• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N1011042 เง นต ดอย ในรถ เอาไม มาสอย part2

admin79 by admin79
November 6, 2025
in Uncategorized
0
N1011042 เง นต ดอย ในรถ เอาไม มาสอย part2

ในฐานะนักขับผู้คร่ำหวอดในวงการมานานกว่าทศวรรษ ผมยังจำภาพแก่งกระจานในอดีตได้อย่างชัดเจน สมัยก่อน ภาพแรกที่แวบเข้ามาในห้วงความคิด คือเขื่อนที่ยิ่งใหญ่ อุทยานอันเขียวชอุ่มที่ทอดตัวยาวไปตามเส้นทางสู่โครงการหลวงชั่งหัวมัน จังหวัดเพชรบุรี เป็นผืนป่า ภูเขา และธารน้ำใสเย็น ที่เชื้อเชิญให้ผู้คนทุกเพศทุกวัยมาพักผ่อนหย่อนใจ ปล่อยกายและใจไปกับธรรมชาติบำบัดอันบริสุทธิ์ ผมอาจจะไม่ใช่ขาประจำที่แก่งกระจานเท่ากับนักเดินทางอีกหลายคน แต่ที่นี่คือที่ที่ผมเคยใช้ปลดปล่อยอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นยามต้องการความสงบจากความวุ่นวายในเมือง หรือแม้แต่ในห้วงเวลาที่หัวใจอ่อนแรง ที่นี่เป็นเหมือนที่พักใจ ที่ผมสามารถขับรถไปนั่งทอดอารมณ์ริมทุ่ง หรือแช่ตัวในธารน้ำเย็นเฉียบ หวังให้สายน้ำชะล้างความผิดหวัง ก่อนจะรีเซ็ตตัวเองแล้วกลับไปใช้ชีวิตในเมืองใหญ่อีกครั้ง

ใครจะคาดคิดว่าในวันนี้ ปี 2025 “แก่งกระจาน” ได้ผงาดขึ้นเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ ไม่ใช่แค่เพียงแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แต่ยังเป็น สนามแข่งแก่งกระจาน (Kaeng Krachan Racetrack) ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ด้วยระยะทางประมาณ 2.4 กิโลเมตร ที่อัดแน่นไปด้วยความท้าทาย สนามแห่งนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ทางตรงให้เหยียบคันเร่งมิด แต่ยังถูกออกแบบมาให้มีครบทุกรสชาติ ทั้งทางชันขึ้นเขา ทางลงยาว โค้งหักศอกรูปตัว ก.ไก่ โค้งตัว S ที่ต้องใช้ทักษะขั้นสูงในการควบคุม และพื้นผิวแทร็กที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งอาจมีทรายในบางจุด หรือบางส่วนที่ไม่เรียบเนียน พี่ฉ่าง อาคม รวมสุวรรณ ผู้คร่ำหวอดในวงการเคยเตือนผมว่าอย่าประมาทสนามแห่งนี้เด็ดขาด เพราะมันมี “กับดัก” ซ่อนอยู่ทุกจุด โดยเฉพาะทางลงยาวที่ส่งความเร็วรถให้พุ่งทะยาน แต่หากกำพวงมาลัยไม่แน่นพอ หรือเบรกช้าไปเพียงเสี้ยววินาที จุดสิ้นสุดอาจจะเป็นโค้ง S ขวา ที่เป็นหนึ่งในสองโค้งอันตรายของสนาม

สนามแห่งนี้เกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์อันแรงกล้าของนักแข่งสองท่านคือ คุณสมชาย ศรีจิรารัตน์ และคุณเอกประวัติ เพ็ชรรักษ์ ที่ต้องการสร้างสนามแข่งรถแห่งใหม่เพื่อรองรับการเติบโตของ มอเตอร์สปอร์ต (Motorsport) ไทย และเป็นพื้นที่ให้ “ขาซิ่งหลังถนน” ได้ปลดปล่อยพลังอย่างปลอดภัยและถูกที่ถูกทาง ด้วยความมุ่งมั่นทุ่มเท พวกเขาสร้างสนามแข่งในฝันแห่งนี้ขึ้นมาได้สำเร็จภายในเวลาเพียง 10 เดือนเท่านั้น ซึ่งได้รับการกล่าวขานว่าเป็นหนึ่งใน สนามแข่งรถ (Racetrack) ที่สร้างเสร็จเร็วที่สุดในโลก และในวันนี้ (2025) สนามแก่งกระจานได้พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่เป็นที่ประลองความเร็ว แต่ยังเป็นศูนย์กลางการพัฒนาทักษะการขับขี่ เป็นเวทีให้นักแข่งรุ่นใหม่ได้แจ้งเกิด และเป็นแหล่งรวมของคนรักความเร็วที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ขั้นสุด

ผมเองก็เคยมีโอกาสนำรถคู่ใจลงไปวิ่งในสนามแห่งนี้หลายครั้ง ก่อนหน้านี้ เพื่อนร่วมวงการและนักแข่งรุ่นน้องอย่าง “เจ้าตี้” (Tee@Abuser) ได้ชวนแก๊งเพื่อนมาร่วมวิ่งทดสอบสนามกันเป็นจำนวนมาก ทำให้ผมได้เรียนรู้เบื้องต้นว่าในสนามแก่งกระจานนี้ รถเล็ก น้ำหนักเบา (Lightweight car) ที่มี ระบบเบรก (Brakes) และ ยาง (Tires) ประสิทธิภาพสูง มีโอกาสทำเวลาได้ดีกว่าอย่างไม่น่าเชื่อ ในขณะที่รถพลังสูงกว่า แต่ยางไม่ดี หรือเบรกไม่พร้อม ก็แทบจะไร้ความหมายในสนามแห่งนี้

ผมเคยพยายามนำ Tiida ล้อเดิม ยางเดิมที่ใช้งานมาแล้วกว่า 50,000 กิโลเมตร และเบรกเดิม (เปลี่ยนแค่ผ้าเบรก) ลงสนาม ด้วยความหวังว่าแรงม้า 170 ตัวที่ล้อจะช่วยกอบกู้สถานการณ์ได้บ้าง แต่ก็ต้องพบกับความจริงอันเจ็บปวด เมื่อต้องพ่ายแพ้ให้กับ Civic FD เครื่องยนต์ 1.8 ลิตรเดิมๆ ที่มาพร้อมยาง AD08 ช่วงล่าง และเบรกที่ได้รับการปรับแต่งมาอย่างดี ชนิดที่ว่าทิ้งห่างผมไปจนไม่ต้องมองทะเบียนรถ หรือเมื่อได้ลองขับ Jazz GE ที่เจ้าตี้เซ็ตมาเพื่อสนามโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นเกียร์ธรรมดา และมีแรงม้าลงพื้นน้อยกว่ารถผมถึง 14 ตัว แต่ด้วยอุปกรณ์ที่ครบครัน ทั้งเบรก ยาง ช่วงล่าง และเกียร์ลิมิเต็ดสลิป แม้ผมจะยังไม่คุ้นเคยกับรถ และเข้าเกียร์ผิดไปหลายครั้ง แต่เวลาก็ยังเร็วกว่า Best time ของรถผมเองไปหลายวินาที นี่คือบทเรียนอันล้ำค่าที่สนามแก่งกระจานมอบให้: “สมดุล” สำคัญกว่า “พลังดิบ” เสมอ

วันนี้ ในปี 2025 ผมได้รับเชิญจาก MINI ประเทศไทย ให้มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ MINI Track Day 2025 ซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่จะได้ทำความเข้าใจถึงความแตกต่างอย่างลึกซึ้งระหว่าง รถบ้าน (Family Car) ทั่วไป รถสนาม (Track Car) ที่เน้นประสิทธิภาพสูงสุด และ Hot Hatch (แฮทช์แบ็คร้อน) ที่ได้รับการปรับจูนมาอย่างพิถีพิถันจากโรงงาน ผมจะได้ค้นหาว่า DNA ของ MINI (MINI DNA) ที่เน้นความสนุกในการขับขี่แบบ Go-Kart ยังคงแข็งแกร่งเพียงใดในรถแต่ละรุ่นของพวกเขา

สำหรับงาน MINI Track Day 2025 นี้ ทาง MINI ได้ขนทัพรถยนต์แทบทุกรุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทยมาร่วมทดสอบ ไล่เรียงตั้งแต่ Hatchback, Convertible, Clubman ไปจนถึง Countryman โดยมีรถ 3 รุ่นที่ผู้เข้าร่วมงานทุกคนจะได้สัมผัสประสบการณ์ขับขี่ภาคบังคับ ได้แก่ MINI John Cooper Works (JCW), MINI Cooper S JCW Dress Up และ MINI Cooper S Convertible และยังมีรถภาควิชาเลือกเสรี ที่เปิดโอกาสให้เลือกขับได้อีก 2 คันจากตัวเลือกที่น่าสนใจ อาทิ MINI Cooper S Countryman ALL4 (ซึ่งในปัจจุบันเน้นเครื่องยนต์เบนซิน หรือรุ่นไฟฟ้า / PHEV), และ MINI Cooper Clubman (ซึ่งแม้จะไม่มีรุ่นใหม่ในปี 2025 แต่ยังคงเป็นตัวแทนของดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์และพื้นที่ใช้สอยที่แตกต่าง)

ผมตัดสินใจเลือก MINI Cooper S Countryman ALL4 เป็นหนึ่งในรถที่เลือกขับ ด้วยเหตุผลที่ต้องการเห็นว่ารถยนต์ที่เน้นความอเนกประสงค์และมีขนาดใหญ่ขึ้น ยังคงรักษาอารมณ์การขับขี่แบบ MINI ได้ดีแค่ไหน ส่วนอีกคันที่ผมเลือกคือ MINI Cooper Clubman ซึ่งเป็นรุ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องพื้นที่ภายในที่กว้างขวาง และดีไซน์ประตูท้ายแบบตู้กับข้าวอันเป็นเอกลักษณ์ ที่ผมอยากจะสัมผัสว่ามันจะมอบประสบการณ์แบบ “Go-Kart” ในรูปแบบที่แตกต่างออกไปอย่างไร

ผมจับคู่กับคุณแสงอรุณ ช่างภาพมืออาชีพจากนิตยสาร GQ ในการเลือกขับรถ โดยคุณแสงอรุณเสนอให้เราเริ่มต้นด้วย JCW คันแรงที่สุดก่อน ซึ่งเป็นแนวคิดที่ไม่เลวเลย เพราะการได้ขับรถธงของแบรนด์เป็นคันแรก ทำให้เราสามารถกำหนดมาตรฐานของความรู้สึก และยังเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้เรียนรู้ไลน์การขับขี่จาก Instructor มืออาชีพที่ขับรถนำหน้าเราไป

บทความนี้ไม่ใช่ First Impression หรือ Full Review ที่เจาะลึกทุกรายละเอียด แต่ผมตั้งใจจะแบ่งปันบุคลิกและสิ่งที่ผมได้พบจากการสัมผัสรถแต่ละคันในสนามแข่งแก่งกระจานแห่งนี้ และยังมีโบนัสเป็นการขับขี่บนถนนจริงอีก 2 รุ่น เพื่อให้คุณผู้อ่านเห็นภาพรวมของรถ MINI ในการใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง

MINI John Cooper Works (JCW): จิตวิญญาณแห่งความเร็วที่ถูกปรับแต่งมาอย่างสมบูรณ์แบบ

ราคา (โดยประมาณ 2025): 3,500,000 – 3,800,000 บาท (ขึ้นอยู่กับออปชั่นและรุ่นย่อย)

เครื่องยนต์: B48A20B ขนาด 2.0 ลิตร TwinPower Turbo พร้อมระบบ Mild Hybrid 48V (รุ่นใหม่)

พละกำลัง: ประมาณ 231-250 แรงม้า ที่ 5,200-6,000 รอบต่อนาที

แรงบิดสูงสุด: ประมาณ 320-350 นิวตัน-เมตร ที่ 1,250-4,800 รอบต่อนาที

ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ Sport Steptronic พร้อม Paddle Shift

น้ำหนักตัวรถ: ประมาณ 1,300 – 1,350 กิโลกรัม

MINI JCW ยังคงเป็นหัวใจของความเร้าใจในตระกูล MINI ด้วยชุดแต่งสปอร์ตเฉพาะรุ่นที่ดุดัน ทั้งกันชนหน้า สเกิร์ตข้าง สปอยเลอร์หลัง และท่อไอเสียคู่แบบสปอร์ต ล้ออัลลอยด์ขนาด 18 นิ้ว ที่หุ้มด้วยยาง Pirelli P Zero (หรือเทียบเท่า) เบรกคาลิเปอร์สีแดงแบบ 4 Pot พร้อมจานเบรกขนาดใหญ่เป็นเครื่องยืนยันถึงสมรรถนะที่ไม่ธรรมดาของมัน

เครื่องยนต์ของ JCW ได้รับการปรับจูนเพิ่มพลังจากรุ่น Cooper S อย่างมีนัยสำคัญ ไม่ใช่แค่แรงม้าที่เพิ่มขึ้น แต่เป็นกราฟ แรงบิดแบบ Flat Torque ที่ครอบคลุมช่วงรอบเครื่องกว้าง ทำให้มีแรงดึงที่สม่ำเสมอในทุกย่านความเร็ว ไม่ว่าจะกดคันเร่งเพียงครึ่งเดียวบนทางชัน หรือเหยียบสุดคันเร่งเพื่อทะยานจาก 30 ไปถึง 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมงบนเนินสูงชัน JCW ก็ตอบสนองได้อย่างน่าประทับใจ การตอบสนองของคันเร่งนั้นเฉียบคมแต่ควบคุมได้ละเอียด ไม่ใช่แบบ On/Off เหมือนสวิตช์ไฟ ทำให้การควบคุมพลังลงพื้นเป็นไปอย่างราบรื่น แม้ในโค้ง U-Turn ที่ปกติรถขับหน้าแรงบิดสูงอาจจะเจออาการล้อฟรีจน Traction Control ทำงาน แต่กับ JCW ผมสามารถเลือกน้ำหนักการกดคันเร่งได้อย่างแม่นยำ ทำให้รถพุ่งออกจากโค้งได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่สะดุด

เมื่อเข้าสู่ โหมด Sport (ซึ่งในรุ่นใหม่ 2025 อาจเรียกว่า JCW Mode หรือ Performance Mode) พวงมาลัยจะคมและกระชับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ช่วงล่างจะแข็งแกร่งขึ้น คันเร่งตอบสนองไวขึ้น และเสียง “ปุปะปุ้งปัง” อันเป็นเอกลักษณ์จากท่อไอเสียยามถอนคันเร่ง ก็ช่วยสร้างอารมณ์ความมันส์ในการขับขี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะของ BMW ก็ทำงานได้อย่างรวดเร็วและชาญฉลาด ตอบสนองต่อการเบรกหนักๆ หรือการเร่งแซงด้วยการเปลี่ยนเกียร์ลงอย่างฉับไว เหมาะสำหรับผู้ที่หลงใหลความเร็ว

ช่วงล่าง (Suspension) ใน JCW ได้รับการปรับแต่งให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนๆ แต่ก็ยังคงความหนึบหน่วงที่จำเป็นสำหรับการขับขี่ในสนาม โดยเฉพาะใน ระบบ Dynamic Damper Control ที่ปรับความแข็งอ่อนได้ เมื่ออยู่บนพื้นผิวที่ไม่เรียบในสนาม JCW จะดีดตัวให้พอรับรู้ถึงสภาพถนน แต่ไม่กระด้างจนเสียการทรงตัว ซึ่งแตกต่างจากรถสนามที่อาจจะดีดดิ้นตามสภาพถนนมากกว่า ระบบเบรกนั้นไว้ใจได้ 100% ตอบสนองตามน้ำหนักที่กดแป้นอย่างสม่ำเสมอ โดยไม่ต้องออกแรงมากนัก

JCW ในปี 2025 เปรียบเสมือนมีดพับ Swiss Army Knife ที่ได้รับการพัฒนาให้คมกริบยิ่งขึ้น มันคือผลลัพธ์ของการผสมผสานวิศวกรรมเยอรมันอันล้ำสมัยเข้ากับงานดีไซน์สไตล์อังกฤษอันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้มันเป็น MINI ที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่ผมเคยสัมผัสมา ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาไปไกล ทั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่ (ADAS – Advanced Driver-Assistance Systems) หน้าจอ Digital Cockpit ที่ปรับแต่งได้ และระบบ Infotainment ที่เชื่อมต่อกับโลกออนไลน์ได้อย่างไร้รอยต่อ JCW ไม่ใช่แค่รถแข่ง แต่เป็นเพื่อนคู่ใจที่พร้อมจะพาคุณไปสนุกได้ทุกที่

MINI Cooper S Convertible: อิสรภาพแห่งการขับขี่ที่เปิดกว้าง

ราคา (โดยประมาณ 2025): 2,900,000 – 3,300,000 บาท

เครื่องยนต์: B48A20A ขนาด 2.0 ลิตร TwinPower Turbo

พละกำลัง: ประมาณ 192 แรงม้า ที่ 4,700-6,000 รอบต่อนาที

แรงบิดสูงสุด: ประมาณ 280 นิวตัน-เมตร ที่ 1,250-4,500 รอบต่อนาที

ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ Steptronic แบบคลัตช์คู่ (อาจอัปเกรดเป็น 8 จังหวะในบางตลาด)

น้ำหนักตัวรถ: ประมาณ 1,370 – 1,400 กิโลกรัม

หลังจากสัมผัสพลังดิบของ JCW การได้มานั่งใน MINI Cooper S Convertible ก็เหมือนได้เปลี่ยนอารมณ์ไปอีกโลกหนึ่ง นี่คือรถที่ไม่ได้เน้นตัวเลขเวลาในสนามเป็นอันดับแรก แต่เน้น ประสบการณ์การขับขี่ (Driving Experience) และสไตล์ที่ไม่เหมือนใคร หลังคาผ้าใบไฟฟ้าที่สามารถกาง/เก็บได้อย่างรวดเร็ว พร้อมลวดลายธงชาติอังกฤษอันเป็นเอกลักษณ์ ยังคงเป็นจุดเด่นที่ทำให้รถคันนี้สะกดทุกสายตา

สิ่งที่ผมประทับใจเป็นพิเศษคือ การตกแต่งภายใน (Interior Design) ที่สวยงามและทันสมัยแต่ยังคงกลิ่นอายคลาสสิกของ MINI ไว้อย่างลงตัว แผงหน้าปัด Digital ที่อยู่ตรงหน้าคนขับ จอ MINI Head-Up Display ที่ใช้งานง่าย เบาะหนังเย็บตะเข็บลายข้าวหลามตัด และการเลือกใช้สีสัน สวิตช์ต่างๆ ที่ผสมผสานความล้ำสมัยเข้ากับความคลาสสิกได้อย่างกลมกล่อม เหมือนกับชาชั้นดีที่ปรุงอย่างพิถีพิถัน มันไม่ใช่รสชาติที่หวือหวา แต่เป็นความละเมียดละไมที่น่าจดจำ

ก่อนเริ่มขับ ผมอดไม่ได้ที่จะถามทีมงานว่า “ขอเปิดหลังคาขับรอบสนามได้ไหมครับ?” และคำตอบคือ “ได้เลย!” การได้ขับรถ เปิดประทุน (Convertible) บนสนามแข่งที่สวยงามเช่นแก่งกระจาน เป็นประสบการณ์ที่หาได้ยากและน่าตื่นเต้นอย่างยิ่ง

เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร TwinPower Turbo ให้แรงดึงที่ติดบูสท์ไวตั้งแต่รอบต่ำ แทบไม่ต่างจาก JCW ในช่วงออกตัว แต่เมื่อเร่งความเร็วสูงขึ้น โดยเฉพาะหลังจากรอบเครื่องยนต์ผ่าน 5,000 รอบต่อนาที JCW ที่มีแรงม้ามากกว่าจะรู้สึกมีพละกำลังปลายที่จัดจ้านกว่าอย่างชัดเจน

ช่วงล่างและการตอบสนองของพวงมาลัย (Steering Response) ของ Cooper S Convertible มีบุคลิกคล้ายกับ JCW แต่จะมีความนุ่มนวลกว่าเล็กน้อยในโหมดปกติ เนื่องจากเป็นรถที่เน้นการใช้งานบนถนนมากกว่าสนามแข่ง อย่างไรก็ตาม ด้วยโครงสร้างที่แข็งแรงเพื่อชดเชยการไม่มีหลังคา และชุดมอเตอร์ไฟฟ้าสำหรับหลังคา ทำให้มันมีน้ำหนักมากกว่า JCW อยู่บ้าง ซึ่งส่งผลให้การเข้าโค้งอาจไม่คมเท่า JCW โดยเฉพาะในโค้ง U-turn ที่จะสัมผัสได้ถึงอาการหน้าดื้อเล็กน้อย

ถึงแม้ Cooper S Convertible อาจไม่ใช่ตัวเลือกแรกสำหรับการทำเวลาในสนาม แต่สิ่งที่มันมอบให้คือ อารมณ์ความรู้สึก (Emotion) และอิสระที่ไม่เหมือนใคร การเปิดหลังคาพร้อมเลือกโหมด Sport เพื่อสัมผัสลมปะทะกายและได้ยินเสียงท่อไอเสีย “Crackle” อย่างชัดเจน เป็นประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือน หากคุณกำลังมองหา รถยนต์พรีเมียม (Premium Car) ที่ผสมผสานความสนุกในการขับขี่ สไตล์ที่โดดเด่น และความคลาสสิกไว้ได้อย่างลงตัว MINI Cooper S Convertible คือคำตอบสำหรับ ไลฟ์สไตล์ (Lifestyle) ที่เหนือระดับ

MINI Cooper S Countryman ALL4: การผจญภัยที่ไร้ขีดจำกัด

ราคา (โดยประมาณ 2025): 2,300,000 – 2,800,000 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อยและระบบขับเคลื่อน)

เครื่องยนต์: B48A20A ขนาด 2.0 ลิตร TwinPower Turbo (หรืออาจเป็นรุ่น Mild Hybrid / Plug-in Hybrid ในปี 2025)

พละกำลัง: ประมาณ 170-204 แรงม้า

แรงบิดสูงสุด: ประมาณ 280-300 นิวตัน-เมตร

ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ Steptronic แบบคลัตช์คู่ หรือ 8 จังหวะ Steptronic

น้ำหนักตัวรถ: ประมาณ 1,550 – 1,700 กิโลกรัม (สำหรับรุ่น ALL4)

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดของ MINI ในปี 2025 คือ MINI Countryman (มินิคันทรีแมน) รุ่นใหม่ล่าสุด (U25) ที่ผงาดขึ้นเป็น SUV พรีเมียม (Premium SUV) ขนาดใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ด้วยขนาดตัวที่ใกล้เคียงกับรถ C-Segment SUV ทั่วไป นี่ไม่ใช่ Countryman คันที่เราเคยรู้จักในปี 2016 อีกต่อไป แต่เป็นรถที่ปรับโฉมให้ตอบโจทย์การใช้งานของ รถครอบครัว (Family Car) ได้อย่างสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น แต่ยังคงรักษา ดีเอ็นเอ Go-Kart (Go-Kart DNA) ของ MINI ไว้ได้อย่างน่าทึ่ง

ด้วย ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ALL4 (ALL4 All-Wheel Drive) Countryman รุ่นใหม่ยังคงให้ความมั่นใจในการขับขี่ทั้งบนถนนเรียบและเส้นทางกึ่งออฟโรด ในสนามแก่งกระจาน แม้ตัวรถจะใหญ่และมีจุดศูนย์ถ่วงสูงกว่า Hatchback แต่ Countryman ก็ยังคงควบคุมอาการโยนตัวของตัวถังได้ดีอย่างน่าประหลาดใจ ช่วงล่าง (Suspension) ที่ได้รับการปรับจูนมาอย่างพิถีพิถัน ทำให้มันสามารถเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงได้โดยไม่รู้สึกยวบยาบมากเกินไป และยังคงให้ความนุ่มนวลที่เพียงพอต่อการขับขี่ในชีวิตประจำวัน ยางสมรรถนะสูง (Performance Tires) ที่ติดตั้งมาช่วยเสริมการยึดเกาะถนนให้ดียิ่งขึ้น ลดอาการหน้าดื้อหรือไถลออกนอกไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Countryman รุ่นใหม่เน้นไปที่ ความอเนกประสงค์ (Versatility) และ พื้นที่ใช้สอยภายใน (Interior Space) ที่กว้างขวางขึ้นอย่างมาก ตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ต้องการรถยนต์ MINI ที่สามารถรองรับทั้งการเดินทางไกล การขนสัมภาระ หรือการผจญภัยเล็กๆ น้อยๆ ได้อย่างลงตัว และด้วยตัวเลือกเครื่องยนต์ที่หลากหลาย รวมถึง รุ่น Plug-in Hybrid (PHEV) และ Electric Vehicle (EV) ที่กำลังเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในตลาดปี 2025 ทำให้ Countryman กลายเป็นรถที่ผสมผสาน ความแรง (Power) ความประหยัด (Fuel Efficiency) และ ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco-Friendly) ได้อย่างลงตัว

หากคุณต้องการรถยนต์ SUV สไตล์พรีเมียม ที่ยังคงมอบ ความสนุกในการขับขี่ (Fun-to-Drive) อันเป็นเอกลักษณ์ของ MINI พร้อมความสามารถในการพาคุณและครอบครัวไปผจญภัยได้ทุกที่ MINI Cooper S Countryman ALL4 คือคำตอบที่ใช่สำหรับคุณ

MINI Cooper Clubman: ความคลาสสิกที่ยังตราตรึง (รุ่นปีที่เคยทำตลาด)

ราคา (เมื่อครั้งที่ทำตลาด: โดยประมาณ 2,200,000 – 2,700,000 บาท)

เครื่องยนต์: (เมื่อครั้งที่ทำตลาด) B47C20A ขนาด 2.0 ลิตร ดีเซล TwinPower Turbo

พละกำลัง: (เมื่อครั้งที่ทำตลาด) ประมาณ 150 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที

แรงบิดสูงสุด: (เมื่อครั้งที่ทำตลาด) ประมาณ 330 นิวตัน-เมตร ที่ 1,750 รอบต่อนาที

ระบบส่งกำลัง: (เมื่อครั้งที่ทำตลาด) เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ Steptronic

น้ำหนักตัวรถ: (เมื่อครั้งที่ทำตลาด) ประมาณ 1,435 กิโลกรัม

แม้ว่าในตลาดปี 2025 MINI Clubman จะไม่ได้มีรุ่นใหม่ล่าสุดออกมาอย่างต่อเนื่องเหมือนรุ่นอื่นๆ แต่สำหรับผมและหลายๆ คน Clubman ยังคงเป็นรุ่นที่ฝากความประทับใจไว้อย่างลึกซึ้ง มันคือตัวแทนของ MINI ที่ขยายขีดจำกัดของ “ความเป็นมินิ” ด้วยขนาดตัวที่ยาวและกว้างกว่า แต่ยังคงไว้ซึ่ง ดีไซน์คลาสสิก (Classic Design) ที่เป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะประตูท้ายแบบตู้กับข้าว (Split Doors) ที่เป็นเสน่ห์เฉพาะตัว

ผมมีโอกาสได้ขับ Clubman รุ่น Cooper D ที่เคยทำตลาด ซึ่งมาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตรจาก BMW ให้พละกำลังและแรงบิดที่เหลือเฟือสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน และแม้จะไม่ได้เน้นสมรรถนะแบบมอเตอร์สปอร์ตสุดขีด แต่ด้วย เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ Steptronic ทำให้การเปลี่ยนเกียร์เป็นไปอย่างนุ่มนวลและราบรื่น การตอบสนองของเครื่องยนต์นั้นรวดเร็วตั้งแต่รอบต่ำ ทำให้รถสามารถเร่งแซงได้อย่างมั่นใจ โดยเฉพาะในช่วงรอบกลางที่แรงบิดสูงสุดมาอย่างเต็มที่ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการ ขับขี่ทางไกล (Long-Distance Driving)

ช่วงล่าง (Suspension) ของ Clubman ถูกจูนมาเพื่อ ความสะดวกสบาย (Comfort) ในการเดินทางเป็นหลัก ทำให้มันสามารถซับแรงกระแทกจากพื้นผิวถนนที่ไม่เรียบได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะขับผ่านหลุมบ่อหรือเนินลูกระนาด ตัวรถก็ยังคงให้ความนุ่มนวล ไม่กระด้าง พวงมาลัยมีความคมชัดและแม่นยำ เหมาะสำหรับการขับขี่ทั้งในเมืองและนอกเมือง แม้จะไม่ได้ไวเท่า JCW แต่ก็ให้ความรู้สึกมั่นคงและควบคุมง่ายกว่ารถครอสโอเวอร์ญี่ปุ่นหลายรุ่น

Clubman จึงเป็นรถที่ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการรถยนต์ MINI ที่มี พื้นที่เก็บสัมภาระ (Cargo Space) มากกว่า Hatchback ทั่วไป พร้อมความสะดวกสบายสำหรับการเดินทาง และดีไซน์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร มันคือบทพิสูจน์ว่า MINI สามารถเป็นได้มากกว่าแค่รถคันเล็กๆ ที่เน้นความสนุก แต่ยังสามารถตอบสนองความต้องการด้าน ความอเนกประสงค์ (Versatility) ในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว นี่คือรุ่นที่แม้จะหมุนเวียนเปลี่ยนไปตามกาลเวลา แต่ยังคงอยู่ในใจของนักขับที่ชื่นชอบความแตกต่าง

MINI Cooper S JCW Dress Up: ความเร้าใจที่เข้าถึงได้

ราคา (โดยประมาณ 2025): 2,900,000 – 3,100,000 บาท

เครื่องยนต์: B48A20A ขนาด 2.0 ลิตร TwinPower Turbo

พละกำลัง: ประมาณ 192 แรงม้า ที่ 4,700-6,000 รอบต่อนาที

แรงบิดสูงสุด: ประมาณ 280 นิวตัน-เมตร ที่ 1,250-4,500 รอบต่อนาที

ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ Steptronic คลัตช์คู่ พร้อม Paddle Shift

น้ำหนักตัวรถ: ประมาณ 1,250 – 1,280 กิโลกรัม

MINI Cooper S JCW Dress Up คือคำตอบสำหรับผู้ที่ต้องการ รูปลักษณ์สปอร์ต (Sporty Look) และความรู้สึกใกล้เคียง JCW แท้ๆ แต่มาใน ราคาที่จับต้องได้ (Affordable Price) มากกว่า มันคือ Cooper S ที่ได้รับการติดตั้ง ชุดแต่ง JCW (JCW Body Kit) เต็มรูปแบบ ทำให้ภายนอกดูดุดันและเร้าใจไม่แพ้ JCW ตัวจริง

ในการขับขี่ในสนาม JCW Dress Up พิสูจน์ให้เห็นว่ามันสามารถควบคุมอาการโยนตัวของตัวถังได้ดีใกล้เคียงกับ JCW อย่างน่าประหลาดใจ เสียงยางที่ดังในขณะเข้าโค้งก็มีน้อยกว่า โดยเฉพาะในโค้งขาลงเขาที่ใช้ความเร็วสูง ระบบ EDLC (Electronic Differential Lock Control) ที่ทำงานร่วมกับ ระบบ DSC (Dynamic Stability Control) ช่วยจัดการการส่งกำลังไปยังล้อที่เกาะถนนได้ดี ทำให้รถสามารถพุ่งออกจากโค้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะไม่ได้ให้ความรู้สึกดึงแน่นเหมือนลิมิเต็ดสลิปแบบกลไกในรถแข่ง แต่ก็ให้ความนุ่มนวลและควบคุมได้ง่ายกว่า

พวงมาลัยเซ็ตมาได้อย่างลงตัว มีน้ำหนักหน่วงมือที่กำลังดี ถ่ายทอดแรงได้อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งถือว่ายอดเยี่ยมสำหรับพวงมาลัยไฟฟ้าของรถยนต์ยุคใหม่ แม้เวลาหักเลี้ยวออกจากโค้งโดยไม่กดคันเร่งส่ง พวงมาลัยอาจจะดีดคืนช้ากว่าพวงมาลัยไฮดรอลิกเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ไร้ความรู้สึกหรือเหมือนหุ่นยนต์อย่างแน่นอน

สำหรับนักขับมือใหม่ใน สนามแข่ง (Racetrack) JCW Dress Up ถือเป็นตัวเลือกที่ ปลอดภัย (Safe) และ ขับสนุก (Fun to Drive) ระบบ DSC ที่เปิดทิ้งไว้จะช่วยจัดการทรงรถให้เกือบทั้งหมด ขอเพียงแค่รู้จักระยะเบรกและไม่ใช้ความเร็วเกินขีดจำกัดมากนัก รถก็จะช่วยแก้อาการให้ได้อย่างน่าทึ่ง

หากคุณไม่ได้เป็นนักแข่งมืออาชีพที่ต้องการป้าย JCW และความภาคภูมิใจในฐานะเจ้าของ “สุดยอด MINI” หรือไม่ได้จับเวลาทุกครั้งที่ลงสนาม Cooper S JCW Dress Up ก็สามารถมอบ แก่นแท้ของความเป็น MINI (Essence of MINI) ที่ดุดันได้ถึง 90% ในราคาที่ถูกกว่า JCW แท้ๆ ถึงหลายแสนบาท ทำให้มันเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการ ความสนุกในการขับขี่ (Driving Fun) ในงบประมาณที่จำกัด และหากต้องการพลังที่มากขึ้นในอนาคต ก็ยังมีชุดแต่งเพิ่มสมรรถนะ (Tuning Kit) จาก MINI ที่สามารถติดตั้งเพิ่มเติมได้อีกด้วย

MINI บนท้องถนนจริง 2025: สมดุลแห่งการใช้งานและอารมณ์

การทดสอบรถบนสนามแข่งนั้นให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสมรรถนะสูงสุด แต่สำหรับผู้ใช้งานส่วนใหญ่ การขับขี่บนถนนจริง (Real-World Driving) คือปัจจัยสำคัญที่สุด ผมจึงถือโอกาสนี้ในการนำรถ MINI บางรุ่นออกมาสัมผัสชีวิตประจำวันบนเส้นทางจากแก่งกระจานสู่ชะอำ เพื่อตอบคำถามที่ว่า รถเหล่านี้จะยังคงมอบความรู้สึกที่ดีในการใช้งานจริงหรือไม่

MINI Cooper S Countryman ALL4 (รุ่นใหม่ 2025): ความลงตัวสำหรับทุกวัน

ด้วยขนาดที่ใหญ่ขึ้นและ ช่วงล่างที่ได้รับการปรับแต่ง (Tuned Suspension) ให้เน้นความนุ่มนวลแต่ยังคงความกระชับ Countryman รุ่นใหม่นี้เป็นรถที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการขับขี่ท่องเที่ยวและใช้งานในชีวิตประจำวัน สามารถใช้ความเร็วระดับ 130-140 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้อย่างมั่นคง เมื่อต้องการแซง เพียงกดคันเร่งประมาณ 50-60% แรงบิดที่เหลือเฟือจากเครื่องยนต์ TwinPower Turbo (หรือระบบ Plug-in Hybrid) ก็พาตัวรถพุ่งไปข้างหน้าได้อย่างสบาย ไม่ต้องลากรอบสูงเหมือนรถสปอร์ตขนาดเล็ก การวิ่งผ่านหลุมบ่อหรือถนนคอนกรีตที่ผุพัง Countryman จะซับแรงกระแทกได้ดี ให้ความรู้สึกสบายคล้ายกับการนั่งรถยนต์ยุโรประดับกลางทั่วไป ทำให้เป็นรถที่ทั้งพ่อแม่และลูกๆ สามารถนั่งเดินทางได้อย่างมีความสุข

MINI John Cooper Works (JCW): ดุดันในสนาม นุ่มนวลบนถนน?

หลายคนอาจคิดว่า JCW ที่ดุดันในสนามแข่ง จะต้องกระด้างและขับยากบนถนนจริง แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นน่าประหลาดใจ เมื่อขับบนถนนเพชรเกษมและปล่อย ช่วงล่าง (Suspension) ไว้ในโหมดปกติ JCW กลับมีความนุ่มนวลที่สัมผัสได้ ไม่ได้กระด้างสะเทือนเหมือนรถญี่ปุ่นที่เซ็ตช่วงล่างแข็งๆ แต่เป็นความหนืดในระดับที่วัยรุ่นนั่งแล้วรู้สึกสบาย คุณลองนึกถึง BMW 118i ที่ช่วงล่างแข็งขึ้นเล็กน้อย แล้วจับมาใส่ยางแก้มบางเฉียบ นั่นล่ะคือสิ่งที่ MINI JCW เป็น

การเข้าออกจากรถ แม้จะไม่กว้างขวางเท่า Countryman แต่ก็ทำได้ง่ายกว่า MINI Hatch รุ่นเก่า และทำได้ง่ายกว่ารถสปอร์ตขับหลังขนาดเดียวกันหลายคัน สิ่งที่เหลืออยู่คือรถยนต์ที่เปรียบเสมือน มีดพับทหารสวิส (Swiss Army Knife) ที่เต็มไปด้วยลูกเล่น คุณอยากจะใช้มันทำอะไร JCW ก็จะตอบสนองด้วยวิธีที่เหมาะสม เกียร์ Sport Steptronic เปลี่ยนได้เร็วและนุ่มนวลในโหมดปกติ และสามารถเลือกจังหวะเกียร์ที่เหมาะสมตามความลึกของคันเร่งได้ดีเยี่ยม จนแทบไม่จำเป็นต้องใช้ Paddle Shift เลยด้วยซ้ำ

ในตลาดปี 2025 ที่เต็มไปด้วย รถยนต์สมรรถนะสูง (High Performance Cars) และ รถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicles) MINI JCW ยังคงยืนหยัดในฐานะรถ 2.0 ลิตร เทอร์โบขับหน้าที่มอบความประทับใจจากการผสาน สมดุล (Balance) ระหว่างความสนุกกับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว มันอาจไม่ได้มีเกียร์คลัตช์คู่ที่ฉับไวสะใจเท่าคู่แข่งบางราย แต่ MINI มอบ รสชาติการขับขี่ (Driving Feel) ที่ใกล้เคียงกัน พร้อมเพิ่มความโดดเด่นในด้าน การออกแบบ (Design) และ การตกแต่ง (Interior Decoration) ที่มีเสน่ห์และไม่น่าเบื่อ

MINI ในปี 2025: เหตุผลที่เหนือกว่าตัวเลข

ตลอดการเดินทางและทดสอบรถ MINI หลายรุ่นในวันนี้ ผมแทบไม่เห็นข้อเสียที่ชัดเจนในเชิงประสิทธิภาพหลักของตัวรถเลย แน่นอนว่า Countryman รุ่นเครื่องยนต์เริ่มต้นอาจจะไม่ได้แรงถึงใจคนบ้าพลัง หรือ Clubman ที่เคยทำตลาดอาจจะขาดออปชั่นบางอย่างเมื่อเทียบกับราคา แต่โดยรวมแล้ว ทุกรุ่นมีจุดเด่นและบุคลิกเฉพาะตัวที่แข็งแกร่ง

หัวใจสำคัญของการเลือก MINI ไม่ใช่แค่เรื่อง ราคา (Price) หรือ ความคุ้มค่า (Value for Money) เพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของ อารมณ์ (Emotion) และ ความหลงใหล (Passion) บางคนอาจจะบอกว่า “คนที่อยากได้ MINI ก็ต้องเลือก MINI มาเป็นอันดับ 1” ซึ่งผมก็ไม่เถียง เพราะความรักสามารถชนะทุกเหตุผลได้เสมอ

แต่สำหรับผู้ที่มองรถยนต์ทุกแบรนด์อย่างเท่าเทียมกัน ในปี 2025 นี้ ตลาดรถยนต์ยุโรปพรีเมียมมีการแข่งขันสูงมาก คุณอาจจะพบทางเลือกอื่นที่ให้กำลังมหาศาล ออปชั่นครบครัน หรือความประหยัดเชื้อเพลิงที่เหนือกว่าในงบประมาณที่ใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะเป็น BMW Series 3, Mercedes-Benz CLA/GLA หรือแม้แต่รถยนต์ไฟฟ้าจากแบรนด์อื่นๆ

สิ่งที่ควรทำให้คุณดีใจ คือ ภายใต้ทางเลือกที่ขับเคลื่อนด้วยอารมณ์เหล่านั้น วิศวกรของ MINI ก็พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะสร้าง เหตุผลดีๆ (Good Reasons) มารองรับการจ่ายเงินของคุณ ทำให้คุณสามารถพูดได้เต็มปากว่ารถ MINI มี ข้อดี (Advantages) ให้สัมผัสได้หลากหลายจุด เป็นรถที่เข้าถึงง่ายขึ้น ปรับบุคลิกให้รองรับการใช้งานได้หลายรูปแบบ และผู้คนหลากหลายสไตล์สามารถขับขี่ได้อย่างมีความสุข

สำหรับผม แค่นี้ก็เพียงพอที่จะเปลี่ยนจิตใจคนที่ไม่เคยชอบ MINI ให้หันมาหลงรักแบรนด์นี้ได้อย่างหมดใจแล้ว และในยุคที่เทคโนโลยีพัฒนาอย่างก้าวกระโดด MINI ในปี 2025 ยังคงรักษาแก่นแท้ของแบรนด์ไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม พร้อมเติมเต็มด้วยนวัตกรรมและทางเลือกใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายยิ่งขึ้น

สัมผัสประสบการณ์ขับขี่ MINI ยุคใหม่ด้วยตัวคุณเอง!

อย่าเพิ่งเชื่อในสิ่งที่ผมเล่ามาทั้งหมด จนกว่าคุณจะได้มาสัมผัสด้วยตัวคุณเอง! เราขอเชิญชวนทุกท่านร่วมออกเดินทางไปกับโลกของ MINI ที่ผสานสไตล์อันโดดเด่น นวัตกรรม (Innovation) ล้ำสมัย และ ความสนุกในการขับขี่ (Driving Fun) ในแบบ Go-Kart Feel ที่ไม่เหมือนใคร ไม่ว่าจะเป็น MINI John Cooper Works ที่จะปลุกเร้าจิตวิญญาณนักแข่งในตัวคุณ หรือ MINI Countryman รุ่นใหม่ที่พร้อมพาคุณไปผจญภัยกับครอบครัวได้อย่างไร้ขีดจำกัด

เยี่ยมชมโชว์รูม MINI ใกล้บ้านคุณ หรือลงทะเบียนเพื่อทดลองขับ MINI รุ่นที่คุณสนใจได้แล้ววันนี้! ค้นหาว่าทำไม MINI ถึงยังคงเป็นมากกว่ารถยนต์ แต่คือส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ที่บ่งบอกความเป็นคุณได้อย่างชัดเจน!

Previous Post

N1011053 คน ธพาลครอง หาก นง ายๆแบบน เลย ตอนจบจะเป นย งไง part2

Next Post

N1111055_ทำไมเขาถ งวางยาก บล กค าท กคนท มาด หน ดไม เหต ผลเพราะแบบน เอง #ด ให จบ_part2

Next Post
N1111055_ทำไมเขาถ งวางยาก บล กค าท กคนท มาด หน ดไม เหต ผลเพราะแบบน เอง #ด ให จบ_part2

N1111055_ทำไมเขาถ งวางยาก บล กค าท กคนท มาด หน ดไม เหต ผลเพราะแบบน เอง #ด ให จบ_part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1301031 อไปทหารกล บมาถ งก บช อค เม อได เห นล กเซอร ไฟรส อด วยสองส งน part2
  • N1301047 กค าใช แบงค ปลอมซ อของ แผนซ อนแผน #พ คตอนจบ part2
  • N1301044 โจรเหน อช เจอตำรวจเหน อช นกว part2
  • N1301053 วแอบต ดจ เอสในรองเท าแฟน และเขาต องเจอก บฝ นร ายท งเป part2
  • N1301036 เธอวางยาในผลไม ไปทำไม แล วผ หญ งท อย ในห องคนน อใคร part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.