• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N1211035 คนน ยกให เป นมน ษย าแห งป part2

admin79 by admin79
November 7, 2025
in Uncategorized
0
N1211035 คนน ยกให เป นมน ษย าแห งป part2

ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมกล้าพูดได้เต็มปากว่างาน Auto Shanghai เป็นหนึ่งในเวทีที่สะท้อนถึงทิศทางและอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์โลกได้อย่างชัดเจนที่สุด และสำหรับงาน Auto Shanghai 2025 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ความตื่นเต้นที่ BYD สร้างสรรค์ขึ้นนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ แต่เป็นการประกาศวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนถึงโลกยานยนต์ที่ไร้มลพิษ เปี่ยมด้วยอัจฉริยภาพ และเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกันอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน พวกเขากำลัง redefine นิยามของคำว่า “ยานยนต์พลังงานใหม่” (New Energy Vehicle – NEV) อย่างแท้จริง

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา BYD ได้พิสูจน์ตัวเองในฐานะผู้บุกเบิกและผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียและขยายไปทั่วโลก ความสำเร็จของพวกเขาไม่ได้มาจากการสร้างรถยนต์ที่ “ดีพอใช้” เท่านั้น แต่มาจากการลงทุนมหาศาลในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีหลักตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่ ระบบขับเคลื่อน หรือแพลตฟอร์มอัจฉริยะต่างๆ และในงานปีนี้ BYD ก็ได้ยกระดับมาตรฐานไปอีกขั้น ด้วยการนำเสนอทั้งโมเดลรถยนต์ที่น่าจับตามองและเทคโนโลยีสุดล้ำที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ยานยนต์ภายในปี 2025 และในทศวรรษถัดไป

BYD Ocean Series: ความงามแห่งมหาสมุทรผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย

ภายใต้แนวคิด “BYD Ocean Series” พวกเขาได้นำเสนอรถยนต์ 5 รุ่นใหม่ที่มีกำหนดวางจำหน่ายในไตรมาสที่ 3 ปี 2025 ซึ่งแต่ละรุ่นล้วนสะท้อนปรัชญา “Oceanic Aesthetics” ที่เน้นความพลิ้วไหว ความหรูหรา และการผสานรวมเทคโนโลยีอย่างลงตัว

BYD Ocean-S (รถต้นแบบ Concept Car): นี่คืออนาคตของรถซีดานที่ BYD จินตนาการไว้ ตัวรถมีดีไซน์โค้งมน เพรียวบาง เส้นสายลื่นไหลราวกับเกลียวคลื่น สะท้อนถึง “ความงามของมหาสมุทรผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย” ภายในห้องโดยสารได้รับแรงบันดาลใจจากทะเล นำเสนอการตกแต่งที่หรูหราและผ่อนคลายในคราวเดียวกัน ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ Ocean-S ไม่ใช่แค่รถโชว์ แต่เป็นพิมพ์เขียวที่บ่งบอกทิศทางการออกแบบและการสร้างสรรค์พื้นที่ภายในรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต ซึ่งจะเน้นประสบการณ์ผู้ขับขี่และความเชื่อมโยงกับธรรมชาติมากขึ้น

BYD SEALION 06 DM-i และ SEALION 06 EV (SUV ขนาดกลาง): รถ SUV ทั้งสองรุ่นนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความมุ่งมั่นของ BYD ในการนำเสนอทางเลือกที่หลากหลาย ด้วยการใช้แพลตฟอร์ม DM รุ่นที่ 5 สำหรับรุ่นปลั๊กอินไฮบริด และ e-Platform 3.0 Evo สำหรับรุ่นไฟฟ้าล้วน การออกแบบไฟหน้าแบบสองโทนสี (ขาวเย็นและทองอบอุ่น) และไฟท้ายทรงหยดน้ำ ทำให้ SEALION 06 ดูโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ SUV ขนาดกลางรุ่นนี้ถูกวางตำแหน่งให้เป็นรถยนต์ที่เน้นภาพลักษณ์อัจฉริยะ (Intelligent SUV) ที่มาพร้อมดีไซน์ลื่นไหล ซึ่งตรงกับความต้องการของตลาดในปี 2025 ที่มองหารถยนต์อเนกประสงค์ที่ประหยัดพลังงาน มีสไตล์ และมาพร้อมเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะครบครัน

BYD SEAL 06 EV (ซีดานไฟฟ้าล้วน): ซีดานไฟฟ้าล้วนรุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ที่ต้องการความทันสมัย ประหยัดพลังงาน และสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่า การมาพร้อมกับระบบขับขี่อัจฉริยะ DiPilot 100 และระบบช่วงล่าง DiSus-C เป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นของ BYD ในการส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ทั้งปลอดภัย สะดวกสบาย และสนุกสนาน SEAL 06 EV มีกำหนดวางจำหน่ายเร็วกว่าเพื่อนเล็กน้อยในไตรมาสที่ 2 ปี 2025 แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการแข่งขันในตลาดซีดานไฟฟ้าที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว

BYD SEAL 06 DM-i Travel Edition (รถแวกอนไฮบริด): นี่คือนวัตกรรมที่น่าสนใจอย่างยิ่ง – รถแวกอนรุ่นแรกของโลกที่ใช้ระบบไฮบริด DM-i ของ BYD การผสมผสานความคล่องตัวของรถซีดานเข้ากับพื้นที่กว้างขวางของ SUV ทำให้ SEAL 06 DM-i Travel Edition กลายเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่มองหารถยนต์สำหรับการเดินทางระยะไกล หรือครอบครัวที่ต้องการความอเนกประสงค์ ประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในตลาดปี 2025 ที่ผู้บริโภคเริ่มมองหารถยนต์ที่ตอบโจทย์ชีวิตที่หลากหลายมากขึ้น รถแวกอนไฮบริดรุ่นนี้จึงมีศักยภาพในการสร้างฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ได้อย่างน่าสนใจ

เทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนอนาคต: หัวใจสำคัญของ BYD

นอกเหนือจากโมเดลรถยนต์ใหม่ BYD ยังได้จัดแสดงเทคโนโลยีอันเป็นหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ “Zero Emission Future” และเสริมสร้างความแข็งแกร่งในการเป็นผู้นำยานยนต์พลังงานใหม่

แพลตฟอร์ม e-Platform 3.0 Evo: นี่คือวิวัฒนาการล่าสุดของแพลตฟอร์มไฟฟ้าล้วนของ BYD ที่ต่อยอดจาก e-Platform 3.0 จุดเด่นคือการรองรับระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (EV) ด้วยการจัดการพลังงานอัจฉริยะที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ ความปลอดภัย และลดเสียงรบกวน แพลตฟอร์มนี้มีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับแต่งให้เข้ากับรถยนต์หลากหลายขนาดและรูปแบบตัวถัง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการลดต้นทุนการผลิตและเร่งการพัฒนาโมเดลใหม่ๆ ออกสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็ว

เทคโนโลยี DM-i Generation 5 (Plug-in Hybrid System): ระบบปลั๊กอินไฮบริดรุ่นใหม่นี้เน้นที่ความประหยัดและการขับขี่ที่ยาวนาน โดยลดอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันลงอย่างมหาศาล ทำให้เป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการลดมลพิษ แต่ยังคงมีความยืดหยุ่นในการเดินทางทั้งในเมืองและระยะไกล โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสถานีชาร์จมากนัก เทคโนโลยี DM-i Gen 5 เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ BYD สามารถขยายตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ไปยังผู้บริโภคในวงกว้างขึ้น

ระบบ DiPilot 100 (Driving Intelligence Pilot) และ DiSus-C (Intelligent Damping Control System): BYD ไม่ได้แค่สร้างรถยนต์ แต่พวกเขากำลังสร้างประสบการณ์การขับขี่อัจฉริยะ DiPilot 100 คือระบบช่วยขับขี่กึ่งอัตโนมัติที่มาพร้อมเรดาร์และกล้องความละเอียดสูง ช่วยให้รถสามารถตรวจจับสภาพแวดล้อมได้อย่างแม่นยำ เพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการเดินทาง ในขณะที่ DiSus-C เป็นระบบควบคุมช่วงล่างอัจฉริยะที่สามารถตรวจสอบสภาพถนนและปรับระดับโช้คอัพแบบเรียลไทม์ มอบการขับขี่ที่นุ่มนวลและมั่นใจยิ่งขึ้น เทคโนโลยีเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการก้าวเข้าสู่ยุคที่รถยนต์ไม่ใช่แค่พาหนะ แต่เป็น “ผู้ช่วย” อัจฉริยะบนท้องถนน

