• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N1001052 หญ งสาวคนไหนจะถ กค ดเล อกเป นล กสะใภ ทายาทเศรษฐ หม นล าน part2

admin79 by admin79
January 7, 2026
in Uncategorized
0
N1001052 หญ งสาวคนไหนจะถ กค ดเล อกเป นล กสะใภ ทายาทเศรษฐ หม นล าน part2

งานมหกรรมยานยนต์ บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2025: เทคโนโลยีแห่งอนาคตที่ขับเคลื่อนสู่วันข้างหน้า

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงอันน่าตื่นเต้นที่กำลังจะเกิดขึ้นใน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2025 ครั้งที่ 46 ซึ่งกำลังจะเปิดฉากขึ้นในวันที่ 25 มีนาคม นี้ ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี แม้ว่าภาพรวมของตลาดรถยนต์ในปี 2025 อาจถูกประเมินว่ามีความท้าทายอยู่บ้าง แต่เมื่อพิจารณาถึงนวัตกรรมและโมเดลใหม่ๆ ที่จะนำมาจัดแสดง ผู้เข้าร่วมงานจะได้พบกับเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่กำลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์สู่วันข้างหน้าอย่างแท้จริง

ยานยนต์ไฟฟ้า (BEV) ยังคงเป็นดาวเด่น พร้อมทางเลือกที่หลากหลายขึ้น

เป็นที่แน่นอนว่า รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) จะยังคงเป็นหัวใจหลักของ บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2025 แม้ภาพรวมตลาดรถยนต์ในปี 2025 จะถูกคาดการณ์ว่าอาจเป็นปีที่ผู้ผลิตรถยนต์ต้องเผชิญกับความเหนื่อยยาก แต่สำหรับตลาด รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (BEV) กลับยังคงมีความคึกคักอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ จำนวนมากจากผู้ผลิตสัญชาติจีนที่เข้ามาเขย่าตลาดอย่างต่อเนื่อง

ปีนี้ เราจะได้เห็นการปรากฏตัวของ Deepal S05 รถ SUV ขนาดกลาง ที่มาพร้อมทางเลือกระบบขับเคลื่อนที่น่าสนใจ ทั้งแบบไฟฟ้าล้วน 100% และแบบ Range-Extended Electric Vehicle (REEV) ที่ก่อนหน้านี้เราคุ้นเคยกันในชื่อ E-REV หรือ Extended Range Electric Vehicle คาดการณ์ว่า Deepal S05 จะมอบระยะการขับขี่ที่น่าประทับใจ เกินกว่า 1,000 กิโลเมตรต่อการเติมน้ำมันหนึ่งถัง สำหรับรุ่น EV ราคาจะอยู่ในช่วง 799,000 – 899,000 บาท และรุ่น REEV ที่ 949,000 – 999,000 บาท เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ที่ให้ความยืดหยุ่นในการใช้งาน

อีกหนึ่งไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดคือ “The First Ever Intelligent e-SUV” หรือ MG IM6 ซึ่งเปิดตัวก่อนงานเพียงหนึ่งสัปดาห์ มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำ ดีไซน์ที่ก้าวล้ำ และสถาปัตยกรรมยานยนต์ประสิทธิภาพสูง รุ่น Premium RWD ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 217 กิโลวัตต์ (295 แรงม้า) ให้ระยะทางวิ่ง 550 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน NEDC ส่วนรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ Performance AWD ที่มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ มอบกำลังรวมสูงสุด 572 กิโลวัตต์ (787 แรงม้า) วิ่งได้ถึง 634 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

ค่าย Xpeng และ Zeekr ก็ไม่น้อยหน้า เตรียมนำเสนอโมเดลใหม่ที่น่าจับตา Xpeng X9 รถตู้พลังงานไฟฟ้าระดับพรีเมียม ราคา 2.749 ล้านบาท โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีแบตเตอรี่ 800 โวลต์ SiC Architecture รองรับการชาร์จสูงสุด 330 กิโลวัตต์ โครงสร้างตัวถัง SEPA 2.0 ได้แรงบันดาลใจจากยานอวกาศ พร้อมห้องโดยสารที่กว้างขวางถึง 7.7 ตารางเมตร และเบาะนั่งแถวสองพร้อมฟังก์ชัน Zero-gravity เพื่อความสบายสูงสุด

Zeekr 7X เอสยูวีไฟฟ้า 5 ที่นั่งสุดพรีเมียม ออกแบบมาเพื่อการใช้งานแบบครอบครัว พร้อมห้องโดยสารที่ใหญ่โต และเทคโนโลยี Silicon Carbide E-Motor สองชุด ช่วยให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.8 วินาที และระยะทางวิ่งสูงสุด 780 กม./ชาร์จ (มาตรฐาน CLTC)

สำหรับ MINI ยังคงนำเสนอผลิตภัณฑ์จากตลาดไฟฟ้า โดยเฉพาะรุ่นตกแต่งพิเศษ JCW (John Cooper Works) Electric ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนไฟฟ้ากำลังสูงสุด 190 กิโลวัตต์ (258 แรงม้า) แรงบิด 350 นิวตัน-เมตร พร้อมรักษาเอกลักษณ์ “Go-Kart feeling” อันเป็นเสน่ห์ของ MINI ไว้ได้อย่างครบถ้วน

ตลาดรถยนต์ไฮบริด (HEV/PHEV) สุดคึกคัก พร้อมทางเลือกใหม่ที่หลากหลาย

ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์บ้านเราได้รับอิทธิพลอย่างมากจาก รถยนต์ไฟฟ้าล้วน (BEV) จนหลายคนอาจคิดว่าทางเลือกการขับเคลื่อนแบบอื่น ๆ เริ่มเลือนหายไป แต่ในความเป็นจริง ตลาด รถยนต์ไฮบริด ทั้งแบบปกติ (HEV) แบบเสียบปลั๊กชาร์จ (PHEV) และ Range-Extended Electric Vehicle (REEV) กลับได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ และไม่ได้จำกัดอยู่เพียงค่ายรถยนต์จากจีนเท่านั้น

Deepal S05 คือหนึ่งในรุ่นที่มีเวอร์ชัน REEV นอกจากนี้ยังมี BYD SHARK 6 DM-i รถกระบะสมรรถนะสูงแบบดับเบิ้ลแค็บที่มาพร้อมระบบ ปลั๊ก-อิน ไฮบริด ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร กับระบบ EHS และมอเตอร์ไฟฟ้า 3-in-1 ให้กำลังรวมสูงสุด 430 แรงม้า แรงบิด 650 นิวตันเมตร สามารถขับขี่ในโหมดไฟฟ้าล้วนได้ถึง 100 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC)

GWM หรือ Great Wall Motors เตรียมเปิดตัวเวอร์ชัน Minor Change ของ Haval H6 ซึ่งได้รับการปรับปรุงรูปลักษณ์ให้สวยงามลงตัวยิ่งขึ้น โดยยังคงมีทางเลือกทั้งขุมกำลังไฮบริด HEV และ ปลั๊ก-อิน ไฮบริด (PHEV) ที่ได้รับการยกระดับประสิทธิภาพการขับขี่และเพิ่มเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามา

จากฝั่งยุโรป Audi นำเสนอ A5 Plug-in Hybrid ที่ใช้พื้นฐานจาก A5 รุ่นล่าสุด มาพร้อมตัวถัง Avant และ Sportback ที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งความสปอร์ตได้อย่างสมบูรณ์แบบ ขุมกำลัง Plug-in Hybrid รุ่นล่าสุดมอบระยะทางวิ่งในโหมดไฟฟ้าได้ถึง 114 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC) ผสานกับระบบขับเคลื่อน quattro รองรับกำลัง 367 แรงม้า และแรงบิด 350 นิวตันเมตร

Volvo จากสวีเดน หลังจากที่เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าออกมาอย่างต่อเนื่อง ก็หันมาเพิ่มทางเลือก PHEV ด้วยรุ่น XC90 PHEV ซึ่งสามารถเดินทางในโหมดไฟฟ้า (EV Mode) ได้ไกลถึง 70 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ ตามมาตรฐาน WLTP

ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่น: การผสมผสานระหว่างความประหยัดและเทคโนโลยี

การกระตุ้นตลาดด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ยังคงเป็นกลยุทธ์สำคัญของแบรนด์ญี่ปุ่น ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2025 นี้ Mitsubishi XForce ซับคอมแพกต์ครอสโอเวอร์รุ่นล่าสุดจาก Mitsubishi Motors จะเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญ พัฒนาจากรถต้นแบบ XFC เพื่อให้เป็น SUV ที่มีสไตล์และความแข็งแกร่ง ขับเคลื่อนด้วยขุมกำลังเบนซิน MIVEC 1.5 ลิตร 105 แรงม้า ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อม 4 โหมดการขับขี่ และระบบ Active Yaw Control

Nissan จะเริ่มทำตลาดอย่างเป็นทางการสำหรับ Serena e-Power ใหม่ ซึ่งได้ปรับดีไซน์และมาพร้อมเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน e-Power ที่ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 163 แรงม้า แรงบิด 315 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 1.77 กิโลวัตต์ชั่วโมง และเครื่องยนต์สันดาป HR14DDe ความจุ 1,400 ซีซี 3 สูบ เพื่อสร้างกระแสไฟฟ้า พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัย 360° Nissan Safety Shield

ในส่วนของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจากญี่ปุ่น อาจมีเพียงรุ่นเดียวคือเวอร์ชันขายจริงของ Honda e:N1 ซึ่งก่อนหน้านี้ผลิตในไทยเพื่อการเช่าเท่านั้น แต่ครั้งนี้จะนำมาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ประกอบจากจีน ในราคา 1,199,000 บาท

ตลาดรถยนต์หรู: นวัตกรรมที่เหนือระดับและสมรรถนะอันไร้ขีดจำกัด

ตลาดรถยนต์หรูยังคงเป็นอีกหนึ่งส่วนที่แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง แม้ในช่วงเศรษฐกิจที่ท้าทาย แบรนด์หรูต่าง ๆ ได้นำผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีและสมรรถนะมาจัดแสดงในงานนี้

Aston Martin Vantage:Aston Martin ได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างตัวถังพร้อมเพิ่มเทคโนโลยีล่าสุดเพื่อประสิทธิภาพการขับขี่สูงสุด ขุมกำลังเบนซิน V8 Twin-Turbo 4.0 ลิตร ที่ได้รับการอัปเกรด เพิ่มกำลังเป็น 665 แรงม้า แรงบิด 800 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. ใน 3.4 วินาที และความเร็วสูงสุด 325 กม./ชม.

BMW M2:เวอร์ชันอัปเกรดของรถสปอร์ตคูเป้สมรรถนะสูง New BMW M2 มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบแถวเรียง 3.0 ลิตร พร้อมเทคโนโลยี M TwinPower Turbo เพิ่มกำลังเป็น 480 แรงม้า (+20 แรงม้า) และแรงบิด 600 นิวตันเมตร ความเร็วสูงสุด 285 กม./ชม. (+35 กม./ชม.) ด้วยแพ็กเกจ M Racetrack

Maserati GranCabrio:ผู้ผลิตรถสปอร์ตสัญชาติอิตาเลียนนำเสนอ New GranCabrio พร้อมทางเลือกขุมกำลัง Nettuno เครื่องยนต์สันดาป 550 แรงม้า และ Folgore ขุมกำลังไฟฟ้า 100% ถ่ายทอดเทคโนโลยีจาก Formula E

Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+:กลับมาอีกครั้งกับโมเดลสมรรถนะสูงระดับแฟล็กชิพ เจเนอเรชันที่ 2 รหัส C192 ติดตั้งเครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร Bi-Turbo สร้างพละกำลัง 585 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 800 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 315 กม./ชม.

Beyond the Headlines: เทรนด์สำคัญที่คุณต้องจับตาในมอเตอร์โชว์ 2025

นอกเหนือจากรุ่นเด่นที่กล่าวมาข้างต้น บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2025 ยังสะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์สำคัญที่กำลังเข้ามามีบทบาทอย่างมากในอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า และ เทคโนโลยีไฮบริด ที่พัฒนาไปไกลกว่าที่เคย

การพัฒนาแบตเตอรี่และระบบชาร์จ: เราจะได้เห็นความก้าวหน้าของเทคโนโลยีแบตเตอรี่ เช่น แบตเตอรี่ 800 โวลต์ ที่สามารถรองรับการชาร์จความเร็วสูง รวมถึงความพยายามในการลดระยะเวลาในการชาร์จให้สั้นลง และการขยายเครือข่ายสถานีชาร์จให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

การเพิ่มประสิทธิภาพและความคุ้มค่าของรถยนต์ไฮบริด: สำหรับผู้ที่ยังลังเลกับการเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ รถยนต์ไฮบริด ยังคงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ด้วยการพัฒนาที่ทำให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น ให้สมรรถนะที่ดีขึ้น และมาพร้อมเทคโนโลยีที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้ง HEV และ PHEV

ระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง (ADAS): เทคโนโลยี ADAS จะถูกพัฒนาให้ชาญฉลาดยิ่งขึ้น สามารถทำงานได้อย่างแม่นยำและครอบคลุมมากขึ้น เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและลดความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่

