ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการยานยนต์มายาวนานนับทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการของรถยนต์มากมาย ตั้งแต่ช่วงเวลาที่ตลาดคูเป้เริ่มกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง จนถึงยุคที่รถยนต์ไฟฟ้ากำลังเข้ามาปฏิวัติอุตสาหกรรม และในบรรดารถยนต์ที่ทิ้งความประทับใจให้กับผมอย่างมิอาจลืมเลือน “Lexus RC” คือหนึ่งในนั้น ผมจำได้แม่นยำเมื่อกลางปี 2015 กลางสนาม Nurburgring ประเทศเยอรมนี ภาพของรถคูเป้คันหนึ่งที่จอดอยู่ใกล้รถคอนเทนเนอร์ของทีม Toyota Team Thailand ดึงดูดสายตาผมทันที เส้นสายที่คมเข้ม ดุดัน ทว่าแฝงไว้ด้วยความสง่างามตามแบบฉบับ Lexus มันคือ Lexus RC F ที่ผมได้เห็นตัวเป็นๆ เป็นครั้งแรก และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่น่าสนใจของรถคันนี้
ย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์อันยาวนานของแบรนด์ Lexus นับตั้งแต่ถือกำเนิดในปี 1989 ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา แม้ Lexus จะสร้างชื่อเสียงในด้านรถยนต์ซีดานหรูหราและ SUV ที่เปี่ยมด้วยคุณภาพมาอย่างต่อเนื่อง แต่กลับไม่เคยมี “รถยนต์คูเป้ 2 ประตูแท้ๆ” ที่ถูกออกแบบและสร้างขึ้นภายใต้ปรัชญาของ Lexus โดยสมบูรณ์แบบมาก่อน หากคุณยังจำ Lexus SC400 หรือ SC300 ได้ นั่นคือ Toyota Soarer เจเนอเรชันที่ 3 ที่ถูกปรับแต่งเพื่อตลาดอเมริกาเหนือ ส่วน SC430 ก็ยังคงเป็นแนวคิด Coupe/Convertible สองบุคลิกในคันเดียว และ IS-C ก็เช่นกัน มันคือการนำโครงสร้างของ IS Sedan มาดัดแปลง ซึ่งอาจไม่ใช่ “คูเป้” ในความหมายที่แท้จริง
แต่แล้ว Lexus RC ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น เพื่อเติมเต็มช่องว่างที่ขาดหายไปในสายผลิตภัณฑ์ มันคือการประกาศอย่างเป็นทางการว่า Lexus พร้อมแล้วที่จะก้าวเข้าสู่สมรภูมิของรถยนต์คูเป้พรีเมียม (Premium Compact Coupe) อย่างเต็มตัว ในปี 2025 นี้ ตลาดรถยนต์คูเป้ยังคงเป็นนิชมาร์เก็ตที่ขับเคลื่อนด้วยอารมณ์และความปรารถนา โดยมีคู่แข่งสำคัญอย่าง BMW 4 Series Coupe, Mercedes-Benz CLE Coupe (ซึ่งมาแทนที่ C-Class Coupe เดิม) และ Audi A5 Coupe ที่ต่างก็งัดกลยุทธ์และเทคโนโลยีล่าสุดมาฟาดฟันกัน แล้ว Lexus RC ในเวอร์ชันปัจจุบัน ที่ได้รับการปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จะสามารถยืนหยัดและสร้างความประทับใจในยุคที่เทคโนโลยีก้าวล้ำไปอย่างรวดเร็วได้อย่างไร นี่คือสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญอย่างผมจะพาคุณไปสำรวจ
กำเนิด Radical Coupe: เมื่อการผสานรวมคือหัวใจของการออกแบบ
หัวใจสำคัญที่ทำให้ Lexus RC แตกต่างและโดดเด่น คือแนวคิดในการสร้างสรรค์ที่กล้าหาญและไม่เหมือนใคร ทีมวิศวกรของ Lexus ไม่ได้เพียงแค่ดัดแปลงรถซีดานที่มีอยู่ แต่เลือกที่จะนำโครงสร้างพื้นฐานจากรถยนต์ถึง 3 รุ่นมาผสานรวมกันอย่างชาญฉลาด วิศวกรใหญ่อย่าง Eiichi Kusama และ Junichi Furuyama เล่าว่า โครงการ RC เริ่มขึ้นพร้อมกับการพัฒนา Lexus IS รุ่นปัจจุบัน แต่ RC ไม่ได้ถูกวางตำแหน่งให้เป็นเพียง IS สองประตู แต่เป็น “Premium Coupe” ที่จะยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ Lexus ให้เร้าใจยิ่งขึ้น
