โตโยต้า ยาริส ใหม่: เมื่อดีไซน์ “แปลก” สร้างปรากฏการณ์ “พลิกตำรา” สู่ความสำเร็จในตลาด Eco Car ไทย
โตโยต้า ยาริส ใหม่ (Toyota Yaris) รถยนต์แฮทช์แบ็ก 5 ประตูที่หลายคนเคยคาดเดาว่าหน้าตาจะออกมาเหลี่ยมคมสไตล์สปอร์ต จนทำให้หลายคนอดเป็นห่วงไม่ได้ว่า ดีไซน์แบบ Masculine จัดจ้าน อาจไม่ถูกใจตลาดหลักอย่างกลุ่มผู้หญิงที่นิยมความน่ารัก อ่อนหวาน แต่ในความเป็นจริง สิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ยาริส รุ่นใหม่ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการออกแบบที่กล้าฉีกกรอบ ไม่ตามขนบเดิมๆ สามารถสร้างความสำเร็จและพลิกโฉมความคาดหวังของตลาดได้ กลายเป็น “Yaris รีวิว” ที่ต้องจับตา
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่า 10 ปี ผมได้เห็นวิวัฒนาการของรถยนต์หลากหลายรุ่น หลายแบรนด์ แต่กรณีของ Toyota Yaris ใหม่ ถือเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะไม่ใช่แค่การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ แต่เป็นการท้าทายขนบการตลาด และแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในพฤติกรรมผู้บริโภคที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
การเดินทางสู่ดีไซน์ “Yaris Limo” และการก้าวสู่เวที Eco Car
ย้อนกลับไปราว 2 ปีก่อนการเปิดตัว Yaris รุ่นที่ 3 ที่เราเห็นกันในปัจจุบัน มีกระแสข่าวลือมากมายเกี่ยวกับดีไซน์ของรถยนต์รุ่นใหม่คันนี้ บางคนบอกว่าหน้าตาจะเหลี่ยมๆ ดูสปอร์ตคล้าย Mitsubishi RVR/ASX จนอดสงสัยไม่ได้ว่า “ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง มันจะดีเหรอ?” ภาพลักษณ์ที่ดุดันเกินไปอาจเป็นดาบสองคม โดยเฉพาะในตลาด Eco Car ที่ส่วนใหญ่กว่า 30-40% เป็นกลุ่มลูกค้าผู้หญิงที่ชื่นชอบดีไซน์โค้งมน น่ารัก
ความกังวลเหล่านี้ไม่ได้อยู่กับผมคนเดียว แต่ดูเหมือนจะเป็นภาพในหัวของใครหลายคน จนกระทั่งเช้าวันหนึ่งในเดือนเมษายน 2013 ภาพถ่ายจากงาน Auto Shanghai 2013 เผยให้เห็นด้านหน้าของรถยนต์ที่จะมาในชื่อ Yaris บ้านเราอย่างชัดเจน ด้านหน้าที่หลายคนมองว่าคล้าย “นายจันหนวดเขี้ยว” หรือ “อาเหล่ากง” พร้อมกับชุดไฟท้ายที่มีลักษณะเฉพาะตัว จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาว่า “ขายผู้ชายได้ แต่ขายผู้หญิงยาก”
แต่ในขณะเดียวกัน กระแสการตลาดที่ตามมากลับใช้ “Colorful Marketing” หรือการเน้นสีสันตัวถังที่สวยงามสดใส เพื่อดึงดูดใจลูกค้ากลุ่มผู้หญิง นี่เป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดในการตอบสนองต่อดีไซน์ที่อาจจะดู “แหวกแนว” เกินไป
อีกปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเปิดตัว Yaris ใหม่ คือช่วงเวลาที่โครงการ “คืนภาษีรถคันแรก” ของรัฐบาลสิ้นสุดลง ตลาดรถยนต์ไทยในปี 2013 ซบเซาอย่างหนัก รถค้างสต็อกจำนวนมาก ผู้ผลิตทุกค่ายต่างต้องเร่งระบายสต็อกด้วยโปรโมชั่นที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยเฉพาะกลุ่ม B-Segment และ Eco Car ได้รับผลกระทบหนักที่สุด
ท่ามกลางสภาพตลาดที่ท้าทายนี้ การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ในกลุ่ม Eco Car หรือ B-Segment จึงเป็นความเสี่ยงที่ต้องเตรียมใจ ยาริสเองก็ตกอยู่ในชะตากรรมนี้ร่วมกับ Vios พี่น้องร่วมแพลตฟอร์ม แต่ดูเหมือนว่า Toyota จำเป็นต้องเปิดตัว Yaris ในเวลานี้ เพื่อไม่ให้การพัฒนารถยนต์ล่าช้าออกไปมากกว่านี้
ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ กระแสการพูดถึง Yaris ในโลกโซเชียลมีเดียที่บางตาอย่างผิดคาด เมื่อเทียบกับรถรุ่นใหม่ของ Toyota ในอดีต กระทั่งถูกกลบโดยการเปิดตัวของ Nissan Teana ซึ่งเป็นรถคนละกลุ่มตลาดกัน
เวลาผ่านไป ความคิดเห็นเริ่มเปลี่ยนไป เมื่อ Yaris ใหม่ เริ่มปรากฏให้เห็นบนท้องถนนมากขึ้นเรื่อยๆ จำนวนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บ่งบอกว่าผู้บริโภคเริ่มยอมรับ “น้องใหม่หน้าตาประหลาด” คันนี้แล้ว
Yaris 2025: ดีไซน์ที่ “Yaris Limo” แต่ “ตอบโจทย์” ที่เหนือกว่า
สำหรับ Yaris ใหม่ ที่หลายคนกำลังสงสัย ทั้งในเรื่องสมรรถนะ อัตราเร่ง การประหยัดน้ำมัน การขับขี่ พวงมาลัย ช่วงล่าง และการเปรียบเทียบกับคู่แข่งในตลาด เช่น Yaris vs Swift หรือแม้แต่การเลือก Yaris แทน Vios
สิ่งที่น่าประหลาดใจคือ ตัวเลขอัตราเร่งของ Yaris ใหม่ กลับทำได้ดีใกล้เคียงกับ Vios แถมยังประหยัดน้ำมันกว่า และมีพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวางกว่า Vios โดยเฉพาะพื้นที่ด้านหลัง! นี่คือสิ่งที่ทำให้ Yaris ยังคงเป็นรถยนต์ที่สร้างความเซอร์ไพรส์ให้กับผู้บริโภคทั่วโลกเสมอมา
การพัฒนา Yaris สู่ตลาดโลก และการปรับตัวเข้าสู่ Eco Car ไทย
Toyota มีประวัติศาสตร์ยาวนานในการบุกตลาดรถยนต์ Sub-Compact Hatchback ในยุโรป ตั้งแต่รุ่น Starlet จนกระทั่ง Yaris รุ่นแรก เปิดตัวในปี 1998 สร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับ Toyota ในสายตาชาวยุโรป ชื่อ Yaris เองก็มาจากการผสมผสานคำว่า “Ya” (ภาษาเยอรมัน แปลว่าใช่) และ “Charis” (เทพีแห่งความงามในตำนานกรีก)
Yaris รุ่นแรก ประสบความสำเร็จอย่างสูงในยุโรปและญี่ปุ่น จนคว้ารางวัล European Car of the Year ประจำปี 2000 ซึ่งเป็นรางวัลที่รถยุโรปมักครองบัลลังก์
รุ่นที่ 2 เปิดตัวในปี 2005 และเริ่มการผลิตในประเทศไทยครั้งแรกในปี 2006 แม้จะทำยอดขายทั่วโลกได้ดี แต่ในไทยช่วงแรกตั้งราคาสูง ทำให้ยอดขายไม่เปรี้ยงปร้างนัก
รุ่นที่ 3 เปิดตัวในปี 2010 และ Toyota เลือกทำตลาดในญี่ปุ่น ยุโรป ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ แต่ยอดขายก็ยังไม่โดดเด่นนัก
สำหรับตลาดไทย Yaris รุ่นที่ 3 ที่คาดว่าจะเข้ามาประกอบขาย กลับมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ เมื่อ Toyota ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ Eco Car ของรัฐบาลในช่วงท้าย แม้จะมีความลังเลในตอนแรก
การตัดสินใจครั้งสำคัญ: Yaris Limo สำหรับตลาดจีน และการปรับตัวสู่ Eco Car ไทย
ข้อจำกัดของโครงการ Eco Car ที่กำหนดให้ผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ที่ไม่เคยจำหน่ายในประเทศใดมาก่อน ทำให้ Toyota ไม่สามารถนำ Yaris รุ่นที่ 3 ที่เตรียมผลิตในญี่ปุ่นและยุโรปมาปรับใช้ได้โดยตรง การนำ Aygo มาทำตลาดก็ดูเล็กเกินไปสำหรับตลาดไทย
ทางเลือกที่เหลืออยู่ คือการพัฒนา Yaris อีกหนึ่งตัวถังเพื่อเอาใจตลาดจีน ซึ่งต้องการรถ Hatchback ขนาดเล็ก แต่มีพื้นที่ใช้สอยมากกว่า Yaris เวอร์ชันญี่ปุ่น/ยุโรป โดยใช้ Platform และโครงสร้างวิศวกรรมร่วมกับ Vios แต่มีการปรับปรุงให้เข้ากับข้อกำหนดของโครงการ Eco Car
TakeShi Matsuda : Chief Engineer ผู้พัฒนา Yaris และ Vios รุ่นล่าสุด กล่าวว่า ความตั้งใจแรกคือการทำ Yaris รุ่นนี้ ให้เป็นการเปลี่ยนโฉม Full Model Change สำหรับตลาดทั่วโลกที่ไม่ใช่ยุโรปหรือญี่ปุ่น แต่เมื่อตลาดไทยกำหนดให้เป็น Eco Car จึงต้องหาทางออกสำหรับข้อจำกัดต่างๆ
Toyota Dear Qin Hatchback: ต้นแบบที่บอกใบ้ถึงอนาคต
1 ปีก่อนการเปิดตัวจริง Toyota เริ่มส่งสัญญาณด้วยรถยนต์ต้นแบบ Toyota Dear Qin Hatchback สีเขียว ซึ่งเผยโฉมครั้งแรกในงาน Beijing Automotive Show 2012 พร้อมกับ Dear Qin Sedan สีแดง ต้นแบบทั้งสองคันนี้ เป็นการสื่อสารแนวโน้มการออกแบบของ Vios และ Hatchback 5 ประตูรุ่นต่อไปสำหรับตลาดโลก โดยเฉพาะ Dear Qin สีเขียว ที่สื่อถึง Yaris ใหม่ ที่ออกแบบมาเพื่อเอาใจลูกค้าชาวจีนเป็นตลาดเป้าหมายหลัก
เปิดตัว Yaris L-i ในจีน และ Yaris ใหม่ ในไทย
Yaris ใหม่ ถูกเปิดตัวครั้งแรกในโลกที่งาน Auto Shanghai 2013 และเริ่มวางจำหน่ายในจีนในชื่อ Yaris-L ในเดือนสิงหาคม 2013
ไทยเป็นประเทศลำดับที่ 2 ของโลกที่ Toyota เผยโฉม Yaris ใหม่ โดยจัดงานเปิดตัวที่ Central World ในวันที่ 22 ตุลาคม 2013
Matsuda-san ย้ำว่า เขาไม่ได้ตั้งใจทำรถคันนี้ให้เป็น Eco Car มาตั้งแต่แรก แต่เมื่อนโยบายกำหนดเช่นนั้น เขากับทีมงานก็พยายามเอาชนะข้อจำกัดต่างๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด โดยให้ความสำคัญกับการออกแบบภายนอกและภายใน ความสบายของห้องโดยสาร การประหยัดน้ำมัน ความเงียบ และการเกาะถนนที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน
ดีไซน์ภายนอก: “Yaris Limo” ที่ใครก็ต้องพูดถึง
มิติที่ใหญ่ขึ้นเพื่อพื้นที่ที่กว้างขวาง
Yaris ใหม่ มีตัวถังยาว 4,115 มิลลิเมตร กว้าง 1,700 มิลลิเมตร สูง 1,475 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 2,550 มิลลิเมตร เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน Yaris ใหม่ ยาวขึ้น 315 มิลลิเมตร กว้างขึ้น 5 มิลลิเมตร เตี้ยลง 45 มิลลิเมตร และมีระยะฐานล้อเพิ่มขึ้น 90 มิลลิเมตร
การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลโดยตรงต่อพื้นที่ภายในห้องโดยสาร โดยเฉพาะระยะห่างระหว่างผู้โดยสารตอนหน้าและหลังที่เพิ่มขึ้น 46 มิลลิเมตร พื้นที่วางเท้าด้านหลังยาวขึ้น 77 มิลลิเมตร แผงพนักพิงเบาะหลังกว้างขึ้น 10 มิลลิเมตร และพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถยาวขึ้น 140 มิลลิเมตร ให้ปริมาตรความจุถึง 326 ลิตร
เส้นสายที่ “Yaris Limo” ผสมผสานความสปอร์ตและความคุ้นเคย
เส้นสายภายนอกเน้นความเฉียบคม เหลี่ยมสัน กระจังหน้าดูคล้าย Mitsubishi RVR/ASX หรือ Lancer EX แต่เพิ่มความแตกต่างด้วยแถบสีเงิน หรือสีดำในรุ่น J และ J ECO
รุ่น G: กระจังหน้าสีเงิน, มือจับประตูด้านข้างโครเมียม, ไฟหน้าโปรเจคเตอร์, กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว, ล้ออัลลอย 15 นิ้ว
รุ่น E: กระจังหน้าสีเงิน, มือจับประตูด้านข้างสีเดียวกับตัวถัง, ไฟหน้า Multi Reflector, กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวถัง, ล้อกระทะ 15 นิ้วพร้อมฝาครอบ
รุ่น J: กระจังหน้าสีดำ, มือจับประตูด้านข้างสีเดียวกับตัวถัง, ไฟหน้า Multi Reflector, กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวถัง, ล้อกระทะ 14 นิ้วพร้อมฝาครอบ
รุ่น J ECO: กระจังหน้าสีดำ, มือจับประตูด้านข้างสีเดียวกับตัวถัง, ไฟหน้า Multi reflector, กระจกมองข้างสีดำ, ล้อกระทะเหล็กสีดำ 14 นิ้ว
รายละเอียดภายนอกบางชิ้น เช่น ครีบรีดอากาศที่เสาขอบประตู หรือมือจับประตู สามารถใช้ร่วมกับ Vios ได้
บั้นท้ายที่ “มีเอกลักษณ์” จนอาจกลายเป็นที่ถกเถียง
ชุดไฟท้ายออกแบบมาอย่างมีเอกลักษณ์ ลากเส้นยาวจากกรอบท่อนล่างของ Vios ขึ้นไป ทำให้ดูแตกต่าง แต่ก็อาจทำลายความลงตัวของงานออกแบบฝาประตูคู่หลังและบานประตูคู่หลังไปบ้าง
ทุกรุ่นมาพร้อมที่ปัดน้ำฝนพร้อมที่ฉีดน้ำล้างกระจกบังลมหลัง ทับทิมสะท้อนแสงมุมกันชนล่าง และสปอยเลอร์เหนือกระจกบานหลัง
รุ่น G: แถบประดับเหนือช่องใส่ป้ายทะเบียนหลังโครเมียม
รุ่น E: สีเดียวกับตัวถัง
รุ่น J: สีดำ
ภายในห้องโดยสาร: ความคุ้นเคยจาก Vios สู่พื้นที่ที่กว้างขวาง
การเข้า-ออก และตำแหน่งการขับขี่
เสาหลังคาคู่หน้า A-Pillar กรอบช่องประตูคู่หน้า และเสาหลังคาคู่กลาง B-Pillar ยกชุดมาจาก Vios ทำให้การเข้า-ออกเบาะนั่งคู่หน้าเหมือนกัน แต่ A-Pillar ที่ลาดเอียง อาจต้องระมัดระวังศีรษะสำหรับคนตัวสูง
แผงประตูและเบาะนั่ง: การพัฒนาที่ชัดเจน
แผงประตูด้านข้าง ออกแบบให้ตำแหน่งวางแขนเหมาะสม ตกแต่งด้วยวัสดุพลาสติกสีเงิน Metallic สลับกับสีดำ มือจับประตูด้านข้างออกแบบให้วางโทรศัพท์มือถือได้ ช่องวางของด้านล่างใส่ขวดน้ำได้สบาย
เบาะนั่งคู่หน้า ยกชุดมาจาก Vios ใหม่ เปลี่ยนแค่ลายผ้าเบาะเป็นสีส้ม เพื่อเพิ่มบุคลิกสปอร์ต การปรับเลื่อนขึ้นหน้า-ถอยหลัง และปรับระดับสูง-ต่ำทำได้ดีขึ้น การออกแบบด้านหลังเบาะช่วยเพิ่มระยะห่างระหว่างเข่าผู้โดยสารด้านหลัง พนักพิงหลังเว้าลึก โอบกระชับสรีระมากขึ้น แก้ปัญหาเบาะนั่งไม่สบายใน Yaris รุ่นเดิมได้เป็นอย่างดี
ข้อสังเกตที่ยังคงอยู่
เบาะรองนั่งยังค่อนข้างสั้น ถ้าเพิ่มความยาวอีกเล็กน้อยจะช่วยให้สบายขึ้น
เข็มขัดนิรภัยแบบ ELR 3 จุด ปรับระดับสูง-ต่ำไม่ได้ ซึ่งเป็นจุดที่น่าตำหนิมาก
ไม่มีพนักวางแขนสำหรับคนขับในทุกรุ่น
พื้นที่เบาะหลัง: จุดเด่นที่เหนือกว่าใคร
พื้นที่เบาะหลัง คือจุดขายสำคัญของ Yaris ใหม่ กว้างขวาง โอ่โถง เบาะรองนั่งกำลังดี แม้จะสั้นไปเล็กน้อย แต่พื้นที่วางขากว้างใหญ่ นั่งไขว่ห้างได้อย่างสบาย
พื้นที่เหนือศีรษะสำหรับคนสูง 171 ซม. ยังมีเหลือพอสมควร Yaris ใหม่ มีพื้นที่นั่งโดยสารที่ใหญ่และโอ่อ่าที่สุดในบรรดา Eco Car ทุกคันในไทย จนถึงปี 2016!
ความปลอดภัย: มาตรฐานที่ควรปรับปรุง
เข็มขัดนิรภัย ELR 3 จุด มาพร้อมระบบดึงกลับอัตโนมัติ แต่ยังปรับระดับสูง-ต่ำไม่ได้ในรุ่น J และ J ECO ซึ่งเป็นข้อด้อยสำคัญ
เข็มขัดนิรภัยสำหรับผู้โดยสารตรงกลางเบาะหลัง มีการออกแบบที่ซับซ้อน เพื่อลดต้นทุนและยังคงมาตรฐานความปลอดภัย
ห้องเก็บสัมภาระ: เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป
ห้องเก็บสัมภาระท้ายรถมีพื้นที่ 326 ลิตร เพียงพอสำหรับการบรรจุกระเป๋าเดินทางขนาดกลาง 3 ใบ พร้อมกระเป๋าใบเล็กอีก 1-2 ใบ
สมรรถนะและวิศวกรรม: เครื่องยนต์ 1.2 ลิตร ที่ “เกินคาด”
เครื่องยนต์ 3NR-FE: พลัง Eco Car ที่ทรงพลัง
Yaris ใหม่ ใช้เครื่องยนต์ 3NR-FE บล็อก 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ความจุกระบอกสูบ 1,197 ซีซี กำลังสูงสุด 86 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 108 นิวตันเมตร (11.0 กก.-ม.) พร้อมระบบ Dual VVT-i
เกียร์ Super CVT-i: ทางเลือกเดียวที่ “ฉลาด”
Toyota เลือกใช้เกียร์อัตโนมัติ อัตราทดแปรผัน Super CVT-i เป็นทางเลือกเดียว โดยอ้างอิงจากข้อมูลวิจัยตลาดว่า ความต้องการเกียร์ธรรมดาในกลุ่ม Eco Car ไม่ถึง 5%
อัตราเร่งที่ “พลิกความคาดหมาย”
ผลการทดสอบอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ดีมาก เทียบเท่ากับ Toyota Vios 1.5 ลิตร (4AT) และดีกว่าคู่แข่งในพิกัด Eco Car อื่นๆ ชัดเจน!
0-100 กม./ชม.: 12.4 วินาที (ต่ำกว่า Vios 1.5L 4AT เพียง 0.3 วินาที)
80-120 กม./ชม.: 7.9 วินาที (เทียบเท่า Vios 1.5L 4AT)
การประหยัดน้ำมัน: “Yaris ECO” ที่น่าประทับใจ
ผลการทดสอบอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง เฉลี่ย 16.64 กม./ลิตร (ตามมาตรฐานการทดสอบแบบเขย่ารถ) ถือว่าทำได้ดี เป็นไปตามที่คาดหวังสำหรับรถเครื่องยนต์ 1,200 ซีซี และประหยัดกว่า Vios 1.5 ลิตร
พวงมาลัย EPS: การปรับปรุงที่ “รับรู้ได้”
พวงมาลัยไฟฟ้า EPS มีการปรับปรุงระยะรอบมอเตอร์ให้หน่วงมือมากขึ้น ตอบสนองได้คล่องแคล่ว นิ่งขึ้น และมีน้ำหนักขืนพอประมาณเมื่อเข้าโค้ง แม้จะยังคงมีความรู้สึก “ไร้ชีวิตชีวา” แบบพวงมาลัยไฟฟ้า แต่ก็ถือว่าดีขึ้นกว่าเดิมอย่างชัดเจน
ช่วงล่าง: “สปอร์ต” แบบสบายๆ
ระบบกันสะเทือนหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังแบบทอร์ชันบีม ได้รับการปรับปรุงให้เน้นความนุ่มนวลและเสถียรภาพการขับขี่
ความเร็วต่ำ: ช่วงล่างแข็งกระด้างกว่าที่คิดเล็กน้อย แต่ยังซับแรงสะเทือนได้ดี
ความเร็วเดินทาง: การทรงตัวดี วิ่งทางตรงได้สบาย ลดความเหนื่อยล้าในการขับขี่ทางไกล
เข้าโค้ง: ทำได้ดีกว่าที่คาด คิด! Yaris สามารถเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงได้อย่างนิ่งและมั่นใจ
ระบบเบรก: มั่นใจได้ในทุกสถานการณ์
ระบบเบรก หน้าดิสก์-หลังดรัม พร้อม ABS, EBD, BA และ Brake Override ให้การตอบสนองที่ดี เบรกจิกๆ ช่วยหน่วงความเร็วได้ทันท่วงที
การตัดสินใจของ J!MMY: Yaris “คุ้มค่า” หรือ “ต้องคิดใหม่”?
เมื่อมองราคาขายปลีก Yaris ใหม่ ในรุ่น Top 1.2G ราคา 599,000 บาท เทียบกับ Vios 1.5J A/T ราคา 589,000 บาท Yaris ให้ “ของเล่น” มากกว่าในราคาที่ใกล้เคียงกัน
Yaris 1.2G: ล้ออัลลอย, เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ, Push Start/Smart Entry, จอ MID, พวงมาลัย Multi Function, ที่ปัดน้ำฝนปรับจังหวะได้, ABS/EBD
Vios 1.5J A/T: อุปกรณ์พื้นฐาน, เกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ
หากคุณไม่ได้ยึดติดกับภาพลักษณ์ Sedan หรืออัตราเร่งที่แรงกว่าเล็กน้อย Yaris ใหม่ ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก ด้วยพื้นที่ภายในที่กว้างขวาง สมรรถนะโดยรวมที่เกินคาด และราคาที่คุ้มค่า
แต่สำหรับ J!MMY เอง…
“ผมรับไม่ได้กับการที่ต้องซื้อรถยนต์ที่มีชิ้นส่วนที่ติดตั้งมาโดยไม่มีความจำเป็น ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น แต่กลับไม่ยอมนำไปเพิ่มอุปกรณ์ความปลอดภัยพื้นฐานอย่างเข็มขัดนิรภัยที่ปรับสูง-ต่ำได้ หรือพวงมาลัยที่ปรับระยะใกล้-ห่างได้”
“และดีไซน์ด้านหน้าที่ชวนให้นึกถึง ‘นายจันหนวดเขี้ยว’ กับไฟท้ายที่ดูเหมือน ‘ก้อนเลือดกำเดาไหล’ ก็เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ผมยังลังเล”
หาก Toyota สามารถแก้ไขจุดเหล่านี้ได้ Yaris ใหม่ จะเป็นรถยนต์ที่เอาชนะใจลูกค้าชาวไทยได้มากกว่าที่เป็นอยู่
สรุป: Toyota Yaris ใหม่ ไม่ใช่แค่รถยนต์ Eco Car ที่ “หน้าตาแปลก” แต่เป็นการท้าทายตลาดด้วยดีไซน์ที่แตกต่าง สมรรถนะที่เหนือความคาดหมาย และพื้นที่ภายในที่กว้างขวาง การตัดสินใจซื้อขึ้นอยู่กับความต้องการและสไตล์ของผู้บริโภคแต่ละท่าน แต่ที่แน่ๆ Yaris ใหม่ ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าสามารถสร้างปรากฏการณ์ “พลิกตำรา” และประสบความสำเร็จในตลาดรถยนต์ไทยได้อย่างงดงาม
หากคุณกำลังมองหารถยนต์ Eco Car ที่มีพื้นที่ใช้สอยเยอะ ประหยัดน้ำมัน และขับขี่สนุกเกินคาด โตโยต้า ยาริส ใหม่ คือหนึ่งในตัวเลือกที่คุณไม่ควรมองข้าม! ลองเข้ามาสัมผัสและทดลองขับ เพื่อค้นหาคำตอบที่ใช่สำหรับคุณได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมโตโยต้าใกล้บ้านคุณ!

