• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N0801094 กอายท อข มอเตอร ไซค เก าๆ part2

admin79 by admin79
January 6, 2026
in Uncategorized
0
N0801094 กอายท อข มอเตอร ไซค เก าๆ part2

Great Wall Motor (GWM) ประเทศไทย สร้างประวัติศาสตร์ยอดขายสูงสุดในเดือนพฤษภาคม 2568 ตอกย้ำความสำเร็จของ NEW GWM TANK 300 DIESEL และการปรับกลยุทธ์ Multi-powertrains

ในเดือนพฤษภาคม 2568 เป็นเดือนแห่งประวัติศาสตร์สำหรับ Great Wall Motor (GWM) ประเทศไทย เมื่อบริษัทประกาศความสำเร็จด้านยอดขายรายเดือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ด้วยจำนวนยอดขายกว่า 1,731 คัน ซึ่งเป็นผลลัพธ์อันโดดเด่นจากการเปิดตัว NEW GWM TANK 300 DIESEL สู่ตลาดประเทศไทยได้อย่างประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

คุณเวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) ได้เปิดเผยถึงตัวเลขยอดขายอันน่าภาคภูมิใจในครั้งนี้ว่า “ยอดขายของเราในเดือนพฤษภาคม 2568 สูงถึง 1,731 คัน คิดเป็นการเติบโตถึง 225% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า” คุณโจวยังได้กล่าวเสริมถึงสัดส่วนของยอดขายว่า “ผลิตภัณฑ์เรือธงของเรา NEW GWM TANK 300 DIESEL เป็นกำลังสำคัญ โดยมียอดขายสูงถึง 877 คัน หรือคิดเป็นสัดส่วนกว่า 50% ของยอดขายทั้งหมด ขณะที่อีกประมาณ 50% มาจากรถยนต์พลังงานใหม่ของเรา ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงภาพรวมของตลาดรถยนต์ในประเทศไทยที่กำลังเคลื่อนไปสู่สัดส่วน 50:50 ระหว่างรถยนต์สันดาปภายในและรถยนต์พลังงานใหม่ได้อย่างชัดเจน”

การเติบโตของ GWM ประเทศไทยนั้นเป็นไปอย่างต่อเนื่องและก้าวกระโดด นับตั้งแต่ปี 2567 ที่บริษัทมียอดขายในระดับหลักร้อยคันต่อเดือน จนกระทั่งต้นปี 2568 ยอดขายได้ทะยานขึ้นสู่ระดับมากกว่า 1,000 คันต่อเดือน และมาถึงจุดสูงสุดในเดือนพฤษภาคม 2568 ด้วยยอดขาย 1,731 คัน ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดใหม่ในรอบ 4 ปีของบริษัท

“การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจให้มีความหลากหลายมากขึ้น ด้วยการนำเสนอเครื่องยนต์ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่แตกต่างกัน หรือที่เรียกว่า Multi-powertrains คือกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนยอดขายและการเติบโตของ GWM ในประเทศไทยได้อย่างแท้จริง” คุณโจวกล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของกลยุทธ์นี้

สำหรับภาพรวมยอดขายในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2568 (มกราคม – พฤษภาคม) GWM ประเทศไทย มียอดขายสะสมอยู่ที่ 5,439 คัน เติบโตขึ้น 50% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่สวนกระแสกับภาวะตลาดรถยนต์โดยรวมที่มีอัตราการเติบโตลดลง สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ GWM และผลิตภัณฑ์ที่สามารถเข้าถึงใจผู้บริโภคได้อย่างดีเยี่ยม

NEW GWM TANK 300 DIESEL: ความสำเร็จที่เหนือความคาดหมาย

การนำ NEW GWM TANK 300 รุ่นเครื่องยนต์ดีเซลเข้ามาเปิดตัวในประเทศไทย ถือเป็นการนำกลยุทธ์ Multi-powertrains มาประยุกต์ใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรมและก่อให้เกิดผลสำเร็จอย่างมหาศาล TANK 300 DIESEL ได้กลายมาเป็นผลิตภัณฑ์เรือธงหลักของ GWM ที่ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้บริโภคชาวไทย โดยเฉพาะกลุ่มที่ชื่นชอบรถยนต์ออฟโรดสมรรถนะสูงที่มาพร้อมกับความสะดวกสบายในการใช้งานในชีวิตประจำวัน

ความต้องการที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ GWM ประเทศไทยต้องเร่งเพิ่มกำลังการผลิต เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดที่ยังคงพุ่งสูง โดยบริษัทยังคงให้ความสำคัญสูงสุดกับการควบคุมคุณภาพและการตรวจสอบทุกขั้นตอน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในการส่งมอบรถยนต์ที่มีคุณภาพสูง สมรรถนะยอดเยี่ยม และความทนทานตามมาตรฐาน GWM

กลยุทธ์การแข่งขันที่ไม่ใช่แค่ “สงครามราคา”

ในสภาวะการแข่งขันที่ดุเดือดของตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ (EV) ที่หลายแบรนด์ต่างแข่งขันกันด้วย “สงครามราคา” GWM ประเทศไทย ยังคงยืนหยัดในแนวทางการแข่งขันที่เน้น คุณภาพและคุณค่าในระยะยาว เป็นสำคัญ

GWM ORA Good Cat รถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ยังคงสามารถสร้างยอดขายได้อย่างมั่นคง แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวไทยไม่ได้มองเพียงแค่ราคาที่ถูกเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับ คุณภาพของผลิตภัณฑ์, เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย, ความปลอดภัย, ความคุ้มค่าคุ้มราคา, และความเชื่อมั่นที่มีต่อแบรนด์ ซึ่งสอดคล้องกับปรัชญาการดำเนินธุรกิจของ GWM ที่ไม่สนับสนุนการแข่งขันโดยใช้กลยุทธ์ราคาถูก แต่จะเน้นการแข่งขันด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์, การสร้างและพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่ายที่แข็งแกร่ง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการดูแลลูกค้า และการพัฒนาด้านการบริการหลังการขายที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

OMODA & JAECOO: การเติบโตที่น่าจับตา และแผนการลงทุนในประเทศไทย

นอกเหนือจากความสำเร็จของ GWM แล้ว แบรนด์น้องใหม่อย่าง OMODA & JAECOO ภายใต้การบริหารของ Chery Group ก็กำลังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพการเติบโตที่น่าจับตาอย่างยิ่ง โดยในปี 2567 ที่ผ่านมา Chery Group มียอดขายทั่วโลกเพิ่มขึ้นถึง 38% หรือ 2.6 ล้านคัน พร้อมรักษาตำแหน่งผู้ส่งออกรถยนต์อันดับ 1 ของประเทศจีนมาอย่างยาวนานถึง 22 ปี

สำหรับ OMODA & JAECOO ซึ่งเป็นแบรนด์ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา แต่สามารถขยายการเติบโตไปทั่วโลกถึง 33 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย และได้รับการยอมรับในฐานะ “แบรนด์รถยนต์ที่เติบโตเร็วที่สุดในระดับโลก (The Fastest International Growth Car Brand)”

คุณฉี เจี๋ย ประธาน บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) กล่าวถึงแผนงานในประเทศไทยว่า “ในปี 2567 เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางสู่อนาคตแห่งการขับเคลื่อนที่ยั่งยืน ผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมานี้ไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อรถและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยของเรา แต่ยังเป็นแรงผลักดันให้เราก้าวต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง โดยในปีนี้ OMODA & JAECOO ได้เตรียมแผนรุกตลาดในประเทศไทยอย่างเต็มกำลัง ทั้งการเปิดตัวรถรุ่นใหม่, การตั้งฐานการผลิตในไทย, การขยายศูนย์บริการให้ครอบคลุม, พร้อมเพิ่มบริการแบบครบวงจร”

เทคโนโลยี SHS: อนาคตของขุมพลังไฮบริดจาก OMODA & JAECOO

OMODA & JAECOO เตรียมเปิดตัวรถรุ่นใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในหลากหลายกลุ่ม โดยในปีนี้จะเน้นการนำเสนอเทคโนโลยี SHS (Super Hybrid System) ซึ่งได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจากเทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 3 ของ Chery Automobile เพื่อตอบสนองความต้องการในตลาดยานยนต์โลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

เทคโนโลยี SHS ประกอบด้วยส่วนประกอบหลัก 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่ เครื่องยนต์ 1.5TDGI เจเนอเรชั่นที่ 5, ระบบซูเปอร์อิเล็กทริกไฮบริด DHT (Super Electric Hybrid DHT System), และแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง ระบบนี้ผสานการใช้พลังงานจากน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ากับประสบการณ์การขับขี่ของรถยนต์ไฟฟ้าล้วน ทำให้สามารถวิ่งได้ระยะทางยาวขึ้นอย่างโดดเด่น ด้วยประสิทธิภาพเชิงความร้อน (Thermal Efficiency) ที่ดีเยี่ยม, ระยะทางขับขี่ที่ไกล, การปล่อยคาร์บอนในระดับต่ำ, และระบบแบตเตอรี่ที่มีความปลอดภัยสูงเป็นพิเศษ ซึ่งถือเป็นโซลูชันเทคโนโลยีไฮบริดที่ผสานประสิทธิภาพสูงสุด, การประหยัดพลังงาน, การปกป้องสิ่งแวดล้อม, และความปลอดภัยเข้าไว้ด้วยกัน

นอกจากนี้ ในปี 2568 OMODA & JAECOO พร้อมนำเสนอยนตรกรรมพลังงานใหม่ที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ทั้ง BEV, PHEV และอื่นๆ โดยจะจัดแสดงรถยนต์ทุกโมเดลในงานมหกรรมยานยนต์ Bangkok International Motor Show และที่สำคัญคือการเตรียมเปิดฐานการผลิตในประเทศไทย ณ จังหวัดระยอง คาดว่าจะพร้อมเริ่มเดินสายการผลิตได้ในไตรมาสที่ 2 ของปี

ยกระดับบริการหลังการขาย: เครือข่ายโชว์รูม, อะไหล่, และการดูแลลูกค้า

OMODA & JAECOO มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการขยายเครือข่ายโชว์รูม จากเดิม 23 แห่ง เพิ่มเป็นกว่า 50 แห่งทั่วประเทศภายในปีนี้ เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงบริการได้สะดวกยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการยกระดับมาตรฐานบริการหลังการขาย

บริษัทได้ร่วมมือกับ DHL Express ผู้นำระดับโลกด้านการขนส่งด่วนระหว่างประเทศ เพื่อดำเนินการจัดส่งอะไหล่ระหว่างประเทศภายใน 3 วัน พร้อมทั้งขยายคลังอะไหล่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ และลดระยะเวลาการสั่งซื้ออะไหล่เร่งด่วนจากโรงงานผู้ผลิตในประเทศจีนจาก 30 วัน เหลือเพียง 15 วัน

นอกจากนี้ ยังมีแผนเพิ่มบริการดูแลตัวถังและสีที่ได้รับการรับรองมาตรฐานให้ครบทุกโชว์รูม รวมถึงการเตรียมเปิดศูนย์ฝึกอบรมแบบเต็มรูปแบบ (Training Center) แห่งใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อให้ทุกการบริการเป็นไปตามมาตรฐานและมีประสิทธิภาพสูงสุด

ความสะดวกสบายเหนือระดับ: CRM, รถสำรอง, และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน

เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและความอุ่นใจให้กับลูกค้า OMODA & JAECOO กำลังพัฒนาระบบ CRM (Customer Relationship Management) โดยมีการพัฒนาระบบการจองออนไลน์ เพื่อให้ลูกค้าที่เข้ารับบริการได้รับความรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีบริการ รถยนต์ทดแทน (Loaner Car) ในกรณีที่รถของลูกค้าต้องใช้ระยะเวลาในการซ่อมแซมเกิน 3 วัน

ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น คือบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศไทย (โทร 02-0208888 กด 1) ฟรี 5 ปี ไม่จำกัดจำนวนครั้ง เพื่อให้ลูกค้าทุกท่านมั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุดในทุกสถานการณ์

เทรนด์ยานยนต์ไฟฟ้า: การแข่งขันด้านราคาแบตเตอรี่ และนวัตกรรมที่ไร้ขีดจำกัด

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ได้รับการเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศจีนซึ่งเป็นผู้เล่นหลักในอุตสาหกรรมยานยนต์

CATL และ BYD: ผู้ขับเคลื่อนการลดต้นทุนแบตเตอรี่

ข่าวดีสำหรับวงการยานยนต์ไฟฟ้า คือความพยายามของ CATL และ BYD สองผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ของโลก ในการผลักดันให้ ราคาแบตเตอรี่ลดลงถึง 50% ภายในปี 2567 ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้รถยนต์ไฟฟ้าเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น

รายงานจาก CnEVPost ระบุว่า CATL กำลังปรับลดต้นทุนการผลิตเซลล์แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ชนิด VDA spec ลงสู่ระดับ 0.4 หยวนต่อ Wh ซึ่งหมายความว่า หากแบตเตอรี่มีขนาด 60 kWh จากราคาที่เคยต้องจ่าย 6,776 ดอลลาร์สหรัฐฯ จะลดลงเหลือเพียง 3,388 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในปลายปี 2567 คิดเป็นการประหยัดกว่า 3,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อคันสำหรับผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า

FinDreams แผนกผลิตแบตเตอรี่ของ BYD เองก็กำลังดำเนินการในทิศทางเดียวกัน โดยการประกาศภายในกระตุ้นให้ทีมงานลดต้นทุนต่อไป เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก ซึ่งปัจจุบัน CATL มีส่วนแบ่งตลาดโลกที่ 37.4% และ FinDreams (BYD) ตามมาในอันดับสองที่ 25.7%

เซลล์แบตเตอรี่ VDA: มาตรฐานใหม่ที่เข้ามามีบทบาท

เซลล์แบตเตอรี่ VDA (Verband der Automobilindustrie) เป็นมาตรฐานเซลล์แบตเตอรี่แบบปริซึมสี่เหลี่ยมที่พัฒนาขึ้นในเยอรมนี ซึ่งมีความยาว 148 มม. กว้าง 26.5 มม. และสูง 91 มม. โดย CATL มีแผนจะส่งมอบเซลล์ LFP ขนาด 173 Ah VDA-spec พร้อมการชาร์จเร็ว 2.2C ให้กับผู้ผลิตรถยนต์ในราคาเฉลี่ย 0.4 หยวนต่อ Wh ซึ่งหมายความว่าสามารถชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มได้ภายใน 30 นาทีหรือน้อยกว่า

นัยสำคัญต่อการปฏิวัติวงการ EV

การลดลงของราคาแบตเตอรี่นี้ ถือเป็นข่าวดีอย่างยิ่งสำหรับการขับเคลื่อนการปฏิวัติวงการรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพราะปัจจัยด้านต้นทุนแบตเตอรี่ที่ถูกลง คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้รถยนต์ไฟฟ้ามีราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น สอดคล้องกับการคาดการณ์ของ Tony Seba นักวิเคราะห์ชื่อดัง ที่เคยทำนายไว้เมื่อสิบปีก่อน

อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้ายังคงมีความซับซ้อน การมุ่งเน้นที่ราคาอย่างเดียวอาจไม่ใช่กลยุทธ์ที่ยั่งยืน ผู้ผลิตต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และประสบการณ์การใช้งานโดยรวมควบคู่ไปด้วย

Changan Automobile: การลงทุนครั้งใหญ่ในประเทศไทย

Changan Automobile ผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำของประเทศจีน ได้ประกาศการลงทุนครั้งสำคัญในประเทศไทย ด้วยมูลค่า 9,800 ล้านบาท เพื่อจัดตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยประเทศไทยถูกเลือกให้เป็นศูนย์กลางการผลิตรถ EV, PHEV, REEV (Range Extended EV) พวงมาลัยขวาในภูมิภาคอาเซียน

Changan Automobile มีประวัติศาสตร์อันยาวนานถึง 161 ปี ก่อตั้งอย่างเป็นทางการในปี 1984 ด้วยประสบการณ์การผลิตรถยนต์กว่า 37 ปี และความสามารถด้านการวิจัยและพัฒนา ทำให้บริษัทเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยานยนต์ของจีนมายาวนาน

ภายใต้ยุทธศาสตร์ “Shangri-La Plan” Changan Automobile มุ่งมั่นที่จะยุติการขายรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงแบบเดิม และเพิ่มการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าให้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ทั้งหมดภายในปี 2568

