• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N1011018 ภารโรงห วส ตกหล มร กดาวมหาล ความร กน จะเป นย งไง part2

admin79 by admin79
November 6, 2025
in Uncategorized
0
N1011018 ภารโรงห วส ตกหล มร กดาวมหาล ความร กน จะเป นย งไง part2

ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการยานยนต์มายาวนานกว่าทศวรรษ ผมยังจำความประทับใจครั้งแรกที่ได้สัมผัสกับ Lexus RC F ได้อย่างแม่นยำ ณ กลางสนาม Nurburgring เมื่อปี 2015 ยนตรกรรมคูเป้สีสันสดใสคันนั้นสะกดทุกสายตา ด้วยเส้นสายที่งดงาม ดุดัน แต่แฝงไว้ด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะได้สัมผัสหลังพวงมาลัย แม้ในเวลานั้น ไฟหน้าที่ดูขัดใจอยู่บ้าง ก็ไม่อาจลดทอนมนต์เสน่ห์ของมันลงได้

นั่นคือครั้งแรกที่ผมได้พบกับ RC ตัวเป็นๆ และมันได้เปลี่ยนมุมมองของผมที่มีต่อ Lexus ไปตลอดกาล ในยุคที่โลกยานยนต์กำลังก้าวเข้าสู่ปี 2025 เต็มตัว RC ยังคงยืนหยัดในฐานะรถคูเป้ 2 ประตูที่สร้างสรรค์ขึ้นภายใต้แบรนด์ Lexus อย่างแท้จริง ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่า ตลอดประวัติศาสตร์อันยาวนานนับตั้งแต่ปี 1989 Lexus ไม่เคยมีรถคูเป้ “แท้ๆ” ในแบบฉบับของตัวเองมาก่อน

บางคนอาจโต้แย้งถึง Lexus SC400 หรือ SC300 ในอดีต ซึ่งแท้จริงแล้วคือ Toyota Soarer เจเนอเรชันที่ 3 ที่ถูกปรับเปลี่ยนเพื่อเจาะตลาดอเมริกาเหนือ หรือแม้แต่ SC430 ในเจเนอเรชันที่ 4 ที่เป็น Coupe/Convertible ในคันเดียว และยังคงแปะตรา Toyota Soarer ขายในญี่ปุ่นช่วงหนึ่ง ก่อนที่ Lexus จะเข้ามาทำตลาดในบ้านเกิดตัวเอง และ IS-C ที่เป็นเพียง Coupe/Convertible ที่แตกไลน์มาจาก IS Sedan ก็ยังไม่ใช่รถคูเป้ 2 ประตูในนิยามที่แท้จริง

แต่ในวันนี้ และตลอดหลายปีที่ผ่านมา Lexus ได้พิสูจน์แล้วว่าพวกเขาสามารถสร้างสรรค์รถคูเป้ที่แฟนๆ ทั่วโลกต่างรอคอยได้อย่างยอดเยี่ยม โดยไม่ต้องอาศัยหลังคาแข็งพับเก็บได้ให้สิ้นเปลืองน้ำหนักอย่างไร้ประโยชน์ คำถามที่เกิดขึ้นในยุค 2025 คือ ยนตรกรรมผู้มาใหม่ที่เคยสร้างปรากฏการณ์นี้ จะมีอาวุธอะไรไปต่อกรกับกองทัพรถ Premium Compact Coupe จากเยอรมนีที่นับวันยิ่งปรับตัวเข้าสู่โลกยุคใหม่มากขึ้นเรื่อยๆ ได้อย่างไร และ Lexus RC รุ่นปัจจุบันนี้ ยังคงน่าสนใจอยู่หรือไม่ในตลาด รถสปอร์ตหรู 2025 ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอันก้าวล้ำ?

เจาะลึกตลาด Premium Compact Coupe ในปี 2025: การแข่งขันที่ดุเดือดและทิศทางใหม่

ตลาดรถยนต์นั่งกลุ่ม Premium Compact ทั่วโลกในปัจจุบัน โดยเฉพาะในกลุ่ม Coupe 2 ประตู ยังคงเป็นเวทีแห่งการแข่งขันที่ดุเดือด แม้ว่ายอดจำหน่ายอาจไม่เทียบเท่ารถซีดาน 4 ประตู หรือสเตชันวากอน 5 ประตู แต่ก็ยังคงมีฐานลูกค้าเฉพาะกลุ่มที่หลงใหลในความสปอร์ต โฉบเฉี่ยว และเป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร โดยเฉพาะในยุค 2025 ที่ผู้บริโภคมีความต้องการที่หลากหลายและมองหาประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่าง

คู่แข่งในตลาด Premium Compact Coupe ยุคปัจจุบันยังคงเป็นแบรนด์พรีเมียมจากเยอรมนีอย่าง Audi A5, BMW 4-Series (ซึ่งครอบคลุมทั้ง Coupe, Convertible และ Gran Coupe 4 ประตู) และ Mercedes-Benz CLE Coupe (ที่เข้ามาแทนที่ C-Class Coupe เดิม) ยนตรกรรมเหล่านี้ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ด้วยการผสานเครื่องยนต์สันดาปภายในเข้ากับเทคโนโลยี Mild-Hybrid หรือแม้กระทั่ง Plug-in Hybrid เพื่อตอบรับกระแสความยั่งยืน และความต้องการสมรรถนะที่เหนือชั้นควบคู่ไปกับอัตราการประหยัดพลังงานที่ดียิ่งขึ้น

สำหรับ Lexus เอง เส้นทางในตลาดนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นความท้าทายที่ต้องก้าวผ่านข้อจำกัดในอดีต การตัดสินใจพัฒนา RC ขึ้นมาเป็นรถคูเป้แท้ๆ เกิดขึ้นหลังจากการประเมินสถานการณ์ตลาดอย่างรอบด้าน พวกเขาตระหนักว่า Lexus จำเป็นต้องมีรถยนต์ Coupe ที่สามารถช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้มีความสปอร์ตและเร้าใจมากขึ้น เพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้าในช่วงอายุ 30-55 ปี ที่มองหารถยนต์ที่สะท้อนบุคลิกอันโดดเด่น ไม่ใช่แค่ความหรูหราเพียงอย่างเดียว

เบื้องหลังการสร้างสรรค์ Lexus RC: วิศวกรรมที่ “สุดโต่ง” อย่างแท้จริง

การพัฒนา Lexus RC ถือเป็นการลงทุนครั้งสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Lexus ในการสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่ไม่ประนีประนอม Eiichi Kusama และ Junichi Furuyama หัวหน้าวิศวกรผู้ดูแลโครงการ ได้เน้นย้ำว่า RC ไม่ใช่แค่ IS Sedan ในเวอร์ชัน 2 ประตู แต่เป็น Premium Coupe ที่สร้างขึ้นมาเพื่อยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์โดยเฉพาะ

ความพิเศษที่ทำให้ RC แตกต่างจากรถยนต์รุ่นอื่นๆ คือการนำโครงสร้างพื้นตัวถัง (Platform) จากรถยนต์ถึง 3 รุ่นมารวมกันอย่างชาญฉลาด โดยใช้โครงสร้างห้องเครื่องยนต์จาก Lexus GS ซึ่งเป็นรุ่นใหญ่กว่า เสริมความหนาของผนังห้องเครื่องยนต์และซุ้มล้อหน้าเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง ส่วนพื้นตัวถังบริเวณห้องโดยสารนำมาจาก Lexus IS-C เดิม แต่เพิ่มความกว้างของคาน Cross Member และช่วงตั้งแต่สุดขอบบานประตูไปจนถึงท้ายรถ ก็ยกพื้นตัวถังครึ่งคันหลังของ IS รุ่นปัจจุบันมาเชื่อมเข้าด้วยกัน การผสมผสานโครงสร้างเช่นนี้อาจฟังดูซับซ้อน แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือโครงสร้างตัวถังที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ (Body Rigidity) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการมอบสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้น

ทีมวิศวกรให้ความสำคัญกับการปรับจูนช่วงล่างโดยเฉพาะสปริงและเหล็กกันโคลง เพื่อให้ผู้ขับขี่สัมผัสได้ถึงความเร้าใจในทุกความเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่บนถนนทั่วไป ทางโค้งคดเคี้ยว หรือแม้แต่ในสนามแข่ง RC ถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบสนองความคาดหวังสูงสุดด้านสมรรถนะการขับขี่ โดยยังคงไว้ซึ่งความสบายในแบบฉบับของ Lexus สิ่งนี้สะท้อนปรัชญา Radical Coupe อย่างแท้จริง นั่นคือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในด้านวิศวกรรมเพื่อเป้าหมายที่เหนือกว่า

งานออกแบบที่ดึงดูดใจและไร้กาลเวลา: เสน่ห์ของ Lexus RC ในปี 2025

Yasuo Kajino หัวหน้านักออกแบบ ได้ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ของเขาลงบน Lexus RC ด้วยความตั้งใจที่จะสร้างรถยนต์คูเป้ที่เปี่ยมด้วยเส้นสายเร้าอารมณ์ ดึงดูดให้ผู้พบเห็นอยากสัมผัสและทดลองขับในทันที ด้วยแนวคิด “Wide & Low” ที่ผสานพื้นฐานแพลตฟอร์มของ GS เข้ากับระยะฐานล้อที่สั้น ทำให้ RC มีสัดส่วนที่ลงตัวและจุดศูนย์ถ่วงต่ำ กระจังหน้า Spindle Grille อันเป็นเอกลักษณ์ของ Lexus ถูกนำเสนอในรูปแบบที่ดุดันยิ่งขึ้นในรุ่น F Sport ด้วยลายตาข่ายที่ลากยาวลงมาถึงช่องรับอากาศด้านหน้า สร้างบุคลิก Dynamic Performance ที่ชัดเจน

แม้ว่า ดีไซน์รถยนต์พรีเมียม ของ RC จะถูกเปิดตัวมาตั้งแต่เกือบหนึ่งทศวรรษที่แล้ว แต่ในยุค 2025 เส้นสายเหล่านี้ยังคงดูทันสมัยและเป็นเอกลักษณ์ ไม่ล้าสมัยตามกาลเวลา ชุดไฟหน้า LED 3 หลอด พร้อมระบบปรับองศาการส่องสว่างอัตโนมัติ และ Daytime Running Light แบบ LED ที่แยกออกมาในรูปแบบคล้ายสัญลักษณ์ Nike ยังคงเป็นภาพจำที่โดดเด่น สำหรับส่วนตัว ผมยังคงรู้สึกว่าชุดไฟหน้าอาจจะดู “ง่วงๆ” ไปบ้าง แต่โดยรวมแล้ว งานออกแบบด้านท้ายโดยเฉพาะไฟท้าย LED แบบ L-Motif ที่ Eiichi Kusama ตั้งใจให้ออกมาเหมือน “ประกายระยิบระยับจากอัญมณีล้ำค่า” ยังคงสร้างความประทับใจเมื่อมองเห็นในยามค่ำคืน

สำหรับการเลือกใช้สี สีแดง Radient Red (3T5) ที่ถูกพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษเพื่อเน้นมิติของเส้นสายและสร้างความลึกของสี ยังคงเป็นตัวเลือกที่สะท้อนถึงความเร้าใจและคุณภาพที่สัมผัสได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ Lexus ให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่เหนือกว่าให้กับลูกค้า

ห้องโดยสาร: ความหรูหรา สปอร์ต และเทคโนโลยีที่ปรับตัว

เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องโดยสารของ Lexus RC ในปี 2025 คุณจะพบกับการผสมผสานระหว่างความหรูหราแบบ Lexus ดั้งเดิม กับความสปอร์ตที่ถูกยกระดับขึ้น โดยเฉพาะในรุ่น F Sport ที่ใช้หนังสังเคราะห์ Smooth Leather สี Dark Rose หรือสีดำ ตัดเย็บด้วยด้ายสีดำและแดงอย่างประณีต แผงประตูและพื้นที่วางแขนบุด้วยวัสดุนุ่มคุณภาพดี ให้สัมผัสที่ยอดเยี่ยม

การเข้า-ออกจากรถยังคงเป็นไปตามสไตล์รถคูเป้ที่มีหลังคาเตี้ย แต่ด้วยปีกเบาะรองนั่งที่แข็งและสูงกว่ารถคูเป้ทั่วไปเล็กน้อย อาจต้องใช้ความระมัดระวังในการหย่อนตัว เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมระบบ Heater อุ่นเบาะ และพัดลมระบายอากาศ (Air Ventilation) ที่ช่วยระบายความชื้นได้อย่างดีเยี่ยม เป็นฟีเจอร์ที่ Lexus มอบให้เพื่อความสะดวกสบายสูงสุดในทุกสภาพอากาศ รวมถึงระบบหน่วยความจำตำแหน่งเบาะ 3 ตำแหน่งเฉพาะฝั่งคนขับ

พื้นที่โดยสารด้านหลัง แม้จะถูกจัดวางในรูปแบบ 2+2 ที่นั่ง แต่ก็ยังคงเหมาะสำหรับการใช้งานชั่วคราว หรือ Dog Seat เท่านั้น ผู้โดยสารที่มีส่วนสูงเกิน 170 เซนติเมตร อาจประสบปัญหาพื้นที่เหนือศีรษะจำกัดอย่างมาก แม้จะมี MoonRoof มาช่วยเพิ่มความโปร่งก็ตาม แต่ในด้านความสบายของเบาะรองนั่ง ถือว่าทำได้ดีกว่าคู่แข่งบางรุ่น

แผงหน้าปัดที่ยกชุดมาจาก Lexus IS ถูกออกแบบให้แบ่งเป็น 2 โซน (Display Zone และ Operation Zone) มีการจัดวาง Layout ที่ลงตัว ปุ่มสวิตช์ต่างๆ อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อนเกินไป สิ่งที่ผมชื่นชอบเป็นพิเศษคือชุดเครื่องเสียง Mark Levinson ที่ Lexus มอบให้ลูกค้าในประเทศไทยอย่างเต็มพิกัด ด้วยลำโพง 17 ชิ้น ระบบเสียง Surround 5.1 Channel และระบบ Signal Doctor ที่ช่วยยกระดับคุณภาพไฟล์เพลงให้ดียิ่งขึ้น คุณภาพเสียงที่ออกมา “ฟินใช้ได้” โดยเฉพาะกับเพลงแนว Acoustic หรือ Synthesizer

อย่างไรก็ตาม ในยุค 2025 ที่ เทคโนโลยีรถยนต์ 2025 ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว จอภาพ Monitor สี EMV ขนาด 7 นิ้ว และแป้น Remote Touch Interface (RTI Touch Pad) อาจดูไม่ทันสมัยเท่ากับจออินโฟเทนเมนต์ขนาดใหญ่หลายสิบนิ้วที่มาพร้อมระบบสัมผัสเต็มรูปแบบ และระบบสั่งงานด้วยเสียง AI ที่ชาญฉลาดในรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ของคู่แข่ง การเชื่อมต่อ 5G, การอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ Over-the-Air (OTA) หรือ Head-up Display ที่มี Augmented Reality ยังคงเป็นฟีเจอร์ที่ Lexus RC อาจต้องพิจารณาหากต้องการแข่งขันในตลาดนี้อย่างเต็มตัว

ขุมพลัง 8AR-FTS: เมื่อเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ ต้องเผชิญหน้ากับยุคแห่งการเปลี่ยนผ่าน

Lexus RC ในตลาดโลกมีเครื่องยนต์ให้เลือกหลากหลาย แต่สำหรับตลาดประเทศไทย RC200t มาพร้อมขุมพลังเบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ขนาด 1,998 ซีซี รหัส 8AR-FTS ที่มาพร้อม Turbocharger แบบ Twin Scroll และเทคโนโลยีการจ่ายเชื้อเพลิง D-4ST (Direct injection 4-Stroke gasoline Superior version with Turbo) ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างหัวฉีดตรงและหัวฉีดพอร์ต ทำให้สามารถปรับโหมดการทำงานได้ตามสภาพการขับขี่ นอกจากนี้ ยังมีระบบแปรผันวาล์ว VVT-iW (Variable Valve Timing – Intelligent Wide) ที่ช่วยให้เครื่องยนต์สามารถทำงานในโหมด Atkinson Cycle เพื่อประหยัดเชื้อเพลิงในรอบต่ำ และสลับเป็น Otto Cycle เพื่อเรียกพละกำลังสูงสุดในรอบสูงได้อย่างราบรื่น

เครื่องยนต์บล็อกนี้ให้กำลังสูงสุด 245 แรงม้า (PS) ที่ 5,800 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร (35.66 กก.-ม.) ที่รอบเครื่องยนต์ 1,650 – 4,400 รอบ/นาที ซึ่งถือเป็น สมรรถนะ Lexus RC ที่น่าประทับใจสำหรับเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร มันสามารถเติมน้ำมันได้ทั้งเบนซิน 95, แก๊สโซฮอล์ 95 E10 และ E20 และมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ 174 กรัม/กิโลเมตร

กำลังถูกส่งไปยังล้อหลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ SPDS (Sport Direct Shift) รุ่น AA81E จาก AISIN ซึ่งมาพร้อมแป้น Paddle Shift หลังพวงมาลัย และสวิตช์ปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ Drive Mode Select ที่มีให้เลือกถึง 4 โปรแกรม (Normal, Eco, Sport, Sport+) และ Sport+ ที่ปรับช่วงล่างให้แข็งขึ้นเล็กน้อย และปรับการทำงานของเกียร์ให้ลากรอบนานขึ้นเพื่อเพิ่มความเร้าใจ

จากการทดสอบในอดีต อัตราเร่ง 0 – 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทำได้ราว 7.5 วินาที ซึ่งในยุค 2025 ตัวเลขนี้อาจจะดู “พอใช้ได้” เมื่อเทียบกับคู่แข่งที่มีกำลังเครื่องยนต์สูงกว่าและมักจะมีระบบ Mild-Hybrid หรือ Plug-in Hybrid มาเสริม แรงบิดที่มาต่อเนื่องตั้งแต่รอบต่ำถึงกลางปลายของ 8AR-FTS เป็นจุดเด่นที่ทำให้การขับขี่ในชีวิตประจำวันมีความคล่องตัว แต่ปัญหาที่ยังคงอยู่คือการเซ็ตคันเร่งไฟฟ้าที่ตอบสนองช้าไปสักหน่อย ซึ่งบั่นทอนความสนุกในการเรียกอัตราเร่งอย่างน่าเสียดาย แม้ในโหมด Sport+ ก็ยังสัมผัสได้ถึงความล่าช้าเล็กน้อยก่อนที่เครื่องยนต์จะปลดปล่อยพลังออกมาเต็มที่

ในด้าน อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน จากการทดสอบตามมาตรฐานเว็บไซต์ในอดีต RC200t ทำได้ถึง 15.85 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งถือว่าดีกว่าที่โรงงานเคลมไว้ (13.7 กิโลเมตร/ลิตร) สำหรับ รถยนต์เบนซิน ที่เน้นสมรรถนะ แต่ในยุค 2025 ที่ รถยนต์ประหยัดพลังงาน แบบ Hybrid และ EV เข้ามามีบทบาทสำคัญ ตัวเลขนี้อาจไม่โดดเด่นเท่าที่เคยเป็น แต่ก็ยังคงเป็นตัวเลขที่น่าพอใจสำหรับรถคูเป้เครื่องยนต์สันดาปภายในล้วน

ประสบการณ์การขับขี่: “Relax Coupe” ที่ยังคงน่าประทับใจ

ตลอดการ ขับขี่ Lexus RC สิ่งที่สัมผัสได้ชัดเจนคือความสมดุลและความรื่นรมย์ที่มันมอบให้ พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า (EPS) มีน้ำหนักและความหนืดที่เหมาะสม ตอบสนองได้อย่างเป็นธรรมชาติและแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมืองด้วยความเร็วต่ำ หรือการใช้ความเร็วสูงบนทางหลวง ให้ความมั่นใจและเสถียรภาพที่ดีเยี่ยม รัศมีวงเลี้ยวที่แคบเพียง 5.2 เมตร ยังทำให้การกลับรถหรือ maneuver ในพื้นที่จำกัดเป็นเรื่องง่ายอย่างเหลือเชื่อ

ระบบช่วงล่างอิสระแบบ Double Wishbone ที่ด้านหน้า และ Multi-Link ที่ด้านหลัง พร้อมระบบควบคุมความแข็งอ่อนของช็อกอัพ AVS (Adaptive Variable Suspension System) ถูกเซ็ตมาในแนวทางที่ “นุ่มสบายสไตล์ Lexus” ที่หลายคนชื่นชอบ แต่ก็ยังคงความกระชับและคล่องแคล่วไว้ได้อย่างลงตัว ดูดซับแรงสะเทือนจากพื้นผิวถนนที่ไม่เรียบได้อย่างยอดเยี่ยม มอบความสบายในการขับขี่ที่หาได้ยากในรถสปอร์ตหลายๆ รุ่น การเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงยังคงให้ความมั่นใจ แม้ว่ายางติดรถเดิมอย่าง Yokohama ADVAN db อาจจะเป็นจุดจำกัดที่ทำให้รถไปได้ไม่สุดเท่าที่ช่วงล่างจะรับมือได้

ระบบห้ามล้อแบบดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมรูระบายความร้อน ขนาดใหญ่ (หน้า 357 มิลลิเมตร หลัง 310 มิลลิเมตร) ทำงานร่วมกับระบบความปลอดภัยครบครัน (ABS, EBD, BA, VDIM, TRC, HSA) แป้นเบรกให้สัมผัสที่นุ่มเท้าในช่วงแรก แต่จะมีความหนักแน่นและตอบสนองได้อย่างรวดเร็วเมื่อเหยียบลงไปลึกขึ้น ให้ประสิทธิภาพการหยุดรถที่ดีเยี่ยมภายใต้สถานการณ์ต่างๆ

ในด้านความปลอดภัย RC200t เวอร์ชันไทยมาพร้อมอุปกรณ์ทั้งเชิงป้องกันและเชิงปกป้องที่ครบครัน ซึ่งในยุค 2025 นี้ ถือเป็นมาตรฐานสำคัญของ ระบบความปลอดภัยรถยนต์ 2025 ประกอบด้วยระบบ LDA (Lane Departure Alert), BSM (Blind Spot Monitor System), RCTA (Rear Cross Traffic Alert) และ AHB (Automatic High Beam System) รวมถึงฝากระโปรงหน้าแบบ PUH (Pop Up Hood) เพื่อความปลอดภัยของคนเดินถนน และถุงลมนิรภัยรวม 8 ตำแหน่ง ซึ่งจากการทดสอบการชนของ IIHS ในปี 2015 Lexus RC ได้รับการประเมินในระดับ “Good” ซึ่งเป็นระดับสูงสุด

ความท้าทายที่ยังคงอยู่: “ราคา” และอนาคตในตลาดไทยปี 2025

แม้ว่า Lexus RC จะเป็นรถคูเป้ที่สร้างความประทับใจในด้านการขับขี่และงานวิศวกรรมที่ยอดเยี่ยม แต่ปัญหาใหญ่ที่ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในประเทศไทย คือ “ราคา” ย้อนกลับไปในปี 2016 RC200t มี ราคา Lexus RC สูงถึง 5,490,000 บาท ซึ่งเมื่อเทียบกับคู่แข่งจากเยอรมนีในตลาด รถคูเป้พรีเมียม อย่าง Mercedes-Benz C-Class Coupe (ราคาเริ่มต้น 3,390,000 – 3,799,000 บาท) หรือ BMW 4-Series Coupe (ราคาเริ่มต้น 3,799,000 – 4,109,000 บาท) แล้ว ราคาของ RC นั้นโดดเด่นและสูงกว่าคู่แข่งมากถึง 1.3 – 1.6 ล้านบาท

ในบริบทของ ตลาดรถยนต์ไทย 2025 และ ภาษีรถยนต์ 2025 ปัญหาราคายิ่งทวีความซับซ้อนขึ้นไปอีก ด้วยนโยบายภาครัฐที่ส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และ Plug-in Hybrid (PHEV) ผ่านมาตรการภาษีที่จูงใจ ทำให้รถยนต์สันดาปภายในล้วนที่นำเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่ม รถนำเข้า มีราคาที่พุ่งสูงขึ้นกว่าเดิมเมื่อเทียบกับคู่แข่งที่อาจมีการประกอบในประเทศ หรือมีตัวเลือกระบบส่งกำลังแบบ Hybrid/PHEV ที่ได้ลดหย่อนภาษี ทำให้ช่องว่างด้านราคากับคู่แข่งยิ่งห่างออกไป

Lexus RC เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความหลงใหลในงานวิศวกรรมและการออกแบบ ที่มาพร้อมกับป้ายราคาที่ท้าทายความเข้าใจของตลาดไทยอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีจุดเด่นมากมาย ทั้งความสบายในการขับขี่ ความประณีตของงานประกอบ (จากโรงงาน Tahara และช่างฝีมือ “Takumi”) และบุคลิกที่เป็นเอกลักษณ์ แต่ในยุคที่ผู้บริโภคมองหาความคุ้มค่าและเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ ราคาที่สูงโดดเด่นนี้ยังคงเป็นกำแพงสำคัญที่ทำให้ RC ยากที่จะแข่งขันได้อย่างเต็มที่

บทสรุปและคำเชิญชวน

Lexus RC ยืนหยัดในฐานะ รถสปอร์ตหรู ที่มอบความรื่นรมย์และความสบายในการขับขี่ได้อย่างน่าประทับใจ เป็น “Relax Coupe” ที่สมดุลอย่างลงตัวระหว่างความสปอร์ตและความหรูหรา ไม่ใช่รถสปอร์ตดิบเถื่อนอย่างที่เส้นสายอาจสื่อ แต่เป็นรถยนต์ที่เข้าใจผู้ขับขี่ที่ต้องการความผ่อนคลายในชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกันก็พร้อมจะตอบสนองเมื่อต้องการความเร้าใจ เหมาะสำหรับผู้ใหญ่ที่ต้องการรถคูเป้ที่ใช้งานได้จริงในเมืองใหญ่ และยังคงเอกลักษณ์ของความพิเศษที่ไม่เหมือนใคร

ในยุค 2025 ที่โลกยานยนต์กำลังหมุนไปอย่างรวดเร็ว Lexus RC อาจไม่ได้เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีล้ำยุคหรือสมรรถนะดิบเถื่อนที่สุดในตลาด แต่มันคือทางเลือกที่แตกต่าง ที่ยังคงยึดมั่นในปรัชญาการสร้างสรรค์ยานยนต์ด้วยความประณีตและความใส่ใจในรายละเอียดอย่างแท้จริง

สำหรับท่านที่กำลังมองหา รถคูเป้พรีเมียม ที่มีบุคลิกโดดเด่น งานประกอบไร้ที่ติ และประสบการณ์การขับขี่ที่เน้นความสมดุลระหว่างความสบายและความสปอร์ต Lexus RC ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าพิจารณา แม้จะต้องยอมรับในเรื่องของราคาที่ “สุดโต่ง” เช่นเดียวกับวิศวกรรมที่ “สุดโต่ง” ของมัน

เราขอเชิญชวนให้ท่านได้สัมผัสและทดลองขับ Lexus RC ด้วยตัวท่านเอง เพื่อค้นพบเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของยนตรกรรมคูเป้จาก Lexus ที่ยังคงท้าทายทุกกระแส และยืนหยัดในความหลงใหลของการขับขี่อย่างแท้จริง

Previous Post

N1011007 แม สาม หวงล อยากได กชายต วเองเป นผ part2

Next Post

N1011012 คร งแรกก บการส มภาษณ ตค ของ บค จะเป นย งไง part2

Next Post
N1011012 คร งแรกก บการส มภาษณ ตค ของ บค จะเป นย งไง part2

N1011012 คร งแรกก บการส มภาษณ ตค ของ บค จะเป นย งไง part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1801081 เช ญคนแปลกหน าเข าบ าน จนเก ดเหต ไม คาดค part2
  • N1801086_เม อความสวย…ค อทางออกส ดท าย_part2
  • N1801085 เพ อนบ านแบบน ทำไงด part2
  • N1801083 เช อฟ งภรรยาได กคน part2
  • N1801103 บม เม อเพ อนสน ทกำล งพยายามแย งแฟนค part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.