BYD Song พุ่งแรงแซง Tesla Model Y ขึ้นแท่นผู้นำยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าจีน, Motor Show 2025 สะท้อนเทรนด์ EV มาแรงในไทย
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงของตลาดรถยนต์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกระแสยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่กำลังพลิกโฉมอุตสาหกรรมทั่วโลก และเดือนพฤศจิกายน 2568 ได้ตอกย้ำถึงความร้อนแรงนี้อีกครั้ง เมื่อ BYD Song รถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีน สามารถทะยานขึ้นสู่อันดับหนึ่งในตลาดจีน ด้วยยอดขายที่น่าประทับใจถึง 56,000 คัน แซงหน้าคู่แข่งสำคัญอย่าง Tesla Model Y ซึ่งทำยอดขายไป 55,000 คัน ข้อมูลจากสมาคมผู้ผลิตรถยนต์แห่งประเทศจีนเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม เผยให้เห็นภาพรวมที่น่าสนใจของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจีน (NEV) ที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ภาพรวมตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจีน (NEV) พฤศจิกายน 2568
ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าแบบขายส่งในเดือนพฤศจิกายน 2568 อยู่ที่ 1.706 ล้านคัน เพิ่มขึ้นถึง 18.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และเติบโต 5.8% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า สะท้อนถึงกำลังซื้อที่แข็งแกร่งและความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่ยอดขายปลีกอยู่ที่ 1.321 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 4.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และ 3.0% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคมีความมั่นใจในการเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นเรื่อยๆ
อัตราการเจาะตลาดของรถยนต์ไฟฟ้าในตลาดรถยนต์ค้าปลีกโดยรวมอยู่ที่ 59.3% ซึ่งสูงขึ้นถึง 7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นี่คือตัวเลขที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เพราะบ่งชี้ว่ารถยนต์ไฟฟ้าได้กลายเป็นทางเลือกหลักของผู้บริโภคชาวจีนส่วนใหญ่แล้ว
10 อันดับรถยนต์ไฟฟ้าขายดีในจีน พฤศจิกายน 2568: EV ครองตลาดอย่างสมบูรณ์
สิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือ ในบรรดารถยนต์ 10 รุ่นที่ขายดีที่สุดในเดือนพฤศจิกายนนั้น รถยนต์ไฟฟ้าครองไปถึง 9 รุ่น! นี่คือข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าได้มาถึงจุดที่ไม่อาจหวนกลับได้อีกแล้ว นอกเหนือจาก BYD Song และ Tesla Model Y แล้ว เรายังได้เห็นผู้เล่นหน้าใหม่ที่น่าจับตามองอย่าง Xiaomi YU7 ซึ่งทำยอดขายได้ทะลุ 33,000 คัน นับเป็นครั้งแรกที่รถ SUV รุ่นแรกของ Xiaomi สามารถติดอันดับ Top 10 ได้สำเร็จ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันของแบรนด์เทคโนโลยีที่ก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมยานยนต์
การแบ่งส่วนแบ่งตลาด: แบรนด์จีนผงาด, แบรนด์เกิดใหม่เติบโต, แบรนด์เก่าต้องปรับตัว
เมื่อพิจารณาการแบ่งส่วนแบ่งตลาดค้าปลีกรถยนต์ไฟฟ้าในเดือนพฤศจิกายน 2568 พบว่า:
