MGC-ASIA ZUPER CAR & YACHT FEST: เปิดมิติใหม่ตลาดรถหรูมือสอง เติมเต็มฝันคนรักซูเปอร์คาร์
สวัสดีครับ ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์หรูมากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของตลาดรถยนต์ในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถยนต์ระดับพรีเมียมและซูเปอร์คาร์ ซึ่งนับเป็นตลาดที่มีพลวัตสูงและน่าจับตามองเสมอ ล่าสุด มีเหตุการณ์ที่น่าสนใจซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์การปรับตัวที่ชาญฉลาดของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนี้ นั่นคืองาน MGC-ASIA ZUPER CAR & YACHT FEST (Demo & Used) ที่จัดขึ้นโดยกลุ่มบริษัท มาสเตอร์ กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) หรือ MGC-ASIA ในช่วงปลายปี 2561 ที่ผ่านมา
งานนี้ไม่ใช่เพียงแค่งานแสดงรถยนต์มือสองตามปกติ แต่เป็นการยกระดับการนำเสนอ รถซูเปอร์คาร์มือสอง และ เรือยอชท์มือสอง สู่ตลาดด้วยมุมมองใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่กว้างขึ้น งานดังกล่าวได้รวบรวมซูเปอร์คาร์กว่า 30 คัน และเรือยอชท์มูลค่ารวมกว่า 500 ล้านบาท มาจัดแสดง ณ โครงการ เอ-สแควร์ สุขุมวิท 24 ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มที่สนใจในสมรรถนะและความหรูหราของรถยนต์และเรือระดับไฮเอนด์ แต่ยังมีข้อจำกัดด้านกำลังซื้อ
การปรับกลยุทธ์สู่ตลาดรถซูเปอร์คาร์มือสอง: ทางเลือกใหม่สำหรับนักเลงรถตัวจริง
ในยุคที่ ราคารถซูเปอร์คาร์มือสอง มีแนวโน้มปรับตัวลงมาอยู่ในระดับที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ประกอบกับเทคโนโลยีการตรวจสอบสภาพรถที่ได้มาตรฐานสากล ทำให้ตลาดรถหรูมือสองมีความน่าสนใจอย่างยิ่ง MGC-ASIA เล็งเห็นโอกาสนี้และได้จัดงาน MGC-ASIA ZUPER CAR & YACHT FEST ขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าหน้าใหม่ที่อาจไม่เคยคิดว่าการครอบครองรถในฝันเป็นเรื่องที่เป็นไปได้
ขยายฐานลูกค้าสู่กลุ่มใหม่: การนำเสนอ ซูเปอร์คาร์มือสอง ช่วยเปิดประตูให้กลุ่มนักธุรกิจ ผู้บริหาร หรือผู้ที่ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่พร้อมลงทุนกับรถใหม่ป้ายแดงในราคาที่สูงลิ่ว ได้มีโอกาสสัมผัสและเป็นเจ้าของรถยนต์สมรรถนะสูง ดีไซน์โฉบเฉี่ยว ที่เคยเป็นเพียงความฝัน
มาตรฐานและความเชื่อมั่น: สิ่งที่ MGC-ASIA ให้ความสำคัญอย่างยิ่งคือการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า แม้จะเป็นรถยนต์และเรือมือสอง แต่ทุกคันผ่านการตรวจสอบสภาพอย่างเข้มงวดตามมาตรฐานระดับสากล เพื่อให้มั่นใจได้ในสมรรถนะ ความปลอดภัย และความสมบูรณ์ของตัวรถ
ราคาพิเศษ ดึงดูดใจ: จุดเด่นสำคัญของงานนี้คือการเสนอราคาขายที่พิเศษ ลดหลั่นลงมาจากราคาปกติถึง 30-50% ซึ่งเป็นแรงจูงใจที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังมองหา รถสปอร์ตมือสอง คุณภาพดี ในราคาที่จับต้องได้
Rolls-Royce Motor Cars Bangkok: สัญญาณบวกในตลาด Ultra-Luxury
