• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N0801105 คนท สำค ญในช อคนท คอยอย างๆเราเสมอมา part2

admin79 by admin79
January 6, 2026
in Uncategorized
0
N0801105 คนท สำค ญในช อคนท คอยอย างๆเราเสมอมา part2

GWM ประเทศไทย: ทะยานสู่ผู้นำตลาดด้วยยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ – กลยุทธ์ Multi-Powertrains จุดเปลี่ยนสำคัญ

ในวงการยานยนต์ไทยที่เต็มไปด้วยการแข่งขันอันดุเดือด กลับมีผู้เล่นที่สามารถสร้างปรากฏการณ์ก้าวกระโดดได้อย่างน่าทึ่ง เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) หรือ GWM (Thailand) ได้ประกาศความสำเร็จที่เหนือความคาดหมาย ด้วยการทำยอดขายรายเดือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนพฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา ด้วยจำนวน 1,731 คัน ซึ่งไม่เพียงแต่สร้างสถิติใหม่ให้กับบริษัท แต่ยังสะท้อนถึงการตอบรับอันแข็งแกร่งของผู้บริโภคชาวไทยต่อทิศทางและผลิตภัณฑ์ของ GWM

นายเวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) ได้เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกถึงความสำเร็จครั้งนี้ว่า “ยอดขายในเดือนพฤษภาคม 2568 ที่ทะลุ 1,731 คันนั้น เติบโตขึ้นถึง 225% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าภาคภูมิใจอย่างยิ่ง” เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จนี้มีปัจจัยหลักมาจาก NEW GWM TANK 300 DIESEL ซึ่งกลายเป็นดาวเด่นของแบรนด์ โดยมียอดขายสูงถึง 877 คัน หรือคิดเป็นสัดส่วนกว่า 50% ของยอดขายทั้งหมด

“สัดส่วนยอดขายที่แบ่งเป็น NEW GWM TANK 300 DIESEL และรถยนต์พลังงานใหม่ในอัตราส่วนใกล้เคียง 50:50 นี้ สอดคล้องกับแนวโน้มของตลาดรถยนต์ไทยโดยรวม ที่กำลังเข้าสู่ยุคแห่งความสมดุลระหว่างรถยนต์สันดาปภายในและรถยนต์พลังงานทางเลือก” นายเวย์น กล่าวเสริม

นับตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นมา GWM ได้แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่มั่นคง โดยยอดขายรายเดือนได้ไต่ระดับจากหลักร้อยมาสู่ระดับพันคันในช่วงต้นปี 2568 และมาถึงจุดสูงสุดในเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นและกลยุทธ์ที่ถูกต้องของบริษัท

“หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนยอดขายและการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ GWM ในประเทศไทย คือการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ธุรกิจสู่การนำเสนอ เครื่องยนต์ที่หลากหลาย (Multi-powertrains)” นายเวย์น ย้ำถึงความสำคัญของนโยบายนี้

5 เดือนแรกของปี 2568: GWM ทะยานสวนกระแสตลาด

ตลอด 5 เดือนแรกของปี 2568 (มกราคม – พฤษภาคม) GWM สามารถทำยอดขายสะสมไปได้ถึง 5,439 คัน คิดเป็นการเติบโตที่น่าประทับใจถึง 50% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ตัวเลขนี้ยิ่งมีความโดดเด่นเมื่อพิจารณาว่า ตลาดรถยนต์โดยรวมของไทยกำลังเผชิญกับภาวะชะลอตัวและมีอัตราการเติบโตที่ลดลง

NEW GWM TANK 300 DIESEL: ผลลัพธ์รูปธรรมของกลยุทธ์ Multi-Powertrains

การนำ NEW GWM TANK 300 DIESEL เข้าสู่ตลาดประเทศไทย ถือเป็นการประยุกต์ใช้กลยุทธ์ Multi-Powertrains ที่ประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ยนตรกรรมรุ่นนี้ได้กลายเป็นผลิตภัณฑ์เรือธง (Flagship Product) ที่ได้รับการยอมรับอย่างสูงจากผู้บริโภคชาวไทย โดยมีอัตราการเติบโตของยอดสั่งจองและยอดขายที่สูงอย่างต่อเนื่อง

“เราคาดการณ์ว่า NEW GWM TANK 300 DIESEL จะสามารถก้าวขึ้นสู่ Top 3 ในกลุ่มรถยนต์ PPV ได้ในระยะเวลาอันใกล้นี้” นายเวย์น กล่าวอย่างมั่นใจ “เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง เราได้เพิ่มกำลังการผลิต และให้ความสำคัญสูงสุดกับการควบคุมคุณภาพและการตรวจสอบทุกขั้นตอน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่าจะได้รับรถยนต์ที่มีคุณภาพสูงสุด”

ชูคุณภาพ เหนือสงครามราคา: GWM ORA Good Cat ยังคงแข็งแกร่ง

ในขณะที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลกกำลังเผชิญกับ “สงครามราคา” ที่รุนแรง GWM ยังคงยึดมั่นในปรัชญาการแข่งขันด้าน คุณภาพและคุณค่าในระยะยาว

“GWM ORA Good Cat ยังคงรักษาฐานยอดขายได้อย่างคงที่” นายเวย์น ชี้ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของผลิตภัณฑ์ EV ของบริษัท “นี่แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวไทยไม่ได้มองหาเพียงแค่รถยนต์ราคาถูก แต่ให้ความสำคัญกับ คุณภาพ, ความล้ำสมัย, ความปลอดภัย, ความคุ้มค่า, ความคุ้มราคา และที่สำคัญคือ ความเชื่อมั่นในแบรนด์”

GWM เลือกที่จะไม่เข้าร่วมการแข่งขันด้วยกลยุทธ์สงครามราคา แต่จะมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง การสร้างและเสริมสร้างเครือข่ายผู้จำหน่ายให้แข็งแกร่ง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการดูแลลูกค้า และพัฒนาระบบ บริการหลังการขาย (After-sales Service) ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด การมุ่งเน้นประสบการณ์ที่ดี การสร้างคุณค่า และการสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว คือหัวใจหลักของ GWM

ความได้เปรียบทางการแข่งขัน: ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ทุกประเภทพลังงาน

แม้จะอยู่ในช่วงภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวนและเผชิญกับการแข่งขันที่สูง GWM ยังคงสามารถยืนหยัดได้อย่างมั่นคง “เรามีความได้เปรียบทางการแข่งขันที่เหนือกว่าผู้เล่นรายอื่น ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างครอบคลุมในทุกประเภทพลังงาน” นายเวย์น กล่าว

“ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์ไฮบริด (Hybrid), รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid), รถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) และล่าสุดคือ รถยนต์เครื่องยนต์ดีเซล เรามีทางเลือกที่พร้อมสำหรับทุกไลฟ์สไตล์และความต้องการ”

OMODA & JAECOO: เติบโตระดับโลก จ่อรุกตลาดไทยเต็มสูบ

นอกเหนือจากความสำเร็จของ GWM แบรนด์น้องใหม่อย่าง OMODA & JAECOO ซึ่งอยู่ภายใต้กลุ่ม Chery Automobile ก็กำลังสร้างปรากฏการณ์การเติบโตอย่างน่าจับตา ด้วยยอดขายทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นถึง 54% ในปีที่ผ่านมา

Chery Automobile ซึ่งเป็นบริษัทแม่ ได้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง ด้วยยอดขายรวมทั่วโลก 2.6 ล้านคัน เติบโต 38% และรักษาตำแหน่งผู้ส่งออกรถยนต์อันดับ 1 ของจีนมาอย่างยาวนานถึง 22 ปี ในขณะที่ OMODA & JAECOO ซึ่งเป็นแบรนด์ที่เพิ่งเปิดตัวได้เพียง 2 ปี ได้ขยายเครือข่ายไปแล้วถึง 33 ประเทศทั่วโลก

ฉี เจี๋ย ประธาน บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ปี 2567 เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางสู่อนาคตแห่งการขับเคลื่อนที่ยั่งยืน ผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมานี้ไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อรถและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยของเรา แต่ยังเป็นแรงผลักดันให้เราก้าวต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง”

แผนลงทุนครบวงจรในไทยปี 2568: เปิดตัวรถรุ่นใหม่, ตั้งฐานการผลิต, ขยายโชว์รูม

OMODA & JAECOO ประเทศไทย ได้ประกาศแผนการลงทุนอย่างเต็มรูปแบบในปี 2568 โดยมีไฮไลท์สำคัญดังนี้:

เปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่: เตรียมนำเสนอเทคโนโลยี SHS (Super Hybrid System) ที่ต่อยอดจากเทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 3 ของ Chery Automobile เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดยานยนต์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง เทคโนโลยีนี้ประกอบด้วยเครื่องยนต์ 1.5TDGI เจเนอเรชั่นที่ 5, ระบบซูเปอร์อิเล็กทริกไฮบริด DHT และแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง ผสานการทำงานของเครื่องยนต์สันดาปเข้ากับประสบการณ์การขับขี่แบบรถยนต์ไฟฟ้าล้วน มอบระยะทางขับขี่ที่ยาวนาน, ประสิทธิภาพเชิงความร้อน (Thermal Efficiency) ที่ยอดเยี่ยม, การปล่อยคาร์บอนต่ำ และความปลอดภัยของแบตเตอรี่ในระดับสูง

หลากหลายทางเลือกพลังงาน: นอกเหนือจากระบบไฮบริด OMODA & JAECOO ยังพร้อมนำเสนอ ยานยนต์พลังงานใหม่ (New Energy Vehicles) หลากหลายรูปแบบ ทั้ง BEV, PHEV และอื่นๆ เตรียมจัดเต็มกองทัพผลิตภัณฑ์ทุกโมเดลในงานมหกรรมยานยนต์ Bangkok International Motor Show

ตั้งฐานการผลิตในไทย: เตรียมเปิด ฐานการผลิตรถยนต์ที่โรงงานในจังหวัดระยอง คาดว่าจะเริ่มเดินสายการผลิตใน ไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการผลิตและตอบสนองความต้องการของตลาดในภูมิภาค

ขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการ: ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนโชว์รูมจากเดิม 23 แห่ง เป็น กว่า 50 แห่งทั่วประเทศ ในปีนี้ ควบคู่ไปกับการยกระดับ บริการหลังการขาย อย่างเต็มรูปแบบ

ยกระดับบริการหลังการขาย: ส่งมอบอะไหล่ภายใน 3 วัน, ขยายคลังอะไหล่

OMODA & JAECOO ให้ความสำคัญกับการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า โดยได้ร่วมมือกับ DHL Express เพื่อดำเนินการจัดส่งอะไหล่ระหว่างประเทศให้แล้วเสร็จภายใน 3 วัน พร้อมทั้งขยายคลังอะไหล่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ และลดระยะเวลาการสั่งซื้ออะไหล่เร่งด่วนจาก 30 วัน เหลือเพียง 15 วัน

นอกจากนี้ ยังมีแผนเพิ่ม บริการดูแลตัวถังและสี ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานให้ครบทุกโชว์รูม และเตรียมเปิด ศูนย์ฝึกอบรม (Training Center) แห่งใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อให้ทุกการบริการเป็นไปตามมาตรฐานสูงสุด

CRM อัจฉริยะ: ระบบจองออนไลน์, รถยนต์ทดแทน, ช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม.

เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้า OMODA & JAECOO กำลังพัฒนาระบบ CRM (Customer Relationship Management) โดยเฉพาะ ระบบการจองออนไลน์ เพื่อให้ลูกค้าได้รับบริการที่รวดเร็ว และมี บริการรถยนต์ทดแทน (Replacement Vehicle) สำหรับกรณีที่รถของลูกค้าต้องใช้ระยะเวลาซ่อมเกิน 3 วัน

ที่สำคัญคือ บริการ ช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศไทย (โทร 02-0208888 กด 1) ที่มอบให้ฟรี 5 ปี โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง

แนวโน้มตลาดรถยนต์ EV: ต้นทุนแบตเตอรี่ลดลง, ความท้าทายใหม่

ข้อมูลจาก CATL และ BYD ชี้ให้เห็นถึงความพยายามในการลดต้นทุนการผลิตแบตเตอรี่ลง 50% ภายในปี 2568 ซึ่งถือเป็นข่าวดีอย่างยิ่งสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า

ราคาแบตเตอรี่ที่ถูกลง: CATL มีแผนจะลดราคาเซลล์แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ลงเหลือ 0.4 หยวนต่อ Wh ซึ่งหมายความว่าแบตเตอรี่ขนาด 60 kWh อาจมีราคาลดลงถึงครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับปลายปี 2567
เซลล์แบตเตอรี่ VDA: มาตรฐานเซลล์แบตเตอรี่ปริซึมสี่เหลี่ยม VDA จะถูกนำมาใช้มากขึ้น โดย CATL จะส่งมอบเซลล์ LFP ขนาด 173 Ah VDA-spec พร้อมการชาร์จเร็ว 2.2C ให้กับผู้ผลิตรถยนต์ในราคาเฉลี่ย 0.4 หยวนต่อ Wh ซึ่งลดลงอย่างมากจากราคา 0.8-0.9 หยวนต่อ Wh ในปีก่อนหน้า
BYD เดินหน้าลดต้นทุน: FinDreams แผนกผลิตแบตเตอรี่ของ BYD ก็มีแผนการลดต้นทุนการผลิตอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยมีเป้าหมายที่จะลดราคาแบตเตอรี่เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาด

ผลกระทบต่อการปฏิวัติวงการ EV:

การลดลงของต้นทุนแบตเตอรี่นี้ จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อ การปฏิวัติวงการยานยนต์ไฟฟ้า (EV Revolution) โดยคาดว่า:

รถยนต์ไฟฟ้ามีราคาเข้าถึงง่ายขึ้น: ผู้บริโภคจะมีโอกาสซื้อรถยนต์ไฟฟ้าที่มีสมรรถนะสูงในราคาที่เหมาะสมมากขึ้น
การแข่งขันในตลาด EV เพิ่มสูงขึ้น: ผู้ผลิตรถยนต์จะสามารถนำเสนอรถยนต์ EV ที่มีราคาแข่งขันได้มากขึ้น
การพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่: แรงกดดันด้านต้นทุนจะกระตุ้นให้เกิดการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ก้าวหน้ายิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ยังมีความท้าทายที่สำคัญในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ที่มีอุปสรรคทางการค้าและนโยบายกีดกันเทคโนโลยีจากจีน ซึ่งอาจทำให้การลดต้นทุนแบตเตอรี่ไม่ส่งผลกระทบทั่วถึงเท่าที่ควร

Changan Automobile: ยักษ์ใหญ่จากจีน ก้าวสู่ตลาด EV ไทย

Changan Automobile หนึ่งในผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำของประเทศจีน ที่มีประวัติยาวนานกว่า 161 ปี ได้ประกาศการลงทุนมูลค่า 9,800 ล้านบาท เพื่อตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย

ประวัติและความแข็งแกร่ง: Changan เป็นแบรนด์อันดับ 4 ในกลุ่มยานยนต์ชั้นนำของจีน มีประสบการณ์การผลิตรถยนต์กว่า 37 ปี และมีความสามารถด้านการวิจัยและพัฒนาที่แข็งแกร่ง
การวิจัยและพัฒนาทั่วโลก: มีเครือข่าย R&D ใน 6 ประเทศ 9 ภูมิภาคทั่วโลก รวมถึงสหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร, เยอรมนี, ญี่ปุ่น และอิตาลี
ผลิตภัณฑ์หลากหลาย: ผลิตและจำหน่ายรถยนต์ SUV, MPV และรถยนต์เพื่อการพาณิชย์กว่า 19 ล้านคัน ใน 50 ประเทศทั่วโลก
กลยุทธ์พลังงานใหม่: ดำเนินการตามแผน “Shangri-La Plan” โดยมุ่งมั่นจะยุติการขายรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงแบบเดิม และเพิ่มรถยนต์ไฟฟ้าให้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ทั้งหมดภายในปี 2568
รถยนต์ไฟฟ้าที่น่าสนใจ: Changan ได้เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าที่น่าจับตาหลายรุ่น เช่น Changan Lumin, Changan Deepal SL03, Changan Qiyuan A07, Changan S7 และ Avatr 11 (ร่วมกับ Huawei)

เป้าหมายการผลิตในไทย: Changan เลือกประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถ EV, PHEV, REEV พวงมาลัยขวาในอาเซียน ตั้งเป้าผลิต 1 แสนคันต่อปี เพื่อรองรับตลาดภายในประเทศและส่งออกไปยังออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, อังกฤษ และแอฟริกาใต้

Mazda: ยกระดับ CX-5 สู่ตลาดพรีเมียม

มีรายงานจากนิตยสาร Best Car ของญี่ปุ่นว่า Mazda กำลังวางแผนยกระดับ CX-5 รุ่นใหม่ให้หรูหราและทรงพลังยิ่งขึ้น เพื่อแข่งขันในตลาดรถหรูที่ปัจจุบันมี Mercedes-Benz และ BMW เป็นผู้นำ

กลยุทธ์ยกระดับแบรนด์: CX-5 รุ่นใหม่จะถูกพัฒนาบนโครงสร้างเดียวกับ Mazda 6 ที่จะเปิดตัวเร็วๆ นี้ พร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหลังและขับเคลื่อน 4 ล้อ
เครื่องยนต์ใหม่: มีทั้งแบบ Mild-Hybrid และเครื่องยนต์ดีเซล
ตัวเลือก 2 โมเดล: CX-5 (Compact SUV) และ CX-50 (Fastback SUV Coupe)

หากกลยุทธ์นี้ประสบความสำเร็จ Mazda จะกลายเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ญี่ปุ่นที่กล้าก้าวเข้ามาแข่งขันในตลาดรถหรูอย่างเต็มตัว

Mercedes-Benz GLC EV: สู่ยุคใหม่แห่ง SUV ไฟฟ้า

Mercedes-Benz ประกาศความพร้อมในการเข้าสู่สมรภูมิรถไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการส่ง Mercedes-Benz GLC EV ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวในฤดูใบไม้ผลิปี 2026

แพลตฟอร์มใหม่ 800V: สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มไฟฟ้า 800V ใหม่ทั้งหมด สามารถปรับขนาดได้เพื่อรองรับ EV รุ่นอื่นๆ ในอนาคต
ดีไซน์ที่ล้ำสมัย: ฐานล้อยาวขึ้น, หลังคาเตี้ยลง ให้ความรู้สึกสปอร์ตและทันสมัย พร้อมพื้นที่ภายในที่กว้างขวาง และ Frunk ขนาด 100 ลิตร
สมรรถนะและระยะทาง: รุ่นต้นแบบ GLC 400e มาพร้อมแบตเตอรี่ 94.5 kWh, มอเตอร์คู่ ให้กำลัง 483 แรงม้า วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 650 กม. (WLTP)
ระบบชาร์จ DC Fast Charging 320 kW: เติมระยะทาง 260 กม. ได้ภายใน 10 นาที รองรับพอร์ต NACS และสามารถใช้กับ Tesla Supercharger ได้
ระบบช่วงล่างและบังคับเลี้ยว: ช่วงล่างถุงลมปรับได้, ระบบบังคับเลี้ยวล้อหลัง ช่วยเพิ่มความคล่องตัว

Mercedes-Benz GLC EV ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Mercedes-Benz ในการแข่งขันในตลาด SUV ไฟฟ้าขนาดกลางที่กำลังร้อนแรง

อนาคตแห่งการขับเคลื่อน:

การเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยและระดับโลกกำลังดำเนินไปอย่างรวดเร็ว GWM และ OMODA & JAECOO กำลังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความมุ่งมั่นในการนำเสนอเทคโนโลยีที่ทันสมัย คุณภาพที่เหนือกว่า และการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย

ด้วยกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด การลงทุนที่จริงจัง และการให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นหัวใจหลัก ทั้ง GWM และ OMODA & JAECOO ไม่เพียงแต่กำลังสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับตนเอง แต่ยังกำลังขับเคลื่อนอนาคตแห่งการขับเคลื่อนในประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง

คุณเองก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงนี้ได้! หากคุณกำลังมองหายานยนต์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมด้วยเทคโนโลยีแห่งอนาคต และบริการหลังการขายที่เหนือระดับ อย่ารอช้าที่จะ สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่าง ที่ โชว์รูม GWM และ OMODA & JAECOO ใกล้บ้านคุณ หรือ เยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราเพื่อค้นหารถยนต์ที่ใช่สำหรับคุณ วันนี้!

Previous Post

N0701113 เม ยช างขอ [ตอนจบ] part2

Next Post

N0801093 งเด ยวท อแม งไว ให ปมท องแบกไปท งช part2

Next Post
N0801093 งเด ยวท อแม งไว ให ปมท องแบกไปท งช part2

N0801093 งเด ยวท อแม งไว ให ปมท องแบกไปท งช part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1101103 ขนมช นส ดท ายของการรอคอย part2
  • N1101081 ดเดทก บคนใหม แต ได คนเก part2
  • N1101091 าคนเราเร มแพ เส ยงในห เร องม นจะเป นย งไง #ตอนท part2
  • N1101085 นาท วยเธอค อพรหมล part2
  • N1101100 ใครว าผ หญ งทำงานช างไม ได part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.