Dynasty Series: ความหรูหราแบบจีนผสานนวัตกรรมระดับโลก

BYD ยังคงต่อยอดความสำเร็จของ Dynasty Series ด้วยการเปิดตัวรถยนต์ SUV ขนาดใหญ่ต้นแบบรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Dynasty-D ซึ่งกลายเป็นจุดสนใจสำคัญในบูธ Dynasty-D ไม่เพียงแต่นำเสนอความหรูหรา แต่ยังเป็นทิศทางใหม่ของซีรีส์ Dynasty ที่ผสานความงามแบบจีนโบราณเข้ากับนวัตกรรมล้ำสมัยภายใต้แนวคิด “Dragon Face” รุ่นพัฒนาใหม่

การออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์: Dynasty-D มาพร้อมไฟหน้าแบบ lightbar ที่ยาวที่สุดถึง 2.4 เมตร ไร้ช่องว่าง ได้แรงบันดาลใจจากชายคาวังโบราณ ลักษณะคล้ายหนวดมังกร ล้อขนาด 23 นิ้วที่ได้แรงบันดาลใจจากโดมของวิหารสวรรค์ สะท้อนความสง่างามแบบจีน ไฟท้ายลายปมจีน 3 มิติ ผสานลวดลายขนนกฟีนิกซ์ สร้างภาพลวงตาแบบศิลปะจีนโบราณ และตัวถังขนาดใหญ่ยาวถึง 5.3 เมตร ซึ่งบ่งบอกถึงความโอ่อ่าและความมุ่งมั่นในการเข้าสู่ตลาดรถยนต์พรีเมียมขนาดใหญ่

ห้องโดยสารระดับพระราชวัง: ภายในห้องโดยสารได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมพระราชวังต้องห้าม ใช้สัดส่วนทองคำและความเรียบง่ายแบบโมเดิร์น ตกแต่งด้วยวัสดุจากเส้นทางสายไหม เช่น ไม้ไผ่ ทองคำเปลว กระดาษจีนโบราณ ผสานกับหน้าจอแปดจอที่เชื่อมต่อกันอย่างลงตัว นำเสนอวัฒนธรรมโบราณผสมผสานเทคโนโลยีทันสมัยได้อย่างน่าทึ่ง นี่คือการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ BYD ในการสร้างสรรค์รถยนต์หรูหราที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณและความเป็นเอกลักษณ์

นอกจาก Dynasty-D แล้ว BYD ยังได้เน้นย้ำถึงความสำเร็จของ Dynasty Series ที่ทำยอดขายจาก 1 ล้านคันเป็น 2 ล้านคันต่อปีในเวลาเพียง 5 ปี โดยมีรถรุ่นเรือธงใหม่อย่าง HAN L และ TANG L ที่ใช้แพลตฟอร์ม e-Platform 3.0 Evo รองรับการชาร์จไฟแรงสูงถึง 1000 kW สามารถชาร์จได้ 400 กม. ภายใน 5 นาที ซึ่งเป็นการปฏิวัติประสบการณ์การชาร์จไฟอย่างแท้จริง และ BYD ยังคงมุ่งมั่นขยายสถานีชาร์จเมกะวัตต์กว่า 4,000 แห่งทั่วโลก พร้อมสร้างพันธมิตรด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า

AI & Connectivity: “God’s Eye” และ “Lingyuan” ยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้งาน

BYD ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นสมรรถนะ แต่ยังให้ความสำคัญกับประสบการณ์การใช้งานที่เหนือชั้นผ่านเทคโนโลยีอัจฉริยะที่น่าทึ่ง

“God’s Eye” หรือ “ดวงตาแห่งเทพพระเจ้า”: นี่คือชื่อเรียกของระบบกล้องอัจฉริยะรอบคัน 360 องศาที่ผสานเข้ากับระบบขับขี่อัจฉริยะ DiPilot ด้วยกล้องหลายตัวรอบคัน รวมถึงมุมมองสูงแบบ bird’s-eye view ผู้ขับสามารถมองเห็นสภาพแวดล้อมรอบตัวรถแบบเรียลไทม์ได้อย่างแม่นยำ คุณสมบัติเด่นได้แก่ กล้อง Ultra HD ความละเอียดสูง, การตรวจจับวัตถุเคลื่อนไหวรอบรถที่แม่นยำ, การทำงานร่วมกับระบบช่วยขับขี่อื่นๆ เช่น Lane Assist และ Auto Park และยังสามารถบันทึกภาพและวิดีโอได้เหมือน Dash Cam อัจฉริยะ ระบบนี้เป็นการทำงานร่วมกันของ AI Vision, Machine Learning และ Sensor Fusion ที่ประมวลผลข้อมูลจากกล้อง เรดาร์ และ LiDAR เพื่อการตัดสินใจที่แม่นยำยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดความเครียดในการขับขี่ได้อย่างมหาศาล