โครงสร้างช่วงหน้าและห้องเครื่องยนต์ถูกยกมาจาก Lexus GS ซึ่งเป็นซีดานขนาดใหญ่ เพิ่มความแข็งแรงของผนังห้องเครื่องและซุ้มล้อหน้าอย่างเห็นได้ชัด ส่วนพื้นตัวถังบริเวณห้องโดยสารนั้นนำมาจาก Lexus IS-C รุ่นเดิม แต่มีการเสริมความกว้างของคาน Cross Member ในจุดต่างๆ เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง และช่วงท้ายของรถตั้งแต่ขอบประตูไปจนถึงบั้นท้าย ถูกนำมาจาก Lexus IS รุ่นปัจจุบัน นี่คือการผสมผสานที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อนที่สะท้อนถึงวิศวกรรมที่ยอดเยี่ยม และทำให้ RC มีความแข็งแกร่งของโครงสร้างตัวถัง (Body Rigidity) ในระดับสูง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการขับขี่ที่มีพลวัต
Yasuo Kajino หัวหน้านักออกแบบ กล่าวถึงแรงบันดาลใจว่าต้องการให้ RC เป็นรถคูเป้ที่เปี่ยมด้วยเส้นสายเร้าอารมณ์ ดึงดูดให้ผู้คนอยากสัมผัสและทดลองขับในทันทีที่ได้เห็น ด้วยสัดส่วน “Wide & Low” ที่ได้จากแพลตฟอร์ม GS ทำให้ตัวรถดูกว้างและเตี้ย ผนวกกับระยะฐานล้อที่สั้นในแบบรถยนต์ขนาดเล็ก ทำให้ได้สัดส่วนที่สมดุลและลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ กระจังหน้า Spindle Grille อันเป็นเอกลักษณ์ของ Lexus ถูกปรับให้เข้ากับดีไซน์ของ RC ได้อย่างกลมกลืน ตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา Spindle Grille ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่ไม่มีใครเหมือนของ Lexus ที่ไม่ใช่แค่การออกแบบ แต่เป็นฟังก์ชันที่ช่วยเสริมการไหลเวียนอากาศและบุคลิกภาพที่โดดเด่น โดยเฉพาะในรุ่น F Sport ลายกระจังหน้าแบบ “กรงตาข่าย” ยิ่งเพิ่มความสปอร์ตดุดันสะท้อนถึงสมรรถนะที่ซ่อนอยู่ภายใน
การเลือกใช้สีอย่าง Radiant Red (3T5) สำหรับสีโปรโมทนั้น ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ Yoichiro Kitamura นักออกแบบสีของ Lexus ต้องการให้สีแดงนี้สะท้อนถึงพลวัตและความลื่นไหลของเส้นสายบนตัวถัง สร้างความลึกและมิติที่เล่นกับแสงเงาได้อย่างน่าทึ่ง นี่คือความใส่ใจในรายละเอียดที่ Lexus มอบให้ เพื่อให้ RC ไม่ใช่แค่ยานพาหนะ แต่เป็นงานศิลปะเคลื่อนที่ที่สร้างความประหลาดใจตั้งแต่แรกเห็น
Lexus RC F Sport: ความงามที่ผสานความดุดัน
สำหรับตลาดประเทศไทยในปัจจุบัน Lexus นำเสนอ RC 300 F Sport และ RC 300h F Sport โดย RC 300 คือรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบ ซึ่งเป็นการสานต่อจาก RC 200t เดิม เส้นสายด้านข้างของ RC 300 F Sport ยังคงคมกริบ ลากยาวต่อเนื่องจากสัญลักษณ์ F Sport ถัดจากซุ้มล้อหน้าไปจนถึงชุดไฟท้าย ไฟท้าย LED แบบ L-Motif-Style ที่ดูสวยงามยามค่ำคืน สะท้อนถึงประกายระยิบระยับของอัญมณีล้ำค่า ซึ่งเป็นแนวคิดที่ Eiichi Kusama ต้องการให้เกิดขึ้น การออกแบบช่องระบายอากาศบนกันชนหลัง พร้อม Defuser และปลอกท่อไอเสียคู่ แสดงออกถึงความสปอร์ตอย่างชัดเจน พร้อมระบบ ASC (Active Sound Control) ที่ช่วยเสริมเสียงเครื่องยนต์ให้เร้าใจยิ่งขึ้นเมื่อต้องการ
