• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N1511009 การต ดแม อาจทำให กปลอดภ แต เม อแม จากไป ตก เหม อนตกจากหน าผา part2

admin79 by admin79
November 10, 2025
in Uncategorized
0
N1511009 การต ดแม อาจทำให กปลอดภ แต เม อแม จากไป ตก เหม อนตกจากหน าผา part2

ในโลกยานยนต์ที่หมุนไปอย่างไม่หยุดยั้ง การเปลี่ยนแปลงคือสัจธรรมที่ยากจะหลีกเลี่ยง จากอดีตที่เคยเป็นเพียงพาหนะขนส่ง สู่ปัจจุบันที่กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งไลฟ์สไตล์และความหลากหลาย รถกระบะคือหนึ่งในเซ็กเมนต์ที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงนี้ได้อย่างชัดเจนที่สุด และหากเราจะย้อนเวลากลับไปสักทศวรรษ เพื่อค้นหาจุดเปลี่ยนสำคัญ หนึ่งในชื่อที่ผุดขึ้นมาอย่างโดดเด่นคงหนีไม่พ้น Mitsubishi Triton (มิตซูบิชิ ไทรทัน) เจเนอเรชั่นที่ 5 ที่เปิดตัวครั้งแรกในช่วงปลายปี 2014 ต่อเนื่องถึงปี 2015

ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการยานยนต์มานานกว่าสิบปี ผมได้เห็นการมาถึงของ Mitsubishi Triton 2015 ด้วยความสนใจใคร่รู้ ผสมกับความกังขาเล็กน้อย มันคือรถกระบะที่มาพร้อมกับสโลแกนสุดท้าทายที่ว่า “เปลี่ยนทุกความเชื่อ” ซึ่งในยุคนั้น คำกล่าวอ้างนี้ไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลยแม้แต่น้อย เพราะ Triton คันนี้ได้นำเสนอแนวคิดและเทคโนโลยีหลายอย่างที่ปฏิวัติวงการกระบะในไทย แม้บางมุมก็เป็นที่ถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง

วันนี้ในปี 2025 ที่ตลาดรถกระบะเต็มไปด้วยการแข่งขันอันดุเดือด ทั้งจากขุมพลังไฟฟ้า ปลั๊กอินไฮบริด และดีเซลยุคใหม่ เรามาย้อนมองกลับไปที่ Triton 2015 ซึ่งในสายตาของหลายคนในยุคนั้น อาจมองว่ามันแปลกตา ไม่คุ้นชิน แต่หากมองในบริบทของปัจจุบัน มันคือหนึ่งในผู้วางรากฐานสำคัญที่ทำให้ รถกระบะ ไม่ใช่แค่รถสำหรับงานหนักอีกต่อไป แต่เป็นพาหนะที่สามารถเป็นได้ทั้ง รถครอบครัว รถยนต์ประหยัดน้ำมัน และมีสมรรถนะที่ตอบโจทย์การขับขี่สไตล์รถเก๋งได้อย่างน่าประหลาดใจ

ดีไซน์ที่ “กล้า” และ “แตกต่าง”: เมื่อความสวยงามไม่ใช่คำตอบเดียว

ทันทีที่ภาพหลุดจากโรงงานเผยแพร่ออกสู่โลกออนไลน์ในช่วงปลายปี 2014 ดีไซน์ของ New Mitsubishi Triton สร้างความตกใจระคนประหลาดใจให้กับหลายคน ผมเองในฐานะที่ติดตามข่าวสารมาตลอด ก็ยอมรับว่าใจแป้วไปเหมือนกัน เพราะภาพร่างจากรถต้นแบบ GR-PHEV Concept ที่เคยโชว์มาก่อนหน้านั้น ดูสวยล้ำอนาคตจนน่าตื่นเต้น แต่เมื่อเห็นคันจริง กลับรู้สึกเหมือนเจอ “สาวบ้านๆ ที่ไม่ได้แต่งหน้าจัดเต็ม” ไม่ใช่พริตตี้ที่แต่งองค์ทรงเครื่องครบถ้วน

กระนั้น พอได้สัมผัสตัวจริง สิ่งที่เปลี่ยนไปคือมุมมอง จากที่เคยคิดว่า “ไม่สวยอย่างที่คาดหวัง” กลับกลายเป็น “ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด” เส้นสายหลักของรถยังคงความบึกบึนและทันสมัยไว้ได้ดี โดยเฉพาะ Shoulder Line ที่ลากยาวจากซุ้มล้อหน้าไปยังกระบะท้าย ซึ่งให้ความคมเข้ม และที่ขาดไม่ได้คือเอกลักษณ์ “J-Line” บริเวณด้านหลังหัวเก๋ง ซึ่งเป็นดีไซน์เฉพาะตัวที่ยังคงไว้จากรุ่นก่อนหน้า บ่งบอกถึงความตั้งใจในการออกแบบให้ห้องโดยสารกว้างขวางเป็นพิเศษ

แต่จุดที่สร้างข้อถกเถียงและเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในยุคนั้น รวมถึงผมเองก็เห็นด้วย คงหนีไม่พ้น “กระจังหน้าโครเมียม” ที่ดีไซน์ออกมาในลักษณะคล้ายกับรถเก๋ง หรือรถอเนกประสงค์บางรุ่น ซึ่งในสายตาของคนทั่วไปอาจมองว่ามันไม่เข้ากับความเป็น รถกระบะ ที่เน้นความแข็งแกร่ง บึกบึน กลับดูคล้าย “กระจังหน้าแต่งจากคลองถม” อย่างที่บางคนแซวกัน ทำให้ภาพลักษณ์โดยรวมของรถดูด้อยลงไปจากที่ควรจะเป็น มันเป็นความพยายามที่จะสื่อถึงความหรูหรา แต่กลับไม่ลงตัวกับตัวตนของรถกระบะที่เน้นการลุยและความแกร่ง

อีกเรื่องที่หลายคนมองว่า “เชย” ในยุคนั้นคือการใช้ “Over Fender” หรือโป่งล้อครอบ ไม่ใช่แบบปั๊มขึ้นรูปเป็นส่วนหนึ่งของตัวถังเหมือนคู่แข่ง แต่หากมองในมุมมองของวิศวกรรมและการลดต้นทุน ผมกลับมองว่าเป็นวิธีการที่ชาญฉลาดมาก เพราะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการขึ้นรูปตัวถัง และทำให้บริษัทมีงบประมาณไปพัฒนาเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่สำคัญกว่าแทน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิด “Practical” ที่เรียบง่ายแต่ได้ผล ยิ่งเมื่อจับคู่กับล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ลาย 12 ก้านคู่ในรุ่นพลัส ก็ยังคงความลงตัวในภาพรวม

ด้านท้ายรถเน้นความทันสมัยด้วยไฟท้ายทรงเหลี่ยมคม ให้ความรู้สึกสปอร์ตมากขึ้น แม้จะดูเล็กไปบ้างเมื่อมองจากระยะไกล แต่ก็สร้างความแตกต่างและโดดเด่นไม่น้อย การปรับขนาดตัวถังให้มีความยาวตลอดคัน 5,280 มม. กว้าง 1,815 มม. และสูง 1,780 มม. พร้อมฐานล้อยาว 3,000 มม. และน้ำหนักที่เบาลงกว่ารุ่นเดิมถึง 20 กก. แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการปรับปรุงให้ Mitsubishi Triton มีความคล่องตัวและประหยัดน้ำมันมากขึ้น

หัวใจสำคัญ: การปฏิวัติวงการด้วยเครื่องยนต์คลีนดีเซล 4N15 MIVEC

หากรูปลักษณ์ภายนอกของ Mitsubishi Triton 2015 อาจเป็นที่ถกเถียงกันอยู่บ้าง แต่สิ่งที่ทำให้ผมในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ต้องยกนิ้วให้ และมั่นใจว่าจะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ รถกระบะ ของไทย คือ “เครื่องยนต์บล็อกใหม่ 4N15 MIVEC Clean Diesel”

ย้อนกลับไปในยุคนั้น การนำระบบวาล์วแปรผัน MIVEC ซึ่งเคยพบเห็นแต่ในเครื่องยนต์เบนซินของ Mitsubishi มาใส่ในเครื่องยนต์ดีเซลสำหรับรถกระบะ ถือเป็นการตัดสินใจที่กล้าหาญและล้ำหน้ามาก นับเป็น เทคโนโลยีรถยนต์ ที่พลิกโฉมความเชื่อเดิม ๆ เกี่ยวกับเครื่องยนต์ดีเซลอย่างแท้จริง

เครื่องยนต์ 4N15 เป็นผลงานชิ้นโบแดงที่ Mitsubishi Motors พัฒนามาตั้งแต่ปี 2006 โดยมีเป้าหมายคือการสร้าง เครื่องยนต์ดีเซล ที่สะอาดที่สุด เพื่อตอบสนองมาตรฐานมลภาวะที่เข้มงวดขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในยุโรป บล็อกเครื่องยนต์ทำจากอะลูมิเนียมอัลลอยด์ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดน้ำหนักให้เบาลง (ส่งผลให้รถโดยรวมเบาลงและประหยัดน้ำมันขึ้น) ยังช่วยในการระบายความร้อนได้ดีอีกด้วย

หัวใจของเทคโนโลยีนี้คือระบบวาล์วแปรผัน MIVEC ที่ฝั่งไอดี ผสานกับระบบ VG Turbo (Variable Geometry Turbo) ที่มาพร้อม Variable Diffuser ที่ปรับการทำงานได้ ทำให้เครื่องยนต์บล็อกนี้มีกำลังอัดสูงถึง 15.5:1 สร้างพละกำลังสูงสุด 181 แรงม้า ที่ 3,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตร ที่ 2,500 รอบต่อนาที ซึ่งถือว่าสูงมากสำหรับ เครื่องยนต์ดีเซล ในยุคนั้น และยังเหนือกว่าเครื่องยนต์ 4D56T High Output ตัวเดิมอย่างชัดเจน

สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดของเครื่องยนต์ 4N15 คือการส่งกำลังที่ราบรื่นและตอบสนองได้ทันใจราวกับเครื่องยนต์เบนซินไร้เทอร์โบ (N/A) แต่ยังคงไว้ซึ่งพละกำลังมหาศาลจากเทอร์โบชาร์จเจอร์ ปัญหาอาการ “รอรอบ” ของเทอร์โบที่มักเป็นจุดอ่อนของรถดีเซลในอดีต แทบไม่ปรากฏใน Triton คันนี้เลย ทำให้การขับขี่ในเมืองที่ต้องการความคล่องตัว หรือการเร่งแซงที่ต้องการแรงบิดฉับไว กลายเป็นเรื่องง่ายดาย และด้วยสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมนี้เอง จึงไม่น่าแปลกใจที่มันสามารถ “ปราบเกรียนบนถนน” ที่คิดว่าจะมาซ่ากับรถกระบะคันนี้ได้อย่างสบายๆ ดังคำที่ผมเคยกล่าวไว้

ผลจากการทดสอบในยุคนั้น ด้วยอัตราเร่ง 0-100 ก.ม./ช.ม. ที่ทำได้ดีที่สุดเพียง 10.01 วินาที และอัตราเร่ง 80-120 ก.ม./ช.ม. ที่ 6.9 วินาที ถือเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจสำหรับ รถกระบะ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่แท้จริงของ เครื่องยนต์ดีเซล บล็อกนี้ที่ผสาน เทคโนโลยีรถยนต์ เข้ามาได้อย่างลงตัว

ห้องโดยสารที่ “คุ้นเคย” แต่ยังคงตอบโจทย์

เมื่อเปิดประตูเข้าสู่ห้องโดยสารของ Mitsubishi Triton 2015 สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความพยายามในการออกแบบให้มีความเป็น “รถเก๋ง” มากขึ้น แต่ทว่ากลับมีการนำองค์ประกอบบางอย่างจากรถยนต์อีโคคาร์อย่าง Mitsubishi Mirage และ Attrage มาใช้ เช่น พวงมาลัยและปุ่มสตาร์ท ซึ่งในยุคนั้นก็เป็นอีกประเด็นที่สร้างความประหลาดใจและถกเถียงไม่น้อย ว่าการนำชิ้นส่วนจากรถอีโคคาร์มาใส่ใน รถกระบะ ที่มีราคาเกือบแตะล้านบาท จะเป็นที่ยอมรับได้หรือไม่

อย่างไรก็ตาม ในแง่ของการใช้งานจริง เบาะนั่งของ Triton ได้รับการออกแบบใหม่ให้นั่งสบายขึ้น ไม่นุ่มมากแต่ก็ไม่แข็งกระด้าง พนักพิงหลังกระชับพอดีตัว รวมถึงเบาะหลังยังคงรักษาจุดเด่นจากรุ่นเดิมที่ปรับองศาการเอนได้เล็กน้อยถึง 25 องศา ทำให้การเดินทางไกลของผู้โดยสารตอนหลังในรุ่น Double Cab เป็นไปอย่างผ่อนคลาย ไม่เมื่อยล้า และเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า พื้นที่วางขา พื้นที่เหนือศีรษะ และช่วงไหล่ก็เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ทำให้โดยรวมแล้วรู้สึกกว้างขวางและนั่งสบายขึ้นอย่างชัดเจน

ระบบอำนวยความสะดวกอย่าง ETACS (Electronic Time and Alarm Control System) ซึ่งรวบรวมฟังก์ชันเล็กๆ น้อยๆ เช่น ไฟส่องสว่างนำทาง ไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารที่หน่วงเวลา หรือระบบ KOS (Keyless Operation System) ก็ถูกติดตั้งมาให้ ทำให้การใช้งาน รถกระบะ คันนี้สะดวกสบายเทียบเท่า รถยนต์ประหยัดน้ำมัน รุ่นใหม่ๆ

ในฐานะที่ผมได้ขับขี่ Mitsubishi Triton 2015 ทั้งในเมืองและเดินทางไกล ต้องยอมรับว่าทัศนวิสัยในการขับขี่มีการปรับปรุงให้ดีขึ้นมาก โดยเฉพาะเบาะนั่งคนขับที่ออกแบบให้มองเห็นตำแหน่งหน้าสุดของฝากระโปรงได้ดีขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่และกะระยะได้ง่ายขึ้น

สมรรถนะการขับขี่ที่ “กล้าแตกต่าง” บนท้องถนน

หากรูปลักษณ์ภายนอกเป็นที่ถกเถียง การขับขี่คือสิ่งที่ Mitsubishi Triton 2015 ได้พิสูจน์ตัวเองอย่างแท้จริงว่า “เปลี่ยนทุกความเชื่อ” ได้อย่างไร

ความคล่องตัวเหนือชั้น: สิ่งหนึ่งที่ทำให้ Triton โดดเด่นมาโดยตลอดคือ “วงเลี้ยวที่แคบที่สุด” ในบรรดา รถกระบะ ซึ่งในรุ่นนี้ก็ยังคงรักษาจุดแข็งนี้ไว้ได้ ด้วยรัศมีวงเลี้ยวเพียง 5.9 เมตร ทำให้การขับขี่ในเมืองที่การจราจรหนาแน่น หรือการกลับรถในที่แคบ เป็นเรื่องง่ายดาย ระบบพวงมาลัยพาวเวอร์ยังได้รับการปรับตั้งใหม่ให้มีน้ำหนักกำลังดี ทั้งในความเร็วต่ำที่เบาสบาย และเพิ่มน้ำหนักขึ้นเล็กน้อยเมื่อใช้ความเร็วสูง ให้ความรู้สึกแม่นยำและตอบสนองได้ดีเยี่ยมราวกับพวงมาลัยรถเก๋ง ทำให้คนชอบ รถยนต์สมรรถนะสูง ต้องประทับใจ

ช่วงล่างระดับรถเก๋ง: ถึงแม้จะยังใช้ช่วงล่างด้านหน้าแบบปีกนกอิสระสองชั้น และด้านหลังแบบแหนบหลายแผ่นซ้อน พร้อมโช้คอัพไขว้ แต่การเซ็ตอัพของ ช่วงล่างรถกระบะ ใน Triton คันนี้กลับให้ความรู้สึกที่นุ่มนวลและมั่นคงราวกับ รถครอบครัว หรือรถเก๋งชั้นดี มันไม่ยวบยาบแต่ก็ไม่กระด้างจนเกินไป ผมเคยเปรียบเทียบความรู้สึกนี้ว่าคล้ายกับช่วงล่างของ Mitsubishi Lancer EX 2.0 ที่นุ่มแน่นหนึบ และยังให้ความมั่นใจในการเข้าโค้งที่ความเร็วสูง หรือแม้แต่การรูดผ่านหลุมบ่อและคอสะพานที่น่ากังวล การเก็บเสียงภายในห้องโดยสารก็ทำได้ดีเยี่ยม เสียงเครื่องยนต์และเสียงลมแทบไม่รบกวนในย่านความเร็วปกติ มีเพียงเสียงลมที่เริ่มเข้ามาเตือนใจเมื่อความเร็วทะลุ 140 ก.ม./ช.ม. ขึ้นไป

เกียร์ธรรมดา 6 สปีดที่ลงตัว: ในรุ่นเกียร์ธรรมดา ซึ่งผมได้มีโอกาสทดสอบอย่างละเอียด มีการเพิ่มจำนวนเกียร์เป็น 6 สปีด ชุดเกียร์ได้รับการออกแบบใหม่ โดยเฉพาะการใช้ฟลายวีลที่ช่วยลดแรงสั่นสะเทือน และซิงโครเมทเกียร์แบบ Triple Cone ในเกียร์ 1-3 ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์สั้นและกระชับ ให้ความรู้สึกสปอร์ตตั้งแต่การออกตัว ยิ่งทำให้ Triton 2015 เป็นกระบะที่ขับสนุกและมีเสน่ห์ไม่แพ้ รถยนต์สมรรถนะสูง ทั่วไป

