• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N0901117 าร อยแลกเม part2

admin79 by admin79
January 6, 2026
in Uncategorized
0
N0901117 าร อยแลกเม part2

ภาพรวมตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทย: แนวโน้ม, สถิติยอดขาย และทิศทางอนาคต (ปี 2567)

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในตลาดรถยนต์ไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการก้าวเข้ามาของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) แม้ว่าอัตราการเติบโตของ รถยนต์ไฟฟ้า จะยังไม่ร้อนแรงเท่ากับรถยนต์ไฮบริด (HEV) ในช่วงที่ผ่านมา แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทัศนคติของผู้บริโภคชาวไทยต่อ EV นั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง จากที่เคยเป็นเพียงรถยนต์ที่หาพบได้ยากบนท้องถนนเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว วันนี้ รถยนต์ไฟฟ้า EV ได้กลายเป็นส่วนสำคัญของตลาด โดยมีสัดส่วนรถยนต์ใหม่ที่ขายออกไปกว่า 15% เป็น รถยนต์ไฟฟ้า 100% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการเป็นเจ้าของ รถ EV ไทย นั้นไม่ใช่เรื่องแปลกอีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการเติบโตของ ตลาดรถ EV ไทย ในปี 2567 นี้ มีความท้าทายกว่าที่คาดการณ์ไว้ อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ด้านการเงินที่ชะลอตัวตั้งแต่ช่วงปี 2566 ยอดขายที่เคยพุ่งแรงกลับดูซบเซาลงอย่างเห็นได้ชัด แม้จะมีการกระตุ้นยอดขายในช่วงปลายปี 2566 ด้วยการประกาศว่า ราคารถ EV ปี 2567 จะปรับสูงขึ้น แต่ปัจจัยทางเศรษฐกิจที่กระทบต่อกำลังซื้อของประชาชนโดยตรง ส่งผลให้ภาพรวมตลาด รถยนต์ไฟฟ้าใหม่ ไม่ได้เติบโตอย่างที่ควรจะเป็น

มีบางกระแสที่พูดคุยกันว่า รถ EV จะมาเป็นกระแสแล้วหายไป โดยยกตัวอย่างค่ายรถยนต์ที่เคยเน้นขาย EV กลับหันไปผลิตรถยนต์ไฮบริด (HEV) และปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) บ้าง ทว่าในมุมมองของผม รถยนต์ไฟฟ้า EV จะไม่หายไปไหนอย่างแน่นอน เหตุผลสำคัญคือกลุ่มผู้ใช้งาน รถยนต์ไฟฟ้า ในปัจจุบัน แบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลัก ได้แก่ ผู้ที่ชื่นชอบเทคโนโลยีและความทันสมัย และผู้ที่คำนึงถึงความประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางต่อกิโลเมตร กลุ่มหลังนี้ หากไม่ประสบปัญหาเกี่ยวกับคุณภาพรถยนต์หรือการบริการที่ย่ำแย่จนเกินรับไหว จะไม่มีวันกลับไปใช้รถยนต์น้ำมันอีกอย่างแน่นอน ดังนั้น โอกาสในการเติบโตของ ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า จึงยังมีอยู่เรื่อยๆ เพียงแต่จะอยู่ในอัตราการเติบโตที่ช้าลงหรือเร็วขึ้นเท่านั้น

บทความนี้ได้รวบรวมข้อมูลสถิติยอดจดทะเบียน รถยนต์ไฟฟ้า ในประเทศไทย ช่วง 10 เดือนแรกของปี 2567 (มกราคม – ตุลาคม) โดยอ้างอิงข้อมูลจาก AutolifeThailand.tv เพื่อให้เห็นภาพรวมของ รุ่นรถ EV ขายดี และแนวโน้มของ ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทย

10 อันดับ รุ่นรถยนต์ไฟฟ้า EV ขายดีในไทย (ยอดจดทะเบียน ม.ค. – ต.ค. 2567)

อันดับ 10: MG EP (ยอดสะสม 1,643 คัน)

MG EP ถือเป็นหนึ่งใน รถยนต์ไฟฟ้า รุ่นแรกๆ ที่ช่วยขยายฐานผู้ใช้ EV ในไทย ก่อนที่แบรนด์อย่าง BYD จะเข้ามาทำตลาดอย่างจริงจัง ด้วยรูปทรงแบบสเตชั่นแวกอนที่มีขนาดใหญ่ อุปกรณ์ที่ครบครันในราคาที่เข้าถึงง่าย ทำให้ EP ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้กล้าลองใช้ รถ EV ยุคแรก ปัจจุบัน แม้จะมีตัวเลือกในราคาใกล้เคียงกันเพิ่มขึ้น แต่ MG EP ยังคงรักษาฐานลูกค้าไว้ได้ ด้วยการปรับลดราคาลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดลดราคาจาก 771,000 บาท เหลือ 671,000 บาท อีกทั้งยังมีดีลใหญ่ส่งมอบรถ 2,000 คัน ให้กับ Autodrive EV สำหรับนำไปใช้เป็น Grab EV ส่งผลให้ยอดจดทะเบียนยังคงทรงตัวอยู่ได้ แม้จะอยู่ในช่วงปลายอายุผลิตภัณฑ์

อันดับ 9: ORA Good Cat (ยอดสะสม 1,835 คัน)

ตัวเลขยอดจดทะเบียนนี้สะท้อนถึงรถที่ซื้อไปแล้วและได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก ไม่ใช่ยอดขายจริง หรือยอดจองทั้งหมด ดังนั้น ตัวเลขอาจไม่สะท้อนสถานการณ์ปัจจุบันทั้งหมด แม้ว่าในช่วงปลายปีที่ผ่านมา GWM จะมีการปรับลดราคาหลายรุ่น รวมถึง ORA Good Cat แต่ก่อนหน้านั้น ORA Good Cat ก็ทำยอดขายได้ดีพอสมควร โดยเฉพาะหลังจากการเปิดตัวรุ่นประกอบในประเทศ ที่ใช้แบตเตอรี่สเป็คเดียวกันทุกรุ่นย่อย แม้ราคาจะลดลงไม่มากนัก แต่ด้วยดีไซน์แบบ Retro-futuristic ที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้กลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบในดีไซน์ยังคงเลือกซื้อ และด้วยนโยบายการตั้งราคาที่เน้นความมั่นคงของแบรนด์ ทำให้ลูกค้าบางส่วนเชื่อมั่นว่าจะไม่เกิดปัญหา “ดอย” อย่างไรก็ตาม นโยบายนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปในช่วงไตรมาส 3 และเราต้องรอประเมินผลในต้นปีหน้าว่าจะส่งผลต่อยอดขายโดยรวมอย่างไร

อันดับ 8: Tesla Model 3 (ยอดสะสม 2,718 คัน)

Tesla Model 3 ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจในปีนี้ ซึ่งแตกต่างจากปีก่อนๆ ที่ Model Y ทำยอดขายได้ดีกว่า สาเหตุสำคัญน่าจะมาจาก Model 3 มีการปรับโฉม (Minor Change) ครั้งใหญ่ ที่มีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน ในขณะที่ Model Y เป็นเพียงการอัปเกรดฮาร์ดแวร์และการปรับปรุงกล้อง โดยปัจจัยความสำเร็จของ Model 3 ยังคงอยู่ที่เทคโนโลยีล้ำสมัย ระบบช่วยเหลือการขับขี่ (ADAS) ที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดีไซน์ภายนอกที่สวยงามเหมือนรถต้นแบบ และราคาเริ่มต้นที่ใกล้เคียงกับรถยนต์น้ำมันในกลุ่ม C-Segment อย่าง Toyota Camry หรือ Honda Accord อีกทั้งรุ่น Performance ยังมอบอัตราเร่งที่น่าประทับใจในราคาที่เข้าถึงได้ เมื่อเทียบกับ BMW 3 Series รุ่นเริ่มต้น นอกจากนี้ แบรนด์ Tesla ยังเป็นที่ยอมรับในด้านการคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมถึงผลการทดสอบความปลอดภัยที่ได้คะแนนสูง

อันดับ 7: Aion Y Plus (ยอดสะสม 3,452 คัน)

Aion Y Plus เปิดตัวด้วยความสับสนในเรื่องราคาที่ปรับเปลี่ยนถึง 4 ครั้งในช่วงต้นปี และมีบางฟังก์ชันที่ยังไม่สมบูรณ์ ทว่าท่ามกลางความไม่แน่นอนดังกล่าว Aion Y Plus กลับทำยอดขายได้ไม่น้อย ด้วยการปรับกลยุทธ์ด้านราคาที่แข่งขันได้ และตัวรถเองก็ไม่ได้มีปัญหาในการขับขี่ แม้ระบบ AI ในคำสั่งเสียงบางครั้งอาจมีปัญหา แต่เมื่อขับขี่จริง ผู้ใช้งานหลายคนต่างชื่นชมว่าเป็น รถจีน EV ที่ขับดี ภายในกว้างขวาง และเบาะนั่งสบาย ยิ่งไปกว่านั้น การเปิดตัวรุ่น 410 Premium ในราคาช่วงกลาง 8 แสนบาทในช่วง Motor Show ยิ่งช่วยกระตุ้นยอดจองได้เป็นอย่างดี ทำให้ Aion Y Plus กลายเป็นตัวเริ่มต้นที่สร้างแบรนด์ในไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อันดับ 6: ChangAn Deepal S07 (ยอดสะสม 4,153 คัน)

ChangAn Deepal S07 ประสบความสำเร็จด้วยการนำเสนอดีไซน์ SUV ที่ตรงใจผู้บริโภคชาวไทย แต่ยังไม่เคยมีแบรนด์ใดทำออกมาได้ในราคาที่ใกล้เคียงกับ Honda CR-V รุ่นย่อยล่างๆ ตั้งแต่เปิดตัวในงาน Motor Expo 2023 ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม จุดที่ผู้บริโภคติมีเพียงระบบไฟ 400V ที่อาจจะเก่าไปบ้าง และช่วงล่างที่รู้สึกยวบยาบ แต่ด้วยราคาที่เสนอขาย ลูกค้าส่วนใหญ่ยอมรับได้เนื่องจากได้ทั้งความสวยงาม ความหรูหรา ขนาดที่ใหญ่ และออปชันที่ครบครัน ยอดขายจึงดีอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคชาวไทยเริ่มสังเกตเห็นความแตกต่างของราคาเมื่อเทียบกับตลาดจีน ยิ่งเข้าใกล้ช่วงสิ้นปี ยอดขายเริ่มแผ่วลง ล่าสุดได้มีการจัดแคมเปญ “Big Surprise Deal” ซึ่งหากซื้อเงินสดจะลดราคาได้กว่า 2 แสนบาท เพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วงปลายปี ซึ่งต้องรอดูว่าแคมเปญนี้จะจำกัดระยะเวลาจริงหรือไม่ และจะส่งผลต่อยอดขายในปีถัดไปอย่างไร

อันดับ 5: BYD Seal (ยอดสะสม 4,746 คัน)

