• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N1111033 ดว ารวยแล จะซ อผ วใครก ได นเหรอ #เร องน ใครเลวส part2

admin79 by admin79
November 6, 2025
in Uncategorized
0
N1111033 ดว ารวยแล จะซ อผ วใครก ได นเหรอ #เร องน ใครเลวส part2

หลายปีก่อน หากใครเอ่ยถึง “แก่งกระจาน” ภาพแรกที่ผุดขึ้นในห้วงคำนึงของผมคือทิวทัศน์ธรรมชาติอันงดงามของเขื่อนและอุทยานแห่งชาติ เส้นทางคดเคี้ยวสู่โครงการหลวงชั่งหัวมัน รายล้อมด้วยภูเขาเขียวขจี สายน้ำเย็นฉ่ำไหลเอื่อย เป็นสถานที่ที่เหมาะเจาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจไม่ว่าวัยใดก็สามารถดื่มด่ำกับบรรยากาศอันบริสุทธิ์ ผมเองก็ไม่ใช่ขาประจำของแก่งกระจานนัก แต่ความงามของผืนป่าและสายน้ำที่นั่นก็เคยโอบอุ้มหัวใจที่อ่อนล้าในยามพบเจอเรื่องราวผิดหวัง เป็นเสมือนที่พึ่งพิงให้ผมได้ “รีเซ็ต” ตัวเอง ปล่อยใจไปกับกระแสธาร และกลับสู่โลกแห่งความจริงในมหานครได้อย่างเข้มแข็ง

แต่ในโลกของปี 2025 ที่ความเร็วและเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตอย่างแยกไม่ออก แก่งกระจานในความทรงจำของผมได้แปรเปลี่ยนไปอย่างน่าทึ่ง ชื่อนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ธรรมชาติอีกต่อไป แต่กลายเป็นศูนย์รวมความเร้าใจของนักขับขี่ และสนามทดสอบสมรรถนะรถยนต์ชั้นเลิศ สถานที่ที่เสียงเครื่องยนต์คำรามกึกก้อง ผสานกับเสียงยางบดถนนและลมปะทะ เป็นท่วงทำนองที่ปลุกเร้าจิตวิญญาณของผู้หลงใหลความเร็ว สนามแข่งแก่งกระจานได้ผงาดขึ้นเป็นหนึ่งในสังเวียนความเร็วระดับภูมิภาคที่ท้าทายและน่าตื่นเต้นที่สุด ด้วยระยะทางกว่า 2.4 กิโลเมตร อัดแน่นไปด้วยทางขึ้น-ลงเขา โค้งหักศอกรูปตัว “ก” และโค้ง S อันเป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะมองจากพิตสต็อปหรือแพดด็อก ก็ชวนให้นึกถึงกลิ่นอายของสนามระดับตำนานอย่าง Brands Hatch ของอังกฤษ ผสมผสานกับจิตวิญญาณแบบไทยๆ ที่เราคุ้นเคยบนพีระเซอร์กิต แต่ยังคงมีสไตล์และเสน่ห์เฉพาะตัวที่ดึงดูดใจนักขับทั้งมืออาชีพและมือใหม่

ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมมีโอกาสได้สัมผัสรถยนต์มากมาย แต่ทุกครั้งที่ได้มาเยือนสนามแห่งนี้ มันมักจะสอนบทเรียนใหม่ๆ เสมอ พี่อาคม รวมสุวรรณ หรือ “พี่ฉ่าง” จากไทยรัฐ เคยเตือนผมไว้ว่า “อย่าประมาทสนามแห่งนี้เด็ดขาด” เพราะภายใต้ความเรียบง่ายที่มองเห็น มีกับดักซ่อนอยู่มากมาย ทั้งพื้นผิวแทร็กที่มีความต่างระดับในบางจุด และทางลงยาวที่ส่งรถพุ่งทะยานด้วยความเร็วสูง ซึ่งหากประมาทเพียงนิดเดียว ไม่กำพวงมาลัยให้แน่นพอ หรือเบรกช้าเกินไป ก็อาจจะเสียการควบคุมในโค้ง S อันโด่งดังได้ง่ายๆ ความท้าทายเหล่านี้เองที่ทำให้สนามแก่งกระจานกลายเป็นขวัญใจของคนรักรถสปอร์ตและ Hot Hatchback เพราะมันไม่ได้เป็นแค่สนามแข่ง แต่เป็นเหมือน “โรงเรียน” ที่สอนให้เราเข้าใจถึงขีดจำกัดของรถและทักษะการขับขี่ของตนเองได้อย่างแท้จริง

MINI Track Day 2025: ปลุกสัญชาตญาณ Go-Kart ในทุกเส้นทาง

ในวันสำคัญของปี 2025 ผมได้รับเชิญให้เข้าร่วมงาน MINI Track Day ณ สนามแก่งกระจาน เพื่อสัมผัสกับขีดสุดของสมรรถนะรถยนต์ MINI หลากหลายรุ่น ที่ได้รับการปรับจูนมาอย่างดีจากโรงงาน เพื่อพิสูจน์ “DNA Go-Kart Feeling” ที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ซึ่งไม่ใช่แค่รถบ้านธรรมดา แต่เป็นยานยนต์ที่มอบประสบการณ์ขับขี่ที่เร้าใจและแม่นยำดุจรถแข่ง งานนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ 2-3 รุ่น แต่ MINI Thailand ได้ขนทัพรถยนต์ MINI แทบทุกรุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทย ณ ปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น Hatchback 3 ประตู, Convertible, Clubman ไปจนถึง Countryman เพื่อให้เราได้ทดลองขับขี่อย่างเต็มที่บนสนามแข่งระดับโลกแห่งนี้

