• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N0601089 นาท เขาเปล ยนไป part2

admin79 by admin79
January 5, 2026
in Uncategorized
0
N0601089 นาท เขาเปล ยนไป part2

GWM ประเทศไทย: ยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ตอกย้ำกลยุทธ์ Multi-powertrains และ NEW GWM TANK 300 DIESEL สู่เป้าหมายผู้นำตลาด

ในยุคที่ตลาดรถยนต์มีการแข่งขันสูงและผู้บริโภคมีทางเลือกหลากหลาย Great Wall Motor (Thailand) หรือ GWM ประเทศไทย ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ ด้วยการประกาศยอดขายรายเดือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนพฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยสามารถทำยอดขายรวมกว่า 1,731 คัน ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่น่าภาคภูมิใจและบ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งของกลยุทธ์ที่ GWM ได้นำมาปรับใช้ในตลาดประเทศไทย

“NEW GWM TANK 300 DIESEL: กุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ”

คุณเวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) ได้เปิดเผยถึงความสำเร็จดังกล่าวว่า ยอดขายในเดือนพฤษภาคม 2568 ของ GWM ประเทศไทย พุ่งสูงถึง 1,731 คัน เติบโตขึ้นถึง 225% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยสำคัญคือการเปิดตัว NEW GWM TANK 300 DIESEL ที่ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้บริโภคชาวไทย โดยรถยนต์รุ่นนี้มียอดขายสูงถึง 877 คัน คิดเป็นสัดส่วนกว่า 50% ของยอดขายทั้งหมด

“การนำเสนอเครื่องยนต์ที่หลากหลาย หรือ Multi-powertrains เป็นกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนยอดขายและการเติบโตของ GWM ในประเทศไทยอย่างแท้จริง” คุณเวย์น โจว กล่าวเสริม ยอดขายที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวที่รวดเร็วของ GWM ในการตอบสนองความต้องการของตลาดไทย ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนการขายระหว่างรถยนต์สันดาปภายในและรถยนต์พลังงานใหม่ในอัตราส่วนที่ใกล้เคียงกัน คือ 50:50

การเติบโตที่ก้าวกระโดด: จากหลักร้อยสู่ยอดขายสูงสุดในรอบ 4 ปี

นับตั้งแต่ปี 2567 GWM ประเทศไทย ได้แสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จากยอดขายเฉลี่ยในหลักร้อยคันต่อเดือน มาสู่การทะลุ 1,000 คันต่อเดือนในช่วงต้นปี 2568 และปิดท้ายด้วยสถิติสูงสุดใหม่ที่ 1,731 คันในเดือนพฤษภาคม 2568 ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดในรอบ 4 ปีของการดำเนินงานในประเทศไทย

ยอดขายสะสม 5 เดือนแรก 2568: สวนกระแสตลาด

ตลอด 5 เดือนแรกของปี 2568 (มกราคม – พฤษภาคม) GWM ประเทศไทย มียอดขายสะสมรวม 5,439 คัน เติบโตขึ้น 50% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ตัวเลขนี้โดดเด่นอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงสภาวะตลาดรถยนต์โดยรวมที่กำลังเผชิญกับอัตราการเติบโตที่ลดลง

NEW GWM TANK 300 DIESEL: รถยนต์เรือธงที่สร้างปรากฏการณ์

การนำ NEW GWM TANK 300 DIESEL เข้าสู่ตลาดประเทศไทย ถือเป็นการนำกลยุทธ์ Multi-powertrains มาประยุกต์ใช้และเกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม รถยนต์รุ่นนี้ได้กลายมาเป็นผลิตภัณฑ์เรือธงหลักของ GWM ที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคชาวไทยอย่างรวดเร็ว โดยมีการเติบโตของยอดสั่งจองและยอดขายที่น่าประทับใจ GWM คาดการณ์ว่า NEW GWM TANK 300 DIESEL จะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง Top 3 ในกลุ่ม PPV ซึ่งเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูง

เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง GWM ได้มีการเพิ่มกำลังการผลิตอย่างสอดคล้อง พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการควบคุมคุณภาพและการตรวจสอบอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดให้กับลูกค้าในการส่งมอบรถยนต์ที่มีคุณภาพสูง

กลยุทธ์การแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า: เน้นคุณค่า ไม่ใช่สงครามราคา

ในเซกเมนต์รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่มีการแข่งขันด้านสงครามราคาที่รุนแรง GWM ยังคงยึดมั่นในปรัชญาการแข่งขันด้านคุณภาพและคุณค่าในระยะยาว โดย GWM ORA Good Cat ยังคงรักษาฐานยอดขายได้อย่างคงที่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทยที่ไม่ได้มองเพียงแค่ราคาที่ถูก แต่ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ความปลอดภัย ความคุ้มค่า และความเชื่อมั่นต่อแบรนด์

GWM ไม่สนับสนุนการแข่งขันโดยใช้สงครามราคา แต่จะเน้นการแข่งขันด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์ การสร้างและพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่ายที่แข็งแกร่ง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการดูแลลูกค้า และพัฒนาระบบบริการหลังการขายที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดี สร้างคุณค่า และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในระยะยาว

GWM: ความได้เปรียบที่เหนือกว่าในตลาดที่ผันผวน

แม้จะอยู่ในช่วงภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวนและเผชิญกับการแข่งขันที่สูง GWM ก็สามารถรักษาความมั่นคงและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันเหนือกว่าผู้เล่นรายอื่น GWM มีผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างครอบคลุม โดยนำเสนอรถยนต์ที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ในทุกประเภทพลังงาน ไม่ว่าจะเป็น ไฮบริด, ปลั๊กอิน-ไฮบริด, รถยนต์ไฟฟ้า 100% และล่าสุดคือ เครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งเป็นการตอกย้ำกลยุทธ์ Multi-powertrains ที่ประสบความสำเร็จ

OMODA & JAECOO: การเติบโตสู่ระดับโลก พร้อมการลงทุนครั้งใหญ่ในไทย

นอกเหนือจากความสำเร็จของ GWM แบรนด์ OMODA & JAECOO ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Chery Automobile Group ก็ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพการเติบโตที่น่าจับตามองเช่นกัน ในปี 2567 ทั่วโลก OMODA & JAECOO มียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 54% ซึ่งเป็นผลมาจากการดำเนินกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการขยายตลาดในระดับสากล

Chery Automobile Group ซึ่งเป็นบริษัทแม่ ได้แสดงความแข็งแกร่งด้วยยอดขายรวมทั่วโลกที่เติบโตขึ้น 38% หรือ 2.6 ล้านคันในปี 2567 โดยสามารถรักษาตำแหน่งผู้ส่งออกรถยนต์อันดับ 1 ของประเทศจีนมาอย่างยาวนานถึง 22 ปี

OMODA & JAECOO แม้จะเป็นแบรนด์ที่เพิ่งเปิดตัวได้เพียง 2 ปี แต่ได้ขยายการดำเนินงานไปทั่วโลกถึง 33 ประเทศ ครอบคลุมทั้งคาซัคสถาน, ชิลี, เม็กซิโก, สเปน, เวียดนาม, แอฟริกาใต้, นิวซีแลนด์, เนเธอร์แลนด์ และประเทศไทย ได้รับการยอมรับในฐานะแบรนด์รถยนต์ที่เติบโตเร็วที่สุดในระดับโลก (The Fastest International Growth Car Brand)

แผนการลงทุนครบวงจรของ OMODA & JAECOO ในประเทศไทย ปี 2568

คุณฉี เจี๋ย ประธาน บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) ได้ประกาศแผนการลงทุนครบวงจรในประเทศไทยในปี 2568 เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นส่วนสำคัญของตลาดรถยนต์ไทย

“ในปี 2567 เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางสู่อนาคตแห่งการขับเคลื่อนที่ยั่งยืน ผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมานี้ไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อรถและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยของเรา แต่ยังเป็นแรงผลักดันให้เราก้าวต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง โดยในปีนี้ OMODA & JAECOO ได้เตรียมแผนรุกตลาดในประเทศไทยอย่างเต็มกำลัง ทั้งการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ ตั้งฐานการผลิตในไทย ขยายศูนย์บริการให้ครอบคลุม พร้อมเพิ่มบริการแบบครบวงจร” คุณฉี เจี๋ย กล่าว

นวัตกรรมเทคโนโลยี SHS (Super Hybrid System): ขับเคลื่อนอนาคตแห่งการประหยัดและประสิทธิภาพ

OMODA & JAECOO เตรียมเปิดตัวรถรุ่นใหม่ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในหลากหลายกลุ่ม โดยเน้นการนำเสนอเทคโนโลยี SHS (Super Hybrid System) ซึ่งพัฒนาต่อยอดมาจากเทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 3 ของ Chery Automobile เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

เทคโนโลยี SHS ประกอบด้วยส่วนประกอบหลัก 3 ส่วน ได้แก่ เครื่องยนต์ 1.5TDGI เจเนอเรชั่นที่ 5, ระบบซูเปอร์อิเล็กทริกไฮบริด DHT (Super Electric Hybrid DHT System) และแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง ผสานการใช้พลังงานจากน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ากับประสบการณ์การขับขี่แบบรถยนต์ไฟฟ้าล้วน ทำให้รถวิ่งได้ระยะทางยาวขึ้น โดดเด่นด้วยประสิทธิภาพเชิงความร้อน (Thermal Efficiency) ที่ดีเยี่ยม การปล่อยคาร์บอนต่ำ และระบบแบตเตอรี่ที่มีความปลอดภัยสูง เป็นโซลูชันไฮบริดที่ผสานประสิทธิภาพสูง การประหยัดพลังงาน การปกป้องสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยเข้าไว้ด้วยกัน

นอกจากนี้ ในปี 2568 OMODA & JAECOO ยังพร้อมนำเสนอรถยนต์พลังงานใหม่ในหลากหลายรูปแบบ ทั้ง BEV, PHEV และอื่นๆ พร้อมจัดแสดงรถยนต์ครบทุกโมเดลในงานมหกรรมยานยนต์ Bangkok International Motor Show ที่กำลังจะมาถึง

การลงทุนในฐานการผลิตที่ระยอง: ก้าวสำคัญสู่การเป็นผู้ผลิตชั้นนำ

OMODA & JAECOO ได้ประกาศแผนการตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย โดยจะใช้โรงงานในจังหวัดระยอง ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเดินสายการผลิตได้ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 การลงทุนครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ในภูมิภาค

ขยายเครือข่ายโชว์รูมและยกระดับบริการหลังการขาย: เพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุดของลูกค้า

เป้าหมายสำคัญของ OMODA & JAECOO ในปี 2568 คือการขยายเครือข่ายโชว์รูมจากเดิม 23 แห่ง เป็นกว่า 50 แห่งทั่วประเทศ ควบคู่ไปกับการยกระดับบริการหลังการขาย โดยได้ร่วมมือกับ DHL Express ในการจัดส่งอะไหล่ระหว่างประเทศภายใน 3 วัน พร้อมขยายคลังอะไหล่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ และลดระยะเวลาการสั่งซื้ออะไหล่เร่งด่วนจาก 30 วัน เหลือเพียง 15 วัน

นอกจากนี้ ยังมีแผนเพิ่มบริการดูแลตัวถังและสีที่ได้รับการรับรองมาตรฐานให้ครบทุกโชว์รูม และเตรียมเปิดศูนย์ฝึกอบรมแบบเต็มรูปแบบ (Training Center) แห่งใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อให้ทุกการบริการเป็นไปตามมาตรฐานและมีประสิทธิภาพสูงสุด

ยกระดับ CRM: บริการรถยนต์ทดแทนและช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง

OMODA & JAECOO มุ่งมั่นที่จะเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้า ด้วยการพัฒนาระบบ CRM รวมถึงระบบการจองออนไลน์ เพื่อให้ลูกค้าได้รับบริการที่รวดเร็ว ที่สำคัญคือการเตรียมพร้อมให้บริการ รถยนต์ทดแทน ในกรณีที่รถของลูกค้าต้องใช้ระยะเวลาในการซ่อมเกิน 3 วัน พร้อมด้วยบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศไทย (โทร 02-0208888 กด 1) ฟรี 5 ปี ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

เทรนด์ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า: ความท้าทายและโอกาสในเวทีโลก

รายงานจากนิตยสาร Best Car ประเทศญี่ปุ่น ชี้ให้เห็นถึงทิศทางที่น่าสนใจของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลก โดยเฉพาะการแข่งขันที่เข้มข้นในกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์จากจีน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการผลักดันนวัตกรรมและราคาของแบตเตอรี่

CATL และ BYD: ผู้นำด้านเทคโนโลยีแบตเตอรี่ ดันราคาลง 50%

ข่าวดีสำหรับวงการรถยนต์ไฟฟ้าคือ CATL และ BYD ผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ของโลก กำลังเร่งพัฒนากระบวนการผลิตเพื่อลดต้นทุนแบตเตอรี่ลงถึง 50% ภายในปี 2567 ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการทำให้รถยนต์ไฟฟ้าเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น

รายงานจาก CnEVPost ระบุว่า CATL กำลังผลักดันการลดต้นทุนเซลล์แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ชนิด VDA spec ลงไปที่ 0.4 หยวนต่อ Wh ซึ่งหมายความว่าราคาแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า 60 กิโลวัตต์ชั่วโมง อาจลดลงครึ่งหนึ่งจากปลายปี 2566 ซึ่งจะช่วยประหยัดต้นทุนให้กับผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าได้กว่า 3,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อคัน

เซลล์แบตเตอรี่ VDA: มาตรฐานใหม่สำหรับอุตสาหกรรม EV

เซลล์แบตเตอรี่แบบ VDA เป็นมาตรฐานที่พัฒนาขึ้นในประเทศเยอรมนี สำหรับเซลล์แบตเตอรี่ปริซึมสี่เหลี่ยม การใช้เซลล์ LFP ขนาด 173 Ah VDA-spec พร้อมการชาร์จเร็ว 2.2C ในราคาเฉลี่ย 0.4 หยวนต่อ Wh จะทำให้รถยนต์ไฟฟ้าที่ขายในราคา 100,000 ถึง 200,000 หยวน สามารถชาร์จจนเต็มได้ภายใน 30 นาทีหรือน้อยกว่า

BYD FinDreams: เดินหน้าลดต้นทุนแบตเตอรี่

FinDreams แผนกผลิตแบตเตอรี่ของ BYD ก็ได้ออกประกาศภายในเพื่อกระตุ้นให้ทีมลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง BYD ซึ่งเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่อันดับสองของโลก รองจาก CATL กำลังมุ่งมั่นในการจัดการทรัพยากรที่ไม่จำเป็นและลดต้นทุนในกระบวนการผลิต

นัยสำคัญของการเปลี่ยนแปลง: การปฏิวัติวงการ EV สู่ยุคใหม่

การลดต้นทุนแบตเตอรี่อย่างมีนัยสำคัญนี้ จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญในการปฏิวัติวงการรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลก ผู้ผลิตรถยนต์หลายค่ายกำลังเผชิญแรงกดดันในการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า แต่ก็ยังคงรักษาไลน์เครื่องยนต์สันดาปและไฮบริดควบคู่กันไป

อย่างไรก็ตาม ตลาดรถยนต์ไฟฟ้ายังคงมีความท้าทายหลายประการ เช่น ราคาขายที่ยังคงสูง แม้ต้นทุนแบตเตอรี่จะลดลง รวมถึงการแข่งขันจากรถยนต์ไฟฟ้าจีนที่อาจเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในตลาดโลก

Changan Automobile: การลงทุนครั้งใหญ่ในไทย ขยายไลน์รถยนต์ EV

Changan Automobile บริษัทชั้นนำด้านยานยนต์จากประเทศจีน ได้ประกาศการลงทุนครั้งสำคัญในประเทศไทย ด้วยมูลค่า 9,800 ล้านบาท เพื่อก่อตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยประเทศไทยจะถูกกำหนดให้เป็นศูนย์กลางการผลิตรถ EV, PHEV, REEV (Range Extended EV) พวงมาลัยขวาในอาเซียน

Changan Automobile มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 161 ปี และเป็นหนึ่งในแบรนด์ยานยนต์ที่มียอดขายสูงที่สุดในประเทศจีน มีความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงการออกแบบรถยนต์ที่เป็นผู้นำเทรนด์ด้านความปลอดภัยและสมรรถนะ

แผนกลยุทธ์ “Shangri-La Plan”: สู่ยุคแห่งยานยนต์พลังงานใหม่

Changan Automobile ได้นำเสนอแผนการเชิงกลยุทธ์ “Shangri-La Plan” ซึ่งมีเป้าหมายยุติการขายรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงแบบเดิม และเพิ่มรถยนต์ไฟฟ้าให้ครอบคลุมกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้งหมดภายในปี 2568

ผลิตภัณฑ์เด่นของ Changan ที่น่าจับตา ได้แก่ Changan Lumin, Changan Deepal SL03, Changan Qiyuan A07, Changan S7 รวมถึง Avatr 11 ที่พัฒนาขึ้นร่วมกับ Huawei ซึ่งล้วนเป็นรถยนต์พลังงานใหม่ที่มีเทคโนโลยีและดีไซน์ที่น่าสนใจ

Mazda CX-5: การยกระดับสู่ตลาดรถหรู

นิตยสาร Best Car จากญี่ปุ่น รายงานว่า Mazda มีแผนที่จะยกระดับรถ SUV รุ่น CX-5 ใหม่ ให้หรูหราและมีสมรรถนะสูงขึ้น เพื่อแข่งขันในตลาดรถหรูที่ Mercedes-Benz และ BMW ครองตลาดอยู่ โดย CX-5 รุ่นใหม่จะถูกพัฒนาบนโครงสร้างเดียวกับ Mazda 6 ที่จะเปิดตัวเร็วๆ นี้ มาพร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหลัง และเครื่องยนต์แบบ Mild-Hybrid และดีเซล

Mercedes-Benz GLC EV: สู่สมรภูมิรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ

Mercedes-Benz เตรียมเปิดตัว Mercedes-Benz GLC EV รุ่นไฟฟ้า 100% ในฤดูใบไม้ผลิปี 2569 ซึ่ง GLC เป็นรถยนต์รุ่นขายดีที่สุดของ Mercedes-Benz ทั่วโลก การพัฒนา GLC EV ขึ้นมาโดยใช้ชื่อเดิม สะท้อนถึงกลยุทธ์ที่มุ่งมั่นในการเจาะตลาดรถยนต์ไฟฟ้า

GLC EV สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มไฟฟ้า 800V ใหม่ทั้งหมด มีฐานล้อยาวขึ้นเพื่อเพิ่มพื้นที่ภายในและพื้นที่เก็บสัมภาระ ระบบขับเคลื่อนให้กำลังสูงถึง 483 แรงม้า (360 kW) และมีระยะทางวิ่งสูงสุด 650 กิโลเมตร (WLTP) รองรับการชาร์จ DC fast charging สูงสุด 320 kW และจะมาพร้อมพอร์ต NACS สำหรับใช้งานกับ Tesla Supercharger

บทสรุป: อนาคตแห่งการขับเคลื่อนที่หลากหลายและยั่งยืน

ความสำเร็จของ GWM ประเทศไทย ในการสร้างสถิติยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ตอกย้ำถึงศักยภาพของกลยุทธ์ Multi-powertrains และการตอบสนองความต้องการของตลาดด้วยผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ในขณะเดียวกัน การเติบโตของ OMODA & JAECOO และการลงทุนครั้งใหญ่ของ Changan Automobile ในประเทศไทย แสดงให้เห็นถึงทิศทางที่ชัดเจนของการขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาค

แนวโน้มราคาแบตเตอรี่ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยการขับเคลื่อนของ CATL และ BYD จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น และเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่การขับเคลื่อนที่ยั่งยืน

สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นสมรรถนะ ความประหยัด ความสะดวกสบาย หรือเทคโนโลยีที่ทันสมัย ถึงเวลาแล้วที่คุณจะค้นพบรถยนต์ที่ใช่สำหรับคุณ สำรวจยนตรกรรมจาก GWM, OMODA & JAECOO, Changan Automobile และแบรนด์ชั้นนำอื่นๆ ที่พร้อมนำเสนอทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการเดินทางของคุณในยุคใหม่นี้

Previous Post

N0601105 คนนอกสายตา part2

Next Post

N0601083 จากช ดเจ าสาวท วาดฝ ความจร งท ทำให นต องเล อก part2

Next Post
N0601083 จากช ดเจ าสาวท วาดฝ ความจร งท ทำให นต องเล อก part2

N0601083 จากช ดเจ าสาวท วาดฝ ความจร งท ทำให นต องเล อก part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1401060 เช ญคนแปลกหน าเข าบ าน จนเก ดเหต ไม คาดค part2
  • N1401072 อยากเป นห วแถว แต เก อบก นแห วเพราะแฟนเก part2
  • N1401070 รอคอยเธอมา 10ป เจอก นอ กท องได เป นแฟน part2
  • N1401078 การร บม อก บคำโกหก นไม ใช เร องง าย (1) part2
  • N1401061 เช อฟ งภรรยาได กคน part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.