BYD Seal ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่เคยมองหาในรถยนต์ซีดานระดับ D-Segment อย่าง Accord หรือ Camry แต่ไม่ได้รับสิ่งที่ต้องการจากผู้ผลิตรถยนต์เหล่านั้น โดย Seal นำเสนอในรูปแบบ รถยนต์ไฟฟ้า ที่มีขนาดใกล้เคียงกัน แต่ให้พละกำลังที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน แม้ว่าการเซ็ตช่วงล่างอาจจะยังไม่ถูกใจนัก แต่เมื่อพิจารณาถึงราคา รูปทรง พละกำลัง ออปชัน และดีไซน์ BYD Seal ถือว่ามีความน่าสนใจ จุดเด่นคือยังมีปุ่มสั่งงานแบบ Physical ให้ใช้งานในฟังก์ชันที่จำเป็น ซึ่งถูกใจผู้ที่ไม่ได้ชื่นชอบการสั่งงานผ่านหน้าจอสัมผัสทั้งหมด ยอดขายช่วงปลายปีที่แล้วบูมมากจากการคาดการณ์ว่าราคาจะปรับขึ้น แต่เมื่อราคาไม่ปรับขึ้น ยอดขายก็แผ่วลงเช่นกัน แม้ Seal จะมีจุดเด่นมากมายและไม่มีข้อผิดพลาดร้ายแรง แต่ลูกค้าบางส่วนอาจยังลังเลที่จะซื้อ รถ EV ราคาล้านกลางๆ จากค่ายนี้ เพราะกังวลเรื่อง “ดอย” ทำให้ Accord และ Camry ยังคงปลอดภัยในตลาด

อันดับ 4: MG 4 ELECTRIC (ยอดสะสม 4,828 คัน)

MG 4 ELECTRIC มีจุดเด่นที่แตกต่างจาก MG Dolphin โดยรุ่น 4 จะตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ต้องการรถยนต์ที่มีช่วงล่างดี ไม่ต้องปรับแต่งก็สามารถขับขี่ได้อย่างสนุกสนาน และไม่ต้องการรถที่มีหลังคากระจก การเปิดตัวรุ่นประกอบในประเทศในรุ่น D, X และ V Long Range พร้อมการปรับปรุงหน้าจอกลางและการบันทึกค่าระบบความปลอดภัยที่เคยเป็นปัญหา รวมถึงราคาที่ถูกลงมาก ทำให้ MG 4 เป็นรถที่ขายได้เรื่อยๆ อย่างสม่ำเสมอ กลุ่มลูกค้าที่เลือก MG 4 ส่วนหนึ่งมองถึงความมั่นคงของแบรนด์ MG ที่อยู่ในตลาดไทยมานานกว่า 10 ปี มีโรงงานประกอบรถในประเทศ และมีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ทำให้เชื่อมั่นในระยะยาว

อันดับ 3: NETA V/VII (ยอดสะสม 5,870 คัน)

NETA V เป็น รถยนต์ไฟฟ้า ที่บุกเบิกตลาด EV ราคาประหยัด ในไทย สามารถนั่งได้ 4 คนโดยไม่รู้สึกอึดอัด เหมาะสำหรับผู้ที่มีงบประมาณใกล้เคียงกับรถอีโคคาร์ โดย NETA ได้รับความนิยมในกลุ่มลูกค้าต่างจังหวัดอย่างมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่การเดินทางต่อวันไม่ไกลนัก ในช่วงต้นปี NETA ได้เปิดตัวรุ่น V II ที่มีการปรับปรุงดีไซน์ท้ายรถและเพิ่มออปชัน ส่งผลให้สามารถดึงดูดลูกค้าได้เป็นจำนวนมาก ก่อนที่จะมีการประกาศลดราคาถึงแสนกว่าบาทในเดือนกรกฎาคม ทำให้ยอดจดทะเบียน 10 เดือนแรกทำได้ดี อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนในอนาคตของแบรนด์ NETA รวมถึงข่าวเกี่ยวกับสถานะทางการเงินของบริษัทแม่ เป็นสิ่งที่น่ากังวลสำหรับผู้บริโภค เราต้องรอดูผลกระทบต่อยอดขายในช่วงปลายปีและต้นปีหน้า

อันดับ 2: BYD ATTO 3 (ยอดสะสม 7,245 คัน)

ปัจจัยความสำเร็จของ BYD ATTO 3 มาจากการเป็น รถยนต์ไฟฟ้า ในขนาดที่คนไทยคุ้นเคย ด้วยรูปทรง SUV ที่เหมาะสมกับสภาพถนนในประเทศไทย ดีไซน์ภายนอกที่สวยงาม (แม้ภายในจะแล้วแต่บุคคล) พละกำลังที่เพียงพอต่อการใช้งาน และออปชันที่ครบครัน ในราคาที่คู่แข่งอย่าง Honda และ Toyota ยากจะเทียบได้ ยิ่งไปกว่านั้น การเปิดตัวรุ่นปี 2024 ประกอบกับการปรับลดราคาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะรุ่น MY2023 ที่ลดราคาลงไปกว่า 340,000 บาทเมื่อเทียบกับวันเปิดตัว และรุ่นปี 2024 ที่ลดราคาไปกว่าแสนบาท กลยุทธ์การลดราคาผนวกกับตัวรถที่ถูกใจคนไทยส่วนใหญ่ ทำให้ BYD ATTO 3 มียอดขายที่แข็งแกร่งและต่อเนื่อง แม้จะมีประเด็นที่ต้องจับตาคือความถี่ในการลดราคาอาจส่งผลต่อความไม่พอใจของลูกค้าเก่า หรือทำให้ลูกค้าใหม่ลังเลที่จะซื้อเพราะกลัว “ดอย” แต่หากพิจารณาเฉพาะตลาด รถยนต์ไฟฟ้า BYD ATTO 3 ยังคงเป็นผู้นำที่น่าจับตามอง

อันดับ 1: BYD Dolphin (ยอดสะสม 11,323 คัน)

แม้ BYD Dolphin จะไม่ใช่รถทรง SUV ที่คนไทยส่วนใหญ่นิยม แต่ด้วยขนาดตัวรถที่ไม่เล็กจนเกินไป มีให้เลือกทั้งรุ่น 95 แรงม้า และ 204 แรงม้า ในราคาที่เข้าถึงง่ายอย่างเหลือเชื่อเมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้รับ อีกทั้งยังมีพื้นที่ภายในที่กว้างขวาง เบาะหลังรองรับผู้ใหญ่ส่วนสูง 6 ฟุตได้อย่างสบาย ดีไซน์ไม่หวือหวา แต่เน้นความคุ้นเคยและถูกจริตคนหมู่มาก ออปชันที่ครบครันกว่า MG ในรุ่นเดียวกัน และการใช้งานที่เป็นมิตรต่อผู้ใช้เมื่อเทียบกับ รถ EV จีน แบรนด์อื่น ทำให้ Dolphin กลายเป็น รถยนต์ไฟฟ้า ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทย มียอดขายที่ไม่มีช่วงขาลง ตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัว เมื่อยอดขายเริ่มชะลอตัว ก็มีการปรับลดราคาอย่างรวดเร็ว ทั้งก่อนงาน Motor Show และช่วงกลางปี เพื่อระบายสต็อกก่อนการเปิดตัวรุ่นประกอบในประเทศ ซึ่งจะมาพร้อมแบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้น และรุ่น Standard ที่รองรับ Fast Charge ได้เร็วขึ้น รูปแบบตัวรถ ขนาด ราคา และการสร้างกระแสอย่างสม่ำเสมอ คือปัจจัยที่ทำให้ Dolphin สามารถว่ายนำคู่แข่งไปได้ และเป็น รถยนต์ไฟฟ้า รุ่นเดียวที่มียอดจดทะเบียนสะสมเกิน 10,000 คัน ในปี 2567 นี้ หรือคิดเป็น 1 ใน 6 ของ รถยนต์ไฟฟ้า EV ที่จดทะเบียนในปีนี้

แนวโน้มตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในปี 2568 และโอกาสทางธุรกิจ

จากข้อมูลยอดจดทะเบียนข้างต้น สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางที่ชัดเจนของ ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทย แม้จะมีปัจจัยท้าทายทางเศรษฐกิจ แต่ความต้องการ รถ EV ยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะในกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับความประหยัดและเทคโนโลยี

การแข่งขันที่ดุเดือด: ค่ายรถยนต์ต่างๆ จะยังคงแข่งขันกันอย่างเข้มข้น ทั้งในด้านราคา นวัตกรรม และการบริการหลังการขาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรุกตลาด รถยนต์ไฟฟ้า ราคาไม่เกิน 1 ล้าน และ รถยนต์ไฟฟ้า ราคาประหยัด จะเป็นหัวใจสำคัญในการขยายฐานลูกค้า
เทคโนโลยีแบตเตอรี่และโครงสร้างพื้นฐาน: ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ให้ระยะทางวิ่งที่ไกลขึ้น และใช้เวลาชาร์จน้อยลง รวมถึงการขยายตัวของสถานีชาร์จ EV Charger ทั่วประเทศ จะเป็นปัจจัยเร่งสำคัญในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค
นโยบายภาครัฐ: การสนับสนุนจากภาครัฐ ทั้งในด้านมาตรการลดหย่อนภาษี การส่งเสริมการผลิต รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ยังคงมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อน ตลาดรถ EV ประเทศไทย
การขยายตัวของตลาดรถยนต์ไฟฟ้ามือสอง: เมื่อจำนวน รถยนต์ไฟฟ้า EV ในตลาดเพิ่มขึ้น ตลาดรถยนต์ไฟฟ้ามือสองก็จะเติบโตตามไปด้วย ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ รถยนต์ไฟฟ้า ในราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น

สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาซื้อ รถยนต์ไฟฟ้า ในปี 2567 นี้ ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการศึกษาข้อมูล เปรียบเทียบรุ่นต่างๆ และพิจารณาถึงความคุ้มค่าในระยะยาว แม้ว่าจะมีข้อกังวลเกี่ยวกับ “ดอย” หรือราคาที่อาจมีการปรับลดลงในอนาคต แต่การเลือกซื้อ รถยนต์ไฟฟ้า จากแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือ มีการรับประกันที่ชัดเจน และมีบริการหลังการขายที่ดี จะช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ได้

หากคุณกำลังมองหา รถยนต์ไฟฟ้า EV ที่ดีที่สุด หรือต้องการทราบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ รถยนต์ไฟฟ้า รุ่นไหนดี ในแต่ละเซ็กเมนต์ หรือแม้แต่ต้องการทราบข้อมูลเกี่ยวกับ สถานีชาร์จ EV ใกล้ฉัน เราขอเชิญชวนให้ท่านติดตามบทความและข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ หรือหากท่านกำลังมองหา รถยนต์ไฟฟ้ามือสอง ที่มีคุณภาพและราคาที่สมเหตุสมผล อย่าพลาดที่จะสำรวจตัวเลือกที่มีอยู่ในตลาดปัจจุบัน

การเปลี่ยนแปลงสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้ากำลังดำเนินไปอย่างไม่หยุดยั้ง และประเทศไทยก็กำลังก้าวตามกระแสโลกอย่างมั่นคง การตัดสินใจลงทุนใน รถยนต์ไฟฟ้า ในวันนี้ คือการลงทุนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

Previous Post

N0801111 ระแวง part2

Next Post

N0901114 รวยแล วพ งเพราะไม งคนท อย วย part2

Next Post
N0901114 รวยแล วพ งเพราะไม งคนท อย วย part2

N0901114 รวยแล วพ งเพราะไม งคนท อย วย part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1801001 เพ อนข ระแวง ตอน ระหว าง โดนด ดไปเอง อะไรทำลายม ตรภาพมากกว าก part2
  • N1801007 ep2 ามกลางการห กหล งและการค กคามท เก อบทำลายช ดท ายแล วเธอจะทำอย างไร part2
  • N1801005 ตอนจย ตอน จนว นท เธอถ กห กหล เก อบเส ยท กอย าง เพ ยงเขาคนเด ยวท จะช วยเธอได part2
  • N1701003 (ตอนจบ) วนน กร กสะเลย ตอน แฟนเก ามาขอค นด กคร งน จะร เท นได จร งไหม part2
  • N1701005_EP.2 ตท กขโมย กสาวเศรษฐ เส ยความทรงจำ เธอจ งเอาล กต วเองไปสล บต วก บล กเศรษฐ_part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.