• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N1011048 ดท าย ความเป นจร ทำให ความร กม นไปก นไม ได part2

admin79 by admin79
November 6, 2025
in Uncategorized
0
N1011048 ดท าย ความเป นจร ทำให ความร กม นไปก นไม ได part2

ย้อนกลับไปในวันวาน หากมีใครเอ่ยชื่อ “แก่งกระจาน” สิ่งแรกที่ผมนึกถึงคือภาพเขื่อนตระหง่าน อุทยานแห่งชาติที่อุดมสมบูรณ์ และเส้นทางอันคดเคี้ยวสู่โครงการหลวงชั่งหัวมัน จังหวัดเพชรบุรี มันคือดินแดนแห่งขุนเขา ทุ่งหญ้าเขียวขจี และลำธารใสเย็นชวนให้หลงใหล สถานที่ที่เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเด็ก ผู้ใหญ่ หรือผู้สูงวัย ต่างก็สามารถดื่มด่ำกับบรรยากาศอันบริสุทธิ์รอบกายได้อย่างเต็มเปี่ยม

ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการยานยนต์มานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของโลกแห่งความเร็วและนวัตกรรมมามากมาย และ “แก่งกระจาน” ก็เช่นกัน จากสถานที่พักใจยามเหนื่อยล้า วันนี้มันได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการก้าวข้ามขีดจำกัด เป็นเวทีประลองแห่งอนาคตที่เปิดรับเทคโนโลยีล่าสุดในโลกยานยนต์ สนามแข่งแห่งนี้มีความยาวประมาณ 2.4 กิโลเมตร รายล้อมด้วยความเขียวชอุ่ม มีทั้งทางขึ้นเขา ทางลง โค้งยาว โค้งหักศอกรูปตัว ก. ไก่ และโค้ง S อันเป็นเอกลักษณ์ เมื่อมองจาก Paddock สนามแห่งนี้คล้ายกับการสะท้อนในกระจกเงาของสนาม Brands Hatch อันเลื่องชื่อในอังกฤษ ผสานกับกลิ่นอายของพีระเซอร์กิต แต่ก็ยังคงรักษาสไตล์อันเป็นของตัวเองไว้ได้อย่างน่าทึ่ง มันไม่ใช่สนามที่ดูง่าย ยิ่งคุณต้องการความเร็วมากเท่าไร อุปสรรคและความท้าทายก็ยิ่งเผยตัว ไม่ว่าจะเป็นพื้นแทร็คที่มีทรายบางจุด พื้นผิวถนนที่ไม่เรียบสม่ำเสมอ หรือทางลงยาวที่ส่งเสริมความเร็วรถจนคุณรู้สึกลิงโลด แต่หากประมาทเพียงนิดเดียว การเข้าโค้ง S ที่รออยู่ก็อาจทำให้คุณหมุนคว้างกลางแทร็คได้ง่ายๆ นี่คือสนามที่สอนให้เราเคารพขีดจำกัดของเครื่องยนต์และทักษะการขับขี่อยู่เสมอ

ย้อนไปเมื่อประมาณ 8 ปีก่อน สองนักแข่งผู้เปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์ คุณสมชาย ศรีจิรารัตน์ และคุณเอกประวัติ เพ็ชรรักษ์ ได้ริเริ่มสร้างสนามแข่งรถแห่งใหม่นี้ขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการด้านมอเตอร์สปอร์ตที่กำลังเติบโต และเพื่อเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับ “ขาซิ่ง” ให้เปลี่ยนจากถนนสาธารณะมาปลดปล่อยพลังในสถานที่ที่เหมาะสม ด้วยความทุ่มเทอย่างหนัก สนามในฝันแห่งนี้จึงก่อร่างสร้างตัวเสร็จสมบูรณ์ภายในเวลาเพียง 10 เดือนเท่านั้น นับเป็นสถิติที่น่าทึ่งและเชื่อกันว่าเป็นสนามแข่งรถที่สร้างเสร็จเร็วที่สุดในโลก

ผมมีโอกาสนำรถส่วนตัวมาวิ่งทดสอบที่นี่หลายครั้ง ก่อนหน้านี้เคยลองวิ่งกับรถเล็กน้ำหนักเบาที่ได้รับการปรับแต่งเบรกและยางมาเป็นอย่างดี และได้บทเรียนสำคัญว่าที่แก่งกระจานนี้ รถที่ “พร้อม” จริงๆ ไม่ใช่แค่รถที่มีพละกำลังสูงเท่านั้น ผมเองเคยลองนำรถยนต์ที่มีม้าเยอะกว่า แต่ใช้ยางและเบรกเดิมๆ ก็พบว่าไม่สามารถทำเวลาได้ดีเท่ารถที่ม้าอาจจะน้อยกว่า แต่ช่วงล่าง เบรก และยางได้รับการอัปเกรดมาอย่างลงตัว ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้ผมเข้าใจถึงปรัชญาของการขับขี่ในสนามแข่งได้อย่างลึกซึ้ง

MINI: Go-Kart ไฟฟ้าแห่งอนาคตบนสนามแก่งกระจาน 2025

ในยุค 2025 ที่โลกก้าวเข้าสู่ยุคของ รถยนต์ไฟฟ้า และ รถยนต์ Plug-in Hybrid (PHEV) อย่างเต็มตัว การทดสอบสมรรถนะของรถยนต์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่พละกำลังจากเครื่องยนต์สันดาปภายในอีกต่อไป แต่ยังรวมถึงประสิทธิภาพของระบบส่งกำลังไฟฟ้า การจัดการพลังงานแบตเตอรี่ และ เทคโนโลยีช่วงล่างรถยนต์ ที่ปรับเข้ากับแรงบิดมหาศาลจากมอเตอร์ไฟฟ้า ในวันนี้ ผมได้รับเชิญให้เข้าร่วมกิจกรรม “MINI Electrified Track Day 2025” ที่สนามแก่งกระจาน เพื่อสัมผัสกับวิวัฒนาการล่าสุดของแบรนด์ MINI ที่ยังคงยึดมั่นใน DNA “Go-Kart Feel” แต่ถูกขับเคลื่อนด้วยพลังงานแห่งอนาคต

งานนี้ MINI Thailand ขนทัพรถยนต์ MINI แทบทุกรุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทย ณ ปัจจุบัน (ซึ่งหลายรุ่นได้ปรับเปลี่ยนมาใช้ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าหรือไฮบริดแล้ว) มาให้เราได้ทดลองสัมผัส ทั้งตระกูล Hatchback, Convertible, Clubman ไปจนถึง Countryman แต่ด้วยข้อจำกัดด้านเวลาและจำนวนผู้เข้าร่วม เราจึงมีรถภาคบังคับ 3 รุ่น ที่ทุกคนจะได้ขับ รวมถึงตัวเลือกอิสระอีก 2 คัน

รถภาคบังคับ (ทุกคนได้ขับ):

MINI John Cooper Works (JCW) Electric Concept 2025:

MINI Cooper S E (Electric) 2025 JCW Dress Up:

MINI Cooper S E Convertible (PHEV) 2025:

รถภาควิชาเลือกเสรี (เลือก 2 คันจากรายการ):

MINI Cooper SE Countryman ALL4 (PHEV) 2025:

MINI Cooper SD Countryman ALL4 (Mild-Hybrid Diesel) 2025 Parklane:

MINI Cooper D Clubman (Mild-Hybrid Diesel) 2025:

MINI Cooper S Clubman (Mild-Hybrid Petrol) 2025:

สำหรับตัวเลือกอิสระ ผมเลือก Cooper D Clubman (Mild-Hybrid Diesel) และ Cooper SE Countryman ALL4 (PHEV) เหตุผลก็เพื่อจะได้สัมผัสกับความหลากหลายของขุมพลังและขนาดตัวถังในตระกูล MINI รวมถึงความแตกต่างระหว่างพลังดีเซลไฮบริดและพลังงานไฟฟ้าแบบ PHEV ที่เป็นเทรนด์หลักของปี 2025

เจาะลึกประสบการณ์ขับขี่ MINI 2025 บนสนามแก่งกระจาน

MINI John Cooper Works (JCW) Electric Concept 2025: ขีดสุดของความเร้าใจในยุคไฟฟ้า

หากคุณเคยคิดว่า JCW ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปนั้นดุดันแล้ว คุณจะต้องทึ่งกับ MINI JCW ไฟฟ้า ในปี 2025 นี้ มันคือผลลัพธ์จากการผสมผสานวิศวกรรมไฟฟ้าที่ล้ำหน้าเข้ากับจิตวิญญาณแห่งสนามแข่ง แรงม้า 280-300 ตัว และแรงบิดมหาศาลที่มาในทันที (Instant Torque) ทำให้การเร่งออกตัวเหมือนถูกดีดออกจากหน้าไม้ จาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาต่ำกว่า 5 วินาที ทำให้มันกลายเป็น รถ Hot Hatch ไฟฟ้า ที่น่าเกรงขาม

สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดคือ ระบบช่วงล่างอัจฉริยะ (Adaptive Suspension) ที่ได้รับการปรับจูนมาเป็นพิเศษสำหรับรุ่น JCW Electric โดยเฉพาะ มันสามารถปรับความแข็งอ่อนได้แบบ Real-time ตามสภาพถนนและสไตล์การขับขี่ ทำให้รถยึดเกาะถนนได้หนึบแน่นราวกับโกคาร์ทที่ฝังแน่นกับพื้น ผสานกับระบบเบรกไฟฟ้า (Regenerative Braking) ที่ทำงานร่วมกับคาลิปเปอร์เบรก 6 Pot และจานขนาด 350 มม. ด้านหน้า ทำให้สามารถชะลอความเร็วได้อย่างมั่นใจและเก็บพลังงานกลับคืนแบตเตอรี่ไปในตัว

พวงมาลัยไฟฟ้าที่ปรับจูนมาอย่างละเอียดให้ความแม่นยำและน้ำหนักที่ดีเยี่ยม การเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงให้ความรู้สึกมั่นคงและควบคุมง่าย ไม่มีอาการอันเดอร์สเตียร์หรือโอเวอร์สเตียร์ให้รู้สึกหงุดหงิด ระบบ Torque Vectoring ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแต่ละล้อทำงานได้อย่างชาญฉลาด ทำให้รถพุ่งออกจากโค้งได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดโดยไม่ต้องพึ่งพาระบบ Traction Control มากนัก เสียงที่เคยเป็นเอกลักษณ์ของ JCW ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป อย่างเสียงปุปะปุ้งปั้งจากท่อไอเสีย ถูกแทนที่ด้วยเสียงสังเคราะห์ที่จำลองความเร้าใจของการเร่งความเร็ว และเสียงยางที่เสียดสีกับพื้นแทร็ค ซึ่งบ่งบอกถึงสมรรถนะอันเป็นเลิศของ ยางรถยนต์สมรรถนะสูง ที่ติดตั้งมาให้

JCW Electric 2025 คือนิยามใหม่ของความแรง มันไม่ใช่แค่รถที่เร็ว แต่เป็นรถที่ฉลาดและมอบ ประสบการณ์ขับขี่ ที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง แม้จะโหยหาเสียงคำรามของเครื่องยนต์อยู่บ้าง แต่ความเร้าใจที่ได้จากการเร่งแบบไร้รอยต่อ และการควบคุมที่เฉียบคมจนคุณลืมหายใจ ทำให้ผมรู้สึกว่านี่คืออนาคตที่น่าตื่นเต้นอย่างแท้จริง

MINI Cooper S E (Electric) 2025 JCW Dress Up: สมดุลแห่งพลังและสไตล์

รุ่น JCW Dress Up คันนี้ไม่ใช่ JCW ตัวแรง แต่เป็น Cooper S Electric ที่ได้รับการตกแต่งด้วยชุดแต่ง JCW เต็มรูปแบบ ทำให้รูปลักษณ์ดุดันไม่แพ้กัน มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลัง 200 แรงม้า แรงบิด 300 นิวตันเมตร และชุดแบตเตอรี่ที่ให้ระยะทางวิ่งประมาณ 350 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน WLTP) น้ำหนักตัวรถที่เบากว่า JCW Electric เล็กน้อย ทำให้มันมีความคล่องตัวสูง

บนสนามแก่งกระจาน Cooper S E Dress Up แสดงให้เห็นถึงสมดุลที่ยอดเยี่ยมระหว่างพละกำลังและการควบคุม แม้จะไม่ดุดันเท่า JCW Electric แต่แรงบิดจากมอเตอร์ไฟฟ้าก็เพียงพอที่จะให้คุณเร่งแซงได้อย่างรวดเร็วและสนุกสนาน การตอบสนองของพวงมาลัยยังคงเฉียบคม และช่วงล่าง Dynamic Damper Control ที่ปรับมาในโหมด Sport ก็ให้ความหนึบแน่นที่เพียงพอสำหรับการ ขับขี่ในสนามแข่ง การเข้าโค้งทำได้ดีเยี่ยม มีอาการโยนตัวน้อย และการถ่ายเทน้ำหนักเป็นไปอย่างราบรื่น

สิ่งที่น่าสนใจคือแม้เป็นรถไฟฟ้า แต่ MINI ยังคงรักษากลิ่นอายของรถที่พร้อมจะสนุกกับการขับขี่ได้ทุกเมื่อ แป้นเบรกให้ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติและคาดเดาได้ การปรับแต่งที่ผสมผสานความสปอร์ตเข้ากับความสามารถในการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว ทำให้ Cooper S E JCW Dress Up เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการความเร้าใจในแบบฉบับ MINI แต่ยังคงคำนึงถึงการใช้งานในเมืองและค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน

MINI Cooper SE Countryman ALL4 (PHEV) 2025: อเนกประสงค์พลังไฟฟ้า

การได้ขับ Cooper SE Countryman ALL4 (PHEV) บนสนามแข่ง อาจดูเป็นการไม่ยุติธรรมนัก เพราะรถยนต์ขนาดใหญ่และเน้นความอเนกประสงค์เช่นนี้ ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อทำเวลาบนแทร็คเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม การทดลองขับทำให้ผมได้เห็นถึงศักยภาพของระบบ Plug-in Hybrid ในรถที่เน้นการใช้งานจริง

Countryman PHEV มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน TwinPower Turbo 3 สูบ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวม 220 แรงม้า แรงบิดรวม 385 นิวตันเมตร และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ALL4 สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ประมาณ 60 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (WLTP) แม้จะมีน้ำหนักตัวมากกว่ารุ่น Hatchback แต่พละกำลังที่ผสานกันของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าก็เพียงพอที่จะพาตัวรถทะยานขึ้นเนินของสนามได้อย่างมั่นใจ โดยเฉพาะช่วงที่ใช้พลังงานไฟฟ้าเสริม แรงบิดที่มาในทันทีช่วยให้การเร่งแซงเป็นเรื่องง่าย

ช่วงล่างของ Countryman PHEV ได้รับการปรับจูนมาอย่างน่าประทับใจ ให้ความรู้สึกนุ่มนวลกว่ารุ่น Hatchback แต่ก็ยังคงความหนึบแน่นในแบบฉบับ MINI เอาไว้ ทำให้การเข้าโค้งด้วยความเร็วที่เหมาะสมยังคงให้ความมั่นใจ ไม่ได้ยวบยาบจนรู้สึกไม่ปลอดภัย พวงมาลัยให้การตอบสนองที่แม่นยำเหมาะสมกับขนาดตัวรถ ซึ่งเป็นจุดเด่นของ MINI เสมอมา แม้ในสภาพถนนที่ไม่เรียบ ระบบช่วงล่างก็ยังคงซับแรงกระแทกได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้ผู้โดยสารรู้สึกสบาย

Cooper SE Countryman ALL4 คือตัวอย่างที่ชัดเจนว่า MINI สามารถผสานความสนุกในการขับขี่เข้ากับความอเนกประสงค์และความยั่งยืนได้อย่างไร มันคือรถยนต์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ที่ต้องการพื้นที่ใช้สอย การประหยัดพลังงาน และยังคงต้องการความเร้าใจเล็กๆ น้อยๆ ในการเดินทาง

MINI Cooper D Clubman (Mild-Hybrid Diesel) 2025: ดีเซลไฮบริดที่ผสานความลงตัว

MINI Cooper D Clubman Mild-Hybrid Diesel ในปี 2025 มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล TwinPower Turbo 2.0 ลิตร ทำงานร่วมกับระบบ Mild-Hybrid ให้กำลัง 165 แรงม้า และแรงบิดมหาศาล 360 นิวตันเมตร ระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ Steptronic ที่ได้รับการปรับจูนมาอย่างดีจาก BMW ทำให้การเปลี่ยนเกียร์ราบรื่นและตอบสนองได้รวดเร็ว ตัวรถ Clubman มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่า Hatchback อย่างเห็นได้ชัด มีความยาวตัวถังพอๆ กับ C-Segment Hatchback และฐานล้อที่ยาวถึง 2,670 มม. ทำให้มีพื้นที่ภายในที่กว้างขวางและนั่งสบายที่สุดในตระกูล MINI

บนสนามแข่ง Clubman D แสดงให้เห็นถึงพละกำลังที่แตกต่างจาก Countryman อย่างชัดเจน แรงบิดที่มหาศาลของเครื่องยนต์ดีเซลผสานกับระบบ Mild-Hybrid ทำให้รถพุ่งไปข้างหน้าได้อย่างมีพลัง แม้ในช่วงขึ้นเนินยาวก็ยังคงมีแรงส่งที่ดี ช่วงล่างได้รับการปรับจูนมาเพื่อการเดินทางไกลด้วยความเร็วสูง เน้นความนุ่มนวลแต่ยังคงความหนึบแน่น ทำให้การขับขี่ในชีวิตประจำวันมีความสบายเป็นพิเศษ การเข้าโค้งอาจไม่เฉียบคมเท่ารุ่น Hatchback แต่ด้วยจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำกว่า Countryman ก็ยังคงให้ความมั่นใจในการควบคุมที่ดี แป้นเบรกตอบสนองได้ดีและชะลอความเร็วได้อย่างเป็นธรรมชาติ

Clubman Cooper D เป็นรถที่เน้นความมั่นใจ ปลอดภัย และสะดวกสบายในการเดินทาง เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่ระยะไกล หรือผู้ที่ต้องการรถยนต์พรีเมียมที่มีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น แต่ยังคง DNA ของ MINI ในด้านการออกแบบและคุณภาพไว้ได้อย่างครบถ้วน มันคือ รถยนต์สำหรับครอบครัวหรู ที่ยังแฝงไว้ด้วยความสนุกสนานในการขับขี่

บทสรุป: การเดินทางของ MINI สู่ยุค 2025 และอนาคตของยนตรกรรม

จากประสบการณ์ทั้งหมดที่สนามแก่งกระจานในปี 2025 นี้ ผมกล้าพูดได้เลยว่า MINI ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคของ รถยนต์ไฟฟ้า 2025 และเทคโนโลยีไฮบริด ไม่ได้ทำให้เอกลักษณ์ของแบรนด์ลดลง ตรงกันข้าม กลับเป็นการเสริมสร้างประสบการณ์การขับขี่ให้เหนือชั้นยิ่งขึ้นไปอีก ด้วยพละกำลังที่มาในทันที การควบคุมที่เฉียบคม และการผสมผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับปรัชญา “Go-Kart Feel” ได้อย่างลงตัว

ในขณะที่ MINI กำลังบุกเบิกตลาด รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง ในกลุ่ม Hot Hatch และ Premium Compacts แบรนด์หรูอื่นๆ ก็กำลังเดินหน้าอย่างไม่หยุดยั้งเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น BMW iSeries 2025 อย่าง i7 หรือ i5 ที่มาพร้อม เทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติ ขั้นสูง และห้องโดยสารที่หรูหราเหนือระดับ หรือ Mercedes-Benz EQ 2025 ที่นำเสนอรถยนต์ EQE หรือ EQS Estate ที่ผสานความสง่างามเข้ากับพื้นที่ใช้สอยและความยั่งยืน ด้วย แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าอายุการใช้งานยาวนาน และการสนับสนุนจาก สถานีชาร์จเร็ว ที่แพร่หลายมากขึ้นใน ตลาดรถยนต์พรีเมียมไทย 2025 ทำให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกที่หลากหลายและน่าสนใจกว่าที่เคย

การตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ในปัจจุบันจึงไม่ใช่แค่เรื่องของพละกำลัง ราคา หรือแม้แต่ดีไซน์ที่ชื่นชอบเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงปรัชญาของแบรนด์ เทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนอนาคต ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และประสบการณ์การขับขี่แบบองค์รวมที่คุณต้องการ

MINI JCW Electric คือรถคันแรกที่ทำให้ผมรู้สึกอยากเป็นเจ้าของจริงๆ ด้วยการผสมผสานงานออกแบบสไตล์อังกฤษเข้ากับวิศวกรรมเยอรมันที่ล้ำสมัยได้อย่างลงตัว มันคือรถที่ทำให้หัวใจนักขับเต้นรัวด้วยความตื่นเต้น

ในยุคที่ นวัตกรรมยานยนต์ ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง การเลือกซื้อรถยนต์คือการเลือกคู่คิดในการเดินทางที่สะท้อนถึงตัวตนและไลฟ์สไตล์ของคุณ ไม่ว่าคุณจะหลงใหลในความเร็วและความคล่องตัวของ MINI ความหรูหราสง่างามของ Mercedes-Benz หรือเทคโนโลยีล้ำยุคของ BMW ล้วนเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยม

สำหรับผมแล้ว การได้เห็นวิวัฒนาการของสนามแก่งกระจาน สู่บทบาทของเวทีทดสอบยานยนต์แห่งอนาคต และการได้สัมผัสกับ MINI เจเนอเรชันใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ทำให้ผมเชื่อมั่นว่าโลกแห่งการขับขี่ในปี 2025 และหลังจากนี้ จะยังคงเต็มไปด้วยความเร้าใจ ความชาญฉลาด และความรับผิดชอบต่อโลกของเราอย่างแน่นอน

อย่ารอช้าที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางอันน่าตื่นเต้นนี้ มาร่วมสัมผัสอนาคตแห่งการขับขี่ ที่ผสานความเร้าใจ เทคโนโลยีล้ำสมัย และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมเข้าไว้ด้วยกัน ณ โชว์รูมและกิจกรรมทดลองขับใกล้บ้านคุณวันนี้!

Previous Post

N1011054 คนรวยร งแกคนจน part2

Next Post

N1011033_เธอเจออะไรบางอย างในม อถ อแฟน…จากน นเธอต ดส นใจทำส งน_part2

Next Post
N1011033_เธอเจออะไรบางอย างในม อถ อแฟน…จากน นเธอต ดส นใจทำส งน_part2

N1011033_เธอเจออะไรบางอย างในม อถ อแฟน...จากน นเธอต ดส นใจทำส งน_part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1401060 เช ญคนแปลกหน าเข าบ าน จนเก ดเหต ไม คาดค part2
  • N1401072 อยากเป นห วแถว แต เก อบก นแห วเพราะแฟนเก part2
  • N1401070 รอคอยเธอมา 10ป เจอก นอ กท องได เป นแฟน part2
  • N1401078 การร บม อก บคำโกหก นไม ใช เร องง าย (1) part2
  • N1401061 เช อฟ งภรรยาได กคน part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.