• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N1111053_นมาตามพ อของเด กในท อง แต ไม เขาอย ไหน #ตามหาห วใจ #ภาค1_part2

admin79 by admin79
November 6, 2025
in Uncategorized
0
N1111053_นมาตามพ อของเด กในท อง แต ไม เขาอย ไหน #ตามหาห วใจ #ภาค1_part2

หลายปีก่อน หากเอ่ยชื่อ “แก่งกระจาน” ภาพแรกที่ผุดขึ้นในห้วงความคิดของผมคือผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ ขุนเขาเขียวขจี สายน้ำใสเย็น และเขื่อนที่ทอดตัวยาว เป็นสถานที่ที่เหมาะเจาะสำหรับการปลีกวิเวกพักผ่อนหย่อนใจ ทุกเพศทุกวัยสามารถดื่มด่ำกับธรรมชาติรอบกายได้อย่างเต็มอารมณ์ ในฐานะผู้ที่คลุกคลีกับวงการยานยนต์และมีโอกาสเดินทางไปทั่วประเทศ ผมอาจไม่ได้แวะเวียนไปแก่งกระจานบ่อยเท่าบางท่าน แต่ทุกครั้งที่ได้ไป ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่ต้องการปล่อยใจไปกับสายน้ำ หรือบางครั้งที่ต้องใช้ธรรมชาติบำบัดหัวใจอันบอบช้ำจากเรื่องราวชีวิต ผมมักจะขับรถหาที่เงียบสงบ จอดรถทอดอารมณ์ริมทุ่ง หรือไม่ก็เข้าพักในรีสอร์ตริมธาร ปล่อยให้สายน้ำชะล้างความผิดหวัง เป็นการ “รีเซ็ต” ตัวเองก่อนกลับไปเผชิญความวุ่นวายของมหานคร

ใครจะคาดคิดว่าในอีกไม่กี่ปีต่อมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2025 ที่โลกยานยนต์ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่เต็มตัว แก่งกระจานในความทรงจำของผมจะผันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ผมไม่ได้นึกถึงเพียงแค่ธรรมชาติอันงดงามอีกต่อไป หากแต่นึกถึงสนามแข่งรถที่ทอดยาวกว่า 2.4 กิโลเมตร เขียวชอุ่มไปด้วยต้นไม้ โอบล้อมด้วยเส้นทางที่ท้าทาย ทั้งทางขึ้นเขา ทางลงเขา โค้งยาว โค้งหักศอกรูปตัว “ก” ไก่ และโค้ง S ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สนามแห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่ทดสอบขีดจำกัดของเครื่องจักร แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ฝีมือของผู้ขับขี่ ที่สะท้อนบุคลิกเฉพาะตัวของมันได้เป็นอย่างดี ช้าๆ ดูเหมือนง่าย แต่ยิ่งพยายามเร็วเท่าไหร่ ยิ่งพบกับความท้าทายมากขึ้นเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นผิวแทร็กที่แตกต่างกันในแต่ละส่วน หรือจุดหักมุมที่พร้อมจะลงโทษผู้ประมาท

ในฐานะผู้มีประสบการณ์ในสนามแข่งมานานกว่า 10 ปี รวมถึงการนำรถตัวเองลงไปสัมผัสแทร็กนี้หลายครั้ง ทำให้ผมตระหนักดีว่าสนามแก่งกระจานไม่ใช่แค่สนามที่เน้นแรงม้าเพียงอย่างเดียว รถเล็ก น้ำหนักเบา ที่มีระบบเบรกและยางประสิทธิภาพสูง มักจะทำเวลาได้ดีกว่ารถพลังงานมหาศาลที่ขาดการเตรียมพร้อมในส่วนนี้ มันคือความสมดุลที่สำคัญยิ่ง การขับรถที่ไม่ได้ถูกปรับแต่งเพื่อสนามแข่งอย่างเต็มรูปแบบ เช่น Nissan Tiida คู่ใจของผม ที่ยังคงใช้ล้อเดิม ยางเดิมที่ผ่านการใช้งานมาหลายหมื่นกิโลเมตร และเบรกเดิมที่เปลี่ยนเพียงผ้าเบรก อาจทำให้รู้สึกว่าต้องเค้นพลังงานม้ากว่า 170 ตัวให้ทำงานอย่างหนัก แต่สุดท้ายก็ไม่อาจเทียบชั้นกับ Honda Civic FD 1.8 ลิตรเดิมๆ ที่เพียงแค่เปลี่ยนมาใช้ยาง AD08 พร้อมช่วงล่างและระบบเบรกที่ได้รับการอัปเกรด ซึ่งทำเวลาทิ้งห่างไปหลายวินาทีอย่างไม่ต้องสงสัย

แต่ประสบการณ์ที่ทำให้ผม “ซึ้ง” และเข้าใจถึงปรัชญาของรถแข่งอย่างแท้จริง คือการได้ลองขับ Honda Jazz GE ที่ปรับแต่งมาเพื่อสนามโดยเฉพาะของน้องในกลุ่มคันหนึ่ง แม้แรงม้าจะน้อยกว่า แต่ทุกองค์ประกอบถูกจูนมาอย่างลงตัว ทั้งเบรก ยาง ช่วงล่าง และเกียร์ Limited Slip Differential แม้ในรอบแรกที่ยังไม่คุ้นเคยกับรถ และมีการเข้าเกียร์ผิดพลาดบ้าง แต่เวลากลับเร็วกว่า Best Time ของรถผมเองไปหลายวินาที มันสะท้อนให้เห็นว่า “แรงอย่างเดียวไม่พอ ต้องลงตัวด้วย”

MINI Track Day 2025: การมาถึงของเจเนอเรชันใหม่บนสนามแข่ง

และนี่คือที่มาของเรื่องราวในวันนี้ ในปี 2025 MINI ประเทศไทย ได้เชิญสื่อมวลชนและผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์มาร่วมสัมผัสประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ MINI เจเนอเรชันใหม่ล่าสุด ณ สนามแก่งกระจาน การเปลี่ยนแปลงของโลกยานยนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้ามาของพลังงานไฟฟ้า ทำให้ MINI ต้องปรับตัวครั้งใหญ่ แต่ยังคงรักษา DNA ความสนุกในการขับขี่สไตล์ “Go-Kart Feeling” อันเป็นเอกลักษณ์ไว้ได้อย่างน่าทึ่ง

ในงาน “MINI Track Day 2025” นี้ พวกเขาขนทัพรถยนต์ MINI แทบทุกรุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทยมารวมตัวกัน ไล่เรียงตั้งแต่ MINI Cooper Hatchback รุ่นใหม่ล่าสุด, MINI Countryman เจเนอเรชันที่ 3, และ MINI Aceman ครอสโอเวอร์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดที่เพิ่งเปิดตัวสู่ตลาด การทดสอบแบ่งเป็นรุ่นบังคับที่ทุกคนได้ขับ และรุ่นเลือกเสรี เพื่อให้เราได้สัมผัสความหลากหลายของขุมพลังและบุคลิกที่แตกต่างกันไป

สำหรับรุ่นบังคับ ผมได้มีโอกาสขับ 3 รุ่นหลัก ที่สะท้อนถึงทิศทางของ MINI ในปี 2025 ได้แก่:

MINI John Cooper Works (JCW) Hatch (ICE): ตัวแรงสุดขีดที่ยังคงหัวใจเครื่องยนต์สันดาปภายใน

MINI Cooper SE Hatch (Electric): รสชาติความแรงแบบไร้มลพิษในร่าง Hot Hatch คลาสสิก

MINI Countryman SE ALL4 (Electric): ครอสโอเวอร์อเนกประสงค์ขับเคลื่อนสี่ล้อพลังงานไฟฟ้า

และจากรุ่นเลือกเสรี ผมตัดสินใจเลือกอีก 2 รุ่น เพื่อให้ครอบคลุมการใช้งานและเทคโนโลยีที่หลากหลาย:

MINI Aceman S (Electric): ครอสโอเวอร์ไฟฟ้าตัวใหม่ล่าสุด ที่ถูกวางตำแหน่งเป็นหัวใจของครอบครัว MINI ในอนาคต

MINI Cooper S Hatch (ICE): รุ่นเบนซินที่ยังคงเป็นหัวใจของความสนุกแบบดั้งเดิม แต่มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่

การเลือกนี้มีเหตุผล ผมต้องการสัมผัสความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างรถสมรรถนะสูงหัวใจสันดาปแบบดั้งเดิม (JCW) กับการก้าวสู่ยุคไฟฟ้าของ MINI (Cooper SE, Countryman SE, Aceman S) รวมถึงรุ่น Cooper S ที่เป็นจุดเริ่มต้นของความสนุก ผมต้องการรู้ว่า DNA “Fun-to-Drive” และ Go-Kart Feeling ที่ทุกคนหลงใหล จะถูกส่งผ่านไปในรถยนต์เจเนอเรชันใหม่เหล่านี้อย่างไร และเทคโนโลยีไฟฟ้าจะเข้ามาเติมเต็มหรือเปลี่ยนแปลงบุคลิกของ MINI ไปในทิศทางใดบ้าง

ผมจับคู่กับช่างภาพมืออาชีพ และเราตัดสินใจเริ่มต้นด้วย JCW ตัวแรงก่อน เพื่อให้ได้สัมผัสขีดสุดของสมรรถนะก่อนที่ยางจะเริ่มล้า หรือเครื่องยนต์จะเริ่มเหนื่อยล้าในช่วงท้ายของวัน ยิ่งไปกว่านั้น การได้ขับรถ JCW คันแรกสุด หมายความว่ารถคันหน้าคือรถของ Instructor ซึ่งขับโดยมืออาชีพ ทำให้เรามีโอกาสสังเกตไลน์การขับและเทคนิคของนักแข่งตัวจริงไปด้วย

บทความนี้ไม่ใช่รีวิวเชิงลึกที่มีรายละเอียดครบถ้วน แต่เป็นการแบ่งปันลักษณะนิสัยและสิ่งที่ผมได้พบจากการสัมผัสรถแต่ละคันครั้งแรกในสนามแข่งแก่งกระจาน รวมถึงโบนัสพิเศษจากการขับขี่บนถนนจริงอีกสองสามรุ่น ซึ่งจะช่วยให้ผู้อ่านที่กำลังมองหารถยนต์ MINI ในปี 2025 ได้เห็นภาพรวมและตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

MINI John Cooper Works (JCW) Hatch (ICE) 2025: ตำนานที่ยังคงกระหึ่ม

ราคา (โดยประมาณ 2025): 3,500,000 – 3,700,000 บาท

เครื่องยนต์: B48 TwinPower Turbo 2.0 ลิตร ปรับจูนพิเศษ กำลังสูงสุด 260+ แรงม้า แรงบิด 400+ นิวตันเมตร รองรับ E20

ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติ Sport Steptronic 8 จังหวะ พร้อม Paddle Shift

น้ำหนักตัวรถ: ประมาณ 1,350 กิโลกรัม

เอกลักษณ์: ชุดแต่ง JCW รอบคัน, ระบบเบรก JCW ประสิทธิภาพสูง, ล้ออัลลอยน้ำหนักเบา 18-19 นิ้ว, ยาง Performance

JCW เจเนอเรชันล่าสุดยังคงเป็น “พริกขี้หนู” ที่สร้างความบันเทิงได้อย่างถึงพริกถึงขิงในสนามแก่งกระจาน การปรับจูนเครื่องยนต์ B48 ในรุ่นนี้ให้กำลังม้าที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน แรงบิดแบบ Flat Torque ที่มาตั้งแต่รอบต่ำและลากยาวไปจนถึงรอบสูง ทำให้ไม่ว่าจะกดคันเร่งในจังหวะไหน ก็มีแรงดึงที่ตอบสนองทันใจ ความยืดหยุ่นของเครื่องยนต์ทำให้การเร่งแซงบนทางชัน หรือการกระชากออกจากโค้งเป็นไปอย่างราบรื่นและมั่นใจ

สิ่งที่ผมประทับใจเป็นพิเศษคือการตอบสนองของคันเร่งที่ JCW เซ็ตมาได้อย่างลงตัว ไม่ใช่แบบ On/Off ที่ทำให้ควบคุมยาก แต่สามารถปรับน้ำหนักการกดเพื่อถ่ายทอดพลังลงสู่พื้นได้อย่างแม่นยำ รถขับหน้าที่มีแรงบิดสูงมักจะประสบปัญหา Traction Control ทำงานหนักเมื่อออกจากโค้ง U-Turn แต่กับ JCW ผมสามารถควบคุมคันเร่งได้อย่างละเอียด ทำให้รถพุ่งออกจากโค้งได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาระบบอิเล็กทรอนิกส์มากนัก

เมื่อเข้าสู่โหมด Sport พวงมาลัยจะคมขึ้น ช่วงล่างแข็งตึง คันเร่งไวขึ้น และเสียงจากท่อไอเสียจะแผดก้องพร้อมเสียง Crackle Pop ที่เร้าใจ ยิ่งเมื่อเราอัดความเร็วมาเต็มที่แล้วเบรกหนักๆ เกียร์จะคิกดาวน์ลงเกียร์ต่ำให้โดยอัตโนมัติอย่างรวดเร็วเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเร่งต่อไป ซึ่งสิ่งเหล่านี้ตอบโจทย์สายซิ่งอย่างแท้จริง

ช่วงล่างของ JCW ได้รับการปรับแต่งให้มีความหนึบแน่น แต่ยังคงมีความยืดหยุ่นที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานทั้งบนถนนและในสนามแข่ง ในช่วงทางลงยาวที่ผิวถนนไม่เรียบ JCW (ในโหมด Sport) จะดีดตัวให้พอรับรู้สภาพถนน แต่ไม่ถึงกับสะเทือนจนควบคุมยาก เหมือนรถแข่งที่ได้รับการจูนมาอย่างดี ระบบเบรก JCW ที่มาพร้อมคาลิปเปอร์สีแดงและจานเบรกขนาดใหญ่ไว้ใจได้ 100% ตอบสนองตามน้ำหนักเท้าที่กดลงไปได้อย่างแม่นยำ มอบความมั่นใจในการชะลอความเร็วจากความเร็วสูงได้อย่างไร้กังวล

JCW เจเนอเรชันนี้เปรียบเสมือนการนำเอาจิตวิญญาณ Hot Hatch อันดุดันของเยอรมันมาผสมผสานกับดีไซน์และเสน่ห์แบบอังกฤษได้อย่างลงตัว ทำให้มันเป็น MINI คันแรกที่ผมรู้สึกอยากเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง แม้ว่าในใจลึกๆ ผมอาจจะแอบหวังบุคลิกที่ดิบเถื่อนกว่านี้เล็กน้อย แต่ความลงตัวของ JCW ในปัจจุบันก็เพียงพอที่จะสร้างความประทับใจได้อย่างล้นเหลือ

MINI Cooper SE Hatch (Electric) 2025: ความสนุกในยุคไร้มลพิษ

ราคา (โดยประมาณ 2025): 2,400,000 – 2,700,000 บาท

มอเตอร์ไฟฟ้า: มอเตอร์เดี่ยว กำลังสูงสุด 218 แรงม้า แรงบิด 330 นิวตันเมตร

แบตเตอรี่: Lithium-ion ความจุประมาณ 54.2 kWh (Net)

ระยะทางวิ่งสูงสุด (WLTP): ประมาณ 400 กิโลเมตร

ระบบส่งกำลัง: Single-speed Automatic

น้ำหนักตัวรถ: ประมาณ 1,700 กิโลกรัม (รวมแบตเตอรี่)

เอกลักษณ์: การออกแบบที่ยังคงความคลาสสิกของ Hatch 3-ประตู แต่แฝงด้วยกลิ่นอายอนาคต

การได้กระโดดเข้ามาใน MINI Cooper SE Hatch ใหม่นี้ เป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่และน่าประทับใจยิ่ง การเปลี่ยนผ่านจากเครื่องยนต์สันดาปสู่ขุมพลังไฟฟ้าไม่ได้ทำให้ DNA ความสนุกของ MINI เลือนหายไปเลยแม้แต่น้อย แต่กลับเติมเต็มมิติใหม่ๆ ให้กับการขับขี่

เมื่อกดคันเร่ง สิ่งที่สัมผัสได้ทันทีคือ “แรงบิดมหาศาลที่มาในเสี้ยววินาที” การเร่งออกตัวเป็นไปอย่างดุดันและไร้เสียง เครื่องยนต์ไฟฟ้าให้การตอบสนองที่ฉับไวเหนือกว่าเครื่องยนต์สันดาปทั่วไป ทำให้การพุ่งทะยานออกจากโค้งทำได้อย่างรวดเร็วและราบรื่น ความเงียบของมอเตอร์ไฟฟ้าทำให้เราได้ยินเสียงยางบดถนนและเสียงลมปะทะตัวถังได้ชัดเจนขึ้น ซึ่งเป็นเสน่ห์อีกแบบหนึ่งของการขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง

จุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำลงจากการวางแบตเตอรี่ไว้ใต้พื้นรถ ทำให้ Cooper SE มีเสถียรภาพในการเข้าโค้งที่น่าทึ่ง ตัวรถเกาะถนนเป็นเยี่ยม อาการโยนตัวมีน้อยมาก พวงมาลัยไฟฟ้าให้ความแม่นยำและการตอบสนองที่ดีเยี่ยม ทำให้การควบคุมรถเป็นไปอย่างมั่นใจ ราวกับกำลังขับ Go-Kart ติดมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ เบรก Regenerative ช่วยในการชะลอความเร็วและปั่นไฟกลับเข้าแบตเตอรี่ ซึ่งเมื่อใช้งานในสนามแข่ง ต้องอาศัยการปรับตัวเล็กน้อยเพื่อสร้างความคุ้นเคย

แน่นอนว่าข้อจำกัดของรถยนต์ไฟฟ้าคือเรื่องน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจากแบตเตอรี่ ซึ่งส่งผลต่อความคล่องตัวในบางจังหวะ และเรื่องระยะทางวิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการขับขี่สนามแข่ง แต่สำหรับ MINI Cooper SE นั้น วิศวกรได้ปรับจูนช่วงล่างและการควบคุมมาเป็นอย่างดี ทำให้น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นไม่ได้บั่นทอนความสนุกในการขับขี่ลงไปมากนัก มันยังคงเป็น Hot Hatch ที่พร้อมจะสร้างรอยยิ้มให้กับผู้ขับขี่ได้ทุกเมื่อ และแสดงให้เห็นว่า MINI พร้อมก้าวเข้าสู่ยุค EV ได้อย่างสง่างาม

MINI Countryman SE ALL4 (Electric) 2025: ครอสโอเวอร์ไฟฟ้าที่เหนือความคาดหมาย

ราคา (โดยประมาณ 2025): 2,800,000 – 3,200,000 บาท

มอเตอร์ไฟฟ้า: มอเตอร์คู่ (ขับเคลื่อน 4 ล้อ ALL4) กำลังสูงสุด 313 แรงม้า แรงบิด 494 นิวตันเมตร

แบตเตอรี่: Lithium-ion ความจุประมาณ 64.7 kWh (Net)

ระยะทางวิ่งสูงสุด (WLTP): ประมาณ 430 กิโลเมตร

ระบบส่งกำลัง: Single-speed Automatic

น้ำหนักตัวรถ: ประมาณ 2,075 กิโลกรัม

เอกลักษณ์: ขนาดใหญ่ที่สุดของ MINI พร้อมความอเนกประสงค์ ขับเคลื่อน 4 ล้อไฟฟ้า

การเปลี่ยนจาก Hot Hatch ตัวเล็กมาสู่ Countryman SE ALL4 เจเนอเรชันใหม่นี้ ทำให้ผมต้องปรับความคิดใหม่ทั้งหมด Countryman เติบโตขึ้นมาก ไม่ใช่เพียงแค่ขนาดตัวที่ใหญ่ขึ้น แต่ยังรวมถึงความประณีตและเทคโนโลยีที่อัดแน่น ด้วยขุมพลังมอเตอร์คู่ที่ให้กำลังรวมกว่า 300 แรงม้า พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อไฟฟ้า ALL4 ที่ล้ำสมัย

แม้จะเป็นรถครอสโอเวอร์ขนาดใหญ่และมีน้ำหนักตัวมากกว่า 2 ตัน แต่ทันทีที่กดคันเร่ง Countryman SE ALL4 ก็พุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยแรงดึงที่น่าประทับใจ ระบบขับเคลื่อน ALL4 ทำงานได้อย่างชาญฉลาด ช่วยกระจายแรงบิดไปยังล้อแต่ละข้างได้อย่างเหมาะสม ทำให้การยึดเกาะถนนเป็นไปอย่างยอดเยี่ยม แม้ในโค้งหักศอกที่สนามแก่งกระจาน Countryman ก็ยังสามารถเข้าโค้งและออกจากโค้งได้อย่างมั่นใจและมีเสถียรภาพสูงกว่าที่คาดไว้มาก

ช่วงล่างได้รับการปรับจูนมาอย่างน่าประทับใจ ด้วยความนุ่มนวลที่เหมาะสมกับการใช้งานแบบครอบครัว แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงความหนึบแน่นที่จำเป็นสำหรับการควบคุมรถขนาดใหญ่บนสนามแข่ง อาการโยนตัวของตัวถังมีน้อยกว่าที่คิดไว้สำหรับรถประเภทนี้ พวงมาลัยให้ความแม่นยำที่ดี แม้จะไม่คมเท่ารุ่น Hatchback แต่ก็ให้ความรู้สึกที่มั่นคงและควบคุมง่าย

Countryman SE ALL4 ไม่ใช่รถที่ออกแบบมาเพื่อทำเวลาในสนามแข่งโดยเฉพาะ แต่มันแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวของ MINI สู่ยุคไฟฟ้าได้อย่างยอดเยี่ยม มันคือรถยนต์อเนกประสงค์ที่ให้ความสนุกในการขับขี่อย่างเหนือความคาดหมาย พร้อมพื้นที่ใช้สอยภายในที่กว้างขวาง เทคโนโลยีล้ำสมัย และความปลอดภัยที่ครบครัน เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ทั้งการเดินทางไกลและวันหยุดพักผ่อน

MINI Aceman S (Electric) 2025: นิยามใหม่ของครอสโอเวอร์เมือง

ราคา (โดยประมาณ 2025): 2,100,000 – 2,400,000 บาท

มอเตอร์ไฟฟ้า: มอเตอร์เดี่ยว กำลังสูงสุด 218 แรงม้า แรงบิด 330 นิวตันเมตร

แบตเตอรี่: Lithium-ion ความจุประมาณ 54.2 kWh (Net)

ระยะทางวิ่งสูงสุด (WLTP): ประมาณ 400 กิโลเมตร

ระบบส่งกำลัง: Single-speed Automatic

น้ำหนักตัวรถ: ประมาณ 1,600 กิโลกรัม

เอกลักษณ์: ดีไซน์สปอร์ตล้ำสมัย ขนาดกระทัดรัด แต่ยังคงความเป็นครอสโอเวอร์

MINI Aceman S คือน้องใหม่ล่าสุดในตระกูล MINI ที่เข้ามาเติมเต็มช่องว่างระหว่าง Hatchback และ Countryman ด้วยรูปลักษณ์แบบครอสโอเวอร์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด เมื่อได้สัมผัสบนสนามแก่งกระจาน Aceman S สร้างความประทับใจในฐานะรถยนต์ที่ผสมผสานความคล่องตัวของ Hatchback เข้ากับความสมบุกสมบันของ SUV ได้อย่างลงตัว

ด้วยขุมพลังไฟฟ้าที่ให้กำลัง 218 แรงม้าเช่นเดียวกับ Cooper SE ทำให้ Aceman S มีอัตราเร่งที่ฉับไวและเร้าใจ การตอบสนองของคันเร่งทำได้อย่างทันท่วงที ทำให้การขับขี่ในเมืองและการเร่งแซงเป็นไปอย่างมั่นใจ จุดเด่นที่สัมผัสได้ชัดเจนคือความคล่องตัว Aceman S มีขนาดตัวที่พอเหมาะ ไม่ใหญ่เทอะทะเหมือน Countryman ทำให้การควบคุมในโค้งแคบๆ ของสนามแก่งกระจานทำได้อย่างแม่นยำและคล่องแคล่ว

ช่วงล่างของ Aceman S ให้ความรู้สึกที่หนึบแน่น แต่ยังคงความสบายในระดับหนึ่ง เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันบนถนนที่หลากหลาย สปอร์ตพอที่จะให้ความสนุกในการขับขี่ แต่ไม่แข็งกระด้างจนเกินไป พวงมาลัยไฟฟ้าให้การตอบสนองที่ดี น้ำหนักกำลังพอเหมาะ ทำให้การควบคุมรถเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติ Aceman S คือรถยนต์ที่ตอบโจทย์คนเมืองที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่มีสไตล์โดดเด่น ฟังก์ชันการใช้งานครบครัน และยังคงความสนุกในการขับขี่แบบ MINI เอาไว้ได้อย่างเต็มเปี่ยม

MINI Cooper S Hatch (ICE) 2025: ความคลาสสิกที่ถูกอัปเกรด

ราคา (โดยประมาณ 2025): 2,200,000 – 2,500,000 บาท

เครื่องยนต์: B48 TwinPower Turbo 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิด 300 นิวตันเมตร รองรับ E20

ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติ Sport Steptronic 7 จังหวะ แบบคลัตช์คู่ (ใหม่)

น้ำหนักตัวรถ: ประมาณ 1,300 กิโลกรัม

เอกลักษณ์: การผสมผสานดีไซน์คลาสสิกกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย

ถึงแม้โลกจะก้าวสู่ยุคไฟฟ้า แต่ MINI ยังคงนำเสนอ Cooper S Hatch รุ่นเครื่องยนต์สันดาปภายใน เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่ยังคงหลงใหลในเสียงเครื่องยนต์และการขับขี่แบบดั้งเดิม และผมต้องบอกว่า Cooper S เจเนอเรชันใหม่นี้ถูกอัปเกรดมาอย่างน่าทึ่ง

เครื่องยนต์ B48 2.0 ลิตร Turbo ที่ให้กำลัง 204 แรงม้า พร้อมแรงบิด 300 นิวตันเมตร ให้พละกำลังที่เหลือเฟือสำหรับการใช้งานทั่วไปและบนสนามแข่ง อัตราเร่งมีความฉับไวและต่อเนื่อง ยิ่งไปกว่านั้น การเปลี่ยนมาใช้เกียร์อัตโนมัติ Sport Steptronic 7 จังหวะแบบคลัตช์คู่ (Dual-clutch) ถือเป็นการอัปเกรดที่สำคัญ เกียร์เปลี่ยนได้อย่างรวดเร็วและราบรื่น มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจและแม่นยำยิ่งขึ้น

ช่วงล่างและพวงมาลัยยังคงรักษา DNA ความเป็น Go-Kart ของ MINI ไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ มันหนึบแน่น ตอบสนองไว และให้ความรู้สึกเชื่อมโยงกับถนนได้ดีเยี่ยม แม้จะไม่ได้ดิบเถื่อนเท่า JCW แต่ Cooper S ก็ยังคงเป็นรถที่ขับสนุกและควบคุมง่าย เหมาะสำหรับทั้งนักขับมือใหม่และผู้มีประสบการณ์ในสนามแข่ง

MINI Cooper S Hatch ในปี 2025 คือการพิสูจน์ว่า แม้เทคโนโลยีจะเปลี่ยนไป แต่แก่นแท้ของความสนุกในการขับขี่แบบ MINI ยังคงอยู่และได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไปอีก มันคือ Hot Hatch ที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่ต้องการความคลาสสิก ผสมผสานกับประสิทธิภาพที่ทันสมัย

ประสบการณ์บนท้องถนนจริง (On-Road Driving)

หลังจากได้สัมผัสความมันส์ในสนามแข่งแล้ว ทาง MINI Thailand ยังเปิดโอกาสให้เราได้ทดลองขับรถยนต์ MINI เหล่านี้บนท้องถนนจริงในเส้นทางจากแก่งกระจานสู่ชะอำ และในวันถัดมา การขับขี่บนถนนจริงเป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญ ที่จะแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการใช้งานในชีวิตประจำวันของรถยนต์เหล่านี้

ผมเลือกที่จะขับ MINI Countryman SE ALL4 กลับที่พัก และขับ MINI Cooper S Hatch (ICE) กลับสนามในวันรุ่งขึ้น

MINI Countryman SE ALL4 บนถนนจริง:

Countryman SE ALL4 สร้างความประทับใจบนถนนจริงไม่แพ้ในสนามแข่ง ด้วยขนาดตัวที่ใหญ่ที่สุดในตระกูล MINI ทำให้ห้องโดยสารกว้างขวาง นั่งสบาย เหมาะสำหรับการเดินทางไกล ช่วงล่างที่ได้รับการจูนมาอย่างดี สามารถซับแรงกระแทกจากพื้นผิวถนนที่ไม่เรียบของประเทศไทยได้อย่างนุ่มนวลกว่าที่คาดไว้มาก มันไม่ได้นุ่มย้วยเหมือนรถยนต์เน้นความสบายจ๋า แต่มีความเฟิร์มที่ให้ความมั่นใจในการควบคุม โดยไม่ทำให้ผู้โดยสารรู้สึกไม่สบายตัว แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ช่วยให้มีระยะทางวิ่งที่เพียงพอต่อการเดินทางข้ามจังหวัดได้อย่างสบาย

พละกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ช่วยให้การเร่งแซงบนถนนหลักทำได้อย่างง่ายดายและเงียบเชียบ ระบบขับเคลื่อน ALL4 เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ในทุกสภาพอากาศ การตกแต่งภายในที่หรูหราทันสมัย พร้อมเทคโนโลยีการเชื่อมต่อและระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง ทำให้ Countryman SE ALL4 เป็นรถยนต์ที่ตอบโจทย์การใช้งานแบบครอบครัวได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งความอเนกประสงค์ ความสบาย และความสนุกในการขับขี่ที่ยังคงเป็นเอกลักษณ์ของ MINI

MINI Cooper S Hatch (ICE) บนถนนจริง:

การขับ Cooper S Hatch กลับไปยังสนามในวันถัดมา ให้ความรู้สึกถึงความคล่องตัวและกระฉับกระเฉงบนถนนหลวง พวงมาลัยที่คมและแม่นยำทำให้การเปลี่ยนเลนหรือเข้าโค้งทำได้อย่างสนุกและมั่นใจ แม้ช่วงล่างจะออกแนวสปอร์ต แต่ก็ไม่ได้แข็งกระด้างจนเกินไปสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน มันยังคงให้ความสบายในระดับที่ยอมรับได้สำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์สปอร์ต แรงม้า 204 ตัว ผสานกับเกียร์คลัตช์คู่ ทำให้การเร่งแซงทำได้อย่างทันใจและมีชีวิตชีวา

สิ่งที่โดดเด่นคือเสียงเครื่องยนต์และเสียงท่อไอเสียที่เป็นเอกลักษณ์ของ MINI ที่ยังคงสร้างอารมณ์ร่วมในการขับขี่ได้อย่างเต็มเปี่ยม ไม่ว่าจะเป็นการขับในเมืองหรือออกเดินทางไกล Cooper S Hatch ก็พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจและสนุกสนานในทุกเส้นทาง เป็นรถยนต์ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคลาสสิก ความคล่องตัว และสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมในแพ็คเกจเดียว

บทสรุปและมุมมองในปี 2025: MINI ยังคงเป็นมากกว่ารถยนต์

จากการได้สัมผัสรถยนต์ MINI เจเนอเรชันใหม่ทั้งหมดในปี 2025 นี้ ทำให้ผมกล้าพูดได้เลยว่า MINI ยังคงเป็นแบรนด์ที่มีเสน่ห์และเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างไม่เสื่อมคลาย แม้ว่าตลาดรถยนต์จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการเข้ามาของรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ครอสโอเวอร์จากหลากหลายค่าย แต่ MINI ก็ยังคงสามารถรักษา DNA “Fun-to-Drive” และ Go-Kart Feeling ไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม พร้อมทั้งปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและความยืดหยุ่นในการใช้งานที่หลากหลายขึ้น

จุดแข็งของ MINI ในปี 2025 ไม่ได้อยู่ที่แค่สมรรถนะการขับขี่อีกต่อไป แต่ยังรวมถึงการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์เหนือกาลเวลา ความประณีตในรายละเอียดของห้องโดยสาร และการผสมผสานระหว่างความคลาสสิกกับความทันสมัยได้อย่างลงตัว การที่ MINI สามารถนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าที่ยังคงความสนุกในการขับขี่ได้อย่างน่าประทับใจ รวมถึงครอสโอเวอร์ที่ตอบโจทย์การใช้งานของครอบครัวได้อย่างครบครัน ยิ่งตอกย้ำถึงความสำเร็จในการปรับตัวของแบรนด์

แน่นอนว่าเมื่อพูดถึง “ราคา” MINI อาจไม่ใช่ตัวเลือกแรกในเชิงเศรษฐศาสตร์สำหรับทุกคน หากคุณมองหารถยนต์ยุโรปในงบประมาณ 2-3 ล้านบาท คุณอาจมีตัวเลือกอื่นๆ ที่ให้พื้นที่ใช้สอยมากกว่า หรือได้ออปชันที่ครบครันกว่าในราคาที่ใกล้เคียงกัน เช่น BMW 1-Series, Mercedes-Benz A-Class หรือแม้กระทั่งรถยนต์ไฟฟ้าจากแบรนด์คู่แข่งที่ให้สเปคแบตเตอรี่และระยะทางวิ่งที่สูงกว่า แต่สิ่งที่ MINI มอบให้คือ “อารมณ์” และ “ความหลงใหล” ที่ยากจะหาจากแบรนด์อื่น

MINI ไม่ได้ขายแค่รถยนต์ แต่ขาย “ประสบการณ์” และ “ไลฟ์สไตล์” คุณจะได้รับรถยนต์ที่มีบุคลิกโดดเด่นไม่ซ้ำใคร การขับขี่ที่เร้าใจในแบบ Go-Kart และคุณภาพงานประกอบระดับพรีเมียม วิศวกรของ MINI ได้ทุ่มเทอย่างหนักเพื่อสร้างเหตุผลที่ดีมารองรับการตัดสินใจด้วยอารมณ์ของคุณ ทำให้คุณสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่า MINI มีข้อดีมากมายที่สัมผัสได้จริง และเป็นรถยนต์ที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น รองรับการใช้งานที่หลากหลาย และเหมาะกับคนหลากหลายสไตล์

สำหรับผมแล้ว การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้เพียงพอที่จะทำให้คนที่ไม่เคยเป็นสาวก MINI อย่างผม หันมาเริ่มหลงรักแบรนด์นี้ได้อย่างเต็มหัวใจ!

คุณพร้อมแล้วหรือยังที่จะร่วมสัมผัสประสบการณ์ความสนุกของ MINI เจเนอเรชันใหม่ 2025 ด้วยตัวคุณเอง? เชิญแวะเยี่ยมชมโชว์รูม MINI ใกล้บ้าน หรือติดตามข่าวสารและกิจกรรมพิเศษจาก MINI ประเทศไทย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของตำนานบทใหม่ที่กำลังจะถูกจารึก!

Previous Post

N1111055_ทำไมเขาถ งวางยาก บล กค าท กคนท มาด หน ดไม เหต ผลเพราะแบบน เอง #ด ให จบ_part2

Next Post

N1111043 หอเฮ ยน ปร ศนา #หน งผ เร องแรกก นและก part2

Next Post
N1111043 หอเฮ ยน ปร ศนา #หน งผ เร องแรกก นและก part2

N1111043 หอเฮ ยน ปร ศนา #หน งผ เร องแรกก นและก part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1301031 อไปทหารกล บมาถ งก บช อค เม อได เห นล กเซอร ไฟรส อด วยสองส งน part2
  • N1301047 กค าใช แบงค ปลอมซ อของ แผนซ อนแผน #พ คตอนจบ part2
  • N1301044 โจรเหน อช เจอตำรวจเหน อช นกว part2
  • N1301053 วแอบต ดจ เอสในรองเท าแฟน และเขาต องเจอก บฝ นร ายท งเป part2
  • N1301036 เธอวางยาในผลไม ไปทำไม แล วผ หญ งท อย ในห องคนน อใคร part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.