แบรนด์ในประเทศ: ยังคงครองส่วนแบ่งการตลาดส่วนใหญ่ แต่มีแนวโน้มลดลงเล็กน้อย (-5.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า) ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากผู้เล่นรายอื่น
แบรนด์เกิดใหม่ (Xiaopeng, Leap Motor, Xiaomi): มีการเติบโตที่น่าประทับใจ กวาดส่วนแบ่งตลาดไปถึง 22.1% เพิ่มขึ้นถึง 5.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นี่คือกลุ่มที่แสดงให้เห็นถึงนวัตกรรมและความคล่องตัวในการตอบสนองต่อความต้องการของตลาด
Tesla: ยังคงเป็นผู้เล่นหลัก แต่ส่วนแบ่งตลาดลดลงเล็กน้อย (-0.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า) โดยอยู่ที่ 5.5%
กิจการร่วมค้าหลัก: มีส่วนแบ่งตลาดที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด (-0.14% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า) อยู่ที่ 3.2% บ่งชี้ว่าโมเดลธุรกิจแบบเดิมอาจต้องเผชิญกับความท้าทายมากขึ้น
Motor Show 2025: เวทีสะท้อนความร้อนแรงของ EV ในประเทศไทย
ขณะเดียวกัน ในบ้านเรา งาน Bangkok International Motor Show 2025 ครั้งที่ 46 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 มีนาคม ถึง 6 เมษายน 2568 ได้สะท้อนภาพความเปลี่ยนแปลงของตลาดรถยนต์ไทยได้อย่างชัดเจน ยอดจองรวมทั้งสิ้นกว่า 77,379 คัน บ่งบอกถึงความคึกคักของตลาด และที่น่าจับตามองที่สุดคือการผงาดขึ้นของแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจากจีน
BYD กลายเป็นแบรนด์ที่มียอดจองสูงสุดในงานนี้ ด้วยยอดจองถึง 10,353 คัน ทิ้งห่างอันดับสองอย่าง Toyota ที่ทำได้ 9,819 คัน การที่ BYD สามารถคว้าอันดับ 1 ไปได้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จในการทำตลาดและผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทย โดยเฉพาะรุ่น BYD Dolphin ที่ลดราคาลงมามากถึง 1 แสนบาท ทำให้มียอดจองสูงถึง 4,014 คัน คิดเป็น 38.8% ของยอดจองทั้งหมดของแบรนด์ ซึ่งราคาเริ่มต้นที่ 499,000 บาท ทำให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้นมาก
อันดับ 3 ตกเป็นของ GAC (AION/HYPTEC) อีกหนึ่งแบรนด์จากจีนที่มาแรงไม่แพ้กัน ด้วยยอดจอง 7,018 คัน โดยเฉพาะรุ่น AION UT ที่ทำราคาแข่งขันกับ BYD Dolphin ได้อย่างสูสี และมียอดจองถึง 4,568 คัน
10 อันดับยอดจอง Motor Show 2025: EV จีนครองพื้นที่
BYD: 10,353 คัน
Toyota: 9,819 คัน
GAC (AION/HYPTEC): 7,018 คัน
ChangAn (Deepal/AVATR): 6,589 คัน
Honda: 5,948 คัน
MG: 5,910 คัน
GWM: 4,959 คัน
Mitsubishi: 4,398 คัน
Nissan: 3,139 คัน
Isuzu: 2,989 คัน
ข้อมูลจาก Motor Show 2025 ชี้ให้เห็นว่า ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะจากประเทศจีน กำลังขับเคลื่อนตลาดอย่างมีนัยสำคัญ และเป็นที่น่าจับตามองต่อไปในอนาคต
รถเก๋งน่าใช้ 2025: เทรนด์ไหนที่ผู้บริโภคไทยมองหา?
ในขณะที่ตลาด EV กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด รถยนต์นั่งหรือรถเก๋งแบบดั้งเดิมก็ยังคงมีบทบาทสำคัญในตลาดไทยเสมอมา จากการวิเคราะห์ของผมและข้อมูลล่าสุดในปี 2568 รถเก๋งที่ได้รับความนิยมยังคงมีตัวเลือกที่หลากหลาย ตั้งแต่รถยนต์ขนาดเล็กที่เน้นความประหยัด ไปจนถึงรถยนต์นั่งขนาดใหญ่ที่ให้ความสะดวกสบายและสมรรถนะสูง
Honda Civic: ความสปอร์ตที่ลงตัวและเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง
Honda Civic ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่มองหารถเก๋งที่สมดุลระหว่างดีไซน์สปอร์ตและความหรูหรา เจเนอเรชันล่าสุดมีการปรับปรุงรูปลักษณ์ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น พร้อมเทคโนโลยี Roof Braze ที่ช่วยให้ตัวถังมีความสวยงามและเฉียบคม นอกจากนี้ การเปิดตัวรุ่น Minorchange ในปี 2567 ยังเสริมด้วยออปชันที่น่าสนใจยิ่งขึ้น
มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ: “Civic ใหม่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น การเก็บเสียงยอดเยี่ยม เบาะนั่งสบาย ช่วงล่างถูกปรับปรุงใหม่ให้นุ่มนวลแต่ยังคงความมั่นคง เกาะถนนได้ดี ให้ความรู้สึกสปอร์ตเมื่อเร่งเครื่อง และที่สำคัญคืออัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่เหมาะสมกับสมรรถนะ ระบบความปลอดภัยก็ไว้ใจได้ เป็นรถเก๋งที่สมบูรณ์แบบอีกรุ่นหนึ่ง”
ราคา: รุ่น Minorchange 1.5 Turbo EL+ เริ่มต้นที่ 1,039,000 บาท, รุ่น e:HEV EL+ ราคา 1,099,000 บาท, และรุ่น e:HEV RS ราคา 1,239,000 บาท
ตลาดมือสอง: Honda Civic มือสอง เป็นที่ต้องการสูง โดยเฉพาะรุ่น FC ที่มีให้เลือกหลากหลาย
Honda City: ความคุ้มค่าและประหยัดน้ำมันสำหรับชีวิตในเมือง
Honda City ยังคงเป็นตัวเลือกที่แข็งแกร่งในกลุ่มรถยนต์นั่งขนาดเล็ก (Eco Car) ด้วยการปรับปรุงประสิทธิภาพการขับขี่และประหยัดน้ำมันให้ดียิ่งขึ้น ล่าสุดมีรุ่นไฮบริดเข้ามาเสริมทัพ ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการความประหยัดสูงสุด ดีไซน์ภายนอกดูทันสมัยและสมส่วน ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง
มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ: “สมรรถนะการขับขี่ดีเกินคาด ไม่รู้สึกเหมือนขับ Eco Car เลย คล่องตัวในการใช้งานในเมือง การเร่งแซงทันใจ น้ำหนักพวงมาลัยกำลังดี ช่วงล่างนุ่มสบาย การแจ้งเตือนเปลี่ยนน้ำมันเครื่องบนหน้าปัดก็เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น”
ราคา: รุ่น S ราคา 599,000 บาท ไปจนถึงรุ่น e:HEV RS ราคา 799,000 บาท
ตลาดมือสอง: Honda City มือสอง ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง
Honda Accord: ความหรูหรา สมรรถนะ และเทคโนโลยีเพื่อการเดินทางไกล
Honda Accord รถเก๋ง D-Segment ที่ครองใจคนไทยมายาวนาน โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่หรูหราขึ้นในรุ่นใหม่ และทุกรุ่นย่อยมาพร้อมระบบไฮบริด ทำให้เป็นรถยนต์ที่ประหยัดน้ำมันอย่างมีประสิทธิภาพ ระบบความปลอดภัยล้ำสมัย เช่น ระบบรักษาช่องทางเดินรถ, ระบบควบคุมความเร็วแปรผัน จนถึงจุดหยุดนิ่ง (Adaptive Cruise Control)
มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ: “สำหรับคนที่ชอบเดินทางไกล Accord เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม ให้ความสบายตลอดเส้นทาง สมรรถนะการขับขี่สนุก ให้ความรู้สึกเหมือนรถสปอร์ต สายซิ่งสามารถนำไปต่อยอดได้ การเก็บเสียงทำได้ดีเยี่ยมที่ความเร็วไม่เกิน 120 กม./ชม. ช่วงล่างออกแนวสปอร์ตเล็กน้อย ภายในหรูหรา ระบบฟอกอากาศในรุ่น e:HEV เป็นสิ่งที่ตอบโจทย์สภาพอากาศปัจจุบันได้ดี”
ราคา: รุ่น e:HEV E ราคา 1,529,000 บาท ไปจนถึงรุ่น e:HEV RS ราคา 1,799,000 บาท
ตลาดมือสอง: Honda Accord มือสอง เป็นที่ต้องการสำหรับผู้ที่มองหารถยนต์หรูในราคาที่เข้าถึงง่าย
Toyota Corolla Altis: ความคุ้มค่า ทนทาน และดีไซน์ที่ปรับให้สปอร์ตขึ้น
Toyota Corolla Altis ยังคงเป็นที่ยอมรับในเรื่องความคุ้มค่า ความทนทาน และการใช้งานที่ง่ายดาย ดีไซน์ในรุ่นใหม่ๆ โดยเฉพาะ GR Sport ได้รับการปรับปรุงให้ดูสปอร์ตและทันสมัยมากขึ้น พร้อมระบบความปลอดภัยและช่วงล่างที่ดีขึ้น
มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ: “Altis คือ ‘อึด ถึก ทน’ ตัวจริง! ขับดี นุ่มนวล ควบคุมง่ายในการเข้าโค้ง เบรกมั่นใจได้ ศูนย์บริการครอบคลุม พื้นที่เก็บสัมภาระกว้างขวาง รุ่นใหม่มี Head Up Display ช่วยให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น ระบบความปลอดภัยเทียบเท่ารถหรูได้เลย”
ราคา: รุ่น 1.6 G ราคา 894,000 บาท ไปจนถึงรุ่น HEV GR Sport ราคา 1,129,000 บาท
ตลาดมือสอง: Toyota Corolla Altis มือสอง มีรุ่นให้เลือกหลากหลายและยังคงเป็นที่นิยม
Toyota Camry: ความสบาย พรีเมียม และสมรรถนะเหนือชั้น
Toyota Camry เป็นตัวเลือกที่โดดเด่นสำหรับผู้ที่มองหารถเก๋ง D-Segment ที่มอบทั้งความหรูหรา สมรรถนะ และความสบายในการขับขี่ เครื่องยนต์ไฮบริด 2.5 ลิตร ให้พละกำลังรวม 227 แรงม้า เพียงพอต่อการใช้งานทุกรูปแบบ
มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ: “การขับขี่ Camry ให้ความรู้สึกนุ่มนวลมาก ทุกการเร่ง การเข้าโค้ง ทำได้อย่างเนียนเท้า ช่วงล่างแน่นหนึบ เก็บเสียงได้ดีเยี่ยม เหมาะกับการเดินทางไกล กินน้ำมันน้อย สามารถวิ่งได้ถึง 1,000 กม. ต่อถัง ถ้าเน้นความสบาย Camry กินขาด Accord แต่ถ้าเรื่องขับสนุก Accord อาจจะเหนือกว่าเล็กน้อย”
ราคา: รุ่น HEV Smart ราคา 1,455,000 บาท ไปจนถึงรุ่น HEV Premium Luxury ราคา 1,809,000 บาท
ตลาดมือสอง: Toyota Camry มือสอง ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์ระดับพรีเมียม
Toyota Yaris Ativ: ความคุ้มค่า ดีไซน์ และออปชันที่เกินคาด
Toyota Yaris Ativ สร้างปรากฏการณ์ด้วยยอดจองถล่มทลาย สะท้อนถึงความคุ้มค่าที่เหนือความคาดหมาย ดีไซน์ Fastback style พร้อมค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศที่ต่ำ และราคาที่เข้าถึงง่าย ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ: “ผมมองว่า Yaris Ativ คือ ‘ที่สุดของความคุ้มค่า’ เลยก็ว่าได้ครับ ราคาไม่แพง แต่ได้ดีไซน์ที่สวยงาม ออปชันแน่นเกินตัว กระฉับกระเฉงกว่ารุ่นก่อน ระบบเตือนมุมอับช่วยได้มาก การเก็บเสียงทำได้ดีเยี่ยมจนน่าทึ่ง ช่วงล่างซับแรงกระแทกได้ดี เกาะถนนมั่นใจได้ แม้ All Speed Adaptive Cruise Control จะเบรกแรงไปนิดที่ความเร็วสูง แต่ด้วยราคาที่เข้าถึงง่าย จุดด้อยเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้มองข้ามได้จริงๆ”
ราคา: รุ่น Sport ราคา 549,000 บาท ไปจนถึงรุ่น Premium Luxury ราคา 699,000 บาท
ตลาดมือสอง: Toyota Yaris Ativ มือสอง รุ่นใหม่ๆ เริ่มมีให้เลือก และเป็นที่ต้องการ
Mazda 2 Sedan: ดีไซน์ล้ำสมัย สมรรถนะเกินตัวในขนาดเล็ก
Mazda 2 Sedan โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่สปอร์ตและล้ำสมัย พร้อมสมรรถนะที่เกินตัวในขนาดรถยนต์เล็ก เทคโนโลยี GVC-Plus ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าโค้ง ทำให้การขับขี่มีความสนุกสนาน
มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ: “มาสด้าขึ้นชื่อเรื่องช่วงล่างที่จิกโค้งได้ดี และ Mazda 2 ก็ไม่ทำให้ผิดหวังครับ แม้จะเป็นรถคันเล็ก แต่ความสามารถในการเข้าโค้งนั้นน่าทึ่งมาก การขับขี่สนุก ราคาไม่แพง ถือเป็นรถเก๋งน่าใช้ที่มีความสวยงามและแข็งแกร่ง”
ราคา: รุ่น Prime ราคา 529,000 บาท ไปจนถึงรุ่น XDL Signature ราคา 749,000 บาท
ตลาดมือสอง: Mazda 2 มือสอง เป็น Eco Car ยอดนิยมที่คนซื้อหา
Mazda 3 Sedan: ความเรียบหรู สง่างาม และสมรรถนะอันเป็นเอกลักษณ์
Mazda 3 Sedan นำเสนอแนวคิด “เรียบง่ายแต่งดงาม” ด้วยดีไซน์ที่ลดทอนรายละเอียดที่ไม่จำเป็น แต่ยังคงไว้ซึ่งความสปอร์ตและมีมิติ การขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ SKYACTIV-G 2.0 ลิตร ให้สมรรถนะที่ดีและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ: “ห้องโดยสารของ Mazda 3 Sedan รุ่นล่าสุดมีความกว้างขวางขึ้น คอนโซลออกแบบมาให้ไม่รบกวนสายตา ช่วงล่างยังคงหนึบแน่น ทรงตัวดีเยี่ยม ระบบความปลอดภัยจัดเต็ม กล้องมองรอบคันชัดเจน เป็นรถที่ให้ความรู้สึกพรีเมียมในทุกรายละเอียด”
ราคา: รุ่น 2.0 C ราคา 979,000 บาท ไปจนถึงรุ่น 2.0 SP ราคา 1,198,000 บาท
ตลาดมือสอง: Mazda 3 มือสอง เป็นที่นิยมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบดีไซน์และสมรรถนะ
MG 5: สปอร์ตคูเป้ซีดาน ดีไซน์โดดเด่น ฟังก์ชันครบครัน
MG 5 โดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ตคูเป้ซีดาน ที่เพรียวยาว สวยงาม และภายในกว้างขวาง พร้อมออปชันที่หลากหลาย รวมถึง Sunroof และระบบความปลอดภัยที่ครบครัน
มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ: “MG ขึ้นชื่อเรื่องฟังก์ชันและระบบความปลอดภัยที่หลากหลาย ซึ่ง MG 5 ก็เช่นกันครับ ดีไซน์ภายนอกภายในดูหรูหราเกินราคา ให้ความรู้สึกเหมือนขับรถยุโรปราคาแพง แต่ราคาเข้าถึงง่ายมาก แนะนำให้เลือกรุ่นท็อปเพื่อใช้ระบบ i-SMART ที่สุดยอด”
ราคา: รุ่น 10TH SE ราคา 589,900 บาท ไปจนถึงรุ่น PRO X ราคา 669,900 บาท
ตลาดมือสอง: MG 5 มือสอง เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับผู้ที่มองหารถดีไซน์สปอร์ต
Nissan Almera: ความกว้างขวาง ประหยัดน้ำมัน และเทคโนโลยีความปลอดภัย
Nissan Almera รุ่นล่าสุดมาพร้อมดีไซน์ที่ทันสมัยขึ้น เครื่องยนต์ 1.0L TURBO ที่ประหยัดน้ำมันเป็นเยี่ยม และภายในห้องโดยสารที่ยังคงความกว้างขวางตามแบบฉบับ Almera
มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ: “ถ้าชอบรถเก๋งที่กว้างขวาง ราคาเป็นมิตร และออปชันแน่น Nissan Almera คือคำตอบครับ ระบบความปลอดภัยที่ให้มานั้นครบครันเกินราคามาก การขับขี่ก็สนุกขึ้นและประหยัดน้ำมันสุดๆ”
ราคา: รุ่น 1.0L Turbo E CVT ราคาเริ่มต้น 499,000 บาท (หลังหักส่วนลด) ไปจนถึงรุ่น 1.0L Turbo VL CVT ราคา 699,000 บาท
ตลาดมือสอง: Nissan Almera มือสอง ได้รับการยกย่องว่าเป็น “รถดีที่ถูกลืม” และเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า
BMW 2 Series Gran Coupé: ความหรูหรา สไตล์สปอร์ต ในราคาที่เข้าถึงง่าย
BMW 2 Series Gran Coupé มอบประสบการณ์การขับขี่สไตล์ BMW ในราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น ดีไซน์เหมือนรถคูเป้ ประตูไร้ขอบ และภายในที่ทันสมัย มอบความรู้สึกสปอร์ต
มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ: “BMW 2 Series เป็นรถเก๋งหรูที่ราคาไม่แรงจนเกินไป หากมีงบประมาณ การลงทุนในรถคันนี้คุ้มค่า ได้ทั้งความหล่อและสมรรถนะที่ดีตั้งแต่รอบต้นๆ ให้ฟีลลิ่งเหมือนเครื่องยนต์ NA แต่ข้อเสียคือการเก็บเสียงอาจไม่ดีเท่าที่ควรเนื่องจากประตูไร้ขอบ”
ราคา: รุ่น 220i M Sport ราคาเริ่มต้น 1,889,000 บาท
ตลาดมือสอง: BMW 2 Series มือสอง เป็นโอกาสที่ดีในการครอบครองรถหรู
Mercedes-Benz A-Class Saloon: ประตูสู่โลกแห่งความหรูหราสไตล์ Mercedes-Benz
Mercedes-Benz A-Class Saloon คือรถเบนซ์รุ่นเริ่มต้นที่มอบความหรูหราสไตล์ Mercedes-Benz ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่ารุ่นอื่นๆ แม้ขนาดจะใกล้เคียงกับรถเก๋ง C-Segment ทั่วไป แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความพรีเมียม ระบบมัลติมีเดียและระบบความปลอดภัยจัดเต็ม
มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ: “A-Class เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสความหรูหราของ Mercedes-Benz ในราคาที่เอื้อมถึง พื้นที่เก็บสัมภาระเพียงพอ ภายในหรูหราดูดี กล้องมองหลังชัดเจนแม้ในเวลากลางคืน แต่ต้องยอมรับว่าในราคานี้ อาจจะได้รถญี่ปุ่นรุ่นท็อปที่มีออปชันครบถ้วนเช่นกัน จึงควรพิจารณาเปรียบเทียบให้ดี”
ราคา: รุ่น A 200 AMG Dynamic ราคาเริ่มต้น 2,320,000 บาท
ตลาดมือสอง: Benz A-Class มือสอง เป็นโอกาสในการเข้าถึงรถยนต์หรู
บทสรุป: ตลาดรถยนต์ไทยกำลังเข้าสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
ข้อมูลจากยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศจีนและผลลัพธ์จากงาน Motor Show 2025 ในประเทศไทย บ่งชี้อย่างชัดเจนว่าโลกยานยนต์กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ยานยนต์ไฟฟ้าไม่ได้เป็นเพียงทางเลือกอีกต่อไป แต่กำลังจะกลายเป็นกระแสหลัก
สำหรับผู้ผลิตรถยนต์รายเดิม โดยเฉพาะจากญี่ปุ่นและยุโรป จำเป็นต้องเร่งปรับตัว พัฒนานวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ที่สามารถแข่งขันได้ทั้งในด้านราคา เทคโนโลยี และประสบการณ์ผู้ใช้งาน เพื่อรักษาฐานลูกค้าและส่วนแบ่งทางการตลาดในยุคเปลี่ยนผ่านนี้
ส่วนผู้บริโภค การมีตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์สันดาปภายในที่ได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ทำให้สามารถเลือกรถยนต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ได้อย่างแท้จริง
หากคุณกำลังมองหารถยนต์คันใหม่ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ทันสมัย หรือรถเก๋งที่คุ้มค่าและตอบสนองการใช้งานในชีวิตประจำวัน one2car คือแพลตฟอร์มที่รวบรวมรถยนต์หลากหลายแบรนด์และรุ่นให้คุณเลือกสรรอย่างครบครัน ทั้งรถใหม่และรถมือสองที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพ คุณสามารถค้นหารถในฝันของคุณได้แล้ววันนี้ พร้อมรับข้อมูลเชิงลึกที่จะช่วยให้การตัดสินใจของคุณง่ายขึ้น!

