Chery Automobile: ความสำเร็จระดับโลกและการขับเคลื่อนอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์
ในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์พลังงานสะอาดที่เข้มข้นขึ้น Chery Automobile ผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำจากประเทศจีน ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลกอย่างแท้จริง ด้วยการเติบโตของยอดขายที่น่าประทับใจ การขยายแบรนด์สู่ภูมิภาคต่างๆ และการพัฒนานวัตกรรมยานยนต์ที่ล้ำสมัย การเดินทางของ Chery Automobile ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมกำหนดมาตรฐานใหม่ให้กับวงการยานยนต์ “Made in China”
ภาพรวมความสำเร็จในปี 2567: ยอดขายทะลุเป้าและการเติบโตที่แข็งแกร่ง
ปี 2567 ถือเป็นปีแห่งความสำเร็จอันโดดเด่นของ Chery Automobile โดยสามารถสร้างสถิติยอดขายรถยนต์ทั่วโลกสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทะลุ 2,603,916 คัน เพิ่มขึ้นถึง 38.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการตอบสนองต่อความต้องการของตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเดือนธันวาคม 2567 เพียงเดือนเดียว มียอดขายสูงถึง 298,505 คัน ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการบรรลุเป้าหมายการเติบโตของแบรนด์ที่ตั้งไว้ที่ 10-20%
ด้านรายได้ก็เติบโตอย่างก้าวกระโดดเช่นกัน โดยในปีที่ผ่านมาสามารถสร้างรายได้กว่า 2.256 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 50% แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทางธุรกิจที่มาพร้อมกับการขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง
การส่งออก: ครองความเป็นหนึ่งในจีน และการเติบโตสู่ตลาดโลก
Chery Automobile ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำในฐานะผู้ส่งออกรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอันดับหนึ่งของจีนมาอย่างยาวนานถึง 22 ปีติดต่อกัน โดยในปี 2567 มียอดการส่งออกรวม 1,144,588 คัน เพิ่มขึ้น 21.4% ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความไว้วางใจและคุณภาพที่ได้รับการยอมรับจากตลาดสากล การเติบโตของการส่งออกนี้สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์การขยายตลาดที่ชาญฉลาด และความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าทั่วโลก
ยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV): ก้าวสำคัญสู่อนาคตที่ยั่งยืน
การลงทุนในเทคโนโลยียานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ถือเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จของ Chery Automobile โดยในปี 2567 มียอดขายรถยนต์ NEV จำนวน 583,569 คัน เพิ่มขึ้นถึง 232.7% เป็นตัวเลขที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเดือนธันวาคม 2567 เพียงเดือนเดียว ยอดขาย NEV ทะลุ 100,000 คัน เพิ่มขึ้น 31.9% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า การเติบโตอย่างก้าวกระโดดนี้บ่งชี้ว่า Chery Automobile กำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของจีนในด้าน NEV อย่างชัดเจน
OMODA & JAECOO: การบุกตลาดโลกและการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง
ภายใต้ร่มของ Chery Automobile แบรนด์ OMODA & JAECOO ได้แสดงศักยภาพในการเติบโตอย่างน่าทึ่ง โดยในปี 2567 ได้ขยายการเข้าถึงสู่ 33 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก สร้างยอดขายในเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้นกว่า 23,560 คัน หรือ 72% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า กลายเป็นแบรนด์ที่มียอดขายเกิน 20,000 คันต่อเดือนติดต่อกันถึง 8 เดือน และมียอดขายต่อปีสูงถึง 248,605 คัน เพิ่มขึ้น 54%
ความสำเร็จนี้ยังรวมถึงการขยายฐานลูกค้าทั่วโลกกว่า 410,136 คน โดยมีตัวอย่างที่น่าสนใจ เช่น ตลาดตุรกีที่มียอดขาย 16,064 คัน เพิ่มขึ้น 23.3% และสเปนที่มียอดขาย 9,988 คัน ภายในเวลาเพียง 10 เดือนหลังการเปิดตัว รวมถึงการส่งมอบรถให้ลูกค้าในประเทศไทยตั้งแต่ช่วงไตรมาส 4 ของปี 2567
การพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีพลังงานใหม่: Qpower และ Infinite Electric Hybrid DHT
ความสำเร็จของ Chery Automobile ในด้าน NEV มาจากการทุ่มเทในการพัฒนาระบบส่งกำลังที่ล้ำสมัย โดยระบบ Qpower ซึ่งเปิดตัวก่อนหน้านี้ ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยี PHEV ที่โดดเด่น ขณะเดียวกัน Chery Automobile ยังได้พัฒนาระบบ Infinite Electric Hybrid DHT ซึ่งเป็นระบบส่งกำลังไฮบริดอัจฉริยะที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่และจัดการพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดถึง 98.5%
ระบบไฮบริดพิเศษนี้มีประสิทธิภาพเชิงความร้อนของเครื่องยนต์ (Thermal Efficiency) สูงถึง 44.5% เมื่อจับคู่กับแบตเตอรี่ไฮบริดสมรรถนะสูงที่มีความหนาแน่นพลังงาน 105Wh/kg. สามารถเพิ่มระยะทางการขับขี่และสมรรถนะของรถได้อย่างมาก ถือเป็นความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่สำคัญในการขับเคลื่อนสู่อนาคตที่ยั่งยืน
การลงทุนเชิงกลยุทธ์: โรงงานร่วมทุนในยุโรป และการผลิต TIGGO 2
ในปี 2567 Chery Automobile ยังได้บรรลุข้อตกลงจัดตั้งโรงงานร่วมทุนแห่งแรกในยุโรป ร่วมกับ EV MOTORS ของสเปน ซึ่งนอกจากจะเป็นการขยายฐานการผลิตและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดสำคัญแล้ว ยังเป็นการนำแบรนด์ EBRO ในตำนานของสเปนกลับมามีชีวิตอีกครั้ง
นอกจากนี้ ความสำเร็จในการผลิตรถยนต์ TIGGO 2 กว่า 1 ล้านคัน แสดงให้เห็นถึงการยอมรับและความไว้วางใจจากผู้บริโภคทั่วโลกในรุ่นรถยนต์ดังกล่าว และการเฉลิมฉลองการผลิตรถยนต์คันที่ 15 ล้าน จากโรงงาน 5 แห่งทั่วโลก ในงาน Global User Ecosystem Conference เดือนตุลาคม 2567 ยิ่งตอกย้ำถึงความแข็งแกร่งและขนาดของ Chery Automobile ในฐานะผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำระดับโลก
OMODA & JAECOO: การขยายตัวในยุโรปและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
OMODA & JAECOO ได้เดินหน้าขยายบทบาทในตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในยุโรป ด้วยการเปิดตัว OMODA C5 รุ่นเครื่องยนต์สันดาปในสเปน ตามด้วยการเปิดโรงงานแห่งแรกในยุโรปที่บาร์เซโลนา การเปิดตัวอย่างเป็นทางการในโปแลนด์ และการขยายสู่ตลาดอิตาลี สหราชอาณาจักร และฮังการี
ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย Chery Automobile ได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ด้วยการเปิดฐานการผลิตรถยนต์ที่ทันสมัยในมาเลเซียและอินโดนีเซีย ทำให้ OMODA C5 EV ที่ผลิตในอินโดนีเซียสามารถส่งออกไปยังเวียดนามได้
นอกจากนี้ การจัดตั้งคลังสินค้าชิ้นส่วนยานยนต์และศูนย์โลจิสติกส์ที่ใหญ่ที่สุดสำหรับแบรนด์รถยนต์จีนในตะวันออกกลาง ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการสร้างเครือข่ายการบริการที่ครอบคลุม 5 ภูมิภาคหลักทั่วโลก เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว
เทคโนโลยี SHS และ All Road Drive (ARDIS): ประสบการณ์ขับขี่เหนือระดับ
OMODA & JAECOO ได้นำข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมและสมรรถนะการขับขี่ของผู้ใช้งานทั่วโลกมาพัฒนาเป็นระบบ SHS (Super Hybrid System) สำหรับรถยนต์พลังงานสะอาด (NEV) ซึ่ง JAECOO 7 PHEV เป็นรถยนต์สมรรถนะสูงรุ่นแรกที่ติดตั้งระบบนี้ ผสมผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะสำหรับการเดินทางประจำวัน และเป็นซูเปอร์รถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด (Super HEV) สำหรับการเดินทางไกล โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการชาร์จไฟ
สำหรับ JAECOO 5 รถ SUV แบบ A-segment สำหรับการขับขี่แบบออฟโรด ได้รับการพัฒนาภายใต้ปรัชญา “From Classic, Beyond Classic” ผสมผสานสุนทรียะการออกแบบเข้ากับเทคโนโลยีการขับขี่ All Road Drive (ARDIS) เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของ “Urban Icon” ที่โดดเด่น ล้ำสมัย โดยมุ่งมั่นจะเป็นรถ SUV ที่ดีที่สุดและเป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงที่สุด
“O-UNIVERSE”: สร้างสรรค์ระบบนิเวศที่เชื่อมโยงผู้คน รถยนต์ และชีวิต
OMODA & JAECOO ยึดมั่นในแนวคิดหลักคือการเชื่อมโยง “ผู้คน + รถยนต์ + ชีวิต” ผ่านการสร้างระบบนิเวศ “O-UNIVERSE” ที่ครอบคลุมในทุกมิติ การร่วมมือกับแบรนด์ชั้นนำอย่าง Garmin ในผลิตภัณฑ์จีพีเอสสมาร์ทวอทช์ และ Universal Pictures’ Wicked ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ สะท้อนถึงการก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ เพื่อเติมเต็มไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายนอกเหนือจากการขับขี่
นอกจากนี้ แอนิเมชันไซไฟ “C7” ยังบอกเล่าเรื่องราวของแบรนด์ผ่านดีไซน์ ‘Cross’ ที่ผสมผสานความสวยงามและเทคโนโลยีแห่งอนาคต เพื่อตอบสนองผู้ใช้รุ่นใหม่ในอนาคต
ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม: “GREEN OJ” และพันธกิจเพื่อความยั่งยืน
OMODA & JAECOO ตระหนักถึงความสำคัญของความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ผ่านการสนับสนุนไลฟ์สไตล์เพื่อความยั่งยืนและร่วมปกป้องสิ่งแวดล้อมในระดับโลก โครงการอนุรักษ์หญ้าทะเลร่วมกับสหภาพสากลว่าด้วยการอนุรักษ์ (IUCN) ในสเปน และการสนับสนุนกลุ่มคนรุ่นใหม่ “Pandawara” ในอินโดนีเซีย เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น ซึ่งได้รับการยกย่องจากรัฐมนตรีกระทรวงสิ่งแวดล้อมอินโดนีเซีย
การเปิดตัวแพลตฟอร์ม “GREEN OJ” ในงาน Beijing Auto Show เพื่อสนับสนุนกิจกรรมสาธารณะด้านความยั่งยืน และกิจกรรมปั่นจักรยานเพื่อสิ่งแวดล้อมร่วมกับ IUCN ซึ่งได้รับเกียรติจากนายบัน คีมูน เลขาธิการสหประชาชาติ และ Jenny Shipley อดีตนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความมุ่งมั่นในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
มองไปข้างหน้า: การเติบโตที่ยั่งยืนและวิสัยทัศน์สำหรับอนาคต
