• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N0801086 ทาหรณ การบ ลล ในโรงเร ยน การเอาค นท คาดไม part2

admin79 by admin79
January 6, 2026
in Uncategorized
0
N0801086 ทาหรณ การบ ลล ในโรงเร ยน การเอาค นท คาดไม part2

ภาพรวมตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทย ปี 2024: ทิศทาง, สถิติ และโอกาสการเติบโต

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด แม้ว่าอัตราการเติบโตของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% (BEV) อาจจะยังไม่พุ่งแรงเท่ารถยนต์ไฮบริด (HEV) ในช่วงที่ผ่านมา แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ ความสนใจและการยอมรับรถยนต์ EV ในหมู่ผู้บริโภคชาวไทยมีเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ย้อนกลับไปเพียง 4-5 ปีที่แล้ว การพบเห็นรถ EV บนท้องถนนยังถือเป็นเรื่องแปลกตา แต่ในวันนี้ สัดส่วนรถยนต์ EV ใหม่ที่จดทะเบียนเป็นสิ่งที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราก้าวเข้าสู่ปี 2024 นี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งการประเมินผลงานและทิศทางของแบรนด์ต่างๆ ในตลาด

วิเคราะห์ปัจจัยขับเคลื่อนตลาด EV ในปี 2024: ความท้าทายและโอกาส

แม้ว่าภาพรวมจะดูสดใสขึ้น แต่ปี 2023 ต่อเนื่องมาถึงต้นปี 2024 ตลาดรถยนต์ EV ในประเทศไทยต้องเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจและปัจจัยด้านการเงินที่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค ยอดขายที่เคยพุ่งแรงในช่วงก่อนหน้านี้เริ่มชะลอตัวลง เนื่องจากภาวะเงินเฟ้อและความกังวลเกี่ยวกับความคุ้มค่าในการลงทุนระยะยาว ประกอบกับกลยุทธ์การขายปิดยอดของบางแบรนด์ในช่วงปลายปี 2023 ที่อาจสร้างความเข้าใจผิดว่าราคารถ EV จะแพงขึ้นในปี 2024 ยิ่งซ้ำเติมให้ตลาดดูเงียบเหงาลง

อย่างไรก็ตาม ความเชื่อที่ว่ากระแสรถ EV จะมาแล้วหายไปนั้น ผมมองว่าไม่ถูกต้องนัก เหตุผลสำคัญคือ ผู้บริโภคที่หันมาใช้รถ EV ในปัจจุบันมีสองกลุ่มหลักๆ คือ กลุ่มที่ต้องการสัมผัสเทคโนโลยีใหม่และประสบการณ์ขับขี่ที่แตกต่าง และกลุ่มที่มองหาความประหยัดในระยะยาว การประหยัดค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตรเป็นปัจจัยที่ดึงดูดผู้บริโภคกลุ่มหลังนี้ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น หากผู้บริโภคไม่ประสบปัญหาด้านคุณภาพของรถยนต์ การบริการหลังการขาย หรือการบริหารจัดการที่ไม่ดีจากผู้ผลิต พวกเขามีแนวโน้มสูงที่จะไม่กลับไปใช้รถยนต์น้ำมันอีก ดังนั้น โอกาสในการเติบโตของตลาด รถยนต์ไฟฟ้า EV ในประเทศไทยจึงยังมีอยู่แน่นอน เพียงแต่อาจเป็นการเติบโตในอัตราที่เหมาะสมและยั่งยืนมากขึ้น

ภาพรวมสถิติยอดจดทะเบียนรถยนต์ EV ปี 2024 (มกราคม – ตุลาคม)

เพื่อประเมินสถานการณ์จริง ผมได้รวบรวมข้อมูลยอดจดทะเบียนรถยนต์ EV ในประเทศไทยตั้งแต่เดือนมกราคมถึงตุลาคม 2024 ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่สะท้อนการยอมรับและส่วนแบ่งทางการตลาดของแต่ละแบรนด์และรุ่นรถ ข้อมูลนี้มาจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือในวงการยานยนต์อย่าง AutolifeThailand.tv ซึ่งติดตามสถิติอย่างต่อเนื่อง

10 อันดับ รถยนต์ EV ยอดนิยมในประเทศไทย ปี 2024

อันดับ 10: MG EP (ยอดสะสม 1,643 คัน)

MG EP ถือเป็นผู้บุกเบิกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยยุคแรกๆ ก่อนที่แบรนด์จากจีนจะเข้ามาอย่างเต็มตัว ด้วยรูปทรงแบบ Station Wagon ที่ดูใหญ่และคุ้มค่า ประกอบกับราคาที่เข้าถึงได้ ทำให้ MG EP เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์รถ EV ในช่วงเริ่มต้น ปัจจุบันแม้ว่าจะมีตัวเลือกที่หลากหลายขึ้นในระดับราคาใกล้เคียงกัน แต่ MG EP ก็ยังคงรักษาฐานลูกค้าของตนเองไว้ได้ ด้วยการปรับลดราคาลงมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงดีลการส่งมอบรถจำนวนมากให้กับผู้ให้บริการ Grab EV ทำให้ยอดจดทะเบียนยังคงทรงตัว แม้จะเข้าสู่ช่วงปลายอายุผลิตภัณฑ์แล้วก็ตาม

อันดับ 9: ORA Good Cat (ยอดสะสม 1,835 คัน)

ORA Good Cat ได้รับการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่องจากดีไซน์แบบ Retro-futuristic ที่โดดเด่น ซึ่งดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับสไตล์และความเป็นเอกลักษณ์ แม้ว่าในช่วงหลังๆ การแข่งขันด้านราคาจะรุนแรงขึ้น และมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ของ GWM ประเทศไทย แต่ ORA Good Cat ก็ยังคงสร้างฐานลูกค้าที่เหนียวแน่นได้จากการออกแบบที่แตกต่าง การผลิตในประเทศและการใช้แบตเตอรี่สเปกเดียวกันในทุกรุ่นย่อย แม้ราคาอาจไม่หวือหวาเท่าคู่แข่ง แต่ความเชื่อมั่นในแบรนด์และการที่ GWM เคยชูนโยบายไม่แข่งขันเรื่องราคามาก่อน ทำให้ลูกค้าบางส่วนรู้สึกอุ่นใจว่าอาจจะไม่เจอกับภาวะ “ติดดอย” อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาดูว่าการปรับกลยุทธ์เข้าสู่สงครามราคาของ GWM ในช่วงปลายปี 2023 และต้นปี 2024 จะส่งผลต่อยอดขายในระยะยาวอย่างไร

อันดับ 8: Tesla Model 3 (ยอดสะสม 2,718 คัน)

Tesla Model 3 ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจในปี 2024 โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ ที่ Model Y มักจะมียอดขายที่สูงกว่า ความสำเร็จของ Model 3 ในปีนี้ส่วนหนึ่งมาจากรุ่น Minor Change ที่ได้รับการปรับปรุงให้มีความโดดเด่นชัดเจน ในขณะที่ Model Y เป็นการอัปเกรดส่วนประกอบภายใน ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Model 3 ยังคงได้รับความนิยมคือการนำเสนอเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่ชาญฉลาด และดีไซน์ที่งดงามราวกับ Concept Car ประกอบกับราคาเริ่มต้นที่สามารถแข่งขันกับรถยนต์น้ำมันในพิกัด D-Segment ได้ ทำให้ผู้บริโภคที่มองหาทั้งสมรรถนะและความทันสมัยเลือก Tesla Model 3 นอกจากนี้ พลังของแบรนด์ Tesla ที่สร้างความเชื่อมั่นในด้านนวัตกรรมและความปลอดภัย ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้รถรุ่นนี้ยังคงยืนหยัดในตลาดได้อย่างแข็งแกร่ง

อันดับ 7: Aion Y Plus (ยอดสะสม 3,452 คัน)

Aion Y Plus ถือเป็นรถยนต์ EV ที่เปิดตัวอย่างค่อนข้างสร้างความสับสนในช่วงแรก ทั้งการปรับเปลี่ยนราคาถึง 4 รอบ และประเด็นด้านฟังก์ชันบางอย่าง อย่างไรก็ตาม ด้วยการปรับกลยุทธ์ด้านราคาที่เน้นความคุ้มค่า ประกอบกับตัวรถที่มีข้อดีในหลายด้าน เช่น สมรรถนะการขับขี่ที่ดีเมื่อเทียบกับรถ EV จีนรุ่นอื่นๆ พื้นที่ภายในที่กว้างขวาง และเบาะนั่งที่สะดวกสบาย โดยเฉพาะรุ่น 410 Premium ที่เปิดตัวในช่วง Motor Show ในราคาที่เข้าถึงได้ ทำให้ Aion Y Plus สามารถสร้างยอดจองและยอดจดทะเบียนได้อย่างน่าพอใจ และถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสร้างแบรนด์ GAC AION ในประเทศไทย

อันดับ 6: ChangAn Deepal S07 (ยอดสะสม 4,153 คัน)

ChangAn Deepal S07 ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วด้วยการนำเสนอดีไซน์ SUV ที่เป็นที่ต้องการของตลาดไทย โดยมีราคาใกล้เคียงกับรถยนต์ SUV ขนาดกลางอย่าง CR-V ในรุ่นย่อยเริ่มต้น การเปิดตัวในงาน Motor Expo 2023 ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม จุดที่ผู้บริโภคให้การยอมรับคือรูปลักษณ์ภายนอกที่สวยงาม หรูหรา ขนาดตัวถังใหญ่โต และออปชันที่ครบครัน แม้จะมีข้อสังเกตเล็กน้อยเกี่ยวกับระบบไฟ 400V และช่วงล่างที่อาจจะดูยวบยาบไปบ้าง แต่ด้วยราคาที่ตั้งไว้ ทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าคุ้มค่า อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคชาวไทยเริ่มสังเกตถึงความแตกต่างของราคาที่ตั้งในจีนเทียบกับไทย ทำให้ยอดขายเริ่มชะลอตัวลงในช่วงใกล้สิ้นปี จึงมีการจัดแคมเปญพิเศษ “Big Surprise Deal” ที่ให้ส่วนลดค่อนข้างมาก เพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วงปลายปี ต้องรอดูว่าแคมเปญนี้จะส่งผลต่อยอดขายอย่างไร และจะกลับมามีอีกหรือไม่หลังข้ามปี

อันดับ 5: BYD Seal (ยอดสะสม 4,746 คัน)

BYD Seal เข้ามาตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่มองหารถยนต์ EV ที่มีสมรรถนะสูง ดีไซน์สวยงาม และมีขนาดเทียบเท่ากับรถยนต์ซีดานระดับ D-Segment อย่าง Accord หรือ Camry แต่ให้พละกำลังที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน แม้ว่าการเซ็ตอัพช่วงล่างอาจจะต้องมีการปรับปรุงเพื่อความสบายในการขับขี่ในบางสภาวะ แต่เมื่อพิจารณาถึงรูปลักษณ์ พลัง และออปชันต่างๆ รวมถึงการที่ BYD ยังคงมีปุ่มควบคุมแบบ Physical สำหรับฟังก์ชันที่จำเป็น ซึ่งถูกใจผู้บริโภคที่ไม่ชอบการควบคุมผ่านหน้าจอสัมผัสเพียงอย่างเดียว ทำให้ BYD Seal กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ยอดขายที่บูมในช่วงปลายปีที่แล้วเกิดจากแรงกระตุ้นของการกลัวราคาขึ้นเมื่อเปลี่ยนปี แต่ก็ไม่ได้มีการปรับราคาขึ้นแต่อย่างใด ยอดขายที่เริ่มแผ่วลงในช่วงใกล้สิ้นปี 2024 ชี้ให้เห็นว่า Accord และ Camry ยังคงแข็งแกร่งในตลาด แต่ BYD Seal ก็ยังคงเป็นรถ EV ที่มีจุดเด่นมากมายและยังไม่มีปัญหาเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ แม้ว่าความกังวลเรื่อง “ดอย” (การซื้อรถแล้วราคาลดลงอย่างรวดเร็ว) อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้บริโภคบางส่วนลังเลที่จะซื้อรถ EV ราคาล้านกลางๆ ในค่ายนี้

อันดับ 4: MG 4 ELECTRIC (ยอดสะสม 4,828 คัน)

MG 4 ELECTRIC วางตำแหน่งทางการตลาดได้อย่างน่าสนใจ โดยเจาะกลุ่มลูกค้าที่มองหารถ EV ที่มีช่วงล่างดีเยี่ยม ขับสนุก โดยไม่ต้องปรับแต่งเพิ่มเติม ในขณะที่กลุ่มลูกค้าที่เน้นความคุ้มค่าแบบครบวงจรอาจจะเลือก BYD เป็นหลัก การเปิดตัวรุ่นประกอบในประเทศ (D, X, V Long Range) พร้อมการปรับปรุงหน้าจอสัมผัสและซอฟต์แวร์ระบบความปลอดภัยที่เคยเป็นจุดติ รวมถึงราคาที่ถูกลงอย่างมาก ทำให้ MG 4 ELECTRIC เป็นรถที่มียอดขายสม่ำเสมอและต่อเนื่อง การที่ MG อยู่ในตลาดไทยมานานกว่า 10 ปี และมีการลงทุนตั้งโรงงานประกอบรถในประเทศ ทำให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นในความมั่นคงของแบรนด์ในระยะยาว

อันดับ 3: NETA V / VII (ยอดสะสม 5,870 คัน)