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ แบ่งรถออกเป็นกลุ่มเพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสประสบการณ์ที่หลากหลาย โดยมีรถยนต์ภาคบังคับ 3 รุ่นที่ทุกคนจะได้ขับ เพื่อให้เข้าใจถึงพื้นฐานและปรัชญาของ MINI คือ:

MINI John Cooper Works (JCW): ตัวท็อปสุดแห่งความแรงและสมรรถนะ

MINI Cooper S JCW Dress Up: ความเร้าใจในรูปแบบที่เข้าถึงง่ายขึ้น

MINI Cooper S Convertible: เปิดประสบการณ์ขับขี่ไร้หลังคาบนสนามแข่ง

นอกจากนี้ ยังมีรถยนต์ภาคเลือกเสรีอีกหลายรุ่นที่เรามีโอกาสได้ลองขับอีก 2 คัน ซึ่งแต่ละรุ่นก็มีเสน่ห์และความโดดเด่นเฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็น MINI Cooper D Hightrim Countryman, MINI Cooper SD ALL4 Countryman Parklane, MINI Cooper D Clubman และ MINI Cooper S Clubman

ผมเลือกที่จะเริ่มต้นประสบการณ์ด้วย MINI Cooper D Hightrim Countryman ด้วยเหตุผลที่ต้องการเข้าใจว่า DNA แห่งความสนุกในการขับขี่ของ MINI ยังคงหลงเหลืออยู่มากน้อยเพียงใดในรถยนต์ที่เน้นสมรรถนะด้านความอเนกประสงค์เป็นหลัก ก่อนที่จะขยับไปสัมผัสกับความแรงของ JCW ในลำดับต่อไป การได้จับคู่กับช่างภาพมืออาชีพอย่างคุณแสงอรุณจาก GQ ทำให้การทดสอบครั้งนี้เต็มไปด้วยสีสันและมุมมองที่หลากหลาย เราตัดสินใจเริ่มต้นด้วย JCW ที่ทรงพลังที่สุดก่อน ตามคำแนะนำของคุณแสงอรุณ ซึ่งกลายเป็นความคิดที่ไม่เลวเลย เพราะทำให้เราได้สัมผัสขีดสุดของสมรรถนะตั้งแต่แรก และยังได้เรียนรู้ไลน์การขับขี่จากรถ Instructor ที่นำหน้าได้อย่างใกล้ชิด

บทความนี้ไม่ใช่ First Impression หรือ Full Review ที่ลงรายละเอียดทุกซอกทุกมุม แต่เป็นการแบ่งปันประสบการณ์จริง สิ่งที่ผมสัมผัสได้จากรถยนต์แต่ละคันเมื่ออยู่บนสนามแข่งแก่งกระจาน รวมถึงโบนัสพิเศษจากการขับขี่บนถนนจริงอีก 2 รุ่น เพื่อให้เห็นภาพรวมของ MINI ในฐานะยานยนต์ที่ตอบโจทย์ทั้งความสนุกในสนามและความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันของปี 2025

MINI John Cooper Works (JCW): นิยามใหม่ของ Hot Hatch แห่งปี 2025

ราคา: 3,450,000 บาท (ราคาสมมติปี 2025)

เครื่องยนต์: B48A20B ขนาด 2.0 ลิตร TwinPower Turbo 231 แรงม้า ที่ 5,200-6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 320 นิวตัน-เมตร ที่ 1,250-4,800 รอบต่อนาที

ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติ Sport Steptronic 6 จังหวะ พร้อม Paddle Shift

น้ำหนักตัวรถ: 1,295 กิโลกรัม

ยาง: Pirelli P Zero หรือ Michelin Pilot Sport (อ้างอิงยางสมรรถนะสูงใน 2025) ขนาด 205/40/18

JCW คือจุดสูงสุดของวิศวกรรม MINI ที่ผสานความดุดันเข้ากับความประณีตได้อย่างลงตัว เอกลักษณ์เฉพาะตัวของ JCW คือชุดแต่งแอโรไดนามิกที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ในสนามโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นกันชนหน้า สเกิร์ตข้าง และสปอยเลอร์หลัง John Cooper Works ที่โดดเด่น พร้อมท่อไอเสียสปอร์ตที่ให้เสียงคำรามเร้าใจ และล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 18 นิ้ว ห่อหุ้มด้วยยางสมรรถนะสูง เบรกคาลิเปอร์สีแดงหน้าแบบ 4 Pot พร้อมจานขนาด 330 มิลลิเมตร ให้พลังในการหยุดรถที่ยอดเยี่ยมและสร้างความมั่นใจในทุกสภาวะ

เครื่องยนต์ B48A20B ที่เป็นหัวใจของ JCW ได้รับการปรับจูนเพิ่มสมรรถนะจากรุ่น Cooper S 2.0 ลิตรปกติ ให้มีพละกำลังเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แรงบิดแบบ Flat Torque ที่มาตั้งแต่รอบต่ำทำให้การเร่งแซงเป็นเรื่องง่ายและสนุกสน ไม่ว่าจะกดคันเร่งในจุดใด ก็สัมผัสได้ถึงแรงดึงที่ต่อเนื่องและทรงพลัง การไต่ขึ้นเนินชันของสนามด้วยความเร็วจาก 30 ไปถึง 140 กม./ชม. เป็นไปอย่างราบรื่นและมั่นคง

