GWM ประเทศไทย: ทะยานสู่สถิติสูงสุด ยกระดับกลยุทธ์ Multi-Powertrains พร้อมรุกตลาดไทยเต็มกำลัง
ในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของอุตสาหกรรมยานยนต์ “เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประเทศไทย” หรือ GWM (Thailand) ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพและความพร้อมในการปรับตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อประกาศความสำเร็จด้านยอดขายรายเดือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนพฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา ด้วยตัวเลขที่น่าประทับใจถึง 1,731 คัน ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ หากแต่เป็นผลลัพธ์โดยตรงจากกลยุทธ์ที่เฉียบคมและการตอบรับอันล้นหลามของผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “NEW GWM TANK 300 DIESEL” ที่เพิ่งเปิดตัวในตลาดประเทศไทย
นายเวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) ได้กล่าวถึงความสำเร็จอันน่าภาคภูมิใจนี้ว่า “ยอดขายของเราในเดือนพฤษภาคม 2568 อยู่ที่ 1,731 คัน ซึ่งเป็นการเติบโตที่ก้าวกระโดดถึง 225% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า” ท่านยังเสริมอีกว่า “สัดส่วนกว่าครึ่งหนึ่งของยอดขายทั้งหมด หรือ 877 คัน มาจาก NEW GWM TANK 300 DIESEL ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่แข็งแกร่งของผู้บริโภคชาวไทยต่อรถยนต์อเนกประสงค์ที่มีสมรรถนะสูงและดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ในขณะที่อีกประมาณ 50% เป็นยอดขายของรถยนต์พลังงานใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางตลาดรถยนต์ในประเทศไทยโดยรวม ที่มีสัดส่วนระหว่างรถยนต์สันดาปภายในและรถยนต์พลังงานใหม่ใกล้เคียงกันที่ 50:50”
เมื่อย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2567 ยอดขายของ GWM ในประเทศไทยอยู่ในระดับหลักร้อยคันต่อเดือน แต่ด้วยการปรับกลยุทธ์และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตรงใจผู้บริโภคมากขึ้น ทำให้ต้นปี 2568 ยอดขายได้ทะยานขึ้นสู่ระดับมากกว่า 1,000 คันต่อเดือน และมาถึงจุดสูงสุดในเดือนพฤษภาคม ด้วยยอดขาย 1,731 คัน ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่ในรอบ 4 ปีของบริษัท
“การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจผ่านการนำเสนอเครื่องยนต์ที่หลากหลาย หรือ Multi-powertrains เป็นกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนยอดขายและการเติบโตของ GWM ในประเทศไทยอย่างแท้จริง” นายโจว กล่าวเน้นย้ำ
ภาพรวมยอดขาย 5 เดือนแรก สะท้อนการเติบโตที่แข็งแกร่ง
ตลอดระยะเวลา 5 เดือนแรกของปี 2568 (มกราคม – พฤษภาคม) GWM ประเทศไทย สามารถทำยอดขายสะสมได้ถึง 5,439 คัน ซึ่งเป็นการเติบโตถึง 50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ตัวเลขนี้มีความน่าสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นการเติบโตที่สวนทางกับภาพรวมของตลาดรถยนต์โดยรวม ที่มีอัตราการเติบโตลดลง สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันและกลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จของ GWM
NEW GWM TANK 300 DIESEL: กลยุทธ์ Multi-Powertrains ที่ประสบความสำเร็จ
การเปิดตัว NEW GWM TANK 300 DIESEL ในประเทศไทย ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของกลยุทธ์ Multi-powertrains ที่ GWM นำมาประยุกต์ใช้และก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ผลิตภัณฑ์รุ่นนี้ได้กลายเป็น “เรือธง” หลักของ GWM ในตลาดไทย และได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากผู้บริโภคชาวไทย ส่งผลให้ยอดสั่งจองและยอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่อง GWM คาดการณ์ว่า NEW GWM TANK 300 DIESEL จะสามารถก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง Top 3 ในกลุ่ม PPV ได้ในอนาคตอันใกล้ เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง GWM ได้มีการเพิ่มกำลังการผลิตอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมทั้งควบคุมคุณภาพและการตรวจสอบอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดให้กับลูกค้าในการส่งมอบรถยนต์ที่มีคุณภาพเหนือระดับ
การแข่งขันในเซกเมนต์รถยนต์ไฟฟ้า: เน้นคุณภาพและความคุ้มค่าระยะยาว
ในขณะที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลก กำลังเผชิญกับ “สงครามราคา” ที่ดุเดือด GWM ยังคงยึดมั่นในปรัชญาการแข่งขันที่เน้นคุณภาพและคุณค่าในระยะยาว GWM ORA Good Cat ยังคงรักษาฐานยอดขายได้อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทย ที่ไม่ได้มองหาเพียงผลิตภัณฑ์ราคาถูก แต่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ความปลอดภัย ความคุ้มค่าคุ้มราคา และความเชื่อมั่นในแบรนด์ GWM เชื่อมั่นว่าการแข่งขันด้วยคุณภาพผลิตภัณฑ์ การสร้างและพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่ายที่แข็งแกร่ง การดูแลลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ และการบริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม คือปัจจัยสำคัญที่จะสร้างประสบการณ์ที่ดี สร้างคุณค่า และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในระยะยาว
OMODA & JAECOO: เติบโตระดับโลก เตรียมรุกตลาดไทยเต็มกำลัง
นอกเหนือจากความสำเร็จของ GWM แล้ว แบรนด์น้องใหม่อย่าง OMODA & JAECOO ที่บริหารงานโดย Chery Group ซึ่งเป็นบริษัทแม่ ก็กำลังสร้างปรากฏการณ์การเติบโตอย่างน่าทึ่ง โดยในปี 2567 ที่ผ่านมา OMODA & JAECOO สามารถทำยอดขายทั่วโลกเพิ่มขึ้นถึง 54% และวางแผนที่จะขยายตลาดเข้าสู่ประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ
ฉี เจี๋ย ประธาน บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) กล่าวถึงแผนงานว่า “ปี 2567 เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางสู่โลกยานยนต์แห่งอนาคต ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อรถยนต์และเทคโนโลยีอันล้ำสมัยของเรา และเป็นแรงผลักดันให้เราก้าวต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ในปีนี้ OMODA & JAECOO ได้เตรียมแผนรุกตลาดในประเทศไทยอย่างเต็มกำลัง ทั้งการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ การตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย การขยายศูนย์บริการให้ครอบคลุม และการเพิ่มบริการแบบครบวงจร”
นวัตกรรม SHS: เทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชั่นใหม่
OMODA & JAECOO เตรียมนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคในหลากหลายกลุ่ม โดยเน้นการนำเสนอเทคโนโลยี SHS (Super Hybrid System) ซึ่งพัฒนาต่อยอดมาจากเทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 3 ของ Chery Automobile เทคโนโลยีนี้ผสานการทำงานของเครื่องยนต์ 1.5TDGI เจเนอเรชั่นที่ 5, ระบบซูเปอร์อิเล็กทริกไฮบริด DHT (Super Electric Hybrid DHT System) และแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า โดยผสานการใช้พลังงานจากน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ากับสมรรถนะของรถยนต์ไฟฟ้าล้วน ทำให้สามารถวิ่งได้ระยะทางไกลขึ้น พร้อมประสิทธิภาพเชิงความร้อน (Thermal Efficiency) ที่ยอดเยี่ยม การปล่อยคาร์บอนต่ำ และระบบแบตเตอรี่ที่มีความปลอดภัยสูง ถือเป็นโซลูชันเทคโนโลยีไฮบริดที่ผสานประสิทธิภาพสูง การประหยัดพลังงาน การปกป้องสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยเข้าไว้ด้วยกัน
นอกจากนี้ในปี 2568 OMODA & JAECOO ยังพร้อมนำเสนอยนตรกรรมพลังงานใหม่ที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ทั้ง BEV, PHEV และอื่นๆ รวมถึงการจัดแสดงรถยนต์ทุกรุ่นในงานมหกรรมยานยนต์ Bangkok International Motor Show และเตรียมเปิด ฐานการผลิตในจังหวัดระยอง คาดว่าจะเริ่มเดินสายการผลิตได้ในไตรมาสที่ 2 ของปี
การขยายเครือข่ายบริการ: มาตรฐานใหม่ของการดูแลลูกค้า
OMODA & JAECOO มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการขยายเครือข่ายโชว์รูมจากเดิม 23 แห่ง เป็นกว่า 50 แห่งทั่วประเทศภายในปีนี้ ควบคู่ไปกับการยกระดับบริการหลังการขาย โดยได้ร่วมมือกับ DHL Express ในการจัดส่งอะไหล่ระหว่างประเทศภายใน 3 วัน พร้อมขยายคลังอะไหล่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ และลดระยะเวลาการสั่งซื้ออะไหล่เร่งด่วนจาก 30 วัน เหลือเพียง 15 วัน
นอกจากนี้ ยังมีแผนเพิ่มบริการดูแลตัวถังและสีที่ได้รับการรับรองมาตรฐานให้ครบทุกโชว์รูม และเตรียมเปิด ศูนย์ฝึกอบรม (Training Center) แห่งใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อให้ทุกการบริการเป็นไปตามมาตรฐานและมีประสิทธิภาพสูงสุด
ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า: CRM และบริการรถยนต์ทดแทน
เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า OMODA & JAECOO กำลังพัฒนาระบบ CRM โดยเฉพาะระบบการจองออนไลน์ เพื่อให้ลูกค้ารับบริการที่รวดเร็ว และที่สำคัญคือ บริการรถยนต์ทดแทน สำหรับลูกค้าที่รถต้องใช้ระยะเวลาในการซ่อมแซมเกิน 3 วัน นอกจากนี้ ยังมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศไทย (โทร 02-0208888 กด 1) ฟรี 5 ปี ไม่จำกัดจำนวนครั้ง
การแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจีน: BYD และ Tesla นำทัพ
ข้อมูลจากตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจีนในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2566 แสดงให้เห็นถึงการแข่งขันที่เข้มข้น โดย Tesla Model Y ครองอันดับหนึ่งด้วยยอดขายกว่า 203,932 คัน ตามมาด้วย BYD Dolphin และ BYD Atto 3 (Yuan PLUS) ซึ่งสะท้อนถึงความนิยมของแบรนด์ BYD ในตลาดจีนอย่างชัดเจน รถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติญี่ปุ่นยังคงมีส่วนแบ่งการตลาดที่จำกัด โดย Toyota bZ3 อยู่ในอันดับที่ 54 ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า และร่วงลงไปอีกเมื่อรวมรถยนต์พลังงานใหม่ (New Energy Vehicles) ทั้งหมด
การลดต้นทุนแบตเตอรี่: CATL และ BYD ปฏิวัติวงการ EV
ข่าวดีสำหรับผู้บริโภคทั่วโลกคือ CATL และ BYD กำลังผลักดันการลดต้นทุนการผลิตแบตเตอรี่ลงถึง 50% ภายในปี 2567 นี้ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) สามารถเข้าสู่ยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งแบตเตอรี่ที่ถูกลง ชาร์จเร็วขึ้น และโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น
CATL มุ่งมั่นที่จะลดราคาเซลล์แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) VDA spec ลงมาที่ 0.4 หยวนต่อ Wh ซึ่งจะทำให้ต้นทุนแบตเตอรี่ 60 กิโลวัตต์ชั่วโมงลดลงกว่าครึ่งหนึ่ง BYD ผ่านแผนก FinDreams ก็มีเป้าหมายในการลดต้นทุนอย่างต่อเนื่องเช่นกัน การแข่งขันในตลาดแบตเตอรี่ที่ดุเดือดนี้ แม้บางผู้ผลิตอาจต้องแบกรับภาระต้นทุนในระยะสั้น แต่ก็ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการขยายส่วนแบ่งทางการตลาด
บทบาทของเทคโนโลยีแบตเตอรี่ VDA
เซลล์แบตเตอรี่แบบ VDA เป็นมาตรฐานที่พัฒนาในเยอรมนีสำหรับเซลล์แบตเตอรี่ปริซึมสี่เหลี่ยม ซึ่ง CATL กำลังส่งมอบเซลล์ LFP ขนาด 173 Ah VDA-spec พร้อมการชาร์จเร็ว 2.2C ให้กับผู้ผลิตรถยนต์ในราคาเฉลี่ย 0.4 หยวนต่อ Wh ซึ่งลดลงอย่างมากจากปีก่อนหน้า อัตราการชาร์จ 2.2C หมายความว่าสามารถชาร์จแบตเตอรี่จนเต็มได้ภายใน 30 นาทีหรือน้อยกว่า
นัยสำคัญของการลดต้นทุนแบตเตอรี่ต่อตลาด EV
การลดต้นทุนแบตเตอรี่นี้มีนัยสำคัญอย่างยิ่งต่อการปฏิวัติวงการ EV ทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดจีน เอเชีย และยุโรป ซึ่งอาจได้รับประโยชน์โดยตรงจากราคาแบตเตอรี่ที่ต่ำลง อย่างไรก็ตาม ตลาดสหรัฐอเมริกาอาจเผชิญอุปสรรคทางการค้าบางประการที่อาจทำให้การเข้าถึงแบตเตอรี่ราคาถูกเป็นไปได้ยากขึ้น
Changan Automobile: ยักษ์ใหญ่จีน รุกตลาด EV ไทย ด้วยการลงทุนมหาศาล
Changan Automobile หนึ่งในผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำของประเทศจีน ได้ประกาศการลงทุนครั้งใหญ่ในประเทศไทย ด้วยมูลค่า 9,800 ล้านบาท เพื่อก่อตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียน
Changan Automobile มีประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 161 ปี และเป็นแบรนด์ยานยนต์ในประเทศที่มียอดขายสูงที่สุดในจีน บริษัทฯ มีความสามารถในการวิจัยและพัฒนาที่แข็งแกร่ง สร้างความร่วมมือระดับนานาชาติใน 6 ประเทศ 9 ภูมิภาคทั่วโลก และมีเป้าหมายในการยุติการขายรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงแบบเดิม พร้อมเพิ่มรถยนต์ไฟฟ้าให้ครอบคลุมกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้งหมดภายในปี 2568
ผลิตภัณฑ์ EV ที่น่าจับตาจาก Changan
Changan นำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าที่หลากหลาย อาทิ Changan Lumin รถยนต์ไฟฟ้าแฮทช์แบ็คขนาดเล็ก, Changan Deepal SL03 รถยนต์ไฟฟ้าซีดานขนาดกลาง, Changan Qiyuan A07 รถยนต์ไฟฟ้าดีไซน์ Coupé, Changan S7 รถยนต์ไฟฟ้า SUV ขนาดกลาง และ Avatr 11 รถยนต์ไฟฟ้า SUV Coupé สมรรถนะสูง
โรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแห่งใหม่ในประเทศไทยของ Changan จะมีกำลังการผลิต 100,000 คันต่อปี เพื่อรองรับตลาดภายในประเทศและส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหราชอาณาจักร และแอฟริกาใต้
Mazda CX-5: ยกระดับสู่ตลาดรถหรู
มีรายงานจากนิตยสาร Best Car ของญี่ปุ่นว่า Mazda อาจยกระดับรถ SUV รุ่น CX-5 ใหม่ ให้มีความหรูหราและสมรรถนะที่เหนือกว่าเดิม เพื่อแข่งขันในตลาดรถหรูที่ Mercedes-Benz และ BMW ครองตลาดอยู่ การเปลี่ยนแปลงนี้จะรวมถึงโครงสร้างใหม่ ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และเครื่องยนต์แบบใหม่ ทั้ง Mild-Hybrid และดีเซล
Mazda CX-5 รุ่นใหม่คาดว่าจะเปิดตัวในปี 2566 และทำตลาดจริงในปี 2567 ซึ่งอาจเป็นการตอกย้ำกลยุทธ์ของ Mazda ที่ต้องการยกระดับแบรนด์ให้มีความพรีเมียมมากยิ่งขึ้น
Mercedes-Benz GLC EV: ก้าวสำคัญสู่ยุคไฟฟ้า 100%
Mercedes-Benz ประกาศเดินหน้าเต็มกำลังสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยการเตรียมเปิดตัว Mercedes-Benz GLC EV ในฤดูใบไม้ผลิปี 2569 GLC เป็นรถยนต์ขายดีที่สุดของ Mercedes-Benz ทั่วโลก การพัฒนา GLC EV รุ่นไฟฟ้า 100% ถือเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด โดยรถรุ่นนี้จะสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มไฟฟ้า 800V ใหม่ทั้งหมด และคาดว่าจะวิ่งได้ระยะทางไกลถึง 650 กิโลเมตร (WLTP) ด้วยแบตเตอรี่ขนาด 94.5 kWh
GLC EV จะมาพร้อมระบบชาร์จ 800V DC fast charging สูงสุด 320 kW สามารถเติมระยะทางได้ 260 กิโลเมตร ภายใน 10 นาที และจะมาพร้อมพอร์ต NACS ตั้งแต่วันแรก เพื่อให้สามารถใช้งานกับ Tesla Supercharger ได้ทันที
การทดลองขับต้นแบบ GLC EV เผยให้เห็นถึงสมรรถนะที่ตอบสนองได้ดี ระบบช่วงล่างถุงลมที่นุ่มนวลแต่มั่นคง และระบบบังคับเลี้ยวล้อหลังที่ช่วยเพิ่มความคล่องตัว แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยราคาและรายละเอียดภายในห้องโดยสาร แต่ GLC EV ก็ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่ Mercedes-Benz ใช้สู้ในตลาด SUV ไฟฟ้าขนาดกลางที่มีการแข่งขันสูง
อนาคตแห่งการขับเคลื่อน: ความหลากหลายและนวัตกรรม
อุตสาหกรรมยานยนต์กำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ GWM ด้วยกลยุทธ์ Multi-powertrains และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคอย่าง NEW GWM TANK 300 DIESEL กำลังพิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพที่แข็งแกร่ง OMODA & JAECOO กำลังสร้างปรากฏการณ์การเติบโตระดับโลกด้วยเทคโนโลยี SHS อันล้ำสมัย และเตรียมรุกตลาดไทยอย่างเต็มกำลัง การลงทุนของ Changan Automobile ในประเทศไทย สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาด EV ไทย
การแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้ายังคงดุเดือด โดยเฉพาะการลดต้นทุนแบตเตอรี่จาก CATL และ BYD ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันให้รถยนต์ไฟฟ้าเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น ในขณะที่แบรนด์ชั้นนำอย่าง Mercedes-Benz ก็กำลังเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ EV สู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง
มองไปข้างหน้า: ผู้บริโภคจะมีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งในด้านประเภทของรถยนต์ พลังงานที่ใช้ และระดับราคา การเลือกยานพาหนะที่เหมาะสมกับความต้องการและไลฟ์สไตล์ ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในยุคที่เทคโนโลยีกำลังพัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้ง
หากคุณกำลังมองหายานยนต์ที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน เต็มเปี่ยมด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย และให้ความสำคัญกับประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดในราคาที่คุ้มค่า… ถึงเวลาแล้วที่คุณจะเปิดรับประสบการณ์ใหม่ไปพร้อมกับ GWM Thailand และแบรนด์ยานยนต์ชั้นนำอื่นๆ ที่กำลังจะเข้ามาเขย่าวงการ!

