ในโลกยานยนต์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปี 2025 เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงตอกย้ำสถานะความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์หรูระดับพรีเมียมอย่างไม่สั่นคลอน ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นในการผสานนวัตกรรมสุดล้ำ ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ และประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น แบรนด์ดาวสามแฉกนี้ไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ของความสำเร็จ แต่ยังเป็นนิยามใหม่ของความหรูหราที่เข้าถึงทุกความต้องการ ตั้งแต่รถยนต์ผู้บริหารที่มอบความสะดวกสบายสูงสุด ไปจนถึงรถยนต์สมรรถนะสูงที่เร้าใจ และยนตรกรรมคอมแพกต์พรีเมียมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง บทความนี้จะพาทุกท่านเจาะลึกถึงปรัชญาและกลยุทธ์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในการสร้างสรรค์ยานยนต์แห่งอนาคตที่ยังคงครองใจผู้คนทั่วโลก
Mercedes-Maybach S-Class ปี 2025: นิยามใหม่ของความหรูหราขั้นสุดสำหรับผู้บริหารและบุคคลสำคัญ
เมื่อกล่าวถึงที่สุดแห่งความหรูหราและอภิสิทธิ์ชน คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า Mercedes-Maybach S-Class คือยนตรกรรมที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของตลาดนี้ ในปี 2025 เมอร์เซเดส-มายบัค ยังคงสืบทอดเจตนารมณ์ในการมอบประสบการณ์การเดินทางที่ประณีตและไร้ที่ติ ด้วยการยกระดับมาตรฐานทั้งด้านการออกแบบ เทคโนโลยี และความสะดวกสบายให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น ไม่ใช่เพียงแค่รถยนต์ แต่คือห้องรับรองเคลื่อนที่ส่วนตัวที่ตอบสนองทุกความต้องการของผู้บริหารระดับสูงและแขกคนสำคัญของโรงแรมห้าดาวทั่วโลก
หัวใจสำคัญของ Maybach S-Class คือการมอบพื้นที่และความเป็นส่วนตัวที่หาใดเทียบได้ ด้วยการออกแบบตัวถังและระยะฐานล้อที่ยาวเป็นพิเศษ ยิ่งกว่า S-Class มาตรฐานอย่างเห็นได้ชัดในอดีต ซึ่งปัจจุบันได้ถูกพัฒนาต่อยอดให้เป็นมาตรฐานของความกว้างขวางอันโออ่า การขยายมิติเหล่านี้ส่งผลให้ห้องโดยสารด้านหลังกลายเป็นอาณาจักรส่วนตัวที่กว้างขวางอย่างเหลือเชื่อ ทำให้ผู้โดยสารสามารถเหยียดขาได้อย่างเต็มที่และเพลิดเพลินกับการเดินทางที่ผ่อนคลายสูงสุด การออกแบบภายนอกยังคงความสง่างามด้วยกระจังหน้าอันเป็นเอกลักษณ์ โลโก้ “Maybach” ที่เด่นชัด และงานดีไซน์โครเมียมอันประณีตที่สะท้อนถึงความหรูหราจากทุกมุมมอง ไฟหน้า LED Intelligent Light System และไฟท้าย LED ที่มาพร้อมเทคโนโลยีไฟเบอร์ออปติกยังคงเป็นคุณสมบัติมาตรฐานที่ช่วยเสริมความล้ำสมัยและความปลอดภัยในการขับขี่ยามค่ำคืน ล้ออัลลอยด์ขนาด 20 นิ้ว พร้อมยางรันแฟลตเสริมความมั่นใจในการเดินทาง ขณะที่หลังคาพาโนรามิคซันรูฟขนาดใหญ่เปิดรับทัศนียภาพภายนอก สร้างบรรยากาศโอ่โถงภายในห้องโดยสาร
ก้าวเข้าสู่ภายในของ Mercedes-Maybach S-Class ปี 2025 คุณจะพบกับความประณีตที่สัมผัสได้ในทุกรายละเอียด เบาะนั่งหุ้มหนัง Nappa คุณภาพสูงในดีไซน์ Exclusive Package ที่โดดเด่นด้วยการตัดเย็บแบบ Diamond Design ไม่ได้เป็นเพียงความสวยงาม แต่ยังมอบความรู้สึกนุ่มสบายอย่างเหนือชั้น แผงคอนโซลหน้าและแผงประตูหุ้มหนัง Nappa สอดรับกับเพดานห้องโดยสารและแผงบังแดดที่หุ้มด้วย DINAMICA microfibre สร้างบรรยากาศที่หรูหราและอบอุ่น นาฬิกาอนาล็อกที่ออกแบบโดย IWC ยังคงเป็นรายละเอียดที่สะท้อนถึงความใส่ใจในงานฝีมือระดับสูง
