ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มายาวนานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมนี้ ไม่ว่าจะเป็นจากยุคเครื่องยนต์สันดาปภายในที่รุ่งเรือง สู่การก้าวผ่านสู่ยุคไฮบริด และในปัจจุบัน ตลาดรถยนต์ไทยปี 2025 ได้เข้าสู่บทใหม่ที่เต็มไปด้วยความท้าทายและโอกาส โดยมี “รถยนต์ไฟฟ้า” เป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อน ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีอัจฉริยะ การเชื่อมต่อไร้สาย และบริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ก็เข้ามามีบทบาทอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกถึงภาพรวมของตลาด พร้อมวิเคราะห์กลยุทธ์และทิศทางของแบรนด์สำคัญ รวมถึงวัฒนธรรมการแต่งรถที่ไม่เคยหยุดนิ่งในยุค 2025
ฟอร์ด ประเทศไทย 2025: ตอกย้ำความแข็งแกร่งในตลาดรถกระบะและ SUV ท่ามกลางคลื่น EV
หากย้อนกลับไปในปี 2016 ฟอร์ด ประเทศไทย ได้แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่สวนกระแสตลาด ด้วยส่วนแบ่งที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมี “ฟอร์ด เรนเจอร์” และ “ฟอร์ด เอเวอเรสต์” เป็นหัวหอกสำคัญที่ผลักดันยอดขาย และในปัจจุบันปี 2025 สถานการณ์ของฟอร์ดยังคงตอกย้ำจุดยืนที่แข็งแกร่งในตลาดกลุ่มเฉพาะนี้ได้อย่างน่าประทับใจ แม้ว่าอุตสาหกรรมยานยนต์จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงก็ตาม
ฟอร์ด เรนเจอร์ (Ford Ranger 2025): ตำนานรถกระบะที่ถูกยกระดับ
ในตลาดรถกระบะที่ยังคงเป็นเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจไทย ฟอร์ด เรนเจอร์ โฉมปัจจุบันได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของรถกระบะใช้งานทั่วไป สู่การเป็น “รถกระบะอัจฉริยะ” ที่ผสมผสานความแกร่งแบบสมบุกสมบันเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัยได้อย่างลงตัว ด้วยการออกแบบที่ดุดัน โฉบเฉี่ยว แต่ยังคงเอกลักษณ์ความบึกบึนที่ผู้ใช้งานฟอร์ดคุ้นเคย ห้องโดยสารได้รับการออกแบบใหม่ให้มีความพรีเมียมและทันสมัยยิ่งขึ้น พร้อมจอแสดงผลดิจิทัลขนาดใหญ่ และระบบ Infotainment SYNC 4A ที่รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคยุค 2025 ต้องการ
ภายใต้ฝากระโปรง เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ V6 ขนาด 3.0 ลิตร (ในรุ่นท็อป) หรือเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร Bi-Turbo และ Single-Turbo ยังคงมอบสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม ทั้งพละกำลัง แรงบิดที่เหลือเฟือสำหรับการบรรทุกและการลุยเส้นทางออฟโรด ในขณะเดียวกัน ก็มีการพัฒนาในด้านประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันให้ดียิ่งขึ้น เพื่อตอบโจทย์ภาวะน้ำมันแพง นอกจากนี้ ฟอร์ดยังได้ติดตั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่ Ford Co-Pilot360™ ที่ครอบคลุม เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับความเร็วได้ (Adaptive Cruise Control with Stop-and-Go), ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping Assist) และระบบเตือนการชนด้านหน้า (Pre-Collision Assist) ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็น เทคโนโลยียานยนต์ ที่ช่วยเพิ่ม ความปลอดภัยในการขับขี่ และเป็นมาตรฐานที่รถยนต์ยุคใหม่ต้องมี