สิ่งที่ทำให้ผมประทับใจเป็นพิเศษคือการตอบสนองของคันเร่งที่ละเอียดอ่อน ไม่ใช่แบบ On/Off แต่สามารถควบคุมการถ่ายทอดพลังลงสู่พื้นถนนได้อย่างแม่นยำ ทำให้การออกจากโค้ง U-Turn ที่มักเกิดอาการล้อหมุนฟรีในรถขับหน้าแรงบิดสูง เป็นไปได้อย่างราบรื่นโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาระบบ Traction Control มากนัก เมื่อเปลี่ยนโหมดขับขี่ไปที่ Sport พวงมาลัยจะคมขึ้น ช่วงล่างแข็งตึงขึ้น คันเร่งตอบสนองไวขึ้น และเสียงท่อไอเสียจะพ่นเสียง “ปุปะปุ้งปั้ง” คล้ายข้าวโพดคั่วแตกยามถอนคันเร่ง เป็นกิมมิคที่สร้างความสนุกและเร้าใจให้กับประสบการณ์การขับขี่ได้อย่างดีเยี่ยม

ช่วงล่างของ JCW ได้รับการปรับจูนมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้มีความหนึบหนับที่เหมาะกับการใช้งานทั้งบนถนนและในสนามแข่ง แม้จะมีความแข็งตึงในแบบรถสปอร์ต แต่ก็ยังคงความนุ่มนวลที่พอจะรับมือกับสภาพถนนที่ไม่เรียบได้ดีกว่า MINI รุ่นก่อนๆ พวงมาลัยไฟฟ้าที่เซ็ตมาไวแต่ไม่ไวเกินไป ให้ความรู้สึกที่มั่นคงในย่านความเร็วสูง และสื่อสารการเคลื่อนที่ของล้อหน้ามาสู่ผู้ขับได้อย่างเป็นธรรมชาติ ระบบเบรกทำงานได้อย่างไว้ใจได้ การหน่วงความเร็วเป็นไปตามน้ำหนักการกดแป้นเบรก ไม่มีอาการเบรกทื่อหรือกินเร็วเกินไป ทำให้การควบคุมทำได้ง่ายและแม่นยำ

หากจะเปรียบเทียบกับคู่แข่งในอดีตอย่าง VW Golf GTi ซึ่งโดดเด่นเรื่องพลังและความแม่นยำในการควบคุม แต่มีข้อจำกัดเรื่องเบรกที่จับไวเกินไปในบางสถานการณ์ MINI JCW ในปี 2025 นี้ เหมือนได้นำจุดเด่นของ GTi มา “รีมิกซ์” เข้ากับสไตล์อังกฤษอันเป็นเอกลักษณ์ของ MINI และปรับปรุงระบบเบรกให้ลงตัวยิ่งขึ้น ในขณะที่เกียร์คลัตช์คู่ของ VW อาจให้ความรู้สึกที่เร็วกว่า แต่ JCW ก็ยังคงมอบความสะใจในการขับขี่ได้อย่างเต็มเปี่ยม

JCW คือผลลัพธ์จากการสื่อสารที่ยอดเยี่ยมระหว่างวิศวกรเยอรมันและอังกฤษ ที่ต่างนำเอาจุดแข็งของตนมารวมกันอย่างลงตัว แม้ในใจลึกๆ ผมอาจจะแอบหวังถึงบุคลิกที่ดิบและดุดันยิ่งกว่านี้ แต่นี่คือ MINI คันแรกที่ทำให้ผมรู้สึกอยากเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง เป็น Hot Hatch ที่พร้อมมอบความสุขทั้งบนสนามแข่งและบนถนนในชีวิตประจำวัน

MINI Cooper S Convertible: อิสระแห่งการขับขี่กลางแจ้ง

ราคา: 3,050,000 บาท (ราคาสมมติปี 2025)

เครื่องยนต์: B48A20A ขนาด 2.0 ลิตร TwinPower Turbo 192 แรงม้า ที่ 4,700-6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 280 นิวตัน-เมตร ที่ 1,250-4,500 รอบต่อนาที

ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติ Steptronic 6 จังหวะ

น้ำหนักตัวรถ: 1,370 กิโลกรัม

ยาง: Pirelli Cinturato P7 ขนาด 205/45/18

หลังจากสัมผัส MINI สายประหยัดพลังงานไป 2 คัน ผมก็ได้กลับมานั่งในรถ Cooper S เครื่อง 2.0 ลิตรเทอร์โบอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นรุ่น Convertible ที่มาพร้อมความเท่เหนือระดับด้วยหลังคาผ้าใบไฟฟ้าลายธงชาติอังกฤษอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งสามารถกาง/เก็บได้ในเวลาอันรวดเร็ว

ก่อนจะพูดถึงสมรรถนะ ต้องขอชื่นชมการออกแบบภายในของ Cooper S Convertible ที่สวยงามลงตัวถูกใจผมเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นชุดมาตรวัดความเร็วที่ย้ายมาอยู่ตรงหน้าผู้ขับ จอ MINI Head-Up Display ที่ใช้งานง่ายและทันสมัย เบาะหนังเย็บลายข้าวหลามตัด การเลือกใช้สีสัน และสวิตช์ควบคุมต่างๆ ล้วนผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับความทันสมัยได้อย่างกลมกลืน มันคือความละเอียดอ่อนที่สร้างความประทับใจ

เครื่องยนต์ B48A20A (รหัสเดียวกับ JCW แต่ปรับจูนพละกำลังต่างกัน) ให้การตอบสนองที่ฉับไวตั้งแต่รอบต่ำ แทบไม่ต่างจาก JCW ในช่วงออกตัว แรงดึงมาให้สัมผัสได้ตั้งแต่รอบเครื่องยนต์เกิน 2,000 รอบต่อนาที ให้ความรู้สึก “รสเข้มเต็มเม็ด” อย่างที่นักขับสายหอยยุค 90s คุ้นเคย อย่างไรก็ตาม ในย่านความเร็วสูงและการลากรอบปลาย JCW จะมีกำลังที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน

สิ่งที่ทำให้ประสบการณ์การขับขี่ Convertible บนสนามแข่งพิเศษสุดคือ “การเปิดหลังคาขับ” มันคือโอกาสที่หาได้ยากยิ่ง ที่จะสัมผัสลมปะทะ ใบหน้า เสียงเครื่องยนต์ และกลิ่นอายของยางบดถนนได้อย่างเต็มที่ ในโหมด Sport เสียงท่อไอเสียจะคำรามและพ่นเสียง Crackle ออกมาได้อย่างเร้าใจ ทำให้การขับขี่กลางแจ้งยิ่งทวีความสนุกสนาน

แน่นอนว่า Cooper S Convertible มี “น้ำหนัก” เป็นจุดด้อยเล็กน้อย ต้องแบกโครงสร้างตัวถังที่แข็งแรงเพื่อชดเชยการไม่มีหลังคา และชุดมอเตอร์ไฟฟ้าสำหรับหลังคา ทำให้มีน้ำหนักมากกว่า JCW อยู่ราว 75 กิโลกรัม ประกอบกับช่วงล่างที่นุ่มนวลกว่าเล็กน้อย ส่งผลให้การเข้าโค้งไม่คมเท่า JCW ในโค้ง U-Turn ความเร็วเท่ากัน อาจมีอาการหน้าดื้อเล็กน้อย แต่ด้วยระบบช่วยเหลือการขับขี่อย่าง DSC และ EDLC ที่ทันสมัยในปี 2025 รถจะพยายามแก้ไขอาการให้ราบรื่นอยู่เสมอ

หากเป้าหมายคือการทำเวลาในสนามแข่ง น้องสเปียร์มินต์ (ชื่อที่ผมตั้งให้รถคันนี้) อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุด แต่สิ่งที่ได้มาทดแทนคือประสบการณ์การขับขี่ที่เปิดกว้าง อิสระ และเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก หากคุณเป็นผู้ที่ต้องการรถยนต์ที่มอบความสนุกในการขับขี่ มีสไตล์คลาสสิกเหนือกาลเวลา และพร้อมพาคุณไปร่วมงานสังคมหรูหราได้อย่างสง่างาม MINI Cooper S Convertible คือคำตอบที่ใช่สำหรับคุณ

MINI Cooper S JCW Dress Up: ความลงตัวของสไตล์และสมรรถนะ

ราคา: 2,990,000 บาท (ราคาสมมติปี 2025)

เครื่องยนต์: B48A20A ขนาด 2.0 ลิตร TwinPower Turbo 192 แรงม้า ที่ 4,700-6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 280 นิวตัน-เมตร ที่ 1,250-4,500 รอบต่อนาที

ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติ Sport Steptronic 6 จังหวะ พร้อม Paddle Shift

น้ำหนักตัวรถ: 1,250 กิโลกรัม

MINI Cooper S JCW Dress Up ไม่ใช่ JCW ตัวจริง แต่เป็น Cooper S ที่ได้รับการติดตั้งชุดแต่ง John Cooper Works เต็มรูปแบบ ทำให้รูปลักษณ์ภายนอกดูดุดันไม่แพ้ตัวท็อป แม้จะไม่มี Tuning Kit พิเศษเพิ่มแรงม้าเป็น 211 แรงม้าเหมือน JCW แต่ด้วยน้ำหนักตัวที่เบากว่า JCW ตัวจริงถึง 45 กิโลกรัม ทำให้มันยังคงมอบอัตราเร่งและความคล่องตัวที่ยอดเยี่ยม

จากการทดลองขับในสนาม JCW Dress Up สามารถควบคุมการโยนตัวของตัวถังได้ดีใกล้เคียงกับ JCW อย่างน่าทึ่ง เสียงยางที่ดังขึ้นในขณะเข้าโค้งก็มีปริมาณน้อยกว่า Convertible อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในโค้งขาลงเขาที่ใช้ความเร็วสูง JCW Dress Up จะมีการยึดเกาะที่ดีเยี่ยม

อาการของรถในการเข้าโค้งใกล้เคียงกับ JCW มากจนแทบแยกไม่ออก ระบบ EDLC (Electronic Differential Lock Control) ทำงานร่วมกับ DSC ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยกระจายแรงขับเคลื่อนไปยังล้อที่ยึดเกาะถนนได้ดีกว่า ทำให้รถสามารถพุ่งออกจากโค้งได้อย่างต่อเนื่องและมั่นคง แม้จะไม่ได้รู้สึก “ดึง” เหมือนลิมิเต็ดสลิปแบบกลไกในรถแข่ง แต่ก็ให้ความรู้สึกที่นุ่มนวลและควบคุมได้ง่ายกว่า

