ตลาดรถยนต์เยอรมนี: การเปลี่ยนแปลงสู่ยุคใหม่และโอกาสสำหรับผู้ผลิต
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมยานยนต์มายาวนานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในตลาดรถยนต์ทั่วโลก และตลาดเยอรมนีซึ่งเป็นศูนย์กลางของนวัตกรรมยานยนต์ ก็เป็นหนึ่งในตลาดที่น่าจับตาเป็นพิเศษ ข้อมูลล่าสุดในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2018 ที่ผ่านมา เผยให้เห็นถึงพลวัตที่น่าสนใจใน ตลาดรถยนต์เยอรมนี ซึ่งสะท้อนถึงแนวโน้มที่กำลังจะเกิดขึ้นทั่วโลก
ภาพรวมตลาดรถยนต์เยอรมนี: การเติบโตอย่างมั่นคงท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง
ข้อมูลจากการจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ใน ตลาดรถยนต์เยอรมนี บ่งชี้ถึงการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยมียอดจดทะเบียนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลรวมทั้งสิ้น 1,838,031 คัน เพิ่มขึ้น 2.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และหากนับรวมรถยนต์ทุกประเภท จะมียอดจดทะเบียนถึง 2,146,615 คัน เพิ่มขึ้น 3.2% การเติบโตนี้แสดงให้เห็นถึงความต้องการรถยนต์ที่ยังคงมีอยู่สูงในประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพและความทนทานของยานยนต์
การเปลี่ยนแปลงของขุมพลัง: ดีเซลถดถอย เบนซินครองเมือง และไฟฟ้าที่กำลังก้าวหน้า
สิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือการเปลี่ยนแปลงในส่วนแบ่งของประเภทขุมพลัง:
เครื่องยนต์เบนซิน ยังคงเป็นผู้นำอย่างแข็งแกร่ง โดยครองส่วนแบ่งถึง 63.1% และเพิ่มขึ้นถึง 16.3% บ่งชี้ว่าผู้บริโภคยังคงให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าและความพร้อมของสถานีบริการน้ำมัน
เครื่องยนต์ดีเซล กลับพบว่าส่วนแบ่งตลาดลดลงอย่างน่าใจหายถึง 20% เหลือเพียง 21.1% การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นผลมาจากความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมและกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นในหลายเมืองของยุโรป
รถยนต์ไฟฟ้า (EV) แม้จะมีส่วนแบ่งตลาดเพียง 0.9% แต่การเติบโตของมันเป็นสิ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้ และเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์
35 อันดับแบรนด์รถยนต์ยอดนิยมในตลาดรถยนต์เยอรมนี: การแข่งขันที่ดุเดือด
ในช่วงเดือนมกราคมถึงมิถุนายน 2018 ที่ผ่านมา การแข่งขันใน ตลาดรถยนต์เยอรมนี ยังคงเข้มข้น โดยมีแบรนด์ชั้นนำหลายรายที่สามารถครองใจผู้บริโภคชาวเยอรมันได้สำเร็จ:
Volkswagen: ครองอันดับหนึ่งด้วยยอดขาย 361,659 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 19.7% และเติบโตขึ้น 8.6% แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ที่เป็นที่ยอมรับมายาวนาน
Mercedes-Benz: แม้จะลดลง 2.7% แต่ยังคงรักษาตำแหน่งอันดับสองไว้ได้ด้วยยอดขาย 162,614 คัน และส่วนแบ่งตลาด 8.8%
Audi: มาในอันดับสาม ด้วยยอดขาย 151,353 คัน และส่วนแบ่งตลาด 8.2% ลดลง 2.0%
Ford: ทำผลงานได้ดีด้วยยอดขาย 135,681 คัน ส่วนแบ่งตลาด 7.4% และเติบโตขึ้น 5.7%
BMW: ครองอันดับห้า ด้วยยอดขาย 130,132 คัน ส่วนแบ่งตลาด 7.1% แต่ลดลง 1.0%