ด้วยเครือข่ายการวิจัยและพัฒนาทั่วโลก และความร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง Suzuki, Ford, และ Mazda รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีอัจฉริยะภายใต้กลยุทธ์ “Dubhe Intelligence Plan” Changan Automobile พร้อมที่จะนำเสนอยานยนต์พลังงานใหม่ที่มีคุณภาพและเทคโนโลยีล้ำสมัยสู่ตลาดประเทศไทย

การปรับตัวของค่ายรถยนต์ดั้งเดิม: Mazda และ Mercedes-Benz

ในขณะที่แบรนด์จากจีนกำลังรุกคืบ ตลาดรถยนต์ระดับโลกก็กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ค่ายรถยนต์ดั้งเดิมอย่าง Mazda และ Mercedes-Benz ต่างก็กำลังปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้า

Mazda มีรายงานว่ากำลังยกระดับรถ SUV รุ่น CX-5 ใหม่ ให้มีความหรูหราและสมรรถนะที่สูงขึ้น เพื่อแข่งขันในตลาดรถหรูที่ปัจจุบัน Mercedes-Benz และ BMW ครองตลาดอยู่ โดยอาจมาพร้อมโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง และเครื่องยนต์ Mild-Hybrid รวมถึงเครื่องยนต์ดีเซล

Mercedes-Benz ได้ประกาศการรุกเข้าสู่สมรภูมิรถไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง ด้วยการส่ง Mercedes-Benz GLC EV ที่คาดว่าจะเปิดตัวในฤดูใบไม้ผลิปี 2026 รถรุ่นนี้จะสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มไฟฟ้า 800V ใหม่ทั้งหมด พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 94.5 kWh ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 650 กม. (WLTP) และรองรับการชาร์จ DC fast charging สูงสุด 320 kW การพัฒนานี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Mercedes-Benz ที่จะรักษาความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์พรีเมียม แม้จะเผชิญกับความท้าทายจากเทคโนโลยีใหม่และคู่แข่งที่หลากหลาย

อนาคตของการขับเคลื่อน: ความหลากหลายและนวัตกรรม

จากภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปัจจุบัน แสดงให้เห็นถึงทิศทางที่ชัดเจนของการขับเคลื่อนที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ที่มีความหลากหลายของเทคโนโลยีพลังงาน การแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น และนวัตกรรมที่ไม่หยุดนิ่ง

GWM ประเทศไทย ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพในการปรับตัวและตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างยอดเยี่ยม การประสบความสำเร็จด้านยอดขายในเดือนพฤษภาคม 2568 เป็นเพียงก้าวแรกสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่าในอนาคต

หากคุณกำลังมองหารถยนต์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และบริการหลังการขายที่เหนือระดับ การเข้ามาทำความรู้จักกับแบรนด์ GWM, OMODA & JAECOO, Changan Automobile รวมถึงการจับตามองความเคลื่อนไหวของค่ายรถยนต์ชั้นนำอย่าง Mazda และ Mercedes-Benz คือสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

ถึงเวลาที่คุณจะค้นพบประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคต สัมผัสความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และก้าวไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ในยุค 2025 และต่อไป!

Previous Post

N0801086 ทาหรณ การบ ลล ในโรงเร ยน การเอาค นท คาดไม part2

Next Post

N0801090 ดฉากหว งฟ องหย ดท ายไร าโดนตลบหล part2

Next Post
N0801090 ดฉากหว งฟ องหย ดท ายไร าโดนตลบหล part2

N0801090 ดฉากหว งฟ องหย ดท ายไร าโดนตลบหล part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1501002 ความทรงจำ คร งส ดท าย part2
  • N1501008 พาแฟนกล บบ านนอกคร งแรก แฟนถ งกล บต องเด นหน part2
  • N1501015 (ตอนจบ)ผ วพาเม ยน อยมาหยามเม ยหลวงถ งบ าน แถมย งเช อเม ยน อยท กอย าง part2
  • N1501021 เพราะเช อคนผ ผมจ งทำลายคนท กผมท part2
  • N1501006_นฟล วเก นจร เก อบทำร านเจ ง… ณค ดว แบบน ใครผ ดใครถ_part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.