Great Wall Motor (GWM) ประเทศไทย สั่นสะเทือนตลาดด้วยสถิติยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์: NEW GWM TANK 300 DIESEL คือกุญแจสู่ความสำเร็จ
ในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ณ ปัจจุบัน การแข่งขันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การนำเสนอเทคโนโลยีล้ำสมัย หรือดีไซน์ที่โดดเด่นอีกต่อไป แต่ทว่าการปรับตัวให้เข้ากับความต้องการอันหลากหลายของผู้บริโภค ควบคู่ไปกับการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าและตอบโจทย์การใช้งานจริง คือหัวใจสำคัญที่จะนำพาแบรนด์ไปสู่ความสำเร็จ บทพิสูจน์ที่ชัดเจนที่สุดปรากฏขึ้นแล้วจากการประกาศความสำเร็จของ Great Wall Motor (GWM) ประเทศไทย ที่สามารถทำยอดขายรายเดือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนพฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา ด้วยตัวเลขอันน่าประทับใจกว่า 1,731 คัน อันเป็นผลลัพธ์โดยตรงจากการเปิดตัว NEW GWM TANK 300 DIESEL สู่ตลาดไทย
นายเวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) ได้เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกว่า “ยอดขายรวมของเราในเดือนพฤษภาคม 2568 พุ่งสูงถึง 1,731 คัน ซึ่งเป็นการเติบโตถึง 225% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า สัดส่วนกว่าครึ่งหนึ่งของตัวเลขดังกล่าว หรือ 877 คัน มาจาก NEW GWM TANK 300 DIESEL ซึ่งตอกย้ำความสำเร็จของกลยุทธ์การนำเสนอเครื่องยนต์ที่หลากหลาย (Multi-powertrains) ที่เราได้วางแผนไว้” นอกจากนี้ เขายังเสริมอีกว่า “ส่วนอีกประมาณ 50% เป็นยอดขายของรถยนต์พลังงานใหม่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงทิศทางตลาดรถยนต์ไทยที่กำลังก้าวสู่ความสมดุลระหว่างรถยนต์สันดาปภายในและรถยนต์พลังงานใหม่ ด้วยสัดส่วนที่ใกล้เคียงกันที่ 50:50”
การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ GWM ในประเทศไทยนั้น ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน นับตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นมา GWM ได้ค่อยๆ สร้างฐานที่มั่นคงด้วยยอดขายที่อยู่ในระดับหลักร้อยคันต่อเดือน จนกระทั่งต้นปี 2568 ยอดขายได้ทะยานขึ้นสู่ระดับกว่า 1,000 คันต่อเดือน และมาถึงจุดสูงสุดในเดือนพฤษภาคม 2568 ซึ่งนับเป็นยอดขายสูงสุดในรอบ 4 ปี ของบริษัท “การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจผ่านการนำเสนอเครื่องยนต์ที่หลากหลาย (Multi-powertrains) เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนยอดขายและการเติบโตของ GWM ในประเทศไทยอย่างแท้จริง” นายโจว กล่าวเน้นย้ำ
หากมองภาพรวมในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2568 (มกราคม – พฤษภาคม) GWM สามารถทำยอดขายสะสมได้ถึง 5,439 คัน คิดเป็นการเติบโตถึง 50% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นการสวนกระแสภาวะตลาดรถยนต์โดยรวมที่เริ่มชะลอตัวลง
NEW GWM TANK 300 DIESEL: การพลิกเกมในตลาด PPV
การนำ NEW GWM TANK 300 รุ่นเครื่องยนต์ดีเซลเข้ามาเปิดตัวในประเทศไทย ถือเป็นการนำกลยุทธ์ Multi-powertrains มาประยุกต์ใช้และก่อให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง รถรุ่นนี้ได้กลายมาเป็นผลิตภัณฑ์เรือธงหลักของ GWM ที่สามารถครองใจผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างรวดเร็ว เห็นได้จากยอดการสั่งจองและยอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง GWM คาดการณ์ว่า NEW GWM TANK 300 DIESEL จะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง Top 3 ในกลุ่มรถยนต์ PPV (Passenger Pick-up Vehicle) ได้อย่างแน่นอน เพื่อรองรับความต้องการที่เข้ามาอย่างมหาศาล GWM ได้มีการเพิ่มกำลังการผลิตอย่างสอดคล้อง และยังคงให้ความสำคัญสูงสุดกับการควบคุมคุณภาพและการตรวจสอบอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่าจะได้รับมอบรถยนต์ที่มีคุณภาพสูงสุด