ตามมาด้วย Opel (อันดับ 6), Skoda (อันดับ 7) ซึ่งเติบโตขึ้นอย่างน่าสนใจ, Renault (อันดับ 8), Seat (อันดับ 9) ที่มีการเติบโตโดดเด่นถึง 16.4%, และ Hyundai (อันดับ 10) ที่เติบโตถึง 10.9% แสดงให้เห็นถึงความพยายามของแบรนด์จากเอเชียในการเจาะตลาด รถยนต์ในเยอรมนี
ในอันดับถัดมา Fiat (อันดับ 11) ที่มียอดขายลดลง, Toyota (อันดับ 12) ที่มีการเติบโตที่ดี, Dacia (อันดับ 13) ที่โดดเด่นด้วยการเติบโตถึง 24.6%, Peugeot (อันดับ 14) และ Mazda (อันดับ 15) ที่มียอดขายลดลงเล็กน้อย
Kia (อันดับ 16) ทำผลงานเติบโตได้ดี, Nissan (อันดับ 17) มียอดขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ, Citroen (อันดับ 18) เติบโตเล็กน้อย, MINI (อันดับ 19) ที่เติบโตได้ดี, และ Mitsubishi (อันดับ 20)
Smart (อันดับ 21) มียอดขายเติบโตโดดเด่นถึง 17.5%, Volvo (อันดับ 22) ทรงตัว, Suzuki (อันดับ 23) ลดลงเล็กน้อย, Porsche (อันดับ 24) แบรนด์หรูจากเยอรมนีที่มียอดขายเติบโต 8.9%, และ Honda (อันดับ 25) ที่เติบโต 9.8%
กลุ่มที่เหลือประกอบด้วย Land Rover (อันดับ 26) ที่ลดลงมาก, Jeep (อันดับ 27) เติบโตสูงถึง 19.2%, Jaguar (อันดับ 28) ลดลง, Subaru (อันดับ 29) ลดลง, และ Alfa Romeo (อันดับ 30) เติบโต
DS (อันดับ 31) ทำสถิติเติบโตสูงสุดถึง 28.7%, Lexus (อันดับ 32) ลดลง, Ssangyong (อันดับ 33) ลดลง, และ Tesla (อันดับ 34) ซึ่งเป็นผู้นำด้านรถยนต์ไฟฟ้า ก็ยังคงมียอดขายลดลง 33.8% ในช่วงเวลานั้น
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย: การยกระดับมาตรฐานการส่งมอบสู่ความเป็นเลิศ
ในขณะที่ ตลาดรถยนต์เยอรมนี กำลังปรับตัวไปสู่ยุคใหม่ ในประเทศไทยเอง แบรนด์รถยนต์หรูอย่าง Mercedes-Benz ก็กำลังเดินหน้ายกระดับมาตรฐานการดำเนินงานของตนเองอย่างต่อเนื่อง การเปิดตัว ศูนย์เตรียมรถยนต์ใหม่ (Vehicle Preparation Center – VPC) บนพื้นที่กว่า 100,000 ตารางเมตร บนถนนบางนา-ตราด กม.30 โดย Mercedes-Benz Thailand ร่วมกับ บริษัท บางชันเยนเนอเรลเอเซมบลี จำกัด สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเพิ่มประสิทธิภาพและศักยภาพในการตรวจสอบคุณภาพรถยนต์ก่อนส่งมอบ (Pre Delivery Inspection – PDI)
M. Michael Grewe, ประธานบริหาร Mercedes-Benz (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ภายใต้ปรัชญาของบริษัทฯ ที่มีความมุ่งมั่นในการมอบ ‘สิ่งที่ดีที่สุด’ ให้กับลูกค้าทั้งในวันนี้ และวันข้างหน้า” การลงทุนครั้งใหญ่นี้ไม่ได้เป็นเพียงการขยายขีดความสามารถในการรองรับรถยนต์ให้ได้กว่า 20,000 คันต่อปี แต่ยังเป็นการตอกย้ำตำแหน่งผู้นำตลาดรถหรูอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง Mercedes-Benz ได้ครองมานานกว่าทศวรรษ ด้วยการนำเสนอรถยนต์ที่หลากหลายครอบคลุมทุกกลุ่ม ตั้งแต่ Compact Car, Contemporary Luxury, Dream Car, ไปจนถึง SUV
ความร่วมมือระยะยาว 10 ปี (2561-2570) กับ บริษัท บางชันเยนเนอเรลเอเซมบลี จำกัด ซึ่งเป็นพันธมิตรที่ไว้วางใจมาตั้งแต่ปี 2544 แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของกระบวนการ PDI ที่มีต่อคุณภาพและความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า การย้ายจากพื้นที่เดิมที่รองรับได้ 12,000 คันต่อปี มายังศูนย์แห่งใหม่ที่มีศักยภาพสูงกว่าเดิมถึง 20,000 คันต่อปี บ่งบอกถึงการเตรียมพร้อมสำหรับแผนธุรกิจในอนาคตและการเติบโตของยอดขาย
M. Grewe เน้นย้ำถึงการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาใช้ในศูนย์แห่งนี้ เพื่อเพิ่มความสะดวกและรวดเร็วในการตรวจสอบ โดยทุกกระบวนการจะดำเนินการภายใต้การทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับ Daimler AG เพื่อให้มั่นใจว่ารถยนต์ที่ส่งมอบให้แก่ผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ จะมีคุณภาพสูงสุดตามมาตรฐานสากล ภายใต้วิสัยทัศน์ “การสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ผ่านการส่งมอบรถยนต์ที่มีความเสียหายจากการผลิตเป็นศูนย์ (Zero Defect Customized Vehicles with Customer Delight)”
คุณวันชัย จึงสงวนพรสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางชันเยนเนอเรลเอเซมบลี จำกัด เสริมว่า การขยายพื้นที่จากเดิมถึง 4 เท่า ทำให้สามารถรองรับกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่การจอดรถกว่า 2,000 คัน, กระบวนการ PDI, การเตรียมความพร้อมรถยนต์ทั้งกลุ่ม CKD (ประกอบในประเทศ) และ CBU (นำเข้า), ไปจนถึงการดูแลรักษา (Maintenance) ก่อนส่งมอบ
การผสมผสานเทคโนโลยีจากเยอรมนีเข้ากับความชำนาญของทีมช่างไทย ถือเป็นจุดแข็งสำคัญของ Mercedes-Benz Thailand และ บางชันฯ ในการยกระดับคุณภาพกระบวนการ PDI โดยนำระบบ Conveyor System, อุโมงค์ล้างรถอัตโนมัติ, อุโมงค์ไฟ LED ขนาดใหญ่สำหรับการตรวจสอบสีรถ, เครื่องมือตรวจเช็กระบบกลไกจากเยอรมนี, และการติดตั้งโซลาเซลล์เพื่อผลิตพลังงานสะอาด 25% มาใช้ รวมถึงการใช้ Brake Tester และเทคโนโลยีการซ่อมสีแบบ UV (Smart Repair) และ IR (ห้องพ่นสีหลัก) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ขั้นตอน PDI ที่ครอบคลุม ตั้งแต่ Pre-PDI (รับรถ, จอด, ล้าง, ติดตั้งอุปกรณ์เสริม), PDI (ตรวจสอบภายนอก, ภายใน, ช่วงล่าง, ระบบไฟฟ้าด้วย Xentry Diagnosis Test), ไปจนถึง Post-PDI (ทำความสะอาด, ตรวจสอบรอบสุดท้าย, จัดการเอกสาร) ล้วนถูกออกแบบมาเพื่อส่งมอบรถยนต์ Mercedes-Benz คุณภาพเยี่ยมสู่มือลูกค้า
ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของศูนย์เตรียมรถยนต์ใหม่
นอกจากประสิทธิภาพในการดำเนินงานแล้ว ศูนย์เตรียมรถยนต์ใหม่ยังให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ด้วยการใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ผ่านโซลาเซลล์ที่สามารถชดเชยพลังงานไฟฟ้าได้ถึง 25% ของการใช้ทั้งหมด รวมถึงการบำบัดและหมุนเวียนน้ำที่ใช้ในการล้างรถ ซึ่งช่วยลดการใช้น้ำลงถึง 70% สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของ Mercedes-Benz ในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน
การแข่งขันในตลาด SUV ของ Mazda: การชิงความเป็นผู้นำที่น่าจับตา
อีกหนึ่งเรื่องราวที่น่าสนใจใน ตลาดรถยนต์ไทย คือการแข่งขันที่ดุเดือดในกลุ่ม SUV ซึ่ง Mazda ได้แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์ที่แข็งแกร่ง โดยสามารถครองอันดับหนึ่งในตลาด SUV ในเดือนเมษายน 2563 ด้วยยอดขายเกือบ 500 คัน
Mazda มีความโดดเด่นด้วยการนำเสนอ รถยนต์ SUV ที่หลากหลายถึง 4 รุ่น คือ CX-3, CX-30, CX-5, และ CX-8 ซึ่งทำให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกันได้อย่างครอบคลุม CX-30 ที่เพิ่งเปิดตัวในเดือนมีนาคม เป็นรุ่นที่ทำยอดขายสูงสุดถึง 346 คัน รองลงมาคือ CX-5, CX-8, และ CX-3 ตามลำดับ
คุณชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “Mazda จะมุ่งมั่นในการทำตลาดรถยนต์ Crossover ด้วยการพัฒนา และเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ในตระกูล CX ที่ตอบโจทย์การใช้งานควบคู่กับการยกระดับการให้บริการหลังการขายให้ดีที่สุด” เป้าหมายของ Mazda คือการเป็นผู้นำในตลาด SUV ต่อไป ด้วยการเปิดตัวรถยนต์รุ่นปรับโฉมใหม่ และการยกระดับภาพลักษณ์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากขึ้น
ด้วยอาวุธที่ครบมือ ทั้ง Subcompact SUV 2 รุ่นที่ตอบโจทย์ลูกค้าต่างกัน, CX-5 ที่โดดเด่นด้วยเครื่องยนต์และการออกแบบ, และ CX-8 ที่เข้ามาเติมเต็มช่องว่างในตลาด Segment ที่ยังไม่มีแบรนด์ญี่ปุ่นรายอื่นเข้ามาทำตลาด ทำให้ Mazda มีศักยภาพที่จะครองความเป็นผู้นำในตลาด SUV ต่อไป
Volvo V40 T4 ปี 2017: การปรับโฉมเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่
ในอดีต เมื่อปี 2559 Volvo ได้เปิดตัว Volvo V40 T4 ปี 2017 ที่งาน Motor Expo 2016 ซึ่งเป็นการปรับโฉมครั้งใหญ่ (Big Minor Change) เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาดและไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่
การปรับปรุงที่สำคัญ ได้แก่ การใช้เครื่องยนต์ Drive-E เบนซินเทอร์โบ 2.0 ลิตร ให้กำลัง 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 300 นิวตันเมตร พร้อมการออกแบบไฟหน้าใหม่ในสไตล์ “ค้อนของเทพเจ้าธอร์” (Thor Hammer) ซึ่งจะเป็นโฉมหน้าใหม่ของ Volvo รุ่นต่อๆ ไป
M. Anette Andersson, กรรมการผู้จัดการ Volvo Car (ประเทศไทย) กล่าวว่า V40 เป็นรถยนต์แฮทช์แบ็ค 5 ประตูระดับพรีเมียมที่ได้รับความนิยมอย่างมากในยุโรป และได้รับความนิยมในไทยเช่นกัน ทำให้ Volvo สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น
การปรับดีไซน์ภายนอกและภายในให้ทันสมัย สะท้อนถึงอิสระในการเดินทาง ด้วยเบาะนั่งสปอร์ตหุ้มหนังสีดำ, พวงมาลัยดีไซน์ใหม่, และการตกแต่งด้วยอลูมิเนียมสีดำ แสดงถึงเอกลักษณ์การออกแบบจากสวีเดน
นอกจากนี้ยังมาพร้อมเทคโนโลยี Sensus Connect ที่ให้การควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ผ่านปลายนิ้วสัมผัส หรือคำสั่งเสียง, การเชื่อมต่อ Bluetooth, และจอแสดงผล TFT ขนาด 8 นิ้วที่ปรับเปลี่ยนธีมสีได้ 3 รูปแบบ (Elegance, Eco, Performance) ระบบกรองอากาศอัจฉริยะ CleanZone Air Purification System ช่วยให้อากาศในห้องโดยสารบริสุทธิ์
ในด้านความปลอดภัย Volvo V40 T4 ปี 2017 ยังคงมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ทันสมัย เช่น ระบบช่วยในการจอดรถอัตโนมัติ (Park Assist Pilot) และระบบป้องกันการชนขณะขับขี่ความเร็วต่ำ City Safety ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายของ Volvo ที่จะไม่มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บสาหัสในรถ Volvo รุ่นใหม่ภายในปี 2020
การปรับปรุงเครื่องยนต์ให้มีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ต่ำกว่า 150 กรัมต่อกิโลเมตร ยังสอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐในการสนับสนุนรถยนต์ที่ปล่อยไอเสียต่ำ
รถยนต์ไฟฟ้า 7 ที่นั่ง: ทางเลือกใหม่สำหรับครอบครัวยุค 2025
ในปัจจุบัน การเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) กำลังเร่งตัวขึ้น และ รถยนต์ไฟฟ้า 7 ที่นั่ง ได้กลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับครอบครัวที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยที่มากขึ้น พร้อมกับเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว
Kia EV9: รถยนต์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ 6-7 ที่นั่ง ดีไซน์ดุดัน มาพร้อม 2 รุ่นย่อย EV9 Earth Long Range RWD และ EV9 GT-Line Long Range AWD ที่มีระยะทางวิ่งสูงสุด 680 กม. (NEDC) และรองรับการชาร์จ DC Fast Charge ที่รวดเร็ว
Mercedes-Benz EQS 450 SUV: รถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ขับเคลื่อนด้วยระบบ 4MATIC ให้ความหรูหรา เงียบสงบ และระยะทางวิ่งสูงสุด 660 กม. เป็นรุ่นแรกที่ประกอบในไทย
DENZA D9: รถยนต์ไฟฟ้า 7 ที่นั่ง จาก BYD ที่โดดเด่นด้วยความกว้างขวางภายในห้องโดยสาร และเทคโนโลยีที่จัดเต็ม มีให้เลือกทั้งรุ่น Premium FWD และ Performance AWD
ZEEKR 009: รถแวนไฟฟ้า 7 ที่นั่ง ที่เน้นความแข็งแกร่งของตัวถัง และระบบเครื่องเสียงระดับพรีเมียมจาก YAMAHA พร้อมจอ OLED ขนาดใหญ่ 17 นิ้ว
XPENG X9: รถ EV 7 ที่นั่ง ที่เน้นเทคโนโลยีล้ำสมัย เบาะปรับไฟฟ้า 18 ทิศทาง และระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะที่เหนือกว่าคู่แข่ง
Volvo EX90: SUV ไฟฟ้า 7 ที่นั่ง พรีเมียม ดีไซน์สแกนดิเนเวียน มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำสมัย และระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 745 กม.
MG Maxus 9: รถ MPV ไฟฟ้า 7 ที่นั่ง สุด Luxury ที่ให้ความคุ้มค่าด้วยออปชันและฟังก์ชันที่ครบครัน
MG Maxus 7: รถ MPV ไฟฟ้า 7 ที่นั่ง ที่ย่อส่วนมาจาก Maxus 9 ให้ความคล่องตัวและราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น พร้อมระยะทางวิ่ง 570 กม. (NEDC)
BYD M6: MPV ไฟฟ้าดีไซน์ใหม่ที่ลงตัว เหมาะสำหรับครอบครัว ด้วยขุมพลังจาก LFP Blade Battery และการออกแบบภายในที่น่าสนใจ
Volkswagen ID.Buzz: รถตู้ไฟฟ้า 5 หรือ 7 ที่นั่ง ดีไซน์คลาสสิกผสมผสานความทันสมัย พร้อมระยะทางวิ่ง 418 กม. (WLTP)
การมาถึงของ รถยนต์ไฟฟ้า 7 ที่นั่ง ในตลาด แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้การเลือก รถยนต์ไฟฟ้า 7 ที่นั่ง 2025 เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นและมีตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้น
บทสรุป: การปรับตัวคือหัวใจสำคัญของความสำเร็จในอุตสาหกรรมยานยนต์
จากภาพรวมของ ตลาดรถยนต์เยอรมนี ที่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภค ควบคู่ไปกับการพัฒนามาตรฐานการส่งมอบที่เข้มข้นของแบรนด์หรูในประเทศไทย และการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาด SUV รวมถึงการมาถึงของยานยนต์ไฟฟ้า 7 ที่นั่ง ล้วนเป็นเครื่องยืนยันว่าอุตสาหกรรมยานยนต์กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการนี้ ผมเชื่อมั่นว่า การปรับตัวอย่างรวดเร็วต่อการเปลี่ยนแปลง การลงทุนในเทคโนโลยีแห่งอนาคต และการให้ความสำคัญสูงสุดกับประสบการณ์ของลูกค้า คือกุญแจสำคัญที่จะนำพาผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์ไปสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน
หากท่านกำลังมองหาโอกาสในการลงทุน หรือต้องการคำปรึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับ ตลาดรถยนต์เยอรมนี, การซื้อขายรถยนต์ในเยอรมนี, หรือแนวโน้ม รถยนต์ไฟฟ้า 7 ที่นั่ง 2025 โปรดอย่าลังเลที่จะติดต่อผู้เชี่ยวชาญของเรา เพื่อร่วมกันสำรวจโอกาสที่น่าตื่นเต้นเหล่านี้ไปพร้อมกัน

