การเปลี่ยนแปลงฉากทัศน์ยานยนต์ทั่วโลก: ยอดขายรถยนต์ในออสเตรเลีย, การรุกของแบรนด์จีน และเทรนด์รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่มาแรง
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ การได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของตลาดอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงปี 2023-2025 ถือเป็นปรากฏการณ์ที่น่าจับตาอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในออสเตรเลีย ซึ่งแม้ตลาดรถยนต์ใหม่จะยังคงมีการเติบโตในภาพรวม แต่ก็กำลังเผชิญกับการเข้ามามีบทบาทที่มากขึ้นของแบรนด์จากจีน ที่สามารถกวาดส่วนแบ่งตลาดไปได้อย่างน่าประทับใจ
ออสเตรเลีย: ตลาดที่เติบโตแต่ก็เปิดรับแบรนด์ใหม่
ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2023 ที่ผ่านมา ยอดขายรถยนต์ใหม่ในออสเตรเลียแตะระดับ 96,859 คัน สะท้อนถึงการที่ผู้บริโภคยังคงมีความต้องการรถยนต์ใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการทยอยส่งมอบรถยนต์ที่ค้างยอดจอง การเติบโตนี้เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือการเข้ามาของแบรนด์จีนที่สามารถสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับตลาดได้อย่างรวดเร็ว โดยในเดือนดังกล่าว แบรนด์จีนทุกแบรนด์รวมกันมียอดขายสูงถึง 15,853 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งทางการตลาดถึง 16.4% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว
เมื่อพิจารณารายรุ่นรถยนต์ขายดี 10 อันดับแรกในออสเตรเลีย ณ เดือนกรกฎาคม 2023 พบว่า Ford Ranger ยังคงครองอันดับหนึ่งได้อย่างเหนียวแน่น ตามมาด้วย Toyota HiLux ที่เป็นคู่แข่งตลอดกาล สิ่งที่น่าสังเกตคือ MG ZS สามารถแทรกเข้ามาในอันดับที่ 3 ด้วยยอดขาย 3,852 คัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความนิยมในรถยนต์ SUV ขนาดเล็กจากจีน ที่มาพร้อมกับราคาที่เข้าถึงง่ายและออปชันที่ครบครัน ตามมาด้วย Tesla Model Y ที่ยังคงเป็นตัวเลือกยอดนิยมในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และ Toyota RAV4 ที่ยังคงรักษาฐานลูกค้ากลุ่ม SUV ขนาดกลางไว้ได้
ในส่วนของ 10 อันดับแบรนด์รถยนต์ขายดีที่สุดในออสเตรเลีย Toyota ยังคงเป็นผู้นำอย่างแข็งแกร่ง โดยมีส่วนแบ่งตลาดสูงที่สุด ตามมาด้วย Mazda, Ford, Hyundai และ Kia ซึ่งล้วนเป็นแบรนด์ที่มีฐานลูกค้าที่มั่นคงในตลาดออสเตรเลีย อย่างไรก็ตาม MG ก็สามารถเข้ามาติดในอันดับที่ 6 ได้อย่างน่าประทับใจ ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จของกลยุทธ์การบุกตลาดของแบรนด์จีน
Bentley: สัญลักษณ์แห่งความหรูหราและการปรับแต่งเฉพาะบุคคล
ในขณะที่ตลาดรถยนต์ทั่วไปมีการแข่งขันที่ดุเดือด การเติบโตในกลุ่มรถยนต์หรูนั้นมีลักษณะเฉพาะตัว Bentley Motors รายงานสถิติยอดการออกแบบเฉพาะตัว (Personalisation) ที่ดีที่สุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2023 โดยลูกค้า Bentley ถึง 3 ใน 4 เลือกที่จะปรับแต่งรถยนต์ในแบบฉบับของตนเอง ผ่านตัวเลือกที่หลากหลาย ตั้งแต่มาตรฐานไปจนถึงการออกแบบพิเศษจาก Bentley Mulliner ซึ่งนับเป็นการเพิ่มขึ้นกว่า 43% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ตัวเลขนี้บ่งชี้ถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในด้านการออกแบบเฉพาะตัวในตลาดรถยนต์หรู
แม้ว่ายอดขายรถยนต์ Bentley ทั่วโลกจะอยู่ที่ 13,560 คัน ลดลง 11% จากปี 2022 ซึ่งอาจเป็นผลมาจากปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาค แต่แนวโน้มความต้องการรถยนต์ที่มีสเปกสูงขึ้น เช่น รุ่น Azure, S และ Speed ก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีสัดส่วนถึง 70% จากเดิม 30% ในปี 2022 นอกจากนี้ Bentley Bentayga รุ่นฐานล้อยาวพิเศษยังได้รับการตอบรับที่ดีเกินคาด โดยมียอดขายมากกว่า 1 ใน 3 ของรุ่น Bentayga ทั้งหมดหลังจากการเปิดตัว
โมเดล Bentley แบบเครื่องยนต์ไฮบริดก็ยังคงได้รับความนิยม โดยเฉพาะในสหราชอาณาจักร ที่ลูกค้า Flying Spur และ Bentayga สัดส่วน 1 ใน 4 เลือกใช้เครื่องยนต์ประเภทนี้ ในแง่ของภูมิภาคที่ทำผลงานได้ดีท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกทำผลงานได้อย่างโดดเด่นด้วยอัตราการเติบโตเชิงบวก 5% ตามมาด้วยตะวันออกกลาง อินเดีย และแอฟริกา ที่เติบโต 2% ในขณะที่ตลาดหลักอย่างจีนและสหราชอาณาจักรกลับหดตัวลง 18%
Bentley Bentayga ยังคงครองตำแหน่งแชมป์ยอดขายสูงสุด คิดเป็น 44% ของยอดขายทั้งหมด ตอกย้ำตำแหน่งผู้นำในกลุ่ม SUV หรู ตามมาด้วย Continental GT และ Continental GT Convertible ที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างสูง คิดเป็น 31% และ Flying Spur ที่มีสัดส่วนยอดขาย 25% แม้จะมีความท้าทายในตลาดสำคัญหลายแห่ง แต่ทวีปอเมริกายังคงเป็นตลาดหลักที่มียอดขายสูงสุดให้กับ Bentley
ยุโรป: รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ครองตลาดนำ ยอดขาย Tesla Model Y พุ่งแรง
การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กำลังเกิดขึ้นในตลาดยุโรป JATO Dynamics รายงานว่าในไตรมาสแรกของปี 2023 มีการจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ในยุโรปกว่า 3.22 ล้านคัน โดยเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) มากถึง 219,000 คัน หรือเติบโตขึ้นถึง 43% ซึ่งสะท้อนถึงการปรับตัวของผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับยานยนต์พลังงานสะอาดมากขึ้น
Tesla Model Y ก้าวขึ้นมาเป็นรถยนต์นั่งที่ขายดีที่สุดในยุโรปอย่างขาดลอย ด้วยยอดขาย 71,683 คัน และเติบโตขึ้นถึง 173% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของ Tesla ในการเจาะตลาดกลุ่มผู้บริโภคชาวยุโรปที่เปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ
ในขณะที่ Tesla Model 3 มียอดขายลดลงอย่างน่าใจหายถึง 42% จนหลุดโผ Top 10 ไป แสดงให้เห็นถึงการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเซกเมนต์ซีดานขนาดกลาง
Dacia Sandero ยังคงเป็นรถยนต์ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้บริโภคที่มองหารถยนต์ราคาประหยัด โดยมียอดขายเป็นอันดับ 2 ตามมาด้วย Volkswagen T-Roc, Peugeot 208, Opel/Vauxhall Corsa, Toyota Yaris Cross, Abarth/Fiat 500, Dacia Duster, Renault Clio และ Volkswagen Golf ที่ติดอันดับ Top 10
Stellantis: Fiat ผงาดผู้นำ ครึ่งแรกปี 2023 โกยยอดขายทั่วโลก
เครือ Stellantis ประกาศว่า Fiat เป็นแบรนด์ที่มียอดขายสูงสุดในครึ่งแรกของปี 2023 โดยมียอดขายสะสมทั่วโลกกว่า 645,000 คัน เติบโตขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า Fiat 500 รุ่นล่าสุด ยังคงครองตำแหน่งรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในเครือ และเป็น EV ขนาดเล็กอันดับ 1 ในยุโรป อีกทั้งยังติด Top 5 ในกลุ่ม EV ทุกประเภทในหลายประเทศสำคัญ
ความสำเร็จของ Fiat มาจากการตีตลาดใน 3 ภูมิภาคหลัก ได้แก่ บราซิล, อิตาลี และตุรกี โดยกว่า 50% ของยอดขายมาจากตลาดนอกประเทศ Fiat มีส่วนแบ่งการตลาดในอเมริกาใต้ถึง 14.1% โดยเฉพาะในบราซิลที่มียอดขายสูงถึง 22% จาก Fiat Strada ที่เป็นรถยนต์ขายดีอันดับ 2 ของตลาด และอันดับ 1 ในกลุ่มรถกระบะขนาดเล็ก
ในตลาดยุโรป Fiat มียอดขายราว 271,800 คัน โดยในอิตาลีมีส่วนแบ่งตลาด 12.8% จาก Fiat Panda ที่เป็นรุ่นขายดีที่สุด ส่วนในภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกา (MEA) Fiat ก็ทำผลงานได้ดีในตุรกีด้วยส่วนแบ่ง 18.2% จาก Fiat Tipo และกำลังมีแผนกลับมาบุกตลาด MEA อีกครั้ง โดยเฉพาะในแอลจีเรีย
Porsche: ยอดส่งมอบเติบโตต่อเนื่อง SUV ยังคงครองใจ
Porsche รายงานยอดส่งมอบรถยนต์ทั่วโลกในไตรมาสแรกของปี 2023 ที่ 80,767 คัน เพิ่มขึ้น 18% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่ สะท้อนถึงความต้องการที่แข็งแกร่งในกลุ่มรถสปอร์ตและภาพลักษณ์แบรนด์ที่ยังคงแข็งแกร่ง การเติบโตนี้เกิดขึ้นในทุกภูมิภาค
ทวีปยุโรปมีการส่งมอบรถยนต์ใหม่ 18,420 คัน เพิ่มขึ้น 14% ในเยอรมนี ยอดส่งมอบเพิ่มขึ้นถึง 19% ส่วนจีน ตลาดที่ใหญ่ที่สุดของ Porsche มียอดส่งมอบ 21,365 คัน เพิ่มขึ้น 21% ทวีปอเมริกาเหนือมีการส่งมอบ 19,651 คัน เพิ่มขึ้น 30% และภูมิภาคอื่นๆ รวมถึงตลาดเกิดใหม่ มียอดขาย 13,084 คัน เพิ่มขึ้น 5%
Porsche Asia Pacific สร้างสถิติยอดจำหน่ายสูงสุดตลอดกาล โดยมีอัตราการเติบโตสูงถึง 31% ในไตรมาสแรกของปี 2023 ซึ่งสูงกว่าปีก่อนหน้าอย่างชัดเจน รถยนต์กลุ่ม SUV ยังคงเป็นรุ่นที่ขายดีที่สุด โดย Macan มียอดส่งมอบ 23,880 คัน (เพิ่มขึ้น 30%) และ Cayenne มียอดส่งมอบ 23,387 คัน (เพิ่มขึ้น 23%)
แม้ว่า Porsche 911, Panamera และ 718 Boxster/Cayman จะมียอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ Taycan กลับมียอดขายลดลง 3% เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วน ซึ่งเป็นความท้าทายที่ผู้ผลิตรถยนต์หลายรายกำลังเผชิญ
การเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลก: จีนนำโด่ง สหรัฐฯ ไล่ตามติด
การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์พลังงานทางเลือกเป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ทั่วโลก นโยบายด้านสิ่งแวดล้อมที่สนับสนุนพลังงานสะอาด ทำให้ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
โดยยอดขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% คิดเป็นสัดส่วน 73% ของตลาดรถยนต์พลังงานทางเลือกทั้งหมด ตามมาด้วย PHEV ที่ 27% ตลาดจีนเป็นผู้นำที่แท้จริง โดยมียอดขายรถยนต์พลังงานใหม่สูงถึง 56% ของยอดขายทั่วโลก ในไตรมาสแรกของปี 2023 ยอดขายรถยนต์พลังงานใหม่ในจีนคิดเป็น 12% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมด เติบโตขึ้น 29% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
สหรัฐอเมริกาเป็นอีกตลาดที่แสดงการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึง 77% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกัน แซงหน้าเยอรมนีไปแล้ว
10 แบรนด์รถยนต์ EV ขายดีที่สุดในโลก:
BYD (21.1%)
Tesla (16.01%)
Volkswagen (6.88%)
Geely (5.86%)
GM (4.71%)
Mercedes-Benz (4.28%)
BMW (4.16%)
Stellantis (3.97%)
Hyundai-KIA (3.96%)
Renault-Nissan (3.82%)
10 รถยนต์ EV ขายดีที่สุดในโลก (รวม EV และ PHEV):
Tesla Model Y (EV)
Tesla Model 3 (EV)
BYD Song (EV/PHEV)
BYD ATTO 3 (EV)
BYD Qin (EV/PHEV)
Wuling Mini EV (EV)
BYD Dolphin (EV)
AION S (EV)
BYD Han (EV/PHEV)
Changan Lumin (EV)
Tesla Model Y: รถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในโลก
Tesla Model Y ยังคงครองตำแหน่งรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในโลก ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ในประเทศไทย แม้ว่า Tesla Model Y ในไทยจะมีราคาสูงเมื่อเทียบกับความนิยมของรถยนต์ไฟฟ้าในช่วงราคา 500,000-1,200,000 บาท แต่ก็ยังคงติดอันดับ Top 3 รถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มมีการส่งมอบในเดือนกุมภาพันธ์ 2023 นี่สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพต่อราคา ซึ่ง Tesla Model Y มีจุดเด่นทั้งด้านการออกแบบ ซอฟต์แวร์ พื้นที่ใช้สอย และสมรรถนะการขับขี่
BYD: แบรนด์ EV ที่ทำยอดขายอันดับ 1 ของโลก
แม้ว่า Tesla Model Y จะเป็นรุ่นที่ขายดีที่สุด แต่ถ้าพิจารณาในภาพรวมของแบรนด์ BYD คือผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่ทำยอดขายได้มากที่สุดในโลก ด้วยความหลากหลายของรุ่นรถยนต์ไฟฟ้าที่มีให้เลือก ตั้งแต่รุ่นใหญ่ไปจนถึงรุ่นราคาย่อมเยา ทำให้ BYD สามารถเข้าถึงฐานลูกค้าที่กว้างกว่า Tesla โดยครองส่วนแบ่งการตลาดถึง 21.1%
BYD ATTO 3 เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่คนไทยรู้จักดี และเป็นรุ่นที่ขายดีที่สุดในประเทศไทย รวมถึงติดอันดับ 4 ของโลก ด้วยการออกแบบที่ตอบโจทย์การใช้งานของคนส่วนใหญ่ ทั้งเรื่องพื้นที่และความหลากหลายในการขับขี่ ที่สำคัญคือ BYD ATTO 3 มีราคาจำหน่ายที่ต่ำกว่า Tesla อยู่หลายแสนบาท แต่ยังคงให้ประสิทธิภาพที่ไม่เป็นรอง ทำให้รุ่นนี้ทำยอดขายได้อย่างน่าประทับใจ
อนาคตสดใสของรถยนต์ไฟฟ้า (EV): โอกาสการเติบโตที่ยังคงมีมหาศาล
ในภาพรวมตลาดโลก รถยนต์ไฟฟ้ายังมีศักยภาพในการเติบโตอีกมาก เนื่องจากกระแสการใช้พลังงานสะอาดที่แพร่หลายทั่วโลก ผนวกกับเทคโนโลยีของยานยนต์ไฟฟ้าที่ล้ำสมัยกว่ายานยนต์สันดาปแบบเดิม ทำให้รถยนต์ไฟฟ้ามีแนวโน้มที่จะเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกๆ วัน
ประเทศไทย: ตลาด EV เติบโตอย่างก้าวกระโดด BYD ครองแชมป์ต่อเนื่อง
แม้ว่าตัวเลือกของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยอาจจะยังไม่มากเท่าตลาดใหญ่อย่างจีนและยุโรป แต่ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2023 อัตราการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าในไทยพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ BYD สามารถครองแชมป์ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในไทยติดต่อกันถึง 6 เดือน
ในเดือนพฤษภาคม 2023 มีการจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ในไทย 45,287 คัน โดยเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) 5,559 คัน คิดเป็น 12.3% ของตลาด เพิ่มขึ้นอย่างมากจากปีก่อนที่สัดส่วนไม่ถึง 2%
5 อันดับแบรนด์ EV ขายดีที่สุดในไทย (พฤษภาคม 2023):
BYD (2,027 คัน)
Tesla (1,072 คัน)
MG (1,017 คัน)
Neta (686 คัน)
ORA (430 คัน)
BYD ATTO 3 เป็นรุ่นที่ขายดีที่สุดในไทย (2,025 คัน) ตามมาด้วย Tesla Model Y (840 คัน) และ Neta V (686 คัน)
สถิติยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง จาก 1,056 คันในปี 2020 เป็น 1,935 คันในปี 2021 และ 9,729 คันในปี 2022 และในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2023 มีการขายไปแล้วถึง 24,106 คัน เพิ่มขึ้นเท่าตัวจากปีก่อน
BYD ก้าวเข้ามาในตลาดไทยและสร้างยอดขายได้อย่างน่าประทับใจ โดย ATTO 3 เป็นรุ่นแรกที่ทำยอดขายสูงสุด และคาดว่า Dolphin ที่กำลังจะเปิดตัว จะช่วยเพิ่มยอดขายของ BYD ในครึ่งปีหลัง BYD ยังมีอัตราการส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยในเดือนพฤษภาคม 2023 ส่งออกถึง 10,213 คัน เพิ่มขึ้น 23 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อน
อินเดีย: กำแพงภาษีนำเข้ารถยนต์สูงขึ้น ชูธง “Make in India”
อินเดียซึ่งมีกำแพงภาษีนำเข้ารถยนต์สูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ได้ประกาศขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์จาก 60% เป็น 70% สำหรับยานพาหนะที่มีราคาก่อนภาษีต่ำกว่า 40,000 USD ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2023 นโยบายนี้มีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ภายในประเทศตามแนวคิด “Make in India”
การนำเข้ารถยนต์ที่ประกอบแบบ Semi Knocked Down (SKD) จะถูกขึ้นภาษีจาก 30% เป็น 35% ด้วยเช่นกัน นโยบายนี้ส่งผลให้บริษัทรถยนต์หรูในอินเดีย แสดงความกังวล เช่น Lexus India ที่อาจต้องปรับราคารถยนต์บางรุ่น และ Mercedes-Benz India ที่ขอให้ภาครัฐพิจารณาลดกำแพงภาษีรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อเร่งการเติบโตของ EV ในอินเดีย
อนาคตของยานยนต์: พลังงานสะอาด การปรับแต่ง และความหลากหลาย
จากแนวโน้มที่ปรากฏ การขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาด โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จะยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ในอีกหลายปีข้างหน้า ควบคู่ไปกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในการปรับแต่งรถยนต์ให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะบุคคล และความหลากหลายของรุ่นรถยนต์ที่จะตอบสนองทุกความต้องการของผู้บริโภค ตั้งแต่รถยนต์ราคาประหยัดไปจนถึงซูเปอร์คาร์หรู
หากคุณกำลังมองหารถยนต์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความต้องการของคุณอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ทันสมัย รถยนต์อเนกประสงค์ที่ตอบรับทุกการผจญภัย หรือรถยนต์หรูที่สะท้อนตัวตนของคุณ ปัจจุบันคือเวลาที่เหมาะสมในการศึกษาและตัดสินใจ การค้นคว้าข้อมูลเชิงลึก เปรียบเทียบตัวเลือก และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ จะช่วยให้คุณได้รถยนต์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับคุณ.