NETA V ถือเป็นผู้บุกเบิกตลาดรถยนต์ EV ราคาประหยัด ที่สามารถนั่ง 4 คนได้อย่างสบาย ไม่แออัด ทำให้กลุ่มผู้ที่ต้องการรถ EV ในงบประมาณใกล้เคียงกับรถ Eco Car มีทางเลือกใหม่ๆ รวมถึงการเจาะฐานลูกค้าในต่างจังหวัดที่ขับรถในระยะทางไม่ไกลมาก การเปิดตัวรุ่น V II ที่ปรับปรุงดีไซน์ท้ายรถให้สวยงามขึ้นและเพิ่มออปชันต่างๆ สามารถดึงดูดลูกค้าไปได้มากในช่วงต้นปี ก่อนที่จะมีการประกาศลดราคาครั้งใหญ่ในเดือนกรกฎาคม ทำให้ยอดจดทะเบียนรวม 10 เดือนอยู่ในระดับที่ดี อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสถานภาพทางการเงินของบริษัทแม่ อาจเป็นปัจจัยที่น่ากังวลสำหรับผู้บริโภคในระยะยาว

อันดับ 2: BYD ATTO 3 (ยอดสะสม 7,245 คัน)

BYD ATTO 3 ประสบความสำเร็จอย่างสูงในตลาดไทย ด้วยการเป็นรถยนต์ขนาดที่คนไทยคุ้นเคย ในรูปแบบ SUV ที่เหมาะกับสภาพถนนเมืองไทย ดีไซน์ภายนอกสวยงามน่าดึงดูด (แม้ว่าภายในอาจจะแล้วแต่รสนิยมส่วนบุคคล) พละกำลังที่เหลือเฟือ และออปชันที่ครบครัน ทั้งหมดนี้มาพร้อมกับราคาที่คู่แข่งอย่าง Honda และ Toyota ทำได้เพียงฝันถึง การเปิดตัวรุ่นปี 2024 ประกอบกับการปรับลดราคาอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2023 และ 2024 โดยเฉพาะส่วนลดที่สูงถึง 340,000 บาท เมื่อเทียบกับวันเปิดตัว และการลดราคาถึงหลักแสนบาทสำหรับรุ่นปี 2024 ยิ่งทำให้ BYD ATTO 3 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง กลยุทธ์การลดราคาที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งอาจสร้างความไม่พอใจให้กับลูกค้าเก่าบางส่วน และความกังวลเรื่อง “ดอย” ก็อาจทำให้ลูกค้าใหม่บางส่วนชะลอการตัดสินใจ อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะตลาด EV BYD ATTO 3 ก็ยังคงเป็นรถที่ขายดีอย่างต่อเนื่อง โดยมีคู่แข่งที่ท้าทายมากที่สุดคือตัว BYD เอง

อันดับ 1: BYD DOLPHIN (ยอดสะสม 11,323 คัน)

BYD Dolphin ครองตำแหน่งรถยนต์ EV ยอดนิยมอันดับ 1 ในประเทศไทย ด้วยเหตุผลที่หลากหลาย แม้ว่าตัวรถจะไม่ได้อยู่ในรูปแบบ SUV ที่คนไทยส่วนใหญ่นิยม แต่ขนาดของตัวรถไม่ได้เล็กจนเกินไป มีตัวเลือกกำลังมอเตอร์ที่หลากหลาย (95 แรงม้า และ 204 แรงม้า) และที่สำคัญคือ “ราคา” ที่ถูกแสนถูกเมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้รับ รวมถึงพื้นที่ภายในที่กว้างขวาง สามารถนั่งผู้ใหญ่สูง 180 ซม. ได้สบายโดยที่ศีรษะไม่ติดเพดาน ดีไซน์ภายนอกที่ดูเรียบง่าย ไม่ฉีกแนวแบบ ORA Good Cat แต่เน้นความสบายตาและเข้าถึงง่าย ออปชันที่ครบครันกว่า MG ในระดับราคาเดียวกัน และประสบการณ์การใช้งานที่ค่อนข้างเป็นมิตรกับผู้ใช้เมื่อเทียบกับ EV จีนเจ้าอื่น ปัจจัยทั้งหมดนี้ส่งผลให้ BYD Dolphin เป็นรถ EV ที่ขายดีอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เปิดตัว และเมื่อยอดขายเริ่มตกลงเล็กน้อย ก็มีการปรับลดราคาอย่างทันท่วงที ทั้งก่อนงาน Motor Show ในช่วงต้นปี และการลดราคาครั้งใหญ่ในช่วงกลางปี ซึ่งเป็นการระบายสต็อกก่อนเปิดตัวรุ่นประกอบไทยที่แบตเตอรี่ใหญ่ขึ้นและรองรับ Fast Charge ได้เร็วขึ้น รูปแบบรถ ขนาด ราคา และการสร้างกระแสอย่างต่อเนื่อง ทำให้ Dolphin กลายเป็นผู้นำตลาดอย่างแท้จริง โดยเป็นรถ EV เพียงรุ่นเดียวที่มียอดจดทะเบียนสะสมเกิน 10,000 คันในปี 2024

มองไปข้างหน้า: อนาคตตลาดรถยนต์ EV ในไทย

จากข้อมูลยอดจดทะเบียนข้างต้น สะท้อนให้เห็นถึงพลวัตของตลาดรถยนต์ EV ในประเทศไทย ปี 2024 ถือเป็นปีแห่งการปรับตัวและการแข่งขันที่เข้มข้น แม้จะมีปัจจัยท้าทายทางเศรษฐกิจ แต่ความสนใจใน รถยนต์ไฟฟ้า EV ก็ยังคงมีสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้บริโภคที่มองหาเทคโนโลยีที่ทันสมัย ความประหยัด และประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่าง

สำหรับ BYD ยังคงเป็นแบรนด์ที่น่าจับตามอง ด้วยความแข็งแกร่งด้านผลิตภัณฑ์ กลยุทธ์ราคาที่ดุดัน และการปรับตัวอย่างรวดเร็วเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคไทย อย่างไรก็ตาม ความท้าทายในอนาคตอาจมาจากการบริหารจัดการต้นทุน การรักษาความภักดีของลูกค้าเก่าที่อาจรู้สึกเสียเปรียบจากส่วนลดที่มากขึ้น และการสร้างความมั่นคงของแบรนด์ในระยะยาว

แบรนด์อื่นๆ อย่าง MG, NETA, GWM, Tesla และ GAC AION ต่างก็มีกลยุทธ์และจุดแข็งที่แตกต่างกันไป การแข่งขันในตลาด รถยนต์ไฟฟ้า EV ราคาไม่เกิน 1 ล้าน และระดับที่สูงขึ้น จะยิ่งเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ โดยมีปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จ ได้แก่:

ราคาและการเข้าถึง: การนำเสนอ รถยนต์ไฟฟ้า EV ราคาคุ้มค่า ที่สอดคล้องกับกำลังซื้อของคนไทย
โครงสร้างพื้นฐานการชาร์จ: การขยายเครือข่ายสถานีชาร์จให้ครอบคลุมและสะดวกสบายยิ่งขึ้น
เทคโนโลยีและนวัตกรรม: การนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง
การบริการหลังการขาย: ความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพในการดูแลลูกค้า
ความเชื่อมั่นในแบรนด์: การสร้างความไว้วางใจและความมั่นคงในระยะยาว

สำหรับใครที่กำลังพิจารณา รถยนต์ไฟฟ้า EV ในปี 2024 นี้ ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าสนใจอย่างยิ่ง มีตัวเลือกที่หลากหลาย ครอบคลุมความต้องการและงบประมาณที่แตกต่างกัน หากคุณกำลังมองหารถ EV ที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน ประหยัดค่าใช้จ่าย และเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสู่อนาคตที่ยั่งยืน การศึกษาข้อมูลและเปรียบเทียบรุ่นต่างๆ อย่างรอบคอบ จะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือก รถยนต์ไฟฟ้า EV ที่ดีที่สุด สำหรับคุณได้

หากคุณสนใจที่จะสำรวจตัวเลือก รถยนต์ไฟฟ้า EV ในประเทศไทย หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคโนโลยีและแนวโน้มตลาด อย่าลังเลที่จะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ หรือติดตามข่าวสารจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้คุณไม่พลาดโอกาสในการเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

Previous Post

N0801087 ทาหรณ การบ ลล ในโรงเร ยน การเอาค นท คาดไม (1) part2

Next Post

N0801094 กอายท อข มอเตอร ไซค เก าๆ part2

Next Post
N0801094 กอายท อข มอเตอร ไซค เก าๆ part2

N0801094 กอายท อข มอเตอร ไซค เก าๆ part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1501106 เศรษฐ สตร เร อน ตอนจบ part2
  • N1501117 เม ยไม ผล เง นเท าน นท สำค part2
  • N1501112 คนขวางโลก part2
  • N1501107 แค นม อย ามาอวด part2
  • N1501128 เม ยท ไร วตน part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.