มหกรรมยานยนต์ 2010: เทคโนโลยีแห่งอนาคตและดีไซน์ที่สะกดทุกสายตา
ในปี 2010 นี้ งาน Motor Expo หรือ “มหกรรมยานยนต์” ครั้งที่ 27 ซึ่งจัดขึ้น ณ Challenger Hall ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคม ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากสาธารณชนและสื่อมวลชน การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่หลายรุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเผยโฉมเวอร์ชันต้นแบบ (Prototype) ครั้งแรกของโลกหลายคัน แม้จะยังไม่พร้อมจำหน่ายจริง ได้สร้างความตื่นเต้นและความคาดหวังให้กับวงการยานยนต์อย่างมหาศาล
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์กว่า 10 ปี ผมได้สัมผัสบรรยากาศของงานนี้อย่างใกล้ชิด การเดินสำรวจบูธต่างๆ พร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้ร่วมงาน เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่ผมชื่นชอบ การได้เห็นนวัตกรรมใหม่ๆ และดีไซน์ที่ล้ำสมัย คือแรงบันดาลใจในการทำงานของผมเสมอ
บทสรุปประสบการณ์ในงาน Motor Expo 2010
ปีนี้ งาน Motor Expo 2010 ที่เมืองทองธานี เป็นอีกครั้งที่ผมได้สัมผัสถึงพลวัตและความน่าตื่นเต้นของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย การได้เห็นเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่กำลังจะเข้ามาสู่ตลาด รวมถึงดีไซน์ที่ก้าวล้ำ ทำให้เรามองเห็นอนาคตของการเดินทางได้อย่างชัดเจน
BMW / MINI: การเปิดตัวที่น่าจับตามอง
บูธ BMW และ MINI เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของงาน ด้วยการนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ถึง 3 รุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ BMW 520d และ 525d ซึ่ง 525d นั้นมีราคาเปิดตัวที่ 4.4 ล้านบาท ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้เล็กน้อย
ส่วน MINI Countryman ก็ยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง ด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์และขนาดที่เหมาะกับการใช้งานในเมือง ทำให้เป็นที่หมายปองของหลายๆ คน
Chevrolet: ก้าวสำคัญสู่ตลาด ECO CAR
Chevrolet ได้แสดงศักยภาพในการแข่งขันด้วยการเปิดตัวรถยนต์รุ่นต่างๆ อย่างครบครัน ตั้งแต่รุ่นพื้นฐาน LS, LT ไปจนถึง LTZ ของ Cruze และที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือการเปิดตัว Chevrolet Aveo CNG ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของตลาดรถยนต์ประหยัดพลังงานที่เน้นความคุ้มค่าและความประหยัดสูงสุด การเข้ามาของ Aveo CNG แสดงให้เห็นว่า Chevrolet กำลังเข้าใจตลาดไทยได้ดียิ่งขึ้น
Citroën: สไตล์อันโดดเด่นด้วย DS3
การกลับมาของ Citroën ภายใต้การบริหารของ DAD (ดูแล Audi/MTM, Citroën และรถยนต์จากจีน) ในครั้งนี้ ได้นำเสนอ Citroën DS3 ซึ่งเป็นรถยนต์ที่มีดีไซน์สวยงามโดดเด่นและน่าใช้งานอย่างยิ่ง ด้วยเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร ราคา 1.495 ล้านบาท DS3 เปรียบเสมือนการตอบโจทย์ของ Citroën ที่ต้องการสร้างรถเพื่อแข่งขันกับ MINI ซึ่งถือเป็นการกลับมาของดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Citroën ได้อย่างแท้จริง
FIAT: ความคลาสสิกที่ไม่เคยเลือนหาย
FIAT ยังคงรักษาเสน่ห์ความคลาสสิกด้วย FIAT 500 เป็นสินค้าหลักในการทำตลาด โดยปีนี้ได้มีการนำเครื่องยนต์ดีเซลเข้ามาเสริม ทำให้ FIAT 500 มีทางเลือกที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น
Ford: Fiesta ยังคงเป็นดาวเด่น
Ford Fiesta ยังคงเป็นรถยนต์ที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องบนเวที Motor Expo ปีนี้ ด้วยพื้นที่บูธที่ใหญ่ขึ้น ทำให้ Ford สามารถจัดแสดงรถยนต์ได้หลากหลายรุ่น แต่ยังคงไร้วี่แววของกระบะรุ่นใหม่ที่คาดว่าจะเปิดตัวในปีหน้า
Honda: Brio World Premier สร้างปรากฏการณ์
Honda Brio กลายเป็นดาวเด่นที่ส่องประกายที่สุดในงานนี้ ด้วยการเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกของโลก (World Premier) ในฐานะรถยนต์ในกลุ่ม Sub-B-Segment หรือ A-Segment ที่เน้นความประหยัดภายใต้โครงการ ECO Car ของรัฐบาล การเปิดตัวในเดือนมีนาคม 2011 ด้วยราคาเริ่มต้น 400,000 บาท แสดงให้เห็นถึงความจริงจังของ Honda ในการรุกตลาดรถยนต์ขนาดเล็ก
Hyundai: Grand Starex ยืนยันความแข็งแกร่ง
Hyundai นำเสนอ Grand Starex ซึ่งเป็นรถตู้ที่เพิ่งเปิดตัวไปก่อนหน้านี้ เป็นรุ่นหลักในการจัดแสดง พร้อมกับรถต้นแบบ i-Blue ที่สร้างความน่าสนใจให้กับบูธ
Isuzu: D-Max X-Series เจาะกลุ่มวัยรุ่น
Isuzu พลิกภาพลักษณ์จากเดิม มาเน้นที่ D-Max X-Series เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นและผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้งโดยเฉพาะ การรอคอย D-Max รุ่นต่อไปในปี 2011 ภายใต้รหัสโครงการ RT-50 ยังคงเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายจับตามอง
Land Rover: SUV อเนกประสงค์เต็มพิกัด
Land Rover ได้รับพื้นที่บูธขนาดใหญ่ ทำให้สามารถนำรถ SUV มาจัดแสดงได้อย่างเต็มที่ British Motor ผู้นำเข้าและจำหน่าย Land Rover ได้ขนรถรุ่นต่างๆ มาโชว์อย่างจุใจ
LEXUS: CT200h Hybrid ประเดิมตลาด
LEXUS สร้างความเซอร์ไพรส์ด้วยการนำ CT200h ซึ่งเป็นรถยนต์ Hybrid มาจัดแสดง แม้จะมีขนาดค่อนข้างเล็ก แต่ด้วยเทคโนโลยี Hybrid และราคาที่คาดว่าจะเริ่มต้นเพียง 2.2 ล้านบาท ทำให้ CT200h เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ที่ประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
Mazda: Ryuga ต้นแบบ และ Mazda 2 Navi
Mazda นำรถต้นแบบ Ryuga มาจัดแสดง พร้อมด้วยรถตกแต่งพิเศษจาก คุณพีท ทองเจือ และ Mazda 2 Navi ที่มาพร้อมระบบนำทาง GPS จากโรงงาน การถ่ายทำรายการ The Coup Channel ในบูธ Mazda ก็สร้างสีสันและความสนุกสนานให้กับผู้ร่วมงาน
Mercedes-Benz: E250 CGI Blue Efficiency T-Model และ R-Class Minorchange
Mercedes-Benz นำเสนอ E250 CGI Blue Efficiency T-Model ซึ่งเป็นตัวถัง Station Wagon ของ E-Class ใหม่ อย่างเป็นทางการ พร้อมด้วย R-Class Minorchange และรถตู้ Vito รุ่นต่างๆ การจัดบูธในรูปแบบโชว์รูมจำลองของ Mercedes-Benz Thailand ก็ได้รับคำชมเชย
Mitsubishi Motors: i-MiEV Sport และ Lancer EX สีเหลือง
Mitsubishi Motors นำ i-MiEV Sport รถต้นแบบพลังงานไฟฟ้า มาจัดแสดง พร้อมด้วย Lancer EX ที่มาพร้อมการตกแต่งพิเศษด้วยสีเหลือง-ดำ สร้างความโดดเด่นและดึงดูดสายตา นอกจากนี้ Lancer CNG และ Triton CNG ยังคงทำยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง
Nissan: March Autech และ X-Trail รุ่นพิเศษ
Nissan นำเสนอ March Autech ชุดแต่งสไตล์สปอร์ต และ X-Trail รุ่นย่อยพิเศษ รวมถึง Navara Minorchange ที่มีการตกแต่งภายในด้วยสีดำ สำหรับปีหน้า Nissan เตรียมยกทัพรถยนต์รุ่นใหม่มาเขย่าตลาดอย่างแน่นอน
Peugeot: RCZ สปอร์ตคูเป้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ
Peugeot เปิดตัว RCZ สปอร์ตคูเป้ ดีไซน์ดุดัน เครื่องยนต์ 1.6 ลิตร Turbo 156 แรงม้า ราคา 2.95 ล้านบาท และรุ่น 200 แรงม้า เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ในราคา 3.1 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมี 207 CC Sport ที่ใช้เครื่องยนต์เดียวกับ MINI Cooper มาจำหน่ายด้วย
Proton: Saga Minorchange เปิดตัวครั้งแรกในโลก
Proton เปิดตัว Saga รุ่น Minorchange ครั้งแรกของโลกในงานนี้ ด้วยเครื่องยนต์ Campro 1.3 ลิตร ราคาใกล้เคียงกับ Savvy แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Proton ในการขยายตลาดในประเทศไทย
RUF: สุขภาพของความแรง
RUF กลับมาอีกครั้ง สร้างความฮือฮาให้กับนักนิยมความแรงในไทย ด้วยการนำรถยนต์โมดิฟายด์บนพื้นฐาน Porsche มาจัดแสดง แม้จะเข้าถึงได้ยากเนื่องจากผู้คนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก แต่ก็สะท้อนถึงความต้องการรถยนต์สมรรถนะสูงในตลาด
Ssangyong: Korando โฉมใหม่ ดีไซน์ล้ำสมัย
Ssangyong นำ Korando โฉมใหม่มาจัดแสดง ซึ่งพลิกโฉมจากรุ่นเดิมอย่างสิ้นเชิง ด้วยดีไซน์ที่สวยงามและทันสมัย ทำให้ Korando เป็นรถที่น่าจับตามอง
Subaru: Impreza WRX A-Spec และพริตตี้สุดฮอต
Subaru เปิดตัว Impreza WRX A-Spec เกียร์อัตโนมัติ พร้อมพริตตี้สาวสวยที่สร้างสีสันให้กับบูธอย่างมาก
Suzuki: SX4 และ ECO Car ที่จะมาในปี 2012
Suzuki นำเสนอ SX4 ประกอบอินโดนีเซีย ในราคา 799,000 บาท ส่วน ECO Car รุ่นใหม่จะมาพบกับตลาดในปี 2012
TATA MOTORS: Indica EV ต้นแบบพลังงานไฟฟ้า
TATA MOTORS นำ Indica EV รถต้นแบบพลังงานไฟฟ้า มาจัดแสดง พร้อมเตรียมทำตลาด Nano ในประเทศไทย
TOYOTA: Prius Hybrid ตัวขายหลัก
TOYOTA นำ Prius Hybrid มาจัดแสดงจำนวนมาก ถือเป็นตัวขายหลักประจำปีนี้ หลังจากเพิ่งเปิดตัวไปได้ไม่นาน Prius Hybrid เป็นรถยนต์ Hybrid รุ่นที่ 2 ที่ประกอบในประเทศไทย
VOLVO: XC60 D3 CKD และ S60 ใหม่
VOLVO เปิดตัว XC60 D3 CKD และ S60 ใหม่ 2.0T ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม บูธ Volvo มีรถรุ่นใหม่ๆ มาจัดแสดงจำนวนมาก
Volkswagen: Golf GTI และ Scirocco ดึงดูดใจ
Volkswagen ยังคงเน้นทำตลาดรถยนต์รุ่นเดิม โดย Golf GTI และ Scirocco เป็นรุ่นที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ
Super Car: Gray Market คึกคัก
ปีนี้ ตลาด Super Car นำเข้าอิสระ (Gray Market) คึกคักเป็นพิเศษ โดยมีรถยนต์หรูอย่าง Ferrari California มาจัดแสดง
ภาพรวมของ Motor Expo 2010
โดยรวมแล้ว งาน Motor Expo 2010 ไม่ได้กร่อยอย่างที่หลายคนคาดการณ์ไว้ กลับกัน มีรถยนต์รุ่นใหม่และเทคโนโลยีที่น่าสนใจมากมาย การที่ค่ายรถต่างๆ หันมาให้ความสำคัญกับรถยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
งานมหกรรมยานยนต์ครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคม 2010 ที่ Challenger Hall IMPACT เมืองทองธานี เป็นงานส่งท้ายปีที่คนรักรถไม่ควรพลาด หากคุณกำลังมองหารถยนต์คันใหม่ นี่คือโอกาสที่ดีที่สุดในการเปรียบเทียบรุ่นและตัดสินใจ
Mercedes-Benz B-Class: การเดินทางสู่การค้นพบที่เหนือความคาดหมาย
หลายครั้งที่การตัดสินใจของเราขึ้นอยู่กับภาพลักษณ์แรกเห็น และบางครั้งสิ่งนั้นก็นำพาเราไปสู่ความผิดพลาด วันนี้ ผมอยากจะแบ่งปันประสบการณ์กับการทดลองขับ Mercedes-Benz B-Class B200 Blue Efficiency รถยนต์ที่ผมเคยมีอคติ แต่กลับมอบประสบการณ์ที่น่าประหลาดใจอย่างยิ่ง
จุดเริ่มต้นของความสงสัย
ครั้งแรกที่ผมพบ B-Class ในงาน Bangkok International Motor Show 2012 แม้จะนั่งดูในรถ B-Class สีแดงสด แต่ผมกลับรู้สึกเฉยๆ คิดว่าคงไม่มีอะไรน่าสนใจมากนัก แต่ 4 เดือนต่อมา โชคชะตาก็ةำให้นำพาผมมาพบกับรถคันนี้อีกครั้ง ในรูปแบบของการยืมรถมาทำรีวิว
จากสปอร์ตคูเป้ สู่รถครอบครัว
การเปลี่ยนจากการคาดหวังที่จะทดลองขับ SLK สู่การได้รับ B-Class มาครอบครองนั้น เหมือนกับการเปลี่ยนอารมณ์อย่างสุดขั้ว จากรถสปอร์ตเปิดประทุน 2 ที่นั่ง สู่รถ MPV 5 ที่นั่ง ขับเคลื่อนล้อหน้า แต่สมองอีกซีกกลับบอกว่า “นี่คือโอกาสทองที่จะได้สัมผัส Mercedes-Benz ขับเคลื่อนล้อหน้า ที่หาไม่ได้บ่อยนัก!”
B-Class: ความแปลกประหลาดที่ลงตัว?
สิ่งที่ทำให้ B-Class B200 Blue Efficiency โดดเด่นคือความ “แปลก” ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว รถยนต์คันนี้มีขนาดตัวที่ดูใหญ่ แต่ภายในกลับกว้างขวาง แรงก็มีให้ใช้งาน และประหยัดน้ำมันอย่างน่าทึ่ง ในราคา 2,490,000 บาท ซึ่งใกล้เคียงกับ C-Class ที่ผลิตในประเทศ คำถามที่ตามมาคือ “มันคุ้มค่าพอที่จะเปิดใจยอมรับหรือไม่?”
ประวัติศาสตร์การกำเนิดของ B-Class
เพื่อทำความเข้าใจ B-Class อย่างแท้จริง เราต้องย้อนกลับไปในช่วงกลางทศวรรษ 1990 เมื่อ Mercedes-Benz มีแนวคิดที่จะขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ให้หลากหลายมากขึ้น นอกเหนือจากรถสปอร์ต รถคูเป้ และ SUV พวกเขาต้องการสร้างรถ MPV ที่มีบุคลิกของรถเก๋ง Sedan และ Station Wagon ผสมผสานกัน
หลังจาก A-Class เปิดตัวในปี 1997 บนโครงสร้างขับเคลื่อนล้อหน้าแบบ Sandwich Platform สื่อมวลชนต่างคาดเดาว่าจะมีรถยนต์จากโครงสร้างเดียวกันตามมา และพวกเขาก็คิดถูก แต่กว่าที่ Mercedes-Benz จะมั่นใจในการผลิต B-Class ออกสู่ตลาด ก็ต้องรอจนถึงปี 2005
B-Class ถูกนิยามว่าเป็น “Compact Sport Tourer” ไม่ใช่ Minivan เพื่อตอกย้ำความแตกต่าง ด้วยสโลแกน “The Mercedes-Benz, unlike any other” มันไม่เหมือนรถรุ่นใดที่ Mercedes-Benz เคยสร้างมาก่อน มี 5 ที่นั่ง ปรับเบาะได้หลากหลาย ตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่และผู้เกษียณ แต่แม้จะมียอดขายสะสมถึง 700,000 คัน ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรในแง่ของการเป็นตัวเลือกแรกๆ ในใจลูกค้า
การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ใน B-Class รุ่นที่ 2 (W246)
เมื่อถึงเวลาที่ต้องพัฒนา B-Class รุ่นที่ 2 (W246) ทีมออกแบบและวิศวกรจึงต้องผ่าตัดเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพื่อสร้างความแตกต่างจาก A-Class ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยใช้พื้นฐานของแพลตฟอร์ม MFA (Mercedes-Benz Front-wheel-drive Architecture) ร่วมกับ A-Class รุ่นใหม่
Dr. Thomas Weber กล่าวว่า “ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ของ Mercedes-Benz ไม่เคยมีรถยนต์รุ่นเปลี่ยนโฉมใหม่ทั้งคันรุ่นใดที่อัดแน่นไปด้วยพัฒนาการใหม่ๆ มากมายเท่านี้มาก่อน”
ทีมออกแบบภายใต้การดูแลของ Professor h.c. Gorden Wagener ได้สร้างสรรค์เส้นสายที่โฉบเฉี่ยวและลู่ลมมากขึ้น ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศ (Cd) ที่ 0.26 ถือเป็นสถิติที่ดีที่สุดสำหรับรถ Minivan 5 ประตู ที่ผลิตเพื่อจำหน่ายจริง
Mercedes-Benz ทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อการผลิต B-Class รุ่นที่ 2 นี้ โดยหวังว่ายอดขายจะทะลุ 1.5 ล้านคันภายในปี 2015
การเปิดตัวในระดับโลกและตลาดไทย
B-Class W246 เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกของโลกที่งาน Frankfurt Motor Show ในวันที่ 30 สิงหาคม 2011 และเริ่มส่งมอบในยุโรปเดือนพฤศจิกายน 2011 สำหรับในประเทศไทย Mercedes-Benz Thailand ได้นำเข้า B200 Blue Efficiency เกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ มาจำหน่ายในเดือนมีนาคม 2012 ซึ่งถือว่ารวดเร็วมาก หากพิจารณาถึงขั้นตอนการนำเข้าและการขออนุญาตต่างๆ
