มหกรรมยานยนต์กรุงเทพฯ 2567: การกลับมาของสุนทรียภาพแห่งการขับขี่และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงมากมายในโลกของรถยนต์ แต่ละปีมีนวัตกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้นมาทดแทนสิ่งเดิมเสมอ แต่สำหรับงานมหกรรมยานยนต์กรุงเทพฯ ครั้งล่าสุดนี้ (27 มีนาคม – 7 เมษายน 2561 ณ Challenger Hall 1-3 เมืองทองธานี) กลับมาพร้อมคอนเซ็ปต์ “Enjoyment of Automobiles” – สุนทรียภาพทางอารมณ์ ที่ดูเหมือนจะสวนกระแสเทรนด์พลังงานทางเลือกและรถยนต์ไร้คนขับที่กำลังมาแรง แต่สิ่งที่ผมสัมผัสได้คือ การกลับมายืนยันถึงความสำคัญของความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างมนุษย์กับรถยนต์คันโปรด การเลือกสรรค์รถที่ใช่ การเป็นเจ้าของรถที่รัก และความสุขที่ได้โลดแล่นไปบนท้องถนน
พื้นที่จัดงานกว่า 60,000 ตารางเมตร และการรวมตัวของ 30 ค่ายรถยนต์ชั้นนำ ล้วนบ่งบอกถึงความยิ่งใหญ่ของงานนี้ ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ๆ และยานยนต์ที่หลายคันยังไม่เคยเผยโฉมต่อสายตาชาวไทยมาก่อน แม้ว่าผมจะได้สัมผัสบรรยากาศรอบสื่อมวลชนมาแล้ว แต่การเดินชมอย่างละเอียดอีกครั้งย่อมไม่ทำให้ผิดหวัง
ไฮไลท์ยานยนต์ที่น่าจับตามอง: ความหรูหรา สมรรถนะ และเทคโนโลยีแห่งอนาคต
Aston Martin: ปรากฏการณ์แห่งความสง่างามและความเร็ว
Aston Martin Bangkok ภายใต้การบริหารของ MGC-Asia ได้นำทัพยนตรกรรมสุดหรูมาจัดแสดงอย่างเต็มกำลัง ตั้งแต่ Rapide ซาลูนหรูที่สง่างามดุจซูเปอร์คาร์, Vanquish V12 ยนตรกรรมไร้เทอร์โบสายพันธุ์สปอร์ต, V8 Vantage สปอร์ตขนาดกระทัดรัดแต่เปี่ยมด้วยพละกำลัง 510 แรงม้า, และ DB11 สปอร์ตคูเป้เครื่อง V12 Twin Turbo 608 แรงม้า ที่มีทางเลือกเครื่องยนต์ V8 ให้สัมผัสอีกด้วย
DBS Superleggera คือดาวเด่นของบูธอย่างแท้จริง การเปิดตัวอย่างเป็นทางการในครั้งนี้ มาพร้อมชื่อที่อ้างอิงถึง Carrozzeria Touring Superleggera บริษัทผู้สร้างตัวถังรถชาวอิตาเลียนผู้มีบทบาทในการช่วย Aston Martin ลดน้ำหนักตัวรถในช่วงยุค 60s-70s ด้วยพื้นฐานจาก DB11 แต่มาพร้อมการเสริมชิ้นส่วนน้ำหนักเบา และหากเลือกชุดหลังคาคาร์บอนไฟเบอร์ ก็สามารถรีดน้ำหนักลงได้ถึง 70 กิโลกรัม โดยที่โครงสร้างหลักยังคงเป็นอลูมิเนียมอันแข็งแกร่ง
หัวใจของ DBS Superleggera คือเครื่องยนต์ AE31 V12 Twin Turbo ขนาด 5.2 ลิตร ที่ได้รับการปรับแต่งพิเศษ เพิ่มพละกำลังเป็น 715 แรงม้า พร้อมแรงบิดมหาศาลถึง 900 นิวตันเมตร ถือเป็น Aston Martin ที่มีแรงบิดสูงสุดเท่าที่เคยผลิตมา จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ ZF 8 จังหวะที่ติดตั้งไว้ด้านท้าย ทำให้สามารถเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 3.4 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 340 กม./ชม.