Lingyuan: นวัตกรรมการติดตั้งโดรนในรถยนต์: นี่คือเทคโนโลยีที่สร้างความฮือฮาได้อย่างแท้จริง การติดตั้งโดรนคุณภาพกล้อง 4K ไว้ในรถยนต์ พร้อมแท่นปล่อยบนหลังคา ทำให้โดรนสามารถบินออกจากรถได้แม้ในขณะขับขี่ด้วยความเร็วไม่เกิน 25 กม./ชม. และบินกลับมาลงจอดโดยอัตโนมัติในรัศมี 2 กม. พร้อมบินตามรถยนต์ด้วยความเร็วสูงสุด 54 กม./ชม. โดรนสามารถชาร์จไฟได้ 20-80% ภายใน 30 นาที และควบคุมได้ทั้งจากหน้าจอในรถหรือแอปมือถือ “Ling Yuan” นวัตกรรมนี้เปิดประตูสู่การใช้งานที่หลากหลาย ตั้งแต่การถ่ายภาพการเดินทางที่น่าประทับใจ การสำรวจเส้นทาง หรือแม้กระทั่งการใช้งานด้านความปลอดภัยในสถานการณ์ต่างๆ นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนว่า BYD มองเห็นอนาคตของการเชื่อมต่อระหว่างยานยนต์และเทคโนโลยีรอบข้างได้อย่างไร

Megawatt Fast Charging: การปฏิวัติการชาร์จไฟ

BYD ได้พัฒนา Blade Battery ใหม่ให้รองรับการถ่ายโอนประจุที่ไวขึ้น ด้วยแรงเสียดทานภายในต่ำลง ทำให้สามารถชาร์จไฟได้รวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ โดยรองรับกำลังไฟสูงสุด 1,000 โวลต์ กระแสไฟสูงสุด 1,000 แอมป์ และกำลังไฟสูงสุด 1,000 กิโลวัตต์ (kW) หรือ 1 เมกะวัตต์ (MW) ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในโลก และเป็นการบัญญัติหน่วย “เมกะวัตต์” ในการชาร์จรถยนต์เป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรม

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมมองว่านี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะช่วยเร่งอัตราการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า การชาร์จที่รวดเร็วขนาดนี้จะช่วยลด “Range Anxiety” หรือความกังวลเรื่องระยะทางวิ่งและเวลาชาร์จลงได้อย่างมาก ทำให้รถยนต์ไฟฟ้ามีความสะดวกสบายในการใช้งานเทียบเท่าหรืออาจจะเหนือกว่ารถยนต์สันดาปภายใน โดยเฉพาะในการเดินทางระยะไกล หรือในสถานการณ์ที่ต้องการชาร์จไฟด่วน การลงทุนในเทคโนโลยีนี้ควบคู่ไปกับการขยายสถานีชาร์จเมกะวัตต์ คือการแสดงวิสัยทัศน์ที่แข็งแกร่งของ BYD ในการสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่สมบูรณ์แบบ

BYD’s Ecosystem: แบรนด์ย่อยที่ขยายขีดจำกัด

ความแข็งแกร่งของ BYD ไม่ได้อยู่แค่ในแบรนด์หลัก แต่ยังขยายไปสู่แบรนด์ย่อยต่างๆ ที่ตอบโจทย์ตลาดเฉพาะกลุ่มและยกระดับเทคโนโลยีไปอีกขั้น

