• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N1101093 เจ าส วโล นส งล หลานถ กล กน องร งแก part2

admin79 by admin79
January 8, 2026
in Uncategorized
0
N1101093 เจ าส วโล นส งล หลานถ กล กน องร งแก part2

เจาะลึกการลงทุนที่ยั่งยืน: ความจริงเบื้องหลังพลังงานสะอาดและความท้าทายของอุตสาหกรรม EV ในประเทศไทย

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอุตสาหกรรมมานานกว่า 10 ปี ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของเทรนด์การลงทุนมานับไม่ถ้วน แต่สิ่งที่น่าจับตาเป็นพิเศษในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คือกระแสการลงทุนที่ยั่งยืน (Sustainable Investment) ซึ่งกำลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์ระดับโลก ปัจจัย ESG (Environmental, Social, and Governance) หรือที่นักลงทุนคุ้นเคยกันในชื่อ “สิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล” ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของการตัดสินใจลงทุน แทนที่จะมองแค่ผลกำไรในระยะสั้น นักลงทุนยุคใหม่หันมาให้ความสำคัญกับผลกระทบระยะยาวต่อโลกและสังคมมากขึ้น

การลงทุนอย่างยั่งยืน: มากกว่าแค่การทำดี คือโอกาสในการสร้างผลตอบแทนมหาศาล

สิ่งที่ทำให้การลงทุนในบริษัทที่โดดเด่นด้าน ESG น่าสนใจ ไม่ใช่แค่เพียงการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมหรือการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรมเท่านั้น แต่ยังแฝงไปด้วยศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่น่าตื่นตาตื่นใจ โดยเฉพาะในช่วงปี 2020 ที่ผ่านมา เราได้เห็นราคาหุ้นของหลายบริษัทที่ขับเคลื่อนด้วยนโยบาย ESG พุ่งทะยานอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด คือ Tesla บริษัทรถยนต์ไฟฟ้าของอีลอน มัสก์ ที่สามารถสร้างปรากฏการณ์ราคาหุ้นเติบโตสูงถึงเกือบ 800% ตั้งแต่ต้นปี 2020 จนก้าวขึ้นเป็นบริษัทรถยนต์ที่มีมูลค่าตลาด (Market Cap) สูงที่สุดในโลก และติดอันดับ 5 บริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดในสหรัฐอเมริกา ความสำเร็จนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่สะท้อนถึงทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของ การลงทุน EV ในประเทศไทย และตลาดโลก

ไม่เพียงแต่ Tesla เท่านั้น บริษัทอื่น ๆ ก็แสดงศักยภาพการเติบโตอย่างก้าวกระโดดเช่นกัน BYD ผู้ผลิตรถยนต์ EV ชั้นนำจากจีน มีมูลค่าเพิ่มขึ้นจาก 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็น 1.1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในเวลาเพียงปีเดียว CATL ผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ของจีน ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้จัดหารายสำคัญให้กับ Tesla ก็มีมูลค่าพุ่งสูงขึ้น 440% จาก 3.4 หมื่นล้านเป็น 1.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และ Enphase Energy ผู้ผลิตไมโครอินเวอร์เตอร์สำหรับระบบโซลาร์ในสหรัฐฯ ก็เติบโตถึง 830% จาก 3 พันล้านเป็น 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ตัวเลขเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงความสอดคล้องระหว่าง “ความสะอาด” ของธุรกิจ (ในที่นี้คือความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม) กับเทรนด์แห่งอนาคตของโลก หลายคนเชื่อว่าธุรกิจเหล่านี้คืออนาคต และจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การเติบโตที่ร้อนแรงนี้ก็ก่อให้เกิดคำถามและการตรวจสอบที่เข้มข้นขึ้น บริษัทเหล่านี้ “สะอาด” จริงหรือไม่? และห่วงโซ่อุปทานของพวกเขามีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากน้อยเพียงใด? นี่คือประเด็นสำคัญที่นักลงทุนและผู้บริโภคควรตระหนัก

บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจมิติที่อาจไม่สวยงามอย่างที่เห็นในภาพลักษณ์ของพลังงานสะอาด และเจาะลึกถึงรายละเอียดที่มักถูกมองข้าม เพื่อให้เรามองเห็นภาพรวมของการ ลงทุนที่ยั่งยืน อย่างรอบด้าน

กรณีศึกษา: Tesla กับความท้าทายในห่วงโซ่อุปทานแบตเตอรี่

ในเดือนกันยายน 2020 อีลอน มัสก์ ได้ประกาศบน Twitter ถึงเป้าหมายอันทะเยอทะยานของ Tesla ในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าให้ได้ 20 ล้านคันต่อปีภายในปี 2030 ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจากยอดผลิตราว 5 แสนคันในปี 2020 คำประกาศนี้ แม้จะสร้างความตื่นเต้น แต่ก็จุดประกายข้อสงสัยเกี่ยวกับปริมาณแร่ธาตุสำคัญที่ใช้ในการผลิตแบตเตอรี่ โดยเฉพาะลิเธียม โคบอลต์ และนิกเกิล หาก Tesla สามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้จริง ความต้องการแร่ธาตุเหล่านี้จะพุ่งสูงขึ้นจนอาจเกินขีดจำกัดการผลิตที่ยั่งยืน

Adamas Intelligence และ Mining.com ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ติดตามอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ ได้ทำการประเมินปริมาณการผลิตแร่ธาตุที่ Tesla ต้องการ หากผลิตรถยนต์ไฟฟ้าได้ตามเป้าในปี 2030 โดยใช้ข้อมูลปี 2019 เป็นฐาน (เนื่องจากปี 2020 ได้รับผลกระทบจากโควิด-19) ผลการศึกษาชี้ว่า Tesla จะต้องการลิเธียมเพิ่มขึ้นถึง 165% ของปริมาณการผลิตทั่วโลกในปี 2019 (จาก 77,000 ตัน เป็น 127,302 ตัน) และโคบอลต์อีก 56% (จาก 122,000 ตันที่ผลิตได้ในปี 2019)

Tesla ดูจะตระหนักถึงปัญหานี้เป็นอย่างดี ในงาน “Battery Day” อีลอน มัสก์ ได้นำเสนอแนวทางแก้ไข โดยกล่าวถึงประสิทธิภาพของการสกัดลิเธียมผ่านการเพิ่มเกลือ หรือการเข้าซื้อกิจการ Glencore ผู้ผลิตโคบอลต์รายใหญ่ พร้อมเน้นย้ำถึงมาตรฐานการดูแลคนงานในเหมืองที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่สำคัญยิ่งกว่าคือ “นิกเกิล” ในปี 2030 คาดการณ์ว่า Tesla จะต้องการนิกเกิลเพิ่มขึ้นถึง 31% ของปริมาณการผลิตทั่วโลกในปี 2019 เทียบเท่ากับปริมาณการผลิตรวมของผู้ผลิตนิกเกิลรายใหญ่ที่สุด 6 อันดับแรกของโลก นิกเกิลเป็นแร่ธาตุที่มีความต้องการสูงจากอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น อุตสาหกรรมสแตนเลส ทำให้การจัดหามีการแข่งขันสูง

ความสำคัญของนิกเกิลถึงขนาดที่ Tesla มีแผนจะลงทุนในโรงงานแบตเตอรี่ในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตนิกเกิลอันดับ 1 ของโลก แต่กระบวนการผลิตนิกเกิลในอินโดนีเซียก็เผชิญกับการต่อต้านอย่างรุนแรง ปัญหาหลักคือการจัดการของเสียจากกระบวนการผลิต ผู้ผลิตหลายรายเลือกใช้วิธี Deep-sea tailings placement (DSTP) หรือการปล่อยของเสียลงสู่ทะเลลึก ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบนิเวศทางทะเล ดังเช่นกรณีรั่วไหลที่ Basamuk Bay ในปาปัวนิวกินีเมื่อปีก่อน ที่ทำให้ผืนทะเลกลายเป็นสีแดง

อีกแนวทางหนึ่งของ Tesla คือการเปลี่ยนไปใช้แบตเตอรี่ประเภทใหม่ที่ไม่มีส่วนประกอบของนิกเกิล (เดิมใช้ NCA – Nickel-Cobalt-Aluminium) ปัจจุบัน Tesla เริ่มใช้แบตเตอรี่ LFP (Lithium Iron Phosphate) สำหรับรถยนต์ที่ผลิตในจีน แม้จะได้รับความสนใจ แต่ LFP ก็มีข้อจำกัด เช่น ใช้เวลาชาร์จนานกว่า วิ่งได้ระยะทางสั้นกว่า และมีประสิทธิภาพลดลงในสภาพอากาศเย็น

ความท้าทายของธุรกิจพลังงานหมุนเวียน: โซลาร์และลม

ปัญหาห่วงโซ่อุปทานของ Tesla ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า แต่เป็นความท้าทายที่อุตสาหกรรมพลังงานสะอาดโดยรวมต้องเผชิญ

พลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์) และพลังงานลม คือสองเสาหลักของพลังงานสะอาดในปัจจุบัน ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานทั้งสองประเภทลดลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะโซลาร์ที่ลดลงถึง 82% ตั้งแต่ปี 2010 ทำให้สามารถแข่งขันกับราคาไฟฟ้าจากโครงข่ายได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเงินอุดหนุนจากภาครัฐ หรือที่เรียกว่า Grid Parity

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่สำคัญคือการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานที่อาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อม แผงโซลาร์ต้องใช้ซิลิคอนเป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งกระบวนการผลิตต้องใช้ความร้อนสูงถึง 2,000 องศาเซลเซียส ต้องพึ่งพาพลังงานฟอสซิล และยังต้องใช้ถ่านหินในการทำปฏิกิริยาเคมี นอกจากนี้ พลาสติกที่ใช้หุ้มแผงโซลาร์ยังเป็นผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม

นอกจากนี้ โครงการโซลาร์เชิงพาณิชย์ยังต้องการพื้นที่จำนวนมาก โดยประมาณการว่าฟาร์มโซลาร์ขนาด 1MW (เพียงพอสำหรับบ้านประมาณ 100 หลัง) ต้องการพื้นที่อย่างน้อย 4 ไร่

สำหรับพลังงานลม กังหันลมต้องใช้เหล็กและคอนกรีตในปริมาณมหาศาล ซึ่งอุตสาหกรรมหนักเหล่านี้ยังคงมีความล่าช้าในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน (Decarbonization) เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมไฟฟ้าและขนส่ง

และที่สำคัญที่สุด คือ “แบตเตอรี่” ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบพลังงานหมุนเวียน ประเด็นปัญหาห่วงโซ่อุปทานของแบตเตอรี่ก็เป็นเช่นเดียวกับที่พบในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า

“อย่าตัดสินหนังสือจากหน้าปก”: การมองเห็นภาพรวมของการลงทุนที่ยั่งยืน

ข้อมูลทั้งหมดที่นำเสนอมานี้ ไม่ได้มีเจตนาจะโจมตีว่าพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีเหล่านี้ไม่ดีหรือไม่ควรพัฒนา ผมเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าพลังงานสะอาดมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด และเป็นสิ่งที่โลกของเราหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่หากเป้าหมายของเราคือ “ความยั่งยืนที่แท้จริง” การศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้าน ครอบคลุมทุกมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานที่มักถูกมองข้าม ถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

การมองเห็นเพียงผลิตภัณฑ์สุดท้าย อาจทำให้เราฝากความหวังและความเชื่อมั่นในบริษัทพลังงานสะอาดเหล่านี้ (ซึ่งสะท้อนออกมาผ่านราคาหุ้น) ว่าจะเป็น “ไม้ตาย” ที่จะแก้ปัญหาทุกสิ่งทุกอย่าง และทำให้เราชะล่าใจ จนละเลยการกดดันให้บริษัทเหล่านี้ต้องปรับปรุงกระบวนการให้ “สะอาด” อย่างครบวงจร

ที่สำคัญ การลงทุนในหุ้นพลังงานสะอาดที่มีราคาสูงลิบ อาจทำให้เรามองข้ามแนวทางอื่นที่มีประสิทธิภาพในการต่อสู้กับปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะ “มาตรการลดการใช้พลังงาน” (Demand-side) เพราะพลังงานสะอาดเป็นเพียงช่องทางในการผลิตพลังงานที่เราใช้ (Supply-side) การบริหารจัดการความต้องการใช้พลังงานจึงมีความสำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งสามารถทำได้ผ่านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ (Energy Efficiency) และการประหยัดพลังงาน (Energy Conservation)

รถยนต์ไฟฟ้าอย่าง Tesla เป็นสิ่งที่ดี แต่ก็ยังดีไม่เท่ากับการใช้ระบบขนส่งมวลชน ในทำนองเดียวกัน การใช้พลังงานโซลาร์เป็นทางเลือกที่ดีกว่าพลังงานจากฟอสซิล แต่ก็ยังดีไม่เท่ากับการออกแบบเมืองและอาคารให้สามารถใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนไม่ต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศตลอดเวลา

การลงทุนในอุตสาหกรรม EV ในประเทศไทย: โอกาสและความท้าทาย

สำหรับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย แม้จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ก็มีแนวโน้มการเติบโตที่น่าสนใจ บริษัทรถยนต์หลายค่ายได้เริ่มนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาทำตลาดในหลากหลายเซ็กเมนต์ ตั้งแต่รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก ราคาเข้าถึงง่าย ไปจนถึงรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงจากแบรนด์หรู

MG ZS: ตัวเลือก Smart SUV ที่น่าสนใจในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) ได้เปิดตัว NEW MG ZS โฉมใหม่ ตอกย้ำการเป็นหนึ่งในผู้นำตลาด SUV ด้วยนิยาม “SMART UP” ที่ยกระดับสู่การเป็น “สมาร์ทเอสยูวี” ในราคาเริ่มต้นที่เข้าถึงได้ (689,000 บาท) NEW MG ZS โดดเด่นด้วยระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART ที่รองรับคำสั่งเสียงภาษาไทยเป็นระบบแรกและระบบเดียวในโลก ดีไซน์ล้ำสมัย ระบบความปลอดภัยครบครัน และการตอบสนองการขับขี่ที่ดีขึ้นด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT 8 สปีด

ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยวัสดุคุณภาพสูง หน้าจอสัมผัสขนาด 10 นิ้วที่รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมระบบกรองอากาศ PM 2.5 และเบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง นอกจากนี้ยังมีหลังคาซันรูฟแบบพาโนรามาเพิ่มความสุนทรีย์

ขุมพลังของ NEW MG ZS มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 114 แรงม้า และแรงบิด 150 นิวตันเมตร ผสานกับเกียร์ CVT 8 สปีด และระบบช่วงล่าง EURO TUNING SUSPENSION ที่ให้การทรงตัวที่ยอดเยี่ยม ระบบ i-SMART ยังมีฟังก์ชันใหม่ Emergency Call ที่จะช่วยแจ้งเตือนและส่งพิกัดรถเมื่อถุงลมนิรภัยทำงาน พร้อมระบบความปลอดภัย SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM ที่ครบครัน

นอกเหนือจากรุ่นเครื่องยนต์สันดาปภายใน MG ยังมี MG ZS EV รถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 150 แรงม้า และแบตเตอรี่ Lithium-ion ความจุ 44.5 kWh ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 337 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC) ซึ่งถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์รถยนต์ไฟฟ้าในราคาที่เอื้อมถึง

Nissan Leaf, BYD E6, Hyundai Ioniq Electric และอื่น ๆ: ทางเลือกหลากหลายสำหรับผู้บริโภค

นอกจาก MG แล้ว ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยยังมีทางเลือกที่หลากหลาย เช่น Nissan Leaf รถยนต์ไฟฟ้าจากญี่ปุ่นที่นำเข้าทั้งคัน, BYD E6 ที่มักเห็นในรูปแบบ Taxi VIP แต่ก็เปิดให้บุคคลทั่วไปซื้อได้, Hyundai Ioniq Electric ที่อาจยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายนัก

Audi e-tron, Jaguar I-PACE, Porsche Taycan: ยนตรกรรมไฟฟ้าหรูหรา สมรรถนะสูง

สำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงและหรูหรา Audi e-tron, Jaguar I-PACE, และ Porsche Taycan คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ได้อย่างดีเยี่ยม รถยนต์เหล่านี้มาพร้อมเทคโนโลยีแบตเตอรี่ขั้นสูง ระบบขับเคลื่อนที่ทรงพลัง และระยะทางวิ่งที่ยาวนาน แต่ก็มาพร้อมราคาที่สูงตามสมรรถนะและแบรนด์

FOMM ONE, Kia Soul EV: รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กและรถสไตล์ครอสโอเวอร์

FOMM ONE เป็นรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กกะทัดรัดที่เน้นความประหยัดและความคล่องตัว ส่วน Kia Soul EV เป็นรถสไตล์ครอสโอเวอร์ที่อาจยังไม่เป็นที่นิยมเท่าที่ควร เนื่องจากราคาสูงเมื่อเทียบกับคู่แข่ง

ข้อคิดสำหรับผู้บริโภคและนักลงทุน

แม้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยกำลังเติบโต แต่การเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบยังคงต้องใช้เวลา ปัจจัยหลายอย่าง เช่น โครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จที่ยังไม่ครอบคลุมเพียงพอ และราคาที่ยังคงสูงสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าบางรุ่น ทำให้รถยนต์ไฟฟ้ายังคงเหมาะเป็นรถคันที่สองสำหรับครอบครัว หรือใช้สำหรับการเดินทางในเมืองเป็นหลัก

สำหรับนักลงทุน การลงทุนที่ยั่งยืน ไม่ใช่แค่การมองหา “หุ้นดาวรุ่ง” ด้านพลังงานสะอาด แต่คือการทำความเข้าใจในห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด การประเมินความเสี่ยง และการมองหาโอกาสในการสร้างผลกระทบเชิงบวกควบคู่ไปกับการสร้างผลตอบแทน หากคุณกำลังมองหาหนทางสู่การลงทุนที่สอดคล้องกับอนาคตและมีความหมาย อย่าลังเลที่จะศึกษาข้อมูลเชิงลึก และพิจารณาทางเลือกการลงทุนที่คำนึงถึงผลกระทบต่อโลกและสังคมอย่างแท้จริง

ถึงเวลาแล้วที่คุณจะก้าวข้ามการลงทุนแบบเดิม ๆ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงสู่อนาคตที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง. สำรวจโอกาสการลงทุนที่สอดคล้องกับคุณค่าของคุณวันนี้ และเริ่มต้นสร้างผลตอบแทนที่มากกว่าแค่ตัวเลข.

Previous Post

N1001089 อลหม านล กหลาน GenZ part2

Next Post

N1101098 แผลในใจ ไม นจะเล อนหาย part2

Next Post
N1101098 แผลในใจ ไม นจะเล อนหาย part2

N1101098 แผลในใจ ไม นจะเล อนหาย part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1501106 เศรษฐ สตร เร อน ตอนจบ part2
  • N1501117 เม ยไม ผล เง นเท าน นท สำค part2
  • N1501112 คนขวางโลก part2
  • N1501107 แค นม อย ามาอวด part2
  • N1501128 เม ยท ไร วตน part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.