• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N1101112 กพ เส ยดายน อง part2

admin79 by admin79
January 8, 2026
in Uncategorized
0
N1101112 กพ เส ยดายน อง part2

BYD Song ผงาด! ชี้เทรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจีนเขย่าตลาดโลก พร้อมเปิดโผ 12 รถยนต์นั่งยอดนิยมแห่งปี 2568

ในยุคที่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) กำลังก้าวข้ามผ่านการเป็นเพียงทางเลือก สู่การเป็นกระแสหลักที่กำหนดทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก ข้อมูลยอดขายล่าสุดจากประเทศจีนในเดือนพฤศจิกายน 2568 ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตาอย่างยิ่ง โดย BYD Song ได้ทะยานขึ้นเป็นผู้นำยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยตัวเลข 56,000 คัน แซงหน้า Tesla Model Y ที่ทำได้ 55,000 คัน สะท้อนให้เห็นถึงพลังของแบรนด์จีนที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด

จากข้อมูลของสมาคมผู้ผลิตรถยนต์แห่งประเทศจีน (CAAM) เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568 ชี้ว่า ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าแบบขายส่งในเดือนพฤศจิกายน พุ่งสูงถึง 1.706 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 18.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และ 5.8% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ขณะที่ยอดขายปลีกอยู่ที่ 1.321 ล้านคัน เติบโต 4.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และ 3.0% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ตัวเลขเหล่านี้ยืนยันว่า ตลาดรถยนต์ไฟฟ้ากำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างแท้จริง

บทวิเคราะห์ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าปี 2568: แบรนด์จีนรุกหนัก การแข่งขันเข้มข้น

ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการยานยนต์มากว่าสิบปี ผมมองว่าการที่ BYD Song ขึ้นแท่นอันดับหนึ่ง สะท้อนถึงกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดของ BYD ในการนำเสนอรถยนต์ที่มีความสมดุลทั้งด้านราคา ประสิทธิภาพ และเทคโนโลยี ในขณะที่ Tesla Model Y ยังคงแข็งแกร่งในฐานะรถยนต์ยอดนิยมระดับโลก การแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ผู้นำอย่าง BYD และ Tesla อีกต่อไป

สิ่งหนึ่งที่น่าสังเกตคือ รถยนต์ไฟฟ้าครอง 9 ใน 10 รุ่นที่ขายดีที่สุดในจีนเมื่อเดือนพฤศจิกายน ซึ่งบ่งชี้ถึงการยอมรับและปริมาณการใช้งาน รถยนต์ไฟฟ้ามือสอง ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลาดโลก สะท้อนว่าผู้บริโภคเริ่มให้ความสำคัญกับรถยนต์ที่ประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ การแจ้งเกิดของ Xiaomi YU7 ด้วยยอดขายกว่า 33,000 คัน ซึ่งเป็นการเข้ามาติด 10 อันดับแรกสำหรับรถ SUV รุ่นแรกของแบรนด์ ถือเป็นปรากฏการณ์ที่น่าจับตามอง แสดงให้เห็นว่าแบรนด์เทคโนโลยีรายใหญ่กำลังเข้าสู่สมรภูมิยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัว และพร้อมท้าทายผู้เล่นดั้งเดิม

การเจาะตลาดของกลุ่มแบรนด์: แบรนด์จีนครองใจ ต้นทุนรถยนต์ไฟฟ้าที่เข้าถึงง่าย

เมื่อพิจารณาอัตราการเจาะตลาดของกลุ่มแบรนด์ต่างๆ ในเดือนพฤศจิกายน 2568 พบว่าสัดส่วนรถยนต์ไฟฟ้าในยอดขายรถยนต์ค้าปลีกโดยรวมของจีนอยู่ที่ 59.3% เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