สำหรับปี 2568 Chery Automobile โดยเฉพาะแบรนด์ OMODA & JAECOO จะยังคงเดินหน้าเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ และนำเสนอความก้าวหน้าของเทคโนโลยียานยนต์พลังงานใหม่ OMODA มุ่งมั่นสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ครอสโอเวอร์ที่ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ขณะที่ JAECOO จะสานต่อวิสัยทัศน์การเป็นแบรนด์รถยนต์ออฟโรดชั้นนำ มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่เคยมีมาก่อนด้วยเทคโนโลยีพลังงานใหม่และสมรรถนะการขับขี่ออฟโรดที่ยอดเยี่ยม
Chery Automobile ไม่เพียงแต่ประสบความสำเร็จในด้านยอดขาย แต่ยังแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลในการพัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยี และความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม การเดินทางของ Chery Automobile เป็นแรงบันดาลใจและบทพิสูจน์ถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมยานยนต์จีน ที่พร้อมจะเติบโตและสร้างมาตรฐานใหม่ในตลาดโลกต่อไป
อนาคตของยานยนต์ไฟฟ้า: ความท้าทาย โอกาส และการเติบโตที่ไม่หยุดยั้ง
ท่ามกลางกระแสข่าวสารเกี่ยวกับยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ชะลอตัวในบางภูมิภาค แต่ข้อมูลล่าสุดจาก International Energy Agency (IEA) กลับชี้ให้เห็นถึงภาพรวมการเติบโตที่สวนทางอย่างมีนัยสำคัญ การคาดการณ์ยอดขายรถยนต์ EV ทั่วโลกในปี 2567 อาจทะลุ 17 ล้านคัน คิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 5 ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมด แสดงให้เห็นถึงความต้องการที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง
แนวโน้มการเติบโตของตลาด EV ทั่วโลก:
จีน: ยังคงเป็นผู้นำตลาด EV โดยตั้งเป้าทำยอดขาย 10 ล้านคัน คิดเป็น 45% ของยอดขายรถทั้งหมดในประเทศ
สหรัฐอเมริกา: คาดการณ์ยอดขาย EV เติบโต 20% จากปี 2566 คิดเป็น 11% ของยอดขายรถใหม่
ยุโรป: คาดการณ์ยอดขาย EV เติบโต 10% คิดเป็น 25% ของยอดขายทั้งหมด
IEA คาดการณ์ว่าภายในปี 2578 รถยนต์ไฟฟ้าจะคิดเป็น 33% ของรถทั้งหมดบนท้องถนนในจีน และ 20% ในสหรัฐอเมริกาและยุโรป การเติบโตนี้ขับเคลื่อนด้วยนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ การพัฒนาเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า และการลงทุนมหาศาลจากผู้ผลิตรถยนต์ทั่วโลก
ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของ EV:
นโยบายสนับสนุน: แผนยุทธศาสตร์ 5 ปีของจีน, พระราชบัญญัติลดอัตราเงินเฟ้อ (Inflation Reduction Act) ของสหรัฐฯ, และนโยบายควบคุมมลพิษของยุโรป ล้วนมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมการลงทุนและการลดต้นทุนการผลิต
การลงทุน: ผู้ผลิตรถยนต์กว่า 20 รายทั่วโลก คิดเป็น 90% ของแบรนด์ทั้งหมด ได้ลงทุนในโรงงานผลิต EV และแบตเตอรี่รวมกว่า 5 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ในช่วงปี 2565-2566
ต้นทุนที่ลดลง: เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าและการขยายกำลังการผลิตทั่วโลก ทำให้ราคา EV ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยในประเทศจีน รถยนต์ไฟฟ้าบางรุ่นมีราคาถูกกว่ารถยนต์สันดาปแล้ว และคาดว่าต้นทุนจะเท่าเทียมกันทั่วโลกภายในปี 2573
ค่าใช้จ่ายในการเป็นเจ้าของ: แม้ต้นทุนการผลิตอาจยังไม่ถูกกว่ารถสันดาปทั้งหมด แต่การเป็นเจ้าของ EV กลับมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งจากการซื้อรถยนต์ที่ราคาถูกลงในบางตลาด และค่าพลังงานที่ถูกกว่าอย่างชัดเจน
การรีไซเคิลแบตเตอรี่: ความสามารถในการรีไซเคิลแบตเตอรี่ EV ที่เพิ่มขึ้น แสดงถึงการจัดการห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืน
โครงสร้างพื้นฐานการชาร์จ: การติดตั้งสถานีชาร์จเพิ่มขึ้น 40% ในปี 2566 เทียบกับปี 2565 แสดงถึงการพัฒนาที่ครอบคลุม
ความท้าทายและโอกาสสำหรับตลาด EV:
แม้จะมีการเติบโตที่แข็งแกร่ง แต่ตลาด EV ยังคงเผชิญกับความท้าทายหลายประการ เช่น การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง โดยเฉพาะจากแบรนด์จีนอย่าง BYD ที่ส่งผลกระทบต่อแบรนด์ดั้งเดิมอย่าง Tesla
Tesla: กำลังเผชิญแรงกดดันด้านยอดขายและส่วนแบ่งทางการตลาด จึงเร่งการผลิตและพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ เช่น Tesla ‘Redwood’ รถ Crossover ที่มีเป้าหมายราคาประมาณ 25,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ พร้อมนวัตกรรมที่อาจลดต้นทุนการผลิต
นโยบายการเงิน: นโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นการลงทุนในอุตสาหกรรม EV
ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม: การใช้ EV ช่วยลดมลพิษทางอากาศได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับรถยนต์สันดาป ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อม
ตลาด EV ในประเทศไทย: การเติบโตที่น่าจับตามอง
ประเทศไทยเป็นอีกหนึ่งตลาดที่แสดงการเติบโตของ EV อย่างก้าวกระโดดถึง 671% สาเหตุหลักมาจาก:
ราคาน้ำมันที่สูง: ทำให้ต้นทุนการใช้รถยนต์น้ำมันสูงขึ้น
ค่าพลังงาน EV ที่ถูกกว่า: ประหยัดกว่ารถน้ำมันถึง 200%
เงินอุดหนุนจากรัฐบาล: สูงสุดถึง 200,000 บาทต่อคัน
ราคา EV ที่ใกล้เคียงรถสันดาป: ทำให้การตัดสินใจซื้อรถ EV ง่ายขึ้น
รุ่นรถที่หลากหลาย: มีตัวเลือกให้ผู้บริโภคเลือกมากขึ้น
รถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมในไทย:
BYD ATTO 3: รถ B-SUV ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุด ด้วยออปชั่นครบครันและราคาที่สมเหตุสมผล
NETA V: รถไฟฟ้าเริ่มต้นที่ขายดีที่สุด ด้วยราคาที่เข้าถึงง่าย ทำให้เป็นตัวเลือกแรกสำหรับหลายๆ คน
BYD Dolphin: แม้จะมาทีหลัง แต่ก็สามารถก้าวขึ้นมาเป็นอันดับ 3 ด้วยดีไซน์น่าดึงดูดและออปชั่นที่แน่น
อนาคตของ EV ในไทย:
ปี 2567 ถือเป็นปีแรกที่แบรนด์ EV ต่างๆ เริ่มเข้ามาตั้งโรงงานผลิตในประเทศไทย ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิต ลดต้นทุน และสร้างงานจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังมีรุ่นรถ EV ใหม่ๆ ที่น่าจับตามองเตรียมเข้ามาทำตลาดอีกมากมาย
การเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไม่ใช่แค่กระแส แต่คืออนาคตของการเดินทางที่ยั่งยืน Chery Automobile และแบรนด์อื่นๆ ทั่วโลกกำลังขับเคลื่อนอนาคตนี้อย่างเต็มที่ พร้อมที่จะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า ปลอดภัยกว่า และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น
หากคุณกำลังมองหารถยนต์ที่สะท้อนถึงนวัตกรรม ความยั่งยืน และสมรรถนะชั้นยอด อย่าพลาดที่จะสำรวจยนตรกรรมจาก Chery Automobile และโลกของยานยนต์ไฟฟ้าที่จะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคุณไปตลอดกาล ติดต่อผู้จำหน่ายที่ใกล้ที่สุดวันนี้ เพื่อสัมผัสประสบการณ์การขับเคลื่อนแห่งอนาคตด้วยตัวคุณเอง

