• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N0701069 อย าล มว าคำพ ดทำร ายได แม ไม ใครเห นบาดแผล part2

admin79 by admin79
January 4, 2026
in Uncategorized
0
N0701069 อย าล มว าคำพ ดทำร ายได แม ไม ใครเห นบาดแผล part2

Chery Automobile: ก้าวแห่งอนาคตของยานยนต์จีน สู่การเป็นผู้นำระดับโลก

ในสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงมีความผันผวน Chery Automobile ไม่ได้หยุดนิ่ง แต่กลับเดินหน้าพิสูจน์ความแข็งแกร่งและความสามารถในการแข่งขันที่น่าจับตามองในเวทีสากล ด้วยการขยายแบรนด์ไปสู่ภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก พร้อมโชว์ผลประกอบการที่น่าประทับใจในปี 2567 สวนกระแสความท้าทายต่างๆ

สถิติแห่งความสำเร็จ: ยอดขายทะลุเป้าและความเป็นผู้นำด้านการส่งออก

ในปี 2567 Chery Automobile สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการมียอดขายรถยนต์รวมทั้งสิ้น 2,603,916 คัน เติบโตขึ้นถึง 38.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเฉพาะในเดือนธันวาคมเพียงเดือนเดียว มียอดขายสูงถึง 298,505 คัน ซึ่งไม่เพียงแต่บรรลุเป้าหมายการเติบโตที่ตั้งไว้ (10-20%) แต่ยังแสดงถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับอย่างต่อเนื่อง

รายได้รวมในปีที่ผ่านมาทะลุ 2.256 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 50% ตอกย้ำการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ในขณะที่การส่งออกซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์การขยายตลาดโลก มียอดส่งออกสูงถึง 1,144,588 คัน เพิ่มขึ้น 21.4% และที่น่าภาคภูมิใจที่สุดคือ Chery Automobile สามารถครองตำแหน่งผู้ส่งออกรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอันดับหนึ่งของจีนเป็นปีที่ 22 ติดต่อกัน

การขับเคลื่อนสู่อนาคต: พลังงานใหม่และเทคโนโลยีล้ำสมัย

หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนความสำเร็จของ Chery Automobile คือการลงทุนอย่างต่อเนื่องในเทคโนโลยีพลังงานใหม่ โดยในปี 2567 ยอดขายรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) พุ่งสูงถึง 583,569 คัน เติบโตอย่างมหาศาลถึง 232.7% และในเดือนธันวาคมเดือนเดียว มียอดขาย NEV เกิน 100,000 คัน เพิ่มขึ้น 31.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

Chery Automobile ไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้ผลิตรถยนต์ แต่เป็นผู้นำในการพัฒนานวัตกรรม โดยเฉพาะระบบส่งกำลัง Qpower ที่ได้พิสูจน์ประสิทธิภาพในการพัฒนารถยนต์ PHEV (Plug-in Hybrid Electric Vehicle) นอกจากนี้ ระบบ Infinite Electric Hybrid DHT ที่พัฒนาขึ้น ยังช่วยเพิ่มสมรรถนะการขับขี่และจัดการพลังงานได้อย่างชาญฉลาด ด้วยประสิทธิภาพการจัดการพลังงานสูงสุดถึง 98.5% เครื่องยนต์ไฮบริดยังมีความโดดเด่นด้วยประสิทธิภาพเชิงความร้อน (Thermal Efficiency) ที่ 44.5% และเมื่อจับคู่กับแบตเตอรี่ไฮบริดประสิทธิภาพสูงที่มีความหนาแน่นพลังงาน 105Wh/kg. ก็ยิ่งเสริมสมรรถนะการขับขี่และระยะทางให้ไกลยิ่งขึ้น

OMODA & JAECOO: การบุกตลาดโลกที่น่าจับตา

แบรนด์ OMODA & JAECOO ภายใต้ Chery Automobile ได้สร้างผลงานที่น่าประทับใจในปี 2567 โดยได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการใน 33 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก มียอดขายในเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้นถึง 72% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และสามารถรักษาฐานยอดขายเกิน 20,000 คันต่อเดือนติดต่อกันถึง 8 เดือน ส่งผลให้ยอดขายต่อปีสูงถึง 248,605 คัน เพิ่มขึ้น 54%

