Chery Automobile: ก้าวแห่งอนาคตของยานยนต์จีน สู่การเป็นผู้นำระดับโลก
ในสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงมีความผันผวน Chery Automobile ไม่ได้หยุดนิ่ง แต่กลับเดินหน้าพิสูจน์ความแข็งแกร่งและความสามารถในการแข่งขันที่น่าจับตามองในเวทีสากล ด้วยการขยายแบรนด์ไปสู่ภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก พร้อมโชว์ผลประกอบการที่น่าประทับใจในปี 2567 สวนกระแสความท้าทายต่างๆ
สถิติแห่งความสำเร็จ: ยอดขายทะลุเป้าและความเป็นผู้นำด้านการส่งออก
ในปี 2567 Chery Automobile สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการมียอดขายรถยนต์รวมทั้งสิ้น 2,603,916 คัน เติบโตขึ้นถึง 38.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเฉพาะในเดือนธันวาคมเพียงเดือนเดียว มียอดขายสูงถึง 298,505 คัน ซึ่งไม่เพียงแต่บรรลุเป้าหมายการเติบโตที่ตั้งไว้ (10-20%) แต่ยังแสดงถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับอย่างต่อเนื่อง
รายได้รวมในปีที่ผ่านมาทะลุ 2.256 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 50% ตอกย้ำการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ในขณะที่การส่งออกซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์การขยายตลาดโลก มียอดส่งออกสูงถึง 1,144,588 คัน เพิ่มขึ้น 21.4% และที่น่าภาคภูมิใจที่สุดคือ Chery Automobile สามารถครองตำแหน่งผู้ส่งออกรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอันดับหนึ่งของจีนเป็นปีที่ 22 ติดต่อกัน
การขับเคลื่อนสู่อนาคต: พลังงานใหม่และเทคโนโลยีล้ำสมัย
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนความสำเร็จของ Chery Automobile คือการลงทุนอย่างต่อเนื่องในเทคโนโลยีพลังงานใหม่ โดยในปี 2567 ยอดขายรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) พุ่งสูงถึง 583,569 คัน เติบโตอย่างมหาศาลถึง 232.7% และในเดือนธันวาคมเดือนเดียว มียอดขาย NEV เกิน 100,000 คัน เพิ่มขึ้น 31.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
Chery Automobile ไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้ผลิตรถยนต์ แต่เป็นผู้นำในการพัฒนานวัตกรรม โดยเฉพาะระบบส่งกำลัง Qpower ที่ได้พิสูจน์ประสิทธิภาพในการพัฒนารถยนต์ PHEV (Plug-in Hybrid Electric Vehicle) นอกจากนี้ ระบบ Infinite Electric Hybrid DHT ที่พัฒนาขึ้น ยังช่วยเพิ่มสมรรถนะการขับขี่และจัดการพลังงานได้อย่างชาญฉลาด ด้วยประสิทธิภาพการจัดการพลังงานสูงสุดถึง 98.5% เครื่องยนต์ไฮบริดยังมีความโดดเด่นด้วยประสิทธิภาพเชิงความร้อน (Thermal Efficiency) ที่ 44.5% และเมื่อจับคู่กับแบตเตอรี่ไฮบริดประสิทธิภาพสูงที่มีความหนาแน่นพลังงาน 105Wh/kg. ก็ยิ่งเสริมสมรรถนะการขับขี่และระยะทางให้ไกลยิ่งขึ้น
OMODA & JAECOO: การบุกตลาดโลกที่น่าจับตา
แบรนด์ OMODA & JAECOO ภายใต้ Chery Automobile ได้สร้างผลงานที่น่าประทับใจในปี 2567 โดยได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการใน 33 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก มียอดขายในเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้นถึง 72% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และสามารถรักษาฐานยอดขายเกิน 20,000 คันต่อเดือนติดต่อกันถึง 8 เดือน ส่งผลให้ยอดขายต่อปีสูงถึง 248,605 คัน เพิ่มขึ้น 54%
การขยายตัวอย่างรวดเร็วนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคทั่วโลก ล่าสุด OMODA & JAECOO มีฐานลูกค้ากว่า 410,136 คนทั่วโลก ในประเทศตุรกี มียอดขาย 16,064 คัน เพิ่มขึ้น 23.3% ส่วนในสเปน เพียง 10 เดือนหลังเปิดตัว ก็ทำยอดขายไปถึง 9,988 คัน สำหรับประเทศไทย การส่งมอบรถยนต์ให้ลูกค้าเริ่มตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปี 2567 สะท้อนถึงการให้ความสำคัญกับตลาดในภูมิภาคนี้
