• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N1001055 อนเวลา ใดท เด นเข าต จะทำให อาย เด กลง #เร องน แอดชอบมาก #สน กต องด part2

admin79 by admin79
January 7, 2026
in Uncategorized
0
N1001055 อนเวลา ใดท เด นเข าต จะทำให อาย เด กลง #เร องน แอดชอบมาก #สน กต องด part2

OMODA & JAECOO: ก้าวสู่ปรากฏการณ์ยานยนต์ไทย ยกระดับสู่แบรนด์ระดับโลกพร้อมการลงทุนเชิงกลยุทธ์

บทนำ:

ในยุคที่อุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ OMODA & JAECOO ภายใต้ร่มเงาของ Chery Automobile ยักษ์ใหญ่แห่งวงการยานยนต์จากประเทศจีน ได้ประกาศศักดาความสำเร็จอย่างน่าประทับใจในปีที่ผ่านมา ด้วยการก้าวขึ้นเป็น แบรนด์รถยนต์ที่เติบโตเร็วที่สุดในระดับโลก (The Fastest International Growth Car Brand) ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงศักยภาพ นวัตกรรม และความเข้าใจในตลาดผู้บริโภคทั่วโลก ยิ่งไปกว่านั้น การประกาศแผนลงทุนเชิงกลยุทธ์แบบครบวงจรในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการตั้งฐานการผลิตในจังหวัดระยอง การขยายเครือข่ายโชว์รูมให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ตลอดจนการยกระดับบริการหลังการขายให้เหนือกว่ามาตรฐาน ถือเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นที่จะปักธงความสำเร็จในตลาดไทย และก้าวไปพร้อมกับการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้ทัดเทียมระดับสากล

OMODA & JAECOO: การเติบโตที่เหนือความคาดหมายและวิสัยทัศน์แห่งอนาคต

ปี 2567 ถือเป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองของ Chery Group ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ OMODA & JAECOO โดยสามารถสร้างยอดขายทั่วโลกได้ถึง 2.6 ล้านคัน เติบโตขึ้นถึง 38% ส่งผลให้รายได้รวมพุ่งสูงกว่า 50% ความสำเร็จนี้สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ที่สามารถยืนหยัดเป็นผู้ส่งออกรถยนต์อันดับ 1 ของประเทศจีนมาอย่างยาวนานถึง 22 ปี ในขณะที่ OMODA & JAECOO ซึ่งเป็นแบรนด์น้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อสองปีที่ผ่านมา ได้แสดงศักยภาพอันน่าทึ่ง ด้วยการขยายการดำเนินงานไปสู่ 33 ประเทศทั่วโลก ตั้งแต่ทวีปเอเชีย ยุโรป ไปจนถึงอเมริกาใต้ และได้รับคำชื่นชมในฐานะ แบรนด์รถยนต์ที่เติบโตเร็วที่สุดในระดับโลก ด้วยตัวเลขยอดขายทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นถึง 54% ในปีที่ผ่านมา

นายฉี เจี๋ย ประธาน บริษัท โอโมด้า แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของปี 2567 ว่าเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางสู่อนาคตแห่งการขับเคลื่อนที่ยั่งยืน “ความสำเร็จที่เราได้รับในปีที่ผ่านมานี้ ไม่เพียงแต่เป็นการยืนยันความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อรถยนต์และเทคโนโลยีอันล้ำสมัยของเรา แต่ยังเป็นแรงผลักดันอันมหาศาลให้เราเดินหน้าพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ในปีนี้ OMODA & JAECOO พร้อมที่จะรุกตลาดในประเทศไทยอย่างเต็มกำลัง ด้วยการนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ การลงทุนตั้งฐานการผลิต การขยายเครือข่ายศูนย์บริการให้ครอบคลุม และการยกระดับบริการหลังการขายให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น”