แบรนด์ในประเทศ: ครองส่วนแบ่งตลาดค้าปลีกถึง 67.5% แม้จะลดลงเล็กน้อย 5.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่ก็ยังคงเป็นผู้นำที่แข็งแกร่ง
แบรนด์เกิดใหม่ (Xiaopeng, Leap Motor, Xiaomi): เป็นกลุ่มที่น่าจับตาที่สุด ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดที่พุ่งสูงขึ้นถึง 22.1% เพิ่มขึ้น 5.9% จากปีก่อนหน้า นี่คือสัญญาณที่ชัดเจนว่าแบรนด์หน้าใหม่จากจีนกำลังได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว
Tesla: ยังคงมีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 5.5% ถือเป็นตัวเลขที่คงที่ แต่เมื่อเทียบกับส่วนแบ่งที่เพิ่มขึ้นของแบรนด์จีน อาจเป็นสัญญาณที่ต้องพิจารณา
แบรนด์ร่วมทุนหลัก: มีส่วนแบ่งตลาด 3.2% ลดลงเล็กน้อย 0.14%
Renault: มีส่วนแบ่ง 5.5% ลดลง 0.3%

ข้อมูลเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงทิศทางที่ชัดเจนว่า ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศจีนกำลังถูกขับเคลื่อนด้วยแบรนด์ท้องถิ่นที่สามารถนำเสนอ รถยนต์ไฟฟ้า EV ราคาประหยัด และเทคโนโลยีที่ทันสมัย ในขณะเดียวกัน แบรนด์ต่างชาติจำเป็นต้องเร่งปรับตัวเพื่อแข่งขันในตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้

Motor Show 2025: สัญญาณบวกตลาดรถยนต์ไทย BYD ยืนหนึ่ง!

การมาถึงของงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 หรือ Motor Show 2025 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 มีนาคม ถึง 6 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา ได้สะท้อนภาพความคึกคักของตลาดรถยนต์ในประเทศไทยได้อย่างชัดเจน ด้วยยอดจองรถยนต์รวมสูงถึง 77,379 คัน

ที่น่าประทับใจที่สุดคือ BYD ซึ่งเป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีน สามารถกวาดยอดจองไปได้ถึง 10,353 คัน ครองอันดับ 1 ไปอย่างขาดลอย แซงหน้า Toyota แชมป์เก่าที่ทำได้ 9,819 คัน ส่วนอันดับ 3 ตกเป็นของ GAC (AION/HYPTEC) อีกหนึ่งแบรนด์จากจีน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของรถยนต์ไฟฟ้าจากแดนมังกร

BYD Dolphin ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยยอดจอง 4,014 คัน คิดเป็น 38.8% ของยอดจองทั้งหมดของแบรนด์ โดยมีปัจจัยสำคัญคือราคาที่เข้าถึงง่าย เริ่มต้นเพียง 499,000 บาท สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคที่มองหา รถยนต์ไฟฟ้า 400,000 บาท ในตลาด

ในขณะที่ GAC (AION/HYPTEC) ก็ไม่น้อยหน้า ด้วยยอดจอง 7,018 คัน โดยเฉพาะรุ่น AION UT คู่แข่งโดยตรงของ BYD Dolphin ก็ทำยอดจองไปกว่า 4,568 คัน ซึ่งคิดเป็น 65.09% ของยอดจองทั้งหมดของแบรนด์ ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 490,000 บาท การแข่งขันในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กราคาประหยัดกำลังดุเดือด

10 อันดับยอดจองรถยนต์ Motor Show 2025:

BYD: 10,353 คัน
Toyota: 9,819 คัน
GAC (AION/HYPTEC): 7,018 คัน
ChangAn (Deepal/AVATR): 6,589 คัน
Honda: 5,948 คัน
MG: 5,910 คัน
GWM: 4,959 คัน
Mitsubishi: 4,398 คัน
Nissan: 3,139 คัน
Isuzu: 2,989 คัน

ยอดจองรวมกว่า 77,000 คันนี้ เป็นเครื่องยืนยันถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคชาวไทย แม้จะเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจต่างๆ การเติบโตอย่างต่อเนื่องของแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะจากประเทศจีน กำลังเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาด และเป็นที่น่าจับตามองต่อไปในอนาคต

บทสรุป Motor Show 2025: การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง และอนาคตของตลาดรถยนต์

ผลลัพธ์จากงาน Motor Show 2025 ไม่ใช่แค่ตัวเลขยอดจอง แต่คือกระจกสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างและพฤติกรรมผู้บริโภคในตลาดรถยนต์ไทยอย่างแท้จริง การรุกคืบอย่างหนักของแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีน ทำให้ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ โดยเฉพาะจากญี่ปุ่นและยุโรป กำลังเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ค่ายรถยนต์เหล่านี้จำเป็นต้องเร่งปรับตัว พัฒนาผลิตภัณฑ์รถยนต์ไฟฟ้าที่สามารถแข่งขันได้ทั้งในด้านราคา เทคโนโลยี และสร้างความแตกต่าง เพื่อรักษาฐานลูกค้าและส่วนแบ่งทางการตลาดในยุคเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างยั่งยืน ยอดจองที่แข็งแกร่งของรถยนต์ไฟฟ้าหลายแบรนด์ บ่งชี้ว่าตลาด EV ในประเทศไทยมีศักยภาพในการเติบโตสูง และจะเป็นสมรภูมิหลักของการแข่งขันในอุตสาหกรรมยานยนต์ต่อไป

12 รถยนต์นั่งน่าสนใจประจำปี 2568: ท่ามกลางกระแส EV และการเปลี่ยนแปลงที่ยังคงดำเนินต่อไป

แม้ว่ากระแสรถยนต์ไฟฟ้าจะมาแรง แต่รถยนต์นั่งที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน หรือรถยนต์ไฮบริด ก็ยังคงมีบทบาทสำคัญในตลาด และมีหลายรุ่นที่น่าสนใจสำหรับผู้บริโภคที่มองหาความคุ้มค่า เทคโนโลยี และประสบการณ์การขับขี่ที่ดีเยี่ยม โดยเฉพาะรุ่นที่ได้รับการพัฒนาให้ประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

Honda Civic: รถเก๋งยอดนิยมตลอดกาล รุ่นล่าสุดที่ได้รับการปรับปรุงทั้งดีไซน์ภายนอกที่สปอร์ตหรูหรา และภายในที่สะดวกสบาย พร้อมเทคโนโลยี Roof Braze ที่ช่วยเพิ่มความสวยงามของตัวถัง ประสบการณ์การขับขี่ดีขึ้น เก็บเสียงดีเยี่ยม เบาะนั่งสบาย ช่วงล่างนุ่มนวล เกาะถนนดี ให้ความรู้สึกสปอร์ตแต่ยังคงประหยัดน้ำมัน ระบบความปลอดภัยครบครัน ถือเป็นรถเก๋งที่สมบูรณ์แบบอีกรุ่นหนึ่งที่ควรพิจารณา Honda Civic มือสอง ก็ยังคงเป็นที่ต้องการสูงในตลาด

Honda City: รถเก๋งที่ยังคงขายดีต่อเนื่อง โดยเฉพาะรุ่นท็อปที่ปรับปรุงสมรรถนะการขับขี่และประหยัดน้ำมันให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น การมาของรุ่นไฮบริดทำให้เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการรถเก๋งประหยัดน้ำมัน ดีไซน์ทันสมัย ภายในกว้างขวาง นั่งสบาย ให้ความรู้สึกเหมือนขับรถสปอร์ต ประสิทธิภาพการขับขี่ดี เร่งแซงทันใจ คล่องตัว เหมาะกับการใช้งานในเมือง ระบบแจ้งเตือนการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องช่วยเพิ่มความสะดวก

Honda Accord: รถยนต์นั่ง D-Segment ที่ครองใจคนไทยมายาวนาน รุ่นใหม่มาพร้อมกับระบบไฮบริดในทุกรุ่นย่อย ทำให้เป็นรถยนต์ที่ประหยัดน้ำมันและทรงพลัง จุดเด่นด้านความปลอดภัย เช่น ระบบรักษาช่องทางเดินรถ ระบบควบคุมความเร็วแปรผัน และระบบกล้องจับวัตถุ ทำให้การขับขี่ทางไกลมีความสบายและปลอดภัยอย่างยิ่ง การขับขี่สนุก ได้อารมณ์สปอร์ต ช่วงล่างแน่น ขับขี่ได้อย่างมั่นใจ ภายในหรูหรา ระบบฟอกอากาศช่วยเพิ่มสุขอนามัย

Toyota Corolla Altis: ชื่อนี้การันตีความคุ้มค่าและความทนทาน ดีไซน์เรียบง่ายแต่แฝงความสปอร์ตในรุ่น GR Sport พร้อมระบบความปลอดภัยและช่วงล่างที่ดีขึ้น ออปชันทันสมัย เช่น ระบบเปิดประตูโดยไม่ต้องใช้กุญแจ และ Head Up Display ช่วยให้การขับขี่ปลอดภัยยิ่งขึ้น อึด ถึก ทน ขับดี นุ่มนวล เข้าโค้งมั่นคง เบรกทำงานได้ดี ศูนย์บริการครอบคลุม พื้นที่เก็บสัมภาระกว้างขวาง ระบบความปลอดภัยเทียบเท่ารถหรู

Toyota Camry: รถยนต์นั่ง D-Segment อีกรุ่นที่โดดเด่นด้วยดีไซน์พรีเมียม และสมรรถนะที่เหนือชั้น เครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้พละกำลังรวม 227 แรงม้า การขับขี่นุ่มนวล เนียนเท้า ช่วงล่างแน่น เกาะถนน ปลอดภัย เก็บเสียงได้ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับการเดินทางไกล ประหยัดน้ำมัน สามารถวิ่งได้กว่า 1,000 กิโลเมตรต่อการเติมน้ำมันหนึ่งถัง ให้ความสบายในการขับขี่เป็นเลิศ

Toyota Yaris Ativ: รถยนต์นั่งขนาดเล็กที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ด้วยยอดจองถล่มทลาย ดีไซน์ Fastback style ที่ลู่ลมตามหลักอากาศพลศาสตร์ ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานต่ำ ดีไซน์เรียบหรูในราคาที่น่ารัก ความคุ้มค่าคุ้มราคาเป็นจุดเด่นสำคัญ กระฉับกระเฉงกว่ารุ่นเดิม ระบบเตือนมุมอับช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการเปลี่ยนเลน เก็บเสียงดีเยี่ยม ช่วงล่างซับแรงกระแทกได้ดี เกาะถนนมั่นใจ All Speed Adaptive Cruise Control ทำงานได้ดีในความเร็วต่ำ

Mazda 2 Sedan: โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ล้ำสมัย โฉบเฉี่ยว และสปอร์ต แม้มีขนาดเล็ก แต่สมรรถนะเกินตัว เป็นผู้นำในกลุ่มรถยนต์ขนาดเล็ก เทคโนโลยี GVC-Plus ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าโค้ง การขับขี่สนุก ช่วงล่างแน่น หนึบ จิกโค้งได้ดีเหมือนรถขนาดใหญ่ ราคาไม่แพง ถือเป็นรถเก๋งน่าใช้ขนาดเล็กที่คุ้มค่า

Mazda 3 Sedan: ดีไซน์เรียบหรู สปอร์ต เน้นแสงเงาที่ตกกระทบเพิ่มมิติอันเป็นเอกลักษณ์ สมรรถนะแข็งแกร่งด้วยเครื่องยนต์ SKYACTIV-G 2.0 ลิตร ประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ห้องโดยสารกว้างขึ้น คอนโซลปรับแต่งใหม่ ช่วงล่างยังคงหนึบ มีการปรับโครงสร้างเพื่อเพิ่มความมั่นคงในการทรงตัว ระบบความปลอดภัยครบครัน

MG 5: สปอร์ตคูเป้ซีดานที่โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ที่เพรียวยาวคล้ายรถสปอร์ตหรู ภายในกว้างขวาง นั่งสบาย มาพร้อม Sunroof และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร ให้กำลังที่ดี ฟังก์ชันหลากหลาย ระบบความปลอดภัยเยอะ เช่น ระบบช่วยเตือนเมื่อเปลี่ยนเลน ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา และกล้องมองรอบทิศทาง 3 มิติ การออกแบบหรูหราในราคาที่คุ้มค่า

Nissan Almera: รถเก๋งที่โดดเด่นด้านความกว้างขวางและราคาที่เข้าถึงง่าย ดีไซน์ใหม่ทันสมัยขึ้น สปอร์ตขึ้น ใช้เครื่องยนต์ 1.0L TURBO ประหยัดน้ำมันสูงถึง 23.3 กม./ลิตร ภายในกว้างขวาง เบาะหนังพรีเมียม เทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงรอบคัน ได้รับรางวัล Car of the Year 2023-2024 ในประเภทรถยนต์ยอดเยี่ยมแบบซีดาน เครื่องยนต์ไม่เกิน 1,000 ซีซี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรถเก๋งที่คุ้มค่า ออปชันครบครัน

BMW 2 Series Gran Coupé: รถยนต์นั่งหรูที่ราคาเริ่มต้นไม่ถึง 2 ล้านบาท ดีไซน์เหมือนรถคูเป้ ดูหล่อ เท่ ประตูไร้ขอบเพิ่มความสปอร์ต ดีไซน์ภายนอกและภายในล้ำสมัย เบาะปรับไฟฟ้าพร้อมระบบจดจำตำแหน่ง เป็นรถยนต์หรูที่สมรรถนะดีเยี่ยม แรงตั้งแต่รอบต่ำ ให้ความรู้สึกเหมือนเครื่องยนต์ NA แต่การเก็บเสียงอาจไม่ดีเท่าที่ควร เนื่องจากดีไซน์ประตูไร้ขอบ

Mercedes-Benz A-Class Saloon: รถเบนซ์ที่ราคาเข้าถึงง่ายที่สุดในตลาด ราคาเริ่มต้นประมาณ 2 ล้านต้นๆ ขนาดใกล้เคียงรถยนต์นั่งยอดนิยมทั่วไป แต่ยังคงความหรูหราตามสไตล์ Mercedes-Benz ระบบมัลติมีเดียจัดเต็ม เซ็นเซอร์เตือนการชนช่วยลดโอกาสการเฉี่ยวชน พื้นที่เก็บสัมภาระเยอะ ภายในหรูหราปนเท่ กล้องมองหลังคมชัด แม้จะเป็นรุ่นเริ่มต้น แต่ก็ได้รับประสบการณ์ความเป็น Mercedes-Benz อย่างเต็มเปี่ยม

มองไปข้างหน้า: การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์

ปี 2568 นี้เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงที่น่าตื่นเต้นในอุตสาหกรรมยานยนต์ การที่รถยนต์ไฟฟ้าจีนครองตลาดในประเทศจีน และมีอิทธิพลมากขึ้นในตลาดโลก รวมถึงการตอบรับที่ยอดเยี่ยมในงาน Motor Show 2025 ของประเทศไทย สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางที่ชัดเจนของการก้าวสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า

สำหรับผู้บริโภค นี่คือโอกาสทองในการเข้าถึง รถยนต์ไฟฟ้า 2025 ที่มีตัวเลือกหลากหลาย ราคาที่แข่งขันได้ และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ขณะที่แบรนด์รถยนต์แบบดั้งเดิมก็กำลังพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป

หากคุณกำลังมองหารถยนต์คันใหม่ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว หรือรถยนต์นั่งที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในปัจจุบัน โลกยานยนต์ได้นำเสนอทางเลือกที่น่าสนใจมากมาย การศึกษาข้อมูล เปรียบเทียบคุณสมบัติ และทดลองขับจริง คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คุณได้รถยนต์ที่ใช่ ในราคาที่คุ้มค่าที่สุด

อย่ารอช้า! ก้าวสู่ยุคใหม่ของยานยนต์. ค้นหารถยนต์ที่ตรงใจคุณที่สุดวันนี้ แล้วสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าไปกับเทคโนโลยีแห่งอนาคต.

Previous Post

N1101108 านน แต คนทรยศ part2

Next Post

N1101120 คนท งเก ยจพ อแม ไม นเจร ญ! part2

Next Post
N1101120 คนท งเก ยจพ อแม ไม นเจร ญ! part2

N1101120 คนท งเก ยจพ อแม ไม นเจร ญ! part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1101079_เปล ยนแปลงท เรา เบาท_part2
  • N1101078_ชายอย างผม เป นโรคกล วเม_part2
  • N1101069 แอร องทนอ กนานแค ไหน บแม สาม แบบน part2
  • N1101063_คนใกล ว…ท ากล วท_part2
  • N1101073 เร องท งหมด เก นจากคนหน งคน part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.