แต่ที่ทำให้ผู้ชมต้องมนต์สะกด คือ Valkyrie AMR Pro นวัตกรรมสุดยอดที่อาจนิยามได้ว่าเป็น “รถที่คนบ่นแต่คนจะซื้อก็ยากจะหา” ด้วยราคาประเมินที่สูงถึง 300 ล้านบาทไทย ไม่เพียงแต่ความร่ำรวยที่ต้องมี แต่ยังรวมถึงวาสนาและ Connection ที่ดีเยี่ยมเท่านั้น จึงจะมีสิทธิ์เป็นหนึ่งใน 25 ผู้โชคดีทั่วโลกที่ได้ครอบครองยานยนต์คันนี้ ยิ่งไปกว่านั้น Valkyrie AMR Pro ถูกสร้างมาเพื่อลงสนามแข่งโดยเฉพาะ ไม่สามารถขับขี่บนถนนหลวงได้
การพัฒนายานยนต์คันนี้เป็นการรวมสุดยอดมันสมองจาก Aston Martin, Redbull Racing, Cosworth, Rimac และผู้เชี่ยวชาญอีกมากมาย โดยมี Marek Reichman และ Adrian Newey สองดีไซเนอร์แถวหน้า เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการออกแบบ เครื่องยนต์ V12 สูบ ขนาด 6.5 ลิตร พร้อมระบบ KERS แบบ F1 ที่พัฒนาโดย Rimac ให้กำลังสูงสุดกว่า 1,100 แรงม้า และมีเรดไลน์สูงถึง 11,000 รอบต่อนาที ด้วยน้ำหนักตัวเพียงประมาณ 1.1 ตัน เท่านั้น
Valkyrie AMR Pro เวอร์ชันสนามแข่ง จะยิ่งทวีความดุดันยิ่งขึ้น ด้วยการถอดระบบ Infotainment ออก, ติดตั้งอุปกรณ์สำหรับรถแข่ง, ปรับช่วงล่างใหม่, เปลี่ยนไปใช้เบรกคาร์บอน และล้อขนาด 18 นิ้ว เพื่อสวมยางแข่ง Michelin แบบเดียวกับรถคลาส LMP1 สามารถรับแรง G ขณะเข้าโค้งได้ถึง 3.3G และ 3.5G เมื่อเบรกเต็มแรง ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 2.5 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 360 กม./ชม. น่าเสียดายที่รถคันนี้ได้ถูกขายหมดไปแล้ว และ Aston Martin ยังมีนโยบาย Blacklist ผู้ที่ซื้อไปแล้วนำไปขายต่อเพื่อเอากำไรอีกด้วย
Audi: ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและดีไซน์
Meister Technik นำเสนอรถยนต์หลากหลายรุ่นที่ประสบความสำเร็จด้านยอดขายอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นซูเปอร์คาร์ R8, ตระกูล Avant อย่าง A4 และ A6 ที่ทำให้รถสเตชั่นแวกอนดูมีเสน่ห์น่าดึงดูด, รถ SUV ตระกูล Q อย่าง Q7 และ Q8 ที่มาพร้อมดีไซน์หรูหราและสมรรถนะที่น่าประทับใจ
Audi A7 Sportback 45TFSI quattro รุ่นใหม่ ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบ 245 แรงม้า เป็นอีกรุ่นที่น่าสนใจ การปรับกลยุทธ์ด้านราคาด้วยการใช้เครื่องยนต์ 4 สูบ เพื่อแข่งขันกับคู่แข่งในตลาดรถพรีเมียมคูเป้ 4 ประตูหลังคาเตี้ย แม้จะมีออพชั่นบางส่วนที่ลดลงจากรุ่น 55TFSI แต่ยังคงไว้ซึ่งดีไซน์ล้ำยุคและ Virtual Cockpit อันโดดเด่น
Audi TT Minorchange ยังคงเป็นรถที่ได้รับความนิยมสูงสุดในไทย ด้วยการบริหารจัดการราคาที่คุ้มค่า ทำให้ลูกค้าเหลือเงินไปปรับแต่งล้อได้ตามความชอบ การเปลี่ยนแปลงหลักๆ อยู่ที่กระจังหน้า, กันชนหน้า-หลัง, และชุดแต่ง S-Line ดีไซน์ใหม่ พร้อมเพิ่มไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสาร, เซนเซอร์กะระยะด้านหน้า และกล้องมองหลัง
Audi e-tron การปรากฏตัวของรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบรุ่นแรกของ Audi ในไทย สร้างความประหลาดใจให้กับหลายคน ด้วยราคา 5,099,000 บาท และคิวการสั่งซื้อที่ยาวเหยียด ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าในตลาดระดับบน e-tron ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ให้กำลังสูงสุด 408 แรงม้า เร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.7 วินาที ด้วยขนาดตัวที่อยู่ระหว่าง Q5 และ Q7 พร้อมแบตเตอรี่ 95 kWh วิ่งได้ไกล 417 กม. (WLTP)
BENTLEY: ฉลอง 100 ปี แห่งความหรูหราเหนือกาลเวลา
Bentley ใช้เวทีนี้ฉลองวาระครบรอบ 100 ปีของแบรนด์ พร้อมเปิดตัว New Continental GT Convertible W12 รถเปิดประทุนระดับลักซ์ชัวรี ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ W12 ขนาด 6.0 ลิตร ให้กำลัง 635 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.8 วินาที หลังคาผ้าใบได้รับการปรับปรุงให้เปิด-ปิดได้ภายใน 19 วินาที ที่ความเร็วไม่เกิน 50 กม./ชม. ภายในหรูหราด้วยเบาะนั่ง Comfort Seat พร้อมระบบอุ่นคอ, พวงมาลัย, เบาะ และที่พักแขนที่มีฮีตเตอร์ในตัว ระบบ Bentley Rotating Display จอสัมผัส 12.3 นิ้ว สามารถหมุนเปลี่ยนการแสดงผลได้ ราคาเริ่มต้นที่ 23,800,000 บาท
นอกจากนี้ยังมี Continental GT W12 ราคา 22,100,000 บาท และ Bentayga Petrol V8 SUV ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร Twin Turbo 550 แรงม้า ทำความเร็วสูงสุด 290 กม./ชม. แม้จะมีน้ำหนักถึง 2,388 กิโลกรัม
BMW/MINI: นวัตกรรม สปอร์ต และเอกลักษณ์เฉพาะตัว
บูธ BMW เต็มไปด้วยยนตรกรรมครบครัน ตั้งแต่ตระกูล M ที่ทรงพลัง ไปจนถึงรถยนต์รุ่นใหม่ที่เป็นไฮไลท์
BMW X7 M50d คือที่สุดแห่ง SUV ขนาดใหญ่ของ BMW โดดเด่นด้วยกระจังหน้าขนาดใหญ่, ไฟหน้า BMW Laserlight, และล้ออัลลอย BMW Individual ขนาด 22 นิ้ว ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง รองรับผู้โดยสาร 7 ที่นั่ง พร้อมเบาะหนังแท้ Merino ที่ปรับไฟฟ้าทุกตำแหน่ง เครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ M Performance TwinPower Turbo 400 แรงม้า แรงบิด 760 นิวตันเมตร พร้อมช่วงล่าง Executive Drive Pro ราคา 8,999,000 บาท
BMW Z4 (G29) รถสปอร์ตเปิดประทุน 2 ที่นั่งรุ่นใหม่ มาพร้อมหลังคาผ้าใบน้ำหนักเบา ช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระเป็น 281 ลิตร เปิด-ปิดได้ใน 10 วินาที มีให้เลือกทั้งรุ่น sDrive30i เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบ 258 แรงม้า ราคา 3,999,000 บาท และรุ่น M40i เครื่องยนต์ 6 สูบ 3.0 ลิตร เทอร์โบ 340 แรงม้า ราคา 4,999,000 บาท
BMW 330i (G20) ซีรีส์ 3 ใหม่ ที่ผสานเทคโนโลยีจากซีรีส์ 5 และพัฒนาไปอีกขั้น ด้วยการใช้วัสดุผสมและอลูมิเนียม ทำให้น้ำหนักเบาลงและมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศลดลง รุ่น 320d Sport ราคา 2,959,000 บาท และ 330i M Sport ราคา 3,359,000 บาท
MINI Cooper S 60 Years Edition ฉลอง 60 ปีแบรนด์ ด้วยดีไซน์ Retro ที่ผสมผสานความน่ารักและสปอร์ต โทนสี British Racing Green ตัดกับหลังคาและกระจกมองข้างสีขาว Pepper White พร้อมสัญลักษณ์ 60 ปีทั่วคัน ภายในตกแต่งพิเศษด้วยโลโก้ 60 ปีบนพวงมาลัยและเบาะ MINI Yours Leather Lounge 60 Years ราคา 2,900,000 บาท (3 ประตู) และ 2,940,000 บาท (5 ประตู) มีโควต้าจำกัดเพียง 17 คันสำหรับประเทศไทย
CHEVROLET: ทิศทางใหม่สู่ความเป็นผู้นำในตลาดปิกอัพและ SUV
Chevrolet ได้ประกาศทิศทางใหม่ในการรุกตลาดปิกอัพ, SUV/PPV, ครอสโอเวอร์ และรถยนต์พลังงานไฟฟ้า โดย Chevrolet Captiva รุ่นใหม่นี้ ถือเป็นก้าวแรกที่จะเข้ามาทำตลาดในกลุ่ม B/C-SUV โดยวางตำแหน่งให้แข่งขันกับรถในกลุ่ม Honda CR-V และ HR-V แม้รายละเอียดจะยังไม่มากนัก แต่คาดการณ์ว่าจะมีราคาเริ่มต้นต่ำกว่า 1 ล้านบาท
FOMM (EV): รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กสำหรับคนเมือง
FOMM One รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กสำหรับชีวิตในเมือง ด้วยความยาวเพียง 2,585 มม. โดดเด่นด้วยพวงมาลัยรูปทรงคล้ายเครื่องบินพร้อมคันเร่งในตัว ใช้แบตเตอรี่ 2.96 kWh จำนวน 4 ก้อน ที่สามารถถอดเปลี่ยนได้ง่าย และมีเครือข่าย Battery Cloud สำหรับการเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่สะดวก สามารถวิ่งได้ 160 กม. (WLTC) ด้วยความเร็วสูงสุด 80 กม./ชม. ราคา 599,900 บาท (สำหรับ 2,000 คันแรก) ด้วยค่าบำรุงรักษาที่ต่ำกว่ารถยนต์เบนซินทั่วไปถึง 9 เท่า
Ford: ยานยนต์ออฟโรดพันธุ์แกร่ง
Ford Ranger Raptor ยังคงเป็นดาวเด่นของบูธ ด้วยเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ดีเซล Compound Turbo 213 แรงม้า พร้อมระบบช่วงล่าง Fox Racing Shox และโหมด Baja สำหรับการขับขี่แบบออฟโรดเต็มพิกัด Everest ก็มาพร้อมการตกแต่งสไตล์ดุดัน Mustang ปี 2019 มีการเพิ่มสปอยเลอร์หลังสำหรับรุ่น 2.3 ลิตร
Honda: ความสง่างามของ All-new Honda Accord
All-new Honda Accord Gen.10 เปิดให้ชมภายในอย่างเป็นทางการ มาพร้อมเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบ 190 แรงม้า และขุมพลัง Hybrid 2.0 ลิตร Atkinson Cycle+Motor 215 แรงม้า ดีไซน์ภายนอกดูทันสมัย ก้าวข้าม Civic ขึ้นไปอีกขั้น ส่วนภายในมีความเปลี่ยนแปลงจากรุ่นเดิมอย่างชัดเจน ด้วยการผสมผสานความหรูหราและความทันสมัย คาดการณ์ราคาเริ่มต้นไม่เกิน 1.5 ล้านบาท
Hyundai: การรุกตลาด EV อย่างเงียบๆ แต่ทรงพลัง
Hyundai ได้สร้างความประหลาดใจด้วยการนำ KONA electric เข้ามาทำตลาดอย่างเป็นทางการ มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย คือ SE (1,849,000 บาท) มอเตอร์ 136 แรงม้า แบตเตอรี่ 39.2 kWh วิ่งได้ 312 กม. (WLTP) และ SEL (2,259,000 บาท) มอเตอร์ 204 แรงม้า แบตเตอรี่ 64 kWh วิ่งได้ 482 กม. (WLTP) ถือเป็นการก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในตลาด EV ระดับราคาที่เข้าถึงได้
นอกจากนี้ H-1 Limited III รุ่นพิเศษจำนวนจำกัด 300 คัน ยังคงเป็นตัวเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการรถ MPV ขนาดใหญ่ที่เต็มเปี่ยมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก
Isuzu: สุนทรียภาพแห่งการแต่งรถและการลุย
Isuzu นำเสนอ MU-X The Onyx รุ่นพิเศษที่หรูหรายิ่งขึ้น ด้วยสีแดง Etna Red ใหม่, ดีไซน์กระจังหน้าและกันชนใหม่, ล้ออัลลอย 18 นิ้ว Flash Black Design, ถุงลมนิรภัย 6 ใบ และระบบ BOS-Brake Override System ราคาเริ่มต้น 1,364,000 บาท
นอกจากนี้ยังมี D-Max V-Cross Max 4×4 ที่ตกแต่งสไตล์สปอร์ตออฟโรด พร้อมชุดแต่ง ARB และล้อ Fuel Baja ยาง BF Goodrich A/T
Jaguar/Land Rover: ก้าวสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า
Jaguar เปิดตัว I-PACE รถยนต์ไฟฟ้า SUV รุ่นแรกของค่าย ด้วยแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 90 kWh ให้กำลังรวม 400 แรงม้า แรงบิด 696 นิวตันเมตร เร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.8 วินาที วิ่งได้ไกล 470 กม. มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย ราคาเริ่มต้น 5,499,000 บาท
Kia: ความลงตัวของ MPV อเนกประสงค์
Kia Grand Carnival ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในตลาด MPV ด้วย 3 รุ่นย่อยที่มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร 197 แรงม้า และเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ รุ่น SXL เพิ่มความหรูหราด้วยซันรูฟคู่, หน้าปัดจอ MID สี TFT, ระบบแจ้งเตือนจุดบอด, และเบาะปรับไฟฟ้าพร้อมระบบความจำ
Lamborghini: พลังเหนือขีดจำกัด
Huracan EVO คือดาวเด่นที่มาแทนที่ Huracan LP610-4 Coupe เดิม ด้วยเครื่องยนต์ 640 แรงม้า พร้อมระบบ LDVI – Lamborghini Dinamica Veicolo Integrata ที่ช่วยประมวลผลและควบคุมการขับขี่ได้อย่างแม่นยำ พร้อมระบบเลี้ยวล้อหลังเป็นครั้งแรกใน Lamborghini ราคาเริ่มต้น 24.59 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังมี Aventador SVJ สุดยอด Production Car ที่ทำลายสถิติ Nurburgring และ Urus SUV รุ่นแรกของค่ายที่มอบสมรรถนะเหนือชั้น
Maserati: สุนทรียภาพแห่งอิตาลี
Maserati นำเสนอ GranTurismo MY2019 ยนตรกรรมคูเป้ดีไซน์เหนือกาลเวลา พร้อมเครื่องยนต์ V8 4.7 ลิตร 460 แรงม้า ราคา 14.99 ล้านบาท
New Quattroporte รถซีดานหรูที่มาพร้อมไฟหน้า Adaptive Matrix LED เครื่องยนต์ V8 Twin Turbo 530 แรงม้า และ Levante Vulcano Limited Edition SUV รุ่นพิเศษผลิตจำนวนจำกัด 150 คันทั่วโลก มาพร้อมตัวถังสีเทาด้าน Grigio Lava และชุดแต่ง Nerrissimo Pack
Mazda: วิสัยทัศน์แห่งอนาคต
Mazda KAI CONCEPT สะท้อนวิสัยทัศน์การออกแบบ KODO Ver 2.0 และเครื่องยนต์ SKYACTIV-X เทคโนโลยี Spark Controlled Compression Ignition (SPCCI) ที่รวมการจุดระเบิดแบบเบนซินและดีเซลเข้าไว้ด้วยกัน
McLaren: สูงสุดแห่งสมรรถนะ
McLaren 720S Spider รุ่นเปิดหลังคาที่มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 720 แรงม้า หลังคาเปิด-ปิดภายใน 11 วินาที ราคาเริ่มต้น 29.5 ล้านบาท
Mercedes-Benz: นวัตกรรมแห่งความหรูหราและสมรรถนะ
Mercedes-Benz S 560 e AMG Premium รถยนต์ Plug-in Hybrid ที่ผสานเครื่องยนต์ V6 3.0 ลิตร Twin Turbo 367 แรงม้า กับมอเตอร์ไฟฟ้า 122 แรงม้า รวมกำลัง 476 แรงม้า ราคา 6,999,000 บาท
ฝั่ง Mercedes-AMG เปิดตัว E 53 4MATIC+ Coupe และ CLS 53 4MATIC+ ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ 6 สูบเรียง M256 พร้อมระบบไฟฟ้า 48V และ EQ Boost ให้กำลัง 435 แรงม้า CLS 53 ราคา 5,350,000 บาท และ E 53 Coupe ราคา 6,990,000 บาท
MG: การบุกตลาด EV และรถตู้
MG ZS EV รถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบที่ใช้พลังงานทางเลือก “NetGreen” วิ่งได้ไกล 335 กม. (NEDC) มีแผนนำเข้าเวอร์ชันพวงมาลัยขวามาจำหน่ายในปีนี้
MG V80 รถตู้ขนาดใหญ่ 11 ที่นั่ง พร้อมประตูสไลด์ไฟฟ้า เครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร 136 แรงม้า ราคาเริ่มต้น 988,000 บาท
Mitsubishi: ทิศทางสู่ SUV พลังงานไฟฟ้า
Mitsubishi e-Evolution Concept รถต้นแบบ SUV ไฟฟ้า ที่สะท้อนทิศทางของบริษัทฯ สู่การเป็นผู้นำในกลุ่ม SUV/Crossover และยานยนต์พลังงานไฟฟ้า
Triton Absolute รถต้นแบบกระบะที่สะท้อนแนวคิด “Build-up Robustness” พร้อมการตกแต่งสไตล์ออฟโรด เพื่อหยั่งเชิงการตอบรับจากลูกค้า
Nissan: เทคโนโลยีอัจฉริยะบนรถยนต์หลากหลายสไตล์
Nissan X-Trail Minorchange มาพร้อมระบบความปลอดภัยอัจฉริยะมากมาย รวมถึงสีส้มโทนใหม่ที่ดูโดดเด่น
Nissan Navara Black Edition II กระบะดีไซน์ดุดัน พร้อมชุดแต่งเฉพาะรุ่น และระบบ Nissan Connect ที่เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้
Porsche: การเปิดตัว 911 เจนเนอเรชั่นใหม่
Porsche 911 (992) เจนเนอเรชั่นใหม่ เปิดตัวเป็นครั้งแรกในเอเชีย ด้วยดีไซน์ที่พัฒนาขึ้นพร้อมระบบช่วยเหลือการขับขี่ Wet mode ราคาเริ่มต้น 12,150,000 บาท
Rolls-Royce: อัครยานยนต์สำหรับมหาเศรษฐี
Rolls-Royce Phantom รุ่นที่ 8 มาพร้อมเครื่องยนต์ V12 Twin Turbo 6.75 ลิตร 563 แรงม้า ราคาเริ่มต้น 53,500,000 บาท
Subaru: การตกแต่งใหม่บน XV
Subaru XV GT Edition รุ่นพิเศษที่ได้รับการตกแต่งพิเศษจาก Giken และ มร. มาซาฮิโกะ โกบายาชิ พร้อมล้ออัลลอย 17 และ 18 นิ้ว
Suzuki: Jimny ปรากฏการณ์ และ Ertiga ใหม่
Suzuki Jimny รถจี๊ปขนาดเล็กสไตล์ Off-road นำเข้าจากญี่ปุ่น เปิดราคา 1,550,000 บาท (เกียร์ธรรมดา) และ 1,650,000 บาท (เกียร์อัตโนมัติ) แม้ราคาจะสูง แต่โควต้า 30 คันแรกหมดเกลี้ยงภายใน 6 ชั่วโมง
Suzuki Ertiga 2019 MPV 7 ที่นั่ง ที่มาพร้อมโครงสร้าง HEARTECT และเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร 105 แรงม้า ราคาตัวท็อป 695,000 บาท
Toyota/Lexus: การกลับมาของตำนาน และรถยนต์ไฟฟ้า
All-new Supra (A90) รถสปอร์ตที่สานต่อตำนาน พร้อมเครื่องยนต์ 3.0 ลิตร เทอร์โบ 340 แรงม้า (ใช้เครื่องยนต์ร่วมกับ BMW Z4) มีความเป็นไปได้ที่จะเปิดตัวในไทยช่วงปลายปี
All-new Commuter รถตู้ขนาดใหญ่ ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร VN-Turbo 177 แรงม้า
Lexus UX250h Hybrid ครอสโอเวอร์ขนาดเล็กที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ล้ำสมัย และการออกแบบภายในที่เน้นทัศนวิสัย
Volvo: ความปลอดภัยและสมรรถนะที่เหนือกว่า
Volvo นำเสนอแคมเปญ “Drive Your Desire” ที่ให้ลูกค้าสามารถอัปเกรดรุ่นย่อยของรถที่สนใจได้ฟรี พร้อมโปรโมชั่นบริการซ่อมบำรุงและ Warranty ที่ยาวนาน
สรุป
มหกรรมยานยนต์กรุงเทพฯ ในครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำว่า แม้เทคโนโลยีจะก้าวหน้าไปเพียงใด แต่ความสุขและความพึงพอใจที่ได้จากการขับขี่รถยนต์อันเป็นที่รัก ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างสรรค์ยานยนต์ ตลอดจนนวัตกรรมที่น่าตื่นตาตื่นใจ ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของวงการยานยนต์ไทย
หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่หลงใหลในเสน่ห์ของยานยนต์ และต้องการสัมผัสประสบการณ์เหล่านี้ด้วยตนเอง อย่าพลาดโอกาสที่จะเข้าร่วมงานมหกรรมยานยนต์กรุงเทพฯ ครั้งนี้ เพื่อค้นหารถในฝันของคุณ และก้าวสู่ยุคใหม่แห่งการขับขี่!

