• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N1001087 บนเส นทางร ไม ได แต ดอกไม part2

admin79 by admin79
January 8, 2026
in Uncategorized
0
N1001087 บนเส นทางร ไม ได แต ดอกไม part2

ภาพรวมตลาด SUV ทั่วโลกปี 2024: เทรนด์, ตัวท็อป และโอกาสสำหรับผู้บริโภคชาวไทย

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของตลาดรถยนต์ที่น่าทึ่งมาโดยตลอด แต่สำหรับปี 2024 นี้ ตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ หรือ SUV (Sport Utility Vehicle) ได้พิสูจน์แล้วว่ายังคงเป็นเซกเมนต์ที่ร้อนแรงและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกได้อย่างต่อเนื่อง ข้อมูลในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2024 เผยให้เห็นถึงยอดขายที่น่าประทับใจของรถยนต์ SUV ในตลาดหลักอย่างสหรัฐอเมริกา ซึ่งหลายรุ่นสามารถทำยอดขายได้หลักแสนคัน บ่งบอกถึงความนิยมที่ไม่มีทีท่าว่าจะลดลง

บทความนี้ไม่ได้มีเจตนาเพียงแค่การนำเสนออันดับรถยนต์ SUV ขายดีในสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ผมต้องการเจาะลึกถึงปัจจัยที่ผลักดันความสำเร็จของรถยนต์เหล่านี้ สำรวจเทรนด์ที่น่าสนใจ และที่สำคัญที่สุด คือการมองหาโอกาสสำหรับผู้บริโภคชาวไทยที่กำลังพิจารณาการลงทุนในรถยนต์ SUV สักคัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และอิทธิพลของแบรนด์จีนที่กำลังเข้ามาเขย่าวงการ

สมรภูมิ SUV สหรัฐฯ ครึ่งปีแรก 2024: ใครคือผู้ชนะ?

เมื่อพิจารณาตลาดสหรัฐอเมริกาในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2024 รถยนต์ SUV ยังคงครองตำแหน่งดาวเด่น โดยมีแบรนด์และรุ่นที่สร้างปรากฏการณ์ด้วยยอดขายหลักแสนคันอย่างต่อเนื่อง ผมได้รวบรวมข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ เพื่อนำเสนอภาพรวมของ รถยนต์ SUV ขายดี ที่ขับเคลื่อนตลาดนี้

Toyota RAV4 (248,295 คัน): ไม่น่าแปลกใจที่ Toyota RAV4 ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำไว้ได้ ด้วยชื่อเสียงที่สั่งสมมาเกือบ 30 ปีในด้านความทนทาน ความอเนกประสงค์ และความง่ายในการขับขี่ RAV4 ไม่เพียงตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน แต่ยังเหมาะสำหรับการเดินทางพักผ่อนหย่อนใจ การเติบโตของยอดขายที่เพิ่มขึ้นเกือบ 33% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ชี้ให้เห็นว่าเทคโนโลยีขุมพลังที่หลากหลาย ทั้งเครื่องยนต์สันดาปภายใน, ไฮบริด, และปลั๊กอินไฮบริด ยังคงเป็นจุดแข็งที่ดึงดูดผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 29,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 1.04 ล้านบาท) ยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่แข่งขันได้

Honda CR-V (196,204 คัน): คู่แข่งตลอดกาลของ RAV4 อย่าง Honda CR-V ก็ไม่น้อยหน้า ด้วยยอดขายที่เพิ่มขึ้นเกือบ 20% CR-V โดดเด่นด้วยการออกแบบที่ทันสมัยทั้งภายนอกและภายใน ความกว้างขวางสะดวกสบาย และตัวเลือกขุมพลังที่หลากหลาย ทั้งเครื่องยนต์ปกติและไฮบริด ทำให้ CR-V เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับครอบครัวยุคใหม่ ราคาเริ่มต้นที่ 1,419,000 บาทในตลาดไทย (ซึ่งอาจแตกต่างจากราคาในสหรัฐฯ) สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของ Honda ในการนำเสนอรถยนต์ที่คุ้มค่า

Nissan Rogue (141,160 คัน): หรือที่รู้จักในชื่อ Nissan X-Trail ในบางตลาด Rogue มาพร้อมดีไซน์ที่ดุดันยิ่งขึ้น และจุดเด่นสำคัญคือราคาที่เข้าถึงง่าย โดยมีราคาพื้นฐานต่ำกว่า 30,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1.07 ล้านบาท) ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหารถ SUV ที่มีสไตล์ในราคาที่ไม่สูงจนเกินไป

Tesla Model Y (116,799 คัน): แม้ว่ายอดขายในสหรัฐฯ จะลดลงเกือบ 39% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แต่ Tesla Model Y ยังคงเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) อันดับ 1 ของสหรัฐฯ และเป็นรถยนต์ที่ขายดีที่สุดในโลก การที่ Model Y ยังคงติดอันดับ Top 5 แสดงให้เห็นถึงพลังของแบรนด์ Tesla และความนิยมในรถยนต์ไฟฟ้าที่สามารถเดินทางได้ไกลและมีสมรรถนะที่น่าประทับใจ การปรับปรุงเทคโนโลยีและประสบการณ์ผู้ใช้อย่างต่อเนื่อง น่าจะช่วยผลักดันยอดขายให้กลับมาเติบโตได้อีกครั้ง

Jeep Grand Cherokee (106,751 คัน): Grand Cherokee ยังคงเป็น SUV ที่ได้รับความนิยมในฐานะรถยนต์ 2 หรือ 3 แถว ที่มาพร้อมทางเลือกขุมพลังที่หลากหลาย รวมถึงปลั๊กอินไฮบริด แม้ว่ายอดขายจะลดลงเกือบ 15% แต่การทำยอดขายได้กว่า 106,000 คันในช่วงครึ่งปีแรก ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่แข็งแกร่ง แสดงถึงความภักดีของฐานลูกค้าที่มีต่อแบรนด์ Jeep

Chevrolet Equinox (106,455 คัน): Equinox ได้รับการปรับปรุงการออกแบบทั้งภายนอกและภายในให้ทันสมัยเทียบเคียงกับคู่แข่งในตลาดอเมริกาเหนือ การที่ยอดขายเกือบเท่ากับครึ่งปีแรกของปีที่แล้ว และการมาถึงของรุ่นใหม่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2024 ชี้ให้เห็นว่า Chevrolet ยังคงให้ความสำคัญกับเซกเมนต์นี้ และคาดว่ารุ่นใหม่จะช่วยกระตุ้นยอดขายได้

Ford Explorer (104,803 คัน): Explorer ยังคงเป็น SUV ยอดนิยมสำหรับครอบครัวชาวอเมริกันและในตลาดอื่น ๆ ด้วยยอดขายที่สม่ำเสมอ ราคาเริ่มต้นที่ต่ำกว่า 37,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1.32 ล้านบาท) และความสามารถรอบด้าน ทำให้ Explorer เป็นตัวเลือกที่น่าเชื่อถือ

Subaru Forester (92,849 คัน): Forester เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของ SUV ที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ด้วยยอดขายที่เพิ่มขึ้นกว่า 50% ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2024 ความสามารถในการขับขี่ทุกสภาพถนน ความปลอดภัย และพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวาง เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Subaru Forester ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

Hyundai Tucson (92,146 คัน): Tucson ยังคงเป็นรุ่นขายดีที่สุดของ Hyundai ในภาพรวม แม้ว่ายอดขายจะลดลง 8.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่ด้วยราคาเริ่มต้นที่น่าดึงดูด (ต่ำกว่า 28,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 1.06 ล้านบาท) และการออกแบบที่ทันสมัย ทำให้ Tucson ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในตลาด

Chevrolet Trax (90,463 คัน): Trax เป็นตัวอย่างของความสำเร็จจากการปรับโฉมครั้งใหญ่ การออกแบบที่ได้รับการปรับปรุงอย่างมากในช่วงกลางปี 2022 ประกอบกับราคาที่น่าดึงดูดใจ ส่งผลให้ยอดขายพุ่งสูงขึ้นกว่า 230% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว นี่คือบทพิสูจน์ว่าการออกแบบที่ตอบโจทย์และความคุ้มค่าเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในตลาด SUV ขนาดเล็ก

ตลาดอินโดนีเซีย: ม้ามืดและผู้นำที่น่าจับตามอง

ขณะที่ตลาดสหรัฐฯ สะท้อนถึงความนิยมใน SUV ขนาดใหญ่และเทคโนโลยีที่หลากหลาย ตลาดอินโดนีเซียกลับแสดงภาพที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ข้อมูลยอดขายรถยนต์ประจำเดือนเมษายน 2024 โดย autofun.indonesia เผยให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ญี่ปุ่น แต่ก็มีม้ามืดที่น่าสนใจ

DAIHATSU SIGRA (3,740 คัน): ก้าวขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ในเดือนเมษายนอย่างน่าประหลาดใจ Sigra ซึ่งเป็นรถยนต์ประเภท MPV ขนาดเล็ก (Multi-Purpose Vehicle) สะท้อนถึงความต้องการรถยนต์ที่คุ้มค่า ใช้งานได้หลากหลาย และประหยัดน้ำมันในตลาดอินโดนีเซีย
TOYOTA RUSH (3,069 คัน): Rush ยังคงรักษาตำแหน่งรถ SUV ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ด้วยดีไซน์ที่ทันสมัยและความน่าเชื่อถือของแบรนด์ Toyota
TOYOTA INNOVA (2,803 คัน): Innova ที่เป็น MPV ขนาดกลาง ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับครอบครัวที่ต้องการพื้นที่และความสะดวกสบาย
TOYOTA AVANZA (2,605 คัน): Avanza ซึ่งเป็น MPV ขนาดเล็ก และเป็นรถที่ขายดีที่สุดรุ่นหนึ่งในหลายตลาดเอเชีย ก็ยังคงได้รับความนิยมอย่างสูงในอินโดนีเซีย
HONDA BRIO (2,033 คัน): Brio ซึ่งเป็นรถยนต์ขนาดเล็ก (City Car) แสดงให้เห็นว่า รถยนต์ขนาดเล็กที่ราคาเข้าถึงง่ายก็ยังมีความต้องการสูงในตลาดนี้

รายชื่อรถยนต์ที่ขายดีในอินโดนีเซียนี้ ยังรวมถึงรถรุ่นอื่นๆ เช่น Toyota Calya, Daihatsu Ayla, Daihatsu Terios, Suzuki XL7, Toyota Hilux, Mitsubishi Xpander, Toyota Raize, และ Honda CR-V ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของความต้องการของผู้บริโภคชาวอินโดนีเซีย ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ SUV ขนาดใหญ่ แต่ยังรวมถึง MPV และรถยนต์ขนาดเล็กที่เน้นความคุ้มค่า

ปรากฏการณ์ Neta V II: รถยนต์ไฟฟ้าที่เข้าถึงง่ายในประเทศไทย

ในขณะที่โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ประเทศไทยก็ไม่น้อยหน้า การมาถึงของ Neta V II หรือ Neta V Minorchange (ที่อาจมีชื่อเรียกอีกว่า Neta AYA) แสดงให้เห็นถึงทิศทางที่น่าสนใจในตลาด EV ระดับเริ่มต้น

ราคาที่เข้าถึงได้: Neta V เดิมมีราคาเริ่มต้นที่ 549,000 บาท ซึ่งถือว่าเข้าถึงได้ง่ายมากสำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า การที่รุ่น Minorchange จะมีราคาใกล้เคียงเดิม ทำให้ Neta V II เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับผู้บริโภคชาวไทยที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ EV โดยไม่ต้องใช้งบประมาณสูง
การปรับปรุงดีไซน์: การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ เช่น ไฟท้าย LED Strip, ระบบปัดน้ำฝนด้านหลัง, ช่องดักลมดีไซน์ใหม่ Star Galaxy Grille, ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่, และสีตัวถังใหม่ “สีชานม Milk Tea” รวมถึงหลังคาดำ High Gloss และภายในโทนสีทูโทน แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของ Neta ในการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้ทันสมัยและตอบสนองเทรนด์
สมรรถนะที่เพียงพอ: ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 95 แรงม้า แรงบิด 150 นิวตันเมตร และแบตเตอรี่ LFP ขนาด 40.7 kWh ที่วิ่งได้ระยะทาง 384 กม. (NEDC) Neta V II ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันในเมืองและเดินทางระยะสั้นๆ การรองรับการชาร์จ AC สูงสุด 6.6 kW และ DC Fast Charging ที่ 45 kW (30-80% ใน 30 นาที) ยังเป็นจุดแข็งที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย
ระบบ V2L: การมีระบบ Vehicle-to-Load (V2L) ที่สามารถจ่ายไฟให้เครื่องใช้ไฟฟ้าภายนอกได้สูงสุด 3.3 kW ถือเป็นฟีเจอร์ที่เพิ่มมูลค่าและความอเนกประสงค์ให้กับรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก

Neta V II เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการที่แบรนด์จีนกำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ทำให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกที่หลากหลายและคุ้มค่ามากขึ้น

จีน: มหาอำนาจแห่งรถยนต์ไฟฟ้า EV

การกล่าวว่าจีนเป็นผู้นำในด้านรถยนต์ไฟฟ้า (EV) นั้นไม่ใช่เรื่องเกินจริงอีกต่อไป ในปี 2022 จีนครองสถิติการผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) กว่า 64% ของโลก และมียอดขาย EV กว่า 5 ล้านคัน จากยอดขายทั่วโลก 7.65 ล้านคัน ข้อมูลนี้ทำให้เราต้องหันมามอง 15 อันดับแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า EV ที่ขายดีที่สุดในจีน ช่วงปี 2022 ถึง ไตรมาส 1 ปี 2023

BYD: คือผู้นำที่แท้จริง ครองส่วนแบ่งการตลาดในจีนถึง 30% และกวาดยอดขายทั่วโลกกว่า 1.8 ล้านคันในปี 2022 รุ่นที่ขายดีที่สุดคือ BYD Song Plus (SUV)
SAIC-GM-Wuling: หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ Wuling เป็นการร่วมทุนที่ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะรุ่น Hongguang Mini EV ที่ตอบโจทย์ตลาดรถเล็กราคาประหยัด แม้ว่าความนิยมรถ EV ขนาดเล็กจะเริ่มลดลงในจีน แต่ Wuling ก็กำลังขยายตลาดสู่ยุโรปและประเทศกำลังพัฒนา รวมถึงไทยด้วย Wuling Air EV คือตัวอย่าง
Tesla: เป็นแบรนด์ต่างชาติเพียงแบรนด์เดียวที่ติด Top 15 ในจีน Tesla Model Y คือรุ่นที่ขายดีที่สุด
Geely: แบรนด์ยักษ์ใหญ่ของจีน เจ้าของ Volvo และ Polestar ทำยอดขาย EV ในจีนได้กว่า 300,000 คันในปี 2022
GAC Aion: แบรนด์ดาวรุ่งภายใต้ Guangzhou Automobile ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
Chery: แบรนด์จีนแท้ๆ ที่มียอดขาย EV ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะรุ่น QQ Ice Cream (Mini EV)
Changan: หนึ่งใน Big 4 ของจีน ที่ประสบความสำเร็จกับ Lumin Corn (Mini EV)
Hozon Auto (Neta): แบรนด์แม่ของ Neta ที่เราเห็นในไทย แม้จะติด Top 10 แต่ก็ยังขาดทุนอยู่ รุ่นที่ขายดีคือ Neta V
Li Auto: แบรนด์สตาร์ทอัพ EV ที่มีชื่อเสียง แม้จะยอดขายดี แต่ก็ยังคงขาดทุน
Great Wall Motors (GWM): ที่คนไทยคุ้นเคยในฐานะผู้ผลิต SUV ก็มี Ora Good Cat ที่เป็น EV ขายดีในจีน
NIO: จุดเด่นคือระบบเปลี่ยนแบตเตอรี่ (Swap Charge) แต่ยังคงมีต้นทุนการบริการที่สูงและขาดทุน
XPeng: โดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ต แต่ยังคงขาดทุน
Leapmotor: เป็นแบรนด์ที่ยังหาจุดยืนในตลาด EV ได้ไม่ชัดเจน
FAW VW และ SAIC VW: เป็นการร่วมทุนของ Volkswagen กับแบรนด์จีน แต่เข้าสู่ตลาด EV ช้ากว่าคู่แข่ง และประสบปัญหาด้านซอฟต์แวร์

ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์จีนที่ครองตลาด EV ส่วนใหญ่ และการแข่งขันที่ดุเดือดจนมีบางแบรนด์ต้องล้มหายไป เช่น Enovate, Byton, WM Motor และ Evergrande New Energy Auto

แนวโน้มและโอกาสสำหรับผู้บริโภคชาวไทย

จากข้อมูลข้างต้น เราสามารถสรุปแนวโน้มและโอกาสสำหรับผู้บริโภคชาวไทยได้ดังนี้:

ความหลากหลายของ SUV: ตลาด SUV ยังคงมีตัวเลือกที่หลากหลาย ตั้งแต่ SUV ขนาดเล็ก ประหยัดน้ำมัน สำหรับการใช้งานในเมือง ไปจนถึง SUV ขนาดใหญ่ ที่รองรับการเดินทางแบบครอบครัว หรือการผจญภัย ในไทยเอง ก็มีรถยนต์ SUV หลากหลายเซกเมนต์ ทั้งจากแบรนด์ญี่ปุ่น ยุโรป และจีน
การเติบโตของ EV: รถยนต์ไฟฟ้า EV กำลังเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศไทย ไม่ใช่แค่รถยนต์ราคาแพง แต่ยังมีตัวเลือกที่เข้าถึงง่ายอย่าง Neta V II ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีว่าผู้บริโภคชาวไทยจะมีโอกาสได้สัมผัสประสบการณ์ EV มากขึ้นในราคาที่สมเหตุสมผล
อิทธิพลของแบรนด์จีน: แบรนด์จีน เช่น BYD, Neta, GWM กำลังสร้างความน่าเชื่อถือและได้รับความนิยมในไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และราคาที่แข่งขันได้ ผู้บริโภคชาวไทยควรเปิดใจรับตัวเลือกจากแบรนด์เหล่านี้
เทคโนโลยีที่ก้าวหน้า: รถยนต์รุ่นใหม่ๆ ในทุกเซกเมนต์ ไม่ว่าจะเป็น SUV หรือ EV ต่างมาพร้อมกับเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ (ADAS), ระบบความบันเทิงที่ทันสมัย, และการเชื่อมต่อที่ชาญฉลาด ผู้บริโภคควรพิจารณาเทคโนโลยีเหล่านี้ประกอบการตัดสินใจ
ความคุ้มค่า: ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน หรือรถยนต์ไฟฟ้า การพิจารณาความคุ้มค่าในระยะยาว ทั้งในด้านราคาซื้อ, ค่าบำรุงรักษา, และอัตราสิ้นเปลือง เป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาถึง ราคารถยนต์ไฟฟ้า ที่กำลังปรับตัวลง

บทสรุปและก้าวต่อไป

ตลาดรถยนต์ SUV ทั่วโลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่น่าตื่นเต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการเข้ามาของรถยนต์ไฟฟ้าจากแบรนด์จีนที่กำลังท้าทายเจ้าตลาดดั้งเดิม สำหรับผู้บริโภคชาวไทย นี่คือช่วงเวลาที่น่าจับตามองและเต็มไปด้วยโอกาสในการเป็นเจ้าของรถยนต์ที่ตอบสนองความต้องการได้อย่างลงตัว

หากคุณกำลังมองหารถยนต์ SUV คันใหม่ที่เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยี สมรรถนะ และความคุ้มค่า หรือกำลังพิจารณาเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพื่ออนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อย่าลังเลที่จะศึกษาข้อมูล เปรียบเทียบรุ่นต่างๆ และทดลองขับด้วยตัวเอง เพื่อค้นหารถยนต์ที่ใช่สำหรับคุณ

เราขอเชิญชวนทุกท่านที่สนใจร่วมสัมผัสประสบการณ์ยานยนต์แห่งอนาคต ด้วยการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ หรือเยี่ยมชมโชว์รูมรถยนต์รุ่นที่คุณสนใจ เพื่อรับข้อมูลเชิงลึกและข้อเสนอที่ดีที่สุดสำหรับรถยนต์คันต่อไปของคุณ

Previous Post

N1001098 ตอนล กเด กเล ยงด อย างด พอล กโตกล บไม อยากด แลพ อแม part2

Next Post

N1001089 อลหม านล กหลาน GenZ part2

Next Post
N1001089 อลหม านล กหลาน GenZ part2

N1001089 อลหม านล กหลาน GenZ part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1501106 เศรษฐ สตร เร อน ตอนจบ part2
  • N1501117 เม ยไม ผล เง นเท าน นท สำค part2
  • N1501112 คนขวางโลก part2
  • N1501107 แค นม อย ามาอวด part2
  • N1501128 เม ยท ไร วตน part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.