ความยั่งยืนและวัสดุรีไซเคิล: ความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมจะปรากฏให้เห็นผ่านการใช้วัสดุรีไซเคิลในการผลิตชิ้นส่วนภายในรถยนต์ รวมถึงการออกแบบที่เน้นความประหยัดพลังงาน

ประสบการณ์ผู้ใช้งาน (UX) ที่เหนือกว่า: การออกแบบภายในห้องโดยสารจะเน้นความสะดวกสบาย การเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อ และระบบอินโฟเทนเมนท์ที่ใช้งานง่าย เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่น่าประทับใจ

มองหา “รถยนต์ 5 ประตู” ที่ใช่ ในปี 2025

เมื่อพูดถึงรถยนต์ที่สามารถใช้งานได้อย่างครอบคลุม ทั้งขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ ทุกคนย่อมมองหา รถยนต์ 5 ประตู หรือ รถ Hatchback เพราะมีความโปร่งโล่งสบาย และพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังที่จุใจ ในปี 2025 นี้ ยังคงมีรถยนต์ 5 ประตูที่น่าสนใจหลายรุ่น ตั้งแต่ Eco Car ไปจนถึง SUV ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

Honda City Hatchback: รถ 5 ประตูที่มาพร้อมดีไซน์สปอร์ตหรูหรา สมรรถนะดีเยี่ยม และประหยัดน้ำมัน ด้วยเครื่องยนต์ 1.0 ลิตร VTEC TURBO ที่ให้กำลัง 122 แรงม้า และอัตราสิ้นเปลือง 23.3 กม./ลิตร ห้องโดยสารกว้างขวางพร้อมเบาะนั่ง Ultra Seat ที่ปรับพับได้หลากหลายรูปแบบ

Suzuki Swift: รถ 5 ประตู Hatchback ที่ออกแบบมาเพื่อคนรุ่นใหม่ ขับสนุก เกาะถนนดี สมรรถนะเกินค่าตัว เครื่องยนต์ 1.2 ลิตร DUALJET ที่ให้กำลัง 83 แรงม้า พร้อมอัตราสิ้นเปลือง 23 กม./ลิตร ดีไซน์สปอร์ตทั้งภายนอกและภายใน

Nissan Kicks e-Power: รถ 5 ประตูที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการก้าวเข้าสู่โลก รถยนต์ไฟฟ้า แต่ยังไม่มั่นใจเรื่องการชาร์จ ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร ปั่นไฟให้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อน ให้กำลัง 136 แรงม้า แรงบิด 280 นิวตันเมตร ดีไซน์ B-SUV ที่สวยงาม ห้องโดยสารกว้างขวาง

Toyota Corolla Cross: รถ Crossover SUV 5 ประตู ที่เน้นความแข็งแกร่งสำหรับการใช้งานในเมือง มาพร้อมทางเลือกรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร และ ไฮบริด 1.8 ลิตร ระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense ครบครัน

Mazda CX-30: Crossover SUV 5 ประตู ที่เน้นความสปอร์ต ปราดเปรียว และความหรูหราเหนือระดับ เครื่องยนต์ SKYACTIV-G 2.0 ลิตร 165 แรงม้า ระบบช่วงล่างที่ได้รับการยอมรับว่ายอดเยี่ยม

เจาะลึกรถยนต์ประหยัดน้ำมันที่สุดในปี 2025: ตัวเลือกที่คุณต้องพิจารณา

ในยุคที่ราคาน้ำมันมีความผันผวน และความตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมเพิ่มสูงขึ้น รถยนต์ประหยัดน้ำมัน กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง แม้ว่า รถยนต์ไฟฟ้า จะก้าวหน้าไปมาก แต่รถยนต์สันดาปก็ยังคงมีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคล่องตัวและความสะดวกสบาย

รถยนต์สันดาปประหยัดน้ำมัน:
Mazda 2: อัตราสิ้นเปลือง 26.3 กม./ลิตร (ดีเซล 1.5 ลิตร) และ 23.3 กม./ลิตร (เบนซิน 1.3 ลิตร) โดดเด่นด้วยช่วงล่างที่เฟิร์มและการขับขี่ที่คล่องตัว
Nissan Almera 1.0 Turbo: อัตราสิ้นเปลือง 23.3 กม./ลิตร มาพร้อมเครื่องยนต์ 1.0 Turbo และระบบช่วยเหลือการขับขี่ครบครัน
Toyota Yaris Ativ / Yaris: อัตราสิ้นเปลือง 23.3 กม./ลิตร เน้นความทนทานของเครื่องยนต์ การดูแลหลังการขาย และความประหยัด
Honda City 1.0 Turbo: อัตราสิ้นเปลือง 23.3 กม./ลิตร โดดเด่นด้วยอัตราเร่งที่ดี และเทคโนโลยี Honda Sensing
Mitsubishi Attrage / Mirage: อัตราสิ้นเปลือง 23.3 กม./ลิตร เป็น Eco Car ที่ประหยัดน้ำมัน ราคาเข้าถึงง่าย

รถยนต์ไฮบริดประหยัดน้ำมัน:
Honda City 1.5 e:HEV: อัตราสิ้นเปลือง 27.8 กม./ลิตร เป็นไฮบริดที่ประหยัดน้ำมันที่สุดในกลุ่ม ให้สมรรถนะการขับขี่ที่สนุกสนาน
Toyota Yaris CROSS HEV: อัตราสิ้นเปลือง 26.3 กม./ลิตร SUV คอมแพกต์ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ เทคโนโลยีไฮบริด และออปชันครบครัน
MG3 HYBRID+: อัตราสิ้นเปลือง 26.2 กม./ลิตร ปฏิวัติวงการ Eco Car ด้วยเทคโนโลยี Hybrid+ กำลังมากที่สุดในคลาส
Honda HR-V e:HEV: อัตราสิ้นเปลือง 25.6 กม./ลิตร SUV ที่ให้ความคุ้มค่า การขับขี่ที่นุ่มนวล และพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง
Honda Civic e:HEV: อัตราสิ้นเปลือง 25 กม./ลิตร ผสานความแรงและความประหยัดได้อย่างลงตัว
Honda Accord e:HEV: อัตราสิ้นเปลือง 25 กม./ลิตร สมรรถนะการขับขี่ที่ฉับไว นุ่มนวล และห้องโดยสารที่กว้างขวาง
Toyota Camry HEV: อัตราสิ้นเปลือง 25 กม./ลิตร ดีไซน์หรูหรา ภายในห้องโดยสารที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิด Energetic Beauty
MG VS HEV: อัตราสิ้นเปลือง 24.4 กม./ลิตร SUV ไฮบริดขนาดกลางที่ขับขี่สนุกและประหยัดน้ำมัน
Haval Jolion Hybrid: อัตราสิ้นเปลือง 23.8 กม./ลิตร SUV ที่มีดีไซน์ภายในแบบ Luxury Future Intelligent Cockpit
Toyota Corolla Cross: อัตราสิ้นเปลือง 23.3 กม./ลิตร SUV ที่ขับขี่สบาย ประหยัดน้ำมัน และภายในที่หรูหรา

บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2025 ไม่ใช่เพียงแค่การจัดแสดงยานยนต์ แต่เป็นการมองเห็นอนาคตของการเดินทาง ที่เต็มไปด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และทางเลือกที่หลากหลาย สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์คันใหม่ในปี 2025 งานนี้คือโอกาสอันดีที่จะได้สัมผัสกับเทคโนโลยีล้ำสมัย และค้นหารถยนต์ที่ใช่ที่สุดสำหรับคุณ

อย่าพลาดโอกาสที่จะได้สัมผัสประสบการณ์ยานยนต์แห่งอนาคต! เชิญทุกท่านเยี่ยมชม บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2025 ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม ถึง 6 เมษายน นี้ ที่อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในวงการยานยนต์ไทย.

Previous Post

N1001051 วแบบน เหรอ ปล อยให แฟนเล ยงล กคนเด ยว แต มาส งสรรค บเพ อนๆ part2

Next Post

N1001044 กพาตำรวจมาจ บช พอมาถ งบ าน กล บมาเจอส งน แทน part2

Next Post
N1001044 กพาตำรวจมาจ บช พอมาถ งบ าน กล บมาเจอส งน แทน part2

N1001044 กพาตำรวจมาจ บช พอมาถ งบ าน กล บมาเจอส งน แทน part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1001118 ความล บของบ านสาม part2
  • N1001106 โซเช ยลม นน ากล วกว าท part2
  • N1001116 วอย แล งกล าไปกอดก บคนอ นอ part2
  • N1001109 ยแบบน งเป นได แค วเก part2
  • N1001107 หญ งแล งน ำใจ ใครจะเอาทำเม part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.