พวงมาลัยไฟฟ้ามีน้ำหนักหน่วงมือที่เหมาะสม ถ่ายทอดแรงได้อย่างเป็นธรรมชาติ ถือเป็นพวงมาลัยไฟฟ้าที่ดีเยี่ยมสำหรับการใช้งานในปัจจุบัน ให้ความแม่นยำในการเลี้ยวและคืนตัวได้อย่างรวดเร็ว

MINI Cooper S เป็นรถที่ขับสนุกได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะเป็นนักขับมืออาชีพหรือมือใหม่ หากเปิดระบบ DSC ไว้และรู้จักระยะเบรก รถจะจัดการสมรรถนะและอาการต่างๆ ให้เองโดยอัตโนมัติ ทำให้การขับในสนามแข่งเป็นไปได้อย่างปลอดภัยและสนุกสนาน

หากคุณไม่ได้ต้องการป้าย JCW หรือความภูมิใจในการเป็นเจ้าของ “สุดยอดของ MINI” และไม่ได้ขับรถในสนามแข่งเป็นประจำ JCW Dress Up ก็สามารถมอบแก่นแท้ของความเป็น MINI พันธุ์แสบได้ถึง 90% ของ JCW ในราคาที่ประหยัดกว่าถึง 460,000 บาท ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการความสนุกในงบประมาณที่จำกัด และหากต้องการสมรรถนะที่เพิ่มขึ้นในภายหลัง ก็ยังสามารถเลือกติดตั้ง Tuning Kit ของ MINI เองได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำลังและอัตราเร่งในชีวิตจริงให้ใกล้เคียงกับ JCW มากขึ้น แต่หากเงินไม่ใช่ปัญหา JCW ของแท้คือคำตอบที่จบสมบูรณ์ที่สุด

MINI Cooper D Clubman: ความหรูหราที่มาพร้อมความอเนกประสงค์

ราคา: 2,688,000 บาท (ราคาสมมติปี 2025)

เครื่องยนต์: B47C20A ขนาด 2.0 ลิตร ดีเซล TwinPower Turbo 150 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิด 330 นิวตัน-เมตร ที่ 1,750 รอบต่อนาที

ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติ Steptronic 8 จังหวะ

น้ำหนักตัวรถ: 1,435 กิโลกรัม

ย้ายมาที่รถคันที่ 3 ซึ่งเป็น Clubman Cooper D รุ่นดีเซล ตัวถังที่ยาวใหญ่ขึ้นของ Clubman ทำให้มันไม่ได้ “MINI” ตามชื่ออีกต่อไป แต่มีขนาดใกล้เคียงกับ C-Segment Hatchback ทั่วไป ด้วยฐานล้อที่ยาวถึง 2,670 มิลลิเมตร และเครื่องยนต์ดีเซลที่เน้นแรงบิด ไม่ได้เน้นอารมณ์การขับขี่แบบมอเตอร์สปอร์ตมากนัก ทำให้ Clubman Cooper D เหมาะสำหรับการเดินทางไกลและการใช้งานในชีวิตประจำวันมากกว่า

ทันทีที่กดคันเร่งออกจากจุดสตาร์ท ผมสัมผัสได้ถึงพละกำลังที่แตกต่างจาก Countryman อย่างสิ้นเชิง ด้วยแรงม้าที่มากกว่าถึง 38 ตัว และเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะลูกใหม่ (เหมือนกับใน BMW X1 sDrive18d) ทำให้ Clubman Cooper D พุ่งทะยานไปข้างหน้าได้อย่างมั่นใจ แรงบิด 330 นิวตัน-เมตร ที่มาตั้งแต่รอบต่ำทำให้การเร่งแซงเป็นเรื่องง่าย และสามารถไต่ขึ้นเนินยาวได้อย่างทรงพลัง แม้จะถอนคันเร่งเหลือเพียงครึ่งเดียวก็ยังรู้สึกว่ารถยังคงมีแรงส่งที่ดี

อย่างไรก็ตาม ในย่านรอบปลายหลัง 3,500 รอบต่อนาที รถจะเริ่มมีอาการ “แห้งๆ” คล้ายกับเครื่องยนต์บล็อกเดียวกันใน X1 การลากรอบสูงๆ อาจไม่ให้ความสะใจเท่ารถเครื่องยนต์เบนซิน แต่การใช้ประโยชน์จากแรงบิดมหาศาลในช่วงรอบกลางจะเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุด เครื่องยนต์ดีเซลนี้ไม่ได้ทำมาเพื่อเอาใจนักซิ่ง แต่เหมาะสำหรับผู้ที่รักการเดินทาง ท่องเที่ยวตามดอยต่างๆ หรือขับขี่ในเส้นทางโรแมนติกที่ต้องการพละกำลังและความประหยัด

พวงมาลัยคมแม่นยำสำหรับพวงมาลัยไฟฟ้าในยุคปัจจุบัน ความไวในการหักเลี้ยวในช่วงแรกไวกว่า Countryman แต่ไม่เท่า JCW ช่วงล่างนุ่มหนึบกำลังดี เหมาะสำหรับการเดินทางไกลด้วยความเร็วสูงมากกว่าการเข้าโค้งในสนามแข่ง เมื่อขับผ่านถนนที่ไม่เรียบ จะรู้สึกว่ารถมีอาการดีดดิ้นน้อยกว่า เพราะช่วงล่างซับแรงกระแทกได้ดีกว่า แต่เวลาโยนโค้ง ตัวรถจะยวบยาบกว่ารถสปอร์ตเล็กน้อย แต่ก็ยังคงความมั่นใจได้ดีกว่า Countryman เนื่องจากมีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำกว่า ระบบเบรกทำงานได้ดีตามน้ำหนักการกดแป้น แต่การหน่วงความเร็วไม่ดุดันเท่า JCW ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก

โดยสรุป Clubman Cooper D มอบการควบคุมที่มั่นใจ ปลอดภัย แต่ไม่สนุกสนานเท่า MINI พันธุ์ซิ่ง หากได้เครื่องยนต์ที่มีรอบปลายลากลื่นและทรงพลังกว่านี้เล็กน้อย ผสานกับช่วงล่างและยางชุดเดิม มันจะเป็นรถสำหรับทางไกลที่เพลิดเพลินอย่างที่สุด ราวกับได้นำ BMW ซีรีส์ 3 มาสถิตอยู่ในร่างของ MINI

MINI Cooper D Hightrim Countryman: เพื่อนคู่ใจนักเดินทาง

ราคา: 2,240,000 บาท (ราคาสมมติปี 2025)

เครื่องยนต์: N47C20A ขนาด 2.0 ลิตร ดีเซลเทอร์โบ 112 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิด 270 นิวตัน-เมตร ที่ 1,750-2,250 รอบต่อนาที

ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อม Paddle Shift

น้ำหนักตัวรถ: 1,410 กิโลกรัม

การขยับจาก JCW ตัวโหดสุดมานั่งใน Countryman Cooper D อาจดูเหมือนไม่ยุติธรรมนัก แต่ก็ต้องยอมรับว่ารถน้ำหนัก 1.4 ตัน กับพละกำลัง 112 แรงม้า ย่อมมีขีดจำกัดของตัวเอง Countryman Cooper D ทำหน้าที่ของมันได้ดีตามคาด ช่วงการขับขึ้นเนินด้วยคันเร่ง 60% แรงบิดของเครื่องยนต์ดีเซลพาตัวรถไปได้ค่อนข้างราบรื่น แต่เมื่อพยายามเค้นสมรรถนะด้วยการกดคันเร่ง 100% ก็รู้สึกได้ถึงความเหนื่อยล้าของเครื่องยนต์ แรงบิดที่มาในช่วงรอบต่ำช่วยให้การขับขี่ในเมืองหรือการเดินทางท่องเที่ยวเป็นไปอย่างสบาย แต่เมื่อต้องใช้ความเร็วสูงในสนามแข่งก็อาจจะเริ่มรู้สึกขาดช่วงไปบ้าง

สิ่งที่รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยคือ Countryman คันนี้มาพร้อม Paddle Shift ทั้งที่ Cooper S รุ่นปกติ และ Cooper D Clubman ซึ่งมีแรงม้ามากกว่ากลับไม่มีให้ การตอบสนองของ Paddle Shift ก็ค่อนข้างแปลก บางครั้งกด Downshift/Upshift ไวเกินไป เกียร์ก็ไม่ยอมเปลี่ยนตามคำสั่ง ซึ่งอาจจะเป็นปัญหาเฉพาะคันหรือไม่ก็ต้องพิจารณาต่อไป

อย่างไรก็ตาม ช่วงล่างของ Countryman ได้รับการปรับจูนมาค่อนข้างน่าประทับใจสำหรับรถยนต์ประเภทอเนกประสงค์ที่ต้องรองรับการใช้งานที่หลากหลาย ไม่ใช่แค่ขาซิ่ง ช่วงล่างมีความหนึบแน่นที่ยังคงรักษา DNA ของ MINI ไว้ได้ แต่ก็ไม่กระด้างจนทำให้ผู้โดยสารรู้สึกไม่สบายตัว ผมสามารถเข้าโค้งด้วยความเร็วที่เท่ากับรถ Tiida ส่วนตัว (ซึ่งมีช่วงล่างที่ค่อนข้างแข็ง) Countryman ที่มีตัวรถสูงกว่าและจุดศูนย์ถ่วงสูงกว่า กลับควบคุมการโยนตัวของตัวถังไว้ได้อยู่หมัด ยาง Continental ContiSportContact SSR แม้จะไม่ได้หนึบเท่า Pirelli P Zero แต่ก็ยังให้ความมั่นใจ อาการหน้าดื้อหรือไถลออกนอกแนววิ่งแทบไม่เกิดขึ้นหากไม่ได้ตั้งใจ

Countryman มีพวงมาลัยที่ไม่ไวเท่ารถทรงเตี้ยอย่าง F56 แต่ก็ให้ความคล่องตัวในการหักเลี้ยวและคืนกลับเมื่อเทียบกับครอสโอเวอร์ญี่ปุ่น ถือเป็นจุดกึ่งกลางที่เหมาะสำหรับกลุ่มเป้าหมายที่หลงใหลในดีไซน์ของ MINI และต้องการความอเนกประสงค์ ตัวรถขึ้นลงได้ง่ายและมีพื้นที่ที่เพียงพอ แม้จะไม่โอ่โถงสบายเท่า SUV ญี่ปุ่นขนาดใหญ่กว่าก็ตาม

แต่หากคุณต้องการความสนุกในการขับขี่ที่มากกว่านี้ ผมแนะนำให้เลือก Cooper SD ตัว 143 แรงม้า ที่มีแรงม้าเพิ่มขึ้น 31 ตัว ซึ่งน่าจะสร้างอารมณ์การขับขี่ที่ดีกว่า Cooper D อย่างแน่นอน

บทสรุปการขับขี่บนถนนจริง: MINI ในชีวิตประจำวัน 2025

หลังจากเร่งความเร็วบนสนามแข่ง ผมมีโอกาสได้ทดลองขับ MINI บนถนนจริงจากแก่งกระจานมุ่งหน้าสู่ชะอำ เพื่อให้เห็นภาพการใช้งานในชีวิตประจำวันของรถเหล่านี้อย่างรอบด้าน

Clubman Cooper D (On-Road):

Clubman Cooper D กลายเป็นตัวเลือกแรกในการขับขากลับ เนื่องจากขนาดตัวรถที่กว้างสบายที่สุด และการจูนช่วงล่างและเครื่องยนต์ที่ผมเล็งเห็นว่าเหมาะสำหรับการขับท่องเที่ยวแบบผู้ใหญ่ ช่วงล่างที่จูนมาแบบกลางๆ สามารถรองรับความเร็ว 130-140 กม./ชม. ได้อย่างนิ่งๆ การแซงทำได้โดยไม่ต้องลากรอบสูงๆ เพียงแค่กดคันเร่ง 50-60% ก็เพียงพอแล้ว แม้จะไม่มีจอ HUD หรือช่วงล่างปรับความแข็งไม่ได้ แต่ Settings มาตรฐานของมันก็ยังคงรักษา DNA ของ MINI ไว้ได้เป็นอย่างดี พร้อมเอาใจผู้โดยสารที่เป็นผู้ใหญ่ไปพร้อมๆ กัน

เมื่อวิ่งผ่านหลุมขนาดใหญ่หรือถนนคอนกรีตที่ชำรุด ตัวรถสามารถซับแรงกระแทกได้ดี ไม่ต้องเกร็งตัวมากนัก หากคุณคุ้นเคยกับความหนึบแน่นแบบ Subaru XV หรือ Mazda 3 คุณจะไม่ประสบปัญหาใดๆ กับ Clubman Cooper D คันนี้ เพราะมันให้ความรู้สึกเฟิร์มแต่แฝงด้วยความนุ่มนวลที่ไม่มากเกินไป พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายจุ 360 ลิตร โดยไม่ต้องพับเบาะ ซึ่งเพียงพอสำหรับสัมภาระขนาดใหญ่ แต่ข้อด้อยอาจเป็นเรื่องออปชั่นบางอย่าง เช่น ไฟหน้าฮาโลเจน ซึ่งอาจดูไม่สมเหตุสมผลสำหรับรถยนต์ราคา 2.68 ล้านบาทในปี 2025 เมื่อเทียบกับคู่แข่ง

JCW (On-Road):

JCW คือรถที่ผมรีบพุ่งไปโยนสัมภาระใส่ท้ายทันที เพื่อพิสูจน์ว่าความยอดเยี่ยมในสนามแข่งจะยังคงอยู่บนถนนจริงหรือไม่ ผลลัพธ์เป็นไปตามคาด แม้จะไม่ควรคาดหวังการซับแรงกระแทกจากยางแก้มบาง 205/45 มากนัก แต่เมื่อวิ่งบนถนนเพชรเกษมในโหมดปกติ ช่วงล่างยังคงมีความนุ่มนวลที่สัมผัสได้ ไม่กระด้างสะเทือนแบบรถญี่ปุ่นที่ใส่สตรัทปรับเกลียว JCW ให้ความรู้สึกหนึบแน่นในระดับที่วัยรุ่นก็ยังนั่งสบาย ลองนึกภาพ BMW 118i ที่ช่วงล่างแข็งขึ้นอีก 5-10% พร้อมยาง 205/45 นั่นคือสิ่งที่ JCW เป็น

การเข้า-ออกจากรถ แม้จะไม่สะดวกสบายเท่า Countryman หรือ Clubman แต่ MINI Hatch รุ่นใหม่นี้ก็ทำได้ง่ายกว่า BMW ขับหลังในขนาดใกล้เคียงกันมาก JCW คือรถที่เปรียบได้กับมีดพับ Swiss Army Knife ที่ซ่อนลูกเล่นไว้มากมาย เกียร์ Sport Steptronic เปลี่ยนเกียร์ได้เร็วและนุ่มนวลเหมือนเกียร์ของ BMW และสามารถเลือกจังหวะเกียร์ที่เหมาะสมได้ตามความลึกของคันเร่ง ทำให้การขับขี่ในชีวิตประจำวันไม่จำเป็นต้องพึ่ง Paddle Shift เลย

MINI ในปี 2025: ประสบการณ์ที่เลือกด้วยหัวใจ

หลังจากที่ Volkswagen เลิกจำหน่าย Golf GTi และ Scirocco ไป ผมพยายามหารถ 4 สูบเทอร์โบขับหน้าที่สามารถมอบความประทับใจจากการผสานสมดุลระหว่างความมันส์กับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว และในปี 2025 นี้ MINI ได้ปรุงแต่ง JCW ออกมาได้อย่างใกล้เคียงที่สุด แม้ GTi จะยังคงมอบพละกำลังและความสะใจจากเกียร์ DSG ที่ยอดเยี่ยม แต่ MINI ก็มอบรสชาติที่ใกล้เคียงกัน พร้อมเพิ่มความโดดเด่นด้านการออกแบบและการตกแต่งที่ดูเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ

จุดแข็งของ MINI ในปี 2025 ไม่ได้อยู่ที่ประสิทธิภาพหลักของรถยนต์เพียงอย่างเดียว Countryman Cooper D อาจไม่แรงพอ หรือ Clubman Cooper D อาจขาดออปชั่นไปบ้าง แต่แต่ละรุ่นล้วนมีจุดขายที่เป็นของตัวเองอย่างชัดเจน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “ราคา” และ “อารมณ์”

สำหรับผู้ที่หลงรัก MINI โดยเฉพาะ เราไม่จำเป็นต้องถกเถียงกันมากนัก เพราะความรักสามารถเอาชนะทุกสิ่งได้ เช่นเดียวกับที่ผมชื่นชอบสาวแว่นตัวอวบเล็กน้อยมากกว่าคนที่หุ่นเพอร์เฟกต์ตามอุดมคติของผู้ชายส่วนใหญ่ ผมได้กล่าวไปแล้วว่า MINI JCW คือรถที่ผสานความดีงามของการออกแบบสไตล์อังกฤษเข้ากับวิศวกรรมเยอรมันได้อย่างลงตัวที่สุด จนกลายเป็น MINI คันแรกที่ผมอยากเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง

แต่สำหรับผู้ที่มองที่เม็ดเงินเทียบกับสิ่งที่ได้รับ คุณจะพบว่า หากเตรียมเงินไว้สำหรับ Clubman Cooper D คุณสามารถนำเงินจำนวนนี้ไปซื้อ BMW 320d หรือแม้แต่ 330e Luxury ได้ และยังมีเงินเหลือ คุณจะได้ออปชั่นที่ครบครัน พลังมหาศาล และความประหยัด แต่สิ่งที่คุณจะไม่ได้คือ “MINI”

หากคุณกำลังมองหารถยุโรปที่ปราดเปรียวกว่าชาวบ้านเล็กน้อย ต้องการพละกำลัง 200 แรงม้าบวกลบ ทำไมไม่ลองพิจารณา Mercedes-Benz CLA250 AMG Dynamic หรือ GLA250 ซึ่งมีราคาถูกกว่า MINI JCW Dress Up ถึงครึ่งล้าน คุณจะได้อุปกรณ์ครบครัน แรงสะใจ และตราดาวบนฝากระโปรง หรือหากต้องการรถสปอร์ต 2 ที่นั่งแบบเปิดประทุนหลังคาแข็งจริงๆ คุณสามารถเพิ่มงบประมาณจาก JCW อีกเล็กน้อย ก็จะได้ Mercedes-Benz SLC300 มาขับแล้ว

ผมทราบดีว่าการเขียนแบบนี้ อาจทำให้ผู้ที่ชื่นชอบ MINI ไม่พอใจ แต่เราทุกคนต่างทราบดีว่าการเลือก MINI มาขับ ไม่ใช่ทางเลือกที่มีความสมบูรณ์แบบในเชิงเหตุผลและเศรษฐศาสตร์เสมอไป มันคือ “อารมณ์” และ “ความหลงใหล” ที่นำพาเรามาสู่จุดนี้ใช่หรือไม่?

แต่สิ่งที่คุณควรภาคภูมิใจก็คือ ภายใต้ทางเลือกแห่งอารมณ์เหล่านั้น วิศวกรของ MINI ก็พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะสร้าง “เหตุผลดีๆ” มารองรับการตัดสินใจจ่ายเงินของคุณ ทำให้คุณสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่ารถยนต์ MINI มีข้อดีที่สัมผัสได้หลายจุด และเป็นรถที่ผู้คนสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ปรับเปลี่ยนบุคลิกของตัวเองให้รองรับกับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ โดยผู้คนหลากหลายเพศและขนาดร่างกายได้มากขึ้น

สำหรับผมแล้ว เพียงเท่านี้ก็เพียงพอที่จะเปลี่ยนใจคนที่อาจไม่เคยชื่นชอบ MINI ให้เริ่มหลงรักแบรนด์อันเป็นเอกลักษณ์นี้ได้แล้วล่ะครับ!

เชิญสัมผัสประสบการณ์ MINI แห่งอนาคตด้วยตัวคุณเอง!

หากคุณพร้อมที่จะปลุกสัญชาตญาณนักขับ และค้นพบนิยามใหม่ของความสนุกที่ผสานความเร้าใจและสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ อย่ารอช้า! เชิญทดลองขับ MINI รุ่นที่คุณสนใจได้แล้ววันนี้ที่ผู้จำหน่าย MINI ทั่วประเทศ เพื่อสัมผัส “Go-Kart Feeling” ที่ไม่เหมือนใคร และค้นพบว่าทำไม MINI ถึงยังคงเป็นที่รักและเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนทั่วโลกในยุค 2025 นี้!

Previous Post

N1111039 งเกตในม อน กมายากลคนน ให ใช มายากลหลอกเง นคนอ นเป นแสน part2

Next Post

N1111036 แบบน ได เหรอ นน ดเด ยว ายแค ดเด ยว #ใครเคยเจอเพ อนแบบน าง part2

Next Post
N1111036 แบบน ได เหรอ นน ดเด ยว ายแค ดเด ยว #ใครเคยเจอเพ อนแบบน าง part2

N1111036 แบบน ได เหรอ นน ดเด ยว ายแค ดเด ยว #ใครเคยเจอเพ อนแบบน าง part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1301113 แฟนผมด part2
  • N1301106 กม ยทางสายกลาง part2
  • N1301114_านหล งน ของใคร_part2
  • N1301117_เม ยล มต (1)_part2
  • N1301121 ความอ จฉาจะพาให ณล มจม part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.