ดีไซน์ภายนอก: เส้นสายที่คุ้นเคย แต่มีความสดใหม่
B-Class ใหม่ มีความยาว 4,359 มม. กว้าง 1,785 มม. สูง 1,557 มม. ระยะฐานล้อ 2,699 มม. แม้จะดูคล้ายรุ่นเดิม แต่การออกแบบให้ด้านหน้ายาวขึ้น เส้นสายจากฝากระโปรงหน้าจรดหลังคา และเส้นด้านข้างตัวถังที่เฉียงขึ้น เพิ่มความรู้สึก Dynamic กระจังหน้าสีเงิน 2 ชั้น ไฟหน้า Bi-Xenon พร้อม Daytime Running Light แบบ LED และไฟท้าย LED ล้วนสะท้อนถึงความใส่ใจในรายละเอียด
การเข้า-ออกและความสะดวกสบาย
การเข้า-ออกจากรถทำได้สะดวกสบาย ด้วยตำแหน่งเบาะนั่งที่สูงคล้าย SUV แผงประตูด้านข้างมีช่องเก็บของเพียงพอ และตำแหน่งวางแขนที่ออกแบบมาอย่างดี กาบบันไดข้างสลักชื่อยี่ห้อเพิ่มความหรูหรา
ภายในห้องโดยสาร: ความลงตัวระหว่างความหรูและความอเนกประสงค์
เบาะนั่งหุ้มหนัง ARTIGO ปรับไฟฟ้าพร้อม Memory สำหรับเบาะหน้า การปรับตำแหน่งที่ลงตัวอาจต้องใช้เวลา แต่เมื่อได้ตำแหน่งที่เหมาะสมแล้ว จะรู้สึกสบาย ไม่ปวดหลัง ด้วยเบาะรองนั่งที่รับช่วงขาได้ดี และพนักพิงที่รองรับสรีระได้พอสมควร
พื้นที่เหนือศีรษะโปร่งสบาย เข็มขัดนิรภัยปรับระดับสูง-ต่ำได้
เบาะหลัง: ความสะดวกสบายสำหรับทุกคน
บานประตูคู่หลังกว้าง ทำให้การเข้า-ออกเบาะหลังทำได้สบาย ไม่มีปัญหา หัวไม่โขกหลังคา แผงประตูด้านข้างมีช่องเก็บของเล็กน้อย
เบาะหลังอาจจะดูแน่นไปสักหน่อย และเบาะรองนั่งสั้นกว่ารถญี่ปุ่นทั่วไป แต่พื้นที่เหนือศีรษะและพื้นที่วางขาก็ยังคงความโปร่งสบาย เข็มขัดนิรภัย 3 จุดทุกที่นั่ง พร้อมช่องเสียบปลั๊กไฟ 12V
เบาะหลังสามารถพับได้ในอัตราส่วน 60:40 เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ
พื้นที่เก็บสัมภาระ: ความจุที่น่าประทับใจ
พื้นที่เก็บสัมภาระมีขนาด 486 ลิตร (VDA) และเพิ่มได้ถึง 1,545 ลิตร เมื่อพับเบาะหลังลง ยางอะไหล่ถูกแทนที่ด้วยชุดปะยาง
แผงหน้าปัดและระบบความบันเทิง: สไตล์ Mercedes-Benz
แผงหน้าปัดเน้นการใช้งานง่าย หน้าจอ Monitor แบบตายตัว ช่องแอร์ทรงกลมสไตล์รถเมล์ปรับอากาศ 5 ชิ้น เพิ่มความสปอร์ต พวงมาลัย 3 ก้าน หุ้มหนัง พร้อมสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงและหน้าจอ MID แป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shift
จุดที่น่าสังเกตคือคันเกียร์ไฟฟ้าบนคอพวงมาลัย ที่อาจทำให้เกิดความสับสนกับก้านไฟเลี้ยวได้ในครั้งแรก
ระบบเครื่องเสียง MB Audio20 พร้อมวิทยุ AM/FM, CD/MP3/WMA 1 แผ่น, AUX และ USB การควบคุมผ่านสวิตช์เครื่องเสียงและ COMMAND ยังคงต้องละสายตาจากการขับขี่บ้าง
ระบบความปลอดภัย: ครบครันตามมาตรฐาน Mercedes-Benz
B-Class มาพร้อมระบบความปลอดภัยครบครัน ทั้ง ESP, ABS, BAS, ASR, ระบบเตือนผ้าเบรกใกล้หมด, ระบบเตือนแรงดันลมยาง, Hill Start Assist, Adaptive Brake Light และระบบ PRE-SAFE ซึ่งทำงานในเสี้ยววินาทีเพื่อปกป้องผู้โดยสาร
สมรรถนะและการทดลองขับ: เกินกว่าที่คาดคิด
B200 Blue Efficiency ใช้เครื่องยนต์ 1.6 ลิตร Turbo 156 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ 7G-DCT
การทดสอบอัตราเร่ง:
0-100 กม./ชม.: เฉลี่ย 9.58 วินาที
80-120 กม./ชม.: เฉลี่ย 7.42 วินาที
ตัวเลขเหล่านี้เหนือความคาดหมายสำหรับรถยนต์ทรง MPV แสดงให้เห็นถึงความสนุกในการขับขี่ โดยเฉพาะในช่วงรอบเครื่องยนต์ 3,000 – 5,000 รอบ/นาที
การทดลองหาอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง:
ระยะทาง: 93.0 กิโลเมตร
น้ำมันเติมกลับ: 5.70 ลิตร
อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย: 16.31 กิโลเมตร/ลิตร
ตัวเลขที่น่าทึ่งนี้ แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของเทคโนโลยี Blue Efficiency และการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์
ช่วงล่างและการควบคุม:
ช่วงล่างเซ็ตมาในแนว Comfort นุ่มแน่นหนึบ ขับสบาย แต่ยังคงมั่นใจในการเข้าโค้ง พวงมาลัยตอบสนองไว คล่องตัวในการขับขี่ในเมือง และให้ความมั่นใจที่ความเร็วสูง
ข้อเสนอแนะเพื่อการปรับปรุง:
คันเกียร์: ควรกลับไปใช้คันเกียร์อัตโนมัติแบบปกติ เพื่อลดความสับสน
เบาะหลัง: ควรเพิ่มความยาวของเบาะรองนั่ง เพื่อความสบายของผู้โดยสาร
การเก็บเสียง: ควรเพิ่มวัสดุซับเสียงบริเวณซุ้มล้อหลัง
อัตราเร่ง: ควรปรับปรุงการบูสต์ของ Turbo ในช่วงรอบต้น
ออพชัน: ควรติดตั้งระบบนำทาง Navigation System และ COMMAND ONLINE
สรุป: รถยนต์ที่น่าประหลาดใจเกินคาด
Mercedes-Benz B-Class B200 Blue Efficiency เป็นรถยนต์ที่ท้าทายการตัดสินใจจากภาพลักษณ์ภายนอกอย่างแท้จริง ด้วยสมรรถนะที่น่าประทับใจ ความประหยัดน้ำมันที่เหนือความคาดหมาย และความสบายในการขับขี่ ทำให้รถคันนี้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับครอบครัวยุคใหม่ที่มองหารถยนต์ Benz ที่แตกต่างและใช้งานได้หลากหลาย
หากคุณเป็นคนเปิดกว้าง พร้อมที่จะค้นพบสิ่งใหม่ๆ และมองหารถยนต์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย Mercedes-Benz B-Class อาจเป็นคำตอบที่คุณกำลังมองหา
สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือความคาดหมายได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูม Mercedes-Benz ใกล้บ้านคุณ!