FANGCHENGBAO: แบรนด์นี้มุ่งเน้นรถ SUV ที่ผสานเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ากับสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรด ในงานนี้ FANGCHENGBAO ได้อวดโฉมรถยนต์ครบทั้งไลน์อัป ได้แก่ BAO 5, BAO 8 และรุ่นใหม่ล่าสุด BAO 3 (Titan 3) รวมถึงรุ่นพิเศษอีก 3 รุ่น BAO 3 เป็น SUV ขนาดกะทัดรัดที่เน้นความปลอดภัย ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ และดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะรุ่น “SUPER 3 Edition” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถต้นแบบ
สิ่งที่น่าสนใจคือ FANGCHENGBAO ยังนำเสนอ BAO 5 ที่ผสานระบบ DiPilot ของ BYD เข้ากับระบบขับขี่ขั้นสูงของ Huawei (HUAWEI ADAS) และ BAO 8 ที่ร่วมพัฒนากับ DJI และ Huawei โดยรวมเทคโนโลยีขั้นสูง 4 อย่าง พร้อมโครงสร้างตัวถังแบบแชสซีส์แยกเพื่อสมรรถนะออฟโรดและความสบายของผู้โดยสาร นอกจากนี้ยังมีชุดแต่งอย่างเป็นทางการ 3 แบบ ได้แก่ “BAO 8 Whale Titan Kit” ที่เน้นความแข็งแกร่ง, “BAO 3 SUPER 3 Edition” ดีไซน์แนวไซไฟ และ “BAO 5 Urban Matrix Kit” สไตล์เมืองอนาคต FANGCHENGBAO แสดงให้เห็นว่ารถยนต์ออฟโรดก็สามารถเป็นยานยนต์พลังงานใหม่ที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีและสไตล์ได้

YANGWANG: แบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่ระดับพรีเมียมของ BYD ที่เน้นความหรูหราและสมรรถนะขั้นสุดยอด ในงานนี้ YANGWANG เปิดตัว U8L รุ่นใหม่ ซึ่งเป็น SUV หรูขนาดใหญ่ 6 ที่นั่ง ที่มีระยะฐานล้อและความยาวตัวรถมากที่สุดในบรรดารุ่นหลักในระดับเดียวกัน U8L สร้างขึ้นบนเทคโนโลยีแพลตฟอร์ม e4 และระบบควบคุมตัวถังอัจฉริยะ DiSus-P มอบพื้นที่ที่กว้างขวางและความหรูหราในระดับผู้บริหาร เหมาะสำหรับการรับรองแขกธุรกิจระดับสูงและการเดินทางแบบกลุ่ม พร้อมดีไซน์ด้านหน้าที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสัญลักษณ์ “鼎” (ติ่ง) และการตกแต่งด้วยตราสัญลักษณ์ทองคำ 24K
นอกจาก U8L แล้ว YANGWANG ยังมีผลิตภัณฑ์เด่นอื่นๆ เช่น YANGWANG U8 (รถออฟโรดพลังงานใหม่), YANGWANG U9 (รถซูเปอร์คาร์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ) และ YANGWANG U7 (ซีดานไฟฟ้าเรือธง) แบรนด์นี้กำลังก้าวเข้าสู่ตลาดรถยนต์พรีเมียมอย่างเต็มตัว ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีล้ำสมัยและความหรูหราที่เหนือกว่า

Denza: แบรนด์ที่หลายคนอาจคุ้นเคยอยู่บ้าง ครั้งนี้ Denza มาพร้อมกับการเผยโฉมรถสปอร์ตต้นแบบ DENZA Z ที่เปิดตัวครั้งแรกในงานนี้ โชว์เทคโนโลยีช่วงล่าง DiSus-M และระบบบังคับเลี้ยวแบบไร้กลไก (Steer-by-Wire) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ตัดการเชื่อมโยงทางกลไกระหว่างพวงมาลัยและล้อหน้าออกทั้งหมด แล้วใช้ระบบไฟฟ้าในการควบคุมการเลี้ยวแทน
DENZA Z ถ่ายทอดปรัชญาการออกแบบใหม่ “Pure Emotion” ด้วยด้านหน้าสไตล์ Quantum Pulse และท้ายรถที่ออกแบบเพื่อสมรรถนะสูงสุดในสนามแข่ง ภายในตกแต่งแบบสปอร์ตเต็มขั้นด้วยเบาะคาร์บอนไฟเบอร์และโรลเคจเสริมความแข็งแรง ที่สำคัญคือ DENZA Z เป็นรถสปอร์ตคันแรกของโลกที่ติดตั้งระบบช่วงล่าง DiSus-M แบบอัจฉริยะ ที่ปรับความหนืดได้ในเวลาไม่ถึง 10 มิลลิวินาที ช่วยให้ขับขี่คล่องตัวแต่ยังคงความสบาย
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมมองว่าระบบ Steer-by-Wire เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ท้าทายและมีศักยภาพสูงสุดในวงการยานยนต์ ระบบนี้ให้การตอบสนองในระดับมิลลิวินาทีและความแม่นยำระดับมิลลิเมตร ไม่มีแรงสั่นสะเทือนจากถนนส่งมาที่พวงมาลัย ทำให้การขับขี่นุ่มนวลขึ้น สามารถปรับการตอบสนองของพวงมาลัยได้ตามสถานการณ์ และมีความยืดหยุ่นด้านการออกแบบภายใน ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งกับรถยนต์ไร้คนขับในอนาคต แม้จะมีความท้าทายเรื่องระบบสำรองกรณีไฟฟ้าขัดข้องและการสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ขับขี่ แต่ Denza กำลังก้าวข้ามขีดจำกัดเหล่านี้ได้อย่างน่าทึ่ง
นอกจาก DENZA Z แล้ว Denza ยังนำรุ่นอื่นๆ มาจัดแสดง เช่น DENZA N9 SUV พรีเมียมเทคโนโลยีสูง, DENZA D9 MPV ที่ครองแชมป์ยอดขายอันดับหนึ่งในจีน และ DENZA Z9GT และ Z9 ซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยี e3, DiPilot-300 และห้องโดยสารอัจฉริยะ

บทสรุป: BYD กำลังขับเคลื่อนโลกยานยนต์แห่งอนาคต

จากสิ่งที่ BYD ได้นำเสนอใน Auto Shanghai 2025 ผมกล้าพูดได้ว่าพวกเขากำลังกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก ในยุคที่ผู้บริโภคไม่ได้มองหารถยนต์แค่เพื่อการเดินทาง แต่เพื่อประสบการณ์ที่อัจฉริยะ ปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ เทคโนโลยีและโมเดลต่างๆ ที่ BYD เปิดตัวนั้นเป็นคำตอบที่ชัดเจน พวกเขาไม่ได้แค่ผลิตรถยนต์ แต่กำลังสร้างระบบนิเวศแห่งการขับเคลื่อนที่สมบูรณ์แบบ ตอบสนองทุกความต้องการ ตั้งแต่รถยนต์สำหรับคนเมือง, SUV อเนกประสงค์, ไปจนถึงรถหรูระดับพรีเมียมและรถสปอร์ตประสิทธิภาพสูง

BYD ได้แสดงให้เห็นแล้วว่านวัตกรรมยานยนต์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในประเทศตะวันตกอีกต่อไป แบรนด์จีนกำลังผงาดขึ้นมาเป็นผู้นำอย่างแท้จริง ด้วยการลงทุนที่ไม่หยุดยั้งในการวิจัยและพัฒนา การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย และวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนสำหรับอนาคตที่ยั่งยืน ผมเชื่อว่าเราจะได้เห็น BYD ก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นหลักที่กำหนดทิศทางของยานยนต์โลกไปอีกนาน

อนาคตของการเดินทางที่ชาญฉลาด ปลอดภัย และไร้มลพิษได้มาถึงแล้ว และ BYD คือหนึ่งในผู้ขับเคลื่อนหลัก!

คุณมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับนวัตกรรมและรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่ BYD นำเสนอในครั้งนี้ เทคโนโลยีใดที่ดึงดูดความสนใจของคุณมากที่สุด และคุณคิดว่า BYD จะสามารถขับเคลื่อนโลกยานยนต์ไปในทิศทางใดต่อไปในอนาคต มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและร่วมสร้างอนาคตของการเดินทางไปด้วยกันในยุคยานยนต์ไฟฟ้าเต็มตัว!

Previous Post

N1211033 คนใบ บคนเร อน part2

Next Post

N1211046_งคมน ไม เหล อคนด หร อว พวกเราไม เคยเห นค าคนด นแน_part2

Next Post
N1211046_งคมน ไม เหล อคนด หร อว พวกเราไม เคยเห นค าคนด นแน_part2

N1211046_งคมน ไม เหล อคนด หร อว พวกเราไม เคยเห นค าคนด นแน_part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1401048 จะหย าจะเล กก บใคร ดให อน part2
  • N1401032 (ตอนจบ) สล บชะตาห วใจ วใจของเด กด ไปเต นในอกคนเคยเลว part2
  • N1401037_เจอเพ อนเก ากล บบ านแล วอวดรวย แต พอร ความจร งเข า…_part2
  • N1401047 จะไปช วยม นซ อทำไม แล วว าเป นม จฉาช part2
  • N1401040 เม ยไม กแต งต พาไปไหนอายถ งน part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.