• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N1101110 หญ งใจโลเล ระว งโดนเทไม part2

admin79 by admin79
January 8, 2026
in Uncategorized
0
N1101110 หญ งใจโลเล ระว งโดนเทไม part2

ปอร์เช่ คาเยนน์: ยนตรกรรม SUV ที่สร้างนิยามใหม่แห่งสมรรถนะและความหรูหรา

ในโลกยานยนต์ที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว มีรถยนต์เพียงไม่กี่รุ่นที่สามารถท้าทายขนบธรรมเนียมเดิมๆ และสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับอุตสาหกรรมได้ ปอร์เช่ คาเยนน์ (Porsche Cayenne) คือหนึ่งในนั้น การถือกำเนิดของ ปอร์เช่ คาเยนน์ ไม่ใช่เพียงการเพิ่มรุ่นรถในสายการผลิตของแบรนด์รถสปอร์ตสัญชาติเยอรมัน แต่เป็นการประกาศก้องถึงวิสัยทัศน์ที่กล้าหาญของปอร์เช่ในการก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเอง

Detlev von Platen สมาชิกคณะกรรมการบริหาร ผู้กำกับดูแลส่วนงานขาย และการตลาด ของ Porsche AG ได้กล่าวไว้อย่างน่าประทับใจว่า “หากเราสร้างรถยนต์ off-road ขึ้นมาสักคัน ตามมาตรฐานคุณภาพของเรา และติดตราสัญลักษณ์ปอร์เช่ลงบนฝากระโปรงหน้า ผู้คนจะซื้อรถคันนี้ไปใช้งาน” คำกล่าวนี้ราวกับคำพยากรณ์ที่ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วอย่างงดงาม นับตั้งแต่ ปอร์เช่ คาเยนน์ รุ่นแรกปรากฏสู่สายตาชาวโลกในปี 2002 ปอร์เช่ คาเยนน์ ได้กลายเป็นมากกว่าแค่รถยนต์ SUV แต่คือสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จที่เปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก และยังคงรักษาบทบาทสำคัญต่อแบรนด์ปอร์เช่มาโดยตลอด สานต่อตำนานแห่งความเหนือระดับ สู่กลุ่มลูกค้าใหม่ๆ และผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะอันเป็นเอกลักษณ์ของปอร์เช่ มากว่าสองทศวรรษ

บทพิสูจน์แห่งความกล้าหาญ: การพลิกวิกฤตสู่โอกาส

ย้อนกลับไปในช่วงกลางทศวรรษ 1990 ปอร์เช่เผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง ยอดขายตกต่ำอย่างน่าใจหาย มียอดจำหน่ายเพียง 23,060 คันในปีงบประมาณ 1991-1992 สถานการณ์เช่นนี้บีบให้ผู้บริหารต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ เพื่อกอบกู้บริษัทให้พ้นจากวิกฤต การเปิดตัวปอร์เช่ บ๊อกสเตอร์ (Boxster) ในปี 1996 เป็นก้าวแรกที่สำคัญ แต่ทีมผู้บริหารตระหนักดีว่า การมีเพียงรถสปอร์ตระดับตำนานอย่าง 911 และโรดสเตอร์เครื่องยนต์วางกลางลำอย่าง Boxster อาจไม่เพียงพอที่จะนำพาบริษัทสู่อนาคตที่มั่นคง จึงได้เริ่มต้นวางแผนการสำหรับ “รถปอร์เช่คันที่ 3” ซึ่งในระยะแรก ยังไม่ได้ถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่ใดๆ ที่ชัดเจนของแบรนด์

ด้วยคำแนะนำจากหน่วยงานด้านการขายในสหรัฐอเมริกา ตลาดที่ใหญ่ที่สุดของปอร์เช่ในขณะนั้น มีการตัดสินใจที่พลิกวงการ คือการเลือกเซกเมนต์ “off-road” แทนที่จะเป็น MPV สำหรับรถยนต์รุ่นใหม่นี้ การตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจในตลาดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และความกล้าที่จะก้าวสู่ดินแดนที่ไม่เคยมีปอร์เช่เหยียบย่างมาก่อน Wendelin Wiedeking ผู้บริหารสูงสุด (CEO) ในขณะนั้น ได้ตั้งเป้าหมายขยายสู่ตลาดเอเชีย ซึ่งเป็นตลาดใหม่ที่กำลังมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ

ปอร์เช่ไม่เพียงต้องการสร้างสรรค์รถสปอร์ต SUV ในแบบของตนเอง แต่ยังมุ่งเน้นไปที่การมอบความคุ้มค่าที่เหนือกว่ารถยนต์ off-road ของคู่แข่งที่มีอยู่ในตลาด ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ท้าทายอย่างยิ่ง

การร่วมมืออันยิ่งใหญ่: โครงการ “Colorado” สู่การถือกำเนิดของ Cayenne

กุญแจสำคัญในการสร้างสรรค์ ปอร์เช่ คาเยนน์ คือความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์กับ Volkswagen ภายใต้ชื่อโครงการ “Colorado” การประกาศความร่วมมือนี้อย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายนปี 1998 เป็นการปูทางสู่การพัฒนาแพลตฟอร์มร่วมกัน โดย ปอร์เช่ คาเยนน์ และ Volkswagen Touareg จะมีโครงสร้างพื้นฐานที่เหมือนกัน แต่ในส่วนของการออกแบบตัวถัง, เครื่องยนต์, และการปรับแต่งช่วงล่าง จะถูกพัฒนาไปในทิศทางที่แตกต่างกัน เพื่อสะท้อนถึงเอกลักษณ์และสมรรถนะเฉพาะตัวของแต่ละแบรนด์

ปอร์เช่รับผิดชอบการพัฒนาแพลตฟอร์มโครงสร้างที่ใช้ร่วมกัน ณ สำนักงานในเมือง Hemmingen ในขณะที่ Volkswagen รับหน้าที่ด้านการจัดสรรกำลังการผลิตด้วยความเชี่ยวชาญ และในปี 1999 ปอร์เช่ตัดสินใจเลือกที่จะผลิตและประกอบรถยนต์รุ่นนี้ที่โรงงานในเมือง Zuffenhausen ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นแหล่งผลิตหลักของรถสปอร์ตที่สำคัญของแบรนด์ จากนั้น ปอร์เช่จึงได้ก่อตั้งโรงงานแห่งใหม่ที่เมือง Leipzig เพื่อรองรับการผลิต ปอร์เช่ คาเยนน์ โดยเฉพาะ สายการผลิตเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการในเดือนสิงหาคมปี 2002

ในขณะที่ Volkswagen ดำเนินการผลิต Touareg ที่โรงงานของตนในเมือง Bratislava ประเทศสโลวาเกีย รวมถึงรับผิดชอบด้านสายงานการพ่นสีตัวถังของ ปอร์เช่ คาเยนน์ ที่โรงงานแห่งนี้ด้วยเช่นกัน การประกอบขั้นสุดท้ายของ ปอร์เช่ คาเยนน์ ทั้งเจนเนอเรชั่นแรก (E1) และเจนเนอเรชั่นที่ 2 (E2) ถูกผลิตขึ้นที่โรงงานในเมือง Leipzig ต่อมาในปี 2017 ปอร์เช่ คาเยนน์ เจเนอเรชั่นที่ 3 (E3) ได้ถูกย้ายฐานการผลิตไปยังโรงงานในเมือง Osnabrück และหลังจากนั้น ปอร์เช่ได้ย้ายสายการผลิต ปอร์เช่ คาเยนน์ ทั้งหมดกลับไปยังเมือง Bratislava ประเทศสโลวาเกีย เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตสำหรับ Porsche Panamera และ Porsche Macan ที่โรงงาน Leipzig

สมรรถนะสปอร์ตในร่าง SUV: หัวใจหลักของ ปอร์เช่ คาเยนน์

ปอร์เช่ คาเยนน์ ไม่ได้เป็นเพียง SUV ทั่วไป แต่คือยนตรกรรมที่ผสมผสานความแข็งแกร่งของรถ off-road เข้ากับสมรรถนะการขับขี่สไตล์สปอร์ตที่เป็นเอกลักษณ์ของปอร์เช่ได้อย่างลงตัว มอบทั้งความสะดวกสบายและความอเนกประสงค์ระดับสปอร์ตหรูมานานกว่า 20 ปี

เจนเนอเรชั่นแรก (E1): การเริ่มต้นอันทรงพลัง

ปอร์เช่ คาเยนน์ เจเนอเรชั่นแรก (E1) ได้เปิดตัวอย่างทรงพลัง พร้อมทางเลือกเครื่องยนต์ V8 สองพิกัด สำหรับรุ่น Cayenne S ติดตั้งเครื่องยนต์ขนาด 4.5 ลิตร พัฒนาขึ้นใหม่ล่าสุด ให้กำลังสูงสุด 340 แรงม้า (250 กิโลวัตต์) ส่วน Cayenne Turbo ขยับสมรรถนะขึ้นไปอีกขั้น ด้วยเครื่องยนต์ขนาดความจุเดียวกัน แต่ให้กำลังถึง 450 แรงม้า (331 กิโลวัตต์) ทั้งสองรุ่นทำความเร็วสูงสุดได้อย่างน่าประทับใจ ที่ 242 และ 266 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตามลำดับ

หัวใจสำคัญที่ทำให้ ปอร์เช่ คาเยนน์ ตอบสนองความคาดหวังของนักขับที่หลงใหลในรถสปอร์ต คือการควบคุมระบบช่วงล่างที่ยอดเยี่ยม ด้วยระบบ Porsche Traction Management (PTM) ที่กระจายกำลังขับเคลื่อนระหว่างเพลาหน้าและเพลาหลังอย่างมีประสิทธิภาพ ระบบขับเคลื่อนสามารถปรับการกระจายกำลังแบบไดนามิกได้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่อัตราส่วน 62:38 ในสภาวะปกติ ไปจนถึง 0:100 หรือ 100:0 ตามความจำเป็น

สำหรับเส้นทาง off-road ที่ท้าทาย ปอร์เช่ คาเยนน์ ก็ไม่เป็นรองใคร ด้วยชุด low-range transfer box ที่ช่วยยึดเกาะถนนได้อย่างดีเยี่ยม และเฟืองท้าย fully locking centre-differential ที่ป้องกันล้อหมุนฟรี แม้ในขณะที่ล้อลอยพ้นจากพื้น ด้วยสมรรถนะอันรอบด้านนี้ จึงทำให้รถยนต์ off-road คันแรกของปอร์เช่ สามารถทัดเทียมและเหนือกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกันได้อย่างสง่างาม

ระบบ PASM และ Air Suspension: สุนทรียภาพแห่งการขับขี่

ปอร์เช่ คาเยนน์ (E1) ยังเป็นรถยนต์รุ่นแรกของปอร์เช่ที่ได้รับการติดตั้งระบบ Porsche Active Suspension Management (PASM) อันล้ำสมัย ทำงานร่วมกับช่วงล่างแบบถุงลม (air suspension) ที่สามารถแปรผันค่าแรงดันภายในถุงลมได้อย่างต่อเนื่อง ตามสภาพพื้นผิวถนนและสไตล์การขับขี่ ระบบนี้ไม่เพียงแต่เพิ่มความนุ่มนวล แต่ยังช่วยเสริมสมรรถนะด้าน off-road ด้วยความสูงใต้ท้องรถที่สามารถปรับเพิ่มขึ้นได้สูงสุดถึง 27.3 เซนติเมตร

ในปี 2006 ปอร์เช่ได้ตอกย้ำความเหนือชั้นอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว Cayenne Turbo S ที่มาพร้อมพละกำลังสูงสุดถึง 521 แรงม้า (383 กิโลวัตต์) จากเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ขนาด 4.5 ลิตร ซึ่งเหนือกว่ามาตรฐานของรถในยุคนั้นอย่างเห็นได้ชัด

การวิวัฒนาการแห่งการออกแบบและเทคโนโลยี

Michael Mauer หัวหน้าฝ่ายออกแบบของปอร์เช่ นิยามวิวัฒนาการของ ปอร์เช่ คาเยนน์ ว่า “เป็นการสรรสร้าง เจียระไน และความประณีต” ซึ่งสะท้อนถึงการปรับปรุงด้านน้ำหนักและสมรรถนะอย่างต่อเนื่อง

เจนเนอเรชั่นที่ 2 (E2): นำเสนอระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ on-demand all-wheel-drive ที่มาพร้อมระบบคลัทช์ actively controlled multi-plate ซึ่งยังคงใช้ในรุ่นปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีการนำระบบขับเคลื่อนแบบ Hybrid และ Plug-in Hybrid มาใช้เป็นครั้งแรก ติดตั้งเฟืองท้าย Torsen centre differential และปรับแต่งเครื่องยนต์ให้มีกำลังสูงขึ้น พร้อมอัตราสิ้นเปลืองที่ประหยัดขึ้นถึง 23% การออกแบบภายในยังได้รับการยกระดับคอนโซลหน้าให้ใช้งานสะดวกยิ่งขึ้น

เจนเนอเรชั่นที่ 3 (E3): Hans-Jürgen Wöhler รองประธานฝ่าย Product Line SUV ในช่วงปี 2013-2020 กล่าวว่า วัตถุประสงค์หลักคือการเสริมศักยภาพให้รถมีความสปอร์ตหรูหรา นุ่มนวลสะดวกสบาย แต่ยังคงรักษาประสิทธิภาพแบบ off-road ไว้ ด้วยการพัฒนาช่วงล่างแบบ three-chamber air suspension และระบบช่วยเลี้ยวล้อหลัง rear-axle steering โครงสร้างตัวถังอลูมิเนียมใหม่ช่วยลดน้ำหนักและเสริมความปราดเปรียว การอัพเกรดระบบติดต่อสื่อสาร อาทิ smartphone integration, WiFi และ Bluetooth ทำให้ ปอร์เช่ คาเยนน์ ทันสมัยยิ่งขึ้น หลังจากนั้น ปอร์เช่ได้ยุติการทำการตลาดเครื่องยนต์ดีเซลทั้งหมด และมุ่งเน้นเทคโนโลยี Plug-in Hybrid

การก้าวสู่ยุค Hybrid: พลังงานสะอาด สมรรถนะระดับ Super Sports

ปอร์เช่ คาเยนน์ เจเนอเรชั่นที่ 3 ในรูปแบบ Plug-in Hybrid แสดงให้เห็นถึงศักยภาพด้านพลังงานไฟฟ้าที่โดดเด่น สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 135 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และวิ่งได้ไกลถึง 44 กิโลเมตร โดยไม่ปล่อยมลพิษ อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงตามมาตรฐาน WLTP อยู่ที่ 24.3 ถึง 32.2 กิโลเมตรต่อลิตร การผสมผสานแบตเตอรี่ high-voltage ขนาด 17.9 kWh และมอเตอร์ไฟฟ้า 100 kW พร้อมด้วยเทคโนโลยีจาก Porsche 918 Spyder ทำให้ ปอร์เช่ คาเยนน์ มอบประสบการณ์การขับขี่สปอร์ตหรูที่ไม่เหมือนใคร

รุ่นที่ทรงพลังที่สุดคือ ปอร์เช่ คาเยนน์ เทอร์โบ เอส อี ไฮบริด (Turbo S E-Hybrid) ที่เปิดตัวในปี 2019 ด้วยพละกำลังรวมสูงสุดถึง 680 แรงม้า (500 กิโลวัตต์) แรงบิดกว่า 900 นิวตันเมตร สามารถเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 3.8 วินาที เป็นการผสมผสานสมรรถนะระดับ Supercar เข้ากับความประหยัดได้อย่างลงตัว

รากฐานแห่งรถยนต์ไฟฟ้า: จากแนวคิดสู่การผลิตจริง

ตั้งแต่ปี 2007 ปอร์เช่ได้เริ่มพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า โดยรุ่นปรับโฉมของ ปอร์เช่ คาเยนน์ เจเนอเรชั่นแรก มีความใกล้เคียงกับรถยนต์ต้นแบบ series-production concept study ของ Cayenne S Hybrid ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในระบบ power-split hybrid และ parallel full hybrid มอเตอร์ไฟฟ้ามีบทบาทตั้งแต่สตาร์ท ไปจนถึงความเร็วสูง และในปี 2010 ปอร์เช่ คาเยนน์ รุ่น Full Hybrid ก็ได้ออกสู่ตลาดบนตัวถังเจนเนอเรชั่นที่ 2 ถือเป็นรถยนต์ Hybrid สายการผลิตคันแรกของปอร์เช่ และในปี 2014 ปอร์เช่ได้ถือกำเนิดรถยนต์ Plug-in Hybrid เป็นรุ่นแรก ทำให้ปอร์เช่เป็นผู้บุกเบิกในกลุ่ม Premium SUV อย่างแท้จริง

บทพิสูจน์แห่งสมรรถนะ: ความสำเร็จในกีฬามอเตอร์สปอร์ต

ปอร์เช่ คาเยนน์ ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์ที่หรูหราและทรงพลัง แต่ยังพิสูจน์ตัวเองในสนามแข่งขันที่สมบุกสมบัน

Transsyberia Rally 2006: ทีมแข่งอิสระ 2 ทีม เข้าร่วมการแข่งขัน Transsyberia Rally ด้วยรถ ปอร์เช่ คาเยนน์ เอส (Porsche Cayenne S) สามารถคว้าอันดับ 1 และ 2 มาครองได้ แรงบันดาลใจจากชัยชนะนี้ นำไปสู่การพัฒนา ปอร์เช่ คาเยนน์ เอส Transsyberia รุ่น Limited Edition จำนวน 26 คัน ซึ่งสามารถสร้างผลงานยอดเยี่ยม คว้าอันดับ 1, 2, และ 3 ในรายการ Transsyberia 2007 และติด Top 10 ทั้งหมด 7 รายการ

ความเหนือชั้นในสนาม Nürburgring: ปอร์เช่ คาเยนน์ เทอร์โบ จีที (Cayenne Turbo GT) ได้สร้างสถิติใหม่บนสนาม Nürburgring-Nordschleife ในประเภท SUV ด้วยเวลา 7:38.925 นาที เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2021 ด้วยพละกำลัง 640 แรงม้า (471 กิโลวัตต์) จากเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ 4 ลิตร สามารถเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ใน 3.3 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

นิยามใหม่แห่ง “GTS”: Gran Turismo Sport

ชื่อรุ่น “GTS” ที่ต่อท้าย ปอร์เช่ คาเยนน์ มาจากคำว่า “Gran Turismo Sport” ซึ่งสะท้อนถึงสมรรถนะของรถสปอร์ตที่ผนวกเข้ากับศักยภาพในการเดินทางระยะไกล

Porsche Cayenne GTS (E1): เปิดตัวในปี 2007 ด้วยเครื่องยนต์ 4.8 ลิตร ไร้ระบบอัดอากาศ ให้กำลัง 405 แรงม้า (298 กิโลวัตต์)

Porsche Cayenne GTS (E2): พละกำลังเพิ่มขึ้นเป็น 420 แรงม้า (309 กิโลวัตต์)

Porsche Cayenne GTS (ปัจจุบัน): กลับมาใช้เครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ 4 ลิตร ให้กำลัง 460 แรงม้า (338 กิโลวัตต์) สะท้อนความสำเร็จและความเป็นที่ต้องการของรุ่นนี้ในตลาด

เปิดประตูสู่โลกใหม่: การสร้างฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง

ตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกของโลกในงาน Paris Motor Show ปี 2002 ปอร์เช่ คาเยนน์ กลายเป็นรถยนต์ที่ประสบความสำเร็จไปทั่วโลก ยอดขายสูงเกินความคาดหมายอย่างมาก โดยตลอด 8 ปีของการทำตลาดในเจนเนอเรชั่นแรก มียอดขายสูงถึง 276,652 คัน คิดเป็นยอดขายต่อปีเกือบ 35,000 คัน

Oliver Blume ประธานกรรมการบริหารของ Porsche AG กล่าวว่า ปอร์เช่ คาเยนน์ คือรถยนต์ที่สร้างฐานความต้องการได้อย่างยั่งยืน และประสบความสำเร็จในการสร้างตำนานบทใหม่ นำพาปอร์เช่ก้าวข้ามไปสู่ตลาดกลุ่มใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ กลายเป็นรถที่มียอดขายและอัตราการเติบโตสูงสุดตั้งแต่ปี 2002

Detlev von Platen สมาชิกคณะกรรมการบริหารฯ กล่าวเสริมว่า ปอร์เช่ คาเยนน์ ได้ช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์ของปอร์เช่ให้แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในประเทศจีนและตลาดเอเชีย ถือเป็นรถปอร์เช่รุ่นที่มีความต้องการสูงสุดทั่วทุกมุมโลก และจะยังคงรักษาระดับความนิยมอันยอดเยี่ยมนี้ไว้ได้อย่างแน่นอนในอนาคต

ปอร์เช่ คาเยนน์ ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์ SUV แต่คือวิสัยทัศน์ ความกล้าหาญ และการพัฒนานวัตกรรมอย่างไม่หยุดยั้ง ที่ได้สร้างนิยามใหม่ให้กับวงการยานยนต์ และยังคงเป็นที่ต้องการของตลาดทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง

หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะที่ไม่ประนีประนอม ควบคู่ไปกับความหรูหราและความอเนกประสงค์ที่ไร้ขีดจำกัด ปอร์เช่ คาเยนน์ คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบสำหรับคุณ อย่ารอช้าที่จะสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับที่ศูนย์บริการปอร์เช่ใกล้บ้านคุณ หรือค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อการตัดสินใจก้าวสู่โลกแห่งสมรรถนะที่แท้จริง.

Previous Post

N1101123 สะใภ ๆย งม นะ part2

Next Post

N1101127 อย าปล อยม อก ในว นท ลำบาก part2

Next Post
N1101127 อย าปล อยม อก ในว นท ลำบาก part2

N1101127 อย าปล อยม อก ในว นท ลำบาก part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1501106 เศรษฐ สตร เร อน ตอนจบ part2
  • N1501117 เม ยไม ผล เง นเท าน นท สำค part2
  • N1501112 คนขวางโลก part2
  • N1501107 แค นม อย ามาอวด part2
  • N1501128 เม ยท ไร วตน part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.