Honda CR-V ใหม่: ยกระดับประสบการณ์ SUV ด้วยดีไซน์พรีเมียม ประสิทธิภาพเหนือชั้น และเทคโนโลยีล้ำสมัย
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาของรถยนต์ SUV มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม Compact SUV ที่มีการแข่งขันสูง ปัจจุบัน ผู้บริโภคไม่ได้มองหารถยนต์ที่เพียงแค่ตอบสนองการใช้งานในชีวิตประจำวัน แต่ยังต้องการรถที่สะท้อนรสนิยม ความเป็นตัวตน และมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า Honda CR-V ใหม่ คือหนึ่งในตัวเลือกที่ตอบโจทย์ความต้องการที่ซับซ้อนเหล่านี้ได้อย่างน่าประทับใจ ด้วยการยกระดับมาตรฐานของรถยนต์อเนกประสงค์ให้ก้าวไปอีกขั้น
การกลับมาของตำนาน Compact SUV: Honda CR-V ที่พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง
Honda CR-V หรือ Comfortable Runabout Vehicle ได้สร้างนิยามใหม่ให้กับตลาด Compact SUV มาตั้งแต่เจนเนอเรชั่นแรกที่เปิดตัวในประเทศไทยเมื่อปี 1996 ด้วยการผสมผสานความสะดวกสบายสไตล์รถซีดานเข้ากับประโยชน์ใช้สอยและความอเนกประสงค์ของรถ SUV ได้อย่างลงตัว ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา CR-V ได้ผ่านการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง สู่เจนเนอเรชั่นที่ 4 นี้ ซึ่งเป็นการก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ด้วยการออกแบบใหม่หมดจดทั้งคัน ภายใต้แนวคิด “Premium Smart SUV” ที่เน้นความหรูหรา สง่างาม แข็งแกร่ง แต่ยังคงความสะดวกสบายประดุจรถซีดาน นี่คือการยกระดับที่มากกว่าแค่การปรับปรุง แต่คือการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับรถยนต์ในกลุ่ม Entry-Level SUV ทั้งในด้านประโยชน์ใช้สอย ความประณีต และสมรรถนะ เพื่อตอบสนองทุกการใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ดีไซน์ภายนอก: ความสง่างามที่มาพร้อมความล้ำสมัย
การออกแบบภายนอกของ Honda CR-V ใหม่ สะท้อนถึงความแข็งแกร่งและความล้ำสมัยที่เหนือระดับ ตั้งแต่ด้านหน้าจรดด้านท้าย เส้นสายของตัวรถถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน โดยเฉพาะส่วนหน้า ที่โดดเด่นด้วยไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่ ดีไซน์ใหม่ที่ให้ความรู้สึกโฉบเฉี่ยว มีมิติ การออกแบบกันชนหน้าผสานเส้นสายที่ต่อเนื่องและลื่นไหล สอดคล้องกับหลักอากาศพลศาสตร์ กระจังหน้าดีไซน์ใหม่แบบ 3 ชั้น พร้อมคิ้วโครเมียม เพิ่มความหรูหรา กันชนหน้าพร้อมไฟตัดหมอกดีไซน์ใหม่ (ยกเว้นรุ่น 2.0S) เสริมภาพลักษณ์สปอร์ต
กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวดีไซน์ใหม่ ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น ส่วนด้านท้าย โดดเด่นด้วยไฟท้ายและไฟเบรกแบบมัลติรีเฟล็กเตอร์แนวตั้งที่ขนานกับแนวเสาหลังคา พร้อมการปรับปรุงโคมไฟให้ดูมีมิติมากขึ้น กันชนท้ายขนาดใหญ่ดีไซน์ใหม่ เสริมความบึกบึน เสาอากาศแบบครีบ (Shark Fin Antenna) ไม่เพียงแต่เพิ่มความสวยงาม แต่ยังช่วยลดสัญญาณรบกวนและเพิ่มความแรงของสัญญาณวิทยุ ส่วนล้ออัลลอย 5 ก้านขนาดใหญ่ ยิ่งเน้นย้ำถึงสัมผัสแห่งความสปอร์ตและสมรรถนะการขับเคลื่อน โดยมีขนาดแตกต่างกันไปตามรุ่นย่อย คือ 225/65 R17 สำหรับรุ่น 2.0S และ 2.0E และ 225/60 R18 สำหรับรุ่น 2.4EL (2WD และ 4WD)
ภายในห้องโดยสาร: นิยามใหม่ของความพรีเมียมและความอเนกประสงค์
ก้าวเข้ามาภายในห้องโดยสารของ Honda CR-V ใหม่ คุณจะสัมผัสได้ถึงความพรีเมียมเหนือระดับ ความกว้างขวาง และประโยชน์ใช้สอยสูงสุด ที่ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิดที่ต้องการมอบประสบการณ์เทียบเท่ารถซีดานระดับพรีเมียม
หนึ่งในฟังก์ชันที่โดดเด่นที่สุดคือ เบาะนั่งด้านหลังพับจังหวะเดียว (One Motion Seat) ด้วยคันโยกที่ติดตั้งใกล้กับฝากระโปรงท้าย หรือการดึงสายที่ด้านข้างเบาะ พนักพิงหลังเบาะหลังแบบ 60:40 สามารถพับเก็บลงได้โดยอัตโนมัติ และพับลงมาเกือบแบนราบเป็นระนาบเดียวกับพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถ ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในการบรรทุกสัมภาระได้อย่างเต็มที่
ระบบปรับอากาศได้รับการออกแบบให้ใช้งานง่าย ปุ่มควบคุมอยู่ตรงกลางแผงมาตรวัด เพิ่มความสะดวกในการเข้าถึง (รุ่น 2.0S เป็นแบบ Manual ส่วนรุ่น 2.0E, 2.4EL 2WD และ 2.4EL เป็นแบบ Dual Zone Air Condition ควบคุมอุณหภูมิแยกซ้าย-ขวาได้)
ระบบเครื่องเสียงมาพร้อมวิทยุ เครื่องเล่น CD ที่รองรับไฟล์ WMA และ MP3 พร้อมระบบปรับระดับเสียงอัตโนมัติตามความเร็วรถยนต์ และยังสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอก เช่น iPod, Flash Drive รวมถึงระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย Bluetooth (เฉพาะรุ่น 2.0E, 2.4EL 2WD และ 2.4EL)
เทคโนโลยีที่น่าสนใจอื่นๆ ได้แก่ หน้าจอแสดงผลข้อมูลแบบอัจฉริยะ i-MID (Intelligent Multi-Information Display), ระบบนำทาง Navigator (เฉพาะรุ่น 2.4EL 2WD และ 2.4EL), ระบบช่วยการขับขี่แบบประหยัดน้ำมัน Eco Assist และ ECON Mode ที่ช่วยให้การขับขี่ประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น
ขุมพลังและระบบขับเคลื่อน: ประสิทธิภาพที่มาพร้อมความใส่ใจสิ่งแวดล้อม
Honda CR-V ใหม่ มาพร้อมเครื่องยนต์ i-VTEC ที่มอบสมรรถนะการขับขี่ที่เป็นเยี่ยม พร้อมทางเลือก 2 รุ่น:
เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร SOHC i-VTEC: 4 สูบ 16 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 155 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 190 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบ/นาที มีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ
เครื่องยนต์ 2.4 ลิตร DOHC i-VTEC: 4 สูบ 16 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 170 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 220 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบ/นาที มีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ
ทั้งสองรุ่นมาพร้อมกับเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด ที่ทำงานร่วมกับระบบควบคุมลิ้นปีกผีเสื้อแบบอิเล็กทรอนิกส์ DBW (Drive-by-Wire) เพื่อการถ่ายทอดกำลังที่ต่อเนื่องและนุ่มนวล ระบบ Grade Logic Control ช่วยรักษาตำแหน่งเกียร์ที่เหมาะสมขณะขับขี่บนทางลาดชันหรือทางเขา ลดการเปลี่ยนเกียร์ที่ไม่จำเป็น
สำหรับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ Real Time 4WD พร้อมระบบ Intelligent Control System ได้รับการออกแบบให้มีน้ำหนักเบา ประหยัดน้ำมัน และทำงานอัตโนมัติเพื่อการยึดเกาะและการปีนไต่ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
CR-V ใหม่ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยการผ่านมาตรฐาน EURO 4 และรองรับการใช้พลังงานทางเลือก น้ำมันเชื้อเพลิง E85 ซึ่งช่วยเพิ่มความประหยัดในการใช้งาน
ตัวถังและแชสซีส์: ความแข็งแกร่งที่มาพร้อมความนุ่มนวล
การพัฒนาในเชิงวิศวกรรมแบบใหม่หมดจด ทำให้ตัวถังแบบ Unit-body มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพการขับขี่ การควบคุมรถ การลดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร และการติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ แนวเส้นหลังคาที่ยาวขึ้น เชื่อมต่อกับสปอยเลอร์ ช่วยให้รถดูต่ำลง มีความเพรียวลม และมอบทัศนวิสัยการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม
ระบบแชสซีส์ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองความสนุกสนานในการขับขี่ ความสะดวกสบาย และความปลอดภัย ด้วยระบบกันสะเทือนหน้าแบบอิสระแม็คเฟอร์สันสตรัท และระบบกันสะเทือนหลังแบบดับเบิลวิชโบน ซึ่งช่วยเพิ่มพื้นที่เบาะหลังและพื้นที่เก็บสัมภาระให้มากขึ้น การออกแบบที่กะทัดรัดและลดน้ำหนักชิ้นส่วน ทำให้ CR-V ใหม่มีน้ำหนักเบากว่ารุ่นก่อนหน้า
ระบบช่วยควบคุมการบังคับพวงมาลัย (Motion Adaptive EPS)
ระบบพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า MA-EPS (Motion Adaptive Electric Power Steering) ทำงานร่วมกับระบบควบคุมการทรงตัว VSA (Vehicle Stability Assist) ช่วยให้ผู้ขับขี่บังคับเลี้ยวได้อย่างแม่นยำและมั่นคง โดยเฉพาะในขณะเข้าโค้ง หรือขับขี่บนเส้นทางที่เปียกลื่น
มาตรฐานความปลอดภัยที่เหนือระดับ
Honda CR-V ใหม่ ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัย ด้วยอุปกรณ์มาตรฐานที่ครอบคลุม:
ระบบควบคุมการทรงตัว VSA (Vehicle Stability Assist)
ระบบป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock Braking System) พร้อม ระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake Distribution)
ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (Hill Start Assist) ซึ่งเป็นระบบใหม่ที่ป้องกันรถไหลถอยหลังขณะออกตัวบนทางชัน
ถุงลมป้องกันการกระแทกด้านข้าง สำหรับเบาะคู่หน้า
ระบบตรวจสอบตำแหน่งท่านั่งผู้โดยสารด้านหน้า (Occupant Position Detection System – OPDS)
โครงสร้างตัวถังนิรภัย G-CON ที่ช่วยกระจายแรงกระแทกจากการชนด้านหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ประสบการณ์จริง: ทดสอบ Honda CR-V ใหม่ บนเส้นทางกรุงเทพฯ-วังน้ำเขียว
จากการทดสอบขับขี่ Honda CR-V รุ่น 2.4 EL 2WD สีน้ำเงิน Twilight Metallic บนเส้นทางกรุงเทพฯ-วังน้ำเขียว ระยะทางกว่า 140 กิโลเมตร สภาพเส้นทางมีความหลากหลาย ตั้งแต่โค้งหักศอกบนเขาใหญ่ ทางหลวงที่การจราจรคล่องตัว และสภาพการจราจรปานกลาง ทำให้สามารถสัมผัสสมรรถนะของช่วงล่างและพละกำลังเครื่องยนต์ได้อย่างเต็มที่
เบาะหลัง: ความสบายที่เหนือความคาดหมาย
หลังจากนั่งเป็นผู้โดยสารด้านหลังเป็นระยะทางกว่า 200 กิโลเมตร พบว่า Honda CR-V ใหม่ ยังคงมอบความสบายเช่นเคย เบาะตรงกลางสามารถพับลงมาเป็นที่วางแขน พร้อมช่องวางแก้ว 2 ใบ เบาะหนังให้สัมผัสที่นุ่มสบาย ที่พักแขนตรงประตูหุ้มด้วยวัสดุ Soft Pad ช่วยลดความเมื่อยล้า พื้นที่ Leg room กว้างขวาง นั่งเหยียดขาได้สบาย แม้ผู้ขับขี่จะตัวสูง องศาพนักพิงเบาะหลังเอนกำลังดี สามารถเอนกายพักผ่อนได้อย่างสบาย พร้อมระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
เบาะหน้า: เทคโนโลยีและการควบคุมที่สะดวกสบาย
เมื่อถึงคราวได้เป็นผู้ขับขี่ การเข้าสู่รถทำได้สะดวกด้วยระบบ Keyless Entry และ Push Start botón ที่อยู่ทางซ้ายมือของพวงมาลัย การปรับเบาะไฟฟ้า กระจกมองข้างไฟฟ้า กระจกมองหลังไฟฟ้า และพวงมาลัยที่ปรับได้ 4 ทิศทาง ช่วยให้หาตำแหน่งการขับขี่ที่เหมาะสมได้ง่าย ภาพจากกล้องมองหลังจะปรากฏบนหน้าจอเครื่องเสียงทันทีเมื่อเข้าเกียร์ R เพิ่มความสะดวกในการถอยจอด เครื่องปรับอากาศแบบอัตโนมัติ Dual Zone ช่วยให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้าสามารถเลือกระดับอุณหภูมิที่ต้องการได้โดยไม่รบกวนกัน
ปุ่ม ECON Mode สีเขียวรูปใบไม้ บนคอนโซล ช่วยให้ขับขี่ประหยัดน้ำมันได้ง่ายดาย ขณะที่ปุ่ม VSA Off อยู่ด้านใต้ สำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการสัมผัสสมรรถนะรถยนต์อย่างเต็มที่ หน้าจอ i-MID อยู่ลึกเข้าไปในคอนโซลด้านบน ผู้โดยสารไม่สามารถปรับเล่นได้ แต่สามารถควบคุมผ่านพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันได้
พวงมาลัย 3 ก้าน ควบคุมเครื่องเสียง, Cruise Control, หน้าจอ i-MID และการรับ-วางสายโทรศัพท์ Bluetooth ได้อย่างสะดวกสบาย ซึ่งยกมาจาก All-New Honda Civic
ทัศนวิสัย: มุมมองที่กว้างไกล
กระจกหน้าขนาดใหญ่โปร่งตา ช่วยให้ทัศนวิสัยดีขึ้น มุมฝากระโปรงหน้าที่ปรับปรุงใหม่ ช่วยให้มองเห็นสิ่งที่อยู่ใกล้กันชนได้ชัดเจน กระจกมองข้างให้ภาพที่ชัดเจน แต่ทัศนวิสัยด้านท้ายอาจจะดูแคบไปเล็กน้อย จุดอับที่พบได้ในรถประเภทนี้คือบริเวณเสา C ที่หนา และกระจกบานเล็กบริเวณท้ายรถที่แทบไม่ช่วยอะไรนัก
ความเงียบและความรู้สึกในการขับขี่
เสียงรบกวนภายในห้องโดยสารถือว่าทำได้ค่อนข้างเงียบ เสียงลมจะเริ่มดังขึ้นตั้งแต่ความเร็ว 120 กม./ชม. ขึ้นไป ซึ่งเป็นเรื่องปกติของรถที่ใช้ความเร็วสูง เสียงเครื่องยนต์ไม่ดังจนน่ารำคาญหากไม่ได้เร่งรอบสูง แต่เสียงยางบดกับพื้นถนนยังเล็ดลอดเข้ามาในห้องโดยสารมากกว่าที่คาดไว้เล็กน้อย
สมรรถนะเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร: พละกำลังที่น่าประทับใจ
เครื่องยนต์เบนซิน DOHC i-VTEC ขนาด 2.4 ลิตร ที่พัฒนาใหม่ รองรับน้ำมัน E85 ให้กำลังสูงสุด 170 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 220 นิวตัน-เมตร การออกตัวทำได้ดี รถพุ่งไปข้างหน้าอย่างมีกำลัง ไม่รู้สึกอืดอาด แม้ต้องแบกน้ำหนักรถกว่า 1.5 ตัน พร้อมผู้โดยสารอีก 4 คน จังหวะเร่งแซง อาจต้องใช้รอบเครื่องยนต์สูงขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากอัตราทดเกียร์ไม่ได้จัดจ้านมากนัก การโยกคันเกียร์มาที่ตำแหน่ง S และใช้ Paddle Shift ช่วยเรียกกำลังมาได้ทันท่วงที
โหมด S มีอัตราทดเท่ากับ D เพียงแต่สามารถลากรอบเครื่องยนต์ไปจนถึง Red Line ได้โดยไม่มีการตัด ซึ่งเหมาะกับการขับขี่บนทางเขาชัน หรือทางโค้งคดเคี้ยว การใช้ Kick down บนทางธรรมดาเพียงพอต่อการเร่งแซง
ระบบเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด Grade Logic Control ให้การตอบสนองที่นุ่มนวลใกล้เคียง CVT ระบบ Grade Logic Control และ Shift Hold Control ทำงานได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะบนเส้นทางคดเคี้ยว เกียร์จะยังคงตำแหน่งเกียร์ต่ำไว้ ลดการเปลี่ยนเกียร์ที่ไม่จำเป็น ซึ่งในบางครั้งอาจรู้สึกว่าเกียร์เปลี่ยนช้าไป จนต้องหันไปใช้โหมด S และ Paddle Shift
อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง:
จากการประเมินคร่าวๆ ด้วยหน้าปัดรอบเครื่องยนต์ที่ค่อนข้างเล็ก:
80 กม./ชม. รอบเครื่องยนต์ไม่เกิน 1,500 รอบ/นาที
100 กม./ชม. รอบเครื่องยนต์อยู่ที่ประมาณ 1,750 รอบ/นาที
120 กม./ชม. รอบเครื่องยนต์ประมาณ 2,000+ รอบ/นาที
ตัวเลขเหล่านี้ถือว่าค่อนข้างต่ำ ซึ่งอาจเป็นผลมาจากรุ่น 2.4 2WD ที่มีอัตราทดเกียร์ต่ำที่สุดในบรรดาทุกรุ่น
Handling และการควบคุม:
น้ำหนักพวงมาลัยในช่วงออกตัวที่รอบต่ำนั้นเบา แต่ไม่เบาจนไร้น้ำหนัก เมื่อความเร็วสูงขึ้น พวงมาลัยยังรู้สึกเบาไปเล็กน้อย แต่ Free Area อยู่ในระดับที่พอดี เหมาะสมกับการขับขี่ในรถอเนกประสงค์ สามารถขับเดินทางไกลได้โดยไม่ต้องเกร็งมือมากนัก
ระบบเบรก:
ดิสก์เบรก 4 ล้อ หน้ามีช่องระบายความร้อน ขนาดจาน 11.7 นิ้ว ด้านหลังแบบดรัมอินดิสก์ ขนาดจาน 12 นิ้ว ให้สัมผัสที่ค่อนข้างนุ่มนวลตามสไตล์ SUV แต่การเบรกอาจต้องใช้การกดแป้นเบรกน้ำหนักที่มากเป็นพิเศษ และต้องเผื่อระยะเบรกไว้สักหน่อย โดยเฉพาะเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง การใช้ Paddle Shift ช่วยลดเกียร์เป็น Engine Brake ก็ช่วยเสริมประสิทธิภาพการเบรกได้
ช่วงล่าง: ความนุ่มนวลที่เหนือชั้น
Honda CR-V ใหม่ เน้นความสบายและหรูหรา ด้วยช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระแม็คเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังแบบอิสระดับเบิลวิชโบน พร้อมเหล็กกันโคลง อาการของช่วงล่างนั้นนุ่มนวลอย่างเห็นได้ชัด นุ่มนวลกว่า CR-V รุ่นก่อนหน้า และอยู่ในระดับต้นๆ ของ SUV จากการขับขี่บนเส้นทางขรุขระและหลุมบ่อบนเขาใหญ่ ไม่พบความกระด้างเล็ดลอดเข้ามา ความสามารถในการดูดซับแรงของยาง Dunlop SP Sport Maxx ขนาด 225/60 R18 ทำได้ดีเกินคาด
การยึดเกาะ:
การยึดเกาะทำได้ดี ในจังหวะเข้าโค้ง รถมีอาการโยนเล็กน้อยตามสไตล์ SUV แต่ไม่มากนัก ไม่พบอาการหน้าดื้อหรือท้ายออก อาจเป็นเพราะไม่ได้เข้าโค้งที่ความเร็วสูงมากนัก ประกอบกับระบบ VSA ที่ช่วยควบคุมการทรงตัว
สรุป: นิยามใหม่ของ Honda CR-V
Honda CR-V ใหม่ คือนิยามใหม่ของรถยนต์ SUV อเนกประสงค์ ตามแนวคิด “Life will never be the same” สู่มาตรฐานใหม่ของการใช้ชีวิต มันคือรถที่มอบภาพลักษณ์ความแข็งแกร่ง ล้ำสมัยในสไตล์ SUV พร้อมแฝงด้วยความหรูหรา สะดวกสบายสไตล์ซีดาน ทั้งภายในและภายนอก ตั้งแต่เบาะนั่งที่มอบความสบายสูงสุด ไปจนถึงความนุ่มนวลจากช่วงล่าง
CR-V ใหม่ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการความหรูหรา ควบคู่กับความสะดวกสบาย และยังพร้อมที่จะพาคุณไปยังทุกที่ที่รถเก๋งไม่สามารถไปได้ แต่ก็อาจไม่เหมาะนักหากคิดจะนำไปลุยเส้นทาง Off-Road อย่างหนักหน่วง
ด้วยเครื่องยนต์ที่รองรับน้ำมัน E85 ทำให้ CR-V ใหม่ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
ราคาและรุ่นที่จำหน่าย:
2.0 S (ขับเคลื่อน 2 ล้อ): 1,164,000 บาท
2.0 E (ขับเคลื่อน 4 ล้อ): 1,274,000 บาท
2.4 EL 2WD (ขับเคลื่อน 2 ล้อ): 1,444,000 บาท
2.4 EL 4WD (ขับเคลื่อน 4 ล้อ): 1,524,000 บาท
สีตัวถัง:
มีให้เลือก 6 สี ได้แก่ สีน้ำเงิน Twilight (Metallic) และสีขาว Orchid (Pearl) (ราคาเพิ่ม 12,000 บาท) พร้อมด้วย สีเงิน Alabaster (Metallic), สีดำ Crystal (Pearl), สีเทา Polish Metal (Metallic) และสีน้ำตาล Urban Titanium (Metallic)
Honda CR-V ใหม่ ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลง แต่คือการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ SUV ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น หากคุณกำลังมองหารถยนต์อเนกประสงค์ที่ผสมผสานความหรูหรา ประสิทธิภาพ และเทคโนโลยีล้ำสมัยได้อย่างลงตัว การทดลองขับ Honda CR-V ใหม่ คือก้าวต่อไปที่คุณไม่ควรพลาด.