การแข่งขันในตลาดรถยนต์พลังงานใหม่: คุณค่าที่เหนือกว่าราคา
ในขณะที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) มีการแข่งขันด้าน “สงครามราคา” ที่ดุเดือด GWM ยังคงยึดมั่นในปรัชญาการแข่งขันด้านคุณภาพและคุณค่าในระยะยาว ดังจะเห็นได้จาก GWM ORA Good Cat ที่ยังคงสามารถรักษาฐานยอดขายได้อย่างคงที่ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทยที่ไม่ได้มองหาเพียงผลิตภัณฑ์ที่มีราคาถูกเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับปัจจัยรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพ ความล้ำสมัย เทคโนโลยีด้านความปลอดภัย ความคุ้มค่าคุ้มราคา และที่สำคัญที่สุดคือความเชื่อมั่นที่มีต่อแบรนด์
GWM ไม่สนับสนุนการแข่งขันด้วยสงครามราคา แต่จะมุ่งเน้นการแข่งขันด้วยคุณภาพของผลิตภัณฑ์ การสร้างและพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่ายที่แข็งแกร่ง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการดูแลลูกค้า และพัฒนาด้านการบริการหลังการขายที่มีประสิทธิภาพ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดี สร้างคุณค่า และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในระยะยาว
OMODA & JAECOO: การเติบโตระดับโลก สู่การลงทุนระยะยาวในประเทศไทย
ในอีกมุมหนึ่งของตลาด GWM ได้นำเสนอแบรนด์ OMODA & JAECOO ซึ่งเป็นแบรนด์น้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา แต่สามารถสร้างปรากฏการณ์การเติบโตแบบก้าวกระโดด ด้วยยอดขายทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นถึง 54% ในปีที่ผ่านมา Chery Group ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ OMODA & JAECOO ได้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งด้วยยอดขายที่เติบโตขึ้นถึง 38% หรือยอดส่งมอบ 2.6 ล้านคัน คิดเป็นยอดรายได้ที่เติบโตขึ้นกว่า 50% รวมถึงยังรักษาตำแหน่งผู้ส่งออกรถยนต์อันดับ 1 ของประเทศจีนมายาวนานถึง 22 ปี
OMODA & JAECOO ได้รับการยอมรับในฐานะแบรนด์รถยนต์ที่เติบโตเร็วที่สุดในระดับโลก (The Fastest International Growth Car Brand) ด้วยการเปิดตัวใน 33 ประเทศทั่วโลก เช่น คาซัคสถาน, ชิลี, เม็กซิโก, สเปน, เวียดนาม, แอฟริกาใต้, นิวซีแลนด์, เนเธอร์แลนด์ และล่าสุดคือประเทศไทย
แผนการลงทุนครบวงจรของ OMODA & JAECOO ในประเทศไทย ปี 2568
นายฉี เจี๋ย ประธาน บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ในปี 2567 เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางสู่อนาคตแห่งการขับเคลื่อนที่ยั่งยืน ผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมานี้ไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อรถและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยของเรา แต่ยังเป็นแรงผลักดันให้เราก้าวต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง โดยในปีนี้ OMODA & JAECOO ได้เตรียมแผนรุกตลาดในประเทศไทยอย่างเต็มกำลัง ทั้งการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ ตั้งฐานการผลิตในไทย ขยายศูนย์บริการให้ครอบคลุม พร้อมเพิ่มบริการแบบครบวงจร”
เทคโนโลยี SHS (Super Hybrid System): ผสานพลังเพื่ออนาคต
OMODA & JAECOO เตรียมเปิดตัวรถรุ่นใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในหลากหลายกลุ่ม โดยในปีนี้จะเน้นการนำเสนอเทคโนโลยี SHS (Super Hybrid System) ที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจากเทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 3 ของ Chery Automobile เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดยานยนต์โลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง SHS ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่ เครื่องยนต์ 1.5TDGI เจเนอเรชั่นที่ 5, ระบบซูเปอร์อิเล็กทริกไฮบริด DHT (Super Electric Hybrid DHT System) และแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง เทคโนโลยีนี้ผสานการใช้พลังงานจากน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ากับประสบการณ์การขับขี่ของรถยนต์ไฟฟ้าล้วน ทำให้สามารถวิ่งได้ระยะยาวขึ้น โดยยังคงโดดเด่นด้วยประสิทธิภาพเชิงความร้อน (Thermal Efficiency) ที่ดีเยี่ยม ระยะทางในการขับขี่ที่ยาวไกล การปล่อยคาร์บอนต่ำ และระบบแบตเตอรี่ที่มีความปลอดภัยสูงเป็นพิเศษ
นอกจากนี้ ในปี 2568 OMODA & JAECOO พร้อมนำเสนอยนตรกรรมพลังงานใหม่ที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ทั้ง BEV (Battery Electric Vehicle), PHEV (Plug-in Hybrid Electric Vehicle) และอื่นๆ โดยจะจัดแสดงผลิตภัณฑ์ทุกโมเดลในงานมหกรรมยานยนต์ Bangkok International Motor Show ที่จะถึงนี้ พร้อมเตรียมเปิด ฐานการผลิตในจังหวัดระยอง ซึ่งคาดว่าจะพร้อมเริ่มสายการผลิตในไตรมาสที่ 2 ของปี
ยกระดับเครือข่ายบริการ: ขยายโชว์รูมสู่ 50 แห่ง พร้อมบริการเต็มรูปแบบ
เป้าหมายสำคัญของ OMODA & JAECOO คือการขยายเครือข่ายโชว์รูม จากเดิม 23 แห่ง เป็น กว่า 50 แห่งทั่วประเทศในปีนี้ ควบคู่ไปกับการยกระดับบริการหลังการขาย โดยได้ร่วมมือกับ DHL Express ผู้นำระดับโลกด้านการขนส่งด่วนระหว่างประเทศ เพื่อให้การจัดส่งอะไหล่ระหว่างประเทศสามารถทำได้ภายใน 3 วัน พร้อมขยายคลังอะไหล่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ และลดระยะเวลาการสั่งซื้ออะไหล่เร่งด่วนจากโรงงานผู้ผลิตในประเทศจีนจาก 30 วัน เหลือเพียง 15 วัน
ในปีนี้ยังมีการเพิ่มบริการดูแล ตัวถังและสี ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานให้ครบทุกโชว์รูม พร้อมเตรียมเปิด ศูนย์ฝึกอบรมแบบเต็มรูปแบบ (Training Center) แห่งใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อให้ทุกการบริการเป็นไปตามมาตรฐานและมีประสิทธิภาพสูงสุด
ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า: CRM, รถสำรอง และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน
OMODA & JAECOO มุ่งมั่นเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้า ด้วยการพัฒนาระบบ CRM (Customer Relationship Management) โดยเฉพาะ ระบบการจองออนไลน์ เพื่อให้ลูกค้าที่มาใช้บริการได้รับความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญคือ บริการรถยนต์ทดแทน ในกรณีที่รถของลูกค้าต้องใช้ระยะเวลาในการซ่อมเกิน 3 วัน นอกจากนี้ ยังมีบริการ ช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศไทย (โทร 02-0208888 กด 1) ฟรี 5 ปี โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง
Changan Automobile: มิติใหม่แห่งการลงทุนรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย
บริษัท ฉางอัน ออโตโมบิล (Changan Automobile) หนึ่งในผู้นำด้านยานยนต์ของประเทศจีน ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 161 ปี ได้เข้ามาลงทุนเพื่อเปิดโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 9,800 ล้านบาท การเข้ามาของ Changan สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย
รู้จัก Changan Automobile: ประวัติศาสตร์ยาวนาน สู่เทคโนโลยีล้ำสมัย
Chang’an Automobile Co., Ltd. เป็นแบรนด์ยานยนต์อันดับ 4 ของประเทศจีน และเป็นแบรนด์ยานยนต์ในประเทศที่มีฐานลูกค้ากว้างขวาง บริษัทก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการในปี 1984 มีประสบการณ์ในการผลิตรถยนต์มายาวนาน และมีความสามารถด้านการวิจัยและพัฒนาที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยานยนต์ของจีนมายาวนาน
Changan ได้สร้างความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาทั่วโลก โดยมีเครือข่ายครอบคลุม 6 ประเทศ และ 9 ภูมิภาค รวมถึงสหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร, เยอรมนี, ญี่ปุ่น และอิตาลี ทีมงานระดับนานาชาติได้ร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ไฮเทคที่ทันสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเทคโนโลยีความปลอดภัยและสมรรถนะ
บริษัทฯ เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถยนต์ SUV, MPV และรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ มียอดจัดจำหน่ายมากกว่า 19 ล้านคัน ไปยัง 50 ประเทศทั่วโลก
กลยุทธ์ “Dubhe Intelligence Plan” และ “Shangri-La Plan”: ก้าวสู่ยุคดิจิทัลและพลังงานใหม่
Changan Automobile ได้เปิดตัวกลยุทธ์อัจฉริยะ “Dubhe Intelligence Plan” เพื่อส่งมอบประสบการณ์การสื่อสารไร้สายแบบอัจฉริยะ ปลอดภัย และสะดวกสบายตลอดการเดินทาง ส่วนในด้านยานยนต์พลังงานใหม่ ได้นำเสนอแผน “Shangri-La Plan” โดยมีเป้าหมายที่จะยุติการขายรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงแบบเดิม และเพิ่มรถยนต์ไฟฟ้าให้ครอบคลุมกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้งหมดภายในปี 2025
การลงทุนในประเทศไทย: ศูนย์กลางการผลิตรถ EV ในอาเซียน
Changan Automobile ได้เลือกให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถ EV, PHEV, REEV (Range Extended EV) พวงมาลัยขวาในภูมิภาคอาเซียน โดยตั้งเป้าผลิตให้ถึง 100,000 คันต่อปี เพื่อรองรับตลาดภายในประเทศ และการส่งออกไปยังต่างประเทศ อาทิ ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, สหราชอาณาจักร และแอฟริกาใต้
ผลิตภัณฑ์ยานยนต์พลังงานใหม่ของ Changan
Changan Lumin: รถยนต์ไฟฟ้าแฮทช์แบ็คขนาดเล็ก ดีไซน์น่ารัก มาพร้อมพละกำลัง 41 แรงม้า แบตเตอรี่ 27.99 kWh วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 301 กม. (CLTC)
Changan Deepal SL03: รถยนต์ไฟฟ้าซีดานขนาดกลาง ขับเคลื่อนล้อหลัง 190 kW แรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ 58.1 kWh วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 515 กม. (CLTC)
Changan Qiyuan A07: รถยนต์ไฟฟ้าสไตล์ Coupé มอเตอร์ไฟฟ้า 160 kW (218 แรงม้า) แบตเตอรี่ลิเธียมจาก CATL วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 500 กม. (CLTC)
Changan S7: รถยนต์ไฟฟ้า SUV ขนาดกลาง มอเตอร์ไฟฟ้า 160 kW (218-258 แรงม้า) ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมจาก CATL
Avatr 11: รถยนต์ไฟฟ้า SUV Coupé ขนาดกลาง มอเตอร์ไฟฟ้า 230-424 kW (308-578 แรงม้า) แบตเตอรี่ 116.79 kWh วิ่งได้ไกล 705 กม. (CLTC) รองรับการชาร์จ DC สูงสุด 240 kW
อนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์: ราคาแบตเตอรี่ที่ลดลง คือกุญแจสำคัญ
ข่าวดีสำหรับผู้บริโภคและอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า คือความพยายามของ CATL และ BYD ในการลดราคาแบตเตอรี่ลงถึง 50% ภายในปี 2024 นี้ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะผลักดันให้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) เข้าสู่ยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์
CATL และ BYD: พลิกโฉมอุตสาหกรรมแบตเตอรี่
CATL กำลังคัดสรรทรัพยากรในสายการผลิตและผลักดันการลดต้นทุน เพื่อให้สามารถลดราคาเซลล์แบตเตอรี่ VDA spec lithium iron phosphate ลงไปที่ 0.4 หยวนต่อ Wh ซึ่งเมื่อคำนวณแล้ว แบตเตอรี่ขนาด 60 กิโลวัตต์ชั่วโมง อาจมีราคาลดลงครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับปลายปี 2023
BYD FinDreams ซึ่งเป็นแผนกผลิตแบตเตอรี่ของ BYD ก็กำลังดำเนินการตามแผนเพื่อลดต้นทุนต่อไป ปัจจุบัน CATL เป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ที่สุดของโลก โดยมีส่วนแบ่งตลาดโลกอยู่ที่ 37.4% ขณะที่ FinDreams (BYD) อยู่ในอันดับสองที่ 25.7%
เซลล์แบตเตอรี่ VDA: มาตรฐานใหม่แห่งอนาคต
เซลล์แบตเตอรี่แบบ VDA เป็นมาตรฐานที่สร้างขึ้นในเยอรมนีสำหรับเซลล์แบตเตอรี่ปริซึมสี่เหลี่ยม ซึ่งภายในฤดูร้อนนี้ CATL จะส่งมอบเซลล์ LFP ขนาด 173 Ah VDA-spec พร้อมการชาร์จเร็ว 2.2C ให้กับผู้ผลิตรถยนต์ในราคาเฉลี่ย 0.4 หยวนต่อ Wh ซึ่งเป็นราคาที่ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
นัยสำคัญในการปฏิวัติวงการ EV: ราคาที่จับต้องได้ สู่การยอมรับที่กว้างขวาง
การลดลงของราคาแบตเตอรี่ คือปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การปฏิวัติวงการ EV สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ราคาที่ต่ำลงจะทำให้รถยนต์ไฟฟ้าเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น และกระตุ้นให้เกิดการยอมรับในวงกว้าง
อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่น่าจับตามองคือ การนำราคาแบตเตอรี่ที่ลดลงในประเทศจีน ไปสู่ตลาดอื่นๆ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีมาตรการกีดกันทางการค้าสำหรับแบตเตอรี่ที่ผลิตจากวัสดุหรือส่วนประกอบที่มาจากบริษัทจีนเป็นเจ้าของ สิ่งนี้อาจเป็นอุปสรรคต่อการทำให้รถยนต์ไฟฟ้ามีราคาไม่แพงสำหรับผู้บริโภคชาวอเมริกัน
บทสรุป: ก้าวสู่ยุคใหม่แห่งยานยนต์
การเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมยานยนต์กำลังดำเนินไปอย่างรวดเร็ว Great Wall Motor (GWM) ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ผ่านความสำเร็จของ NEW GWM TANK 300 DIESEL และการขยายเครือข่ายของ OMODA & JAECOO รวมถึงการลงทุนในอนาคตของ Changan Automobile ในขณะเดียวกัน การพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ราคาถูกจาก CATL และ BYD ก็จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการผลักดันให้ยานยนต์ไฟฟ้าเป็นที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับผู้บริโภคทั่วโลก
สำหรับผู้บริโภคชาวไทย นี่คือช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นที่สุดในการเลือกสรรยานยนต์ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ทั้งสมรรถนะ ความคุ้มค่า และเทคโนโลยีแห่งอนาคต การศึกษาข้อมูล เปรียบเทียบ และเปิดใจรับเทคโนโลยีใหม่ๆ คือก้าวสำคัญในการเลือกยานยนต์คู่ใจของคุณในยุคใหม่นี้
หากคุณกำลังมองหายานยนต์ที่ใช่ หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทุนและเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าล่าสุด อย่าลังเลที่จะติดต่อผู้เชี่ยวชาญของเรา หรือเข้าร่วมงานมหกรรมยานยนต์ที่กำลังจะมาถึง เพื่อสัมผัสประสบการณ์จริง และก้าวไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยานยนต์ไปด้วยกัน

