ในปี 2025 นี้ วงการยานยนต์ยังคงพัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้ง ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดด ทั้งระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า ระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ และการเชื่อมต่อที่ไร้ขีดจำกัด แต่หากเราย้อนเวลากลับไปมองถึงจุดเปลี่ยนสำคัญในตลาดรถกระบะไทยเมื่อทศวรรษที่แล้ว หนึ่งในชื่อที่ยังคงถูกกล่าวถึงอย่างหนาหูคือ Mitsubishi Triton รุ่นใหม่ที่เปิดตัวในปี 2015 ด้วยสโลแกนสุดท้าทาย “เปลี่ยนทุกความเชื่อ” ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวงการยานยนต์มายาวนานกว่า 10 ปี ผมจะพาคุณย้อนกลับไปวิเคราะห์และประเมินผลกระทบของกระบะคันนี้จากมุมมองปัจจุบัน ว่าสิ่งที่ Mitsubishi กล้าประกาศในวันนั้น ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงในตลาดรถกระบะไทยอย่างแท้จริงหรือไม่ และ Triton 2015 ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในตลาดรถกระบะมือสองในปัจจุบันเพียงใด
การเปิดตัวของ Mitsubishi Triton ในปี 2015 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ Mitsubishi Motors พยายามจะก้าวข้ามขีดจำกัดและภาพลักษณ์เดิมๆ ของรถกระบะที่เน้นความบึกบึนเพียงอย่างเดียว สู่การนำเสนอรถกระบะที่ผสานสมรรถนะอันทรงพลังเข้ากับความสบายในการขับขี่เฉกเช่นรถเก๋งได้อย่างน่าทึ่ง ทว่า เบื้องหลังความกล้าหาญนี้ ย่อมมีทั้งเสียงชื่นชมและคำวิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการออกแบบและแนวคิดในการลดต้นทุน ซึ่งจากมุมมองของปี 2025 เราสามารถมองเห็นภาพรวมและผลลัพธ์ในระยะยาวได้อย่างชัดเจน
การวิเคราะห์เชิงลึกด้านการออกแบบ: ความท้าทายที่ยังคงอยู่ในความทรงจำ
เมื่อ Triton 2015 เปิดตัว ภาพแรกที่หลายคนยังคงจดจำได้ดีคือ “กระจังหน้าโครเมียม” ที่สร้างความประหลาดใจและเสียงวิจารณ์อย่างหนักหน่วงในขณะนั้น ไม่ว่าจะเป็นการเปรียบเทียบกับดีไซน์ของตลาด “คลองถม” หรือความรู้สึกที่ไม่เข้ากับบุคลิกของรถกระบะที่ควรจะดูแข็งแกร่งและดุดัน จากมุมมองของวันนี้ การตัดสินใจใช้กระจังหน้าโครเมียมในลักษณะนั้น อาจสะท้อนถึงความพยายามของ Mitsubishi ที่ต้องการเพิ่มความรู้สึก “หรูหรา” ให้กับรถกระบะ แต่ในทางปฏิบัติแล้ว มันกลับกลายเป็นจุดอ่อนที่บั่นทอนความประทับใจแรกของผู้บริโภคไปอย่างน่าเสียดาย ยิ่งในระยะยาว วัสดุโครเมียมดังกล่าวก็มักจะพบปัญหาคราบสกปรกฝังแน่นและการซีดจาง ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าของMitsubishi Triton มือสองหลายคนต้องเผชิญและบำรุงรักษาเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม หากมองข้ามกระจังหน้าไป ดีไซน์โดยรวมของ Triton 2015 ก็ยังคงรักษาเอกลักษณ์และความสวยงามจากรถต้นแบบ Mitsubishi GR-PHEV ไว้ได้หลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นเส้นสาย Shoulder Line ที่คมเข้มจากโป่งล้อหน้าจรดกระบะท้าย หรือเส้นสาย J-Line ที่เป็นเอกลักษณ์บริเวณแค็บด้านหลัง ซึ่งช่วยให้ห้องโดยสารมีพื้นที่มากขึ้นและไม่รู้สึกอึดอัด การออกแบบเหล่านี้ยังคงดูทันสมัยแม้จะผ่านมาถึง 10 ปี และสร้างความแตกต่างให้กับ Triton อย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับคู่แข่งในยุคนั้น
ส่วนที่น่าสนใจอีกประการคือ การใช้ Over Fender หรือโป่งล้อครอบแทนการปั๊มขึ้นรูปเป็นชิ้นเดียวกับตัวถังรถ ในขณะนั้นหลายคนมองว่าเป็นดีไซน์ที่ “เชย” แต่ในเชิงวิศวกรรมและการลดต้นทุน นี่คือวิธีการที่ชาญฉลาดอย่างยิ่ง การไม่จำเป็นต้องสร้างแม่พิมพ์ตัวถังใหม่ทั้งหมด ทำให้ Mitsubishi สามารถนำเงินทุนที่ประหยัดได้ไปทุ่มเทให้กับการพัฒนาด้านอื่น ๆ ได้มากขึ้น เช่น เครื่องยนต์และระบบช่วงล่าง ซึ่งถือเป็นการแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่าหากพิจารณาจากสมรรถนะที่ Triton 2015 มอบให้ การออกแบบด้านข้างที่ดูลงตัวกับล้ออัลลอย 17 นิ้ว ก็ช่วยเสริมให้ภาพลักษณ์โดยรวมของรถไม่ดูแปลกตาจนเกินไปนัก
สำหรับด้านท้าย การออกแบบไฟท้ายแนวนอนแบบคมสันและประตูท้ายที่เปิดได้สองข้าง ก็ยังคงความโดดเด่นและใช้งานได้จริง แม้ว่าบางคนอาจมองว่าไฟท้ายมีขนาดเล็กไปบ้าง แต่โดยรวมแล้วถือเป็นการปรับโฉมที่ทำให้ Triton แตกต่างจากกระบะคันอื่นๆ ในตลาดอย่างมีสไตล์ ขนาดตัวถังที่กะทัดรัดขึ้นเล็กน้อย (ยาว 5,280 มม. กว้าง 1,815 มม. สูง 1,780 มม. และฐานล้อ 3,000 มม.) พร้อมน้ำหนักตัวที่เบาลงกว่ารุ่นเดิมราว 20 กก. ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความคล่องตัวและการขับขี่ในเมืองที่ดีเยี่ยม
วิเคราะห์ห้องโดยสาร: ผสมผสานความคุ้นเคยเข้ากับฟังก์ชันการใช้งาน
เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องโดยสารของ Triton 2015 สิ่งแรกที่หลายคนอาจสังเกตเห็นคือ การนำองค์ประกอบบางส่วนมาจากรถยนต์นั่งขนาดเล็กในตระกูล Mitsubishi อย่าง Mirage และ Attrage โดยเฉพาะชุดพวงมาลัยและปุ่มสตาร์ท ซึ่งในขณะนั้นเป็นทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือเป็นการยกระดับความรู้สึก “เป็นเก๋ง” ให้กับกระบะ ซึ่งในยุคที่กระบะกำลังกลายมาเป็นรถยนต์อเนกประสงค์สำหรับครอบครัวมากขึ้น การมีภายในที่คุ้นเคยและใช้งานง่ายแบบรถเก๋งจึงเป็นสิ่งที่ดึงดูดใจผู้บริโภคกลุ่มหนึ่งได้