การขยายตัวอย่างรวดเร็วนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคทั่วโลก ล่าสุด OMODA & JAECOO มีฐานลูกค้ากว่า 410,136 คนทั่วโลก ในประเทศตุรกี มียอดขาย 16,064 คัน เพิ่มขึ้น 23.3% ส่วนในสเปน เพียง 10 เดือนหลังเปิดตัว ก็ทำยอดขายไปถึง 9,988 คัน สำหรับประเทศไทย การส่งมอบรถยนต์ให้ลูกค้าเริ่มตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปี 2567 สะท้อนถึงการให้ความสำคัญกับตลาดในภูมิภาคนี้

การขยายฐานการผลิตและเครือข่ายทั่วโลก: สู่ความเป็นแบรนด์ระดับสากล

Chery Automobile กำลังเดินหน้าสู่การเป็นแบรนด์ระดับโลกอย่างแท้จริง ด้วยการก่อตั้งโรงงานร่วมทุนแห่งแรกในยุโรป ร่วมกับ EV MOTORS ของสเปน ซึ่งจะช่วยปลุกแบรนด์ EBRO ในตำนานของสเปนให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

อีกก้าวสำคัญคือการผลิตรถยนต์ Tiggo 2 กว่า 1 ล้านคันทั่วโลก แสดงถึงความไว้วางใจและการยอมรับในคุณภาพของรุ่นนี้ นอกจากนี้ ในงาน Global User Ecosystem Conference เดือนตุลาคม 2567 ยังได้เฉลิมฉลองการผลิตรถยนต์คันที่ 15 ล้าน จากโรงงาน 5 แห่งทั่วโลก

OMODA & JAECOO ได้เปิดตัวรถยนต์ OMODA C5 ในยุโรป ตามมาด้วยการเปิดโรงงานแห่งแรกในบาร์เซโลนา ประเทศสเปน การเปิดตัวอย่างเป็นทางการในโปแลนด์, อิตาลี, สหราชอาณาจักร, ฮังการี และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย และการตั้งฐานการผลิตที่ทันสมัยในมาเลเซียและอินโดนีเซีย

นวัตกรรมเพื่ออนาคต: ระบบ SHS และ JAECOO 7 PHEV

OMODA & JAECOO ได้พัฒนาระบบ SHS (Super Hybrid System) ซึ่งเป็นโซลูชันสำหรับรถยนต์พลังงานสะอาด (NEV) ที่ล้ำสมัยที่สุดในโลก โดย JAECOO 7 PHEV คือรถยนต์สมรรถนะสูงคันแรกที่ติดตั้งระบบ SHS ผสมผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวัน และยังเป็น “ซูเปอร์รถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด” (Super HEV) สำหรับการเดินทางไกล โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการชาร์จไฟ

ขณะที่ JAECOO 5 รถ SUV แบบ A-segment สำหรับการขับขี่แบบออฟโรด พัฒนาภายใต้ปรัชญา “From Classic, Beyond Classic” ผสานสุนทรียะการออกแบบที่โดดเด่น เข้ากับเทคโนโลยีการขับขี่ All Road Drive (ARDIS) เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ที่ต้องการความ “Urban Icon”

ระบบนิเวศ “O-UNIVERSE”: เชื่อมโยงผู้คน รถยนต์ และชีวิต

OMODA & JAECOO ยึดมั่นในแนวคิด “ผู้คน + รถยนต์ + ชีวิต” ผ่านการสร้างระบบนิเวศ “O-UNIVERSE” ที่ครอบคลุมทุกมิติของการใช้ชีวิต ในปีที่ผ่านมา ได้ร่วมมือกับแบรนด์ชั้นนำอย่าง Garmin และ Universal Pictures’ Wicked เพื่อเติมเต็มไลฟ์สไตล์ที่นอกเหนือจากการขับขี่

นอกจากนี้ ยังมีการปล่อยแอนิเมชันไซไฟ “C7” เพื่อเล่าเรื่องราวของแบรนด์ดีไซน์ ‘Cross’ ระหว่างความสวยงามและเทคโนโลยีแห่งอนาคต พร้อมทั้งมุ่งมั่นรับผิดชอบต่อสังคมผ่านโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมระดับโลก เช่น การสนับสนุนโครงการอนุรักษ์หญ้าทะเลร่วมกับ IUCN ในสเปน และการสนับสนุนกลุ่มคนรุ่นใหม่ “Pandawara” ในอินโดนีเซีย

มองไปข้างหน้า: การเติบโตอย่างยั่งยืนในปี 2568

สำหรับปี 2568 Chery Automobile และแบรนด์ OMODA & JAECOO จะยังคงเดินหน้าพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ๆ และนำเสนอความก้าวหน้าของเทคโนโลยียานยนต์พลังงานใหม่ OMODA จะมุ่งสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ครอสโอเวอร์ที่ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ขณะที่ JAECOO จะสานต่อวิสัยทัศน์การเป็นแบรนด์รถยนต์ออฟโรดอันดับหนึ่ง มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่เคยมีมาก่อนด้วยเทคโนโลยีพลังงานใหม่และสมรรถนะออฟโรดที่ยอดเยี่ยม

Chery Automobile กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า “Made in China” สามารถสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์โลกได้ ด้วยนวัตกรรม คุณภาพ และความมุ่งมั่นในการก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง

การขับเคลื่อนสู่อนาคต: เทรนด์รถยนต์ไฮบริดและ EV ที่ต้องจับตามอง

ในยุคที่ความกังวลเรื่องสิ่งแวดล้อมและราคาน้ำมันที่ผันผวนกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อรถยนต์ การพัฒนารถยนต์ไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จึงทวีความสำคัญยิ่งขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่กระแส แต่คือทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์โลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

รถยนต์ไฮบริด: ความสมดุลที่ลงตัวระหว่างสมรรถนะและเศรษฐกิจ

แม้ว่ารถยนต์ไฟฟ้า 100% จะได้รับความสนใจอย่างมาก แต่รถยนต์ไฮบริดยังคงมีบทบาทสำคัญ ด้วยความสามารถในการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ใกล้เคียงกับรถยนต์สันดาป แต่มาพร้อมกับประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด

Toyota Camry Hybrid: ยังคงครองตำแหน่งผู้นำในกลุ่มรถยนต์ไฮบริด ด้วยคะแนนรวม 9.5/10 จาก U.S. News & World Report โดดเด่นด้วยอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่น่าทึ่ง 21.6 กิโลเมตรต่อลิตร การออกแบบที่ทันสมัยและฟีเจอร์ครบครัน ทำให้ Camry Hybrid ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ซีดานระดับพรีเมียมที่ประหยัดน้ำมัน

Honda Accord Hybrid: ได้รับการยอมรับจากนักวิจารณ์ยานยนต์มืออาชีพ ด้วยคะแนน 9.2/10 มาพร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่สมดุล นุ่มนวล และห้องโดยสารที่กว้างขวาง อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 19.5 กิโลเมตรต่อลิตร ทำให้ Accord Hybrid เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจในกลุ่มรถยนต์ซีดานขนาดกลาง

Honda Civic Hybrid: แม้จะเป็นรถยนต์ขนาดเล็กกว่า แต่ Civic Hybrid ก็ไม่น้อยหน้า ด้วยคะแนน 9.1/10 และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ยอดเยี่ยมถึง 21.2 กิโลเมตรต่อลิตร แสดงให้เห็นว่ารถยนต์ขนาดเล็กก็สามารถมอบประสิทธิภาพด้านพลังงานที่น่าประทับใจได้

Honda CR-V Hybrid: สำหรับตลาด SUV ที่กำลังเติบโต CR-V Hybrid ติดอันดับ 3 ของ Hybrid SUV ด้วยคะแนน 8.8/10 โดดเด่นในด้านความอเนกประสงค์ ความสะดวกสบาย และการขับขี่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อัตราสิ้นเปลือง 18.28 กิโลเมตรต่อลิตร เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการรถยนต์ที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน

Toyota Corolla Cross Hybrid: เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ได้รับความนิยมในกลุ่ม SUV ด้วยคะแนน 8.6/10 และอัตราสิ้นเปลือง 19 กิโลเมตรต่อลิตร โดดเด่นด้วยความคุ้มค่า ใช้งานได้หลากหลาย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

Ford Escape Hybrid: แม้จะไม่ได้ทำตลาดในไทย แต่ในตลาดโลก Ford Escape Hybrid ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ด้วยคะแนน 8.4/10 โดดเด่นในด้านความหรูหรา ฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน และอัตราสิ้นเปลือง 17.8 กิโลเมตรต่อลิตร

การเดินทางของ Toyota Corolla: จากตำนานสู่ความเป็นสากล

Toyota Corolla รถยนต์ที่เปรียบเสมือน “มงกุฎเล็ก” ในวงการยานยนต์ มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 60 ปี จากการผลิตครั้งแรกที่ญี่ปุ่นในปี 1966 จนถึงปัจจุบัน Corolla ได้พัฒนาและปรับเปลี่ยนตัวเองให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละยุคสมัย

ยุคบุกเบิก (Gen 1-4): เน้นการออกแบบที่เรียบง่าย เครื่องยนต์ประหยัดน้ำมัน และความทนทาน ทำให้ Corolla กลายเป็นรถยนต์ที่เข้าถึงง่ายและได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในยุควิกฤตน้ำมัน
การเปลี่ยนแปลงสู่ขับเคลื่อนล้อหน้า (Gen 5-6): การเปลี่ยนมาใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า ช่วยเพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสาร และเปิดศักราชใหม่ของการออกแบบที่ทันสมัยขึ้น
ยุคแห่งความทนทานและภาพจำ (Gen 7-8): แม้จะเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจ แต่ Corolla ยังคงรักษามาตรฐานด้านความทนทานไว้ได้ สร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค
ความทันสมัยและอเนกประสงค์ (Gen 9-10): การเปิดตัว Corolla Altis ในไทย ถือเป็นการก้าวสู่ตลาดที่กว้างขึ้น ด้วยเทคโนโลยีและออปชันที่ทันสมัย
สู่ยุครถยนต์พลังงานทางเลือก (Gen 11-12): การเปิดตัวรุ่นไฮบริด และการพัฒนารถยนต์บนแพลตฟอร์ม TNGA สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวเข้าสู่ยุคใหม่
Corolla Cross: การตีความใหม่ของ SUV: การเปิดตัว Corolla Cross เป็นการตอกย้ำว่า Corolla ไม่ได้จำกัดอยู่แค่รถซีดานอีกต่อไป แต่สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด SUV ได้อย่างยอดเยี่ยม

การเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า (EV): สวนกระแสแต่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง

แม้จะมีข่าวสารเกี่ยวกับยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าที่ชะลอตัวในบางตลาด แต่ข้อมูลล่าสุดจาก International Energy Agency (IEA) ชี้ให้เห็นว่ายอดขายรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง คาดว่าจะทะลุ 17 ล้านคันในปี 2567 ซึ่งหมายความว่า 1 ใน 5 ของรถยนต์ที่ขายทั่วโลกจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า

ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโต:
ราคาที่เข้าถึงง่าย: ช่องว่างราคาระหว่างรถยนต์ไฟฟ้ากับรถยนต์สันดาปกำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง
ต้นทุนการดำเนินงานที่ต่ำกว่า: ค่าไฟฟ้าถูกกว่าค่าน้ำมัน ทำให้ผู้บริโภคประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว
นโยบายภาครัฐ: การสนับสนุนจากภาครัฐ เช่น เงินอุดหนุน โครงการส่งเสริมการลงทุน และนโยบายลดมลพิษ เป็นแรงผลักดันสำคัญ
เทคโนโลยีที่ก้าวหน้า: การพัฒนาแบตเตอรี่ ระบบชาร์จ และสมรรถนะของรถยนต์ไฟฟ้า ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจมากขึ้น
การสร้างงานและเศรษฐกิจ: อุตสาหกรรม EV สร้างโอกาสงานใหม่ๆ และกระตุ้นการลงทุน
ลดมลพิษทางอากาศ: รถยนต์ไฟฟ้าเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่

ตลาด EV ทั่วโลก:
จีน: ยังคงเป็นผู้นำตลาด EV ตั้งเป้าขาย 10 ล้านคันในปี 2567
สหรัฐอเมริกา: คาดการณ์การเติบโต 20%
ยุโรป: คาดการณ์การเติบโต 10%

ประเทศไทย: ตลาด EV ที่ร้อนแรง:
การเติบโต 671%: สะท้อนถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
ปัจจัยที่ทำให้ EV ไทยเติบโต: ราคาน้ำมันแพง, ค่าพลังงาน EV ถูกกว่า, เงินอุดหนุนจากรัฐบาล, ราคา EV เทียบเท่ารถสันดาป, และมีรุ่นรถให้เลือกหลากหลาย
BYD ATTO 3: ครองตำแหน่งรถ EV ขายดีที่สุด
NETA V: รถ EV รุ่นเริ่มต้นที่ได้รับความนิยม
BYD Dolphin: น้องใหม่ที่มาแรง
การลงทุนผลิตในไทย: หลายแบรนด์กำลังตั้งโรงงานผลิตในไทย

BMW: ผู้นำตลาดพรีเมียมกับการขับเคลื่อนสู่อนาคต

BMW Group ประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์พรีเมียม ด้วยการครองตำแหน่งอันดับหนึ่งติดต่อกัน 3 ปีซ้อน พิสูจน์ความสำเร็จจากการผสมผสานระหว่างนวัตกรรม คุณภาพ และการบริการที่ยอดเยี่ยม

ความสำเร็จในตลาด: ด้วยยอดจดทะเบียนที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ BMW และ MINI สามารถครองส่วนแบ่งทางการตลาดในกลุ่มพรีเมียมได้ถึง 46.6%
การรุกตลาด Luxury Class: BMW ยังคงให้ความสำคัญกับกลุ่มรถยนต์ Luxury Class เช่น Series 7, X7, และ M8 ที่มียอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ยานยนต์ไฟฟ้าที่เป็นมากกว่าทางเลือก: BMW Group มุ่งมั่นนำเสนอทางเลือกยานยนต์ไฟฟ้าหลากหลาย ทั้ง BEV และ PHEV สะท้อนความต้องการที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก
BMW Excellence Club: โปรแกรมเอกสิทธิ์ที่มอบสิทธิประโยชน์เหนือระดับให้กับลูกค้ากลุ่ม Luxury Class
การขยายเครือข่าย: การพัฒนารูปแบบโชว์รูมและศูนย์บริการที่ทันสมัย พร้อมขยายเครือข่ายสถานีชาร์จไฟฟ้าสาธารณะ เพื่อรองรับการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า
BMW M: จิตวิญญาณแห่งมอเตอร์สปอร์ต: การเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีของ BMW M สะท้อนถึงมรดกแห่งสมรรถนะและความเป็นตำนาน

Ford Ranger และ Everest: ความแข็งแกร่งที่ครองใจตลาด PPV และ Pickup

Ford ประเทศไทย ยังคงสร้างความสำเร็จอย่างต่อเนื่องด้วย Ford Ranger และ Ford Everest ที่สามารถครองตำแหน่งรถขายดีอันดับ 3 ใน Segment PPV และ Pickup ได้อย่างเหนียวแน่น

สมรรถนะที่เหนือกว่า: Ranger และ Everest ได้รับการยอมรับในด้านสมรรถนะที่ดุดัน เทคโนโลยีล้ำสมัย และความทนทาน
การตอบรับที่แข็งแกร่ง: ยอดขายที่เติบโตสวนทางกับตลาด สะท้อนถึงความไว้วางใจของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์ Ford
แคมเปญกระตุ้นตลาด: Ford ยังคงจัดแคมเปญโปรโมชั่นพิเศษอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า

MG Cyberster: สปอร์ตโรดสเตอร์ไฟฟ้า ที่น่าจับตามอง

MG Cyberster รถสปอร์ตไฟฟ้า 100% เปิดตัวพร้อมราคาที่น่าสนใจในประเทศจีน และกำลังจะเป็นที่จับตาของตลาดโลก รวมถึงประเทศไทย

ดีไซน์สปอร์ตหรู: หลังคาเปิดประทุนที่สามารถพับเก็บได้ภายใน 10 วินาที และการออกแบบภายในที่ทันสมัย
สมรรถนะที่เร้าใจ: อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.2 วินาที และระยะทางวิ่งสูงสุด 580 กม.
ราคาที่เข้าถึงได้: ราคาเปิดตัวในจีนอยู่ที่ประมาณ 1.5-1.7 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าเมื่อเข้ามาในไทย จะมีราคาที่น่าสนใจ

สรุป

อุตสาหกรรมยานยนต์กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ Chery Automobile กำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นสำคัญในเวทีโลก ด้วยนวัตกรรมและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ในขณะที่เทรนด์รถยนต์ไฮบริดและ EV ก็ยังคงมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคต ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ยุโรปที่ครองตลาดพรีเมียม หรือแบรนด์จีนที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ทุกค่ายต่างมุ่งมั่นนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป

หากคุณกำลังมองหายานยนต์คันใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านสมรรถนะ ประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นี่คือช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดที่จะศึกษาข้อมูล เปรียบเทียบ และสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ด้วยตนเอง เพื่อค้นหารถยนต์ที่ใช่สำหรับไลฟ์สไตล์ของคุณ.

Previous Post

N0701067 ดเร องเท าเท ยม แต ใจย งเอ ยงเข าข างต วเอง part2

Next Post

N0701072 นโกหกว าม คนใหม งท นส ดท ายกำล งจะมาถ part2

Next Post
N0701072 นโกหกว าม คนใหม งท นส ดท ายกำล งจะมาถ part2

N0701072 นโกหกว าม คนใหม งท นส ดท ายกำล งจะมาถ part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1501097 ตรหร อศ ตร ตอนจบ part2
  • N1501092 การสอนล อจ ดเร มต นของคนด part2
  • N1501104_านน …เม ยค อผ ญชาการ_part2
  • N1501082 เข าใจและยอมร งจะเป นครอบคร วท part2
  • N1501098 ตรหร อศ ตร part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.