• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N0801101 ดจบของความเร าร อน part2

admin79 by admin79
January 6, 2026
in Uncategorized
0
N0801101 ดจบของความเร าร อน part2

GWM (Thailand) สร้างประวัติศาสตร์ยอดขายสูงสุดใหม่: NEW GWM TANK 300 DIESEL นำทัพสู่อนาคตยานยนต์ไทย

ในโลกยานยนต์ที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงและนวัตกรรมอย่างไม่หยุดยั้ง ปี 2568 ถือเป็นปีทองของ Great Wall Motor (Thailand) หรือ GWM (Thailand) ที่ได้ประกาศความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ ด้วยยอดขายรายเดือนสูงสุดถึง 1,731 คันในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา นี่ไม่ใช่เพียงตัวเลข แต่คือเครื่องพิสูจน์ถึงความเข้าใจในตลาดและความมุ่งมั่นในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างแท้จริง เบื้องหลังความสำเร็จนี้คือปรากฏการณ์ที่ชื่อว่า NEW GWM TANK 300 DIESEL ซึ่งเข้ามาพลิกโฉมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และตอกย้ำความแข็งแกร่งของ GWM ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรม

บทสรุปแห่งความสำเร็จ: ตัวเลขที่บ่งบอกถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดด

คุณเวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าภาคภูมิใจว่า ยอดขายรวมในเดือนพฤษภาคม 2568 อยู่ที่ 1,731 คัน คิดเป็นการเติบโตถึง 225% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าทึ่งอย่างยิ่ง และเมื่อเจาะลึกถึงสัดส่วนของยอดขาย จะพบว่า NEW GWM TANK 300 DIESEL เป็นดาวเด่นที่สำคัญ โดยมียอดขายสูงถึง 877 คัน หรือคิดเป็นกว่า 50% ของยอดขายทั้งหมด นี่สะท้อนให้เห็นถึงการตอบรับอันล้นหลามของรถยนต์อเนกประสงค์เครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่นี้ในตลาดไทย

สิ่งที่น่าสนใจยิ่งขึ้นคือ สัดส่วนยอดขาย 50% ของ NEW GWM TANK 300 DIESEL และอีก 50% ที่มาจากรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) นั้น สอดคล้องกับภาพรวมของตลาดรถยนต์ไทยที่กำลังก้าวไปสู่สมดุลระหว่างรถยนต์สันดาปภายในและรถยนต์พลังงานใหม่ในอัตราส่วน 50:50 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่เฉียบคมของ GWM ในการปรับตัวและนำเสนอผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับทิศทางตลาดโลกและพฤติกรรมผู้บริโภคที่กำลังเปลี่ยนแปลง

เมื่อย้อนดูการเติบโตของ GWM (Thailand) จะเห็นได้ว่า จากที่เคยมีตัวเลขยอดขายในระดับหลักร้อยคันต่อเดือนในช่วงปี 2567 ได้ก้าวกระโดดมาสู่ระดับมากกว่า 1,000 คันต่อเดือนตั้งแต่ต้นปี 2568 จนมาถึงจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนพฤษภาคมด้วยยอดขาย 1,731 คัน เป็นการเติบโตที่น่าประทับใจอย่างยิ่งตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา

“การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจผ่านการนำเสนอเครื่องยนต์ที่หลากหลาย (Multi-powertrains) เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนยอดขายและการเติบโตของ GWM ในประเทศไทยอย่างแท้จริง” คุณเวย์น โจว กล่าว พร้อมเสริมว่า ตลอด 5 เดือนแรกของปี 2568 GWM มียอดขายสะสมรวม 5,439 คัน เติบโตขึ้น 50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งสวนทางกับสภาวะตลาดรถยนต์โดยรวมที่กำลังเผชิญกับภาวะการเติบโตที่ชะลอตัว

NEW GWM TANK 300 DIESEL: กลยุทธ์เรือธงที่พิชิตใจตลาด

การเปิดตัว NEW GWM TANK 300 DIESEL ในประเทศไทย ไม่ใช่เพียงการเพิ่มรุ่นรถยนต์ใหม่ แต่คือการประยุกต์ใช้กลยุทธ์ “Multi-powertrains” ที่ประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม รถรุ่นนี้ได้กลายมาเป็นผลิตภัณฑ์เรือธง (Flagship) ที่สำคัญของ GWM และได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากผู้บริโภคชาวไทย ด้วยสมรรถนะที่โดดเด่น การออกแบบที่สะดุดตา และเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้มียอดสั่งจองและยอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

GWM คาดการณ์ว่า NEW GWM TANK 300 DIESEL จะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง Top 3 ในกลุ่ม PPV (Premium Pick-up Vehicle) ของประเทศไทย ซึ่งเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูง แต่ด้วยความโดดเด่นของผลิตภัณฑ์ GWM มั่นใจว่าสามารถช่วงชิงส่วนแบ่งทางการตลาดได้อย่างแน่นอน เพื่อรองรับความต้องการที่เข้ามาอย่างไม่ขาดสาย GWM ได้มีการเพิ่มกำลังการผลิตอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมทั้งคงไว้ซึ่งมาตรฐานการควบคุมคุณภาพและการตรวจสอบอย่างเข้มงวด เพื่อส่งมอบรถยนต์คุณภาพสูงที่สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าทุกท่าน

ก้าวข้ามสงครามราคา: การแข่งขันด้วยคุณภาพและคุณค่าที่ยั่งยืน

ในขณะที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) กำลังเผชิญกับ “สงครามราคา” ที่ดุเดือด GWM ยังคงยืนหยัดในแนวทางการแข่งขันที่แตกต่าง โดยเน้นการสร้างคุณค่าและความได้เปรียบในระยะยาวผ่านคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการ

GWM ORA Good Cat ยังคงรักษาฐานยอดขายที่มั่นคงไว้ได้ แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวไทยไม่ได้มองหาเพียงรถยนต์ราคาถูกเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ความปลอดภัย ความคุ้มค่า และความเชื่อมั่นในแบรนด์ ซึ่งสอดคล้องกับปรัชญาการดำเนินธุรกิจของ GWM ที่ไม่สนับสนุนการแข่งขันด้วยกลยุทธ์ราคา แต่จะมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ การสร้างเครือข่ายผู้จำหน่ายที่แข็งแกร่ง การยกระดับการบริการลูกค้า และการพัฒนาบริการหลังการขายที่มีประสิทธิภาพ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดี สร้างคุณค่า และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในระยะยาว

“เราเชื่อมั่นในการแข่งขันด้วยคุณภาพและการสร้างประสบการณ์ที่เหนือกว่า” คุณเวย์น โจว กล่าวเสริม “การที่เราสามารถแข่งขันได้อย่างมั่นคง ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนและการแข่งขันที่สูง แสดงให้เห็นถึงข้อได้เปรียบที่ชัดเจนของเรา” GWM มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์พลังงานผสม (Hybrid), ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV), รถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) และล่าสุดคือเครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งตอบสนองต่อทุกไลฟ์สไตล์และทุกการใช้งาน

OMODA & JAECOO: การเติบโตระดับโลกกับการรุกตลาดไทยอย่างเต็มสูบ

อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองในวงการยานยนต์ไทยคือการรุกตลาดอย่างจริงจังของแบรนด์ OMODA & JAECOO ภายใต้กลุ่ม Chery Automobile ซึ่งเป็นบริษัทแม่ที่แข็งแกร่ง โดย Chery Group มียอดขายทั่วโลกเติบโตขึ้นถึง 38% ในปี 2567 หรือกว่า 2.6 ล้านคัน และยังคงรักษาตำแหน่งผู้ส่งออกรถยนต์อันดับ 1 ของประเทศจีนมาอย่างยาวนานถึง 22 ปี

สำหรับ OMODA & JAECOO ซึ่งเป็นแบรนด์น้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวได้เพียง 2 ปี แต่กลับสร้างปรากฏการณ์การเติบโตอย่างก้าวกระโดดด้วยยอดขายที่เพิ่มขึ้นถึง 54% ทั่วโลก และได้ขยายการดำเนินงานไปยัง 33 ประเทศทั่วโลก เช่น คาซัคสถาน, ชิลี, เม็กซิโก, สเปน, เวียดนาม, แอฟริกาใต้, นิวซีแลนด์, เนเธอร์แลนด์ และแน่นอน ประเทศไทย

คุณฉี เจี๋ย ประธาน บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) กล่าวถึงแผนงานในปี 2568 ว่า “ปี 2567 เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางสู่อนาคตแห่งการขับเคลื่อนที่ยั่งยืน ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาไม่เพียงแสดงถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อรถและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยของเรา แต่ยังเป็นแรงผลักดันให้เราก้าวต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ในปีนี้ OMODA & JAECOO ได้เตรียมแผนรุกตลาดในประเทศไทยอย่างเต็มกำลัง ทั้งการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ การตั้งฐานการผลิตในไทย การขยายศูนย์บริการให้ครอบคลุม และการเพิ่มบริการแบบครบวงจร”

เทคโนโลยี SHS: นวัตกรรมไฮบริดเพื่ออนาคตแห่งการขับขี่

OMODA & JAECOO เตรียมเปิดตัวรถรุ่นใหม่ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในหลากหลายกลุ่ม โดยเน้นการนำเสนอเทคโนโลยี SHS (Super Hybrid System) ซึ่งได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจากเทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 3 ของ Chery Automobile เทคโนโลยีนี้ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่ เครื่องยนต์ 1.5TDGI เจเนอเรชั่นที่ 5, ระบบซูเปอร์อิเล็กทริกไฮบริด DHT (Super Electric Hybrid DHT System) และแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง ผสานการใช้พลังงานจากน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ากับประสบการณ์การขับขี่แบบรถยนต์ไฟฟ้าล้วน เพื่อให้ได้ระยะทางวิ่งที่ยาวไกล พร้อมประสิทธิภาพเชิงความร้อน (Thermal Efficiency) ที่ยอดเยี่ยม การปล่อยคาร์บอนต่ำ และระบบแบตเตอรี่ที่มีความปลอดภัยสูง นับเป็นโซลูชันเทคโนโลยีไฮบริดที่มอบทั้งสมรรถนะสูง การประหยัดพลังงาน การรักษาสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัย

นอกจากนี้ ในปี 2568 OMODA & JAECOO ยังพร้อมนำเสนอยนตรกรรมพลังงานใหม่ที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ทั้ง BEV, PHEV และอื่นๆ โดยจะจัดแสดงรถยนต์ทุกรุ่นในงานมหกรรมยานยนต์ Bangkok International Motor Show และที่สำคัญ คือการเตรียมเปิดฐานการผลิตที่โรงงานในจังหวัดระยอง โดยคาดว่าจะพร้อมเริ่มเดินสายการผลิตในไตรมาสที่ 2 ของปี

ยกระดับบริการหลังการขาย: สร้างความมั่นใจและความสะดวกสบายให้ลูกค้า

OMODA & JAECOO มีเป้าหมายชัดเจนในการขยายเครือข่ายโชว์รูม โดยตั้งเป้าเพิ่มจำนวนจาก 23 แห่ง เป็นกว่า 50 แห่งทั่วประเทศในปีนี้ ควบคู่ไปกับการยกระดับบริการหลังการขายอย่างเต็มรูปแบบ

ความร่วมมือกับ DHL Express ผู้นำระดับโลกด้านการขนส่งด่วนระหว่างประเทศ จะช่วยให้การจัดส่งอะไหล่ระหว่างประเทศรวดเร็วขึ้นภายใน 3 วัน พร้อมกับการขยายคลังอะไหล่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดระยะเวลาการสั่งซื้ออะไหล่เร่งด่วนจากโรงงานในประเทศจีนจาก 30 วัน เหลือเพียง 15 วัน

ในปีนี้ยังมีการเพิ่มบริการดูแลตัวถังและสีที่ได้รับการรับรองมาตรฐานให้ครบทุกโชว์รูม และเตรียมเปิดศูนย์ฝึกอบรมแบบเต็มรูปแบบ (Training Center) แห่งใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกการบริการจะเป็นไปตามมาตรฐานสูงสุด

เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้า OMODA & JAECOO กำลังพัฒนาระบบ CRM รวมถึงระบบการจองออนไลน์ เพื่อให้ลูกค้าได้รับบริการที่รวดเร็ว และที่สำคัญคือ บริการรถยนต์ทดแทน สำหรับกรณีที่รถของลูกค้าต้องใช้เวลาซ่อมเกิน 3 วัน นอกจากนี้ ยังมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศไทย (โทร 02-0208888 กด 1) ฟรี 5 ปี ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

การปฏิวัติยานยนต์พลังงานใหม่: แบตเตอรี่ราคาถูกลง สู่ยุค EV ที่เข้าถึงได้

ในขณะที่ GWM และ OMODA & JAECOO กำลังสร้างปรากฏการณ์ในตลาดไทย ข่าวสารจากฝั่งอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ก็กำลังส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ CATL และ BYD สองบริษัทยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตแบตเตอรี่ของโลก กำลังมีแผนที่จะลดราคาแบตเตอรี่ลงถึง 50% ภายในปี 2567 นี้ ซึ่งเป็นข่าวดีอย่างยิ่งสำหรับผู้บริโภคและอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าโดยรวม

การลดต้นทุนแบตเตอรี่เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ราคารถยนต์ไฟฟ้า (EV) เข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดย CATL กำลังผลักดันการลดต้นทุนเซลล์แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ลงไปที่ 0.4 หยวนต่อ Wh ซึ่งหมายความว่าชุดแบตเตอรี่ขนาด 60 kWh ที่เคยมีราคาสูง อาจมีราคาถูกลงกว่าครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับปลายปี 2566

BYD เองก็กำลังดำเนินกลยุทธ์การลดต้นทุนอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดย FinDreams แผนกผลิตแบตเตอรี่ของ BYD กำลังเร่งการจัดการวัสดุที่ไม่จำเป็นและลดต้นทุนในกระบวนการผลิต การแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดแบตเตอรี่ แม้จะส่งผลให้ผู้ผลิตบางรายอาจต้องยอมรับผลกำไรที่ลดลงในระยะสั้น แต่ก็นับเป็นโอกาสอันดีที่จะเร่งให้เกิดการนำรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้งานอย่างแพร่หลาย

นัยสำคัญต่อการปฏิวัติ EV: โอกาสใหม่สำหรับผู้บริโภคทั่วโลก

การลดราคาแบตเตอรี่นี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปฏิวัติยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลก ตลาดรถยนต์ไฟฟ้ากำลังเผชิญกับความท้าทายด้านราคาที่สูงกว่ารถยนต์สันดาปภายใน แม้ว่าเทคโนโลยีจะก้าวหน้าไปมากก็ตาม การที่ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่หลายราย โดยเฉพาะในสหรัฐฯ และยุโรป กำลังพิจารณาชะลอแผนการเปลี่ยนไปสู่ EV 100% หรือยังคงพึ่งพาเครื่องยนต์สันดาปต่อไป สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของตลาด

อย่างไรก็ตาม ข่าวจากจีนที่ว่า CATL และ BYD กำลังทำให้ราคาแบตเตอรี่ถูกลงอย่างมีนัยสำคัญ เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าอุปสรรคสำคัญในการเข้าถึง EV กำลังถูกทลายลง หากราคารถยนต์ไฟฟ้าลดลงจนสามารถแข่งขันกับรถยนต์สันดาปได้ การเปลี่ยนผ่านสู่ EV จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและกว้างขวางมากขึ้น

Changan Automobile: การลงทุนครั้งใหญ่ในไทย ตอกย้ำบทบาทศูนย์กลาง EV อาเซียน

บริษัท ฉางอัน ออโตโมบิล (Changan Automobile) หนึ่งในผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำของประเทศจีน ได้ประกาศการลงทุนครั้งใหญ่ในประเทศไทย ด้วยมูลค่า 9,800 ล้านบาท เพื่อก่อตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียน

Changan Automobile มีประวัติยาวนานถึง 161 ปี และเป็นแบรนด์ยานยนต์ที่มีประวัติการผลิตมายาวนานถึง 37 ปี ด้วยความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยและพัฒนา บริษัทฯ ได้สร้างความร่วมมือในระดับนานาชาติกับพันธมิตรชั้นนำทั่วโลก และได้พัฒนากลยุทธ์ “Dubhe Intelligence Plan” เพื่อส่งมอบประสบการณ์การขับขี่อัจฉริยะ และแผน “Shangri-La Plan” ที่มุ่งมั่นจะยุติการขายรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงแบบเดิมภายในปี 2568

การตั้งโรงงานในประเทศไทยนี้ จะมุ่งเน้นการผลิตรถยนต์ EV, PHEV และ REEV (Range Extended EV) พวงมาลัยขวา โดยมีเป้าหมายผลิต 100,000 คันต่อปี เพื่อรองรับทั้งตลาดภายในประเทศและส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, สหราชอาณาจักร และแอฟริกาใต้

อนาคตของแบรนด์รถยนต์จากจีนในไทย: หลากหลายและน่าจับตามอง

การเข้ามาของแบรนด์ยานยนต์จากจีนอย่าง GWM, OMODA & JAECOO, และ Changan Automobile สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางที่ชัดเจนของการเติบโตของตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ในประเทศไทย ผู้บริโภคจะมีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งในด้านของประเภทรถยนต์ เทคโนโลยี และราคา

GWM นำโดย NEW GWM TANK 300 DIESEL กำลังสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาด PPV ในขณะที่ GWM ORA Good Cat ยังคงครองใจตลาดรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก
OMODA & JAECOO มาพร้อมแผนการลงทุนครบวงจร ตั้งแต่การเปิดตัวรถรุ่นใหม่ การตั้งฐานการผลิต การขยายโชว์รูม และการยกระดับบริการหลังการขายอย่างจริงจัง
Changan Automobile ที่มาพร้อมการลงทุนมหาศาล ยืนยันบทบาทของประเทศไทยในการเป็นฐานการผลิต EV ที่สำคัญของภูมิภาค

บทสรุป: ก้าวต่อไปของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

ปี 2568 ถือเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย การประกาศความสำเร็จของ GWM (Thailand) ด้วยยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ควบคู่ไปกับการรุกคืบอย่างแข็งแกร่งของแบรนด์ใหม่ๆ เช่น OMODA & JAECOO และการลงทุนครั้งใหญ่ของ Changan Automobile สะท้อนให้เห็นถึงพลวัตของตลาดที่กำลังขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และความเข้าใจในความต้องการของผู้บริโภค

การแข่งขันที่เข้มข้นนี้ ส่งผลดีต่อผู้บริโภคชาวไทยอย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยตัวเลือกที่หลากหลายขึ้น เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้น และราคาที่สมเหตุสมผลมากขึ้น เรากำลังอยู่ในช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นที่สุดของการเปลี่ยนแปลงยานยนต์ไทย

หากคุณกำลังมองหารถยนต์คันใหม่ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ และต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคต นี่คือโอกาสอันดีที่จะได้สำรวจนวัตกรรมยานยนต์จากผู้ผลิตชั้นนำระดับโลก ที่พร้อมจะส่งมอบความคุ้มค่า ประสิทธิภาพ และความสุขในการเดินทางให้กับคุณ.

Previous Post

N0801085 าก นว นเด กแล วจะเป นอมตะ part2

Next Post

N0801099 กคำท หล ดออกมา อคมม ดท ดความส มพ นธ part2

Next Post
N0801099 กคำท หล ดออกมา อคมม ดท ดความส มพ นธ part2

N0801099 กคำท หล ดออกมา อคมม ดท ดความส มพ นธ part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1501106 เศรษฐ สตร เร อน ตอนจบ part2
  • N1501117 เม ยไม ผล เง นเท าน นท สำค part2
  • N1501112 คนขวางโลก part2
  • N1501107 แค นม อย ามาอวด part2
  • N1501128 เม ยท ไร วตน part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.