อนาคตแห่งนวัตกรรมยานยนต์: รถรุ่นใหม่และฐานการผลิตในประเทศไทย

OMODA & JAECOO ไม่เพียงแต่จะนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในทุกกลุ่ม แต่ยังให้ความสำคัญกับการนำเสนอเทคโนโลยี SHS (Super Hybrid System) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 3 ที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจาก Chery Automobile เทคโนโลยีนี้ประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญ คือ เครื่องยนต์ 1.5TDGI เจเนอเรชั่นที่ 5, ระบบซูเปอร์อิเล็กทริกไฮบริด DHT (Super Electric Hybrid DHT System) และแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง การผสมผสานนี้ทำให้สามารถผสานสมรรถนะการขับขี่แบบรถยนต์ไฟฟ้าเข้ากับระยะทางวิ่งที่ไกลขึ้น ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างยอดเยี่ยม พร้อมด้วยประสิทธิภาพเชิงความร้อน (Thermal Efficiency) ที่ดีเยี่ยม การปล่อยคาร์บอนต่ำ และระบบแบตเตอรี่ที่ปลอดภัยเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ทำให้ OMODA & JAECOO แตกต่างจากแบรนด์อื่น ๆ ในตลาด

ในปี 2568 นี้ OMODA & JAECOO เตรียมพร้อมนำเสนอยนตรกรรมพลังงานใหม่ที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็น BEV (Battery Electric Vehicle) และ PHEV (Plug-in Hybrid Electric Vehicle) โดยจะมีการจัดแสดงรถยนต์ทุกโมเดลในงานมหกรรมยานยนต์ Bangkok International Motor Show ที่จะถึงนี้ ยิ่งไปกว่านั้น การประกาศจัดตั้งฐานการผลิต ณ โรงงานในจังหวัดระยอง ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเดินสายการผลิตได้ในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ ถือเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ ที่ไม่เพียงแต่จะช่วยลดต้นทุนการผลิตและภาษีนำเข้า ทำให้ ราคา OMODA & JAECOO มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น แต่ยังเป็นการแสดงถึงความมุ่งมั่นระยะยาวในการเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และสร้างงานสร้างรายได้ให้กับคนในท้องถิ่น

ขยายเครือข่ายสู่ 50+ โชว์รูม และยกระดับบริการหลังการขายสู่มาตรฐานสากล

การขยายเครือข่ายโชว์รูมเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญของ OMODA & JAECOO โดยตั้งเป้าเพิ่มจำนวนโชว์รูมจาก 23 แห่ง เป็นมากกว่า 50 แห่งทั่วประเทศในปีนี้ เพื่อให้ครอบคลุมทุกภูมิภาค และเข้าถึงลูกค้าได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการยกระดับบริการหลังการขายให้เหนือกว่ามาตรฐาน OMODA & JAECOO ได้ร่วมมือกับ DHL Express ผู้นำระดับโลกด้านการขนส่งด่วนระหว่างประเทศ ในการพัฒนาระบบจัดส่งอะไหล่ระหว่างประเทศให้รวดเร็วขึ้น โดยมีเป้าหมายจัดส่งภายใน 3 วัน นอกจากนี้ ยังมีการขยายคลังอะไหล่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ และลดระยะเวลาการสั่งซื้ออะไหล่เร่งด่วนจากโรงงานในประเทศจีน จากเดิม 30 วัน เหลือเพียง 15 วัน

เพื่อสร้างประสบการณ์ที่เหนือระดับให้กับลูกค้า OMODA & JAECOO ยังได้เตรียมแผนเพิ่มบริการดูแลตัวถังและสีที่ได้รับการรับรองมาตรฐานให้ครบทุกโชว์รูม พร้อมเปิดศูนย์ฝึกอบรมแบบเต็มรูปแบบ (Training Center) แห่งใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อให้การบริการทุกรูปแบบเป็นไปตามมาตรฐานสากลและมีประสิทธิภาพสูงสุด

นวัตกรรมเพื่อลูกค้า: ระบบ CRM อัจฉริยะและบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน

OMODA & JAECOO เข้าใจถึงความต้องการความสะดวกสบายของลูกค้า จึงได้พัฒนาระบบ CRM (Customer Relationship Management) ที่ทันสมัย พร้อมระบบการจองออนไลน์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าเข้ารับบริการได้อย่างรวดเร็วและเป็นระบบ ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อสร้างความอุ่นใจสูงสุด OMODA & JAECOO ได้เตรียมบริการรถยนต์ทดแทนสำหรับลูกค้าที่รถต้องใช้เวลาในการซ่อมแซมเกิน 3 วัน¹ ซึ่งถือเป็นบริการที่มอบความสะดวกสบายและลดความกังวลให้กับลูกค้าได้อย่างแท้จริง

