มหกรรมยานยนต์ Motor Show 2025: เทรนด์ใหม่ ยนตรกรรมแห่งอนาคต และประสบการณ์เหนือระดับ
สวัสดีครับ ท่านผู้อ่าน Headlightmag ทุกท่าน ผมในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มาสิบปี รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะพาทุกท่านไปสำรวจโลกของ มหกรรมยานยนต์ Motor Show 2025 ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่อลังการ ณ Challenger Hall 1-3 เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน 2567 โดยในปีนี้มาพร้อมคอนเซปต์ “Enjoyment of Automobiles” – สุนทรียภาพแห่งยานยนต์ ซึ่งแตกต่างจากกระแสที่เน้นพลังงานทางเลือก หรือเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติ งานนี้กลับมุ่งเน้นการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์อันเป็นที่รัก ดึงเรากลับสู่แก่นแท้ของการเลือกซื้อรถที่ใช่ ขับขี่ด้วยความสุขและความเพลิดเพลิน
ด้วยพื้นที่จัดแสดงอันกว้างขวางกว่า 60,000 ตารางเมตร และการเข้าร่วมของแบรนด์รถยนต์ชั้นนำถึง 30 ค่าย มหกรรมยานยนต์ Motor Show 2025 จึงเป็นเวทีที่แสดงศักยภาพของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยได้อย่างเต็มภาคภูมิ พร้อมด้วยการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่หลายคันไม่เคยเผยโฉมต่อสาธารณชนชาวไทยมาก่อน
สำหรับท่านที่กำลังมองหารถยนต์ใหม่ หรือเพียงแค่ต้องการอัปเดตเทรนด์ เทคโนโลยียานยนต์ 2025 และสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษจากแบรนด์ระดับโลก บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกไฮไลท์เด่นในงาน พร้อมข้อมูลเชิงลึกจากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ ให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวของ ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า และ รถยนต์ไฮบริด ที่กำลังมาแรง
Aston Martin: ความหรูหราเหนือกาลเวลา ผสานสมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์
Aston Martin Bangkok ภายใต้การดูแลของ MGC-Asia ได้นำทัพยนตรกรรมสุดหรูมาจัดแสดงอย่างน่าตื่นตา เริ่มตั้งแต่ Aston Martin Rapide ซาลูนที่สง่างามราวกับซูเปอร์คาร์, Aston Martin Vanquish V12 สปอร์ตสายพันธุ์ดั้งเดิมไร้เทอร์โบ, ไปจนถึง Aston Martin V8 Vantage ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 510 แรงม้า และ Aston Martin DB11 สปอร์ต V12 ทวินเทอร์โบ 608 แรงม้า ซึ่งมีรุ่น V8 เป็นอีกทางเลือก
ไฮไลท์สำคัญคือการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ Aston Martin DBS Superleggera ชื่อนี้มาจากบริษัทผู้สร้างตัวถังรถยนต์ชื่อดังในอิตาลี แสดงถึงการผสมผสานเทคโนโลยีน้ำหนักเบาเข้ากับพื้นฐานจาก DB11 หากติดตั้งหลังคาคาร์บอนไฟเบอร์ น้ำหนักจะเบาลงถึง 70 กิโลกรัม! หัวใจหลักของ DBS Superleggera คือเครื่องยนต์ V12 ทวินเทอร์โบ 5.2 ลิตร ให้กำลัง 715 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 900 นิวตันเมตร ทำให้เป็น Aston Martin ที่มีแรงบิดสูงสุดเท่าที่เคยผลิตมา ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.4 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 340 กม./ชม.
