะเปิดตัวในปีใหม่นี้ พร้อมข้อมูลการพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่ล้ำ
ไปไกลล่วงหน้าก่อนสื่อรายใดถึง 3 ปี เผยแพร่ลงในเว็บไซต์ Headlightmag.com เป็นประจำ ทุกต้นปี
เพื่อเป็นของกำนัล สำหรับคุณผู้อ่าน ใช้เป็นข้อมูลในการเตรียมวางแผนซื้อรถยนต์ล่วงหน้า หรือสำหรับ
เป็นข้อมูลในการตัดสินใจ ของผู้คนในแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์

และในปี 2012 นี้ ก็เช่นเดียวกัน ความเคลื่อนไหวในตลาดรถยนต์เมืองไทยนับจากนี้ จนถึงปี 2015
จะเป็นอย่างไร จะมีรถยนต์รุ่นไหนเข้ามาผลิต และเปิดตัวในบ้านเรา ให้ได้เป็นเจ้าของกันบ้าง มี
เทคโนโลยีอะไรที่จะเข้ามาให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัสกันบ้าง ทุกอย่าง รออยู่ในบรรทัดข้างล่างนี้
ทั้งหมดแล้ว…

***หมายเหตุ***
 
1. ปีนี้ จะยังคงไม่มีความเคลื่อนไหว ของรถยนต์จากประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ เหมือนปีที่แล้วอยู่ดี เนื่องจาก
ไม่เพียงแค่ยากต่อการติดตามข่าว หากแต่ยังหาความแน่นอนในการทำตลาดทั้งจากผู้ผลิตชาวจีน และผู้จำหน่าย
ฝั่งไทยได้ยากมาก รายปัจจุบันที่มีอยู่ ก็มีทั้งพยายามฮึดสู้ และเตรียมจะเก็บโครงการเข้าลิ้นชัก หากในอนาคต
ถ้ามีความเคลื่อนไหวในไทยมากกว่านี้ ค่อยเจอกันในบทความ 2013 – 2016 ในช่วงสิ้นปี 2012
 
2. ข้อมูลทั้งหมดในบทความนี้ ได้รับการตรวจสอบและยืนยันแล้วว่าถูกต้อง ตรงตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นล่าสุด
ณ วันที่นำบทความชิ้นนี้ ขึ้นเผยแพร่ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไป อาจมีข้อมูลดิบและ/หรือข้อมูลที่กลั่นกรองแล้ว
ปรากฎขึ้นอีกได้ตลอดเวลา ข้อมูลเหล่านั้นอาจจะคลาดเคลื่อนหรือเพิ่มเติมข้อมูลเดิมจากบทความชิ้นนี้
ย่อมเป็นไปได้ และเกิดขึ้นได้ทั้งสิ้น ทุกเมื่อ เนื่องจากรายงานข่าวประเภทเจาะโครงการลับ หรือ Spyshot
นั้น ไม่มีสื่อมวลชนเล่มใด รายใดในโลก ที่สามารถรายงานได้ถูกต้อง ตรงตามความเป็นจริง 100% ต่อให้
เป็นฝรั่งมังค่าก็ตาม คุณผู้อ่านควรติดตามข่าว “ด้วยวิจารณญาณ เหตุผลในเชิงตรรกะ หรือเกมการตลาด
อย่างปราศจากอคติ” รวมทั้งศึกษาจากข้อมูลที่ปรากฎอยู่ในสื่ออื่นๆ ประกอบกันด้วยอยู่เสมอ

3. หากอยากจะนำบทความชิ้นนี้ ไปเผยแพร่ที่ไหน กรุณาติดต่อมาที่ JIMMY@headlightmag.com  
เพื่อ ขออนุญาตกันเสียให้ถูกต้องตามธรรมเนียม ก่อนจะนำไปเผยแพร่ ต่อไป ทั้งนี้ ขอสงวนสิทธิ์ในการ
อนุญาต เพื่อให้นำไปเผยแพร่ เพื่อเป็นประโยน์แก่สาธารณชน และ ไม่ใช่เพื่อนำไปใช้หากินใดๆ
เมื่อได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ได้ ขอความกรุณา ขึ้นเครดิตของผู้เขียน และทำลิงค์ มายัง เว็บไซต์
Headlightmag.com ให้ถูกต้องเรียบร้อยด้วย การนำบทความไปเผยแพร่ต่อ โดยไม่ขึ้นเครดิตให้
และไม่มีการบอกกล่าวมายังข้าพเจ้า ถือเป็นการ ละเมิดลิขสิทธิ์ ผู้ละเมิด จะถูกดำเนินคดี ตามที่
กฎหมายบัญญัติไว้ สูงสุด โดยไม่มีการยอมความใดๆทั้งสิ้น!

(โดยเฉพาะพวกหน้าด้าน copy ไปโพสต์ในเว็บบล็อกตัวเองกันโครมๆ คิดว่าไม่เห็นกันเลยใช่ไหม
ถ้าเตือนกันดีๆ แล้วถ้ายังไม่ฟัง ก็จะต้องเจอไม้แข็งกันเสียบ้าง นะ ไอ้พวกมักง่ายชอบสวมรอย!
แค่ส่งอีเมล์มาขอนำไปลงเว็บกันดีๆ ผมก็อนุญาตแล้ว ไม่เห็นจะยากเย็นวุ่นวายนักหนา หากไม่ใช่
เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้า ก็ยินดีอนุญาตให้นำไปเผยแพร่เกือบจะทุกรายอยู่แล้ว แค่ว่าใส่ชื่อ
ผู้เขียน ชื่อเว็บไซต์ และทำลิงค์ให้เว็บไซต์ของเราด้วย แค่นี้เอง หวังว่าคงไม่ยากไปนะครับ!)

——————————————
ALFA ROMEO / FIAT
เงียบหาย ?

เวลาผ่านไปอีก 1 ปี สำหรับการรอคอยให้ PNA Group พระนครยนตรการ ภายใต้ชื่อของบริษัท
Thai Prestige Automobile สั่งนำเข้า Alfa Romeo รุ่นใหม่ๆ มาเปิดตัวในบ้านเรา แต่จนถึงป่านนี้
ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้าไปกว่า ข่าวการทุ่มงบลงทุน 50 ล้านบาท ในการปรับปรุงรูปโฉมของ โชว์รูม
และศูนย์บริการเดิม บนถนนพหลโยธิน (เยื้องตึกช้าง ใกล้สี่แยกรัชโยธิน) ให้แล้วเสร็จ

แต่ดูเหมือนว่า ตอนนี้ สถานการณ์ก็ยังเงียบอยู่ รู้แค่ว่าบริษัทยังไม่ปิดทิ้งหนีหายไปไหน แต่ถ้า
ความเคลื่อนไหวยังเงียบอยู่ขนาดนี้ อนาคตของแบรนด์อิตาเลียนแท้ ๆทั้ง Alfa Romeo และ Fiat
ก็จะตกอยู่ในความเสี่ยง ที่จะโดนกลืนหายไปกับเวลาแน่ๆ สักวันหนึ่ง

——————————————
Aston Martin
DB9…..?

แบรนด์ Aston Martin โผล่กลับเข้ามาอยู่ในทำเนียบรถยนต์ที่มีแผนจะเปิดตัวในเมืองไทยอีกครั้ง
หลังจากมีกระแสข่าวว่า ทางกลุ่ม British Motor และผู้นำเข้ารายย่อย Auto Exchasnge อยากจะสั่ง
Aston martin DB9 เข้ามาทำตลาด ในฐานะ ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทย แต่จนถึงตอนนี้
ก็ยังไม่ลงตัว คงต้องติดตามเฝ้าดูกันต่อไป

——————————————–

Audi
คงต้องพึ่งพา ยนตรกิจ , MTM Thailand และ ผู้ค้ารายย่อยกันไปก่อนตามเคย

แม้จะรู้ดีว่า สักวันหนึ่ง Audi AG บริษัทในเครือของ Volkswagen Group ก็จะต้องเข้ามาทำตลาด
ในเมืองไทยเอง แต่การรอคอยนั้น ดูจะกลายเป็นเรื่องไกลห่างจากความจริงออกไปเรื่อยๆ เพราะ
ปีที่ผ่านมา ทั้งยนตรกิจ MTM Thailand และผู้นำเข้ารายย่อย ต่างก็สั่งนำเข้า รถยนต์ Audi มาขาย
กันแบบตามใจตนเองไปหมด

ยนตรกิจ เปิดตัว Audi A8 ใหม่ คันเบ้อเร่อเบ้อร่า แต่เมื่อมองผ่านๆแบบไม่ได้สนใจนัก รูปลักษณ์
กลับชวนให้เข้าใจผิดว่าเป็นแค่ A4 รุ่นเล็กซะอย่างนั้น ขณะเดียวกัน MTM-Thailand ก็สั่งนำเข้า
A7 มาตกแต่ง และเพิ่มสมรรถนะให้แรงขึ้น ขายกันในราคา 7 ล้านกว่าบาท ส่วน Grey Market
หรือผู้นำเข้ารายย่อย ก็เลือกที่จะเลี่ยงการปะทะ ด้วยการยืนหยัดสั่งนำเข้าทั้ง น้องเล็ก A1 ตามด้วย
SUV รุ่น Q5 และรถสปอร์ตทั้งรุ่น TT กับ R8 ทะยอยกันเข้ามาเรื่อยๆ อย่างสะเปะสะปะ

ปีนี้ ได้ยินมาว่า ทางยนตรกิจ คิดจะสั่งนำเข้า A6 ใหม่ มาเปิดตัวในบ้านเรา ขณะที่ MTM Thailand
ก็ง้าวศรเล็ง เพ่งนำเข้า Audi S7 (เวอร์ชันแรงกว่า ของ A7) รวมทั้ง A1 Hatchback 5 ประตู ที่เพิ่ง
เปิดตัวไปใน Tokyo Motor Show ต้นเดือนธันวาคม 2011 มาสร้างสีสัน ในจำนวนไม่มากนัก
ขณะเดียวกัน ปีนี้ ควรจับตาดูการเปลี่ยนโฉมของ Audi TT อีกทั้งยังต้องรอดูรถยนต์รุ่นใหม่ๆ
ที่ผู้นำเข้าแต่ละราย จำเป็นต้องเลือกให้ถูกต้อง และเหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าจริงๆ
เช่น Q3 ซึ่งมีขนาด ไม่ได้เล็กไม่ได้ใหญ่ไปกว่า Q5 มากมายเลย ดังนั้น จะทำราคาให้ย่อมเยา
ลงมาจนต่างกันได้นั้น เห็นทีว่าเป็นเรื่องยาก

ส่วนใครคิดจะซื้อ Audi จากผู้นำเข้ารายย่อย อาจต้องเช็คสเป็กกันให้ดี เพราะตั้งแต่รถรุ่นปี 2011
เป็นต้นไป จะมีการติดตั้งอุปกรณ์บางอย่างในห้องเครื่องยนต์ ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับระบบจ่ายเชื้อเพลิง
และดูเหมือนว่า จะมีวิธีการแก้ปัญหาโดยเฉพาะ ดังนั้น โปรดสอบถามผู้จำหน่ายของคุณเรื่องนี้ให้ดี
 
——————————————

BENTLEY
Continental GTC Convertible & New V8 4.0 507 BHP

ปีที่ผ่านมา Bentley Thailand  (AAS) มีงานสำคัญอยู่ที่ การจัดงานเปิดตัว รุ่นเปลี่ยนโฉม Full Model Change
ของ Bentley Continental GT รถยนต์ คูเป้ 4 ที่นั่ง คันเก่ง รุ่นขายดีที่สุดของตน เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2011
ที่ผ่านมา แทบจะสังเกตได้ว่า ปีก่อนหน้านี้ งานเปิดตัว Bentley Mulsanne ในเมืองไทย ก็ใช้ฤกษ์งาม
ยามดี ช่วงเดือนกันยายน เช่นเดียวกัน

ในเมื่อรุ่น Coupe 2 ประตู เปิดตัวไปแล้ว ดังนั้น ปีนี้ จึงต้องมีรุ่นเปิดประทุนในชื่อ Bentley Continental
GTC Convertible ตามมาเคียงคู่กันด้วย โดยนอกจากจะมีขุมพลังเดิม บล็อก W 12 สูบ DOHC 6,000 ซีซี
Twin Turbocharger  575 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตร ซึ่งเติมน้ำมันเบนซินได้หลากหลาย
ตั้งแต่ น้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่วปกติ ไปจนถึง แก็สโซฮอลล์ E85 ได้ จากโรงงานเลยทีเดียวแล้ว ยังจะมี
เครื่องยนต์ใหม่ บล็อกเล็กลง V8 สูบ DOHC 32 วาล์ว 4.0 ลิตร High Output 507 แรงม้า อันเป็นเครื่องยนต์
ที่ประจำการอยู่แล้วใน Audi บางรุ่น มาติดตั้งลงในทั้งตัวถัง Coupe และเปิดประทุนอีกด้วย แต่ขุมพลังใหม่
จะพร้อมเปิดตัวได้ในช่วงปลายปี 2011

คาดว่า การเปิดตัว รุ่นเครื่องยนต์ W12 น่าจะอยู่ในช่วงตั้งแต่ งาน Bangkok International Motor Show
เรื่อยไปจนถึงเดือน กันยายน 2012 ตามฤกษ์งามยามเดิม ก็อาจเป็นไปได้ แต่สหรับรุ่นเครื่องยนต์ V8
เราอาจต้องรอกันจนถึงปี 2013 ขึ้นอยู่กับว่า โรงงาน Crewe ที่อังกฤษ จะส่งรถมาถึงบ้านเรา เมื่อใด?

——————————————

BMW / MINI
2012 : The All New 3-Series (F30)  320d CBU & 320i New 2.0 Turbo Engine
           New 520i & Z4 sDrive 20i / MINI Roadster / MINI Countryman Diesel / Paceman
2013 : All New MINI Next Generation

2011 ถือได้ว่า เป็นปีที่ BMW ประเดิมสร้างกระแสด้วยการเปิดตัว ประธานคนใหม่ กันที่โชว์รูม
BMW แห่งใหม่ย่านบางนา แถมยังทำเซอร์ไพรส์ แก่สื่อมวลชน ด้วยการ นำ BMW ซีรีส์ 6 ใหม่
ล่าสุด ตัวถังเปิดประทุน ที่เพิ่งเผยโฉมในโลกได้ยังไม่ทันครบ 3 สัปดาห์ บินมาอวดโฉม กัน
อย่างไวฟ้าผ่า

ด้วยผลบุญบารมีดังกล่าว ก็เลยทำให้ BMW Thailand รับทรัพย์จาก BMW X1 Crossover SUV
รุ่นเล็กสุดของตนอย่างมาก เพราะตั้งแต่เปิดตัวด้วยราคาเขย่าตลาด 2,149,000 บาท พนักงานขาย
ในแต่ละผู้จำหน่าย ถึงกับเหงื่อตก เพราะไม่รู้จะหารถที่ไหนมาส่งมอบได้ครบ ทันเวลา จนต้อง
รอกันข้ามปีเลยทีเดียว

พอเข้าสู่ช่วงงาน Bangkok International Motor Show ก็ยังมี X3 xDrive 20d ประกอบในประเทศ
ตามมาล้วงกระเป๋าจากลูกค้าไปอีกเยอะ คิวส่งมอบรถยาวจนต้องรอกันถึงกลางปี 2012 เลยทีเดียว

เว้นช่วงมาถึง Motor Expo จู่ๆ BMW ก็สั่งนำเข้า 520d Touring ตัวถัง Station Wagon มาดักคอ
ผู้นำเข้าอิสระกันไว้อีก ชนิดว่า หมดทางหากินกันไปพอสมควร (ตั้งแต่ มีนโยบาย ล็อกรหัสรถ
ให้ตรงกับประเทศปลายทางที่รถคันนั้นจะถุกส่งไปขาย เริ่มใช้ทั่วโลกตั้งแต่เดือนเมษายน 2010)

ปิดท้ายกับกิจกรรมในช่วงปลายปี ด้วยการกระตุ้นตลาด X1 ด้วยการหั่นราคาลงมาจนถูกมาก เหลือ
แค่ 1.9 ล้านบาท เท่านั้น พร้อมกันนี้ ยังจัดกิจกรรม ร่วมกับภาพยนตร์ Mission Impossible 4 ของ
Tom Cruise ด้วย BMW ซีรีส์ 6 รุ่นหลังคาแข็ง 640i กันเป็นรุ่นปิดอำลาปี
 
ย่างเข้าปี 2012 ใครที่รอจะซื้อรถยนต์ในกลุ่ม Premium Compact เตรียมเก็บเงินไว้ได้เลย BMW กำลัง
จะส่ง ซีรีส์ 3 รุ่นเปลี่ยนโฉมใหม่ Full Model Change รหัสรุ่น F30 ที่เพิ่งเปิดตัวในตลาดโลกสดๆร้อน
เข้ามา เปิดตัวในตลาดโลก ช่วงงาน Bangkok International Motor Show เดือนมีนาคมนี้ ชนิดที่ว่า
เกาะติดตลาดโลกกันอย่างฉับไวเลยทีเดียว ก่อนที่เวอร์ชันประกอบในประเทศ แบบ CKD (SKD)
จะเปิดตัวตามออกมาในปี 6 เดือนให้หลัง
 
โดยรุ่นแรกที่จะเปิดตัวก่อนเพื่อนคือ 320d CBU นำเข้าจากเยอรมันทั้งคัน เอาใจคนรักความแรงจาก
ขุมพลัง Diesel 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 2.0 ลิตร Turbo Common-Rail 184 แรงม้า (PS) จาก ซีรีส์ 3 รุ่น
320d ตัวถัง E90 เดิม และรุ่น 320i เครื่องยนต์ใหม่ เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 2.0 ลิตร Turbo
184 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 270 นิวตันเมตร

ซึ่งเครื่องยนต์ใหม่นี้ มีประจำการอยู่แล้วใน BMW Z4 sDrive20i ที่เพิ่งออกจำหน่ายในบ้านเรา ที่
งาน Motor Expo เดือนธันวาคมที่ผ่านมา เป็นงานแรก และในปี 2012 เครื่องยนต์ใหม่นี้ จะตามมา
ประจำการลงใน BMW 520i รุ่นย่อยใหม่ลำดับที่ 5 ซึ่งจะออกสู่ตลาดบ้านเรา ภายในปี 2012 นี้
และในช่วงปลายปี มีลุ้นกับการปรับโฉม Minorchange ของ ซีรีส์ 7 อัตรยานยนต์หรูสุดในตระกูล

ข้ามมาดูแบรนด์ในเครือ เชื้อชาติอังกฤษ อย่าง MINI ปี 2011 ที่ผ่านมา นอกเหนือจากการนำเข้า MINI
Countryman เวอร์ชัน Crossover SUV ของ รถเล็กผู้ครองโลกแฟชัน รุ่นนี้ รวมทั้ง MINI Coupe ที่
เปิดตัวในประเทศไทย ณ งาน Motor Expo พร้อมกันกับ ในประเทศญี่ปุ่น ใน Tokyo Motor Show
ชนิดที่ว่า เปิดตัว วันเดียวกันเป๊ะ!

คราวนี้ก็จะถึงคิวของ อีก 2 รุ่นที่เหลือ นั่นคือ Mini Roadster ที่เพิ่งเผยโฉมไปในงาน Frankfurt
Motor Show เดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในงาน Bangkok International
Motor Show มีนาคม นี้ พร้อมกับ MINI Countryman ขุมพลัง Diesel Turbo CommonRail 
ซึ่งเป็น MINI เครื่องยนต์ diesel Turbo แท้ๆ คันแรกในประวัติศาสตร์ของ MINI และจะต้องปิดท้ายด้วย
Countryman แบบ 2 ประตู ยกสูง ในชื่อ MINI Paceman ภายในช่วงต้นปี 2012 และจะต้องนำเข้ามา
เปิดตัวในบ้านเรา ภายในปี เดียวกัน โดย Paceman จะใช้เครื่องยนต์กลไก และงานวิศวกรรม ร่วมกับ
MINI Countryman เป็นหลัก

เพราะหลังจากนั้น ในปี 2013 MINI ยุคใหม่ เจเนอเรชันที่ 3 นับตั้งแต่มาอยู่ในรั้วบ้าน BMW
ก็จะต้องเปิดตัวออกสู่ตลาดโลกตามกำหนดการเดิมกันแล้ว

——————————————

CHEVROLET
2012 : TRAILBLAZER 2.8 6AT Only (NEW SUV Based on Colorado GMI 700) / SPARK from Indo
           CRUZE New 2.0 Diesel Engine / NEW AVEO (PROJECT T300) 1.4 1.6
2013 : Compact Minivan (Project codename : PM-7) Import from Indonesia

ปี 2011 เป็นปีแห่งการฉลองครบรอบ 100 ปีของแบรนด์ Chevrolet ทั่วโลก และ GM Thailand ก็ใช้ปีนี้
เป็นปีแห่งการเปิดตัวรถกระบะ Chevrolet Colorado ใหม่ทั้งคัน จากโครงการ GMI 700 กันอย่างเอิกเกริก
เริ่มต้นด้วย การจัดงานเผยโฉม เวอร์ชันต้นแบบในชื่อ Chevrolet Colorado Show Truck บนโป๊ะยักษ์
พร้อมแสง สี เสียง อลังการ ตระการตา รวมทั้งขนสารพัดรถกระบะยุคอดีต มาจัดงานในบรรยากาศกึ่ง
ย้อนยุค ณ ห้องประชุม สโมสรกองทัพเรือ เมื่อ 21 มีนาคม 2011 และขนไปจัดแสดงในงาน Bangkok
International Motor Show ในลำดับถัดไป

ล่วงเข้ากลางปี Chevrolet Captiva Minorchange กระจังหน้าบานทะโร่ ก็เปิดตัวเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2011
ดึงเอา มอส ปฏิภาณ และภรรยา (คุณเกม) มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ในช่วงแรก เปิดตัวด้วยเครื่องยนต์เบนซิน
ECOTEC 2.4 ลิตร บล็อกใหม่ 168 แรงม้า (PS) พร้อมระบบนำทาง Navigation System มาให้ในรุ่นท็อป
ส่วนรุ่นเครื่องยนต์ Diesel บล็อกใหม่ 2.0 ลิตร CRDi ตามมาแบบเงียบเชียบ ในช่วงครึ่งหลังเดือนตุลาคม
ก่อนน้ำท่วมกรุงเทพฯทิศเหนือ ราวๆ 2 สัปดาห์

ส่นว เวอร์ชันจำหน่ายจริงของ Colorado ใหม่ เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ ในบรรยากาศเวทีจำลองทุ่งข้าวโพด
ณ BITEC เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2011 เพียงแต่ในช่วงเปิดตัว จะมีเฉพาะรุ่น X-Cab พร้อมบานแค็บเปิดได้
จากนั้น รุ่น 4 ประตู C-Cab ก็ตามออกมา ในรูปแบบตัวถัง 4 x 4 ยกสูง เปลี่ยนขุมพลังใหม่ มาใช้เครื่องยนต์
ของตนเอง ที่ผลิตจากโรงงาน GM Powertrain แห่งใหม่ บนพื้นฐานศูนย์การผลิตรถยนต์ ในจังหวัดระยอง
ที่เปิดตัวไปในเดือนกันยายน 2011 พอเปิดตัวปุ๊บ น้ำก็เริ่มท่วม และ GM ก็เริ่มต้นช่วยเหลือสังคม หลังงาน
ฉลองครบรอบ 100 ปี ที่โรงงานในระยอง เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2011 ด้วยสารพัดกิจกรรมที่จำกันไม่ไหว

และในช่วงปลายปี งาน Motor Expo เราก้ได้เห็นรถยนต์ต้นแบบ MiRay จาก GM Design Studio ที่เกาหลีใต้
กับรถยนต์ต้นแบบ EN-V มาอวดโฉมคู่กันบนแท่นหมุนในงานดังกล่าว เป็นการปิดฉากปี 2011 ไปได้ด้วยดี
แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอยู่บ้าง ในด้านชิ้นส่วนการประกอบรถกระบะ Colorado แต่ในไลน์ผลิต
ของรถเก๋ง Cruze Aveo และ Captiva แทบไม่ได้รับผลกระทบเลย

ปี 2012 นี้ นอกจาก GM / Chevrolet จะเริ่มประเดิมปี ด้วยการขนเอา Chevrolet Voltz รถยนต์พลังไฟฟ้า 
(แต่ใช้เครื่องยนต์ช่วยปั่นไฟอย่างเดียว) มาอวดโฉมพร้อมกับรถยนต์ต้นแบบ EN-V ที่ยังคงอยู่ในเมืองไทย
ไม่ได้ขนส่งกลับไปไหน มาอวดโฉมกันในงาน B.O.I. Fair ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคมนี้ เป็นต้นไปแล้ว ยังจะ
เป็นปีที่ ยักษ์อเมริกัน จะต้องเตรียมส่งรถยนต์ รุ่นใหม่แกะกล่อง 3 ตัวถังรวด และบรรดารถยนต์รุ่นพิเศษ
ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง

นั่นจะทำให้ปีนี้ ถือว่าจะเป็นปีอันน่าตื่นตาตื่นใจสำหรับ GM / Chevrolt เพราะ พวกเขา จะเริ่มเอาจริง
เอาจังมากกว่าทุกปีก่อนหน้านี้ และถือเป็นปีที่จะมีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ถอดด้าม มากที่สุดเท่าที่
พวกเขาเคยทำมาในปีเดียว

เริ่มด้วย Chevrolet Trailblazer หรือเวอร์ชัน SUV ของ รถกระบะ Colorado ใหม่นั่นเอง รูปโฉมก็จะ
เหมือนกับ เวอร์ชัน Prototype ที่เห็นอยู่ในภาพนี้ ซึ่งเพิ่งเปิดผ้าคลุมกันไปในงาน Dubai International
Motor Show เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2011 ที่ผ่านมา เพื่อเตรียมประกบ Toyota Fortuner , Mitsubishi
Pajero Sport , Ford Everest และ Isuzu MU-7 ซึ่งเป็นรถยนต์ SUV ที่สร้างขึ้นบนพื้นฐานโครงสร้าง
ของรถกระบะเหมือนกันทั้งสิ้น

Trailblazer เป็นชื่อที่ GM / Chevrolet เคยใช้ใน SUV ขนาดกลางสำหรับตลาดอเมริกาเหนือในช่วง
ปลายทศวรรษที่ 1990 ก่อนจะถูกแทนที่ด้วย Chevrolet Equinox ในเวลาต่อมา ชื่อ Trailblazer กลับมา
อีกครั้ง ในฐานะของ SUV ที่สร้างบนพื้นฐานของ Colorado ใหม่ตามออกมาอีกด้วย โดยขุมพลังจะ
ยกมาจาก รถกระบะ Colorado นั่นเอง และมีให้เลือกเพียงแบบเดียวนั้นคือ DURAMAX Diesel 4 สูบ
DOHC 16 วาล์ว 2.8 ลิตร Common Rail Turbocherger พร้อม Intercooler 180 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด
470 นิวตันเมตร และมีเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะให้เลือกเพียงแบบเดียวเท่านั้น ภายในตกแต่งเหมือนกับ
Colorado รุ่นท็อป และมีเบาะนั่งให้ 3 แถว

Trailblazer ทั้ง 3 – 4 รุ่นย่อย จะมีกำหนด ขึ้นสายการผลิต เดือนกุมภาพันธ์ 2012 ตามด้วยการเปิดตัวใน
ช่วงงาน Bangkok International Motor Show ปลายเดือนมีนาคม ไม่กี่สัปดาห์ และจะทำตลาดจริงทันที

ในงานเดียวกัน Chevrolet Cruze ก็จะมีการยกขุมพลัง Diesel 2.0 ลิตรเดิมออก แล้ววางเครื่องยนต์ใหม่
Diesel 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 2.0 ลิตร ที่ยกมาจาก Chevrolet Captiva Diesel CRDi รุ่น Minorchange
163 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 360 นิวตันเมตร เชื่อมด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ลูกเดิม เปิดตัวอย่าง
เป็นทางการเสียที หลังเจอโรคเลื่อนจากแผนเดิมที่ตั้งใจจะเปิดตัวในงาน Motor Expo ธันวาคม 2011
ด้วยเหตุผลจากประเด็นน้ำท่วมเป็นหลัก

หลังจากนั้น จะถึงคิวของ การเปลี่ยนโฉมใหม่ทั้งคันให้กับ Chevrolet AVEO รหัสโครงการ T300
ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนโฉม Full Modelchange ครั้งใหญ่ คราวนี้ จะมาให้เลือกกันครบทั้งตัวถัง Sedan
4 ประตู และ Hatchback 5 ประตู เส้นสายภายนอกของตัวถัง Sedan 4 ประตู จะคล้ายกับ Mitsubishi
Lancer EX อย่างมาก ขณะที่รุ่น Htachback 5 ประตู จะมีบั้นท้ายเป็นเอกลักษณ์ ไม่เหมือนใคร
และคราวนี้ พวกเขาจะใช้ชื่อ เหมือนในสหรัฐอเมริกา ว่า Chevrolet Sonic ชวนให้นึกถึงมอเตอร์ไซค์
Honda รุ่นเก่าขึ้นมาดื้อๆ (ฮา)

รายละเอียดด้านวิศวกรรม จะยังคงสร้างขึ้นบนพื้นตัวถัง GAMMA สำหรับรถยนต์ขนาดเล็ก ของ GM
ในเวอร์ชันไทย จะมีมาให้เลือกครบถ้วน ทั้งเครื่องยนต์ 1,400 ซีซี และ 1,600 ซีซี  เพื่อจะมาประกบ
กับ Ford Fiesta และเหล่าบรรดารถยนต์พิกัด B – Segment Sub – Compact Class ตั้งแต่ Toyota Vios
กับ Yaris , Honda City กับ Jazz , Mazda 2 ฯลฯ

การออกแบบห้องโดยสาร มาในสไตล์คล้ายคลึงกับ พี่ใหญ่รุ่น Cruze แต่ชุดมาตรวัดจะมาในแนวทาง
คล้ายกับ Honda Life รุ่นปี 2005 มีมาตรวัดรอบแบบเข็มอนาล็อก แต่มาตรวัดความเร็วเป็นแบบ Digital
ออกแบบเป็นรูป รูกุญแจขนาดใหญ่ สวยงาม และเอาใจกลุ่มลูกค้าที่ติดจะซื้อรถคันแรกในชีวิต

เวอร์ชันตลาดโลก ออกขายกันมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2010 แล้ว แต่ในเมืองไทย อาจต้องรอกันจนถึง
ช่วงครึ่งหลังของปี 2012

ล่วงเข้าปี 2013 GM / Chevrolet ยังเตรียมแผนสำหรับบุกตลาดโลก ด้วยรถยนต์ Compact Minivan 7 ที่นั่ง
รุ่นใหม่ล่าสุด รหัสโครงการ PM-7 ที่ถูกพัฒนาขึ้น บนพื้นตัวถัง Gamma ร่วมกับทั้ง Opel/Vauxhall Corsa
และ Chevrolet Aveo T300 ใหม่ในบ้านเราด้วย ภายใต้การดูแลของ GM Brazil ซึ่งรับหน้าที่เป็นแม่งาน
ของโครงการนี้ คาดว่าเวอร์ชันไทยจะใช้เครื่องยนต์ใหม่ ขนาด 1.5 ลิตร PM-7 มีกำหนดจะขึ้นสายการผลิต
และเปิดตัวในอินโดนีเซีย ต้นปี 2013 และมีแผนจะเข้ามาเปิดตัวในเมืองไทย อย่างเร็วที่สุดช่วงกลางปี 2013

——————————————


 
CITROEN
2012 January – Febuary : DS4 1.7 – 1.8 ล้านบาท
2012 June – July : C-Crosser ประมาณ 1.5 ล้านบาท
2012 November – December :  DS5 Stylish Minivan

ตลอดปี 2011 ที่ผ่านมา DAD ยนตรกิจ ในฐานะผู้จำหน่ายรถยนต์ Citroen เพียงผู้เดียวในบ้านเรา
เดินหน้าจัดกิจกรรมการตลาด ช่วยกระตุ้นยอดขายของรถยนต์นั่ง Premium Compact Hatchback
3 ประตู รุ่น DS3 ไปได้เรื่อยๆ นับตั้งแต่เปิดตัวในบ้านเรา เมื่อเดือนธันวาคม 2010 จนถึงวันนี้ มี
ยอดขายสะสมรวมกันทั้งสิ้น เกินกว่า 100 และแตะอยู่ 200 คัน แล้ว ไม่เพียงเท่านั้น รถตู้คันเขื่อง
อย่าง Citroen Jumper ก็เริ่มปรากฎเรือนร่างอันใหญ่โตมหึมา ให้เห็นบนถนนในกรุงเทพฯ เพิ่ม
มากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากหั่นราคาลงมาเหลือระดับ 2 ล้านบาทปลายๆ พอจะช่วยให้ อนาคตของ
ค่ายจ่าโท ฝรั่งเศส ภายใต้การดูแลของ DAD ยนตรกิจ ดูมีความหวังในการเดินหน้าต่อไป

ที่แน่ๆ Citroen DS3 Racing ขุมพลังตัวแรง เกียร์ธรรมดา พวงมาลัยขวา ที่ผลิตออกมาในโลกนี้
เพียง 200 คันนั้น โดยบ้านเราได้รับโควต้ามา 2 คัน ติดป้ายราคา 2.8 ล้านบาท และถูกนำมาเปิดตัว
ในงาน DAD Ultimate Auto Showcase ที่ Siam Paragon เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2011 ที่ผ่านมา
ก็ขายออกไปหมดเรียบร้อยแล้ว!

ในปี 2012 จะถือเป็นปีที่ Citroen มีความเคลื่อนไหว ในเรื่องการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ มากที่สุด
เท่าที่เคยมีมาในเมืองไทย เพราะงานนี้ DAD ยนตรกิจ เตรียมแผนเปิดตัวรถใหม่ไว้มากถึง 3 รุ่น
เพื่อจะต่อยอดการทำตลาดตระกูล Citroen ให้ต่อเนื่อง หลังได้รับอานิสงค์ความสำเร็จของ DS3

เริ่มต้นเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ ด้วย Citroen DS4 จากเดิมที่มีแผนเปิดตัวในงาน Motor Expo
เดือนธันวาคมที่ผ่านมา ก็ต้องเลื่อนมาเปิดตัวในช่วงนี้ นั่นหมายความว่า ตอนนี้ มีรถตัวอย่าง จอด
อยู่ในเมืองไทยเรียบร้อยแล้ว

Citroen DS4 เผยโฉมคันจริงครั้งแรกเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2010 และเปิดตัว บนแท่นหมุนในงาน
Paris Auto Salon เดือน กันยายน 2010 และเริ่มทะยอยเปิดตัวออกสู่ตลาดในประเทศต่างๆ ไม่เว้น
แม้แต่ในญี่ปุ่น ก็เริ่มมีให้เห็นบนท้องถนนในกรุง Tokyo บ้างแล้ว

ตัวรถมีความยาว 4,270 มิลลิเมตร กว้าง 1,810 มิลลิเมตร สูง 1,530 มิลลิเมตร ออกแบบขึ้นโดยนำ
เส้นสายมาจากรถยนต์ต้นแบบ Citroen DS High Rider Concept จากงาน Geneva Motor Show
เดือนมีนาคม 2010 นั่นเอง วางเครื่องยนต์ 5 ขนาด แบ่งเป็นเบนซิน บล็อก 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว
1,600 ซีซี เลือกได้ 3 ระดับความแรง ทั้งรุ่น VTi 120 แรงม้า (HP) รุ่นติดตั้ง Turbo THP 150 แรงม้า
(HP) หรือแรงสุด กับระดับ 200 แรงม้า (HP) ส่วนเครื่องยนต์ดีเซล มีให้เลือกในรุ่น 4 สูบ DOHC
16 วาล์ว HDI Commonrail Turbo เลือกได้ทั้งขนาด 1,600 ซีซี 110 แรงม้า (HP) และขนาด 2,000 ซีซี
160 แรงม้า (HP) มาพร้อมเทคโนโลยีดับเคื่องยนต์เองขณะจอดติดไฟแดง Idle Start/Stop

ค่าตัวของ Citroen DS4 น่าจะป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆ 1.7 – 1.8 ล้านบาท กำหนดเปิดตัว อย่างเร็วสุดคือ
มกราคม – กุมภาพันธ์นี้ อย่างช้าที่สุดคืองาน Bangkok International Motor Show เดือนมีนาคม

ล่วงเข้าช่วงกลางปี Citroen C Crosser SUV จะเป็นรถยนต์รุ่นถัดไป ที่ถูกวางตัวให้เข้ามาทำตลาด
เพื่อตอดส่วนแบ่งลูกค้า จากทั้ง Honda CR-V Chevrolet Captiva Hyundai Tucson และแม้แต่
Skoda Yeti คาดว่า เครื่องยนต์ น่าจะเป็นแบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 2.0 ลิตร พร้อมเกียร์อัตโนมัติ
และระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติ จุดเด่นก็คือ ถ้าเห็นหน้าตาแล้ว คุ้นๆ อย่าสงสัย เพราะมันก็คือ
Mitsubishi Outlander นั่นเอง เนื่องจาก C Crosser เป็นรถยนต์ในโครงการความร่วมมือกันระหว่าง
กลุ่ม Mitsubishi Motors กับ PSA Peugeot Citroen Group แห่งฝรั่งเศส ในการสั่งซื้อรถเข้าไปขาย
ในยุโรป และบางประเทศในโลก หมายความว่า หากในอนาคต หาอะไหล่เครื่องยนต์และช่วงล่าง
ไม่ได้แล้ว สามารถ หาอะไหล่ของ Mitsubishi ประกอบใส่ทดแทนกันได้แทบจะทันที! การเปิดตัว
ในเมืองไทย จะมีขึ้น ราวๆ กลางปี ด้วยค่าตัวประมาณ 1.5 ล้านบาท หรืออาจต่ำกว่านั้น!

ส่งท้าย ในเดือนพฤศตจิกายน – ธันวาคม ด้วยการเตรียมเปิดตัว Citroen DS5 Premium Stylish
Minivan สุดโฉบเฉี่ยว ที่เพิงเปิดตัวไปหมาดๆ เมื่องาน Frankfurt Motor Show เดือนกันยายน
ที่ผ่านมา คาดว่าน่าจะเป็นรุ่นเครื่องยนต์ Diesel HYBRID แต่ยังไม่มีการกำหนดค่าตัวอย่างแน่ชัด
เพราะตอนนี้ ยังมีเรื่องปวดกบาลในการทำราคารออยู่อีกมาก

แต่ต้องถือว่า 2012 เป็นปีที่ น่าตื่นตาตื่นใจของ Citroen กันเสียที หลังจากที่ไม่ได้เห็นกันมานานแล้ว !

——————————————

FERRARI (By Cavalino Motors)
2012 : 458 Spyder / All New 599
2013 : 458 Lightweight

ปี 2011 Cavalino Motor สั่งนำเข้า Ferrari FF รถสปอร์ตขับเคลือน 4 ล้อ 4 ที่นั่ง ที่สามารถใช้งานใน
ชีวิตประจำวันได้ จัดงานเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2011 ที่ผ่านมานี้เอง ด้วยราคา 31,175,000 บาท
พร้อมการรับประกัน 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง เป็นอันว่า ในปีนี้ Cavalino Motor เอง ก็ดำเนินกิจการ
ไปได้ด้วยดี ทั้งจากยอดผู้ใช้รถ Ferrari ที่นำรถมาเข้าศูนย์บริการ Authorized Dealer เพิ่มขึ้น รวมทั้ง
ยอดสั่งจองของ รุ่น California และ 458 Italia ที่ยังคงมีคิวส่งมอบรถ ยาวถึงต้นปีนี้

ย่างเข้าปีใหม่ 2012 แฟนๆม้าลำพองสีแดงก็น่าจะรอลุ้นการมาถึงของ Ferrari 458 Spyder เป็นหลัก
เพียงรุ่นเดียวในเบื้องต้น

458 Spyder เผยโฉมครั้งแรกเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2011 และมีการเปิดตัวให้ได้สัมผัสคันจริงกันเป็น
ครั้งแรกในงาน Frankfurt Motor Show เดือนกันยายนที่ผ่านมา จุดเด่นของ 458 Spyder อยู่ที่การเป็น
รถสปอร์ต เครื่องยนต์วางกลาง ขับเคลื่อนล้อหลัง และมีหลังคาแข็งเปิดประทุนพับได้ รุ่นแรกในโลก
ที่มีการผลิตขายจริง

ตัวรถยาว 4,527 มิลลิเมตร กว้าง 1,937 มิลลิเมตร สูง 1,211 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,650 มิลลิเมตร
วางขุมพลัง V8 สูบ DOHC 4,499 ซีซี 570 แรงม้า ที่ 5,900n รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 540 นิวตันเมตร
ที่ 6,000 รอบ/นาที (127 แรงม้า / 1 ลิตร และ 2.51 กิโลกรัม / 1 แรงม้า ) เกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ แบบ
Dual Clutch F1 อัตราเร่ง 0 – 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 3.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 320 กิโลเมตร/ชั่วโมง

มีแนวโน้มว่า 458 Spyder น่าจะพร้อมนำเข้ามาถึงเมืองไทย และเปิดตัวได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2012

นอกจากนี้ ตามแผนเปิดตัวในตลาดโลก Ferrari จะมีรถสปอร์ตคันใหม่ เป็นรุ่นเปลี่ยนโฉมของรุ่น 599
คลอดออกมาในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2012 ซึ่งกว่าจะมาถึงเมืองไทย น่าจะอยุ่ในช่วงปี 2013

ส่วนปี 2013 นั้น Ferrari เองก็กำลังขมักเขม้นอยู่กับการลดน้ำหนักตัวของ 458 Italia ให้เบาลงยิ่งกว่า
รุ่นปัจจุบันนี้อีก เพื่อจะให้เป็นเวอร์ชันเบาพิเศษ ออกขายสำหรับลูกค้าที่อยากได้ความดิบจนสามารถ
นำไปทำเป็นรถแข่งในสนาม ได้

——————————————

FORD
2012 :  All New FOCUS 4 Door & D Door 1.8 L, 2.0 L ส่วน TDCi ตามมาหลังจากนั้น
             EVEREST Full Modelchange
2013 : All new Escape /  Fiesta Minorchange
2014 : SUV B-size Eco Sport / C-Max / Galaxy / S-Max  & Next D-Segment FWD Sedan ?

สถานการณ์ของ Ford ในสหรัฐอเมริกา กำลังดีวันดีคืน จากคุณภาพของตัวรถที่ดีขึ้น จนลูกค้ายอมเปิดใจ
ซื้อมาใช้งานมากขึ้น ขณะที่ Ford ยุโรป ยังอยู่ในภาวะประคองตัว ส่วนภูมิภาคอื่นๆ ยังพอไปได้เรื่อยๆ

แต่สำหรับเมืองไทย เรื่องน่าแปลกของ Ford ในปีนี้ก็คือ แม้ว่าจะมีการ เผยโฉม Ranger ใหม่ ในงาน
Bangkok International Motor Show กันในเดือนมีนาคม (หลังการเผยโฉมครั้งแรกที่ออสเตรเลีย เมื่อ
14 ตุลาคม 2010) แต่ก็ยังไม่พร้อมขาย และต้องรการทดสอบ รวมทั้งปล่อยให้ผู้คนถ่ายรูป ฝูง Ranger
ขณะแล่นทดสอบกันอย่างหนำใจ จนเบื่อไปข้างหนึ่ง เพราะต้องทำการทดสอบให้ผ่านมาตรฐานต่างๆ
กันเสียก่อน

แต่ต่อให้ Ford เซ็ตสเป็กรถมาเต็มพิกัด ทว่า ของดีๆ ถูกติดตั้งมาให้เฉพาะรุ่นท็อป 3.2 L WildTrak เท่านั้น
แถมค่าตัวก็ยังพุ่งพรวดพราด ทะลุ 1 ล้านบาทไปง่ายดาย ผู้บริโภค ที่อยากได้ ก็พากันไต่ถามว่า จะทำรุ่น
ลดออพชัน หั่นราคาออกมาอีกนิดนึงจะได้ไหม ก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรมากนัก

แถม พอถึงเวลาออกจำหน่ายจริง แม้จะอยู่ในสถานการณ์น้ำท่วมภาคกลางคลี่คลายไปแล้ว แต่ Ford กลับ
ไม่ยอมจัดงานเปิดตัว โดยอ้างว่า ไม่มีงบประมาณเพียงพอ !?  ส่วนแคมเปญ Ranger Challenge ที่ให้
ผู้บริโภค ร่วมส่งเรื่องราวคำท้า ในการพา Ranger ไปลุยตามที่ต่างๆ ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร
อ้างว่าเพราะไม่มีงบในการประชาสัมพันธ์ลงสื่อโฆษณามากกว่านี้ นี่ยังไม่นับเรืองราวเบื้องหลังต่างๆนาๆ
อีกไม่น้อย ที่เกิดขึ้น ทั้งในเรื่องการดูแลลูกค้า ที่ทำได้ไม่ดี จนเกิดเรื่องราวในอินเตอร์เน็ตหลายเคส รวมทั้ง
การสื่อสาร พิมพ์ตอบโต้ลูกค้า ใน Facebook กันจนบานปลาย และทำให้ผู้บริหารฝรั่งเอง ถึงได้กระจ่างว่า
เรื่องวุ่นๆต่างๆ เกิดจากการสื่อสารที่มีปัญหา กับลูกค้า จนทำให้ผู้คนในแวดวงรถยนต์ ต่างพากันชวนให้สงสัย
ว่าทำไม Ford ถึงทำอะไรแปลกๆ ผิดฟอร์มไปจากบริษัททั่วไปที่จะต้องเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ อันเป็นรุ่น
ความหวังครั้งสำคัญของบริษัทเสียด้วยซ้ำ

จะอย่างไรก็ตาม ใครที่ยังจงรักภักดี และมั่นใจอย่างสูงแล้วว่า จะใช้ Ford ต่อไป ถัดจากนี้คือข่าวดีของคุณ
หากกำลังรอการมาถึงของ Ford Focus ใหม่ ตอนนี้ การก่อสร้างโรงงานประกอบรถยนต์ แห่งที่ 2 ของ Ford
ในจังหวัดระยอง ก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว และอยู่ในช่วงทดลองประกอบ Fortd Focus ใหม่ เพื่อให้พร้อมสำหรับ
การเปิดตัวในเมืองไทย (ซึ่งสงสัยจะไม่มีงานเปิดตัวอีกกระมัง) ในช่วงเดือนมิถุนายน 2012 แต่อาจจะมี
รถตัวอย่าง ไปจอดโชว บนแท่นหมุน ในงาน Bangkok International Motor Show เดือนมีนาคมกันก่อน
ตามฟอร์มเหมือนทุกรุ่นที่ผ่านๆมา งานนี้ ถือเป็นการย้ายฐานประกอบ Focus จาก โรงงาน Auto Alliance
ในฟิลิปปินส์ มาอยู่ที่เมืองไทย เต็มตัว

ขุมพลังเวอร์ชันไทย จะอยู่บนพื้นฐานเครื่องยนต์ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว มีทั้งแบบเบนซิน 1.8 ลิตร เบนซิน
2.0 ลิตร ในช่วงเริ่มเปิดตัว ส่วนรุ่น 2.0 TDCi ที่หลายๆคนรอคอย จะตามออกมาในภายหลัง

ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น ในปี 2012 Ford กำลังเตรียมแผนที่จะเปิดตัว รุ่นเปลี่ยนโฉม Full Model Change
ของ SUV บนพื้นฐานรถกระบะ อย่าง Everest ใหม่ ทั้งคัน คราวนี้ จะใช้โครงสร้างพื้นฐานวิศวกรรม
รวมทั้งเครื่องยนต์ Diesel 2.2 ลิตร และ 3.2 ลิตร 200 แรงม้า (PS) จาก Ranger ใหม่ และมีให้เลือกเฉพาะ
เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ เท่านั้น คาดว่าจะเปิดตัวได้ ในช่วงครึ่งหลังของปี 2012 เนื่องจากทีมวิศวกร เลือก
จะ เปลี่ยนระบบกันสะเทือนด้านหลัง จากแหนบ เป็นแบบ คอยล์สปริง และต้องการปรับเซ็ตอย่างละเอียด
เพื่อให้ต่อกรกับช่วงล่างของ Chevrolet Trailblazer ใหม่ ได้อย่างถนัดถนี่ และแน่นอนว่า ต้องรอให้ Focus
เปิดตัวไปล่วงหน้าก่อนแล้ว สัก 2-3 เดือน ซึ่งนั่นอาจทำให้ต้องรอกันไปจนถึง ปลายไตรมาส 3

ส่วนใครที่เบื่อหน้า Ford Escape กันแล้ว มีข่าวมาอัพเดทให้ทราบว่า คุณจะทนเห็นหน้ารถรุ่นนี้ต่อไป
จนถึงแค่ ปี 2012 เท่านั้น เพราะ Ford เพิ่งกระชากผ้าคลุม Ford Escape ใหม่ ที่จะมาทำตลาดแทน ทั้ง
Escape ในตลาดโลก และ Kuga ในตลาดยุโรป โดย SUV คันนี้ จะต้องทำหน้าที่เป็น Global Car อีก
รุ่นหนึ่งนอกเหนือจาก Focus Fiesta Mondeo และ Ranger ใหม่ จะต้องรับหน้าที่นี้ไปแล้ว  Ford คิด
ที่จะผลิต Escape ใหม่ ในเมืองไทย ที่ดรงงานใหม่ใสนระยองด้วยเช่นเดียวกัน ส่วนกำหนดเปิดตัว
ในบ้านเรานั้น คาดว่าจะอยู่ในปี 2013

ส่วนปี 2014 นั้น Ford เองกำลังดูความเป็นwปได้ที่จะหารถยนต์ B-segment Small Crossover SUV เข้ามา
เปิดตลาดเอเซีย โดยใช้ไทยเป็นฐานการผลิตอีก 1 รุ่น คาดกันไว้ในเบื้องต้นว่า น่าจะเป็น Ford Fusion
หรือ Ecosport ซี่งทำขายกันอยู่แล้วในเขตอเมริกาใต้ แต่ถ้าจะมาเมืองไทย คงต้องเป็นรุ่นเปลี่ยนโฉม
ใหม่ Full ModelChange กันมาเรียยร้อยแล้ว นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดศึกษาตลาดรถยนต์ Minivan 5 กับ
7 ที่นั่ง อย่าง Ford C-Max Ford Galaxy และ Ford S-Max อีกด้วย แต่ยังต้องรอความชัดเจนในเรื่องนี้
กันอีกพักใหญ่

ขณะที่ตลาด Sedan ขนาดกลางค่อนข้างใหญ่นั้น ในระดับสากล Ford ตั้งใจจะยุบรถยนต์ครอบครัว
รุ่น Mondeo สำหรับยุโรป Ford Taurus สำหรับอเมริกาเหนือ แะล Ford Falcon สำหรับออสเตรเลีย
ให้เหลือเพียงรถยนต์ Saloon ขับเคลื่อนล้อหน้าขนาดใหญ่เพียงรุ่นเดียวเท่านั้น ที่จะแข่งขันต่อกร
กับทั้ง Tohyota Camry Honda accord Nissan Teana และ chevrolet Impala ได้อย่างเต็มที่ ปรเด็นนี้
ก็ยังต้องรอความชัดเจนในอนาคตกันอีกครั้ง ยังไม่มีข้อสรุปในตอนนี้

สิ่งที่ยังคงอยากจะฝากให้ Ford Thailand ยังคงต้องทำการบ้านกันอย่างหนักกว่านี้ต่อไป คือ การปรับปรุง
วิธีคิดในการทำงาน และการสื่อสาร ของกลุ่มพนักงานในองค์กร กับลูกค้าและบุคคลภายนอกให้ดีขึ้น
กว่าที่เป็นอยู่ ไม่ผิดที่จะรักองค์กร แต่อย่ารักจนไม่ลืมหูลืมตา รวมทั้งปรับปรุงคุณภาพในการบริการ
หลังการขาย เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นของลูกค้าให้คืนกลับมา หลังจากที่เสียหายไปเยอะตลอดช่วง
หลายปีที่ผ่านมานี้ เพราะถ้าลูกค้า เกิดพูดกระจาย ปากต่อปากกันไป โอกาสที่ Ford จะขายรถคันต่อไป
ให้ลูกค้ารายเดิม อาจเป็นไปได้ยาก และนั่นอาจส่งผลต่อ Ford Sales Thailand ในอนาคต อยากยากจะ
หลีกเลี่ยง…

——————————————

HONDA
2012 :  CIVIC 2HC ทัน Motor Show / CR-V Full Modelchange / Freed Minorchange
2013 : Accord + Accord HYBRID / Jazz Full Modelchange / Brio Minorchange
2014 : City Full Modelchange (+ CNG) / Civic Minorchange / Brio Sedan

ในบทความสรุปรถใหม่ 2011 – 2014 ของปีที่แล้ว ผมได้ทำนายเอาไว้ว่า ปี 2011 จะเป็นปีที่ Honda กลับมามี
ความเคลื่อนไหวอย่างคึกคักมากๆ ทั้งจากการเปิดตัว Honda Brio รถยนต์ ECO-Car รายที่ 2 ของตลาด ในช่วง
เดือนมีนาคม ก่อนเว้นว้างไป เตรียมเข้าสู่การเปิดตัว Honda Civic ใหม่ ในเดือนพฤศจิกายน 2011

ปรากฎว่า ทุกอย่างกลับตาลปัตร ความเคลื่อนไหวที่คึกคักทั้งหมด กลับเกิดขึ้นแต่ในด้านลบ ทำให้ปี 2011
กลายเป็น ปีที่ Honda สูญเสียมากที่สุดประวัติศาสตร์ 47 ปีที่เข้ามาดำเนินกิจการในประเทศไทย มีปัจจัย
ต่างๆ ที่ทำให้เกิดเรื่องราวน่าเศร้าเหล่านี้ หลักๆ 2 ปัจจัย

ประการแรก เป็นปัจจัยภายในของ Honda เอง จากการทำรถ Brio ออกมา ไม่รอบคอบแต่แรก ใบปัดน้ำฝน
ด้านหลังเป็นหนึ่งในอุปกรณ์พื้นฐาน ที่ไม่ยอมติดตั้งมาให้ และเป็นหนึงในปัญหาต่างๆ มากมายเบื้องหลังการ
พัฒนารถรุ่นนี้ จนทำให้ Brio มีดีแค่เรื่องการขับขี่ที่คล่องตัว แต่ที่เหลือ สอบตกในการทำตลาดมากๆ

ประการที่ 2 หนีไม่พ้น ภัยธรรมชาติ และภัยอันเกิดจากสิ่งที่มนุษย์อาจควบคุมได้ เหตุการณ์แผ่นดินไหว และ
สึนามิ ทางตอนเหนือของกรุง Tokyo ไปไกลเกิน 200 กิโลเมตร นั่นก็ทำให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาของ Honda
ที่เมือง Utsunomiya เสียหาย พร้อมกับมีเจ้าหน้าที่ในศูนย์ฯ เสียชีวิตเพราะฝ้าเพดานห้องอาหาร Canteen ถล่ม
ลงมา 1 ราย กว่าจะเริ่ม กลับมาฟื้นฟูกำลังการผลิตได้เต็มที่ ต้องรอกันจนถึงช่วง เดือนกันยายน

ยังไม่ทันที่การฟื้นตัวจะกลับมาเต็มรูปแบบ ก็มาบังเกิดเหตุการณ์มหาอุทกภัยในแถบพื้นที่ราบลุ่มภาคกลาง
ของไทยกระหน่ำซ้ำเติมอีก เกิดการชะงักงันไปหมดทุกภาคส่วน คราวนี้ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์จำนวนมาก
ถึงกับแปรสภาพกลายเป็นผู้ประสบภัย แต่ที่หนักหนาเกินกว่าใคร หนีไม่พ้น โรงงานประกอบรถยนต์ของ
Honda Automobile (Thailand) ที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ รวมทั้งผู้ผลิตชิ้นส่วนสำหรับ Honda ต่างก็ถึงขั้น
เสียหายอย่างหนัก มีรถยนต์โดนน้ำท่วม ต้องจัดงานแถลงข่าวทำลายทิ้งต่อหน้าสื่อมวลชนทั่วโลก ทั้งหมด
มากถึง 1,055 คัน เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2011 ซึ่งทางโรงงานเอง ก็ได้ทำความสะอาดครั้ใหญ่ไปเรียยร้อยแล้ว
เหลือแต่การเตรียมพร้อมสำหรับการสั่งซื้อและจัดซ่อม เครื่องมือในโรงงานใหม่ทั้งหมด และอย่างเร่งด่วน
เพราะงานนี้ เครื่องจักรต่างๆ เสียหายไปมากถึง ร้อยละ 90 ! แถมยังต้องจัดกิจกรรม ช่วยเหลือสังคม บริจาค
เงินให้สภากาชาดไทย มากที่สุดถึง 100 ล้านบาท แถมยังต้องกอบกู้สภาพจิตใจของพนักงาน กอบกู้ชื่อเสียง
และบรรเทาเยียวยาลูกค้าที่ประสบภัยเหมือนกันอีกด้วย แถมยังต้องหาผู้ผลิตอะไหล่รายใหม่ เพื่อจัดส่ง
ชิ้นส่วนอะไหล่ไปยังโรงงานผลิตทั้งในญี่ปุ่นและทั่วโลกที่ขาดแคลนจนถึงขั้นต้องหยุดการผลิต หรือชะลอ
สายการผลิตออกไป เรียกได้ว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นที่เมืองไทย แต่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก

แน่นอนว่า แผนการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ของ Honda ทั้งหมดนับจากนี้ จะต้องเลื่อนออกไปอย่างยากเกิน
จะหลีกเลี่ยง เริ่มต้นด้วย Honda Civic ใหม่ รหัสโครงการ 2HC ซึ่งเตรียมการทุกอย่าง พร้อมแล้ว แต่ต้อง
เลื่อนออกไป เพราะโรงงานเสียหาย ไม่สามารถผลิตรถยนต์ป้อนลูกค้าได้

ในเมื่อจะต้องฟื้นฟูโรงงานกันครั้งใหญ่ Honda จึงตัดสินใจว่า ไหนๆก็ไหนๆ ติดตั้งเครื่องมือ สำหรับการ
เดินเครื่องประกอบ Civic รุ่นใหม่กันไปเลยจะดีกว่า แม้ว่าในตลาดสหรัฐอเมริกา จะมีเสียงตอบรับใน
เชิงลบ กับ Civic รุ่นนี้มากกว่าที่คาดไว้ จนถึงขั้นต้องตัดสินใจปรับโฉม Minorchange อย่างเร่งด่วน ใน
ช่วงสิ้นปี 2012 แต่ สำหรับตลาดเมืองไทย เราจะได้ใช้ Civic เวอร์ชัน ตลาดโลก ซึ่งจะมีชิ้นส่วนตัวถัง
ด้านหน้า และด้านหลังทั้งหมด แตกต่างจากเวอร์ชันอเมริกาเหนือ แต่เหมือนกับรุ่นที่เปิดตัวในเมืองจีน
และกลุ่มตลาดตะวันออกกลาง

โดยจะมีให้เลือกทั้ง เครื่องยนต์ R18Z2 บล็อก 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว 1,798 ซีซี  i-VTEC 139 แรงม้า (PS)
ที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 17.7 กก.-ม.ที่ 4,300 รอบ/นาที ความเร็วสูงสุด 198 กิโลเมตร/ชั่วโมง และ
รุ่นเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ซึ่งคาดว่าจะเปลี่ยนมาใช้ เครื่องยนต์ R20A6 เป็นรหัสรุ่นย่อยที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
บล็อก 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว 1,997 ซีซี ให้กำลังเพิ่มขึ้นเป็น 152 แรงม้า (PS) ทุกรุ่นยังคงขับเคลื่อนล้อหน้า
ด้วย เกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ

เวลานี้ ยังไม่มีใครกล้ายืนยันถึงงห้วงกำหนดเวลาแน่ชัดว่า Honda จะสามารถเปิดตัว Civic ใหม่ได้เมื่อใด
แต่จากการประเมินโดยส่วนตัวของผู้เขียน จากข้อมูลประกอบต่างๆ ค่อนข้างเชื่อได้ว่า Civic ใหม่ น่าจะ
เปิดตัวได้เร็วที่สุด ทันเดือนมีนาคม ในงาน Bangkok International Motor Show พอดีๆ  

ส่วนลูกค้าที่สั่งจอง Civic FD รุ่นเก่าทั้งหมด คาดว่าจะต้องยกเลิกใบจอง เพื่อที่จะเปลี่ยนมารับ Civic รุ่นใหม่
เป็นการทดแทน นั่นเท่ากับว่า Civic FD ถูกยุติสายการผลิตลงในวันที่ 5 ตุลาคม 2011 และจะมีปริมาณของ
Civic Sport อันเป็นรุ่นพิเศษ รุ่นสุดท้าย ที่เปิดตัวออกมา ก่อนน้ำท่วมโรงงาน ไม่กี่สัปดาห์ ถึงมือผู้บริโภค
ไม่ครบตามจำนวนที่ตั้งใจผลิตไว้

จากนั้น ในช่วงครึ่งหลังของปี เรายังมี Honda CR-V เจเนอเรชันที่ 4 อีกรุ่นหนึ่ง ซึ่งกำลังรอการเปลี่ยนโฉม
ใหม่ทั้งคันอยู่ ถึงแม้รายละเอียดทางเทคนิค จะค่อนข้างแน่นอนแล้วว่า มีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 ขนาดตามเดิม
ทั้งรหัส R20A บล้อก 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว 1,998 ซีซี พร้อมระบบแปรผันวาล์ง i-VTEC 150 แรงม้า (PS) ที่
6,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 19.5 กก.-ม.ที่ 4.300 รอบ/นาที และรหัส K24A บล็อก 4 สูบ DOHC 24 วาล์ว
2,354 ซีซี พร้อมระบบแปรผันวาล์ว i-VTEC แรงขึ้นเป็น 190 แรงม้า (PS) ที่ 7,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด
22,6 กก.-ม.ที่ 4,400 รอบ/นาที ทั้งคู่จะมีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อนล้อหน้า และขับเคลื่อน 4 ล้อ อัตโนมัติ
4WD เชื่อมด้วยเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ เหมือนเดิมก็จริงอยู่ แต่ก็ยังน่าเป็นห่วงว่า ในเมื่อน้ำหนักตัวรถ
เพิ่มขึ้นจากเดิมนิดหน่อย แล้วอัตราเร่ง กับอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง จะด้อยลงกว่ารุ่นก่อนหรือไม่

อีกทั้งจนถึงตอนนี้ ยังไม่แน่ชัดว่า Honda จะรอให้โรงงานในประเทศพร้อมเสียก่อน แล้วค่อยเปิดตัวในช่วง
เดือน กรกฎาคม – สิงหาคม หรือจะเลือกใช้วิธีการสั่งนำเข้า CR-V ใหม่ มาจากญี่ปุ่นก่อน ในล็อตแรก แล้ว
ค่อยเริ่มผลิตรุ่นประกอบในประเทศ เมื่อโรงงานพร้อม ในช่วง ราวๆ เดือนกรกฎาคม – สิงหาคม แต่ถ้าเลือก
การนำเข้า นั่นหมายความว่า ทางหน่วยงานภาครัฐ ที่อนุมัติโครงการช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษแก่ Honda นั้น
จะต้องพิจารณาในข้อกำหนดว่า ต้องเป็นรถยนต์ ที่มีการผลิตอยู่ก่อนแล้ว โดยเกี่ยว หรือไม่เกี่ยวกับรถรุ่นใหม่
ซึ่งเรื่องนี้ ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากๆ ภาครัฐต้องรอบคอบในการตัดสินใจอย่างยิ่ง

ขณะเดียวกัน ในปี 2012 นี้ เราอาจจะได้เห็น Honda Freed รุ่นปรับโฉม Minorchange ที่เพิ่งเปิดตัวไปใน
ญี่ปุ่น ช่วงปลายปี 2012 ที่ผ่านมา น่าจะเริ่มประกอบในโรงงาน Honda Indonesia และส่งมาเปิดตัวในไทย
ได้ทันในช่วงใดช่วงหนึ่งของปี 2012 เว้นเสียแต่ว่า Honda Automobile Thailand คิดจะถอดใจจาก Freed
ไปแล้ว ซึ่งประเด็นนี้ คงช่วยอะไรไม่ได้ เพราะขนาดปรับราคา และทำรุ่นย่อยพิเศษออกมาขายแล้ว ก็ยัง
ไม่มีลูกค้าสนใจเท่าที่ควร

ข้ามไปดูปี 2013 กันบ้าง ได้เวลาที่ Honda จะต้องเปลี่ยนโฉมให้่กับ Accord ใหม่ โดยเวอร์ชันไทย ก็จะ
ยังคงอิงกับ Accord เวอร์ชันอเมริกาเหนือกันเหมือนเดิม ในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนมกราคม 2012
Honda จะเผยโฉม เวอร์ชันต้นแบบของ Accord Coupe ที่มีกำหนดจะเปิดตัวในสหรัฐอเมริกา ราวๆ
เดือนกันยายน 2012 นี้ นั่นหมายความว่า สำหรับเมืองไทยแล้ว Accord ใหม่ น่าจะมีกำหนดเปิดตัว
ตั้งแต่ เดือนพฤศจิกายนนี้ จนถึง ภายในช่วง เดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคม 2013 รายละเอียดของ Accord
เวอร์ชันไทย จะยังยืนหยัดกับเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร 2.4 ลิตร แต่ยังไม่แน่ชัดว่า จะมีขุมพลัง V6 3.5 ลิตร
ที่ต้องผลิตเพื่อการส่งออกอยู่แล้ว วางตลาดในบ้านเราเหมือนในปัจจุบันด้วยหรือเปล่า และยังไม่
แน่ชัดว่า จะมี Accord IMA HYBRID มาชิมลางตลาดในเมืงไทยกับเขาด้วยหรือไม่?

ปัญหาของ Accord ก็คือ ในปี 2013 Nissan มีกำหนด เปิดตัว Teana รุ่นเปลี่ยนโฉม Full Model Change
ด้วยเช่นเดียวกัน และจากภาพถ่าย Spyshot ที่หลุดออกมาก่อนหน้านี้ บอกให้เราได้เห็นชัดเลยว่า งานนี้
Nissan เอาจริงถึงขนาด ยุบ Nissan Altima กับ Teana ให้กลายเป็นรถยนต์รุ่นเดียวกัน เพื่อให้ต่อกร
กับ Toyota Camry และ Honda Accord ได้สะดวกมือขึ้น ในต้นทุนที่ภถูกลง ปัญหาก็คือ ถ้า Accord
รุ่นต่อไป ไม่ดึงดูดใจผู้บริโภคมากพอ โอกาสที่ Nissan จะแซงหน้า Honda ในตลาดกลุ่มรถยนต์นั่ง
ขนาดกลาง ทั้งในสหรัฐอเมริกา และในเมืองไทย เป็นการถาวร ก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้น

แถมในปี 2013 นั้น จะเป็นปีที่ Honda ต้องมีการปรับโฉม Minorchange ครั้งใหญ่ให้กับ เจ้าหนู Brio
ECO Car คันจิ๋วของตน ให้มีอุปกรณ์ความปลอดภัยที่จำเป็น และปรับปรุงวัสดุต่างๆ ให้มีคุณภาพ
ดีขึ้น เพื่อให้ยังพอจะเอาตัวรอดในตลาดกลุ่ม ECO-Car ที่คาดว่า จะซัดกันหนักหน่วง ตั้งแต่ปี 2012
กันเลยทีเดียว คาดว่าการปรับโฉมน่าจะมีขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2013

ไม่เพียงเท่านั้น ปี 2013 จะเป็นปีที่ Honda ต้องเปลี่ยนโฉม Full Model Change ให้กับ Honda Fit / Jazz
Sub-Compact Hatchback สุดอเนกประสงค์ไร้เทียมทาน ขณะนี้ ยังคงอยู่ในระหว่างการพัฒนากันอยู่
และคาดว่า กว่าที่เมืองไทยจะได้สัมผัสกับ Jazz ใหม่ ก็อาจจะต้องรอกันจนถึงช่วง เดือนพฤศจิกายน 2013
หรือช้าที่สุดคือ เดือนมีนาคม 2014

อย่างไรก็ตาม Honda ก็ยังเหลือทีเด็ดในปี 2014 เอาไว้อีกรายการหนึ่ง นั่นคือ โครงการพัฒนา Brio
Sedan 4 ประตู ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา มีการศึกษากันไปบ้างแล้วในเบื้องต้น แต่ตอนนี้ ยังไม่มีคืบหน้า
มากมายนัก เพราะต่างฝ่ายต่างกำลังง่วนอยู่กับการฟื้นฟูโรงงานให้กลับมาผลิตได้โดยเร็วที่สุด และ
หาทางจัดการกับแหล่งผู้ผลิตชิ้นส่วน ทั้งที่ต้องว่าจ้างกันใหม่ชั่วคราว และในกลุ่มที่เจอชะตากรรม
น้ำท่วมเหมือนกัน แถมยังจะต้องเตรียมมาตรการรองรับ เพื่อไม่ให้ ผู้จำหน่าย หรือดีลเลอร์ ต้อ
งเอาตัวรอดด้วยการปลดพนักงาน หรือทำธุรกรรมที่เอาเปรียบผู้บริโภคใดๆทั้งสิ้น ซึ่งดูจะเป็น
เรื่องยากไม่ใช่เล่น
 
ท้ายสุด Honda City รุ่นปัจจุบัน ดูเหมือนจะมีแนวโน้ม ลากขายกันเกินอายุตลาดไปไกล จากเดิม
ที่กำหนดเอาไว้ในปี 2014 ณ วันนี้ ก็มีความเป็นไปได้ว่า อาจจะเลื่อนออกไปไกลถึงปี 2015 เพื่อ
ให้สามารถทำกำไรได้บรรลุเป้าหมายเดิมจนเรียบร้อยเสียก่อน

ส่วนโครงการ นำ City CNG มาติดตั้งระบบก๊าซ CNG นั้น ตอนนี้คงต้องดูสถานการณ์กันให้ดี
เพราะโครงการนี้ อาจส่อแววแท้งได้ เนื่องจากว่า โครงการนี้ เป็นแนวคิดของทางฝั่งการตลาด
ที่เห็นถึงโอกาสในการทำตลาดรถยนต์ติดก๊าซ CNG จากโรงงาน เอาใจลูกค้าประเภทมองแต่
ความคุ้มค่าของตนเป็นหลัก ลูกค้ากลุ่มนี้ จึงอยากได้รถยนต์ขนาดเล็กมาติดก๊าซ LPG หรือ
CNG ก็ได้ แต่ในเมื่อรัฐบาลในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา ไม่อยากสนับสนุนให้มีการใช้ก๊าซ LPG
ในรถยนต์เท่าใดนัก แล้วหันมาผลักดันและส่งเสริมให้ ปตท. นำก๊าซ CNG มาใช้กับรถยนต์
เป็นการทดแทน จึงดูเหมือนจำเป็นต้องติดตั้งระบบก๊าซ CNG เพียงอย่างเดียว

อันที่จริง เรื่องนี้ ฝั่งวิศวกรไม่ค่อยเห็นด้วยนัก เพราะลำพัง City เองก็ประหยัดพออยู่แล้ว การ
นำถัง CNG มาติดตั้ง จะต้องเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างตัวถังและระบบกันสะเทือน
ด้านหลังอีกด้วย ขณะที่ยังไม่มีความแน่นอนในประเด็นว่า จะติดตั้งเองในโรงงาน หรือว่า
ส่งรถยนต์ที่ประกอบเสร็จแล้ว ให้บริษัทซัพพลายเออร์ รับติดตั้งระบบ CNG ให้นอกโรงงาน
ปรากฎว่า รัฐบาลปัจจุบันได้ออกมาประกาศว่า จะเริ่มค่อยๆขึ้นราคาก๊าซ CNG ให้สูงขึ้น
จนน่าจะจบอยู่ที่ตัวเลข 14 บาท / 1 กิโลกรัม ดังนั้น นโยบายด้านก๊าซ CNG จึงเกิดความ
ไม่แน่นอนอีกครั้ง และ Honda จะต้องพิจารณาถึงผลกระทบให้ถ้วนถี่ก่อนจะตัดสินใจ
ทำโครงการนี้ออกมาภายในก่อนปี 2014

และสุดท้าย Honda Jazz Hybrid ชะตากรรมในวันนี้ ก็ยังแวนอยู่บนเส้นด้าย พอกันกับ
โครงการ City CNG นั่นเอง แม้ว่าดูแนวโน้มแล้ว Honda เอง ก็อยากจะกลับมาชิมลาง
ตลาดรถยนต์ Hybrid ในบ้านเราอย่างเต็มตัว อยู่บ้างเหมือนกัน เพราะมีกระแสข่าวว่า
อาจมีการนำเข้า Jazz Hybrid ล็อตใหญ่ เข้ามาในเมืองไทย แต่ข่าวนี้ยังถือว่าเป็นข่าว
โคมลอย ดังนั้น ผู้เขียนก็จะไม่ขอยืนยันใดๆทั้งสิ้น คงต้องรอดูกันต่อไป

Previous Post

N2709010_โดนแฟนเก ามาสาดน ำใส หน #หน งส #หน งส นสะท อนส งคม_part2

Next Post

N2709003_เม ยปวดท องจะคลอด แต นมาเจอคนไร ำใจ #หน งส #หน งส นสะท อนส งคม_part2

Next Post
N2709003_เม ยปวดท องจะคลอด แต นมาเจอคนไร ำใจ #หน งส #หน งส นสะท อนส งคม_part2

N2709003_เม ยปวดท องจะคลอด แต นมาเจอคนไร ำใจ #หน งส #หน งส นสะท อนส งคม_part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N0601067 บได คาเต ยง ภรรยาไม โวยวาย part2
  • N0601061 ลาจากก นคร งน ขอให เป นการลาท part2
  • N0601056 เร มต นร กใหม ได งความใส ใจและอยากด แล (1) part2
  • N0601057 อย าค ดว าค มเกม แต มด สภาพต วเองตามเขาไม part2
  • N0601058 ไม เจอก นมาส บป ยย งไม เหม อนเด part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.