Great Wall Motor ทุ่ม 30 ล้านดอลลาร์ ตั้งโรงงานแบตเตอรี่ EV ในไทย ปูทางสู่ศูนย์กลางภูมิภาค
กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – สัญญาณการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยทวีความชัดเจนยิ่งขึ้น เมื่อ Great Wall Motor (GWM) ยักษ์ใหญ่ยานยนต์จากประเทศจีน ประกาศแผนการลงทุนครั้งสำคัญกว่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อก่อตั้งโรงงานประกอบแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยมีเป้าหมายที่จะเริ่มสายการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดภายในปี พ.ศ. 2568
นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ Great Wall Motor ประเทศไทย เปิดเผยถึงรายละเอียดของการลงทุนครั้งนี้ว่า สำนักงานใหญ่ของ GWM ในมณฑลเหอเป่ย กำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) ในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาแบตเตอรี่ที่รองรับการใช้งานกับรถยนต์หลากหลายประเภท รวมถึงรถกระบะ ซึ่งเป็นตลาดที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในภูมิภาคนี้
การลงทุนครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการขยายกำลังการผลิตของ GWM เท่านั้น แต่ยังเป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์ของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของภูมิภาคอาเซียน โดยคาดว่าการลงทุนดังกล่าวจะได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐของไทย ซึ่งมีนโยบายที่ชัดเจนในการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า
ย้อนกลับไปช่วงปลายปี พ.ศ. 2565 GWM ได้สร้างปรากฏการณ์ในตลาดรถยนต์ไทยด้วยการเปิดตัว Ora Good Cat รถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม จนก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในรถยนต์ EV ที่ขายดีที่สุดในประเทศไทย โดยรุ่นเริ่มต้นมีราคาอยู่ที่ 828,500 บาท ก่อนหักส่วนลดเงินอุดหนุนจากภาครัฐถึง 230,500 บาท
นายณรงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า GWM มีแผนที่จะเริ่มการผลิต Ora Good Cat ในประเทศไทยภายในปีหน้า พร้อมทั้งเร่งพัฒนาและจัดหาแหล่งวัตถุดิบสำหรับชิ้นส่วนต่างๆ ในท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งแบตเตอรี่ เพื่อให้สอดคล้องกับเงื่อนไขในการขอรับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลไทย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าให้เข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง
แผนยุทธศาสตร์ยานยนต์ไฟฟ้าของไทย: สู่เป้าหมายปี 2573
ประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตยานยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลก กำลังเดินหน้าตามแผนยุทธศาสตร์ยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ โดยมีเป้าหมายที่จะปรับเปลี่ยนสัดส่วนการผลิตรถยนต์ 30% จากปริมาณการผลิตรวม 2.5 ล้านคันต่อปี ให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้าภายในปี พ.ศ. 2573 มาตรการที่รัฐบาลออกมาเพื่อสนับสนุนเป้าหมายนี้ครอบคลุมถึงการลดหย่อนภาษีและการให้เงินอุดหนุนต่างๆ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค
สำหรับโรงงานประกอบแบตเตอรี่ของ GWM คาดการณ์ว่าจะมีการลงทุนประมาณ 500-1,000 ล้านบาท โดยขนาดและรายละเอียดของโรงงานจะมีความชัดเจนมากขึ้นเมื่อแผนการลงทุนแล้วเสร็จภายใน 6 เดือนข้างหน้า นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้ที่จะมีการยกระดับโรงงานให้สามารถผลิตเซลล์แบตเตอรี่ได้ในอนาคต ซึ่งจะขึ้นอยู่กับแนวโน้มความต้องการของตลาดและความร่วมมือจากภาครัฐ
“เรามีความเป็นไปได้ที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ที่สามารถทำสัญญากับผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นๆ ได้อีกด้วย ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างศักยภาพและขีดความสามารถของโรงงานแบตเตอรี่ในประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น” นายณรงค์ กล่าว
แม้ว่า GWM และ BYD ซึ่งเป็นผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าชั้นนำจากจีน จะมีการลงทุนอย่างมหาศาลในประเทศไทย แต่ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นอย่าง Toyota และ Isuzu ก็ยังคงครองส่วนแบ่งตลาดได้อย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะในตลาดรถกระบะซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่าครึ่งหนึ่งของยอดขายรถยนต์รวมในปีที่ผ่านมา
Audi ประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำในกลุ่ม High Performance ด้วยรุ่นพิเศษ ฉลอง 40 ปี Audi Sport
ในขณะเดียวกัน ตลาดรถยนต์สมรรถนะสูง (High Performance) ก็ยังคงมีการเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ โดย Audi ประเทศไทย ได้เปิดตัวรุ่นพิเศษ Exclusive Project “TT RS Heritage Thailand Limited Edition” จำนวนจำกัดเพียง 25 คันทั่วโลก พร้อมด้วยการเปิดตัวรถอีก 2 รุ่นพิเศษในตระกูล Competition ได้แก่ RS 4 Avant Competition และ RS 5 Coupé Competition เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในกลุ่มรถยนต์สมรรถนะสูงระดับพรีเมียม และเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปีของ Audi Sport
นายกฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด หรือ Audi ประเทศไทย กล่าวถึงความสำเร็จของ Audi TT Family ในประเทศไทยว่า “กระแสตอบรับจาก Audi Fan ในประเทศไทย ส่งผลให้ยอดขาย Audi TT Family ปี 2022 ของ Audi ประเทศไทย ขึ้นเป็นอันดับ 6 ของโลก และเป็นอันดับ 2 ในเอเชีย รองจากประเทศญี่ปุ่น”
“และในครึ่งปีแรกของปี 2566 ด้วย Motorsport DNA ที่ถูกถ่ายทอดมายัง Audi TT Coupé Final Icon Black ที่เพิ่งเปิดตัวไป ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม ทำให้ยอดขายของกลุ่ม Audi TT ของ Audi ประเทศไทย ขยับขึ้นเป็นอันดับ 5 ของโลก และอันดับ 2 ในเอเชีย (รองจากญี่ปุ่น) เพื่อตอกย้ำความชื่นชอบของ Audi Fan ในประเทศไทยที่มีต่อ Audi TT ทาง AUDI AG และ Audi ประเทศไทย ได้ใช้เวลาเกือบ 2 ปี ในการพัฒนารถยนต์ Icon Model ระดับตำนานรุ่นนี้ จึงเป็นที่มาของ ‘TT RS Heritage Thailand Exclusive Edition’ ซึ่งเป็นรถ Limited Edition ที่มีเพียง 25 คันทั่วโลกเท่านั้น”
ปี พ.ศ. 2566 เป็นปีพิเศษที่ AUDI AG เฉลิมฉลองความสำเร็จครบรอบ 40 ปี ของ Audi Sport ซึ่งเป็น Sub-brand ที่มีความโดดเด่นในการพัฒนารถยนต์กลุ่ม High-Performance ที่ไร้ขีดจำกัดทั้งด้านสมรรถนะและการออกแบบสไตล์สปอร์ตมาตั้งแต่ปี 1983 จนได้รับการยอมรับจากลูกค้าทั่วโลก และโลดแล่นบนสนามแข่งมาอย่างต่อเนื่อง Audi TT RS ถือเป็นหนึ่งในรุ่นที่สำคัญภายใต้การพัฒนาของ Audi Sport และ Audi TT เอง ก็ก้าวสู่ปีที่ 25 นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1998 ในฐานะรถสปอร์ตไอคอนที่เป็นขวัญใจแฟน Audi ทั่วโลก ด้วยการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์และสมรรถนะการขับขี่ที่สนุกเร้าใจ โดยปัจจุบันได้รับการพัฒนามาถึงเจเนอเรชั่นที่ 3 ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีเครื่องยนต์สันดาปที่ดีที่สุด
Audi TT RS Heritage Thailand Limited Edition รุ่นพิเศษนี้ มาพร้อมราคา 5,899,000 บาท “Audi ประเทศไทย ถือเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศในเอเชียที่มีการเปิดตัวรถรุ่นพิเศษในเวลาใกล้เคียงกับ World Premier” นายกฤษณะกร กล่าวเสริม “รถยนต์ในกลุ่ม RS ที่มีรากฐานจาก Audi Sport ถือเป็นรถยนต์ในตระกูล High Performance ที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดและสวนกระแส โดยเฉพาะในประเทศไทย เราได้เปิดตัวรถยนต์ในตระกูล High Performance ไปแล้วถึง 11 รุ่นย่อย 9 body types ทำให้เรามีกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ รวมทั้งสิ้น 41 รุ่นย่อย 20 body types”
TT RS Heritage Thailand Limited Edition นำเสนอความพิเศษที่ไม่เหมือนใคร ด้วยสีภายนอก Exclusive Colors และการตกแต่งแบบ Black Edition ซึ่งมีให้เลือกเพียง 25 คันทั่วโลกเท่านั้น
Exclusive Exterior & Interior
Audi TT RS Heritage Thailand Edition มาพร้อม 5 สีภายนอกที่จับคู่กับ 5 สีภายใน ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสีที่เคยใช้ในรุ่น Ur-Quattro ซึ่งเป็น Iconic model ในช่วงทศวรรษ 1980s และเคยได้รับรางวัล Rally Champion ได้แก่ สี Alpine White, Helios Blue, Stone Grey, Tizian Red และ Malachite Green มาพร้อมชุดแต่ง Black Edition รอบคันที่ให้ลุคดุดัน RS spoiler แบบ Winglets เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพแอโรไดนามิกส์ และล้อลายพิเศษแบบ 5 ก้าน Anthracite Black diamond-turned ขนาด 20 นิ้ว
Sport Driving Experience และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro
เครื่องยนต์ 5 สูบ 20 วาล์ว พละกำลัง 400 แรงม้า ซึ่งได้รับรางวัล International Engine of the Year Awards ถึง 9 สมัยติดต่อกัน แสดงถึง DNA ของ Audi ได้อย่างแท้จริง ควบคู่ไปกับระบบช่วงล่าง Audi Magnetic ride ที่สามารถปรับความแข็ง-อ่อนของโช๊คอัพได้อย่างอิสระ ทำให้การขับขี่สนุกสนานและควบคุมรถได้อย่างมั่นใจ
Audi TT Coupé Story
Audi TT เปิดตัวครั้งแรกในปี 1995 ที่งาน Frankfurt Motor Show และกลายเป็นรถสปอร์ตไอคอนที่ได้รับการยอมรับในด้านการออกแบบที่ล้ำยุคเหนือกาลเวลา ด้วยเส้นสายที่โดดเด่น โฉบเฉี่ยว และแตกต่างจากรถสปอร์ตอื่นๆ ในยุคนั้น ทำให้ Audi TT กลายเป็นขวัญใจของนักขับทั่วโลก
ในปี 2006 Audi TT เจเนอเรชั่นที่ 2 ได้ถูกเปิดตัว พร้อมการผสมผสานงานประกอบอลูมิเนียมที่ลงตัว สมรรถนะการขับขี่ที่ Dynamic ผสานกับเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จและเทคโนโลยีช่วงล่าง Audi Magnetic Ride ต่อมาในปี 2009 Audi TT RS ได้ถือกำเนิดขึ้นพร้อมเครื่องยนต์ 5 สูบแถวเรียงที่ให้กำลัง 340 แรงม้า ซึ่งถือเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ด้านสมรรถนะและนวัตกรรม
Audi TT เจเนอเรชั่นที่ 3 เปิดตัวในปี 2014 มาพร้อมรูปลักษณ์ที่สปอร์ตปราดเปรียวยิ่งขึ้น เต็มไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น Audi Virtual Cockpit และยังคงเอกลักษณ์ฝาถังน้ำมันทรงกลมอันเป็นที่จดจำ
RS 4 Avant Competition และ RS 5 Coupé Competition: สุดยอดนิยามแห่งสมรรถนะ
Audi ประเทศไทย ยังได้เปิดตัว RS 4 Avant Competition และ RS 5 Coupé Competition ซึ่งเป็นการยกระดับมาตรฐานของรถยนต์สาย Performance ด้วยการปลดล็อคสมรรถนะอันสมบูรณ์แบบ ด้วยความเร็วสูงสุดถึง 290 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
RS 4 Avant Competition
สุดยอดสเตชั่นแวกอน Avant ที่ผสมผสานความเป็นรถสปอร์ตสมรรถนะสูงเข้ากับความประณีตได้อย่างลงตัว ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro อันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ RS 4 Avant Competition มอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าจดจำและสนุกเร้าใจเสมือนอยู่ในสนามแข่ง เป็นที่ชื่นชอบของผู้รักความแรงมานานกว่า 20 ปี
มาพร้อมดีไซน์ภายนอกที่ร้อนแรงยิ่งขึ้น ล้อขนาด 20 นิ้วดีไซน์ใหม่ Audi Sport สีดำ Phantom black และทูโทน พร้อมคาลิปเปอร์เบรกสีแดงแบบ RS ชุดแต่งภายนอก Glossy Black RS รวมถึง Audi Ring และชื่อรุ่นสี Glossy Black ระบบท่อไอเสีย RS Sports plus สี Matt Black สร้างเสียงคำรามอันเร้าใจ ขุมพลังจากเครื่องยนต์เบนซิน V6 biturbo ให้กำลัง 450 แรงม้า แรงบิด 600 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.1 วินาที
ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน เบาะนั่งคู่หน้า RS Sports แบบ honeycomb พร้อมด้ายสีแดง คอนโซลกลางหุ้ม Alcantara สีดำ พร้อมไฟ Ambient light 30 เฉดสี พวงมาลัยสปอร์ตท้ายตัดหุ้ม Alcantara พร้อมสัญลักษณ์ RS และ Paddle shift แสดงข้อมูลผ่านจอ Virtual cockpit 12.3 นิ้ว และระบบ MMI Navigation plus 10.1 นิ้ว พร้อมเครื่องเสียง Bang & Olufsen ระบบเสียง 3 มิติ
RS 5 Coupé Competition
สะท้อน DNA ขุมพลังในสนามแข่ง ด้วยการออกแบบที่แม่นยำของ Audi Sport ผสมผสานความหรูหราเข้ากับความสปอร์ตได้อย่างแนบเนียน รูปลักษณ์ภายนอกสไตล์ Coupé ดุดันทุกมิติด้วยชุดแต่ง Glossy Black RS ล้อขนาด 20 นิ้วดีไซน์ใหม่ Audi sport สีดำ Phantom black พร้อมคาลิปเปอร์เบรกสีแดงแบบ RS
เครื่องยนต์เบนซิน V6 biturbo 450 แรงม้า แรงบิด 600 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.9 วินาที ควบคุมการขับขี่อย่างสมบูรณ์แบบด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro
ห้องโดยสารมาในลุคสปอร์ตเต็มขั้น เบาะนั่งคู่หน้า RS Sports แบบ honeycomb พร้อมด้ายสีแดง คอนโซลกลางหุ้ม Alcantara สีดำ พร้อมไฟ Projector LED แบบ RS Competition ที่ประตูหน้า-หลัง ตกแต่งลาย Matte Carbon Twill พร้อมไฟ Ambient light 30 เฉดสี พวงมาลัยสปอร์ตท้ายตัดหุ้ม Alcantara พร้อมสัญลักษณ์ RS และ Paddle shift แสดงข้อมูลผ่านจอ Virtual cockpit 12.3 นิ้ว และระบบ MMI Navigation plus 10.1 นิ้ว พร้อมเครื่องเสียง Bang & Olufsen ระบบเสียง 3 มิติ
Ora Grand Cat: รถยนต์ไฟฟ้าที่น่าจับตามอง
Ora Grand Cat ถือเป็นอีกหนึ่งรถยนต์ไฟฟ้าที่น่าจับตามอง ด้วยสเปคที่สามารถวิ่งได้ไกลถึง 705 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง พร้อมเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยที่ครบครัน Ora Grand Cat ได้เปิดสเปคอย่างเป็นทางการแล้วและเตรียมพร้อมเข้าสู่ตลาดประเทศไทย
สเปค Ora Grand Cat:
ขนาดตัวถัง: ยาว 4871 มม., กว้าง 1862 มม., สูง 1500 มม., ฐานล้อ 2870 มม.
รุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว: กำลัง 201 แรงม้า, แรงบิด 340 นิวตัน-เมตร, แบตเตอรี่ Lithium iron Phosphate วิ่งได้ 705 กม./ชาร์จ (CLTC), ระบบขับเคลื่อนสองล้อ, อัตราการชาร์จ DC 30-80% ภายใน 30 นาที
รุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าคู่: กำลัง 402 แรงม้า, แรงบิด 680 นิวตัน-เมตร, อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.3 วินาที, แบตเตอรี่ Ternary lithium วิ่งได้ 600 กม./ชาร์จ (CLTC), ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ, อัตราการชาร์จ DC 30-80% ภายใน 30 นาที
Ora Grand Cat โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี เช่น มือจับประตูแบบซ่อนอัจฉริยะ, ไฟหน้าอัตโนมัติ, กระจกมองข้างปรับไฟฟ้าพร้อมระบบทำความร้อนและไล่ฝ้า, ที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ, ประตูแบบไร้กรอบ และค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านลมเพียง 0.22Cd
ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ ORA-PILOT 3.0 พร้อมเซ็นเซอร์ 28 ตัว รวมถึงกล้อง ADAS, เรดาร์คลื่น 5 มม., เรดาร์อัลตราโซนิก 12 ตัว, กล้องมองภาพรอบทิศทาง 4 ตัว, กล้องจดจำใบหน้า 3 มิติ, แผนที่ความแม่นยำสูงผ่านดาวเทียม 5G
Ora Grand Cat ผ่านการทดสอบความปลอดภัยที่เหนือกว่ามาตรฐานแห่งชาติ ด้วยการทดสอบการตกจากความสูง 6 เมตร การหมุนกลางอากาศ และการตกสู่พื้น หลังจากนั้นแบตเตอรี่ยังคงปลอดภัย ไม่มีการรั่วไหลของอิเล็กโทรไลต์ โครงสร้างตัวถังไม่บุบสลาย ห้องโดยสารยังคงสมบูรณ์ ถุงลมนิรภัยทำงานปกติ และประตูรถสามารถเปิดได้ตามปกติ
Hyundai i30 N: สัมผัส DNA รถแข่งสู่รถบ้าน
Hyundai Motor ได้จัดกิจกรรม Driving Experience 2023 ที่สนาม Ricardo Tormo เมือง Valencia ประเทศสเปน เพื่อให้สื่อมวลชนและลูกค้าได้สัมผัสสมรรถนะของรถยนต์ตระกูล N Brand ซึ่งเป็นรุ่นที่ถ่ายทอดเทคโนโลยีมาจากสนามแข่ง
Hyundai i30 N เป็นรถ Hot Hatch ที่ได้รับการปรับแต่งสมรรถนะให้ดุดันยิ่งขึ้น ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร เทอร์โบ 280 แรงม้า มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์ดูอัลคลัตช์ 8 สปีด พร้อมชุดแอโรพาร์ทรอบคัน ช่วงล่างที่ปรับปรุงใหม่ และล้ออัลลอยด์ Forged ขนาด 19 นิ้ว
ในกิจกรรมนี้ ผู้เข้าร่วมได้ทดลองขับ Hyundai i30 N เกียร์ดูอัลคลัตช์ ผ่านสถานีต่างๆ เช่น การเบรกทางตรง, การเบรกในโค้ง, เลนเชนจ์, จิมคาน่า และ เจ-เทิร์น เพื่อฝึกฝนทักษะการควบคุมรถยนต์ในสถานการณ์ต่างๆ
แม้ว่า Hyundai Mobility ประเทศไทย ยังไม่มีแผนทำตลาดรถยนต์รุ่นนี้ในทันที แต่ศักยภาพของ Hyundai ในระดับโลก ทั้งรถยนต์อเนกประสงค์, รถยนต์สมรรถนะสูงตระกูล N และรถยนต์ไฟฟ้า 100% EV ล้วนมีโอกาสนำเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยในอนาคตอันใกล้นี้
ถึงเวลาสัมผัสอนาคตแห่งการขับเคลื่อน!
โลกยานยนต์กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่แห่งความยั่งยืนและสมรรถนะที่ไร้ขีดจำกัด การลงทุนของ Great Wall Motor ในโรงงานแบตเตอรี่ EV ในประเทศไทย สะท้อนถึงศักยภาพและความพร้อมของประเทศในการเป็นศูนย์กลางการผลิตระดับภูมิภาค ขณะเดียวกันการเปิดตัวรถยนต์สมรรถนะสูงรุ่นพิเศษจาก Audi และประสบการณ์การขับขี่จาก Hyundai แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายและความก้าวหน้าของเทคโนโลยียานยนต์
หากคุณคือผู้ที่หลงใหลในนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า หรือมองหารถยนต์ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ นี่คือโอกาสที่คุณจะได้สัมผัสอนาคตแห่งการขับเคลื่อนที่ใกล้เข้ามาทุกขณะ อย่าพลาดที่จะติดตามข่าวสารและกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้.