ระบบมัลติมีเดีย COMAND Online ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการควบคุมภายในห้องโดยสาร ที่ได้ถูกพัฒนาไปสู่ระบบ MBUX (Mercedes-Benz User Experience) เวอร์ชันล่าสุดในปี 2025 พร้อมระบบนำทางที่แม่นยำและการควบคุมที่ใช้งานง่ายผ่านรีโมทสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง หรือจะสั่งการด้วยระบบสัมผัสจาก Touchpad ที่ถูกรวมเข้ากับการออกแบบที่พักแขนอย่างลงตัว ระบบสั่งการด้วยเสียง LINGUATRONIC ได้รับการพัฒนาให้รองรับภาษาที่หลากหลายมากขึ้น ไม่จำกัดเพียงภาษาอังกฤษเท่านั้น เครื่องเสียง Burmester® high-end 3D surround sound system ยังคงเป็นมาตรฐานที่มอบประสบการณ์เสียงอันสมจริงและดื่มด่ำ ส่วนระบบ Head-up display แสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า และระบบความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารด้านหลังพร้อมจอแสดงผลคู่ ก็พร้อมมอบความบันเทิงและความสะดวกสบายตลอดการเดินทาง
ความสะดวกสบายภายใน Maybach S-Class ได้รับการยกระดับขึ้นไปอีกขั้น เบาะนั่งคู่หน้าและคู่หลังริมหน้าต่างมาพร้อมฟังก์ชันอุ่นเบาะและระบายอากาศ พร้อมการปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำ ผู้โดยสารด้านหน้าสามารถปรับเลื่อนที่นั่งไปด้านหน้าได้มากกว่าปกติ เพื่อเพิ่มพื้นที่สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลังแบบ Multi-contour มาพร้อมระบบที่นั่งแบบ First Class และโต๊ะทำงานแบบพับได้ สร้างสรรค์พื้นที่ทำงานส่วนตัวที่สมบูรณ์แบบ ฟังก์ชันนวด ENERGIZING สำหรับเบาะด้านหลังยังคงเป็นจุดเด่นที่ช่วยผ่อนคลายความเมื่อยล้า เสมือนการนวดด้วยหินร้อน โดยมีโปรแกรมให้เลือกหลากหลายรูปแบบ พร้อมรองขาปรับระดับสำหรับผู้โดยสารด้านหลังซ้าย-ขวา ตู้เย็นภายในรถยนต์ และม่านบังแดดประตูหลังและด้านหลังที่สามารถปรับเลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า ทั้งหมดนี้ตอกย้ำการเป็น “รถผู้บริหาร” ที่สมบูรณ์แบบที่สุด
ระบบ AIR-BALANCE Package พร้อม Active Perfuming System ยังคงเป็นเอกลักษณ์ของ Maybach ที่มอบประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร ด้วยการผลิตกลิ่นหอมและปรับระดับความหอมได้เองจากน้ำหอมปรับอากาศคุณภาพสูง โดยมีกลิ่นหอมเฉพาะสำหรับ Mercedes-Maybach อย่าง AGARWOOD ที่ยังคงเป็นที่นิยม การควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMOTRONIC แยกโซนหน้า-หลัง และไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสาร (Ambient Lighting) ที่ปรับเปลี่ยนได้ 7 สี และ 5 ระดับความเข้ม ก็ช่วยสร้างบรรยากาศที่ตรงใจในทุกช่วงเวลา นี่คือความหรูหราที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อมอบความรู้สึกพิเศษอย่างแท้จริง
Mercedes-Benz C-Class ปี 2025: ความหรูหราที่เข้าถึงได้กับนวัตกรรมแห่งอนาคต
จากจุดเริ่มต้นในปี 2015 ที่ Mercedes-Benz C-Class ได้รับการปรับโฉมครั้งสำคัญ ทำให้มันดูราวกับ “S-Class ย่อส่วน” มาวันนี้ในปี 2025 C-Class ได้พัฒนาไปไกลกว่านั้นมาก กลายเป็น “รถยนต์พรีเมียม” ที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรมและดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่มองหายนตรกรรมหรูหราสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารรุ่นใหม่ หรือครอบครัวที่ต้องการความสะดวกสบายและปลอดภัย ด้วยการนำเสนอทางเลือกทั้งรุ่นซีดานและ Estate ที่ยังคงความสง่างาม