ในอีกมุมหนึ่งของตลาดรถยนต์ระดับหรู Rolls-Royce Motor Cars Bangkok ได้เผยถึงการเติบโตที่น่าประทับใจในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2561 โดยมีอัตราการเติบโตมากกว่า 50% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สุนทรพันธ์ เดชะเทศ ผู้จัดการทั่วไปของ Rolls-Royce Motor Cars Bangkok กล่าวว่า ปัจจุบันรถในสต็อกเหลือไม่มากนัก และคาดการณ์ว่าตลาดรถยนต์ อัลตร้าลักชัวรี่ จะยังคงมีแนวโน้มที่ดีในครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการเปิดตัว ไฮไลท์ Rolls-Royce Cullinan ซึ่งจะเป็นการสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดอย่างแน่นอน
การเติบโตที่เหนือความคาดหมาย: ตัวเลขการเติบโตกว่า 50% ชี้ให้เห็นถึงกำลังซื้อที่แข็งแกร่งและความต้องการในรถยนต์ระดับสูงสุดที่ยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง
การเตรียมพร้อมรับมือ: การที่สต็อกรถเหลือน้อย สะท้อนถึงความต้องการที่สูง และยังบ่งบอกถึงการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพของผู้จัดจำหน่าย
ไฮไลท์สำคัญ: การเปิดตัว Cullinan ซึ่งเป็น SUV สุดหรู ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะขยายฐานลูกค้าของ Rolls-Royce ไปสู่กลุ่มที่ต้องการความอเนกประสงค์ควบคู่ไปกับความหรูหราสูงสุด
ZUPER CAR: สร้างโอกาสตลาดรถยนต์ Used Car
ชุก อิศรางกูล ณ อยุธยา ผู้จัดการทั่วไป ZUPER CAR ชี้ให้เห็นว่า ตลาด รถเดโมคาร์-ยูสด์คาร์ ยังมีกลุ่มลูกค้าบางส่วนที่สนใจแต่ยังมีความลังเล การจัดงานครั้งนี้จึงเป็นการช่วยกระตุ้นการตัดสินใจของลูกค้าให้ง่ายขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงตลาดได้อย่างมีนัยสำคัญ MGC-ASIA ได้เตรียมโปรแกรมพิเศษและโปรโมชั่นร่วมกับบัตรเครดิตธนาคารไทยพาณิชย์ เพื่อมอบคะแนนสะสมสูงสุดถึง 20 เท่า ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจในการดึงดูดและมอบสิทธิประโยชน์ให้กับลูกค้า
ลดความลังเล เพิ่มโอกาส: การนำเสนอรถยนต์ในสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยและมีโปรโมชั่นที่น่าสนใจ ช่วยลดอุปสรรคทางจิตวิทยาที่ลูกค้าอาจมีต่อรถมือสอง
โปรโมชั่นที่เข้าถึงง่าย: การร่วมมือกับสถาบันการเงินเพื่อมอบสิทธิประโยชน์ เช่น คะแนนสะสมพิเศษ เป็นกลยุทธ์ที่ช่วยเพิ่มความน่าสนใจทางการเงินให้กับผู้ซื้อ
Ferrari: ก้าวต่อไปสู่เซกเมนต์ Grand Tourismo และประสบการณ์ขับขี่ระดับโลก
บริษัท คาวาลลิโน มอเตอร์ จำกัด ในฐานะตัวแทนจำหน่ายและซ่อมบำรุงรถยนต์ Ferrari อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนขยายศูนย์ซ่อมบำรุง และได้เปิดตัว Ferrari Portofino ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมียอดขายเพิ่มขึ้นเท่าตัวจากรุ่นก่อนหน้า
นายวรวุฒิ ภิรมย์ภักดี รองประธานบริษัท กรรมการบริหาร บริษัท คาวาลลิโน มอเตอร์ จำกัด ได้เปิดเผยถึงแนวทางการตลาดของ Ferrari ในปี 2561 ว่า บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ 3 ปีในการบุกตลาดเซกเมนต์ Grand Tourismo (GT) มากขึ้น โดยมี Ferrari Portofino เป็นรถไฮไลท์ ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของตลาด ซูเปอร์คาร์สายพันธุ์ GT ได้เป็นอย่างดี
Ferrari Portofino: หัวหอกตลาด GT: การเปิดตัว Portofino ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มรุ่นรถ แต่เป็นการตอกย้ำตำแหน่งผู้นำในตลาด GT ซึ่งมีความต้องการสูงในกลุ่มลูกค้าที่มองหาสมรรถนะสูง ควบคู่ไปกับความสะดวกสบายในการเดินทางไกล
การสร้างประสบการณ์ขับขี่: กลยุทธ์การตลาดที่เน้นการ ทดสอบขับจริงหลังพวงมาลัย (Test Drive) เป็นหัวใจสำคัญของ Ferrari ทั่วโลก การเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสสมรรถนะของรถด้วยตนเองบนถนนจริง ช่วยสร้างความเชื่อมั่นและเชื่อมโยงอารมณ์กับตัวรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Test Drive ระดับโลก: การจัดทริปทดสอบขับในต่างประเทศ เช่น ดูไบ เป็นการมอบประสบการณ์ที่เหนือระดับให้กับลูกค้า ให้ได้สัมผัสศักยภาพของรถอย่างเต็มที่ และซึมซับไลฟ์สไตล์ของความเป็นเจ้าของ Ferrari
การออกแบบที่ตอบโจทย์: Portofino ได้รับการออกแบบให้มีความสูงจากพื้นเพิ่มขึ้น และเป็นรถเปิดประทุนหลังคาแข็งที่สามารถเปิด-ปิดได้ใน 14 วินาที ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ดึงดูดใจลูกค้ากลุ่มใหม่ที่อาจกังวลเรื่องความยากในการขับขี่รถสปอร์ต
บริการหลังการขายที่เหนือชั้น: การรับประกัน 3 ปี บริการซ่อมบำรุง 7 ปี บริการตรวจเช็คสภาพทุก 6 เดือน เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องฟรี การบริการ 24 ชั่วโมง และการส่งช่างเข้าแก้ไขปัญหาทันทีทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Cavallino Motors ในการดูแลลูกค้าอย่างดีที่สุด
การลงทุนเพื่ออนาคต: การทุ่มงบประมาณ 50 ล้านบาทในการขยายศูนย์ซ่อมบำรุง พัฒนาบุคลากร และลงทุนในซอฟต์แวร์ สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ระยะยาวในการรองรับปริมาณรถที่เพิ่มขึ้น และยกระดับมาตรฐานบริการหลังการขาย
กลยุทธ์ Word of Mouth และ Online: การบอกต่อ (Word of Mouth) ซึ่งคิดเป็น 60% ของยอดขาย การจัดโรดโชว์ และการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น Instagram, Facebook ยังคงเป็นกลยุทธ์หลักที่ช่วยสร้างการรับรู้และสร้างความผูกพันกับแบรนด์
ตลาดรถยนต์ไทยปี 2561-2565: การแข่งขันที่ร้อนแรงและนวัตกรรมที่ไร้ขีดจำกัด
ภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในช่วงปี 2561-2565 นั้น กำลังอยู่ในช่วงที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด ไม่ใช่เพียงเพราะสัญญาณการฟื้นตัวของตลาด แต่ยังรวมถึงการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ๆ ที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ตั้งแต่ อีโคคาร์ ไปจนถึง รถซูเปอร์คาร์และรถซูเปอร์พรีเมียม
Honda: เตรียมนำเสนอ Honda City Minor Change, Civic Hatchback ที่มาพร้อมดีไซน์สปอร์ต และ CR-V โฉมใหม่ โดยเฉพาะ Civic Hatchback ที่คาดว่าจะได้รับการตอบรับอย่างดี
Nissan: ส่ง Nissan Note ลงสู่ตลาด อีโคคาร์ เน้นความกว้างขวาง สะดวกสบาย และเทคโนโลยีที่ทันสมัย
MINI: เปิดตัว MINI Countryman เจเนอเรชั่นที่สอง ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น สมรรถนะดีขึ้น ตอบโจทย์การใช้งานของครอบครัว
Audi: นำเสนอ Audi Q2 “Baby Crossover” ที่มาพร้อมเครื่องยนต์หลากหลายรุ่น ตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกัน
Maserati: บริษัท ดีไซน์ มอเตอร์เวิร์ค จำกัด ในเครือ MGC-ASIA เตรียมรุกตลาดด้วย Maserati Levante SUV สุดหรู
Mercedes-Benz: เปิดตัว Mercedes-Benz E-Class Coupe รถสปอร์ตเปิดประทุนสุดหรู ผสานความสปอร์ตและความหรูหรา
BMW: ส่ง BMW Series 5 โฉมใหม่ (G30) ที่พัฒนาบนแพลตฟอร์ม CLAR พัฒนาการขับขี่ให้ปราดเปรียว
Mazda: เปิดตัว Mazda MX-5 RF (Retractable Fastback) โรดสเตอร์สุดคลาสสิกกับหลังคาเปิด-ปิดไฟฟ้า
Bentley: เผยโฉม Bentley Bentayga SUV รุ่นแรกของแบรนด์ที่ผลิตด้วยมือ เน้นความหรูหราและสมรรถนะ
MG: นำเสนอ MG GV รถตู้ MPV 11 ที่นั่ง เน้นการใช้งานสำหรับครอบครัวและองค์กร
Ford: มีความเป็นไปได้ที่จะนำ Ford Mustang มัสเซิลคาร์ยอดนิยม เข้ามาทำตลาดอย่างเป็นทางการ
Toyota: เปิดตัว Toyota C-HR รถครอสโอเวอร์ดีไซน์สปอร์ต ที่มาพร้อมแพลตฟอร์ม TNGA และเทคโนโลยีไฮบริดประหยัดน้ำมัน
นอกจากนี้ ยังมีรุ่นอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น Subaru XV ใหม่, Mazda CX-9, Hyundai Tucson, และ Volvo XC60 ใหม่ ที่จะเข้ามาเติมเต็มสีสันให้กับตลาดรถยนต์ไทย
Lexus: เส้นทางสู่แบรนด์หรูในไทย และบทพิสูจน์ของ GS200t
ย้อนกลับไปเมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว Lexus ได้เข้ามาสร้างฐานในประเทศไทยด้วยรถยนต์ 2 รุ่นหลัก คือ LS400 และ ES300 ซึ่งในยุคนั้น การสื่อสารการตลาดอาศัยสื่อสิ่งพิมพ์เป็นหลัก การสร้างแบรนด์ Lexus ให้เป็นที่ยอมรับในฐานะแบรนด์หรูที่แตกหน่อมาจาก Toyota ถือเป็นความท้าทายสำคัญ
การสร้างภาพลักษณ์: Lexus โหมการสื่อสารทั้งด้านวิศวกรรมและภาพลักษณ์ ดึงบุคคลที่มีชื่อเสียงมาช่วยเสริมความน่าเชื่อถือ
อุปสรรคจากภาพจำ: การเปรียบเทียบกับ Toyota ทำให้ Lexus ต้องทำงานหนักขึ้นในการสร้างความแตกต่างและยกระดับภาพลักษณ์
ความทนทานคือจุดแข็ง: แม้ราคาจะค่อนข้างสูง แต่ความทนทานของ Lexus คือจุดเด่นที่ได้รับการยอมรับจากผู้ใช้งานจริง ซึ่งเพื่อนของผมคนหนึ่ง ซึ่งเป็นเจ้าของ Lexus มาหลายคัน ยืนยันในจุดนี้ว่า Lexus LS400 ของเขาใช้งานได้ทนทานกว่ารถหรูจากยุโรปในอายุการใช้งานที่เท่ากัน
อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป ตลาดมีการแข่งขันสูงขึ้น ราคารถ Lexus ก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน จนบางครั้งอาจทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า ความคุ้มค่ารถ Lexus สู้คู่แข่งจากยุโรปไม่ได้อีกต่อไป
Lexus GS200t Luxury: การทดสอบจากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ
ในฐานะผู้ทดสอบ ผมได้มีโอกาสสัมผัส Lexus GS200t Luxury ซึ่งเป็นรุ่นย่อยที่ราคาเข้าถึงง่ายที่สุดของตระกูล GS ในประเทศไทย ในราคา 4,590,000 บาท การออกแบบภายนอกอาจไม่ได้หวือหวาเท่าคู่แข่งรุ่นใหม่ๆ แต่ยังคงไว้ซึ่งความสง่างามแบบฉบับ Lexus
การออกแบบภายใน: แม้จะดูอนุรักษ์นิยมไปบ้างเมื่อเทียบกับเทรนด์ปัจจุบัน แต่การเก็บรายละเอียดวัสดุและการประกอบยังคงแสดงถึงคุณภาพและความใส่ใจในแบบฉบับญี่ปุ่น
ฟังก์ชันการใช้งาน: ระบบต่างๆ ถูกจัดวางในตำแหน่งที่ใช้งานสะดวก การควบคุมผ่าน Lexus Remote Touch นั้นคล้ายคลึงกับการใช้เมาส์คอมพิวเตอร์ ทำให้เรียนรู้ได้ไม่ยาก
เครื่องยนต์ 8AR-FTS: เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ ให้กำลัง 245 แรงม้า ซึ่งในทางทฤษฎีถือว่าเพียงพอ แต่จากการทดสอบพบว่าการตอบสนองของคันเร่งและเทอร์โบอาจยังไม่ฉับไวเท่าที่ควรในรอบต้นๆ และโหมด Sport อาจยังไม่เร้าใจเท่าที่หลายคนคาดหวัง
เกียร์ 8 จังหวะ: การทำงานของเกียร์ AISIN AA81E นั้นนุ่มนวลและราบเรียบ เหมาะกับการขับขี่แบบสบายๆ แต่หากต้องการความเร้าใจในการเปลี่ยนเกียร์ อาจจะต้องปรับจูนซอฟต์แวร์เพิ่มเติม
ช่วงล่างและการขับขี่: จุดเด่นที่น่าประทับใจของ GS200t Luxury คือการเซ็ตช่วงล่างที่ให้ความนุ่มนวลในการขับขี่ปกติ แต่ยังคงไว้ซึ่งความมั่นคงและปราดเปรียวในการเข้าโค้ง สามารถตอบสนองการขับขี่ได้ดีเยี่ยม และเป็นจุดที่เหนือกว่าคู่แข่งบางรุ่นในเรื่องความสบาย
ระบบเบรก: ให้ความมั่นใจในการหยุดรถ แม้จะไม่ใช่เบรกสมรรถนะสูงแบบรุ่น F-Sport แต่ก็เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไป
การเก็บเสียง: เป็นจุดที่ต้องปรับปรุง โดยเฉพาะเสียงจากยาง Dunlop Sport Maxx 050 ที่ดังเข้ามาในห้องโดยสารค่อนข้างชัดเจนเมื่อใช้ความเร็วสูง
สรุป: Lexus GS200t Luxury – ทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับผู้ที่มองหาความละเมียดละไม
Lexus GS200t Luxury เป็นรถยนต์ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ละเมียดละไม เน้นความสบายและความมั่นคงในการเดินทาง การออกแบบภายในอาจไม่หวือหวา แต่คุณภาพวัสดุและการประกอบนั้นยอดเยี่ยม แม้เครื่องยนต์อาจยังมีศักยภาพที่ซ่อนอยู่อีกมาก แต่การเซ็ตช่วงล่างและระบบเบรกนั้นทำได้อย่างน่าประทับใจ
อย่างไรก็ตาม ราคา Lexus GS200t ซึ่งสูงกว่าคู่แข่งบางรุ่นที่ให้ฟังก์ชันและเทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่า อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้หลายคนต้องคิดหนัก ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ ผมเชื่อว่า Lexus ควรพิจารณาปรับกลยุทธ์ด้านราคา หรือเพิ่มออปชันที่น่าสนใจให้มากขึ้น เพื่อให้ GS200t สามารถแข่งขันในตลาด รถยนต์พรีเมียมซีดาน ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
อนาคตของตลาดรถยนต์หรูในไทย
การที่ MGC-ASIA หันมาให้ความสำคัญกับตลาดรถยนต์มือสอง สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวของผู้ประกอบการในการตอบสนองความต้องการของตลาดที่หลากหลาย เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะเข้ามา การแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น และกลยุทธ์การตลาดที่สร้างสรรค์ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดทิศทางของตลาดรถยนต์หรูในประเทศไทยในช่วงหลายปีข้างหน้า
หากคุณกำลังมองหา ซูเปอร์คาร์มือสอง หรือ รถยนต์หรู ที่มาพร้อมคุณภาพและความคุ้มค่า การเข้าร่วมงานแสดงรถยนต์ หรือการศึกษาข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ คือก้าวแรกที่สำคัญ
ค้นหารถยนต์ในฝันของคุณวันนี้! อย่ารอช้า โอกาสในการครอบครองรถยนต์ระดับพรีเมียมที่ตรงกับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของคุณกำลังรอคุณอยู่ ติดต่อตัวแทนจำหน่ายที่คุณไว้วางใจ หรือเข้าร่วมงานแสดงยานยนต์ต่างๆ เพื่อสัมผัสประสบการณ์จริง และรับข้อเสนอที่ดีที่สุด เพื่อให้ความฝันของคุณเป็นจริงบนท้องถนน.