สำหรับความปลอดภัยและอุ่นใจตลอดการเดินทาง OMODA & JAECOO พร้อมมอบบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศไทย (โทร 02-0208888 กด 1) ฟรี 5 ปี ไม่จำกัดจำนวนครั้ง² ครอบคลุมบริการต่างๆ เช่น การจั๊มสตาร์ทแบตเตอรี่, การช่วยเปลี่ยนยางอะไหล่, ความช่วยเหลือกรณีรถล็อก, บริการรถยก และคำแนะนำตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียดของประสบการณ์ลูกค้า

การตลาดเชิงรุก: สร้างสรรค์กิจกรรมตลอดปี เพื่อเข้าถึงใจผู้บริโภค

ในปี 2568 นี้ OMODA & JAECOO วางแผนจัดกิจกรรมทางการตลาดอย่างเต็มรูปแบบตลอดทั้งปี โดยเน้นการสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่น่าจดจำ การเป็นสปอนเซอร์ให้กับกิจกรรมที่ได้รับความสนใจจากกลุ่มเป้าหมาย และการจัดโรดโชว์ทั่วประเทศ เพื่อเข้าถึงลูกค้าทั้งกลุ่มปัจจุบัน กลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย และพันธมิตรผู้จำหน่าย กิจกรรมเหล่านี้จะช่วยเสริมสร้างการรับรู้ของแบรนด์ และสร้างความผูกพันที่แข็งแกร่งกับผู้บริโภค

“ในปี 2568 นี้ เรายึดมั่นในวิสัยทัศน์ ‘One Vision, One Drive, Inspiring the E-Future’ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในการนำเสนอนวัตกรรมยานยนต์ที่ล้ำสมัยผ่านการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าในทุกมิติ ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ การบริการที่ครอบคลุม การดูแลหลังการขายที่เหนือระดับ และการลงทุนในโรงงานผลิตในประเทศไทย ซึ่งไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นระยะยาวของ OMODA & JAECOO ในการเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนอนาคตแห่งการขับขี่ที่ยั่งยืนไปด้วยกัน เรามุ่งหวังที่จะเป็นมากกว่าแค่ผู้ผลิตรถยนต์ แต่พร้อมที่จะเป็นผู้ร่วมสร้างประสบการณ์การเดินทางที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์อย่างแท้จริง” นายฉี เจี๋ย กล่าวปิดท้าย

ความสำเร็จของแบรนด์คู่แข่งในตลาดไทย: MG และ MINI กับกลยุทธ์ที่น่าจับตามอง

ในขณะที่ OMODA & JAECOO กำลังก้าวเข้ามาสร้างปรากฏการณ์ในตลาดไทย แบรนด์รถยนต์อื่นๆ ก็ได้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความสามารถในการปรับตัวรับกับสภาวะตลาดได้อย่างน่าสนใจ

MG (Morris Garages) ยังคงเดินหน้าตอกย้ำบทบาทผู้นำในตลาด รถยนต์ไฟฟ้า EV ของประเทศไทย โดยในปี 2567 สร้างยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าไปกว่า 12,700 คัน จาก 5 รุ่นยอดนิยม เช่น MG4 Electric, MG EP, MG ZS EV และอื่นๆ สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจในความต้องการของผู้บริโภคไทยที่ให้ความสำคัญกับยานยนต์ไฟฟ้าที่มาพร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัย ในปี 2568 MG ได้เปิดตัวรุ่นย่อยใหม่ของ MG4 ELECTRIC อย่างรุ่น XPOWER ที่มาพร้อมสมรรถนะสูงขึ้น ขับเคลื่อน 4 ล้อ เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง ซึ่ง MG4 Electric เองก็มียอดขายทั่วโลกกว่า 140,000 คัน ครอบคลุมตลาดสำคัญอย่างไทย ออสเตรเลีย และยุโรป การนำเสนอ MG4 XPOWER บนแพลตฟอร์ม NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้พละกำลังสูงสุด 435 แรงม้า และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.8 วินาที ยิ่งตอกย้ำถึงศักยภาพด้านเทคโนโลยีของ MG

MINI ประเทศไทย เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่น่าจับตามอง ด้วยยอดขายที่เติบโตสวนทางกับภาพรวมตลาดรถยนต์นั่งและรถยนต์หรูที่หดตัวอย่างหนักในปี 2567 โดยมียอดจดทะเบียนเพิ่มขึ้น 10% ใน 11 เดือนแรก หรือประมาณ 1,300 คัน ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตนี้คือ เอกลักษณ์และไลฟ์สไตล์ ของแบรนด์ที่ผู้บริโภคคุ้นเคย ประกอบกับการปรับ ราคา MINI Cooper SE ให้เข้าถึงง่ายขึ้นที่ 1.69 ล้านบาท ซึ่งถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนๆ นอกจากนี้ การกลับมาประกอบรถยนต์ MINI ในประเทศไทยอีกครั้ง ณ โรงงาน BMW Thailand ที่จังหวัดระยอง โดยเฉพาะรุ่น MINI Countryman ถือเป็นหมุดหมายสำคัญ ที่แสดงถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดไทย และช่วยลดต้นทุนการผลิต รวมถึงภาษีนำเข้า ทำให้ ราคา MINI Countryman มีความน่าสนใจยิ่งขึ้น

คุณประภัสรา อร่ามวงศ์สมุทร ผู้อำนวยการ MINI ประเทศไทย เน้นย้ำถึงกลยุทธ์ที่ไม่ได้ขายเพียงรถยนต์ แต่ขาย ประสบการณ์และไลฟ์สไตล์ ผ่านการสร้างสรรค์คอมมูนิตี้ และจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เช่น MINI United เพื่อเสริมสร้างความผูกพันกับแบรนด์ การนำเสนอ รถยนต์ไฟฟ้า MINI Cooper SE และรุ่นอื่นๆ ที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งรถยนต์ไฟฟ้าล้วนและเครื่องยนต์สันดาปภายใน พร้อมกับการทำตลาดรุ่นลิมิเต็ดที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ซึ่งในปี 2568 MINI ประเทศไทย ตั้งเป้าเติบโตอย่างยั่งยืน โดยขยายช่องทางการขายใหม่ๆ เพิ่มเติม 2-3 สาขา และเสริมสร้างการให้บริการออนไลน์และดิจิทัลแพลตฟอร์ม เพื่อตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่

Ford Ranger: ความสำเร็จระดับโลกกับรางวัลอันทรงเกียรติ

ในตลาดรถกระบะ Ford Ranger ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการคว้ารางวัล รถกระบะยอดเยี่ยมแห่งปี 2025 ประจำทวีปอเมริกาเหนือ (North American Truck of the Year™) เป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน รางวัลอันทรงเกียรตินี้ตอกย้ำถึงความเป็นผู้นำด้านสมรรถนะ ความทนทาน และนวัตกรรมที่ Ford มีต่อผลิตภัณฑ์รถกระบะขนาดกลางมาอย่างต่อเนื่อง

“รางวัลนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทีมงานฟอร์ดที่ร่วมกันยกระดับผลิตภัณฑ์รถกระบะขนาดกลางให้แก่ลูกค้าฟอร์ดมาอย่างต่อเนื่อง” จิม บอมบิค รองประธานฝ่ายวางแผนและพัฒนาผลิตภัณฑ์ล่วงหน้า กล่าว “Ford Ranger ผ่านการทดสอบในสภาพแวดล้อมที่ท้าทายมาแล้วทั่วโลก เพื่อให้ได้มาตรฐาน ‘เกิดมาแกร่ง’ ตามที่ลูกค้าต้องการ รางวัลนี้จึงเป็นการส่งมอบคำขอบคุณถึงลูกค้าที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับพวกเราในทุกๆ วัน”

Ford Ranger ที่พัฒนาภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘เกิดมาแกร่ง’ ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วในทุกสภาพถนนทั่วโลก จนครองตำแหน่งรถขายดีอันดับ 1 ในออสเตรเลีย และยังคงครองตำแหน่งรถขายดีที่สุดในนิวซีแลนด์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 สำหรับรุ่นที่จำหน่ายในทวีปอเมริกาเหนือ ได้รับการติดตั้งเครื่องยนต์ EcoBoost V6 ขนาด 2.7 ลิตรใหม่ พร้อมระบบกันสะเทือนที่ปรับจูนเพื่อสมรรถนะการออฟโรดที่เหนือชั้น นอกจากนี้ ยังมาพร้อมเทคโนโลยีช่วยลากจูงที่ล้ำสมัยที่สุด เช่น Pro Trailer Backup Assist และระบบไฟส่องสว่างแบบแบ่งโซน (Zone Lighting)

สำหรับ Ford Ranger Raptor รุ่นปี 2024 ถือเป็นรถกระบะที่ทรงพลังที่สุดในตระกูล Ranger ด้วยเครื่องยนต์ EcoBoost V6 ขนาด 3.0 ลิตร กำลังสูงสุด 405 แรงม้า พร้อมระบบกันสะเทือนแบบยืดหยุ่นสูง และโช้คอัพ FOX™ Live Valve ขนาด 2.5 นิ้ว ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการขับขี่ออฟโรดให้เหนือกว่ารถกระบะขนาดกลางทั้งหมด

บทสรุปและก้าวต่อไป:

การประกาศแผนลงทุนเชิงกลยุทธ์ของ OMODA & JAECOO ในประเทศไทย ถือเป็นสัญญาณอันดีสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย การลงทุนในฐานการผลิต การขยายเครือข่ายโชว์รูม และการยกระดับบริการหลังการขาย จะไม่เพียงแต่สร้างประโยชน์ให้กับผู้บริโภคชาวไทยด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น แต่ยังเป็นการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้ทัดเทียมระดับโลก

สำหรับผู้ที่สนใจในเทคโนโลยียานยนต์ที่ล้ำสมัย ประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม และประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ OMODA & JAECOO คืออีกหนึ่งทางเลือกที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง ขอเชิญชวนทุกท่านสัมผัสกับนวัตกรรมแห่งอนาคตที่ OMODA & JAECOO เตรียมนำมามอบให้ในเร็วๆ นี้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสู่อนาคตแห่งการเดินทางที่ยั่งยืนไปด้วยกัน

¹ เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด
² ความช่วยเหลือฉุกเฉินประกอบด้วย:
แบตเตอรี่จั๊มสตาร์ท (ไม่จำกัดจำนวนครั้ง, ในระยะทางไม่เกิน 20 กิโลเมตรจากศูนย์บริการที่ใกล้ที่สุด)
การช่วยเปลี่ยนยางอะไหล่ (ไม่จำกัดจำนวนครั้ง, ในระยะทางไม่เกิน 20 กิโลเมตรจากศูนย์บริการที่ใกล้ที่สุด)
ความช่วยเหลือหากรถเกิดการล๊อค (1 ครั้ง/ปี, บริการช่วยเหลือในการรับและนำกุญแจสำรองมายังจุดเกิดเหตุภายใน ระยะทางไม่เกิน 20 กิโลเมตร ต่อครั้ง)
การบริการรถยก
บริการให้คำแนะนำตลอด 24 ชั่วโมง
ไม่รวมกรณีแบตเตอรี่หมดเนื่องจากการใช้งานสำหรับ EV
บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขข้างต้นโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

Previous Post

N1001039 กเศรษฐ ตกหล มร กสาวจรจ หญ งผ อะไรด ทำไมเศรษฐ งชอบเธอ #เร องน ชอบมาก part2

Next Post

N1001043 ดเล อกสาวเพ อไปอ มบ ญก บค ณชายพ นล าน แต เม อพวกเธอไปเจอก บค ณชายถ งก บช อก part2

Next Post
N1001043 ดเล อกสาวเพ อไปอ มบ ญก บค ณชายพ นล าน แต เม อพวกเธอไปเจอก บค ณชายถ งก บช อก part2

N1001043 ดเล อกสาวเพ อไปอ มบ ญก บค ณชายพ นล าน แต เม อพวกเธอไปเจอก บค ณชายถ งก บช อก part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1301113 แฟนผมด part2
  • N1301106 กม ยทางสายกลาง part2
  • N1301114_านหล งน ของใคร_part2
  • N1301117_เม ยล มต (1)_part2
  • N1301121 ความอ จฉาจะพาให ณล มจม part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.