การออกแบบของ C-Class ปี 2025 ยังคงสานต่อปรัชญา “Sensual Purity” ด้วยเส้นสายที่พลิ้วไหวและสัดส่วนที่ลงตัวยิ่งขึ้น ตั้งแต่ฝากระโปรงหน้าที่ยาวสง่างาม ไปจนถึงระยะยื่นล้อหน้าที่สั้นลง เพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ ล้ออัลลอยด์ดีไซน์สปอร์ตขนาดใหญ่ช่วยเสริมความภูมิฐาน ไฟหน้า LED High Performance หรือ DIGITAL LIGHT ที่สุดล้ำ และไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่ มอบความทันสมัยและโดดเด่นบนท้องถนน มิติของตัวถังได้ถูกปรับปรุงให้กว้างขวางและยาวขึ้น เพื่อรองรับสรีระของผู้ใช้งานในปัจจุบัน ทำให้พื้นที่ภายในห้องโดยสาร รวมถึงพื้นที่เก็บสัมภาระท้าย มีความจุเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย
ภายในห้องโดยสารของ C-Class ปี 2025 คือการหลอมรวมของความหรูหรา เทคโนโลยี และสปอร์ตเข้าไว้ด้วยกัน ด้วยการเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูงที่ให้สัมผัสอันประณีต แผงคอนโซลกลางที่ออกแบบให้เป็นชิ้นเดียวกับพนักวางแขน สร้างความรู้สึกต่อเนื่องและกว้างขวาง หน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่กลางคอนโซลหน้าในรูปแบบแนวตั้ง ที่ควบคุมด้วยระบบ MBUX (Mercedes-Benz User Experience) ได้รับการปรับปรุงให้ใช้งานง่ายยิ่งขึ้น พร้อมฟังก์ชันการสั่งการด้วยเสียง “Hey Mercedes” ที่ฉลาดล้ำ ระบบ Touchpad ที่ติดตั้งบริเวณที่พักแขนยังคงเป็นอินเทอร์เฟซที่ใช้งานสะดวก พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันดีไซน์สปอร์ตท้ายตัด (ในรุ่น AMG Dynamic) พร้อมแป้น Paddle Shift ช่วยให้การขับขี่เร้าใจยิ่งขึ้น ช่องแอร์ดีไซน์ใหม่ 5 ช่องกระจายความเย็นอย่างทั่วถึง สร้างบรรยากาศที่สบายตลอดการเดินทาง
Mercedes-Benz ยังคงเป็นผู้นำด้านวิศวกรรม ด้วยการใช้โครงสร้างตัวถังแบบอะลูมิเนียมไฮบริด ทำให้ C-Class ปี 2025 มีน้ำหนักเบากว่ารุ่นก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการประหยัดเชื้อเพลิงและการขับขี่ที่คล่องตัว โดยไม่ลดทอนความแข็งแกร่งและปลอดภัย
ในด้านขุมพลัง C-Class ปี 2025 โดดเด่นด้วยเครื่องยนต์หลากหลายรูปแบบที่เน้นประสิทธิภาพและความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกเหนือจากเครื่องยนต์เบนซินและดีเซลเทอร์โบที่ทรงพลัง ยังมีทางเลือกที่สำคัญคือ Mercedes-Benz C 300 e Plug-in Hybrid ที่ผสมผสานเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้า มอบกำลังสูงสุดและแรงบิดมหาศาล พร้อมความสามารถในการขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนได้ระยะทางไกลขึ้นอย่างเห็นได้ชัด (เช่น มากกว่า 100 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP ในปัจจุบัน) ทำให้มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่ำเป็นพิเศษ และปริมาณไอเสียที่ผ่านมาตรฐาน Euro 7 หรือเทียบเท่า ระบบเกียร์อัตโนมัติ 9G-TRONIC ยังคงเป็นมาตรฐานที่มอบการเปลี่ยนเกียร์ที่ราบรื่นและรวดเร็ว พร้อมทางเลือกสำหรับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4MATIC เพื่อเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่บนทุกสภาพถนน
ระบบกันสะเทือนแบบอิสระ 4 จุดด้านหน้า และอิสระ 5 จุดด้านหลัง พร้อมระบบควบคุมช่วงล่างด้วยตัวเอง DYNAMIC BODY CONTROL หรือ AIRMATIC (ในบางรุ่นย่อย) ที่สามารถปรับโหมดการขับขี่ได้ทั้ง Comfort, ECO, Sport, และ Sport+ ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกระดับความนุ่มนวลหรือความสปอร์ตได้ตามต้องการ สร้างประสบการณ์การขับขี่ที่ปรับแต่งได้ตามใจ
เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของ C-Class ปี 2025 ด้วยระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS (Advanced Driver-Assistance Systems) ที่ครบครัน อาทิ ระบบ Active Parking Assist ที่สามารถจอดได้ทั้งแบบขนานและเข้าซอง ระบบกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง (360° Camera) ระบบช่วยรักษาช่องทางเดินรถ Active Lane Keeping Assist ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับตามสภาพการจราจร Active Distance Assist DISTRONIC และระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ Adaptive Highbeam Assist Plus ซึ่งทั้งหมดนี้ทำงานร่วมกันเพื่อมอบความปลอดภัยสูงสุดในทุกการเดินทาง
Mercedes-Benz A-Class ปี 2025: ความคล่องตัวสไตล์สปอร์ตสำหรับคนรุ่นใหม่
สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นสัมผัสประสบการณ์ยนตรกรรมเมอร์เซเดส-เบนซ์ในแบบฉบับที่คล่องตัวและทันสมัย A-Class ปี 2025 ยังคงเป็นตัวเลือกที่โดดเด่น ด้วยดีไซน์แฮทช์แบ็กสปอร์ตที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มคน Gen Y และ Gen Z ที่ชื่นชอบความหรูหราที่มาพร้อมกับสมรรถนะที่เร้าใจ A-Class ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากรุ่น A250 AMG Sport ในอดีต ให้มีรูปลักษณ์ที่ดูดีมีเสน่ห์ยิ่งขึ้น การันตีด้วยรางวัลด้านการออกแบบมากมาย
ภายนอกของ A-Class ปี 2025 โดดเด่นด้วยกระจังหน้า Diamond Grille ที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมชุดแต่ง AMG Sport รอบคัน และรายละเอียดการออกแบบที่บ่งบอกถึงความเป็นรถยนต์สมรรถนะสูง เช่น ท่อไอเสียคู่ และ Rear Diffuser ที่สอดรับกับล้อ AMG ขนาดใหญ่ที่เสริมความสปอร์ตได้อย่างลงตัว ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (CD) ที่ต่ำยังคงเป็นจุดแข็งที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์และการประหยัดเชื้อเพลิง
ภายในห้องโดยสารของ A-Class ปี 2025 ได้รับการยกระดับทั้งด้านวัสดุและการออกแบบ เบาะนั่งดีไซน์สปอร์ตที่หุ้มด้วยวัสดุคุณภาพสูง (เช่น หนัง Artico สลับ Dinamica Microfibre) พร้อมการเดินด้ายสีตัดกัน ให้ความรู้สึกสปอร์ตและนั่งสบาย แผงคอนโซลกลางตกแต่งด้วยลวดลายคาร์บอนไฟเบอร์ หรือวัสดุอื่น ๆ ที่สะท้อนถึงความทันสมัย หน้าจอคู่ขนาดใหญ่สำหรับมาตรวัดดิจิทัลและระบบ MBUX ยังคงเป็นจุดเด่นที่มอบประสบการณ์การใช้งานที่ลื่นไหลและปรับแต่งได้ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันดีไซน์สปอร์ตพร้อม Paddle Shift ช่วยเพิ่มอรรถรสในการขับขี่ ส่วนเบาะนั่งด้านหลังก็ได้รับการปรับปรุงให้มีความสบายมากขึ้นสำหรับการเดินทางระยะสั้นถึงกลาง
ขุมพลังของ A-Class ปี 2025 ยังคงเน้นสมรรถนะที่เร้าใจ ในรุ่น A250 (หรือ A 250 e Plug-in Hybrid) มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบเทอร์โบชาร์จขนาด 2.0 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุดกว่า 224 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลตั้งแต่รอบต่ำ มอบอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 6.2 วินาที (สำหรับรุ่น A 250) และยังคงมีรุ่น A 35 AMG และ A 45 S AMG ที่เป็นที่สุดของรถแฮทช์แบ็กสมรรถนะสูง สำหรับผู้ที่ต้องการความเร้าใจแบบสุดขีด ระบบส่งกำลังแบบเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 8 สปีด (8G-DCT) ทำงานได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ถ่ายทอดกำลังลงสู่ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า หรือระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4MATIC (ในรุ่น AMG) ได้อย่างยอดเยี่ยม
การขับขี่ของ A-Class ปี 2025 ยังคงมอบความรู้สึกดิบและสปอร์ต ระบบบังคับเลี้ยวแบบไฟฟ้าที่แม่นยำ ให้การควบคุมที่เฉียบคมและคล่องตัวในทุกความเร็ว ช่วงล่างที่ได้รับการปรับแต่งจาก AMG (ในรุ่น AMG Sport หรือ AMG Performance) แม้จะมีความหนึบแน่น แต่ก็มอบความมั่นคงและการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยม โดยเฉพาะในการเข้าโค้งที่ความเร็วสูง ด้วยยางสมรรถนะสูงที่จับคู่มาอย่างลงตัว ระบบเบรกแบบดิสก์หน้า-หลัง พร้อมคาลิปเปอร์เบรกที่โดดเด่น ยังคงมอบประสิทธิภาพการหยุดรถที่ยอดเยี่ยมและสร้างความมั่นใจในทุกสถานการณ์
เทคโนโลยีและระบบความปลอดภัย: มาตรฐานของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในปี 2025
ไม่ว่าจะเป็น Maybach S-Class, C-Class หรือ A-Class ทุกรุ่นของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในปี 2025 ล้วนมาพร้อมกับเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยขั้นสูงสุดที่เป็นมาตรฐานของแบรนด์ ระบบ PRE-SAFE® และ PRE-SAFE® impulse system ได้รับการพัฒนาให้ฉลาดล้ำยิ่งขึ้น รวมถึงเข็มขัดนิรภัยแบบถุงลม (Rear Seatbelt Airbag) ที่เป็นนวัตกรรมเพื่อลดแรงกระแทกให้กับผู้โดยสารด้านหลัง ถุงลมนิรภัยรอบคัน ทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัยครอบคลุมผู้โดยสารทุกตำแหน่ง
ระบบควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ (Electronic Stability Program – ESP®) พร้อมฟังก์ชันช่วยการทรงตัวขณะเร่งแซงทางโค้ง (Curve Dynamic Assist) และระบบรักษาสมดุลของตัวรถเมื่อมีลมมาปะทะด้านข้าง (Crosswind Assist) ยังคงเป็นหัวใจหลักในการรักษาเสถียรภาพการขับขี่ ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชัน HOLD และ Hill-start Assist เพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการขับขี่บนทางลาดชัน นอกจากนี้ ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับรถ (ATTENTION ASSIST), ระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง (Tyre pressure monitoring system) และระบบช่วยการมองเห็นยามค่ำคืน (Night View Assist) (ในรุ่น S-Class และ Maybach) ยังคงเป็นเทคโนโลยีที่มอบความอุ่นใจให้กับผู้ขับขี่
บทสรุป
ในปี 2025 เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงตอกย้ำภาพลักษณ์ของแบรนด์ในฐานะผู้นำแห่งยนตรกรรมหรู ด้วยการนำเสนอรถยนต์ที่ไม่ได้เป็นเพียงพาหนะ แต่คือการผสมผสานระหว่างศิลปะ วิศวกรรม และนวัตกรรมเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็น Mercedes-Maybach S-Class ที่มอบความหรูหราเหนือระดับสำหรับผู้บริหารและบุคคลสำคัญ, Mercedes-Benz C-Class ที่ผสมผสานความสง่างามเข้ากับเทคโนโลยีแห่งอนาคตสำหรับชีวิตประจำวัน, หรือ Mercedes-Benz A-Class ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ด้วยความคล่องตัวและสมรรถนะที่เร้าใจ แบรนด์ดาวสามแฉกนี้ยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์ประสบการณ์การขับขี่ที่พิเศษไม่เหมือนใคร และพร้อมที่จะก้าวสู่ทศวรรษใหม่ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเป็นนิยามแห่ง “รถยนต์หรู” ที่ไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนานวัตกรรมยานยนต์.

