MGC-ASIA ZUPER CAR & YACHT FEST: ปรากฏการณ์ยานยนต์หรูมือสองที่เปิดประตูสู่ฝันของนักสะสม
ในยุคที่ความหรูหราและความพิเศษกลายเป็นมากกว่าแค่สินค้า แต่เป็นไลฟ์สไตล์ที่เข้าถึงได้มากขึ้น ตลาดรถยนต์หรูมือสอง รวมถึงเรือยอชท์ระดับพรีเมียม ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะและการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ แต่ยังคงมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ MGC-ASIA หรือ กลุ่มบริษัท มาสเตอร์ กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) โดย สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เล็งเห็นโอกาสนี้ จึงได้ริเริ่มจัดงาน MGC-ASIA ZUPER CAR & YACHT FEST (Demo & Used) ขึ้นเป็นครั้งแรก ระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม – 2 กันยายน 2561 ณ โครงการ เอ-สแควร์ สุขุมวิท 24 งานนี้ไม่เพียงแต่เป็นการรวมสุดยอดยานยนต์หรูมือสอง แต่ยังเป็นประตูบานสำคัญสู่การเติมเต็มความฝันของกลุ่มลูกค้าหน้าใหม่ ที่กำลังมองหาความพิเศษในราคาที่จับต้องได้
ขยายฐานลูกค้า สู่กลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย
หัวใจสำคัญของการจัดงาน MGC-ASIA ZUPER CAR & YACHT FEST คือการขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้นกว่าเดิม สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ เผยว่า งานนี้เป็นการรวบรวม ซูเปอร์คาร์มือสอง และ เรือยอชท์มือสอง กว่า 30 คัน มูลค่ารวมกว่า 500 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ที่มีความสนใจในรถยนต์หรู หรือเรือยอชท์ระดับไฮเอนด์ แต่ยังมีกำลังซื้อที่จำกัดกว่ากลุ่มลูกค้าเดิมที่มักจะซื้อรถใหม่ป้ายแดง แนวคิดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจในตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป และการปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับยุคสมัย ที่ “รถหรูมือสอง” ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเพียงทางเลือกที่สอง แต่เป็น “ทางเลือกที่ชาญฉลาด” ที่ให้คุณค่าและความพิเศษในราคาที่คุ้มค่ากว่า
“เรามองเห็นช่องว่างในตลาดที่ชัดเจน กลุ่มคนที่ชื่นชอบในสมรรถนะ ความสง่างาม และประสบการณ์การขับขี่ หรือการพักผ่อนบนเรือยอชท์ระดับพรีเมียม แต่ด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณ ทำให้พวกเขาอาจจะยังเข้าไม่ถึงรถยนต์หรือเรือยอชท์ใหม่ป้ายแดง งานนี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่เราจะนำเสนอทางเลือกที่น่าสนใจ พร้อมยืนยันในคุณภาพที่เราเชื่อมั่น” สัณหวุฒิ กล่าวเสริม
มาตรฐานสากลและการันตีคุณภาพ: สร้างความเชื่อมั่นในตลาดรถยนต์หรูมือสอง
หนึ่งในความท้าทายสำคัญของตลาดรถยนต์หรูมือสอง คือการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค MGC-ASIA ได้ให้ความสำคัญกับประเด็นนี้อย่างยิ่ง โดย สุนทรพันธ์ เดชะเทศ ผู้จัดการทั่วไป โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส แบงคอก ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมงาน ได้กล่าวเน้นย้ำถึงมาตรฐานของการคัดสรรยานยนต์ในงานนี้ว่า “แม้จะเป็นรถยนต์มือสอง แต่ทุกคันผ่านการตรวจสอบสภาพอย่างเข้มงวดตามมาตรฐานสากล เรามั่นใจในคุณภาพและสมรรถนะที่ยังคงยอดเยี่ยม”