สำหรับอนาคตอันใกล้ เราได้เห็นแนวคิดของ รถกระบะไฟฟ้า และ รถกระบะ Plug-in Hybrid (PHEV) จากฟอร์ดในตลาดโลก ซึ่งแน่นอนว่า ฟอร์ด ประเทศไทย กำลังจับตามองเทรนด์นี้อย่างใกล้ชิด และอาจนำเสนอตัวเลือกเหล่านี้ในรุ่นถัดไป เพื่อตอบรับนโยบายและแนวโน้มของ ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ในประเทศไทยที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งอาจกลายเป็น รถกระบะพลังงานทางเลือก ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของตลาดนี้อย่างสิ้นเชิง
ฟอร์ด เอเวอเรสต์ (Ford Everest 2025): SUV พรีเมียมสำหรับนักผจญภัยยุคใหม่
ในส่วนของ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ รถยนต์นั่งอเนกประสงค์ประเภท PPV (Pickup Passenger Vehicle) ที่สร้างบนพื้นฐานเดียวกับเรนเจอร์ ก็ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่มองหา รถยนต์สำหรับครอบครัว ที่ผสมผสานความหรูหรา ความสะดวกสบาย และความสามารถในการลุยได้อย่างลงตัว ด้วยการออกแบบภายนอกที่ดูสง่างาม แต่ยังคงกลิ่นอายของความบึกบึน ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางและประณีต รองรับผู้โดยสารได้ถึง 7 ที่นั่ง พร้อมวัสดุคุณภาพสูง และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ครบครัน
เช่นเดียวกับเรนเจอร์ เอเวอเรสต์มาพร้อมกับเทคโนโลยี SYNC 4A และจอสัมผัสขนาดใหญ่ รวมถึงระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ครบวงจร ทำให้การเดินทางระยะไกลเป็นไปอย่างผ่อนคลายและปลอดภัย สมรรถนะการขับขี่ก็ยังคงโดดเด่น ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล Bi-Turbo 2.0 ลิตร และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่สามารถพาคุณไปได้ทุกเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมือง หรือการผจญภัยบนเส้นทางออฟโรด สิ่งที่ทำให้เอเวอเรสต์ยังคงเป็นที่นิยมคือความสามารถรอบด้านที่หาตัวจับยากในกลุ่ม SUV พรีเมียม
ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดในกลุ่ม SUV ที่มีทั้ง รถ SUV ไฟฟ้า และ SUV ไฮบริดจากแบรนด์คู่แข่ง ฟอร์ดกำลังศึกษาและเตรียมความพร้อมในการนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไฮบริด หรือแม้กระทั่งรุ่นไฟฟ้าในอนาคตอันใกล้ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและขยายฐานลูกค้าในกลุ่มที่ใส่ใจเรื่อง การประหยัดพลังงาน และ ความยั่งยืน
กลยุทธ์และบริการหลังการขายของฟอร์ดในยุค 2025
ฟอร์ดเข้าใจดีว่าการแข่งขันในยุค 2025 ไม่ได้มีเพียงแค่ผลิตภัณฑ์ที่แข็งแกร่งเท่านั้น แต่ การบริการหลังการขาย และ ประสบการณ์ผู้ใช้งาน ก็เป็นสิ่งสำคัญยิ่ง ฟอร์ดยังคงมุ่งมั่นในการขยายและยกระดับเครือข่าย ศูนย์บริการฟอร์ด ทั่วประเทศให้มีความทันสมัยและเข้าถึงง่ายขึ้น รวมถึงการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการนัดหมายบริการ และการสื่อสารกับลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายสูงสุด การเพิ่มเวลาให้บริการ หรือการให้บริการแบบ “Mobile Service” ถึงที่บ้านหรือที่ทำงาน ก็เป็นสิ่งที่ฟอร์ดได้พัฒนาและต่อยอด เพื่อสร้าง ความพึงพอใจลูกค้า ในยุคที่เวลาเป็นสิ่งมีค่า
กล่าวโดยสรุป ฟอร์ด ประเทศไทย ในปี 2025 ยังคงเป็นผู้เล่นสำคัญที่รักษาความแข็งแกร่งในตลาดรถกระบะและ SUV ได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านสมรรถนะ เทคโนโลยี และความปลอดภัย พร้อมกับการปรับตัวในด้านพลังงานทางเลือกและการบริการ เพื่อรับมือกับภูมิทัศน์ของ อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่หยุดยั้ง
Honda BR-V 2025: ครอสโอเวอร์ 7 ที่นั่งที่ปรับตัวตามกระแส
เมื่อครั้งที่ Honda BR-V เปิดตัวครั้งแรกในปี 2016 มันคือปรากฏการณ์ใหม่ในตลาด Sub-Compact Crossover ด้วยการนำเสนอรถยนต์ 7 ที่นั่งในขนาดที่กะทัดรัดและราคาที่เข้าถึงได้ ตอบโจทย์ รถยนต์สำหรับครอบครัว ที่ต้องการความอเนกประสงค์ ในปี 2025 นี้ Honda BR-V ได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น เพื่อตอบรับกับความคาดหวังของผู้บริโภคที่สูงขึ้น และการแข่งขันที่ดุเดือดกว่าเดิมในตลาด ตลาดรถยนต์ Sub-Compact SUV
รูปลักษณ์และดีไซน์ที่ลงตัวสำหรับยุค 2025
Honda BR-V เจเนอเรชันใหม่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของความ “Bold Runabout Vehicle” ด้วยการออกแบบภายนอกที่ดูแข็งแกร่ง ทันสมัย และสปอร์ตยิ่งขึ้น ไฟหน้า LED ดีไซน์เฉียบคมพร้อม Daytime Running Light (DRL) ที่เป็นเอกลักษณ์ กระจังหน้า Solid Wing Face ที่เป็นสัญลักษณ์ของฮอนด้า ให้ความรู้สึกพรีเมียม ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 17 นิ้ว และเส้นสายที่พาดผ่านตัวถัง ทำให้ BR-V ดูโฉบเฉี่ยวและโดดเด่นบนท้องถนน ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถ (Ground Clearance) ที่เหมาะสมยังคงทำให้ BR-V มีความสามารถในการลุยเส้นทางที่ไม่เรียบได้อย่างมั่นใจ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญสำหรับ รถ Crossover ในไทย
ห้องโดยสารที่กว้างขวางและเทคโนโลยีที่อัปเกรด
ภายในห้องโดยสารของ BR-V 2025 ได้รับการปรับปรุงให้มีความทันสมัยและสะดวกสบายยิ่งขึ้น ด้วยการออกแบบที่เน้นความ Ergonomic และวัสดุคุณภาพดีขึ้น เบาะนั่งทั้ง 3 แถวยังคงความยืดหยุ่นในการปรับพับ เพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระได้อย่างเต็มที่ เบาะนั่งแถวที่สองสามารถปรับเลื่อนหน้า-หลัง และพับแยก 60:40 ได้ ส่วนเบาะนั่งแถวที่สามก็ยังคงให้พื้นที่ที่เพียงพอสำหรับผู้ใหญ่ในการเดินทางระยะสั้น และเหมาะสำหรับเด็กในระยะทางที่ยาวขึ้น พร้อมช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่จำเป็นสำหรับ รถ Crossover 7 ที่นั่ง ในประเทศไทย
ระบบ Infotainment ได้รับการอัปเกรดเป็นจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมระบบ Honda CONNECT ที่เชื่อมต่อรถยนต์กับสมาร์ทโฟนของผู้ใช้งาน ทำให้สามารถเข้าถึงฟังก์ชันต่างๆ เช่น การค้นหาสถานที่, ระบบนำทาง, และการตรวจสอบสถานะรถยนต์ได้จากระยะไกล ซึ่งเป็นหนึ่งใน เทคโนโลยี AI ในรถยนต์ ที่ช่วยยกระดับ ประสบการณ์ผู้ใช้งาน ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ Smart Key System และปุ่ม Push Start ก็เป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่อำนวยความสะดวกสบาย
ขุมพลังที่ตอบโจทย์ยุคประหยัดและเทคโนโลยีความปลอดภัย
หัวใจสำคัญของ Honda BR-V 2025 คือเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร DOHC i-VTEC ที่ให้กำลังสูงสุด 121 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 145 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ที่พัฒนาภายใต้เทคโนโลยี Earth Dreams ทำให้ได้ สมรรถนะรถยนต์ ที่ตอบสนองได้ดี ทั้งยังให้ การประหยัดน้ำมัน ที่ยอดเยี่ยม และยังคงรองรับน้ำมัน E85 ได้ ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ฮอนด้ายังคงรักษาไว้ อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางกระแส รถยนต์ไฮบริด และ รถยนต์ไฟฟ้า ที่เข้ามาในตลาด ฮอนด้าอาจพิจารณาการนำเสนอ BR-V ในเวอร์ชัน Honda e:HEV เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคที่มองหา รถยนต์ประหยัดพลังงาน ขั้นสูง
สิ่งที่ BR-V 2025 ก้าวล้ำไปอีกขั้นคือการติดตั้งระบบความปลอดภัย Honda SENSING ซึ่งเป็นชุดเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะอันเป็นเอกลักษณ์ของฮอนด้า ประกอบด้วย ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับความเร็วได้, ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ และระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ ซึ่งช่วยเพิ่ม ความปลอดภัยในการขับขี่ ได้อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ BR-V กลายเป็นหนึ่งใน รถยนต์สำหรับครอบครัว ที่ปลอดภัยที่สุดในเซกเมนต์
ความท้าทายและทิศทางในอนาคต
ในปี 2025 ตลาด Crossover ขนาดเล็กนั้นมีการแข่งขันที่ดุเดือดอย่างไม่เคยมีมาก่อน โดยเฉพาะจากแบรนด์รถยนต์จีนที่นำเสนอ รถยนต์ไฟฟ้า และ เทคโนโลยีอัจฉริยะ ในราคาที่น่าสนใจ BR-V ยังคงมีจุดแข็งในด้านความน่าเชื่อถือของแบรนด์ฮอนด้า, คุณภาพการประกอบ, และการบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยม รวมถึงความคุ้มค่าในการใช้งานระยะยาว อย่างไรก็ตาม การปรับตัวให้เข้ากับความต้องการด้านพลังงานทางเลือก และการนำเสนอ นวัตกรรมยานยนต์ ที่ล้ำหน้ายิ่งขึ้น จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ Honda BR-V ยังคงเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นในอนาคต
Bangkok International Auto Salon 2025: มหกรรมแห่งการปรับแต่งและนวัตกรรมยานยนต์
หากย้อนไปในปี 2016 งาน Bangkok International Auto Salon ได้สร้างความตื่นเต้นให้กับวงการ รถแต่ง และ อุปกรณ์โมดิฟาย ในประเทศไทย ด้วยการนำสุดยอดรถคัสตอมจาก Tokyo Auto Salon มาจัดแสดง และในยุค 2025 นี้ มหกรรมยานยนต์แต่งยังคงเป็นศูนย์รวมของผู้หลงใหลในยานยนต์ แต่ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบและเนื้อหาให้สอดรับกับ แนวโน้มยานยนต์ ในปัจจุบัน ซึ่งเน้นไปที่เทคโนโลยี การปรับแต่งที่ยั่งยืน และการผสมผสานไลฟ์สไตล์
การปรับแต่งรถยนต์ในยุค EV: มิติใหม่ของ Customization
ในยุคที่ รถยนต์ไฟฟ้า กลายเป็นกระแสหลัก วัฒนธรรม การปรับแต่งรถยนต์ ก็ไม่ได้หายไปไหน แต่กลับพัฒนาไปในทิศทางใหม่ ผู้เชี่ยวชาญด้านการแต่งรถในยุค 2025 ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเพิ่มแรงม้าของเครื่องยนต์สันดาปอีกต่อไป แต่ยังรวมถึง:
การปรับแต่งสมรรถนะ EV: การปรับจูนซอฟต์แวร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพมอเตอร์ไฟฟ้า, การอัปเกรดแบตเตอรี่เพื่อระยะทางที่ไกลขึ้น, หรือแม้แต่การเพิ่มระบบระบายความร้อนพิเศษสำหรับ รถยนต์ไฟฟ้าแต่งซิ่ง
Aesthetic & Aerodynamics: การออกแบบชุดแต่ง Body Kit ที่ไม่เพียงแค่สวยงาม แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้าน Aerodynamics เพื่อลดแรงต้านและเพิ่มระยะทางขับขี่ของ EV
Digital & Connectivity: การอัปเกรดระบบ Infotainment, การติดตั้งจอแสดงผล Holographic, หรือการปรับแต่งเสียงภายในห้องโดยสารให้ตอบสนองกับอารมณ์ของผู้ขับขี่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ นวัตกรรมยานยนต์
Sustainable Modding: การเลือกใช้วัสดุรีไซเคิล หรือวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในการตกแต่งภายในและภายนอก ซึ่งเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในกลุ่มผู้ที่ใส่ใจ ความยั่งยืน
ในงาน Auto Salon 2025 เราจะได้เห็น รถแต่ง ที่สะท้อนถึงยุคสมัย ไม่ว่าจะเป็นรถ Classic ที่ถูกแปลงเป็น รถยนต์ไฟฟ้าพลังงานสะอาด (EV Conversion), รถ Supercar ไฟฟ้าที่ได้รับการปรับแต่งอย่างประณีต, หรือรถกระบะ EV ที่ติดตั้งอุปกรณ์เสริมสำหรับการผจญภัยสุดขีด สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า การปรับแต่งรถยนต์ในยุค 2025 คือการผสมผสานระหว่างศิลปะ วิศวกรรม และเทคโนโลยีล้ำสมัย
ประสบการณ์และไลฟ์สไตล์ที่งาน Auto Salon 2025
งาน Auto Salon ในปี 2025 ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแสดงรถยนต์ แต่ยังเป็น อีเวนต์รถยนต์ ที่รวมเอาไลฟ์สไตล์และความบันเทิงเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว นอกจากการจัดแสดงสุดยอดรถคัสตอมแล้ว ยังมีการจัดเวิร์คช็อปให้ความรู้เกี่ยวกับการปรับแต่ง EV, การสัมมนาเกี่ยวกับ อนาคตรถยนต์ และเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมถึงโซนทดลองขับรถยนต์ไฟฟ้าแต่งพิเศษจากสำนักแต่งชื่อดัง
ในส่วนของความบันเทิงและวัฒนธรรม ปัจจัยอย่าง “Car Influencers” และ “Content Creators” เข้ามามีบทบาทสำคัญในการดึงดูดผู้เข้าชมมากกว่าแค่ “Sexy Car Wash” แบบในอดีต พวกเขานำเสนอเรื่องราวเบื้องหลังการปรับแต่ง, รีวิวอุปกรณ์ใหม่ๆ, และสร้างปฏิสัมพันธ์กับ แฟนคลับรถยนต์ อย่างใกล้ชิด การนำเสนอสินค้าและบริการที่หลากหลาย ตั้งแต่ ประกันภัยรถยนต์ สำหรับรถแต่ง ไปจนถึงโซลูชัน การเงินรถยนต์ และ บำรุงรักษารถยนต์ พิเศษ ก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้งานสมบูรณ์แบบ
สรุปได้ว่า Bangkok International Auto Salon ในปี 2025 คือการสะท้อนภาพของ อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง มันคือเวทีที่แสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และความหลงใหลในยานยนต์ที่ยังคงแข็งแกร่ง ไม่ว่าโลกจะหมุนไปในทิศทางใดก็ตาม
บทสรุปและก้าวต่อไปของตลาดรถยนต์ไทย 2025
ตลาดรถยนต์ไทยในปี 2025 กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่ง การมาถึงของ รถยนต์ไฟฟ้า และ เทคโนโลยียานยนต์ ขั้นสูง ได้เปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมไปอย่างสิ้นเชิง ผู้ผลิตรถยนต์ไม่เพียงแต่ต้องแข่งขันกันในด้านผลิตภัณฑ์ แต่ยังรวมถึง การบริการหลังการขาย, ประสบการณ์ผู้ใช้งาน, และการสร้าง โครงสร้างพื้นฐาน EV ที่แข็งแกร่ง
ฟอร์ด ประเทศไทย ยังคงเป็นผู้นำในตลาดรถกระบะและ SUV ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม และกำลังปรับตัวเข้าสู่ยุคพลังงานทางเลือกอย่างชาญฉลาด ขณะที่ Honda BR-V ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถในการตอบโจทย์ความต้องการของครอบครัวไทย ด้วยการอัปเกรดเทคโนโลยีความปลอดภัยและสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างต่อเนื่อง สำหรับวัฒนธรรมการแต่งรถ งาน Auto Salon ก็ยังคงเป็นเวทีแห่งการสร้างสรรค์ แต่ได้ปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัยใหม่ ที่เทคโนโลยีและ ความยั่งยืน มีบทบาทสำคัญ
ในฐานะผู้บริโภค นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเป็นเจ้าของรถยนต์ เพราะมีตัวเลือกที่หลากหลายและนวัตกรรมใหม่ๆ ให้ได้สัมผัสมากมาย ไม่ว่าคุณจะมองหา รถยนต์ประหยัดพลังงาน, รถยนต์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง, หรือ รถแต่ง ที่บ่งบอกความเป็นตัวคุณ ตลาดรถยนต์ไทย 2025 ก็พร้อมที่จะมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าทุกครั้ง
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางในโลกยานยนต์ 2025! หากคุณมีข้อสงสัย ต้องการคำปรึกษาในการเลือกรถ หรือสนใจเทรนด์ยานยนต์ในอนาคต โปรดติดต่อเรา หรือเยี่ยมชมโชว์รูมและงานแสดงยานยนต์ชั้นนำ เพื่อสัมผัสประสบการณ์จริงด้วยตัวคุณเอง แล้วมาแลกเปลี่ยนมุมมองกันว่า อนาคตรถยนต์ ในสายตาของคุณเป็นอย่างไร!

