GWM ประเทศไทย: ยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ตอกย้ำกลยุทธ์ Multi-powertrains และ NEW GWM TANK 300 DIESEL สู่เป้าหมายผู้นำตลาด
ในยุคที่ตลาดรถยนต์มีการแข่งขันสูงและผู้บริโภคมีทางเลือกหลากหลาย Great Wall Motor (Thailand) หรือ GWM ประเทศไทย ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ ด้วยการประกาศยอดขายรายเดือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนพฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยสามารถทำยอดขายรวมกว่า 1,731 คัน ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่น่าภาคภูมิใจและบ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งของกลยุทธ์ที่ GWM ได้นำมาปรับใช้ในตลาดประเทศไทย
“NEW GWM TANK 300 DIESEL: กุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ”
คุณเวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) ได้เปิดเผยถึงความสำเร็จดังกล่าวว่า ยอดขายในเดือนพฤษภาคม 2568 ของ GWM ประเทศไทย พุ่งสูงถึง 1,731 คัน เติบโตขึ้นถึง 225% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยสำคัญคือการเปิดตัว NEW GWM TANK 300 DIESEL ที่ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้บริโภคชาวไทย โดยรถยนต์รุ่นนี้มียอดขายสูงถึง 877 คัน คิดเป็นสัดส่วนกว่า 50% ของยอดขายทั้งหมด
“การนำเสนอเครื่องยนต์ที่หลากหลาย หรือ Multi-powertrains เป็นกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนยอดขายและการเติบโตของ GWM ในประเทศไทยอย่างแท้จริง” คุณเวย์น โจว กล่าวเสริม ยอดขายที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวที่รวดเร็วของ GWM ในการตอบสนองความต้องการของตลาดไทย ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนการขายระหว่างรถยนต์สันดาปภายในและรถยนต์พลังงานใหม่ในอัตราส่วนที่ใกล้เคียงกัน คือ 50:50
การเติบโตที่ก้าวกระโดด: จากหลักร้อยสู่ยอดขายสูงสุดในรอบ 4 ปี
นับตั้งแต่ปี 2567 GWM ประเทศไทย ได้แสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จากยอดขายเฉลี่ยในหลักร้อยคันต่อเดือน มาสู่การทะลุ 1,000 คันต่อเดือนในช่วงต้นปี 2568 และปิดท้ายด้วยสถิติสูงสุดใหม่ที่ 1,731 คันในเดือนพฤษภาคม 2568 ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดในรอบ 4 ปีของการดำเนินงานในประเทศไทย
ยอดขายสะสม 5 เดือนแรก 2568: สวนกระแสตลาด
ตลอด 5 เดือนแรกของปี 2568 (มกราคม – พฤษภาคม) GWM ประเทศไทย มียอดขายสะสมรวม 5,439 คัน เติบโตขึ้น 50% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ตัวเลขนี้โดดเด่นอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงสภาวะตลาดรถยนต์โดยรวมที่กำลังเผชิญกับอัตราการเติบโตที่ลดลง
NEW GWM TANK 300 DIESEL: รถยนต์เรือธงที่สร้างปรากฏการณ์
การนำ NEW GWM TANK 300 DIESEL เข้าสู่ตลาดประเทศไทย ถือเป็นการนำกลยุทธ์ Multi-powertrains มาประยุกต์ใช้และเกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม รถยนต์รุ่นนี้ได้กลายมาเป็นผลิตภัณฑ์เรือธงหลักของ GWM ที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคชาวไทยอย่างรวดเร็ว โดยมีการเติบโตของยอดสั่งจองและยอดขายที่น่าประทับใจ GWM คาดการณ์ว่า NEW GWM TANK 300 DIESEL จะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง Top 3 ในกลุ่ม PPV ซึ่งเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูง
เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง GWM ได้มีการเพิ่มกำลังการผลิตอย่างสอดคล้อง พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการควบคุมคุณภาพและการตรวจสอบอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดให้กับลูกค้าในการส่งมอบรถยนต์ที่มีคุณภาพสูง
กลยุทธ์การแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า: เน้นคุณค่า ไม่ใช่สงครามราคา
ในเซกเมนต์รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่มีการแข่งขันด้านสงครามราคาที่รุนแรง GWM ยังคงยึดมั่นในปรัชญาการแข่งขันด้านคุณภาพและคุณค่าในระยะยาว โดย GWM ORA Good Cat ยังคงรักษาฐานยอดขายได้อย่างคงที่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทยที่ไม่ได้มองเพียงแค่ราคาที่ถูก แต่ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ความปลอดภัย ความคุ้มค่า และความเชื่อมั่นต่อแบรนด์
GWM ไม่สนับสนุนการแข่งขันโดยใช้สงครามราคา แต่จะเน้นการแข่งขันด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์ การสร้างและพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่ายที่แข็งแกร่ง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการดูแลลูกค้า และพัฒนาระบบบริการหลังการขายที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดี สร้างคุณค่า และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในระยะยาว
GWM: ความได้เปรียบที่เหนือกว่าในตลาดที่ผันผวน
แม้จะอยู่ในช่วงภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวนและเผชิญกับการแข่งขันที่สูง GWM ก็สามารถรักษาความมั่นคงและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันเหนือกว่าผู้เล่นรายอื่น GWM มีผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างครอบคลุม โดยนำเสนอรถยนต์ที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ในทุกประเภทพลังงาน ไม่ว่าจะเป็น ไฮบริด, ปลั๊กอิน-ไฮบริด, รถยนต์ไฟฟ้า 100% และล่าสุดคือ เครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งเป็นการตอกย้ำกลยุทธ์ Multi-powertrains ที่ประสบความสำเร็จ
OMODA & JAECOO: การเติบโตสู่ระดับโลก พร้อมการลงทุนครั้งใหญ่ในไทย
นอกเหนือจากความสำเร็จของ GWM แบรนด์ OMODA & JAECOO ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Chery Automobile Group ก็ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพการเติบโตที่น่าจับตามองเช่นกัน ในปี 2567 ทั่วโลก OMODA & JAECOO มียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 54% ซึ่งเป็นผลมาจากการดำเนินกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการขยายตลาดในระดับสากล
Chery Automobile Group ซึ่งเป็นบริษัทแม่ ได้แสดงความแข็งแกร่งด้วยยอดขายรวมทั่วโลกที่เติบโตขึ้น 38% หรือ 2.6 ล้านคันในปี 2567 โดยสามารถรักษาตำแหน่งผู้ส่งออกรถยนต์อันดับ 1 ของประเทศจีนมาอย่างยาวนานถึง 22 ปี
OMODA & JAECOO แม้จะเป็นแบรนด์ที่เพิ่งเปิดตัวได้เพียง 2 ปี แต่ได้ขยายการดำเนินงานไปทั่วโลกถึง 33 ประเทศ ครอบคลุมทั้งคาซัคสถาน, ชิลี, เม็กซิโก, สเปน, เวียดนาม, แอฟริกาใต้, นิวซีแลนด์, เนเธอร์แลนด์ และประเทศไทย ได้รับการยอมรับในฐานะแบรนด์รถยนต์ที่เติบโตเร็วที่สุดในระดับโลก (The Fastest International Growth Car Brand)
แผนการลงทุนครบวงจรของ OMODA & JAECOO ในประเทศไทย ปี 2568
คุณฉี เจี๋ย ประธาน บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) ได้ประกาศแผนการลงทุนครบวงจรในประเทศไทยในปี 2568 เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นส่วนสำคัญของตลาดรถยนต์ไทย
“ในปี 2567 เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางสู่อนาคตแห่งการขับเคลื่อนที่ยั่งยืน ผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมานี้ไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อรถและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยของเรา แต่ยังเป็นแรงผลักดันให้เราก้าวต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง โดยในปีนี้ OMODA & JAECOO ได้เตรียมแผนรุกตลาดในประเทศไทยอย่างเต็มกำลัง ทั้งการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ ตั้งฐานการผลิตในไทย ขยายศูนย์บริการให้ครอบคลุม พร้อมเพิ่มบริการแบบครบวงจร” คุณฉี เจี๋ย กล่าว
นวัตกรรมเทคโนโลยี SHS (Super Hybrid System): ขับเคลื่อนอนาคตแห่งการประหยัดและประสิทธิภาพ
OMODA & JAECOO เตรียมเปิดตัวรถรุ่นใหม่ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในหลากหลายกลุ่ม โดยเน้นการนำเสนอเทคโนโลยี SHS (Super Hybrid System) ซึ่งพัฒนาต่อยอดมาจากเทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 3 ของ Chery Automobile เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
เทคโนโลยี SHS ประกอบด้วยส่วนประกอบหลัก 3 ส่วน ได้แก่ เครื่องยนต์ 1.5TDGI เจเนอเรชั่นที่ 5, ระบบซูเปอร์อิเล็กทริกไฮบริด DHT (Super Electric Hybrid DHT System) และแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง ผสานการใช้พลังงานจากน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ากับประสบการณ์การขับขี่แบบรถยนต์ไฟฟ้าล้วน ทำให้รถวิ่งได้ระยะทางยาวขึ้น โดดเด่นด้วยประสิทธิภาพเชิงความร้อน (Thermal Efficiency) ที่ดีเยี่ยม การปล่อยคาร์บอนต่ำ และระบบแบตเตอรี่ที่มีความปลอดภัยสูง เป็นโซลูชันไฮบริดที่ผสานประสิทธิภาพสูง การประหยัดพลังงาน การปกป้องสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยเข้าไว้ด้วยกัน
นอกจากนี้ ในปี 2568 OMODA & JAECOO ยังพร้อมนำเสนอรถยนต์พลังงานใหม่ในหลากหลายรูปแบบ ทั้ง BEV, PHEV และอื่นๆ พร้อมจัดแสดงรถยนต์ครบทุกโมเดลในงานมหกรรมยานยนต์ Bangkok International Motor Show ที่กำลังจะมาถึง
การลงทุนในฐานการผลิตที่ระยอง: ก้าวสำคัญสู่การเป็นผู้ผลิตชั้นนำ
OMODA & JAECOO ได้ประกาศแผนการตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย โดยจะใช้โรงงานในจังหวัดระยอง ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเดินสายการผลิตได้ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 การลงทุนครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ในภูมิภาค
ขยายเครือข่ายโชว์รูมและยกระดับบริการหลังการขาย: เพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุดของลูกค้า
เป้าหมายสำคัญของ OMODA & JAECOO ในปี 2568 คือการขยายเครือข่ายโชว์รูมจากเดิม 23 แห่ง เป็นกว่า 50 แห่งทั่วประเทศ ควบคู่ไปกับการยกระดับบริการหลังการขาย โดยได้ร่วมมือกับ DHL Express ในการจัดส่งอะไหล่ระหว่างประเทศภายใน 3 วัน พร้อมขยายคลังอะไหล่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ และลดระยะเวลาการสั่งซื้ออะไหล่เร่งด่วนจาก 30 วัน เหลือเพียง 15 วัน
นอกจากนี้ ยังมีแผนเพิ่มบริการดูแลตัวถังและสีที่ได้รับการรับรองมาตรฐานให้ครบทุกโชว์รูม และเตรียมเปิดศูนย์ฝึกอบรมแบบเต็มรูปแบบ (Training Center) แห่งใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อให้ทุกการบริการเป็นไปตามมาตรฐานและมีประสิทธิภาพสูงสุด
ยกระดับ CRM: บริการรถยนต์ทดแทนและช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง
OMODA & JAECOO มุ่งมั่นที่จะเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้า ด้วยการพัฒนาระบบ CRM รวมถึงระบบการจองออนไลน์ เพื่อให้ลูกค้าได้รับบริการที่รวดเร็ว ที่สำคัญคือการเตรียมพร้อมให้บริการ รถยนต์ทดแทน ในกรณีที่รถของลูกค้าต้องใช้ระยะเวลาในการซ่อมเกิน 3 วัน พร้อมด้วยบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศไทย (โทร 02-0208888 กด 1) ฟรี 5 ปี ไม่จำกัดจำนวนครั้ง
เทรนด์ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า: ความท้าทายและโอกาสในเวทีโลก
รายงานจากนิตยสาร Best Car ประเทศญี่ปุ่น ชี้ให้เห็นถึงทิศทางที่น่าสนใจของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลก โดยเฉพาะการแข่งขันที่เข้มข้นในกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์จากจีน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการผลักดันนวัตกรรมและราคาของแบตเตอรี่
CATL และ BYD: ผู้นำด้านเทคโนโลยีแบตเตอรี่ ดันราคาลง 50%
ข่าวดีสำหรับวงการรถยนต์ไฟฟ้าคือ CATL และ BYD ผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ของโลก กำลังเร่งพัฒนากระบวนการผลิตเพื่อลดต้นทุนแบตเตอรี่ลงถึง 50% ภายในปี 2567 ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการทำให้รถยนต์ไฟฟ้าเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น
รายงานจาก CnEVPost ระบุว่า CATL กำลังผลักดันการลดต้นทุนเซลล์แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ชนิด VDA spec ลงไปที่ 0.4 หยวนต่อ Wh ซึ่งหมายความว่าราคาแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า 60 กิโลวัตต์ชั่วโมง อาจลดลงครึ่งหนึ่งจากปลายปี 2566 ซึ่งจะช่วยประหยัดต้นทุนให้กับผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าได้กว่า 3,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อคัน
เซลล์แบตเตอรี่ VDA: มาตรฐานใหม่สำหรับอุตสาหกรรม EV
เซลล์แบตเตอรี่แบบ VDA เป็นมาตรฐานที่พัฒนาขึ้นในประเทศเยอรมนี สำหรับเซลล์แบตเตอรี่ปริซึมสี่เหลี่ยม การใช้เซลล์ LFP ขนาด 173 Ah VDA-spec พร้อมการชาร์จเร็ว 2.2C ในราคาเฉลี่ย 0.4 หยวนต่อ Wh จะทำให้รถยนต์ไฟฟ้าที่ขายในราคา 100,000 ถึง 200,000 หยวน สามารถชาร์จจนเต็มได้ภายใน 30 นาทีหรือน้อยกว่า
BYD FinDreams: เดินหน้าลดต้นทุนแบตเตอรี่
FinDreams แผนกผลิตแบตเตอรี่ของ BYD ก็ได้ออกประกาศภายในเพื่อกระตุ้นให้ทีมลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง BYD ซึ่งเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่อันดับสองของโลก รองจาก CATL กำลังมุ่งมั่นในการจัดการทรัพยากรที่ไม่จำเป็นและลดต้นทุนในกระบวนการผลิต
นัยสำคัญของการเปลี่ยนแปลง: การปฏิวัติวงการ EV สู่ยุคใหม่
การลดต้นทุนแบตเตอรี่อย่างมีนัยสำคัญนี้ จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญในการปฏิวัติวงการรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลก ผู้ผลิตรถยนต์หลายค่ายกำลังเผชิญแรงกดดันในการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า แต่ก็ยังคงรักษาไลน์เครื่องยนต์สันดาปและไฮบริดควบคู่กันไป
อย่างไรก็ตาม ตลาดรถยนต์ไฟฟ้ายังคงมีความท้าทายหลายประการ เช่น ราคาขายที่ยังคงสูง แม้ต้นทุนแบตเตอรี่จะลดลง รวมถึงการแข่งขันจากรถยนต์ไฟฟ้าจีนที่อาจเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในตลาดโลก
Changan Automobile: การลงทุนครั้งใหญ่ในไทย ขยายไลน์รถยนต์ EV
Changan Automobile บริษัทชั้นนำด้านยานยนต์จากประเทศจีน ได้ประกาศการลงทุนครั้งสำคัญในประเทศไทย ด้วยมูลค่า 9,800 ล้านบาท เพื่อก่อตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยประเทศไทยจะถูกกำหนดให้เป็นศูนย์กลางการผลิตรถ EV, PHEV, REEV (Range Extended EV) พวงมาลัยขวาในอาเซียน
Changan Automobile มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 161 ปี และเป็นหนึ่งในแบรนด์ยานยนต์ที่มียอดขายสูงที่สุดในประเทศจีน มีความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงการออกแบบรถยนต์ที่เป็นผู้นำเทรนด์ด้านความปลอดภัยและสมรรถนะ
แผนกลยุทธ์ “Shangri-La Plan”: สู่ยุคแห่งยานยนต์พลังงานใหม่
Changan Automobile ได้นำเสนอแผนการเชิงกลยุทธ์ “Shangri-La Plan” ซึ่งมีเป้าหมายยุติการขายรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงแบบเดิม และเพิ่มรถยนต์ไฟฟ้าให้ครอบคลุมกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้งหมดภายในปี 2568
ผลิตภัณฑ์เด่นของ Changan ที่น่าจับตา ได้แก่ Changan Lumin, Changan Deepal SL03, Changan Qiyuan A07, Changan S7 รวมถึง Avatr 11 ที่พัฒนาขึ้นร่วมกับ Huawei ซึ่งล้วนเป็นรถยนต์พลังงานใหม่ที่มีเทคโนโลยีและดีไซน์ที่น่าสนใจ
Mazda CX-5: การยกระดับสู่ตลาดรถหรู
นิตยสาร Best Car จากญี่ปุ่น รายงานว่า Mazda มีแผนที่จะยกระดับรถ SUV รุ่น CX-5 ใหม่ ให้หรูหราและมีสมรรถนะสูงขึ้น เพื่อแข่งขันในตลาดรถหรูที่ Mercedes-Benz และ BMW ครองตลาดอยู่ โดย CX-5 รุ่นใหม่จะถูกพัฒนาบนโครงสร้างเดียวกับ Mazda 6 ที่จะเปิดตัวเร็วๆ นี้ มาพร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหลัง และเครื่องยนต์แบบ Mild-Hybrid และดีเซล
Mercedes-Benz GLC EV: สู่สมรภูมิรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ
Mercedes-Benz เตรียมเปิดตัว Mercedes-Benz GLC EV รุ่นไฟฟ้า 100% ในฤดูใบไม้ผลิปี 2569 ซึ่ง GLC เป็นรถยนต์รุ่นขายดีที่สุดของ Mercedes-Benz ทั่วโลก การพัฒนา GLC EV ขึ้นมาโดยใช้ชื่อเดิม สะท้อนถึงกลยุทธ์ที่มุ่งมั่นในการเจาะตลาดรถยนต์ไฟฟ้า
GLC EV สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มไฟฟ้า 800V ใหม่ทั้งหมด มีฐานล้อยาวขึ้นเพื่อเพิ่มพื้นที่ภายในและพื้นที่เก็บสัมภาระ ระบบขับเคลื่อนให้กำลังสูงถึง 483 แรงม้า (360 kW) และมีระยะทางวิ่งสูงสุด 650 กิโลเมตร (WLTP) รองรับการชาร์จ DC fast charging สูงสุด 320 kW และจะมาพร้อมพอร์ต NACS สำหรับใช้งานกับ Tesla Supercharger
บทสรุป: อนาคตแห่งการขับเคลื่อนที่หลากหลายและยั่งยืน
ความสำเร็จของ GWM ประเทศไทย ในการสร้างสถิติยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ตอกย้ำถึงศักยภาพของกลยุทธ์ Multi-powertrains และการตอบสนองความต้องการของตลาดด้วยผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ในขณะเดียวกัน การเติบโตของ OMODA & JAECOO และการลงทุนครั้งใหญ่ของ Changan Automobile ในประเทศไทย แสดงให้เห็นถึงทิศทางที่ชัดเจนของการขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาค
แนวโน้มราคาแบตเตอรี่ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยการขับเคลื่อนของ CATL และ BYD จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น และเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่การขับเคลื่อนที่ยั่งยืน
สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นสมรรถนะ ความประหยัด ความสะดวกสบาย หรือเทคโนโลยีที่ทันสมัย ถึงเวลาแล้วที่คุณจะค้นพบรถยนต์ที่ใช่สำหรับคุณ สำรวจยนตรกรรมจาก GWM, OMODA & JAECOO, Changan Automobile และแบรนด์ชั้นนำอื่นๆ ที่พร้อมนำเสนอทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการเดินทางของคุณในยุคใหม่นี้