การขยายฐานการผลิตและเครือข่ายทั่วโลก: สู่ความเป็นแบรนด์ระดับสากล
Chery Automobile กำลังเดินหน้าสู่การเป็นแบรนด์ระดับโลกอย่างแท้จริง ด้วยการก่อตั้งโรงงานร่วมทุนแห่งแรกในยุโรป ร่วมกับ EV MOTORS ของสเปน ซึ่งจะช่วยปลุกแบรนด์ EBRO ในตำนานของสเปนให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
อีกก้าวสำคัญคือการผลิตรถยนต์ Tiggo 2 กว่า 1 ล้านคันทั่วโลก แสดงถึงความไว้วางใจและการยอมรับในคุณภาพของรุ่นนี้ นอกจากนี้ ในงาน Global User Ecosystem Conference เดือนตุลาคม 2567 ยังได้เฉลิมฉลองการผลิตรถยนต์คันที่ 15 ล้าน จากโรงงาน 5 แห่งทั่วโลก
OMODA & JAECOO ได้เปิดตัวรถยนต์ OMODA C5 ในยุโรป ตามมาด้วยการเปิดโรงงานแห่งแรกในบาร์เซโลนา ประเทศสเปน การเปิดตัวอย่างเป็นทางการในโปแลนด์, อิตาลี, สหราชอาณาจักร, ฮังการี และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย และการตั้งฐานการผลิตที่ทันสมัยในมาเลเซียและอินโดนีเซีย
นวัตกรรมเพื่ออนาคต: ระบบ SHS และ JAECOO 7 PHEV
OMODA & JAECOO ได้พัฒนาระบบ SHS (Super Hybrid System) ซึ่งเป็นโซลูชันสำหรับรถยนต์พลังงานสะอาด (NEV) ที่ล้ำสมัยที่สุดในโลก โดย JAECOO 7 PHEV คือรถยนต์สมรรถนะสูงคันแรกที่ติดตั้งระบบ SHS ผสมผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวัน และยังเป็น “ซูเปอร์รถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด” (Super HEV) สำหรับการเดินทางไกล โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการชาร์จไฟ
ขณะที่ JAECOO 5 รถ SUV แบบ A-segment สำหรับการขับขี่แบบออฟโรด พัฒนาภายใต้ปรัชญา “From Classic, Beyond Classic” ผสานสุนทรียะการออกแบบที่โดดเด่น เข้ากับเทคโนโลยีการขับขี่ All Road Drive (ARDIS) เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ที่ต้องการความ “Urban Icon”
ระบบนิเวศ “O-UNIVERSE”: เชื่อมโยงผู้คน รถยนต์ และชีวิต
OMODA & JAECOO ยึดมั่นในแนวคิด “ผู้คน + รถยนต์ + ชีวิต” ผ่านการสร้างระบบนิเวศ “O-UNIVERSE” ที่ครอบคลุมทุกมิติของการใช้ชีวิต ในปีที่ผ่านมา ได้ร่วมมือกับแบรนด์ชั้นนำอย่าง Garmin และ Universal Pictures’ Wicked เพื่อเติมเต็มไลฟ์สไตล์ที่นอกเหนือจากการขับขี่
นอกจากนี้ ยังมีการปล่อยแอนิเมชันไซไฟ “C7” เพื่อเล่าเรื่องราวของแบรนด์ดีไซน์ ‘Cross’ ระหว่างความสวยงามและเทคโนโลยีแห่งอนาคต พร้อมทั้งมุ่งมั่นรับผิดชอบต่อสังคมผ่านโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมระดับโลก เช่น การสนับสนุนโครงการอนุรักษ์หญ้าทะเลร่วมกับ IUCN ในสเปน และการสนับสนุนกลุ่มคนรุ่นใหม่ “Pandawara” ในอินโดนีเซีย
มองไปข้างหน้า: การเติบโตอย่างยั่งยืนในปี 2568
สำหรับปี 2568 Chery Automobile และแบรนด์ OMODA & JAECOO จะยังคงเดินหน้าพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ๆ และนำเสนอความก้าวหน้าของเทคโนโลยียานยนต์พลังงานใหม่ OMODA จะมุ่งสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ครอสโอเวอร์ที่ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ขณะที่ JAECOO จะสานต่อวิสัยทัศน์การเป็นแบรนด์รถยนต์ออฟโรดอันดับหนึ่ง มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่เคยมีมาก่อนด้วยเทคโนโลยีพลังงานใหม่และสมรรถนะออฟโรดที่ยอดเยี่ยม
Chery Automobile กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า “Made in China” สามารถสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์โลกได้ ด้วยนวัตกรรม คุณภาพ และความมุ่งมั่นในการก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง
การขับเคลื่อนสู่อนาคต: เทรนด์รถยนต์ไฮบริดและ EV ที่ต้องจับตามอง
ในยุคที่ความกังวลเรื่องสิ่งแวดล้อมและราคาน้ำมันที่ผันผวนกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อรถยนต์ การพัฒนารถยนต์ไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จึงทวีความสำคัญยิ่งขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่กระแส แต่คือทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์โลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
รถยนต์ไฮบริด: ความสมดุลที่ลงตัวระหว่างสมรรถนะและเศรษฐกิจ
แม้ว่ารถยนต์ไฟฟ้า 100% จะได้รับความสนใจอย่างมาก แต่รถยนต์ไฮบริดยังคงมีบทบาทสำคัญ ด้วยความสามารถในการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ใกล้เคียงกับรถยนต์สันดาป แต่มาพร้อมกับประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด
Toyota Camry Hybrid: ยังคงครองตำแหน่งผู้นำในกลุ่มรถยนต์ไฮบริด ด้วยคะแนนรวม 9.5/10 จาก U.S. News & World Report โดดเด่นด้วยอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่น่าทึ่ง 21.6 กิโลเมตรต่อลิตร การออกแบบที่ทันสมัยและฟีเจอร์ครบครัน ทำให้ Camry Hybrid ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ซีดานระดับพรีเมียมที่ประหยัดน้ำมัน
Honda Accord Hybrid: ได้รับการยอมรับจากนักวิจารณ์ยานยนต์มืออาชีพ ด้วยคะแนน 9.2/10 มาพร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่สมดุล นุ่มนวล และห้องโดยสารที่กว้างขวาง อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 19.5 กิโลเมตรต่อลิตร ทำให้ Accord Hybrid เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจในกลุ่มรถยนต์ซีดานขนาดกลาง
Honda Civic Hybrid: แม้จะเป็นรถยนต์ขนาดเล็กกว่า แต่ Civic Hybrid ก็ไม่น้อยหน้า ด้วยคะแนน 9.1/10 และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ยอดเยี่ยมถึง 21.2 กิโลเมตรต่อลิตร แสดงให้เห็นว่ารถยนต์ขนาดเล็กก็สามารถมอบประสิทธิภาพด้านพลังงานที่น่าประทับใจได้
Honda CR-V Hybrid: สำหรับตลาด SUV ที่กำลังเติบโต CR-V Hybrid ติดอันดับ 3 ของ Hybrid SUV ด้วยคะแนน 8.8/10 โดดเด่นในด้านความอเนกประสงค์ ความสะดวกสบาย และการขับขี่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อัตราสิ้นเปลือง 18.28 กิโลเมตรต่อลิตร เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการรถยนต์ที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน
Toyota Corolla Cross Hybrid: เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ได้รับความนิยมในกลุ่ม SUV ด้วยคะแนน 8.6/10 และอัตราสิ้นเปลือง 19 กิโลเมตรต่อลิตร โดดเด่นด้วยความคุ้มค่า ใช้งานได้หลากหลาย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
Ford Escape Hybrid: แม้จะไม่ได้ทำตลาดในไทย แต่ในตลาดโลก Ford Escape Hybrid ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ด้วยคะแนน 8.4/10 โดดเด่นในด้านความหรูหรา ฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน และอัตราสิ้นเปลือง 17.8 กิโลเมตรต่อลิตร
การเดินทางของ Toyota Corolla: จากตำนานสู่ความเป็นสากล
Toyota Corolla รถยนต์ที่เปรียบเสมือน “มงกุฎเล็ก” ในวงการยานยนต์ มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 60 ปี จากการผลิตครั้งแรกที่ญี่ปุ่นในปี 1966 จนถึงปัจจุบัน Corolla ได้พัฒนาและปรับเปลี่ยนตัวเองให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละยุคสมัย
ยุคบุกเบิก (Gen 1-4): เน้นการออกแบบที่เรียบง่าย เครื่องยนต์ประหยัดน้ำมัน และความทนทาน ทำให้ Corolla กลายเป็นรถยนต์ที่เข้าถึงง่ายและได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในยุควิกฤตน้ำมัน
การเปลี่ยนแปลงสู่ขับเคลื่อนล้อหน้า (Gen 5-6): การเปลี่ยนมาใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า ช่วยเพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสาร และเปิดศักราชใหม่ของการออกแบบที่ทันสมัยขึ้น
ยุคแห่งความทนทานและภาพจำ (Gen 7-8): แม้จะเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจ แต่ Corolla ยังคงรักษามาตรฐานด้านความทนทานไว้ได้ สร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค
ความทันสมัยและอเนกประสงค์ (Gen 9-10): การเปิดตัว Corolla Altis ในไทย ถือเป็นการก้าวสู่ตลาดที่กว้างขึ้น ด้วยเทคโนโลยีและออปชันที่ทันสมัย
สู่ยุครถยนต์พลังงานทางเลือก (Gen 11-12): การเปิดตัวรุ่นไฮบริด และการพัฒนารถยนต์บนแพลตฟอร์ม TNGA สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวเข้าสู่ยุคใหม่
Corolla Cross: การตีความใหม่ของ SUV: การเปิดตัว Corolla Cross เป็นการตอกย้ำว่า Corolla ไม่ได้จำกัดอยู่แค่รถซีดานอีกต่อไป แต่สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด SUV ได้อย่างยอดเยี่ยม
การเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า (EV): สวนกระแสแต่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง
แม้จะมีข่าวสารเกี่ยวกับยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าที่ชะลอตัวในบางตลาด แต่ข้อมูลล่าสุดจาก International Energy Agency (IEA) ชี้ให้เห็นว่ายอดขายรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง คาดว่าจะทะลุ 17 ล้านคันในปี 2567 ซึ่งหมายความว่า 1 ใน 5 ของรถยนต์ที่ขายทั่วโลกจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า
ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโต:
ราคาที่เข้าถึงง่าย: ช่องว่างราคาระหว่างรถยนต์ไฟฟ้ากับรถยนต์สันดาปกำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง
ต้นทุนการดำเนินงานที่ต่ำกว่า: ค่าไฟฟ้าถูกกว่าค่าน้ำมัน ทำให้ผู้บริโภคประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว
นโยบายภาครัฐ: การสนับสนุนจากภาครัฐ เช่น เงินอุดหนุน โครงการส่งเสริมการลงทุน และนโยบายลดมลพิษ เป็นแรงผลักดันสำคัญ
เทคโนโลยีที่ก้าวหน้า: การพัฒนาแบตเตอรี่ ระบบชาร์จ และสมรรถนะของรถยนต์ไฟฟ้า ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจมากขึ้น
การสร้างงานและเศรษฐกิจ: อุตสาหกรรม EV สร้างโอกาสงานใหม่ๆ และกระตุ้นการลงทุน
ลดมลพิษทางอากาศ: รถยนต์ไฟฟ้าเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่
ตลาด EV ทั่วโลก:
จีน: ยังคงเป็นผู้นำตลาด EV ตั้งเป้าขาย 10 ล้านคันในปี 2567
สหรัฐอเมริกา: คาดการณ์การเติบโต 20%
ยุโรป: คาดการณ์การเติบโต 10%
ประเทศไทย: ตลาด EV ที่ร้อนแรง:
การเติบโต 671%: สะท้อนถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
ปัจจัยที่ทำให้ EV ไทยเติบโต: ราคาน้ำมันแพง, ค่าพลังงาน EV ถูกกว่า, เงินอุดหนุนจากรัฐบาล, ราคา EV เทียบเท่ารถสันดาป, และมีรุ่นรถให้เลือกหลากหลาย
BYD ATTO 3: ครองตำแหน่งรถ EV ขายดีที่สุด
NETA V: รถ EV รุ่นเริ่มต้นที่ได้รับความนิยม
BYD Dolphin: น้องใหม่ที่มาแรง
การลงทุนผลิตในไทย: หลายแบรนด์กำลังตั้งโรงงานผลิตในไทย
BMW: ผู้นำตลาดพรีเมียมกับการขับเคลื่อนสู่อนาคต
BMW Group ประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์พรีเมียม ด้วยการครองตำแหน่งอันดับหนึ่งติดต่อกัน 3 ปีซ้อน พิสูจน์ความสำเร็จจากการผสมผสานระหว่างนวัตกรรม คุณภาพ และการบริการที่ยอดเยี่ยม
ความสำเร็จในตลาด: ด้วยยอดจดทะเบียนที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ BMW และ MINI สามารถครองส่วนแบ่งทางการตลาดในกลุ่มพรีเมียมได้ถึง 46.6%
การรุกตลาด Luxury Class: BMW ยังคงให้ความสำคัญกับกลุ่มรถยนต์ Luxury Class เช่น Series 7, X7, และ M8 ที่มียอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ยานยนต์ไฟฟ้าที่เป็นมากกว่าทางเลือก: BMW Group มุ่งมั่นนำเสนอทางเลือกยานยนต์ไฟฟ้าหลากหลาย ทั้ง BEV และ PHEV สะท้อนความต้องการที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก
BMW Excellence Club: โปรแกรมเอกสิทธิ์ที่มอบสิทธิประโยชน์เหนือระดับให้กับลูกค้ากลุ่ม Luxury Class
การขยายเครือข่าย: การพัฒนารูปแบบโชว์รูมและศูนย์บริการที่ทันสมัย พร้อมขยายเครือข่ายสถานีชาร์จไฟฟ้าสาธารณะ เพื่อรองรับการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า
BMW M: จิตวิญญาณแห่งมอเตอร์สปอร์ต: การเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีของ BMW M สะท้อนถึงมรดกแห่งสมรรถนะและความเป็นตำนาน
Ford Ranger และ Everest: ความแข็งแกร่งที่ครองใจตลาด PPV และ Pickup
Ford ประเทศไทย ยังคงสร้างความสำเร็จอย่างต่อเนื่องด้วย Ford Ranger และ Ford Everest ที่สามารถครองตำแหน่งรถขายดีอันดับ 3 ใน Segment PPV และ Pickup ได้อย่างเหนียวแน่น
สมรรถนะที่เหนือกว่า: Ranger และ Everest ได้รับการยอมรับในด้านสมรรถนะที่ดุดัน เทคโนโลยีล้ำสมัย และความทนทาน
การตอบรับที่แข็งแกร่ง: ยอดขายที่เติบโตสวนทางกับตลาด สะท้อนถึงความไว้วางใจของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์ Ford
แคมเปญกระตุ้นตลาด: Ford ยังคงจัดแคมเปญโปรโมชั่นพิเศษอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า
MG Cyberster: สปอร์ตโรดสเตอร์ไฟฟ้า ที่น่าจับตามอง
MG Cyberster รถสปอร์ตไฟฟ้า 100% เปิดตัวพร้อมราคาที่น่าสนใจในประเทศจีน และกำลังจะเป็นที่จับตาของตลาดโลก รวมถึงประเทศไทย
ดีไซน์สปอร์ตหรู: หลังคาเปิดประทุนที่สามารถพับเก็บได้ภายใน 10 วินาที และการออกแบบภายในที่ทันสมัย
สมรรถนะที่เร้าใจ: อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.2 วินาที และระยะทางวิ่งสูงสุด 580 กม.
ราคาที่เข้าถึงได้: ราคาเปิดตัวในจีนอยู่ที่ประมาณ 1.5-1.7 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าเมื่อเข้ามาในไทย จะมีราคาที่น่าสนใจ
สรุป
อุตสาหกรรมยานยนต์กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ Chery Automobile กำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นสำคัญในเวทีโลก ด้วยนวัตกรรมและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ในขณะที่เทรนด์รถยนต์ไฮบริดและ EV ก็ยังคงมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคต ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ยุโรปที่ครองตลาดพรีเมียม หรือแบรนด์จีนที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ทุกค่ายต่างมุ่งมั่นนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
หากคุณกำลังมองหายานยนต์คันใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านสมรรถนะ ประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นี่คือช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดที่จะศึกษาข้อมูล เปรียบเทียบ และสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ด้วยตนเอง เพื่อค้นหารถยนต์ที่ใช่สำหรับไลฟ์สไตล์ของคุณ.