ทว่า ข้อเสียคือสำหรับราคา Mitsubishi Triton ในรุ่นท็อปที่แตะหลักล้านบาท การเห็นพวงมาลัยที่เหมือนยกมาจากอีโคคาร์ อาจทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าขาดความเป็นพรีเมียมและความพิเศษที่ควรได้รับ อย่างไรก็ตาม ในรุ่นขับสองยกสูง (Plus) ที่เป็นการทดสอบเบื้องต้นในบทความต้นฉบับ คุณภาพวัสดุภายในโดยรวมได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นจากรุ่นก่อนหน้าอย่างชัดเจน ซึ่งช่วยชดเชยความรู้สึกดังกล่าวได้ในระดับหนึ่ง
สิ่งที่ต้องชื่นชมคือ การออกแบบเบาะนั่งใหม่ที่ให้ความลงตัวสูง ไม่นุ่มหรือแข็งจนเกินไป พนักพิงหลังกระชับ ทำให้การเดินทางไกลไม่รู้สึกปวดเมื่อย แม้กระทั่งผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารที่มีรูปร่างใหญ่ก็สามารถนั่งได้อย่างสบาย และเบาะนั่งด้านหลังยังคงรักษาเอกลักษณ์ของ Triton ที่มีองศาการเอนหลังที่ดี (ราว 25 องศา) ทำให้ผู้โดยสารตอนหลังนั่งได้สบาย ไม่รู้สึกชันหลังเหมือนกระบะคู่แข่งหลายรุ่นในยุคนั้น นอกจากนี้ พื้นที่วางขา พื้นที่เหนือศีรษะ และพื้นที่ช่วงไหล่ที่เพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิม ก็ยิ่งตอกย้ำความตั้งใจของ Mitsubishi ที่ต้องการมอบประสบการณ์การโดยสารที่เหนือกว่ารถกระบะทั่วไปให้กับผู้ใช้งาน
ฟังก์ชันการใช้งานภายในห้องโดยสารก็ได้รับการจัดเตรียมมาอย่างครบครัน ตั้งแต่ระบบนำทาง ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ไฟหน้าที่ปรับระดับสูงต่ำได้ และที่โดดเด่นคือระบบ ETACS (Electronic Time and Alarm Control System) และระบบกุญแจ KOS (Keyless Operation System) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่พบได้ในรถเก๋ง ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานในชีวิตประจำวัน แม้ว่า KOS อาจมีปัญหาเรื่องการรับสัญญาณในระยะไกลบ้าง แต่โดยรวมแล้วถือเป็นออปชันที่ช่วยยกระดับประสบการณ์การขับขี่ Triton 2015 ได้อย่างน่าประทับใจ
หัวใจสำคัญ: เครื่องยนต์คลีนดีเซล 4N15 ที่ “เปลี่ยนทุกความเชื่อ”
หากจะมีสิ่งใดที่ทำให้ Mitsubishi Triton 2015 สมควรได้รับคำว่า “เปลี่ยนทุกความเชื่อ” อย่างแท้จริง นั่นก็คือเครื่องยนต์บล็อกใหม่รหัส 4N15 “MIVEC Clean Diesel” ซึ่งถือเป็นงานวิศวกรรมที่ก้าวหน้าอย่างมากในยุคนั้น และยังคงเป็นจุดเด่นสำคัญที่ทำให้Triton 2015 มือสองยังคงน่าสนใจในตลาดปัจจุบัน
เครื่องยนต์ 4N15 คือผลงานการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของ Mitsubishi ตั้งแต่ปี 2006 ด้วยเป้าหมายที่จะสร้างเครื่องยนต์ดีเซลที่มีความสะอาดที่สุด เพื่อรองรับมาตรฐานมลภาวะที่เข้มงวดขึ้นทั่วโลก จุดเด่นสำคัญที่ทำให้เครื่องยนต์บล็อกนี้แตกต่างจากเครื่องยนต์ดีเซลทั่วไปในขณะนั้นคือ:
บล็อกเครื่องยนต์อะลูมิเนียมอัลลอย: ซึ่งโดยปกติจะพบในเครื่องยนต์สมรรถนะสูง แต่ Mitsubishi นำมาใช้ในกระบะ เพื่อลดน้ำหนักและเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายความร้อน
ระบบวาล์วแปรผัน MIVEC: เป็นครั้งแรกๆ ที่เทคโนโลยีวาล์วแปรผันถูกนำมาใช้ในเครื่องยนต์ดีเซลฝั่งไอดี ช่วยให้เครื่องยนต์ตอบสนองการทำงานในช่วงต้นได้ดีขึ้น ลดอาการรอรอบของเทอร์โบชาร์จ และให้ฟิลลิ่งการขับขี่ที่คล้ายเครื่องยนต์เบนซินแบบ N/A แต่ยังคงไว้ซึ่งพละกำลังของเครื่องยนต์เทอร์โบ
ระบบ VG Turbo (Variable Geometry Turbo) พร้อม Variable Diffuser: ช่วยให้เทอร์โบสามารถปรับการทำงานได้อย่างเหมาะสมในทุกย่านความเร็ว เพิ่มประสิทธิภาพในการส่งกำลังและลดอาการ Lag ได้อย่างยอดเยี่ยม
ด้วยเทคโนโลยีเหล่านี้ ทำให้เครื่องยนต์ 4N15 มีกำลังสูงสุดถึง 181 แรงม้า ที่ 3,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตร ที่ 2,500 รอบต่อนาที ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่โดดเด่นมากสำหรับรถกระบะในยุคนั้น กำลังอัดที่สูงถึง 15.5:1 ก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะได้อย่างชัดเจน และในรุ่นที่จำหน่ายในไทยยังมาพร้อมระบบหมุนเวียนไอเสีย EGR เพื่อลดมลภาวะ ซึ่งสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ด้านเครื่องยนต์ดีเซล MIVEC ที่สะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
จากประสบการณ์การขับขี่ในอดีต ผมกล้าพูดว่า Triton 2015 เป็นหนึ่งในรถกระบะเครื่องยนต์ดีเซลที่ให้ฟิลลิ่งการขับขี่ที่แตกต่างและน่าประทับใจที่สุด ด้วยการตอบสนองที่ฉับไวตั้งแต่รอบเครื่องยนต์ต่ำ ไม่ต้องรอรอบเทอร์โบมากนัก ทำให้การขับขี่ในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่นเป็นเรื่องง่าย และยังคงมีพละกำลังสำรองเหลือเฟือสำหรับการเร่งแซงบนถนนหลวง เกียร์ธรรมดา 6 สปีดที่ได้รับการออกแบบใหม่ พร้อมชุดคลัตช์ที่นุ่มนวลและชุดซิงโครเมทเกียร์แบบ Triple cone ในช่วงเกียร์ 1-3 ก็ยิ่งช่วยเพิ่มความรู้สึกสปอร์ตและการเปลี่ยนเกียร์ที่สั้นกระชับ ทำให้การขับขี่สนุกยิ่งขึ้น
ประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน (จากมุมมอง 2025):
ในขณะที่บทความต้นฉบับมีการทดสอบอัตราประหยัดน้ำมันทั้งในเมืองและนอกเมือง ซึ่งแสดงให้เห็นตัวเลขที่น่าประทับใจ (เช่น 16.2 กม./ลิตร ในโหมด Bonn Test Mode) จากมุมมองของปี 2025 เราสามารถสรุปได้ว่า เครื่องยนต์ 4N15 ยังคงเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์ดีเซลที่มีประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม แม้จะผ่านมา 10 ปี ด้วยการที่มันสามารถทำงานด้วยรอบเครื่องยนต์ที่ต่ำมากในการขับขี่ความเร็วคงที่ (เช่น 1,500 รอบ/นาที ที่ 90 กม./ชม. และ 1,900 รอบ/นาที ที่ 120 กม./ชม.) ทำให้การเดินทางไกลเป็นไปอย่างประหยัดและสบาย
อย่างไรก็ตาม การบำรุงรักษารถดีเซลอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้เครื่องยนต์ยังคงทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ หากเจ้าของMitsubishi Triton มือสองใส่ใจในการดูแลเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง กรองเชื้อเพลิง และตรวจสอบระบบไอเสียตามระยะเวลาที่กำหนด เครื่องยนต์บล็อกนี้ก็จะยังคงมอบทั้งสมรรถนะและความประหยัดที่น่าพึงพอใจ
พลวัตการขับขี่และระบบช่วงล่าง: “เก๋งในร่างกระบะ” ที่ยืนยง
อีกหนึ่งความสำเร็จที่โดดเด่นของ Triton 2015 คือ การเซ็ตอัพช่วงล่างรถกระบะที่ให้ความรู้สึกใกล้เคียงรถยนต์นั่งอย่างมาก ระบบกันสะเทือนหน้าแบบปีกนกอิสระสองชั้นพร้อมเหล็กกันโคลง และด้านหลังแบบแหนบหลายแผ่นซ้อนพร้อมโช้คอัพไขว้ อาจฟังดูเป็นมาตรฐานของรถกระบะทั่วไป แต่การปรับแต่งของ Mitsubishi ทำให้ Triton มีความนุ่มนวลในการขับขี่บนสภาพถนนทั่วไปได้อย่างน่าทึ่ง ความรู้สึก “หนึบ” แต่ไม่กระด้างจนเกินไป ทำให้การเดินทางไกลไม่เหนื่อยล้า และยังคงให้ความมั่นใจเมื่อเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง
ระบบพวงมาลัยก็เป็นอีกหนึ่งจุดแข็งที่ Mitsubishi Triton Plus โดดเด่นเหนือคู่แข่ง ด้วยรัศมีวงเลี้ยวที่แคบที่สุดในกลุ่ม (5.9 เมตร) ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับตั้งระบบช่วยผ่อนแรงใหม่ ทำให้พวงมาลัยเบาแรงในย่านความเร็วต่ำและขณะหยุดนิ่ง แต่จะเพิ่มน้ำหนักขึ้นเล็กน้อยเมื่อใช้ความเร็วสูง ให้ความรู้สึกแม่นยำและควบคุมง่ายคล้ายพวงมาลัยไฟฟ้า นี่คือสิ่งที่ทำให้การขับขี่ในเมืองด้วย Triton 2015 เป็นเรื่องที่ง่ายและคล่องตัวอย่างไม่น่าเชื่อ
นอกจากนี้ การเก็บเสียงในห้องโดยสารก็ได้รับการปรับปรุงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าและคู่แข่งในยุคเดียวกัน ห้องโดยสารของ Triton 2015 ให้ความเงียบสงบสูงมาก เสียงเครื่องยนต์ภายนอกเข้ามารบกวนน้อยมาก แม้กระทั่งเสียงยางจากถนนก็แทบไม่ได้ยินในย่านความเร็วปกติ ซึ่งช่วยเพิ่มสุนทรียภาพในการเดินทางอย่างมาก แม้ที่ความเร็วสูงกว่า 140 กม./ชม. อาจเริ่มมีเสียงลมเข้ามาบ้าง แต่โดยรวมแล้วถือเป็นมาตรฐานการเก็บเสียงที่ยอดเยี่ยมสำหรับรถกระบะ
ตลาดมือสองปี 2025: Triton 2015 ยังคงเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า?
จากมุมมองของปี 2025 Mitsubishi Triton 2015 ยังคงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหารถกระบะมือสอง ด้วยเหตุผลหลายประการ:
สมรรถนะเครื่องยนต์: เครื่องยนต์ 4N15 MIVEC Clean Diesel ยังคงเป็นเครื่องยนต์ที่ไว้ใจได้ ให้พละกำลังที่ดี และมีประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันที่น่าพอใจเมื่อได้รับการบำรุงรักษาอย่างเหมาะสม
พลวัตการขับขี่: การเซ็ตอัพช่วงล่างและพวงมาลัยที่โดดเด่น ยังคงมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ “เหมือนรถเก๋ง” ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ยังคงสร้างความประทับใจให้กับผู้ที่ได้ลองขับ
ความทนทาน: โดยรวมแล้ว Mitsubishi มีชื่อเสียงในด้านความทนทาน และ Triton 2015 ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ชิ้นส่วนอะไหล่และศูนย์บริการยังคงเข้าถึงได้ง่าย
ราคา: ในฐานะรถกระบะมือสองที่ออกมานาน 10 ปี ราคา Mitsubishi Triton 2015 ย่อมลดลงอย่างมาก ทำให้มันกลายเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับผู้ที่ต้องการรถกระบะอเนกประสงค์ที่มีสมรรถนะดี ในงบประมาณที่จำกัด
เทคโนโลยี: แม้จะไม่เทียบเท่ารถกระบะรุ่นใหม่ล่าสุด แต่เทคโนโลยีที่นำเสนอในปี 2015 เช่น ระบบ ETACS, KOS ก็ยังคงให้ความสะดวกสบายในการใช้งานในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สนใจTriton 2015 มือสองควรพิจารณาถึงข้อสังเกตบางประการ:
การออกแบบภายนอก: กระจังหน้าโครเมียมและ Over Fender อาจไม่ถูกใจทุกคนและอาจต้องมีการดูแลรักษาเพิ่มเติมหากต้องการให้ดูใหม่เสมอ
ภายใน: แม้จะปรับปรุงให้ดูทันสมัยขึ้น แต่การนำบางส่วนมาจากอีโคคาร์ อาจทำให้บางคนรู้สึกว่าขาดความพรีเมียมไปบ้าง
ระบบช่วยเหลือการขับขี่: ในปี 2015 เทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูงยังไม่แพร่หลายเท่าในปี 2025 ดังนั้น Triton 2015 อาจไม่มีระบบเหล่านี้ครบครันเท่ารถกระบะรุ่นใหม่ๆ
สรุป: ตำนานที่ยังโลดแล่น?
Mitsubishi Triton 2015 ได้ทิ้งมรดกที่สำคัญไว้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย มันคือรถกระบะที่กล้าหาญในการ “เปลี่ยนทุกความเชื่อ” ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซลที่ล้ำหน้า ผสานกับพลวัตการขับขี่ที่ให้ความรู้สึกราวกับรถยนต์นั่ง และห้องโดยสารที่สะดวกสบาย แม้จะมีข้อถกเถียงเรื่องการออกแบบภายนอกในบางจุด แต่แก่นแท้ของสมรรถนะและวิศวกรรมที่ยอดเยี่ยม ก็ทำให้ Triton 2015 ยังคงเป็นรถกระบะที่น่าประทับใจ
จากมุมมองของปี 2025 มันยังคงเป็นตัวเลือกที่แข็งแกร่งในตลาดรถกระบะมือสองสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม การขับขี่ที่คล่องตัว และความคุ้มค่า ผู้ที่สามารถมองข้ามข้อสังเกตเล็กน้อยด้านการออกแบบได้ จะได้สัมผัสกับรถกระบะที่กล้าแตกต่างและมีจิตวิญญาณแห่งการขับขี่ที่แท้จริง ซึ่งยังคงเป็นที่ต้องการในยุคที่ผู้บริโภคมองหาความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพและความประหยัด การที่ Triton 2015 ยังคงถูกจดจำและเป็นที่กล่าวถึงในวันนี้ ย่อมเป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าคำว่า “เปลี่ยนทุกความเชื่อ” ของ Mitsubishi ในวันนั้น ไม่ได้เป็นเพียงแค่คำโฆษณา แต่เป็นการปฏิวัติที่ยังคงส่งผลถึงปัจจุบัน.