แต่ที่สร้างเสียงฮือฮาอย่างมาก คือการปรากฏตัวของ Aston Martin Valkyrie AMR Pro มูลค่าราว 300 ล้านบาท! รถคันนี้ถูกสร้างมาเพื่อการขับในสนามแข่งโดยเฉพาะ ผสมผสานมันสมองจาก Aston Martin, Redbull Racing, Cosworth, และ Rimac ด้านการออกแบบภายนอกได้ Marek Reichman ร่วมกับ Adrian Newey วิศวกร F1 ระดับตำนาน ผลลัพธ์คือยานยนต์ที่ใกล้เคียงรถแข่ง F1 ยุคเครื่องยนต์ V12 ประกอบกับเครื่องยนต์ V12 สูบ 6.5 ลิตร พร้อมระบบ KERS แบบ F1 จาก Rimac ให้กำลังสูงสุดกว่า 1,100 แรงม้า! และมีเรดไลน์สูงถึง 11,000 รอบต่อนาที! รุ่น AMR Pro นี้ได้ตัดระบบ Infotainment ออก ติดตั้งอุปกรณ์สำหรับสนามแข่งโดยเฉพาะ และสามารถรับแรง G ในโค้งได้สูงถึง 3.3G ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 2.5 วินาที และความเร็วสูงสุด 360 กม./ชม. รถคันนี้ได้ขายหมดไปแล้วตั้งแต่ก่อนงานเปิดตัว และ Aston Martin ยืนยันว่าจะไม่รับผู้ที่ซื้อไปเพื่อเก็งกำไรเข้าสู่แบรนด์อีกต่อไป
Audi: นวัตกรรมสี่ห่วง สู่ยุคแห่งยนตรกรรมไฟฟ้า
Audi ประเทศไทย ภายใต้การนำของ Meister Technik ยังคงเดินหน้าสร้างความน่าสนใจด้วยการทยอยเปิดตัวรถใหม่ต่อเนื่อง โดยในงานนี้มีทั้ง Audi R8, ตระกูล Avant อย่าง A4 และ A6 รวมถึง SUV ตระกูล Q7 และ Q8
ไฮไลท์เด่นคือ Audi A7 Sportback 45TFSI quattro รุ่นย่อยใหม่ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบ 245 แรงม้า ซึ่ง Audi ได้ปรับกลยุทธ์ด้านราคาเพื่อแข่งขันในตลาดรถคูเป้ 4 ประตูอย่างดุเดือด โดยปรับลดออปชั่นบางส่วนแต่ยังคงดีไซน์ล้ำสมัยและสมรรถนะที่น่าพอใจ
อีกรุ่นที่น่าจับตาคือ Audi TT Minorchange ซึ่งมีการปรับดีไซน์กระจังหน้าและกันชนใหม่ พร้อมชุดแต่ง S-Line ดีไซน์ใหม่ การเปลี่ยนแปลงนี้มีเป้าหมายเพื่อดึงดูดลูกค้ากลุ่มวัยรุ่นและผู้ที่ชื่นชอบดีไซน์สปอร์ตที่ไม่เหมือนใคร แม้ราคาจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยังคงความคุ้มค่า
แต่ที่สร้างความประหลาดใจให้กับวงการคือการเปิดตัว Audi e-tron รถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของ Audi ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ด้วยราคา 5,099,000 บาท ทำให้ Audi เป็นหนึ่งในแบรนด์แรกๆ ที่นำเสนอ SUV พรีเมียมไฟฟ้าเต็มรูปแบบในตลาดไทย e-tron มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ กำลังสูงสุด 408 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.7 วินาที และพิสัยการวิ่งสูงสุด 417 กิโลเมตร (WLTP) ด้วยแบตเตอรี่ 95 kWh ที่ติดตั้งอยู่ใต้ท้องรถ
Bentley: ฉลอง 100 ปีแห่งความหรูหราและสมรรถนะ
Bentley เฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี ด้วยการเปิดตัว New Continental GT Convertible W12 รถเปิดประทุนหรูที่ผสานสมรรถนะอันน่าทึ่งเข้ากับความสง่างามระดับสูงสุด ใช้เครื่องยนต์ W12 6.0 ลิตร ให้กำลัง 635 แรงม้า แรงบิด 900 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 333 กม./ชม. กลไกหลังคาผ้าใบเปิด-ปิดภายใน 19 วินาที พร้อมตัวเลือกสีหลังคา 7 แบบ
ภายในตกแต่งอย่างหรูหรา พร้อมระบบ Bentley Rotating Display ที่สามารถหมุนสลับระหว่างจอ 12.3 นิ้ว, มาตรวัดคลาสสิก หรือลายไม้ ได้ตามต้องการ ราคาของ Continental GT Convertible W12 อยู่ที่ 23,800,000 บาท นอกจากนี้ยังมี Continental GT W12 ในราคา 22,100,000 บาท และ Bentayga Petrol V8 SUV หรูที่มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 550 แรงม้า ในราคาเริ่มต้น 21,500,000 บาท
BMW/MINI: ความสปอร์ตหรูหรา และเสน่ห์เหนือกาลเวลา
BMW นำเสนอรถยนต์ครบครันในทุกตระกูล โดยเฉพาะกลุ่ม M Performance อย่าง M2 Competition, M4CS, และ M5 ที่มาจัดแสดงอย่างใกล้ชิด
ไฮไลท์สำคัญคือ BMW X7 M50d SUV ขนาดใหญ่ที่สุดของ BMW มาพร้อมกระจังหน้าทรงไตคู่ขนาดใหญ่ ไฟหน้า BMW Laserlight และล้ออัลลอย BMW Individual ขนาด 22 นิ้ว ภายในมีเบาะ 3 แถว 7 ที่นั่ง หุ้มหนังแท้ Merino ห้องเก็บสัมภาระกว้างขวาง ขุมพลังคือเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ M Performance TwinPower Turbo 400 แรงม้า แรงบิด 760 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับช่วงล่าง Executive Drive Pro ราคา 8,999,000 บาท
อีกรุ่นที่น่าสนใจคือ BMW Z4 (G29) สปอร์ตเปิดประทุน 2 ที่นั่ง ที่กลับมาพร้อมหลังคาผ้าใบน้ำหนักเบา ช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระเป็น 281 ลิตร มีให้เลือก 2 ขุมพลัง คือ sDrive30i เครื่องยนต์ 4 สูบ 2.0 ลิตร เทอร์โบ 258 แรงม้า ราคา 3,999,000 บาท และ M40i เครื่องยนต์ 6 สูบ 3.0 ลิตร เทอร์โบ 340 แรงม้า ราคา 4,999,000 บาท
BMW 330i (G20) ซีรีส์ 3 ใหม่ มาพร้อมนวัตกรรมจากซีรีส์ 5 ขนาดยังคงความคล่องตัว แม้ขนาดจะใหญ่ขึ้น แต่ใช้วัสดุผสมและอลูมิเนียมทำให้น้ำหนักเบาลง พร้อมปรับปรุง Aerodynamics ลดแรงต้านอากาศ มีให้เลือกทั้งรุ่น 320d Sport และ 330i M Sport ที่มาพร้อมชุดแต่ง M Sport เต็มรูปแบบ
MINI ก็ไม่น้อยหน้า ส่ง MINI Cooper S 60 Years Edition ฉลอง 60 ปี แบรนด์ ด้วยการตกแต่งสีเขียว British Racing Green ตัดกับหลังคาขาว Pepper White พร้อมสัญลักษณ์ 60 ปีตามจุดต่างๆ ภายในยังคงความทันสมัยผสมผสานความคลาสสิก พร้อมโลโก้ 60 ปีบนพวงมาลัยและเบาะ ราคา 2,900,000 บาท (3 ประตู) และ 2,940,000 บาท (5 ประตู) โดยมีโควต้าจำกัดเพียง 17 คันสำหรับประเทศไทย
Chevrolet: ก้าวสู่ผู้นำตลาด SUV และรถเพื่อการพาณิชย์
Chevrolet ประกาศทิศทางใหม่ มุ่งเน้นตลาดรถกระบะ, SUV/PPV, ครอสโอเวอร์ และรถยนต์พลังงานไฟฟ้า โดย Chevrolet Captiva รุ่นใหม่นี้จะเป็นก้าวแรกในการกลับมาทำตลาดในไทยอย่างจริงจัง Captiva ใหม่จะถูกวางตำแหน่งทางการตลาดให้สอดแทรกระหว่าง CR-V และ HR-V โดยมีข่าวว่าราคาเริ่มต้นต่ำกว่า 1 ล้านบาท
Ford: เทคโนโลยี Off-road และสมรรถนะที่เหนือชั้น
Ford ยังคงชูจุดเด่นที่ Ford Ranger Raptor กระบะพันธุ์แกร่ง ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ดีเซล Compound Turbo 213 แรงม้า เกียร์ 10 สปีด และระบบช่วงล่าง Fox Racing Shox เพื่อการขับขี่แบบ Off-road ระดับสูงสุด พร้อมโหมด Baja ที่มอบประสบการณ์การขับขี่สุดขั้ว นอกจากนี้ยังมี Everest และ Mustang ที่ได้รับการอัปเดตปี 2019
Honda: All-new Accord ก้าวสู่อีกระดับของความหรูหราและสมรรถนะ
Honda เปิดตัว All-new Honda Accord Gen.10 อย่างเต็มรูปแบบในงานนี้ มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย ประกอบด้วยเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบ 190 แรงม้า และขุมพลัง Hybrid 2.0 ลิตร Atkinson Cycle + Motor กำลังรวม 215 แรงม้า ดีไซน์ภายนอกดูทันสมัยล้ำยุค และภายในที่ปรับเปลี่ยนไปจากรุ่นเดิมอย่างสิ้นเชิง Honda Accord Gen.10 จะประกาศราคาอย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคม โดยคาดว่ารุ่นเทอร์โบเริ่มต้นไม่เกิน 1.5 ล้านบาท และรุ่น Hybrid สูงสุดไม่เกิน 1.8 ล้านบาท
Hyundai: บุกตลาด EV เต็มพิกัด และรถ MPV หรู
Hyundai ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยการเปิดตัว KONA electric อย่างเป็นทางการในประเทศไทย มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย คือ SE (1,849,000 บาท) มอเตอร์ 136 แรงม้า แบตเตอรี่ 39.2 kWh วิ่งได้ 312 กม. (WLTP) และ SEL (2,259,000 บาท) มอเตอร์ 204 แรงม้า แบตเตอรี่ 64 kWh วิ่งได้ 482 กม. (WLTP) KONA electric มาพร้อมดีไซน์ครอสโอเวอร์ที่น่าสนใจ และออปชั่นที่จัดเต็ม
นอกจากนี้ยังมี Hyundai H-1 Limited III รุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 300 คันทั่วโลก มาพร้อมสีขาวกะทิ เบาะภายในหนังสีเทา ชุดแต่งพิเศษ และราคา 1,679,000 บาท
Isuzu: ความแข็งแกร่งที่เหนือกว่า และความหรูหรามีระดับ
Isuzu โชว์ศักยภาพด้วยรถกระบะตกแต่งพิเศษแนวลุย เช่น Isuzu D-Max V-Cross Max 4×4 ที่มาพร้อมชุดแต่ง ARB รอบคัน และ MU-X The Onyx รุ่นพิเศษที่เพิ่มความหรูหราด้วยสีแดง Etna Red ดีไซน์ภายนอกใหม่ ล้ออัลลอย 18 นิ้ว Flash Black Design และภายในที่เพิ่ม Ambient Light สีแดง พร้อมถุงลมนิรภัย 6 ใบ และระบบ BOS
Jaguar/Land Rover: ยนตรกรรมไฟฟ้าเปิดศักราชใหม่
Jaguar เปิดตัว Jaguar I-PACE รถ SUV พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของแบรนด์ ด้วยขุมพลังมอเตอร์คู่ 400 แรงม้า แรงบิด 696 นิวตันเมตร เร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.8 วินาที พิสัยวิ่ง 470 กิโลเมตร มาพร้อม 3 รุ่นย่อย S (5,499,000 บาท), SE (6,299,000 บาท) และ HSE (6,999,000 บาท)
Land Rover ได้ปรับราคารถรุ่นต่างๆ ให้แข่งขันได้มากขึ้น เช่น Discovery Sport ที่ลดราคาลงอย่างน่าสนใจ
Lamborghini: สมรรถนะสูงสุด บนสนามแข่งและท้องถนน
Lamborghini เผยโฉม Huracan EVO ซูเปอร์คาร์ที่มาแทนที่ LP610-4 Coupe ด้วยเครื่องยนต์ V10 5.2 ลิตร 640 แรงม้า ระบบควบคุม LDVI อัจฉริยะ และการออกแบบที่เน้น Aerodynamics ราคาเริ่มต้น 24.59 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังมี Lamborghini Aventador SVJ รถโปรดักชั่นที่ทำลายสถิติ Nurburgring และ Lamborghini Urus SUV สมรรถนะสูง พร้อมราคาเริ่มต้น 23.42 ล้านบาท
Maserati: ความสง่างามแบบอิตาเลียน ผสานสมรรถนะเร้าใจ
Maserati นำเสนอ Model Year 2019 อย่าง GranTurismo ยนตรกรรม V8 4.7 ลิตร 460 แรงม้า ดีไซน์โดย Pininfarina พร้อมอัปเกรดภายในที่ทันสมัยขึ้น ราคา 14.99 ล้านบาท
New Quattroporte รถซีดานหรูประจำตำแหน่งประธานาธิบดีอิตาลี มาพร้อมไฟหน้า Adaptive Matrix LED และเครื่องยนต์ V8 Twin-Turbo 3.8 ลิตร 530 แรงม้า
Levante Vulcano Limited Edition SUV รุ่นพิเศษผลิตจำกัด 150 คันทั่วโลก มาพร้อมตัวถังสีเทาด้าน Grigio Lava และชุดแต่ง Nerrissimo Pack
Mazda: วิสัยทัศน์แห่งอนาคต และความสปอร์ตเหนือระดับ
Mazda นำเสนอ MAZDA KAI CONCEPT ต้นแบบที่สะท้อนการออกแบบ KODO Ver 2.0 พร้อมเทคโนโลยีเครื่องยนต์ SKYACTIV-X ซึ่งเป็นการจุดระเบิดแบบอัดฉีดในเครื่องยนต์เบนซินครั้งแรกของโลก
CX-3 Exclusive MODS รุ่นพิเศษตกแต่งด้วยเบาะหนัง Nappa สีแดงเข้ม พร้อมออปชั่น Apple CarPlay/Android Auto ราคา 1,110,000 บาท
McLaren: สุนทรียะแห่งความเร็ว สู่เวอร์ชั่นเปิดประทุน
McLaren 720S Spider เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ด้วยเครื่องยนต์ M840T V8 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 720 แรงม้า โครงสร้าง Carbon Tub ที่แข็งแกร่งทำให้ไม่จำเป็นต้องเสริมความแข็งแรงแม้จะเป็นรุ่นเปิดประทุน กลไกหลังคาเปิด-ปิดภายใน 11 วินาที ราคาเริ่มต้น 29.5 ล้านบาท
Mercedes-Benz: พลังงานทางเลือก และสมรรถนะ AMG สุดเร้าใจ
Mercedes-Benz นำเสนอ S 560 e AMG Premium รถปลั๊กอินไฮบริดที่มาพร้อมเครื่องยนต์ V6 3.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ 367 แรงม้า ผสานมอเตอร์ไฟฟ้า 122 แรงม้า รวมกำลัง 476 แรงม้า ราคา 6,999,000 บาท
ฝั่ง Mercedes-AMG โชว์ E 53 4MATIC+ Coupe และ CLS 53 4MATIC+ ที่ใช้เครื่องยนต์ 6 สูบเรียง M256 ใหม่ ระบบไฟฟ้า 48V และ EQ Boost ให้กำลังสูงสุด 435 แรงม้า CLS 53 ประกอบในประเทศ ราคา 5,350,000 บาท ส่วน E 53 Coupe นำเข้า ราคา 6,990,000 บาท
MG: ก้าวสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า และรถตู้ที่คุ้มค่า
MG ZS EV รถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบที่สะท้อนทิศทางของแบรนด์ในอนาคต คาดว่าจะทำตลาดในไทยด้วยมอเตอร์ 150 แรงม้า วิ่งได้ 335 กม. (NEDC)
MG V80 รถตู้ 11 ที่นั่ง เครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร 136 แรงม้า มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา (988,000 บาท) และเกียร์ SELEMATIC (1,038,000 บาท)
Mitsubishi: วิสัยทัศน์แห่งอนาคต และความแกร่งแห่ง Triton
Mitsubishi นำเสนอ e-Evolution Concept รถต้นแบบ SUV พลังไฟฟ้า ที่สะท้อนทิศทางของแบรนด์สู่ SUV และรถยนต์ไฟฟ้า
Triton Absolute ต้นแบบกระบะที่สะท้อนแนวคิด “Build-up Robustness” ด้วยชุดแต่ง Off-road รอบคัน และยกสูงขึ้น 50 มม. หากได้รับการตอบรับที่ดี อาจมีโอกาสผลิตขายจริง
Nissan: เทคโนโลยีอัจฉริยะ และดีไซน์ที่ดุดัน
Nissan X-Trail Minorchange ปรับไลน์อัพเหลือเพียงเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร เบนซิน และรุ่น Hybrid 2.0 ลิตร ชูจุดเด่นด้านระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ
Navara Black Edition II เสริมความดุดันด้วยชุดแต่งเฉพาะรุ่น กราฟิกดีไซน์ใหม่ และล้ออัลลอย 18 นิ้ว พร้อมระบบ Around View Monitor และ Nissan Connect
Porsche: ตำนาน 911 เจเนอเรชั่นใหม่ และ GT3RS สุดโหด
Porsche เปิดตัว All-new Porsche 911 (992) เจเนอเรชั่นใหม่ที่เอเชียเป็นครั้งแรกในไทย พร้อมรุ่น Carrera S และ Carrera 4S ที่ได้รับการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่มากมาย ราคาเริ่มต้น 12,150,000 บาท
911 GT3RS (991) รถเวอร์ชั่นไร้เทอร์โบที่ร้ายกาจที่สุด ด้วยเครื่องยนต์ 4.0 ลิตร 520 แรงม้า และทำลายสถิติดังกล่าวบน Nurburgring
Rolls-Royce: สุดยอดแห่งความหรูหรา ไร้ที่สิ้นสุด
Rolls-Royce Phantom เจเนอเรชั่นที่ 8 ยังคงความเป็นที่สุดแห่งความหรูหรา ด้วยเครื่องยนต์ V12 ทวินเทอร์โบ 6.75 ลิตร 563 แรงม้า ในราคาเริ่มต้น 53.5 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังมี Ghost, Wraith Black Badge, Dawn และ Cullinan SUV รุ่นแรกของแบรนด์ ที่จัดแสดงอย่างสง่างาม
Subaru: ความทนทานอันเป็นเอกลักษณ์ และการตกแต่งพิเศษ
Subaru XV GT Edition รุ่นพิเศษที่เกิดจากความร่วมมือกับ Giken และอดีตหัวหน้านักออกแบบ Subaru มาพร้อมการตกแต่งภายนอกและภายในที่แตกต่าง ราคา 1,338,000 บาท (ล้อ 17 นิ้ว) และ 1,358,000 บาท (ล้อ 18 นิ้ว)
Suzuki: All-new Jimny รถจี๊ปในตำนาน และ Ertiga 2019
Suzuki Jimny รถจี๊ปขนาดเล็กที่กลับมาพร้อมเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร 102 แรงม้า ด้วยราคา 1,550,000 บาท (เกียร์ธรรมดา) และ 1,650,000 บาท (เกียร์อัตโนมัติ) ซึ่งแม้จะราคาสูง แต่ล็อตแรกก็ขายหมดอย่างรวดเร็ว
Suzuki Ertiga 2019 MPV 7 ที่นั่ง ที่มาพร้อมโครงสร้าง HEARTECT และเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร 105 แรงม้า ราคาเริ่มต้นเพียง 695,000 บาท
Toyota/Lexus: Supra สานต่อตำนาน, Commuter ใหม่ และ UX ครอสโอเวอร์หรู
Toyota Supra A90 รถสปอร์ตที่กลับมาสานต่อตำนาน หลังหายไป 17 ปี ใช้เครื่องยนต์และโครงสร้างร่วมกับ BMW Z4 คาดว่าจะเปิดตัวช่วงปลายปีนี้
All-new Toyota Commuter รถตู้ขนาดใหญ่พิเศษ ยาว 5,915 มิลลิเมตร มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร VN-Turbo 177 แรงม้า
Lexus UX250h Hybrid ครอสโอเวอร์ขนาดเล็ก ดีไซน์ล้ำสมัย พร้อมขุมพลัง Hybrid 2.0 ลิตร 184 แรงม้า ราคาเริ่มต้น 2.49 ล้านบาท
Volvo: ความปลอดภัยระดับพรีเมียม และโปรโมชั่นสุดคุ้ม
Volvo นำเสนอรถยนต์พรีเมียมที่โดดเด่นด้วยราคาที่แข่งขันได้ เทคโนโลยีความปลอดภัยเหนือระดับ และระบบ Pilot Assist
XC40 มีให้เลือกทั้งรุ่น T4 Momentum (190 แรงม้า) และ T5 R-Design (252 แรงม้า) ราคาเริ่มต้น 2,090,000 บาท
โปรโมชั่น “Drive Your Desire” ที่ให้คุณสามารถอัปเกรดรุ่นย่อยรถที่คุณสนใจได้
สรุป
มหกรรมยานยนต์ Motor Show 2025 ในปีนี้ ถือเป็นการตอกย้ำเทรนด์ รถยนต์ไฟฟ้า และ รถยนต์ไฮบริด ที่กำลังมาแรงอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการพัฒนา เทคโนโลยียานยนต์ ใหม่ๆ ที่จะยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น แบรนด์ต่างๆ ต่างงัดกลยุทธ์ด้านราคา นวัตกรรม และดีไซน์ เพื่อดึงดูดผู้บริโภคในตลาดที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด
สำหรับท่านที่กำลังมองหารถยนต์คันใหม่ หรือต้องการสัมผัสประสบการณ์ยานยนต์แห่งอนาคตอย่างใกล้ชิด Motor Show 2025 คือเวทีที่ไม่ควรพลาด หากคุณต้องการข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม หรือกำลังมองหาข้อเสนอที่ดีที่สุดในการเป็นเจ้าของยนตรกรรมในฝัน อย่าลังเลที่จะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ณ บูธของแต่ละแบรนด์ และเตรียมพร้อมสำหรับก้าวสู่ยุคใหม่ของโลกยานยนต์ไปพร้อมๆ กัน