ความใส่ใจในรายละเอียดเหล่านี้ เป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยเปลี่ยนแปลงมุมมองของผู้บริโภคที่มีต่อรถยนต์หรูมือสอง จากที่เคยมีความกังวลเรื่องสภาพและการดูแลรักษา ให้กลายเป็นความเชื่อมั่นว่า รถยนต์หรูมือสองจาก MGC-ASIA คือการลงทุนที่คุ้มค่าและปลอดภัย
โปรโมชั่นสุดพิเศษ: โอกาสทองสำหรับนักสะสม
เพื่อเป็นการกระตุ้นการตัดสินใจ และมอบข้อเสนอที่น่าดึงดูดใจ MGC-ASIA ได้ตั้งเป้ายอดจองภายในงานไว้ไม่น้อยกว่า 60% พร้อมทั้งเสนอ ราคาขายพิเศษ ที่ต่ำกว่าราคาปกติถึง 30-50% โปรโมชั่นนี้เป็นแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้ผู้ที่สนใจสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์หรือเรือยอชท์หรูในฝันได้ง่ายขึ้น
นอกจากส่วนลดแล้ว ยังมีโปรโมชั่นร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ อย่างธนาคารไทยพาณิชย์ ที่มอบ คะแนนสะสมสูงสุด 20 เท่า สำหรับบัตรเครดิตไทยพาณิชย์ ยิ่งทำให้การจับจ่ายในงานนี้คุ้มค่ามากยิ่งขึ้น
เทรนด์ตลาดรถยนต์หรู: การเติบโตอย่างต่อเนื่องและการเปิดตัวโมเดลใหม่
ตลาดรถยนต์อัลตร้าลักชัวรี่ในประเทศไทย ยังคงมีสัญญาณการเติบโตที่แข็งแกร่ง สุนทรพันธ์ เดชะเทศ จาก Rolls-Royce Motor Cars Bangkok ชี้ให้เห็นถึงการเติบโตกว่า 50% ในช่วงครึ่งปีแรกของปีที่ผ่านมา และคาดการณ์ว่าครึ่งปีหลังจะยิ่งดีขึ้น โดยเฉพาะในช่วงปลายปีที่มีการเปิดตัว ไฮไลท์ Rolls-Royce คาดิลแลค (คาดว่าหมายถึงรุ่นที่เปิดตัวหรือมีกำหนดการเปิดตัวในช่วงปลายปี) ซึ่งจะยิ่งกระตุ้นตลาดให้คึกคักยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน Cavallino Motors ผู้จำหน่ายและซ่อมบำรุงรถยนต์ Ferrari อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ก็เดินหน้าธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยการขยายศูนย์ซ่อมบำรุง และการเปิดตัว Ferrari Portofino รุ่นใหม่ ซึ่งคาดการณ์ว่าจะช่วยเพิ่มยอดขายของรุ่นนี้ให้เพิ่มขึ้นเท่าตัวจากรุ่นก่อน
นายวรวุฒิ ภิรมย์ภักดี รองประธานกรรมการบริหาร Cavallino Motors กล่าวถึงกลยุทธ์การทำตลาด Ferrari ในปี 2561 ว่า จะเน้นการบุกตลาดเซ็กเมนต์ Grand Turismo (GT) มากขึ้น โดย Ferrari Portofino คือรถไฮไลท์ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด GT ได้เป็นอย่างดี ด้วยรูปลักษณ์ที่สวยงาม สมรรถนะที่เหนือกว่า และจุดเด่นที่แตกต่างจากรุ่นก่อนๆ เช่น ความสูงจากพื้น ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ลูกค้าไม่ต้องกังวลเรื่องการใช้งานในชีวิตประจำวัน และ หลังคาแข็งแบบเปิดประทุน ที่ทำงานได้อย่างรวดเร็วถึง 14 วินาที
“กลยุทธ์สำคัญของเราคือการสร้างประสบการณ์การขับขี่จริงหลังพวงมาลัย (Test Drive) เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสสมรรถนะของรถด้วยตนเอง บนเส้นทางที่สามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน เพื่อเปลี่ยนมุมมองที่ว่ารถสปอร์ตขับยาก” วรวุฒิ กล่าว
นอกจากนี้ Cavallino Motors ยังเน้นการสร้างประสบการณ์ระดับโลก ด้วยการพา Test Drive ในต่างประเทศ เช่นที่ดูไบ เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสสมรรถนะของรถอย่างเต็มที่ และเชื่อมโยงเข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้ครอบครอง Ferrari อย่างแท้จริง
บริการหลังการขาย: หัวใจสำคัญของการสร้างความภักดีของลูกค้า
ในตลาดรถยนต์หรู การบริการหลังการขายเป็นปัจจัยสำคัญที่จะสร้างความประทับใจและความภักดีของลูกค้าได้อย่างยั่งยืน Cavallino Motors ให้ความสำคัญกับจุดนี้อย่างมาก ด้วยการรับประกัน 3 ปี และ บริการซ่อมบำรุงดูแลรักษา 7 ปี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย รวมถึงบริการ 24 ชั่วโมง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการดูแลลูกค้าอย่างครอบคลุม
การลงทุนขยายศูนย์ซ่อมบำรุงกว่า 50 ล้านบาท พร้อมการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาปรับปรุงระบบการบริการ จะยิ่งเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ Cavallino Motors ในการรองรับปริมาณรถที่เพิ่มขึ้น และให้บริการที่ครบวงจรมากยิ่งขึ้น
กลยุทธ์การตลาดที่รอบด้าน: สร้างการรับรู้และผูกพันกับแบรนด์
นอกเหนือจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการแล้ว กลยุทธ์การตลาดก็เป็นสิ่งสำคัญ Cavallino Motors ใช้กลยุทธ์ Word of Mouth ที่เป็นสูตรสำเร็จของบริษัท ทำยอดขายได้ถึง 60% ควบคู่ไปกับการจัด โรดโชว์ ไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ และการทำกิจกรรมร่วมกับ Ferrari Owner Club Thailand รวมถึงการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์อย่าง Instagram และ Facebook เพื่อสร้าง Engagement กับบริษัทและแบรนด์อย่างต่อเนื่อง
ภาพรวมตลาดรถยนต์ปี 2560-2561: ความคึกคักและการเปิดตัวรุ่นใหม่
ปี 2560 เป็นปีที่น่าจับตามองในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ไม่เพียงแต่สัญญาณการฟื้นตัวของตลาด แต่ยังมีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ หลากหลายเซ็กเมนต์ ตั้งแต่อีโคคาร์ ไปจนถึง ซูเปอร์คาร์และรถซูเปอร์พรีเมียม
Honda เตรียมเปิดตัวถึง 3 รุ่น ได้แก่ City Minor Change, Civic Hatchback และ CR-V โฉมใหม่ โดยเฉพาะ Civic Hatchback ที่มาพร้อมดีไซน์สปอร์ตอเนกประสงค์
Nissan Note เตรียมเข้ามาทำตลาดอีโคคาร์ เน้นความกว้างขวาง สะดวกสบาย และเทคโนโลยีที่ทันสมัย
Mini Countryman เจเนอเรชั่นที่สอง มาพร้อมดีไซน์ที่ดุดัน บึกบึน และพื้นที่ภายในที่กว้างขวางขึ้น
Audi Q2 “Baby Crossover” ที่มีขนาดกะทัดรัด แต่เพียบพร้อมด้วยขุมพลังที่หลากหลาย
Maserati Levante SUV สุดหรู ที่มาพร้อมการออกแบบที่เน้นจุดศูนย์ถ่วงต่ำ
Mercedes-Benz E-Class Coupe รถสปอร์ตเปิดประทุนสุดหรู ที่มาพร้อมการออกแบบที่เรียบหรู
BMW Series 5 โฉมใหม่ รหัส G30 พัฒนาบนแพลตฟอร์ม CLAR ที่เน้นความปราดเปรียวและแอโรไดนามิก
Mazda MX-5 RF โรดสเตอร์หลังคาแข็งเปิดประทุนไฟฟ้า ที่มาพร้อมดีไซน์อันหล่อเหลา
Bentley Bentayga SUV คันแรกของ Bentley ที่ผลิตด้วยมือทั้งคัน เน้นความหรูหราและคุณภาพสูงสุด
MG GV รถตู้ 11 ที่นั่ง ที่ตอบโจทย์ความต้องการของครอบครัวและธุรกิจ
Ford Mustang มัสเซิลคาร์ในตำนาน ที่มีโอกาสเข้ามาทำตลาดอย่างเป็นทางการ
Toyota C-HR รถครอสโอเวอร์ที่ชาวไทยรอคอย ด้วยดีไซน์สปอร์ตโฉบเฉี่ยว และขุมพลังที่ประหยัดน้ำมัน
นอกจากนี้ ยังมีรถรุ่นอื่นๆ ที่น่าจับตามอง เช่น Subaru XV ใหม่, Mazda CX-9, Hyundai Tucson และ Volvo XC60 ใหม่
Lexus: วิวัฒนาการแห่งความหรูหราและราคาที่ท้าทาย
ย้อนกลับไปกว่า 20 ปีที่ Lexus ได้เข้ามาบุกเบิกตลาดรถหรูในประเทศไทย ด้วยรุ่น LS400 และ ES300 ซึ่งสามารถสร้างฐานลูกค้าที่ยอมรับในคุณภาพและความประณีตแบบญี่ปุ่นได้ แม้ในยุคนั้นการสื่อสารการตลาดจะยังอาศัยสื่อสิ่งพิมพ์เป็นหลัก แต่ Lexus ก็สามารถสร้างการรับรู้ในฐานะแบรนด์หรูที่แตกหน่อมาจาก Toyota ซึ่งเป็นทั้งข้อได้เปรียบและข้อจำกัดในเวลาเดียวกัน
เมื่อเวลาผ่านไป การแข่งขันในตลาดรถหรูเข้มข้นขึ้น Lexus ที่เคยมีจุดเด่นด้าน ความคุ้มค่า เมื่อเทียบกับคู่แข่งจากเยอรมนี กลับมีราคาที่สูงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งลูกค้าที่เคยเป็นแฟนพันธุ์แท้ ยังต้องหันไปมองรถยุโรปที่ให้ “ความคุ้มค่า” ในงบประมาณที่เท่ากัน
บทสนทนากับเพื่อนที่เคยเป็นลูกค้า Lexus มาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงจุดยืนที่น่าสนใจ “รถมันดีนะ ดีมาก แต่พอราคาสูงจนรู้สึกไม่คุ้มค่าที่จะซื้อ เขาก็ต้องเลิกคบกับ Lexus ป้ายแดง…ไม่ใช่เพราะไม่มีเงินซื้อ แต่เพราะรู้สึกว่าคู่แข่งจากเยอรมันมอบสิ่งต่างๆ ให้ได้ดีกว่าในงบประมาณที่เท่าๆกัน”
Lexus GS200t Luxury: การเดินทางสู่ตลาดรถผู้บริหารที่ต้องเผชิญความท้าทาย
การเข้ามาของ Lexus GS200t Luxury ในตลาด เป็นอีกก้าวสำคัญของแบรนด์ ที่พยายามจะยืนหยัดในเซ็กเมนต์รถผู้บริหารที่ต้องแข่งขันกับแบรนด์ยุโรปอย่าง Mercedes-Benz E-Class และ BMW Series 5 การออกแบบภายนอกที่ยังคงความเรียบหรู แต่แฝงด้วยความสปอร์ต และภายในที่เน้นความประณีตในการเก็บรายละเอียด ใช้วัสดุคุณภาพสูง สะท้อนถึงปรัชญาการออกแบบ “Omotenashi” ของ Lexus ได้เป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึง ราคา ของ GS200t Luxury ที่เริ่มต้นที่ 4,590,000 บาท เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง Mercedes-Benz E220d AMG Dynamic ที่มีราคาเริ่มต้นเพียง 3,690,000 บาท ซึ่งมาพร้อมออปชันที่หลากหลายกว่า เช่น หลังคา Panoramic, ชุดแต่ง AMG Dynamic, หน้าปัด TFT แบบยาว และระบบความปลอดภัยที่ทันสมัยกว่า จุดนี้จึงเป็นข้อที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง
สมรรถนะและเทคโนโลยี: จุดแข็งที่ซ่อนเร้นและความท้าทายในการสื่อสาร
แม้ว่า GS200t จะมาพร้อมเครื่องยนต์ 8AR-FTS 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ ที่ให้กำลังสูงสุด 245 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร ซึ่งถือว่าเพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน แต่การ ตอบสนองของคันเร่งและเทอร์โบ ในบางครั้ง ยังขาดความเฉียบคมและดุดันเท่าที่ควร โดยเฉพาะในโหมด Sport ที่ยังคงรู้สึกถึงการหน่วงบูสท์ หรืออาการ “อืด” ในช่วงออกตัวและเร่งแซงก่อน 120 กม./ชม. ซึ่งแตกต่างจากคู่แข่งจากยุโรปที่มักจะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจกว่า
อย่างไรก็ตาม เมื่อเลยช่วงความเร็ว 120 กม./ชม. ขึ้นไป GS200t กลับแสดงศักยภาพที่น่าประทับใจ สามารถเร่งความเร็วได้อย่างไหลลื่น และให้ความมั่นใจในการขับขี่ทางไกล ระบบช่วงล่าง ที่ได้รับการปรับเซ็ตมาอย่างดี ให้ความนุ่มนวลที่น่าพอใจ สามารถซับแรงสะเทือนได้ดีเยี่ยมเมื่อเทียบกับคู่แข่งบางรุ่น และยังให้ความรู้สึกคล่องแคล่วปราดเปรียวในการเข้าโค้ง ซึ่งเป็นจุดแข็งที่หลายคนอาจมองข้าม
ระบบเบรก ที่ให้ความมั่นใจในการชะลอความเร็ว และ การเก็บเสียงภายในห้องโดยสาร ที่ทำได้ดีเยี่ยม (ยกเว้นเสียงจากยาง Dunlop Sport Maxx 050 ที่ค่อนข้างดัง) ล้วนเป็นคุณสมบัติที่สะท้อนถึงความประณีตในงานวิศวกรรมของ Lexus
สรุป: การตัดสินใจที่ต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน
Lexus GS200t Luxury เป็นรถยนต์ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ “ละเมียดละไม” และ “สบาย” เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์สำหรับผู้บริหารที่เน้นความหรูหรา ความประณีต และความสะดวกสบายในการเดินทางเป็นหลัก จุดเด่นด้านการออกแบบภายใน การใช้วัสดุคุณภาพสูง และระบบช่วงล่างที่นุ่มนวล คือสิ่งที่ทำให้ Lexus ยังคงมีเสน่ห์ของตัวเอง
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึง ราคา ที่ค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับออปชันและเทคโนโลยีที่ได้รับ เมื่อเทียบกับคู่แข่งจากยุโรปที่อยู่ในเซ็กเมนต์เดียวกัน และเมื่อพิจารณาถึงลักษณะการตอบสนองของเครื่องยนต์ที่อาจไม่เร้าใจเท่าที่ควรสำหรับบางกลุ่มลูกค้า การตัดสินใจเลือก Lexus GS200t Luxury จึงต้องมาจากการพิจารณาถึงความต้องการและลำดับความสำคัญของแต่ละบุคคลอย่างรอบด้าน
สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์หรูที่ให้ความสบายในการขับขี่ ความประณีตในรายละเอียด และชื่อชั้นของแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับ Lexus GS200t Luxury ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่หากมองหาความคุ้มค่าด้านออปชัน เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และสมรรถนะที่เร้าใจ การเปรียบเทียบกับคู่แข่งจากยุโรปจะเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
ถึงเวลาแล้วที่จะก้าวข้ามข้อจำกัดทางราคา สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษของยานยนต์หรู และค้นหา “ที่สุด” ของความเป็นคุณ
หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะ ความสง่างาม และความพิเศษที่เหนือระดับ เราขอเชิญชวนท่านสัมผัสประสบการณ์อันน่าตื่นเต้นและค้นพบโอกาสในการเป็นเจ้าของยานยนต์ในฝัน ในราคาที่คุณคาดไม่ถึง
อย่าปล่อยให้ความฝันเป็นเพียงความฝัน
ติดต่อเราวันนี้ เพื่อรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ และเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงการเดินทางของคุณตลอดไป

