• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N1101123 สะใภ ๆย งม นะ part2

admin79 by admin79
January 8, 2026
in Uncategorized
0
N1101123 สะใภ ๆย งม นะ part2

ยานยนต์สมรรถนะสูงที่ผลิตจำนวนมาก: ขุมพลังที่ครองตลาดโลก (ปี 2568)

ในโลกยานยนต์ที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรมและสมรรถนะ การแสวงหา “สุดยอด” นั้นมักจะพุ่งเป้าไปที่รถยนต์หายาก รุ่นพิเศษ หรือรถยนต์ที่ผลิตตามสั่ง ซึ่งแน่นอนว่าน่าตื่นตาตื่นใจและเป็นที่ใฝ่ฝันของใครหลายคน อย่างไรก็ตาม ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าสิบปี ผมพบว่าการพลิกมุมมองไปที่รถยนต์ที่ ผลิตจำนวนมาก (mass-produced cars) แต่ยังคงไว้ซึ่งพละกำลังอันมหาศาลและสมรรถนะที่น่าทึ่งนั้น กลับเป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

เรากำลังพูดถึงรถยนต์ที่สามารถเข้าถึงได้ในวงกว้าง มีตัวเลขการผลิตที่บ่งบอกถึงความนิยม และที่สำคัญคือ ไม่ได้ละเลยเรื่อง “พละกำลัง” โดยมีโรงงานผู้ผลิตเป็นผู้กำหนดสเปกตั้งแต่ต้น รถยนต์เหล่านี้คือผลลัพธ์ของการผสมผสานระหว่างวิศวกรรมที่ก้าวหน้า การตลาดที่เข้าถึงผู้บริโภค และความต้องการที่ไม่มีวันสิ้นสุดของผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่

บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจสุดยอด รถยนต์สมรรถนะสูงที่ผลิตจำนวนมาก ที่พิสูจน์แล้วว่าความแรงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในโรงรถของนักสะสมเท่านั้น แต่ยังสามารถพบเจอได้บนท้องถนนทั่วไป โดยเราจะพิจารณาจากเกณฑ์ที่ชัดเจน: รถยนต์ที่มียอดจำหน่ายมากกว่า 34,000 คันในหนึ่งรุ่น และมีกำลังขับเคลื่อนจากโรงงานมากกว่า 400 แรงม้า ตัวเลข 34,000 คันอาจฟังดูน้อยสำหรับบางคน แต่เมื่อพิจารณาถึงรถยนต์ที่มีพละกำลังสูง การบรรลุตัวเลขนี้ได้นั้นบ่งบอกถึงความสำเร็จอย่างแท้จริง และแน่นอนว่าพละกำลังที่แท้จริงนั้นสูงกว่า 400 แรงม้าที่เราตั้งเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำไว้มาก

ข้อมูลตัวเลขการผลิตที่นำเสนอในที่นี้ได้รับการตรวจสอบจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ รวมถึงข้อมูลจากผู้ผลิตรถยนต์โดยตรง และฐานข้อมูลการจำหน่ายยานยนต์ที่มีความแม่นยำสูง เพื่อให้แน่ใจว่าทุกการกล่าวอ้างนั้นตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง

Ford Mustang GT (S550): ม้าป่าแห่งยุคใหม่ ผู้ครองบัลลังก์ด้วยยอดขายมหาศาล

เริ่มต้นการเดินทางของเราด้วยรถที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง แต่เป็นผู้ท้าชิงที่แข็งแกร่งที่สุดในมุมมองของเรา นั่นคือ Ford Mustang GT ในรหัสตัวถัง S550 ตลอดระยะเวลาการผลิตตั้งแต่ปี 2015 ถึง 2023 ชื่อของ Mustang นั้นเป็นที่รู้จักทั่วโลก แต่สำหรับรุ่น GT นั้น การระบุตัวเลขการผลิตที่แน่ชัดกลับเป็นความท้าทายเล็กน้อย เนื่องจาก Ford เปิดเผยยอดขายตามรุ่นรถยนต์ แต่ไม่ได้แยกย่อยตามรุ่นย่อย (trim) อย่างละเอียด

อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อมูลยอดขายรวมของ Mustang S550 ที่มีมากถึง 672,677 คัน และจากการประเมินจากกลุ่มผู้ใช้งาน Mustang Forum ที่ระบุว่าในปีแรกของการผลิต (2015) Mustang GT คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 35% ของยอดขาย Mustang ทั้งหมด (ซึ่งในปีนั้นอยู่ที่ 122,349 คัน) ทำให้เราสามารถคาดการณ์ยอดผลิตของ Mustang GT ได้อย่างมีนัยสำคัญ ที่ประมาณ 236,000 คันในสหรัฐอเมริกา ตัวเลขนี้เพียงพอที่จะทำให้ Ford Mustang GT S550 กลายเป็น “ราชาแห่งรถยนต์สมรรถนะสูงที่ผลิตจำนวนมาก” ไปโดยปริยาย แม้ว่าตัวเลขนี้จะเป็นการประมาณการ แต่ก็ชัดเจนว่ามันก้าวข้ามเกณฑ์ 34,000 คันไปอย่างขาดลอย

แต่ความน่าสนใจของ Mustang S550 ไม่ได้อยู่ที่ยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่คือการก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 อย่างเต็มตัว การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดคือการนำระบบ Independent Rear Suspension (IRS) มาใช้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ Mustang รุ่นผลิตจำนวนมาก (ยกเว้นรุ่นพิเศษ Cobra SVT ใน Gen 4) ระบบ IRS นี้ได้ยกระดับการควบคุมและการขับขี่ไปอีกขั้น เมื่อเทียบกับระบบ Live Rear Axle แบบเดิมที่เน้นความทนทานแต่ด้อยกว่าในเรื่องการเข้าโค้ง นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงรูปทรงตัวถังให้กว้างและเตี้ยลง พร้อมโครงสร้างที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ขุมพลังของ Mustang GT S550 ในช่วง 3 ปีแรก (2015-2017) มาจากเครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.0 ลิตร “Coyote” ที่ให้กำลัง 435 แรงม้า และแรงบิด 400 ปอนด์-ฟุต ก่อนที่ Ford จะเพิ่มพละกำลังในปี 2018 เป็น 460 แรงม้า และแรงบิด 420 ปอนด์-ฟุต อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดด้านมาตรฐานไอเสียและปัจจัยอื่นๆ ทำให้กำลังของ Coyote ในปี 2022-2023 ลดลงเล็กน้อยเหลือ 450 แรงม้า แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม

ในส่วนของระบบส่งกำลัง Mustang S550 มาพร้อมตัวเลือกเกียร์ธรรมดา 6 สปีด หรือเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดในช่วงแรก และได้รับการอัพเกรดเป็นเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ในปี 2018 ซึ่งเป็นผลจากการร่วมมือกับ General Motors แม้ว่าเกียร์ธรรมดา 6 สปีดจะยังคงมีให้เลือกก็ตาม การพัฒนา Ford Mustang GT (S550) สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการรักษามรดกของรถสปอร์ตอเมริกันคลาสสิก พร้อมผสมผสานเทคโนโลยีและสมรรถนะที่ทันสมัย จนกลายเป็น รถสปอร์ตอเมริกันยอดนิยม ที่ทุกคนเข้าถึงได้

BMW M3 (F80): ดาบสองคมแห่งสมรรถนะและความเป็นยนตรกรรมสปอร์ตซีดาน

ขยับมาที่ฝั่งยุโรป เราพบกับ BMW M3 ในรหัสตัวถัง F80 ที่ผลิตในช่วงปี 2014 ถึง 2018 เช่นเดียวกับ Ford Mustang GT, BMW ไม่ได้เปิดเผยยอดขายของรุ่น M3 แยกต่างหาก แต่โชคดีที่เรามีข้อมูลที่น่าเชื่อถือจากบันทึกการจดทะเบียนทั่วโลกที่รวบรวมโดยผู้ใช้งานใน BimmerPost ซึ่งยืนยันว่า BMW ผลิต BMW M3 F80 ออกมาทั้งหมด 34,677 คันตลอดอายุการผลิต

ตัวเลขนี้ถือเป็นหนึ่งในจำนวนการผลิตที่ยืนยันได้สูงที่สุดสำหรับรถยนต์ที่มีกำลังมากกว่า 400 แรงม้า ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งที่แผนก M ของ BMW ในยุค 80s ไม่เคยจินตนาการถึง เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า (E90/E92 M3) ที่มียอดขายประมาณ 10,000 คัน รุ่น F80 กลับทำยอดขายได้มากกว่าสามเท่า สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จในการขยายฐานลูกค้า และหากนับรวมยอดขายของ M3 รุ่นปัจจุบัน (G80) จนถึงฤดูใบไม้ผลิปี 2023 ที่มีประมาณ 25,000 คัน ก็ยิ่งตอกย้ำสถานะของ M3 ในฐานะ รถสปอร์ตซีดานสมรรถนะสูง ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง

BMW M3 F80 ได้รับการยอมรับว่าเป็นมาตรฐานของรถสปอร์ตซีดานอย่างแท้จริง แม้ว่าคู่แข่งอย่าง Cadillac CTS-V, Mercedes-AMG E63 Sedan หรือ Alfa Romeo Giulia Quadrifoglio อาจมีพละกำลังที่มากกว่า แต่ M3 F80 นั้นโดดเด่นด้วยการผสมผสานระหว่างการขับขี่ที่เร้าใจและสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมจนยากจะหาใครเทียบ (อาจยกเว้น Giulia Quadrifoglio)

ภายใต้ฝากระโปรงของ F80 คือเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบแถวเรียง เทอร์โบคู่ ขนาด 3.0 ลิตร ให้กำลัง 425 แรงม้า และแรงบิด 406 ปอนด์-ฟุต ส่งกำลังลงสู่ล้อหลัง ผู้ขับขี่มีทางเลือกระหว่างเกียร์ธรรมดา 6 สปีด หรือเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 7 สปีด ซึ่งส่วนใหญ่ลูกค้ามักเลือกเกียร์อัตโนมัติ หากคุณกำลังมองหา M3 F80 มือสอง การหาคันที่ใช้เกียร์ธรรมดานั้นถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า

นอกจากนี้ BMW ยังนำเสนอ M3 รุ่น Competition ที่เพิ่มกำลังเป็น 444 แรงม้า แต่แรงบิดยังคงเท่าเดิมที่ 406 ปอนด์-ฟุต การมีอยู่ของ BMW M3 F80 พิสูจน์ให้เห็นว่ายนตรกรรมหรูจากเยอรมนีก็สามารถผลิตในปริมาณมากเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดโลกได้ โดยไม่ละทิ้ง DNA แห่งสมรรถนะที่ทำให้แบรนด์ BMW เป็นที่รัก

Chevrolet Corvette (C7): อำลาเครื่องยนต์หน้า สู่ตำนานบทใหม่ของรถสปอร์ตอเมริกัน

มาถึงรถสปอร์ตอเมริกันไอคอนอีกคันอย่าง Chevrolet Corvette เจเนอเรชั่นที่ 7 (C7) ซึ่งเป็นเจเนอเรชั่นสุดท้ายที่ใช้เครื่องยนต์วางหน้า ก่อนจะเปลี่ยนไปใช้เครื่องยนต์วางกลางในรุ่น C8 การผลิต C7 ดำเนินการในช่วงปี 2015 ถึง 2019 ที่โรงงานใน Bowling Green, Kentucky โดยมียอดผลิตรวมทุกรุ่นย่อยเกือบ 190,000 คัน

เราตัดสินใจรวมรุ่น Stingray, Grand Sport และ Z06 เข้าไว้ในหมวดนี้ เนื่องจากทุกรุ่นมีกำลังขับเคลื่อนเกิน 400 แรงม้า และมียอดผลิตที่สูงกว่า 34,000 คัน โดยมีข้อมูลยืนยันว่า Corvette Z06 (C7) มียอดผลิตรวม 39,940 คัน ส่วนรุ่น Stingray และ Grand Sport นั้น คาดการณ์ว่ามียอดผลิตรวมกันประมาณ 145,000 คัน ซึ่งคิดเป็นมากกว่า 70% ของยอดขายรวมในแต่ละปี

การมีอยู่ของ Chevrolet Corvette C7 พิสูจน์ให้เห็นถึงความหลากหลายของสมรรถนะในตระกูล Corvette ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้ในวงกว้าง เริ่มต้นจากรุ่นพื้นฐาน Stingray มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 ขนาด 6.2 ลิตร แบบไม่มีซุปเปอร์ชาร์จ (Naturally Aspirated) ให้กำลัง 455 แรงม้า และแรงบิด 460 ปอนด์-ฟุต ซึ่งเป็นเวอร์ชันของเครื่องยนต์ LT1 อันเลื่องชื่อของ GM

สำหรับรุ่น Grand Sport ได้รับการปรับปรุงช่วงล่างและตกแต่งพิเศษ แต่ยังคงใช้เครื่องยนต์ LT1 เช่นเดียวกับ Stingray แต่เพิ่มกำลังขึ้นเล็กน้อยเป็น 460 แรงม้า และแรงบิด 465 ปอนด์-ฟุต

ส่วนรุ่นท็อปอย่าง Corvette Z06 (C7) คือสัตว์ร้ายที่แท้จริง ด้วยเครื่องยนต์ V8 ขนาด 6.2 ลิตร พร้อมซุปเปอร์ชาร์จที่เรียกว่า LT4 ให้พละกำลังสูงสุดถึง 650 แรงม้า และแรงบิด 650 ปอนด์-ฟุต เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์ V8 ที่ให้เสียงอันทรงพลังและไพเราะที่สุดเท่าที่เคยผลิตมา (ในมุมมองของผู้เขียน)

แม้ว่ารุ่น ZR1 ซึ่งเป็นรุ่นสมรรถนะสูงสุดใน C7 จะมียอดผลิตเพียง 2,953 คัน แต่การที่รุ่นย่อยอื่น ๆ ในเจเนอเรชั่นเดียวกันสามารถทำตัวเลขการผลิตที่น่าประทับใจ พร้อมกับพละกำลังที่มหาศาล ทำให้ Corvette C7 เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของ รถสปอร์ตสมรรถนะสูงที่ผลิตจำนวนมาก ที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

Dodge Challenger Hellcat (ทุกรุ่นย่อย): พลังดิบจากอเมริกาที่พร้อมเขย่าทุกโสตประสาท

เมื่อพูดถึง “กำลัง” และ “การผลิตจำนวนมาก” ในยุคปัจจุบัน ชื่อของ Dodge Challenger Hellcat คือสิ่งที่จะขาดไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด ตลอดระยะเวลาการผลิตตั้งแต่ปี 2015 ถึง 2023 Dodge ได้ปล่อย Challenger Hellcat ออกมาหลากหลายรุ่นย่อยจนแทบจะนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นรุ่นพื้นฐาน Hellcat, Hellcat Widebody, Hellcat Redeye, Hellcat Jailbreak และ Hellcat Super Stock รวมถึงรุ่นที่ผสมผสานชื่อรุ่นต่างๆ เข้าด้วยกัน

แม้ว่า Dodge จะไม่ได้เปิดเผยตัวเลขการผลิตที่แม่นยำสำหรับแต่ละรุ่นย่อย แต่จากข้อมูลการขายในช่วงปี 2015-2020 จาก StellPower.com ระบุว่า Dodge ผลิต Challenger เครื่องยนต์ซุปเปอร์ชาร์จรวมกันกว่า 39,421 คัน และเมื่อพิจารณาว่าการผลิตยังคงดำเนินต่อไปจนถึงสิ้นปี 2023 แม้จะเริ่มชะลอตัวลงเนื่องจากการเตรียมยุติสายการผลิต เราสามารถประเมินได้ว่ามียอดผลิตรวมทั้งสิ้นมากกว่า 40,000 คันในสหรัฐอเมริกา

Dodge Challenger Hellcat ไม่ใช่แค่รถยนต์ที่มีตัวเลขการผลิตสูง แต่คือสัญลักษณ์ของ “พลังดิบ” ที่หาได้ยากในตลาดปัจจุบัน เครื่องยนต์ V8 ซุปเปอร์ชาร์จขนาด 6.2 ลิตร HEMI คือหัวใจหลักที่ให้พละกำลังอย่างมหาศาล รุ่นพื้นฐาน Hellcat ปล่อยกำลังออกมาที่ 707 แรงม้า และแรงบิด 650 ปอนด์-ฟุต

เมื่อเวลาผ่านไป Hellcat Widebody ถูกเปิดตัวออกมา ซึ่งไม่ได้เพิ่มกำลัง แต่รุ่น Redeye ได้เพิ่มขีดความสามารถขึ้นไปอีกขั้น เป็น 797 แรงม้า และแรงบิด 707 ปอนด์-ฟุต รุ่น Jailbreak ยังคงใช้เครื่องยนต์ 797 แรงม้า แต่เพิ่มทางเลือกในการปรับแต่งที่หลากหลายขึ้น ส่วนรุ่น Super Stock คือสุดยอดรถ Drag-ready ที่ให้กำลังสูงถึง 807 แรงม้า (เราไม่ได้รวมรุ่น Demon เข้ามา เนื่องจากถือเป็นรุ่นพิเศษที่แตกต่างออกไป)

การมีอยู่ของ Dodge Challenger Hellcat ในฐานะ รถยนต์กำลังสูงที่ผลิตจำนวนมาก เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าตลาดอเมริกันยังคงโหยหาพละกำลังที่ดิบและทรงพลัง และ Dodge ก็สามารถตอบสนองความต้องการนั้นได้อย่างเต็มที่ ทำให้มันกลายเป็นตำนานบทใหม่ของ รถมัสเซิลคาร์ยุคใหม่ ที่ทุกคนจดจำได้

Chevrolet Corvette Stingray (C8): กำลังที่ยังคงเติบโต จากหัวใจใหม่แห่งเจนเนอเรชั่น

ปิดท้ายด้วย Chevrolet Corvette Stingray (C8) เจเนอเรชั่นใหม่ที่มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ นั่นคือการย้ายตำแหน่งเครื่องยนต์ไปอยู่ด้านหลัง (Mid-Engine) แม้ว่าเราจะจัดให้เป็น “Honorable Mention” หรือ รถยนต์ยอดเยี่ยมที่ควรค่าแก่การกล่าวถึง ไม่ใช่เพราะไม่เข้าเกณฑ์ แต่เป็นเพราะรถรุ่นนี้ยังคงอยู่ในสายการผลิต และมีศักยภาพที่จะทำตัวเลขการผลิตที่สูงขึ้นไปอีก

จากข้อมูลอย่างเป็นทางการของ Chevrolet ในช่วงปี 2020 ถึงสิ้นปี 2024 (จนถึงปัจจุบัน) Stingray ทั้งในรูปแบบ Coupe และ Convertible มียอดขายรวมกันมากกว่า 140,000 คันในสหรัฐอเมริกา และยังคงมีแนวโน้มที่แข็งแกร่ง โดยไม่มีสัญญาณของการชะลอตัว

ในส่วนของสมรรถนะ Corvette Stingray C8 ที่มีเครื่องยนต์วางกลาง 6.2 ลิตร V8 นั้น ให้กำลัง 490 แรงม้า และแรงบิด 470 ปอนด์-ฟุต จากโรงงาน ซึ่งเพียงพอที่จะทำให้มันเป็นหนึ่งใน รถสปอร์ตเครื่องยนต์วางกลางที่ผลิตจำนวนมาก ที่น่าสนใจที่สุดในตลาดปัจจุบัน

หากพิจารณาจากตัวเลขการผลิตที่แน่นอนและการเข้าถึงได้ง่ายของ C8 Stingray ควบคู่ไปกับพละกำลังที่น่าประทับใจ (แม้จะน้อยกว่า Mustang GT และ Challenger Hellcat บางรุ่น) ก็อาจกล่าวได้ว่า Chevrolet Corvette Stingray C8 คือ รถยนต์สมรรถนะสูงที่ผลิตจำนวนมาก ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยผลิตมาในยุคนี้

สรุป: พลังที่เข้าถึงได้ ในยุคแห่งนวัตกรรม

การเดินทางสำรวจ รถยนต์สมรรถนะสูงที่ผลิตจำนวนมาก ในปี 2568 นี้ ได้เผยให้เห็นว่า พละกำลังอันน่าทึ่งไม่ได้เป็นสิ่งที่จะพบเจอได้เฉพาะในรถยนต์ที่ผลิตจำนวนจำกัดอีกต่อไป รถยนต์เหล่านี้คือข้อพิสูจน์ของความก้าวหน้าทางวิศวกรรม การผลิตที่ทันสมัย และความต้องการของตลาดที่เปิดกว้างต่อรถยนต์ที่มอบทั้งสมรรถนะและความคุ้มค่า

จาก Ford Mustang GT S550 ที่ครองตลาดด้วยยอดขายมหาศาล, BMW M3 F80 ที่เป็นมาตรฐานของรถสปอร์ตซีดาน, Chevrolet Corvette C7 ที่ปิดฉากยุคเครื่องยนต์หน้าอย่างงดงาม, Dodge Challenger Hellcat ที่นำเสนอพละกำลังดิบอันไร้ขีดจำกัด, ไปจนถึง Chevrolet Corvette Stingray C8 ที่กำลังสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ด้วยการเป็นรถสปอร์ตเครื่องยนต์วางกลางที่ผลิตจำนวนมาก

ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่า “ขุมพลังที่เข้าถึงได้” คือเทรนด์ที่สำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ยุคปัจจุบัน ยานยนต์เหล่านี้ไม่เพียงแต่ตอบสนองความต้องการของผู้ที่รักการขับขี่ แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดนวัตกรรมและการพัฒนาต่อไปในอนาคต

หากคุณกำลังมองหารถยนต์ที่ผสมผสานสมรรถนะอันน่าทึ่ง การผลิตที่แพร่หลาย และคุณค่าที่หาได้ยากในโลกของยานยนต์ วันนี้คือโอกาสที่ดีที่สุดของคุณในการสำรวจโลกของ รถยนต์สมรรถนะสูงที่ผลิตจำนวนมาก แล้วคุณจะพบว่า “สุดยอด” นั้นใกล้ตัวกว่าที่คุณคิดเสมอ

Previous Post

N1101107 กนอกหม บแม วต วด part2

Next Post

N1101110 หญ งใจโลเล ระว งโดนเทไม part2

Next Post
N1101110 หญ งใจโลเล ระว งโดนเทไม part2

N1101110 หญ งใจโลเล ระว งโดนเทไม part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1401048 จะหย าจะเล กก บใคร ดให อน part2
  • N1401032 (ตอนจบ) สล บชะตาห วใจ วใจของเด กด ไปเต นในอกคนเคยเลว part2
  • N1401037_เจอเพ อนเก ากล บบ านแล วอวดรวย แต พอร ความจร งเข า…_part2
  • N1401047 จะไปช วยม นซ อทำไม แล วว าเป นม จฉาช part2
  • N1401040 เม ยไม กแต งต พาไปไหนอายถ งน part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.