ภายในห้องโดยสารของ RC 300 F Sport ยังคงสะท้อนถึงปรัชญา “Lexus Luxury” อย่างเต็มเปี่ยม แม้ในตลาดรถยนต์คูเป้ปี 2025 ที่เน้นเทคโนโลยีดิจิทัลและมินิมอล แต่ Lexus ยังคงยึดมั่นในการสร้างสรรค์พื้นที่ที่โอบรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้วยวัสดุคุณภาพสูง เบาะนั่งคู่หน้าหุ้มด้วยหนังสังเคราะห์ Smooth Leather สี Dark Rose หรือสีดำ ตัดเย็บด้วยด้ายสีดำ/แดงอย่างประณีต พร้อมระบบปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง ตัวดันหลังไฟฟ้า และระบบอุ่น/ระบายอากาศเบาะที่ช่วยเพิ่มความสบายในทุกสภาพอากาศ นอกจากนี้ ยังมีระบบหน่วยความจำตำแหน่งเบาะ พวงมาลัย และกระจกมองข้างถึง 3 ตำแหน่ง แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดเพื่อความสะดวกสบายสูงสุด
แผงประตูแบบ Frameless Door ตามสไตล์ Premium Coupe จากยุโรป เพิ่มความหรูหราและให้ความรู้สึกโปร่งสบาย ภายในตกแต่งด้วยหนังและวัสดุบุนุ่มอย่างดี แผงหน้าปัดได้รับแรงบันดาลใจจาก Lexus LF-A โดยสามารถปรับเปลี่ยนการแสดงผลได้ 2 รูปแบบ คือแบบมาตรวัดความเร็ว Digital และมาตรวัดรอบเครื่องยนต์แบบแถบสีขาวตรงกลาง หรือเปลี่ยนเป็นจอ TFT Multi-Information Display ขนาด 4.2 นิ้ว ที่แสดงข้อมูลครบถ้วน รวมถึงมาตรวัดบูสต์ของเทอร์โบชาร์จเจอร์ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่คนรักรถยนต์สมรรถนะสูงต้องชื่นชอบ
สิ่งหนึ่งที่ผมชื่นชมเป็นพิเศษคือ การกลับมาของระบบเครื่องเสียง Mark Levinson ซึ่งเป็นตำนานคู่บารมีของ Lexus ชุดเครื่องเสียง 17 ชิ้น พร้อม Sub-Woofer และระบบเสียง Surround 5.1 Channel มอบประสบการณ์การฟังเพลงที่ยอดเยี่ยม สามารถยกระดับไฟล์เพลงที่ถูกบีบอัดให้กลับคืนสู่คุณภาพใกล้เคียงต้นฉบับด้วยระบบ Signal Doctor แม้ว่าระบบ Remote Touch Interface (RTI Touch Pad) สำหรับควบคุมหน้าจอ EMV ขนาด 7 นิ้ว อาจจะต้องใช้เวลาปรับตัวเล็กน้อยสำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับทัชแพด แต่เมื่อคุ้นเคยแล้ว การควบคุมต่างๆ ก็จะทำได้อย่างไหลลื่นและแม่นยำ
สำหรับพื้นที่ห้องโดยสารด้านหลัง แม้จะเป็นรถคูเป้แบบ 2+2 ที่นั่ง แต่ก็ยังพอมีพื้นที่ให้ใช้งานในระยะสั้นๆ เบาะรองนั่งมีความยาวกำลังดี มีช่องแอร์ด้านหลัง และไฟส่องสว่างบนเพดาน สิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ตอกย้ำว่า RC ถูกออกแบบมาให้เป็น “Relax Coupe” ที่สามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน ไม่ได้มุ่งเน้นความสปอร์ตจ๋าอย่างเดียว ช่องเก็บสัมภาระด้านหลังมีขนาด 374 ลิตร ซึ่งอาจจะไม่ใหญ่เท่าคู่แข่งบางรุ่น แต่ก็ยังเพียงพอสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดสั้นๆ
วิศวกรรมสมรรถนะ: หัวใจเทอร์โบที่ผสานเทคโนโลยีขั้นสูง
หัวใจของ Lexus RC 300 คือเครื่องยนต์เบนซินใหม่ล่าสุด รหัส 8AR-FTS บล็อก 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 1,998 ซีซี เทอร์โบชาร์จเจอร์แบบ Twin Scroll พร้อม Intercooler แบบ Air-to-Liquid หรือระบายความร้อนด้วยน้ำ เทคโนโลยีนี้เป็นจุดเด่นที่ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ให้กำลังสูงสุด 245 แรงม้า (PS) ที่ 5,800 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร (35.66 กก.-ม.) ตั้งแต่รอบเครื่องยนต์ 1,650 – 4,400 รอบ/นาที ซึ่งเป็นช่วง Flat Torque ที่กว้างมาก ทำให้ตัวรถมีแรงดึงต่อเนื่องตั้งแต่รอบต่ำไปจนถึงรอบกลางปลาย
จุดเด่นของเครื่องยนต์บล็อกนี้คือระบบหัวฉีด D-4ST (Direct injection 4-Stroke gasoline Superior version with Turbo) ที่สามารถทำงานร่วมกันระหว่างหัวฉีด Direct Injection และหัวฉีดที่พอร์ทไอดี ขึ้นอยู่กับสภาพการขับขี่และภาระของเครื่องยนต์ เพื่อให้การเผาไหม้สมบูรณ์แบบที่สุด นอกจากนี้ ระบบแปรผันวาล์ว VVT-iW (Variable Valve Timing – Intelligent Wide) ยังช่วยให้เครื่องยนต์สามารถทำงานในโหมด Atkinson Cycle ที่รอบต่ำ เพื่อเน้นความประหยัดเชื้อเพลิง และเปลี่ยนกลับมาเป็นโหมดปกติเพื่อเรียกพละกำลังสูงสุดเมื่อต้องการ นี่คือการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างสมรรถนะและประสิทธิภาพที่ Lexus ตั้งใจมอบให้
ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ SPDS (Sport Direct Shift) ของ AISIN ที่ทำงานได้อย่างนุ่มนวลและราบรื่นในโหมด D ปกติ แต่เมื่อเปลี่ยนเป็นโหมด Sport หรือ Sport+ และใช้ Paddle Shift เกียร์จะตอบสนองได้อย่างรวดเร็วและกระฉับกระเฉง โดยไม่มีอาการกระตุกกระชาก ผมประทับใจความฉลาดของสมองกลเกียร์ G AI (Artificial Intelligence) – Shift ที่สามารถเลือกเกียร์และรูปแบบการเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างเหมาะสมตามแรง G Force ที่ตรวจจับได้ นี่คือข้อดีที่ผู้ขับขี่สามารถสัมผัสได้ถึงความสนุกในการควบคุม
อย่างไรก็ตาม จากประสบการณ์ที่ได้ทดลองขับ RC 200t (ซึ่งก็คือ RC 300 ในปัจจุบัน) ผมยังคงมีความรู้สึกว่าการตอบสนองของคันเร่งไฟฟ้ายังไม่ฉับไวเท่าที่ควร แม้จะอยู่ในโหมด Sport+ และพยายามเลี้ยงรอบเครื่องยนต์ไว้สูงๆ ก็ยังมีความล่าช้าในการส่งกำลังออกมาเล็กน้อย ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของ Lexus หลายรุ่นที่ผมพบเจอ อาจจะไม่ถูกใจผู้ที่ต้องการรถสปอร์ตที่ตอบสนองแบบทันทีทันใด แต่สำหรับผู้ที่เน้นการขับขี่ที่นุ่มนวลแต่ยังคงมีกำลังสำรอง RC 300 ก็ยังถือว่าตอบโจทย์ได้ดีเยี่ยม
การควบคุมและช่วงล่าง: นุ่มนวลแต่เฉียบคม
ระบบบังคับเลี้ยวเป็นพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า EPS (Electronic Power Steering) ที่มีรัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 5.2 เมตร (จากยางรถ) ซึ่งถือว่าคล่องตัวอย่างน่าประหลาดใจสำหรับรถคูเป้ พวงมาลัยถูกเซ็ตให้น้ำหนักและความหนืดเหมาะสม ตั้งแต่จอดนิ่งจนถึงความเร็วสูง ให้ความแม่นยำและการตอบสนองที่เป็นธรรมชาติ แม้จะไม่ได้คมกริบแบบรถสปอร์ตจ๋า แต่มันก็มอบความนิ่งและความมั่นใจในการขับขี่ที่ความเร็วสูงได้อย่างยอดเยี่ยม
ระบบกันสะเทือนหน้าแบบปีกนกคู่ Double Wishbone และด้านหลังแบบ Multi-Link พร้อมระบบควบคุมความแข็งอ่อนของโช้คอัพ AVS (Adaptive Variable Suspension System) ในตอนแรกผมคาดว่ารถที่หน้าตาดุดันขนาดนี้ช่วงล่างน่าจะดิบเถื่อน แต่เมื่อได้ลองขับจริงกลับพบว่ามันถูกเซ็ตมาในแนว “นุ่มสบายสไตล์ Lexus” ที่หลายคนคุ้นเคย เพียงแต่กระชับขึ้น คล่องแคล่วขึ้น และไม่ย้วยเลย ช่วงล่างสามารถดูดซับแรงสะเทือนจากพื้นผิวถนนที่ไม่เรียบของประเทศไทยได้อย่างดีเยี่ยม ยิ่งเมื่อมาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว และยาง Yokohama ADVAN db (Decibel) ก็ยิ่งเพิ่มความนุ่มนวลและเงียบสงบในห้องโดยสาร
บนทางโค้งความเร็วสูง RC 300 F Sport สามารถถ่ายทอดความรู้สึกมั่นคงและควบคุมได้แม่นยำ โดยยังคงให้ความสบายในการเดินทาง ระบบห้ามล้อแบบดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมรูระบายความร้อน จานเบรกคู่หน้าขนาด 357 มิลลิเมตร และคู่หลัง 310 มิลลิเมตร พร้อมอุปกรณ์ช่วยมาตรฐานอย่าง ABS, EBD, Brake Assist และระบบควบคุมเสถียรภาพ VDIM (Vehicle Dynamics Integrated Management) ทำให้มั่นใจได้ในทุกสถานการณ์การขับขี่
ความปลอดภัยและเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่แห่งอนาคต
Lexus RC ในปี 2025 มาพร้อมชุดอุปกรณ์ความปลอดภัยเชิงป้องกันและเชิงปกป้องที่ครบครันตามมาตรฐานรถยนต์พรีเมียมยุคใหม่ รวมถึง Lexus Safety System+ ที่มีฟีเจอร์สำคัญอย่าง ระบบ LDA (Lane Departure Alert) แจ้งเตือนเมื่อรถออกนอกเลนโดยไม่เปิดไฟเลี้ยว, ระบบ BSM (Blind Spot Monitor System) พร้อม RCTA (Rear Cross Traffic Alert) ที่ช่วยตรวจจับยานพาหนะที่เข้ามาในจุดอับสายตาและด้านหลังรถ, ระบบ AHB (Automatic High Beam System) ปรับไฟสูงอัตโนมัติ และฝากระโปรงหน้าแบบ PUH (Pop Up Hood) ที่ช่วยลดการบาดเจ็บของคนเดินถนนในกรณีเกิดอุบัติเหตุ
นอกจากนี้ ยังมีถุงลมนิรภัยรอบคัน 8 ตำแหน่ง และโครงสร้างตัวถังนิรภัยแบบ Crumple Zone ที่แข็งแกร่งสูง ผสมผสานเทคโนโลยีการเชื่อมด้วยเลเซอร์และกาวพิเศษ ทำให้ RC มีความปลอดภัยในระดับสูง ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วจากการทดสอบของสถาบันชั้นนำระดับโลก
อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง: สมดุลที่น่าประทับใจ
แม้จะเป็นรถยนต์คูเป้ที่เน้นสมรรถนะ แต่ RC 300 ก็ยังสามารถทำตัวเลขการประหยัดเชื้อเพลิงได้ดีเกินคาด จากการทดสอบของผมเมื่อหลายปีก่อนบน RC 200t (เครื่องยนต์เดียวกัน) ทำได้ถึง 15.85 กิโลเมตร/ลิตร ในการขับขี่บนทางด่วนด้วยความเร็วคงที่ ซึ่งดีกว่าตัวเลขที่โรงงานเคลมไว้ (13.7 กิโลเมตร/ลิตร) ซึ่งในยุค 2025 ที่ความใส่ใจในเรื่องสิ่งแวดล้อมและค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น ตัวเลขนี้ยังคงเป็นจุดแข็งที่น่าสนใจ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับคู่แข่งในกลุ่มรถยนต์สมรรถนะสูง นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่ต้องการความประหยัดสูงสุด Lexus ยังมี RC 300h F Sport รุ่นไฮบริดให้เลือกอีกด้วย ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ Lexus ในการนำเสนอรถยนต์ที่ตอบโจทย์หลากหลายไลฟ์สไตล์
บทสรุป: Radical Coupe ที่ราคา Radical เกินไป?
ตลอดสัปดาห์ที่ผมได้ใช้ชีวิตอยู่กับ Lexus RC 300 F Sport ผมสัมผัสได้ถึงความรื่นรมย์ในการขับขี่ที่หาได้ยากในรถยนต์ยุคปัจจุบัน มันคือรถที่ได้รับการปรับเซ็ตมาอย่างดีเยี่ยม บาลานซ์ทุกอย่างให้สมดุลในแทบทุกด้าน สมกับแนวคิด “Radical Coupe” ที่หมายถึงการสร้างสรรค์รถคูเป้ 2 ประตูอย่างสุดโต่ง ไม่ใช่แค่การดัดแปลง แต่มันคือการสร้างขึ้นจากปรัชญาที่ลึกซึ้ง
Lexus RC คือ “Relax Coupe” อย่างแท้จริง บุคลิกการขับขี่ที่ให้ความสบายในการควบคุม คล่องแคล่ว ผ่อนคลายในการจราจรติดขัด และยังคงมีอารมณ์สปอร์ตซ่อนอยู่ มันคือรถสำหรับผู้ใหญ่ที่ต้องการคูเป้สักคันที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน ต้องการความสบายในการขับขี่บนท้องถนนในเมืองที่แสนวุ่นวาย แต่ก็ยังไม่ทิ้งความตื่นเต้นเร้าใจเมื่อมีโอกาส
อย่างไรก็ตาม ข้อกังขาที่ยังคงติดค้างอยู่ในใจผมในฐานะผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ยาวนาน คือ “ราคา” ซึ่งเป็นปัญหาคลาสสิกของ Lexus ในประเทศไทยมาโดยตลอด ในปี 2025 นี้ Lexus RC 300 F Sport มีราคาจำหน่ายอยู่ที่ประมาณ 4.8 ล้านบาท และ RC 300h F Sport มีราคาที่สูงกว่าเล็กน้อย ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งโดยตรงอย่าง BMW 4 Series Coupe, Mercedes-Benz CLE Coupe หรือ Audi A5 Coupe ซึ่งมีราคาเริ่มต้นอยู่ในช่วง 3.5 – 4.5 ล้านบาท การตั้งราคาของ Lexus RC ยังคงสูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ช่องว่างของราคาเป็นอุปสรรคสำคัญในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้า แม้ว่า Lexus RC จะมีต้นทุนการผลิตที่ซับซ้อนและมีการใช้ช่างฝีมือ Takumi ในโรงงาน Tahara ตรวจสอบทุกขั้นตอน แต่การแข่งขันในตลาดรถหรูพรีเมียมนั้นดุเดือด Lexus เองก็เคยพยายามแก้ไขปัญหานี้ เช่น การนำ Lexus ES300h มาประกอบในประเทศ แต่ด้วยปัจจัยหลายอย่าง แผนการเหล่านั้นก็ต้องพับไป
ในท้ายที่สุด Lexus RC 300 F Sport คือรถยนต์คูเป้ที่เปี่ยมด้วยบุคลิกเฉพาะตัว มีดีไซน์ที่โดดเด่น ภายในหรูหราสะดวกสบาย สมรรถนะที่น่าประทับใจ และการควบคุมที่นุ่มนวลแต่เฉียบคม มันเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่มองหาสมดุลระหว่างความหรูหรา ความสบาย และความเร้าใจในแบบฉบับที่ไม่เหมือนใคร โดยไม่จำเป็นต้องเป็นรถสปอร์ตที่ดิบเถื่อนจนเกินไป หากคุณให้ความสำคัญกับงานฝีมือ ประสบการณ์การขับขี่ที่ผ่อนคลาย และคุณภาพที่ Lexus มอบให้ คุณอาจจะพบว่า RC คือคำตอบที่ใช่ แม้จะต้องจ่ายในราคาที่สูงกว่าก็ตาม
อย่าพลาดโอกาสสัมผัสประสบการณ์ขับขี่ที่แตกต่างและเป็นเอกลักษณ์ของ Lexus RC ได้แล้ววันนี้ที่ผู้จัดจำหน่าย Lexus ทั่วประเทศ หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราเพื่อข้อมูลเพิ่มเติมและนัดหมายทดลองขับ เราพร้อมที่จะให้คำปรึกษาและแนะนำรถยนต์คูเป้พรีเมียมที่จะตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคุณ

