• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N1111032 เพ อนร เพ อนร าย part2

admin79 by admin79
November 6, 2025
in Uncategorized
0
N1111032 เพ อนร เพ อนร าย part2

ในฐานะที่คลุกคลีอยู่ในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและการปรับตัวของแบรนด์รถยนต์มากมาย แต่มีเพียงไม่กี่แบรนด์ที่สามารถรักษาจิตวิญญาณและเอกลักษณ์ของตัวเองไว้ได้อย่างเหนียวแน่น พร้อมกับการก้าวสู่ยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย และหนึ่งในนั้นคือ MINI

ย้อนกลับไปสมัยก่อน เวลาพูดถึง “แก่งกระจาน” สำหรับนักขับอย่างผม มันคือภาพของความเงียบสงบ ธรรมชาติอันบริสุทธิ์ของอุทยานแห่งชาติ ป่าเขาเขียวขจี สายน้ำเย็นฉ่ำ เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ หรือแม้แต่เป็นที่ระบายอารมณ์ในยามอกหักรักคุด เป็นสถานที่ที่ผมมักจะขับรถคู่ใจออกไปนั่งทอดอารมณ์ริมทุ่ง หรือแช่ตัวในธารน้ำใสราวกับว่าสายน้ำจะชะล้างความผิดหวังให้หมดไป เป็นการรีเซ็ตตัวเองก่อนจะกลับสู่ความวุ่นวายของมหานคร

แต่ในวันนี้ เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2025 คำว่า “แก่งกระจาน” ในหัวของผมกลับไม่ใช่แค่เขื่อนหรือป่าเขาอีกต่อไป มันคือสนามแข่งรถระดับตำนานที่ท้าทายทุกขีดจำกัดของผู้ขับและรถยนต์ แก่งกระจานเซอร์กิตที่ยาวกว่า 2.4 กิโลเมตร เขียวชอุ่ม มีทั้งทางชันขึ้นเขา ทางลง โค้งยาว โค้งหักศอกรูปตัว ก.ไก่ และโค้ง S ที่เลื่องชื่อ ด้วยพื้นผิวที่หลากหลาย มีทรายในบางจุด และทางลงยาวที่ส่งรถให้พุ่งทะยานด้วยความเร็วสูง แต่ก็ซ่อนกับดักสำหรับผู้ประมาทไว้มากมาย พี่ฉ่าง อาคม รวมสุวรรณ เคยเตือนผมเสมอว่า “อย่าประมาทแก่งกระจาน” เพราะมันพร้อมจะจับคุณหมุนคว้างกลางโค้ง S ได้เสมอ สนามแห่งนี้ไม่ได้สร้างมาเพื่อเอาใจ แต่สร้างมาเพื่อสอน และวันนี้ มันคือสังเวียนที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการพิสูจน์วิวัฒนาการของ MINI ในยุค 2025

แก่งกระจานเซอร์กิต 2025: สังเวียนทดสอบแห่งอนาคต

ย้อนกลับไปประมาณ 10 กว่าปีก่อน สองนักแข่งอย่างคุณสมชาย ศรีจิรารัตน์ และคุณเอกประวัติ เพ็ชรรักษ์ มีความฝันที่อยากเห็นสนามแข่งรถแห่งใหม่เกิดขึ้นเพื่อรองรับความต้องการของวงการมอเตอร์สปอร์ต และชักจูงขาซิ่งบนถนนหลวงให้เข้ามาปลดปล่อยพลังในสังเวียนที่ปลอดภัย สนามแก่งกระจานจึงถือกำเนิดขึ้นภายในเวลาเพียง 10 เดือน สร้างสถิติเป็นหนึ่งในสนามที่สร้างเสร็จเร็วที่สุดในโลก และนับตั้งแต่นั้นมา มันก็ได้รับการพัฒนาและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นหนึ่งใน สนามแข่งรถที่ท้าทายที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย และเป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบในการ ทดสอบสมรรถนะรถยนต์ไฟฟ้า และ รถยนต์พรีเมียม ยุคใหม่

ในสภาพของปี 2025 แก่งกระจานเซอร์กิตยังคงรักษากลิ่นอายของความเป็นธรรมชาติ แต่แฝงไปด้วยความทันสมัยของเทคโนโลยี สนามถูกออกแบบมาให้รถยนต์ขนาดเล็กและน้ำหนักเบาที่มีระบบเบรกและยางที่ยอดเยี่ยม สามารถทำเวลาได้ดี ขณะที่รถยนต์พลังสูงที่ขาดการปรับแต่งที่เหมาะสมอาจประสบปัญหา นั่นคือเหตุผลว่าทำไมวันนี้ ผมจึงเลือก MINI ที่ขึ้นชื่อเรื่อง การขับขี่แบบ Go-Kart มาพิสูจน์พลังบนสนามแห่งนี้

ผมเคยนำรถบ้านธรรมดามาลองขับที่นี่ ยิ่งตั้งใจจะเร็ว ก็ยิ่งเจออุปสรรค แต่กับรถที่ปรับแต่งมาเพื่อสนามอย่าง Jazz GE ทีม Ceramic Pro ของน้องตี้ มันสามารถสร้างเวลาได้เร็วกว่ารถของผมหลายวินาที แม้จะมีแรงม้าน้อยกว่า แต่องค์ประกอบอย่างเบรก ยาง ช่วงล่าง และลิมิเต็ดสลิปที่ครบครัน ก็สะท้อนให้เห็นว่า “ความพร้อม” คือหัวใจสำคัญของการพิชิตสนามแห่งนี้ และวันนี้ เราจะมาดูกันว่า MINI ยุค 2025 จะ “พร้อม” ขนาดไหนสำหรับการเดินทางสู่โลกอนาคต

MINI ในยุคแห่งการเปลี่ยนผ่าน: ยนตรกรรมแห่งปี 2025

วันนี้ MINI Thailand ได้นำทัพรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดที่สะท้อนวิสัยทัศน์ของแบรนด์ในปี 2025 มาให้เราได้สัมผัสอย่างเต็มที่ ไม่ใช่แค่เพียง 2-3 รุ่น แต่เกือบจะทุกรุ่นที่มีจำหน่ายและกำลังจะเปิดตัวในประเทศไทย เพื่อให้เราได้สัมผัสความแตกต่างและวิวัฒนาการของ ยนตรกรรมแห่งอนาคต นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการก้าวเข้าสู่ยุคของ รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง ที่ยังคงรักษาจิตวิญญาณแบบฉบับ MINI ไว้ได้อย่างครบถ้วน

ในการทดสอบภาคบังคับ ทุกคนจะได้ขับ 3 รุ่นหลักที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของไลน์อัพปี 2025:

MINI John Cooper Works (JCW) รุ่นใหม่ล่าสุด: ที่สุดแห่งสมรรถนะจาก MINI ที่ผสานขุมพลังแบบดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีแห่งอนาคต

MINI Cooper Electric (Gen 3): หัวใจหลักของการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคไฟฟ้าของ MINI ที่นำเสนอประสบการณ์ Go-Kart แบบไร้มลพิษ

MINI Countryman Electric (Gen 3): MINI ที่ใหญ่ที่สุด และอเนกประสงค์ที่สุด พร้อมระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเต็มรูปแบบ

นอกจากนี้ ยังมีรถยนต์ในภาควิชาเลือกเสรี ซึ่งเราสามารถเลือกขับได้อีก 2 คันจากตัวเลือกที่น่าสนใจ เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การขับขี่ในมิติที่แตกต่าง:

MINI Aceman (Electric): ครอสโอเวอร์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดรุ่นใหม่ ที่ผสมผสานความคล่องตัวของ MINI Hatch เข้ากับความสูงของรถอเนกประสงค์

MINI Cooper S รุ่นล่าสุด (ICE/Hybrid): ตัวเลือกที่ยังคงความสนุกจากการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายในที่ได้รับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

ผมเลือกที่จะเริ่มต้นด้วย JCW รุ่นใหม่ล่าสุดก่อน ตามคำแนะนำของคุณแสงอรุณ ช่างภาพมืออาชีพจาก GQ ซึ่งเป็นความคิดที่ไม่เลวเลย เพราะการได้สัมผัส พละกำลังระดับท็อป ตั้งแต่ต้น ช่วยให้เราเข้าใจถึงขีดสุดของแบรนด์ก่อนจะไปสำรวจรุ่นอื่นๆ ยิ่งไปกว่านั้น การได้ขับตามรถ Instructor ที่ขับโดย พระเอส (วิทยากรผู้มากประสบการณ์) ทำให้ผมมีโอกาสได้สังเกตไลน์การขับแบบมืออาชีพไปพร้อมกัน

บทความนี้ไม่ใช่ First Impression หรือ Full Review ที่ลงรายละเอียดทุกซอกมุม แต่เป็นการ แชร์ลักษณะนิสัยและสิ่งที่ค้นพบในสัมผัสแรก ของ MINI แต่ละคันบนสนามแก่งกระจาน รวมถึงโบนัสพิเศษจากการขับขี่บนถนนจริง เพราะในใจผมนั้น คิดไว้แล้วว่าจะต้องขอยืมรถเหล่านี้มาทำรีวิวฉบับเต็มอย่างแน่นอน

เจาะลึกสมรรถนะบนสนาม: MINI ในมิติ 2025

MINI John Cooper Works (JCW) – สุดยอดสมรรถนะแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน

ราคา: ประมาณ 3,800,000 – 4,200,000 บาท (โดยประมาณสำหรับรุ่นปี 2025 อาจมีตัวเลือก Hybrid Performance)

เครื่องยนต์: ขุมพลัง TwinPower Turbo 2.0 ลิตร (หรืออาจเป็น Hybrid Performance) ที่ได้รับการพัฒนาต่อเนื่อง ให้กำลังสูงกว่า 250 แรงม้า แรงบิดมหาศาลจากรอบต่ำ รองรับเชื้อเพลิง E20 หรือระบบ Plug-in Hybrid

ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ Sport Steptronic พร้อม Paddle Shift (คาดการณ์)

น้ำหนักตัวรถ: ประมาณ 1,300 – 1,400 กิโลกรัม (อาจสูงขึ้นในรุ่น Hybrid)

เอกลักษณ์ของ JCW ยังคงเด่นชัดด้วยชุดแต่งแอโรไดนามิกเฉพาะรุ่น ระบบท่อไอเสียสปอร์ตที่ให้เสียงเร้าใจ และล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 18 นิ้ว ห่อหุ้มด้วยยางสมรรถนะสูงอย่าง Pirelli P Zero (หรือเทียบเท่า) เบรกคาลิปเปอร์แดง 4 Pot พร้อมจานขนาดใหญ่กว่า 330 มม. ให้ความมั่นใจในทุกการชะลอความเร็ว นี่คือสัญลักษณ์ของ ความแม่นยำและความเร้าใจ

เครื่องยนต์ของ JCW รุ่นล่าสุดนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการปรับจูนเพิ่มแรงม้า แต่เป็นการยกระดับการตอบสนองให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น กราฟแรงบิดแบบ Flat Torque ที่ครอบคลุมรอบเครื่องยนต์กว้าง ทำให้ไม่ว่าจะกดคันเร่งในจังหวะใด ก็มีพละกำลังส่งมาให้ใช้อย่างเหลือเฟือ การเร่งแซงบนทางชันของสนามแก่งกระจานทำได้อย่างง่ายดาย แม้จะกดคันเร่งเพียงครึ่งเดียว และถ้ากดเต็มที่ รถก็พุ่งทะยานจาก 30 ไปถึง 140 กม./ชม. บนทางขึ้นเนินได้อย่างไม่ติดขัด

สิ่งที่ผมประทับใจมากคือความไวและการตอบสนองของคันเร่ง JCW ที่ได้รับการปรับจูนมาอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ใช่การเปิด-ปิดเหมือนสวิตช์ แต่เป็นการควบคุมพลังที่ถ่ายลงสู่พื้นได้อย่างละเอียดอ่อน ทำให้การออกจากโค้ง U-Turn ที่ปกติรถขับหน้าแรงบิดสูงมักจะประสบปัญหาล้อหมุนฟรีและการทำงานของ Traction Control แต่กับ JCW ผมสามารถเลือกความลึกของการกดคันเร่งได้ง่าย รถสามารถเร่งออกจากโค้งได้อย่างต่อเนื่องโดยแทบไม่ต้องพึ่งพาระบบอิเล็กทรอนิกส์เลย

เมื่อเข้าสู่โหมด Sport พวงมาลัยจะคมขึ้น ช่วงล่างแข็งแกร่งขึ้น และคันเร่งตอบสนองไวขึ้น นอกจากนี้ ยังได้ยินเสียงปุปะปุ้งปังที่สร้างความเร้าใจจากปลายท่อไอเสีย ซึ่งแม้จะไม่ใช่ระบบ Anti-lag แบบรถแรลลี่ แต่ก็เพิ่มอรรถรสในการขับขี่ได้อย่างดีเยี่ยม ระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะของ BMW ทำงานได้อย่างรวดเร็วและชาญฉลาด สามารถเชนจ์เกียร์ลงต่ำได้อย่างแม่นยำเมื่อเบรกหนักต่อเนื่อง ทำให้ JCW เป็น สุดยอด Hot Hatch ที่ตอบโจทย์วัยรุ่นใจถึงอย่างแท้จริง

พวงมาลัยไฟฟ้าของ JCW มีความไวที่ลงตัว ไม่ไวเกินไปจนควบคุมยากในช่วงหักเลี้ยวเล็กน้อย แต่เมื่อหักพวงมาลัยมากขึ้น ก็จะรู้สึกถึงการตอบสนองที่ฉับไวและมีชีวิตชีวา ช่วงล่างที่ได้รับการปรับจูนมาอย่างพิถีพิถัน ให้ความหนึบแน่นที่สมดุลระหว่างการใช้งานบนถนนและการขับในสนามแข่ง แม้บนพื้นผิวถนนที่ไม่เรียบบนทางลงยาว JCW ก็ยังคงรักษาการทรงตัวได้อย่างยอดเยี่ยม แสดงให้เห็นถึงวิศวกรรมที่ยอดเยี่ยมในการผสาน ความแข็งแกร่งของช่วงล่าง เข้ากับ ความนุ่มนวลที่จำเป็น

ระบบเบรกของ JCW ให้ความไว้ใจได้เต็มเปี่ยม การหน่วงความเร็วเป็นไปตามน้ำหนักการกดแป้นเบรก ระยะเบรกสั้น และให้ความรู้สึกมั่นคง การทำงานของเบรกดีเยี่ยมเทียบเท่ารถสปอร์ตชั้นนำ ทำให้การเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงและการชะลอรถทำได้อย่างแม่นยำ สิ่งที่ MINI JCW ในปี 2025 ทำได้คือการนำจุดเด่นของรถยุโรปสมรรถนะสูง มาผสมผสานกับ DNA ของ MINI ได้อย่างลงตัว สร้าง ประสบการณ์ขับขี่ที่เหนือระดับ ซึ่งแม้ว่าในใจลึกๆ ผมอาจจะแอบหวังบุคลิกที่ดิบและดุดันยิ่งกว่านี้ แต่ JCW คือ MINI คันแรกที่ทำให้ผมรู้สึกอยากเป็นเจ้าของอย่างจริงจัง

MINI Cooper Electric (Gen 3) – นิยามใหม่ของ Go-Kart ไฟฟ้า

ราคา: ประมาณ 2,500,000 – 3,000,000 บาท (โดยประมาณสำหรับรุ่นปี 2025)

เครื่องยนต์: มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง 184-218 แรงม้า (ตามรุ่นย่อย) แรงบิดสูงสุด 290-330 นิวตันเมตร

แบตเตอรี่: Lithium-ion ความจุ 40.7 – 54.2 kWh (ตามรุ่นย่อย) ระยะทางขับขี่ 300 – 400+ กม. (WLTP)

ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติไฟฟ้า 1 จังหวะ

น้ำหนักตัวรถ: ประมาณ 1,300 – 1,400 กิโลกรัม

การได้นั่งหลังพวงมาลัยของ MINI Cooper Electric รุ่นใหม่ล่าสุด (Gen 3) คือการก้าวสู่ยุคใหม่ของ MINI อย่างแท้จริง การออกแบบภายในยังคงความคลาสสิกของ MINI ผสมผสานกับความทันสมัย จอแสดงผลกลางแบบ OLED ทรงกลมขนาดใหญ่ พร้อม Head-Up Display ที่ใช้งานได้ดี เบาะนั่งสไตล์สปอร์ตที่โอบกระชับ และการใช้วัสดุที่ยั่งยืนมากขึ้น ภายในห้องโดยสารยังคงเป็นเอกลักษณ์ของ MINI ที่ผสมผสานความสนุกเข้ากับเทคโนโลยีได้อย่างลงตัว

สิ่งที่โดดเด่นที่สุดของ Cooper Electric คือ พละกำลังจากระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า ทันทีที่กดคันเร่ง แรงบิดมหาศาลก็ถูกส่งตรงไปยังล้อทันที การตอบสนองที่ฉับไว ไร้ซึ่งการรอรอบ ทำให้การเร่งแซงหรือพุ่งออกจากโค้งทำได้อย่างน่าทึ่ง นี่คือ สมรรถนะของรถยนต์ไฟฟ้า ที่ทำให้การขับขี่บนสนามแก่งกระจานเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เสียงเครื่องยนต์ที่เคยเร้าใจถูกแทนที่ด้วยเสียงลมและเสียงยางที่กระหึ่มขึ้น พร้อมกับแรงดึงที่ไม่สิ้นสุด

ด้วยจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำจากการจัดวางแบตเตอรี่ไว้ที่พื้นรถ ทำให้ Cooper Electric มีเสถียรภาพในการเข้าโค้งที่ยอดเยี่ยม การควบคุมพวงมาลัยมีความแม่นยำและน้ำหนักดีเยี่ยม ราวกับกำลังขับ Go-Kart ที่ไม่มีเสียงเครื่องยนต์รบกวน ช่วงล่างที่ได้รับการปรับจูนมาอย่างดี สามารถรองรับการถ่ายเทน้ำหนักในการเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงได้อย่างมั่นคง แม้ว่าน้ำหนักตัวจะมากขึ้นเล็กน้อยจากแบตเตอรี่ แต่ MINI ก็สามารถจัดการกับมันได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้ ประสบการณ์ขับขี่ Go-Kart ไฟฟ้า ยังคงเป็นหัวใจหลักของรุ่นนี้

ระบบเบรกแบบ Regenerative Braking ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการชะลอความเร็วและชาร์จพลังงานกลับเข้าแบตเตอรี่ไปพร้อมกัน ทำให้การควบคุมความเร็วในการเข้าโค้งทำได้ง่ายขึ้น และช่วยยืดระยะทางขับขี่ได้อีกด้วย หาก JCW คือความดิบของเครื่องยนต์ Cooper Electric ก็คือความบริสุทธิ์ของพลังงานที่พร้อมจะฉุดกระชากคุณไปข้างหน้าด้วยความเงียบเชียบแต่ทรงพลัง

MINI Aceman (Electric) – ครอสโอเวอร์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด

ราคา: ประมาณ 2,000,000 – 2,500,000 บาท (โดยประมาณสำหรับรุ่นปี 2025)

เครื่องยนต์: มอเตอร์ไฟฟ้ากำลัง 184-218 แรงม้า (ตามรุ่นย่อย) แรงบิดสูงสุด 290-330 นิวตันเมตร

แบตเตอรี่: Lithium-ion ความจุ 40.7 – 54.2 kWh ระยะทางขับขี่ 300 – 400+ กม. (WLTP)

ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติไฟฟ้า 1 จังหวะ

น้ำหนักตัวรถ: ประมาณ 1,500 – 1,600 กิโลกรัม

Aceman คือดาวรุ่งดวงใหม่ของ MINI ในปี 2025 ที่เข้ามาเติมเต็มช่องว่างระหว่าง Hatch และ Countryman มันคือ ครอสโอเวอร์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานในเมือง แต่ก็พร้อมลุยไปกับการผจญภัยเล็กๆ น้อยๆ Aceman นำเสนอดีไซน์ที่ทันสมัยและแข็งแกร่ง ภายในห้องโดยสารกว้างขวางขึ้นและเต็มไปด้วยเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออัจฉริยะ

แม้จะมีขนาดตัวที่ใหญ่กว่า Cooper Electric แต่ Aceman ก็ยังคงรักษาความคล่องตัวแบบ MINI ไว้ได้อย่างน่าทึ่ง บนสนามแก่งกระจาน Aceman แสดงให้เห็นถึงความมั่นคงในการเข้าโค้งที่เหนือความคาดหมายสำหรับรถประเภทครอสโอเวอร์ ด้วยจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำจากการเป็นรถไฟฟ้า ทำให้การทรงตัวดีเยี่ยม การโยนตัวของรถมีน้อยกว่าที่คิดไว้ ช่วงล่างถูกปรับจูนมาให้รองรับการขับขี่ที่หลากหลาย ทั้งความนุ่มนวลสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวัน และความกระชับเมื่อต้องการขับขี่แบบสปอร์ต

พละกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าทำให้ Aceman สามารถเร่งความเร็วได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง แม้จะไม่ดุดันเท่า JCW แต่ก็เพียงพอที่จะสร้างรอยยิ้มบนใบหน้าได้ ด้วยแรงบิดที่มาตั้งแต่รอบต่ำ ทำให้การออกจากโค้งทำได้อย่างราบรื่นและมั่นใจ Aceman อาจไม่ใช่รถสำหรับทำลายสถิติบนสนามแข่ง แต่ก็แสดงให้เห็นว่า MINI ที่อเนกประสงค์ ก็สามารถมอบ ประสบการณ์ขับขี่ที่สนุกสนาน ได้เช่นกัน

ระบบ ความปลอดภัยรถยนต์ และ เทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติ ที่ติดตั้งมาใน Aceman ยังช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นระบบเตือนการชน การควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับได้ และการช่วยรักษาช่องทางเดินรถ ทำให้ Aceman เป็นรถที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ที่ต้องการทั้งความสนุก ความปลอดภัย และความยั่งยืน

MINI Countryman Electric (Gen 3) – การผจญภัยที่ยั่งยืน

ราคา: ประมาณ 2,800,000 – 3,500,000 บาท (โดยประมาณสำหรับรุ่นปี 2025)

เครื่องยนต์: มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ (ในรุ่น AWD) หรือมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว กำลังสูงสุด 204-313 แรงม้า

แบตเตอรี่: Lithium-ion ความจุ 64.7 kWh ระยะทางขับขี่ 433 – 462 กม. (WLTP)

ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติไฟฟ้า 1 จังหวะ

น้ำหนักตัวรถ: ประมาณ 1,600 – 1,800 กิโลกรัม

Countryman Electric รุ่นใหม่ล่าสุด คือตัวแทนของ MINI ที่เติบโตเต็มที่ที่สุดในไลน์อัพปี 2025 มันเป็นรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุด กว้างขวางที่สุด และอเนกประสงค์ที่สุด เหมาะสำหรับการผจญภัยทั้งในเมืองและนอกเมือง ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบใหม่ให้มีความโมเดิร์นและใช้งานง่าย วัสดุคุณภาพสูงและพื้นที่เก็บสัมภาระที่มากถึง 670 ลิตร (ขยายได้ถึง 1,820 ลิตรเมื่อพับเบาะ) ทำให้ Countryman Electric เป็น รถยนต์พรีเมียม ที่ตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่ได้อย่างลงตัว

บนสนามแก่งกระจาน Countryman Electric แสดงให้เห็นถึงความสามารถที่น่าประทับใจสำหรับรถที่มีขนาดและน้ำหนักตัวมากที่สุด แรงบิดมหาศาลจาก ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า ทำให้รถพุ่งทะยานออกจากโค้งได้อย่างมีพลัง โดยเฉพาะในรุ่น All4 ที่มีมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนทั้งสี่ล้อ ซึ่งให้การยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยม แม้ตัวรถจะมีความสูงและจุดศูนย์ถ่วงสูงกว่ารุ่นอื่นๆ แต่ระบบช่วงล่างแบบ Adaptive (ในบางรุ่นย่อย) และการออกแบบ chassis ที่ชาญฉลาด ทำให้ Countryman Electric สามารถควบคุมการโยนตัวของรถได้เป็นอย่างดี

การขับขี่ผ่านทางชันและทางลงยาวของแก่งกระจานเซอร์กิตทำได้อย่างมั่นคง ระบบเบรกให้ความมั่นใจแม้ในความเร็วสูง การควบคุมพวงมาลัยยังคงให้ความรู้สึกเป็น MINI แม้จะไม่ได้คมกริบเท่า Hatch หรือ JCW แต่ก็ให้ความรู้สึกที่มั่นคงและคาดเดาได้ Countryman Electric พิสูจน์ให้เห็นว่าความสนุกในการขับขี่แบบ MINI ไม่ได้หายไปแม้จะมาพร้อมกับขนาดที่ใหญ่ขึ้นและ นวัตกรรมยานยนต์ แบบไฟฟ้าเต็มตัว

ระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง เช่น ระบบจอดรถอัตโนมัติ (Parking Assistant Plus) และระบบขับขี่กึ่งอัตโนมัติ (Driving Assistant Professional) ทำให้การขับขี่ทั้งบนสนามและบนถนนจริงเป็นไปอย่างง่ายดายและปลอดภัย Countryman Electric คือบทพิสูจน์ว่า MINI สามารถขยายขอบเขตของแบรนด์ให้กว้างขึ้น โดยไม่ทิ้ง DNA ของแบรนด์ ที่เป็นหัวใจสำคัญ

นอกสนาม: MINI สำหรับชีวิตจริงในยุค 2025

หลังจากสัมผัสพลังและสมรรถนะของ MINI บนสนามแก่งกระจานแล้ว เราก็ได้มีโอกาสนำรถเหล่านี้มาขับบนถนนจริงจากแก่งกระจานสู่ชะอำ และในวันรุ่งขึ้นเพื่อกลับมายังสนามอีกครั้ง นี่เป็นโอกาสอันดีที่จะประเมินว่า MINI ในปี 2025 จะตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันของคนไทยได้อย่างไร

MINI Countryman Electric: บนถนนจริง Countryman Electric โดดเด่นเรื่องความนุ่มนวลและเงียบสงบในห้องโดยสาร ระบบช่วงล่างซับแรงกระแทกได้ดีเยี่ยม ทำให้การเดินทางระยะไกลเป็นไปอย่างผ่อนคลาย พละกำลังที่ส่งมาทันทีจากมอเตอร์ไฟฟ้าทำให้การเร่งแซงเป็นเรื่องง่าย และยังประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานอย่างเห็นได้ชัด สถานีชาร์จรถไฟฟ้า ที่เพิ่มขึ้นทั่วประเทศในปี 2025 ทำให้ความกังวลเรื่องระยะทางลดลงไปมาก Countryman Electric คือรถที่ผสมผสานความหรูหรา ความอเนกประสงค์ และความยั่งยืนได้อย่างลงตัว

MINI Aceman: ด้วยขนาดที่กะทัดรัดกว่า Countryman ทำให้ Aceman เป็นรถที่คล่องตัวอย่างมากในการขับขี่ในเมือง การจอดรถในพื้นที่จำกัดทำได้ง่ายด พละกำลังไฟฟ้าที่เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน และความสนุกในการขับขี่แบบ MINI ยังคงอยู่ครบถ้วน Aceman คือทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการ รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม ที่มีสไตล์โดดเด่นและใช้งานได้จริงในเมืองใหญ่

MINI Cooper Electric: หากคุณกำลังมองหา รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง ที่ยังคงเอกลักษณ์ของ MINI ได้อย่างสมบูรณ์แบบ Cooper Electric คือคำตอบ การขับขี่ในเมืองคือจุดแข็งของมัน ด้วยความคล่องตัว การตอบสนองที่ฉับไว และขนาดที่พอเหมาะ การเดินทางระยะกลางก็ไม่ใช่ปัญหาด้วยระยะทางขับขี่ที่น่าพอใจ และการชาร์จที่รวดเร็ว การเปลี่ยนผ่านสู่ไฟฟ้าทำให้ Cooper Electric กลายเป็น “Go-Kart แห่งอนาคต” ที่ทั้งสนุก ประหยัด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

MINI John Cooper Works (JCW): แม้จะออกแบบมาเพื่อสมรรถนะสูงสุด แต่ JCW รุ่นล่าสุดก็ยังคงสามารถใช้งานบนถนนจริงได้ดีกว่าที่คิดไว้ บนถนนเพชรเกษมที่เรียบเนียน ระบบช่วงล่างในโหมดปกติให้ความนุ่มนวลที่พอเหมาะ ไม่ได้กระด้างจนเกินไป ยางสมรรถนะสูงอาจทำให้รู้สึกถึงพื้นผิวถนนมากกว่ารุ่นอื่น แต่ก็แลกมาด้วยการยึดเกาะที่ยอดเยี่ยม JCW คือรถที่พร้อมจะให้ความเร้าใจในวันหยุด และยังคงให้ความสะดวกสบายในการขับขี่ทั่วไป แม้จะไม่นุ่มนวลเท่า Countryman แต่ก็เป็น รถสปอร์ตขนาดเล็ก ที่ตอบโจทย์คนรักการขับขี่ได้อย่างครบถ้วน

สรุปภาพรวม: อนาคตของ MINI ในปี 2025

จากการทดสอบที่แก่งกระจานเซอร์กิตและบนถนนจริง ผมสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่า MINI ในปี 2025 ไม่ได้เป็นเพียงแค่รถยนต์ แต่เป็น ยนตรกรรมแห่งอนาคต ที่ผสมผสานมรดกอันยาวนานของแบรนด์เข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัยได้อย่างลงตัว พวกเขาสามารถรักษาจิตวิญญาณแห่ง การขับขี่แบบ Go-Kart และ ความสนุกในการขับขี่ ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น แม้จะก้าวเข้าสู่ยุคของ ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า เต็มตัว

จุดอ่อนของ MINI ในมุมมองของบางคนอาจจะยังคงเป็นเรื่องของราคา เมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้ในเชิงของ “ออพชั่นพื้นฐาน” หรือ “ขนาดตัวรถ” ซึ่งอาจทำให้บางคนลังเลและหันไปมองรถยุโรปคู่แข่งที่เสนอความหรูหราและเทคโนโลยีในราคาที่ใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่เข้าใจใน DNA ของ MINI ความรักและหลงใหลในเอกลักษณ์ ดีไซน์ และประสบการณ์ขับขี่ที่แตกต่าง สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ปัญหา

MINI ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า วิศวกรรมยานยนต์ ของพวกเขาแข็งแกร่งเพียงใดในการสร้างสรรค์รถที่ตอบโจทย์ความต้องการหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่รถสมรรถนะสูงที่เร้าใจไปจนถึงรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับครอบครัวที่ยั่งยืน พวกเขาได้ขยายขอบเขตของแบรนด์ ให้คนหลากหลายเพศ หลากหลายขนาด และหลากหลายสไตล์ สามารถเข้าถึงและหลงรัก MINI ได้มากขึ้น

สำหรับผมแล้ว แค่นี้ก็เพียงพอที่จะเปลี่ยนใจคนที่ไม่เคยชอบ MINI ให้หันมารักแบรนด์นี้ได้อย่างหมดใจ!

เชิญสัมผัสประสบการณ์ MINI ยุค 2025 ด้วยตัวคุณเอง!

เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ของ MINI กำลังรอคุณอยู่ที่โชว์รูมและกิจกรรมพิเศษต่างๆ ทั่วประเทศ อย่ารอช้าที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางสู่ ยนตรกรรมแห่งอนาคต และค้นพบว่า MINI รุ่นใหม่ล่าสุดจะเติมเต็มความเร้าใจในการขับขี่ของคุณได้อย่างไร เยี่ยมชมโชว์รูม MINI ใกล้บ้านคุณวันนี้ หรือลงทะเบียนเพื่อทดลองขับ และสัมผัส ประสบการณ์ขับขี่ MINI ที่ไม่เหมือนใคร!

Previous Post

N1111046 จะเก ดไรข เม อนายท นมาหลอกซ อท นก บคนบ านนอก part2

Next Post

N1111034 ชายคนน กเง แบงค แล วส งให กชายต วเองไปทำส งน part2

Next Post
N1111034 ชายคนน กเง แบงค แล วส งให กชายต วเองไปทำส งน part2

N1111034 ชายคนน กเง แบงค แล วส งให กชายต วเองไปทำส งน part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1501097 ตรหร อศ ตร ตอนจบ part2
  • N1501092 การสอนล อจ ดเร มต นของคนด part2
  • N1501104_านน …เม ยค อผ ญชาการ_part2
  • N1501082 เข าใจและยอมร งจะเป นครอบคร วท part2
  • N1501098 ตรหร อศ ตร part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.