จากการทดสอบอัตราสิ้นเปลืองในยุคนั้น แม้การขับขี่ในเมืองอาจจะไม่ได้โดดเด่นมากนัก (ราว 8.07 ก.ม./ลิตร ในสภาพการจราจรติดขัด) แต่เมื่อออกเดินทางไกล หรือขับขี่ภายใต้สภาวะที่เหมาะสม กลับทำตัวเลขได้น่าทึ่งถึง 16.2 ก.ม./ลิตร แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ รถยนต์ประหยัดน้ำมัน ที่ซ่อนอยู่ในคราบกระบะตัวลุยคันนี้ และในปัจจุบัน รถกระบะมือสอง รุ่นนี้ก็ยังคงเป็นที่ต้องการของตลาด เนื่องจากความทนทานและสมรรถนะที่ยังคงใช้งานได้ดี

มรดกของ “การเปลี่ยนทุกความเชื่อ” ในปี 2025

เมื่อมองย้อนกลับไปในวันนี้ปี 2025 Mitsubishi Triton 2015 ไม่ใช่เพียงแค่ รถกระบะ รุ่นหนึ่งที่เคยเปิดตัว แต่เป็นบทเรียนสำคัญที่ Mitsubishi กล้าที่จะ “เปลี่ยนทุกความเชื่อ” เกี่ยวกับรถกระบะ การนำเสนอ เครื่องยนต์ดีเซล เทคโนโลยี MIVEC ที่ล้ำหน้า ช่วงล่างที่ให้ความนุ่มนวลราวรถเก๋ง และพวงมาลัยที่คล่องตัว ทำให้มันเป็น รถยนต์สมรรถนะสูง ที่ใช้งานได้หลากหลาย เป็นได้ทั้งรถลุยสำหรับ รถออฟโรด รถทำงาน และ รถครอบครัว ที่เดินทางไกลได้อย่างสบาย

แม้การออกแบบภายนอกและภายในบางส่วนจะยังคงเป็นจุดที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ และในสายตาของบางคนอาจมองว่าเป็นการลดต้นทุนที่มากเกินไป โดยเฉพาะกระจังหน้าโครเมียม และพวงมาลัยที่ยกมาจากอีโคคาร์ ซึ่งผมเองก็ยังคงหวังว่าในอนาคต Mitsubishi จะกล้าที่จะสร้างสรรค์ดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและตอบโจทย์ความเป็น รถกระบะ ได้มากกว่านี้

แต่หากตัดเรื่องดีไซน์ที่ไม่ลงตัวบางอย่างออกไป Mitsubishi Triton 2015 คือ รถกระบะ ที่มี “สมรรถนะ” เป็นทีเด็ดอย่างแท้จริง เป็นรถที่พิสูจน์ให้เห็นว่า รถกระบะ ไม่จำเป็นต้องหยาบกระด้างเสมอไป แต่สามารถมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนาน สะดวกสบาย และประหยัดน้ำมันได้ในคันเดียว

ในยุคที่ รถกระบะมือสอง รุ่นนี้ยังคงมีให้เห็นบนท้องถนน และยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหา รถกระบะ ที่คุ้มค่าและมีสมรรถนะดีเยี่ยม Triton คันนี้ได้สร้างมาตรฐานใหม่และเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ผลิตรายอื่นต้องเร่งพัฒนาตาม ทำให้ตลาด รถกระบะ ในปัจจุบันมีทางเลือกที่หลากหลายและล้ำสมัยอย่างที่เราเห็นกันทุกวันนี้ มันคือบทพิสูจน์ว่า บางครั้ง การกล้าที่จะแตกต่าง ก็สามารถนำไปสู่การเป็นตำนานได้.

Previous Post

N1511019 การไม พอ อาจเจ บปวดน อยกว าการม อท ไม เคยสนใจเราเลย part2

Next Post

N1511002 เม อความท าทายค อแรงผล กด วใจแม งไม นหย ดส part2

Next Post
N1511002 เม อความท าทายค อแรงผล กด วใจแม งไม นหย ดส part2

N1511002 เม อความท าทายค อแรงผล กด วใจแม งไม นหย ดส part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1401081 การสอนล กท อการสอนด วยความจร part2
  • N1401085 ชายท เห นแก ได จนทำให แฟนเด อดร อน part2
  • N1401095 สาม เท าน นท วยค ณได part2
  • N1401089 บทเร ยนราคาแพงของคนข อวด part2
  • N1401093 รอยน ำตาใต รอยย มของยาย part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.