• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N1101010 เคยเจอไหม เล กก นไปนานแล แต แฟนเก าย งมาตามรำควาน part2

admin79 by admin79
January 8, 2026
in Uncategorized
0
N1101010 เคยเจอไหม เล กก นไปนานแล แต แฟนเก าย งมาตามรำควาน part2

เหนือฟ้ายังมีฟ้า: สุดยอดซูเปอร์คาร์เครื่องยนต์ไร้เทอร์โบ พลังที่บิดเบือนทุกประสาทสัมผัส

ในโลกยานยนต์ที่เต็มไปด้วยนวัตกรรมอันน่าทึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่เทคโนโลยีระบบอัดอากาศ (turbocharging) ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย จนกลายเป็นหัวใจหลักของขุมพลังในรถยนต์สมรรถนะสูงหลายรุ่น แต่กลับมีกลุ่มนักเลงรถจำนวนไม่น้อยที่ยังคงโหยหา “ความบริสุทธิ์” ของเครื่องยนต์ไร้ระบบอัดอากาศ (naturally aspirated – NA) เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องยนต์ NA นั้นอยู่ที่การตอบสนองที่ฉับไว ลายเส้นกำลังที่ต่อเนื่อง และเสียงคำรามอันทรงพลังที่ปลุกเร้าอารมณ์ได้อย่างแท้จริง ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมขอนำทุกท่านดำดิ่งสู่โลกของ ซูเปอร์คาร์เครื่องยนต์ไร้เทอร์โบ สุดยอดแห่งวิศวกรรมที่ยังคงยืนหยัดท้าทายกาลเวลา และมอบประสบการณ์ขับขี่ที่หาที่เปรียบมิได้

การเดินทางสู่จุดสูงสุดของ ซูเปอร์คาร์เครื่องยนต์ไร้เทอร์โบ ไม่ใช่เรื่องง่าย มันคือการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างการออกแบบที่ล้ำสมัย วัสดุชั้นเลิศ และการปรับจูนเครื่องยนต์อันแม่นยำ จนสามารถรีดพละกำลังออกมาได้อย่างมหาศาล โดยไม่มีการพึ่งพาอุปกรณ์เสริมใดๆ เราจะมาเจาะลึกถึงสุดยอดผลงานชิ้นเอกเหล่านี้ ที่ไม่เพียงแต่ทรงพลัง แต่ยังเป็นตำนานที่ขับเคลื่อนด้วยจิตวิญญาณของความดิบและดิบกว่า

ขุมพลังแห่งสวรรค์: 20 ซูเปอร์คาร์เครื่องยนต์ไร้เทอร์โบที่ทรงพลังที่สุด

การค้นหา ซูเปอร์คาร์เครื่องยนต์ไร้เทอร์โบ ที่ดีที่สุด เป็นการสำรวจขุมพลังที่บิดเบือนประสาทสัมผัส และท้าทายขีดจำกัดของมนุษย์ นี่คือ 20 ตัวอย่างอันโดดเด่น ที่แสดงให้เห็นถึงความงดงามของวิศวกรรมเครื่องยนต์ NA ที่สมบูรณ์แบบ

Lexus LFA – 552 แรงม้า: จุดเริ่มต้นของการเดินทางอันน่าทึ่ง คือ Lexus LFA รถยนต์ที่พิสูจน์ให้เห็นว่าขุมพลัง NA ยังคงยิ่งใหญ่เพียงใด แม้ว่า 552 แรงม้า อาจจะดูธรรมดาเมื่อเทียบกับรถยนต์เทอร์โบรุ่นใหม่ๆ แต่เครื่องยนต์ V10 ขนาด 4.8 ลิตรของ LFA คือผลงานชิ้นเอกแห่งประวัติศาสตร์ มันส่งกำลังสูงสุดที่ 8,700 รอบต่อนาที ปลดปล่อยเสียงคำรามอันไพเราะราวกับ “เสียงสวรรค์” ตามคำนิยามของวิศวกรหัวหน้าโครงการ

Lamborghini Gallardo Superleggera – 562 แรงม้า: แม้ LFA จะเป็นรถที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์และความหรูหรา แต่ก็ถูกแซงหน้าโดย Lamborghini Gallardo รุ่นพิเศษต่างๆ เช่น Superleggera, Super Trofeo และ Performante รุ่นเหล่านี้มาพร้อมขุมพลัง V10 ที่รีดได้ 562 แรงม้า ซึ่งถือว่าไม่ธรรมดาเลยสำหรับรถยนต์ในยุคนั้น ด้วยความเร็วสูงสุดที่ทะลุ 202 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 325 กม./ชม.)

Caparo T1 – 575 แรงม้า: ท่ามกลางทัพรถหรูจาก Ferrari, Aston Martin และ Lamborghini, Caparo T1 อาจเป็นรถที่หลายคนลืมเลือน แต่ด้วยรูปลักษณ์ที่คล้ายรถแข่ง Formula 1 ติดล้อ ทำให้มันโดดเด่น เครื่องยนต์ V8 ขนาด 3.5 ลิตร ให้กำลังถึง 575 แรงม้า ด้วยน้ำหนักเพียงไม่ถึง 700 กิโลกรัม ทำให้ T1 มีอัตราเร่ง 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง (0-96 กม./ชม.) ในราว 3 วินาที และความเร็วสูงสุด 205 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 330 กม./ชม.) เป็นรถที่มอบประสบการณ์ขับขี่ที่น่าหวาดเสียวอย่างแท้จริง

Aston Martin Vantage GT12 – 595 แรงม้า: อีกหนึ่งรถสัญชาติอังกฤษที่ทรงพลัง Aston Martin Vantage GT12 คือรุ่นที่ทรงพลังที่สุดในบรรดา V12 Vantage รุ่นต่างๆ ซึ่งล้วนเป็นเครื่องยนต์ NA โดดเด่นด้วยสปอยเลอร์หลังขนาดใหญ่ และการควบคุมที่เน้นประสบการณ์ดิบๆ สมรรถนะที่น่าประทับใจนี้มาพร้อมราคาที่สูง แต่ก็ถือว่าคุ้มค่าสำหรับผู้ที่ต้องการสุดยอด ซูเปอร์คาร์เครื่องยนต์ไร้เทอร์โบ

Ferrari 458 Speciale – 597 แรงม้า: Ferrari 458 Italia รุ่นปกติก็มีกำลังถึง 562 แรงม้า แต่ในรุ่น Speciale, Ferrari ได้ทำการปรับปรุงเพื่อรีดพละกำลังของเครื่องยนต์ V8 NA ขนาด 4.5 ลิตร ให้สูงขึ้นไปอีก เกือบ 600 แรงม้า ที่ 9,000 รอบต่อนาที Speciale คือหนึ่งใน ซูเปอร์คาร์สมรรถนะสูง ที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งยุค และเป็นตัวอย่างอันดีว่าทำไมเครื่องยนต์ NA จึงยังคงน่าตื่นเต้นกว่าเครื่องยนต์เทอร์โบ

Lamborghini Huracan / Audi R8 V10 Plus – 602 แรงม้า: ในขณะที่ Ferrari เปลี่ยนจาก 458 ไปสู่ 488 ที่ใช้เทอร์โบ, Lamborghini ยังคงยึดมั่นในเครื่องยนต์ NA สำหรับซูเปอร์คาร์รุ่นเล็กของพวกเขา Huracan ยังคงใช้เครื่องยนต์ V10 ขนาด 5.2 ลิตร ซึ่งในรุ่น Plus สามารถรีดกำลังได้เกิน 600 แรงม้า กลไกนี้ยังถูกใช้ใน Audi R8 เจเนอเรชันที่สองรุ่นสูงสุด ทำให้เกิดการแบ่งปันเทคโนโลยี ซูเปอร์คาร์ V10 ที่น่าสนใจ

Porsche Carrera GT – 604 แรงม้า: รถรุ่นนี้ควรถูกจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับ LFA และ 458 Speciale ในฐานะตำนานแห่ง ซูเปอร์คาร์ระดับไฮเอนด์ Carrera GT ใช้เครื่องยนต์ V10 ขนาด 5.7 ลิตร ให้กำลัง 604 แรงม้า ที่ถึงแม้จะน้อยกว่า 911 GT2 RS (รถเทอร์โบที่ทรงพลังที่สุดของ Porsche) เพียง 7 แรงม้า แต่ชื่อเสียงด้านความดิบและความต้องการทักษะการขับขี่ที่สูง ทำให้มันเป็นที่ต้องการอย่างยิ่ง การทำงานร่วมกับเกียร์ธรรมดาแบบดั้งเดิมพร้อมหัวเกียร์ไม้ และหลังคาที่ถอดออกได้เพื่อสัมผัสเสียงเครื่องยนต์เต็มๆ คือประสบการณ์ที่หาได้ยาก

Maserati MC12 – 621 แรงม้า: เปรียบเสมือนญาติที่เน้นสมรรถนะในสนามแข่งของ Ferrari Enzo, MC12 ใช้เครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.0 ลิตรเดียวกัน แต่ลดทอนกำลังลงเล็กน้อย เหลือ 621 แรงม้า ก็ยังถือว่าทรงพลังอย่างมหาศาล สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 205 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 330 กม./ชม.) และอัตราเร่ง 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง ใน 3.8 วินาที การครอบครอง MC12 นั้นต้องแลกมาด้วยราคาที่สูงลิ่ว

Mercedes SLS AMG Black Series – 622 แรงม้า: เครื่องยนต์ V8 ขนาด 6.2 ลิตรอันยอดเยี่ยมของ Mercedes AMG นั้นเคยเป็นหัวใจหลักของรถ AMG เกือบทุกรุ่น ก่อนที่จะถูกแทนที่ด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบในยุคปัจจุบัน SLS Black Series คือการอำลาที่น่าประทับใจสำหรับเครื่องยนต์ NA ลูกนี้ ด้วยกำลัง 622 แรงม้า มากกว่ารุ่นปกติถึง 60 แรงม้า และรูปลักษณ์ที่ดูราวกับรถแข่ง SLS GT3 ที่ถูกถอดสติกเกอร์ออก เป็นรถที่พร้อมจะ “แถ” ได้เสมอ

McLaren F1 – 627 แรงม้า: ในยุคปัจจุบัน McLaren อาจจะเน้นเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบ แต่รถยนต์รุ่นแรกของพวกเขา McLaren F1 คือรถระดับตำนานที่ใช้เครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.1 ลิตร จาก BMW ที่ไม่มีระบบอัดอากาศ กำลัง 627 แรงม้า ทำให้ F1 สามารถทำสถิติความเร็วสูงสุดของรถยนต์โปรดักชันที่ 241 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 387 กม./ชม.) ได้นานหลายปี เป็นแรงบันดาลใจให้กับรุ่นต่อมาอย่าง 675LT แต่ก็ยังคงไม่มีเครื่องยนต์ใดที่จะขับขานเสียงได้ไพเราะเท่าบรรพบุรุษ V12 NA ลูกนี้

Dodge Viper ACR – 645 แรงม้า: หนึ่งเดียวจากฝั่งอเมริกาในลิสต์นี้ Viper ACR คือรถแข่งที่จดทะเบียนวิ่งบนถนนได้จริง ยึดมั่นในปรัชญา “No Replacement for Displacement” ด้วยเครื่องยนต์ V10 ขนาดมหึมา 8.4 ลิตร ให้กำลัง 645 แรงม้า และแรงบิด 600 ปอนด์-ฟุต (ประมาณ 813 นิวตัน-เมตร) Viper ACR มอบประสบการณ์ขับขี่ที่ดิบที่สุด ด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และการยึดเกาะที่มาจาก Downforce และยางพิเศษ แทนที่จะเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ช่วยเสริม

Ferrari Enzo – 651 แรงม้า: Enzo คือก้าวสำคัญของการนำระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Formula 1 มาใช้ในรถยนต์ถนน ให้กำลัง 651 แรงม้า พาให้ทำความเร็วสูงสุด 217 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 349 กม./ชม.) และอัตราเร่ง 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง ใน 3.5 วินาที ด้วยประตูเปิดขึ้นฟ้าและฝาครอบเครื่องยนต์โปร่งใส Enzo คือนิยามของ ซูเปอร์คาร์ Ferrari ที่เติมเต็มตำนานต่อจาก F40 และ F50

Ferrari FF – 651 แรงม้า: นี่คือสัญญาณของวิวัฒนาการ! เพียงไม่ถึงทศวรรษหลังจาก Enzo, Ferrari ก็สามารถสร้างรถยนต์แฮทช์แบ็ก 4 ที่นั่ง ขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่มีกำลังเท่ากันได้อย่างไม่น่าเชื่อ FF ยังคงใช้เครื่องยนต์ V12 ที่มอบประสบการณ์การส่งกำลังที่เร้าใจ “พื้นที่เก็บสัมภาระ 800 ลิตร เมื่อพับเบาะ” คือความอเนกประสงค์ที่น่าทึ่งในรถยนต์ที่สามารถทำความเร็ว 0-62 ไมล์ต่อชั่วโมง (0-100 กม./ชม.) ใน 3.7 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 208 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 335 กม./ชม.) เป็นรถที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินทางข้ามทวีป

Lamborghini Murciélago SV – 661 แรงม้า: รุ่นที่ทรงพลังที่สุดของ Murciélago ปรากฏตัวในปี 2009 ด้วยการรีดกำลัง 661 แรงม้า จากเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.5 ลิตร พร้อมการลดน้ำหนัก 100 กิโลกรัม ด้วยการใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์เป็นหลัก แม้ว่าเกียร์ paddleshift อาจจะรู้สึกกระด้างไปบ้าง แต่ด้วยปีกหลังขนาดใหญ่ สีส้มอันเป็นเอกลักษณ์ และอัตราเร่ง 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง ในราว 3 วินาที ใครจะแคร์?

Ferrari 599 GTO – 661 แรงม้า: คู่แข่งที่ทรงพลังจาก Maranello ด้วยกำลังเท่ากับ Murciélago SV รุ่นมาตรฐานให้กำลัง 611 แรงม้า แต่ GTO สามารถทำเวลาต่อรอบที่สนาม Fiorano ของ Ferrari ได้เร็วกว่า Enzo เกือบหนึ่งวินาที ด้วยชื่อ GTO ที่มีประวัติอันยาวนานและยิ่งใหญ่ (288 GTO และ 250 GTO) หลายคนอาจกังวลว่า 599 GTO จะไม่สามารถเทียบชั้นได้ แต่ Ferrari ก็พิสูจน์แล้วว่ามันทำได้เกินความคาดหมาย

Pagani Zonda LM – ‘700+ แรงม้า’: Zonda คือซีรีส์ที่เต็มไปด้วยรุ่นพิเศษและการปรับแต่งมากมาย แต่ละรุ่นล้วนเป็นเครื่องยนต์ NA ส่วนใหญ่มีกำลังมากกว่า 600 แรงม้า และ Lewis Hamilton ยังมีรุ่นพิเศษที่ทำเองซึ่งมีกำลังถึง 750 แรงม้า แต่ Zonda LM คือรุ่นที่น่าเกรงขามที่สุดสำหรับรถที่วิ่งบนถนนได้จริง แม้จะไม่มีการทดสอบอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่ามีกำลังมากกว่า 700 แรงม้า เป็น “สุดยอด Zonda” ที่สะท้อนถึง Zonda Rในสนามแข่ง ด้วยมูลค่า 3.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 157 ล้านบาท)

Lamborghini Aventador SV – 740 แรงม้า: Lamborghini ยังคงยึดมั่นในแนวทางเครื่องยนต์ NA สำหรับรถรุ่นใหม่ Aventador รุ่นปกติให้กำลังเกือบ 700 แรงม้า และรุ่น SV ที่ “บ้าคลั่ง” กว่านั้น รีดกำลังได้ถึง 740 แรงม้า เป็นขุมพลังที่น่าสะพรึงกลัว “ไม่มีอะไรจะเทียบได้กับการตอบสนองของคันเร่งจากเครื่องยนต์ที่พึ่งพาเพียงแรงดันบรรยากาศในการผสมผสานน้ำมันและอากาศ” คือคำกล่าวที่อธิบายถึงพละกำลังที่ต่อเนื่องและดุดันจนถึงรอบ 8,400 รอบต่อนาที

Aston Martin One-77 – 750 แรงม้า: เคยครองตำแหน่งรถ NA ที่ทรงพลังที่สุดในโลก ด้วยกำลัง 750 แรงม้า จากเครื่องยนต์ V12 ขนาด 7.3 ลิตร ที่ปรับจูนโดย Cosworth พร้อมรูปทรงที่งดงามราวงานศิลปะ One-77 ผลิตเพียง 77 คันทั่วโลก แต่ละคันเป็นรถสั่งทำพิเศษ และมีราคาเริ่มต้นเกิน 1 ล้านปอนด์ (ประมาณ 44 ล้านบาท) ปัจจุบันมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ทำให้ราคาเริ่มต้นดูเหมือนเป็นข้อเสนอที่คุ้มค่า

Ferrari F12tdf – 770 แรงม้า: แม้จะถูกมองว่า “น่ากลัว” เล็กน้อย แต่ F12tdf คือบทส่งท้ายอันสมบูรณ์แบบสำหรับ ซูเปอร์คาร์ Ferrari เครื่องยนต์ไร้เทอร์โบ ด้วยกำลัง 770 แรงม้า จากเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.2 ลิตร โดยไม่มีเทอร์โบเข้ามาเกี่ยวข้อง เป็นขุมพลัง NA ที่แรงที่สุดเท่าที่เคยมีมาในรถยนต์ถนน “ต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะไม่ขับด้วยความเร็วสูงสุดตลอดเวลา” คือสิ่งที่บ่งบอกถึงสมรรถนะอันน่าติดตาม

LaFerrari – 789 แรงม้า (โดยประมาณ): ในที่สุด เราก็ยอมให้ “พี่ใหญ่” ที่มีการขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าเข้ามามีบทบาท LaFerrari มีกำลังรวม 950 แรงม้า จากการผสมผสานเครื่องยนต์และระบบไฟฟ้า แต่ถึงแม้จะตัดมอเตอร์ไฟฟ้าออกไป เครื่องยนต์ V12 NA ขนาด 6.3 ลิตร ก็ยังคงให้กำลัง 789 แรงม้า ทำให้ LaFerrari ไม่เคยรู้สึกอืดอาด เป็นรถไฮบริดที่ออกแบบมาเพื่อสมรรถนะ โดยมอเตอร์ไฟฟ้าจะทำงานเสริมอย่างราบรื่น เพื่อส่งมอบพละกำลังอันมหาศาล LaFerrari คือการผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับจิตวิญญาณแห่งยุคเก่าได้อย่างลงตัว

ความท้าทายและความพิเศษของซูเปอร์คาร์เครื่องยนต์ไร้เทอร์โบ

ในขณะที่ รถยนต์สมรรถนะสูง สมัยใหม่มักจะใช้เทอร์โบเพื่อเพิ่มพละกำลังและลดการปล่อยมลพิษอย่างมีประสิทธิภาพนั้น ซูเปอร์คาร์เครื่องยนต์ไร้เทอร์โบ ยังคงมีฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่น ด้วยเหตุผลหลายประการ:

การตอบสนองที่เหนือกว่า: เครื่องยนต์ NA ไม่ต้องรอการบูสต์ของเทอร์โบ ทำให้การตอบสนองของคันเร่งฉับไวและเป็นเส้นตรง คุณสามารถควบคุมกำลังได้อย่างละเอียดในทุกช่วงรอบเครื่องยนต์
เสียงที่เป็นเอกลักษณ์: เสียงคำรามอันทรงพลังและเป็นธรรมชาติของเครื่องยนต์ V8, V10, หรือ V12 NA คือส่วนหนึ่งของประสบการณ์ขับขี่ มันสร้างอารมณ์ร่วมและปลุกเร้าจิตวิญญาณของนักขับได้อย่างที่ไม่สามารถหาได้จากเครื่องยนต์ที่ถูกบีบอัดด้วยเทอร์โบ
ความเรียบง่ายและเชื่อถือได้: แม้ว่าจะซับซ้อนในแง่ของวิศวกรรม แต่เครื่องยนต์ NA โดยพื้นฐานแล้วมีชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวน้อยกว่าเมื่อเทียบกับระบบเทอร์โบ ซึ่งอาจนำไปสู่ความทนทานและอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า หากได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้อง
ความบริสุทธิ์ของประสบการณ์: สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่อย่างแท้จริง เครื่องยนต์ NA คือการสื่อสารโดยตรงระหว่างผู้ขับกับเครื่องยนต์ โดยไม่มีตัวกลางใดๆ มาลดทอนความรู้สึกดิบๆ ที่ได้รับ

อนาคตของซูเปอร์คาร์เครื่องยนต์ไร้เทอร์โบในประเทศไทย

แม้ว่ากระแสยานยนต์ไฟฟ้าจะมาแรง แต่สำหรับตลาด ซูเปอร์คาร์ในประเทศไทย และทั่วโลก ยังคงมีพื้นที่สำหรับ ซูเปอร์คาร์เครื่องยนต์ไร้เทอร์โบ ผู้ที่หลงใหลในเสียงเครื่องยนต์ V12 อันไพเราะ หรือแรงบิดอันมหาศาลของ V10 NA ยังคงมองหารถยนต์เหล่านี้อยู่ การค้นหารถยนต์เหล่านี้ใน กรุงเทพฯ หรือหัวเมืองใหญ่ อาจต้องอาศัยตัวแทนจำหน่ายเฉพาะทาง หรือผู้ที่นำเข้ารถยนต์มือสองที่มีคุณภาพ

ผู้ที่กำลังมองหา รถสปอร์ตสมรรถนะสูง ที่มอบประสบการณ์ขับขี่ที่เหนือชั้น และไม่เหมือนใคร การเลือก ซูเปอร์คาร์เครื่องยนต์ไร้เทอร์โบ คือการลงทุนในตำนานและการขับเคลื่อนด้วยอารมณ์ที่แท้จริง

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่หลงใหลในพลังอันบริสุทธิ์และเสียงคำรามอันเร้าใจของเครื่องยนต์ NA อย่ารอช้า! เริ่มต้นการค้นหา ซูเปอร์คาร์เครื่องยนต์ไร้เทอร์โบ ในฝันของคุณวันนี้ แล้วคุณจะพบว่าโลกแห่งสมรรถนะที่แท้จริงนั้นยังคงรอให้คุณมาสัมผัสอยู่เสมอ

Previous Post

N1101018 เม อล กสาม มาหาพ แต เจอแม เล ยงอย านคนเด ยว part2

Next Post

N1101009 แม อครถท งล กอย ในรถเป นช วโมง แบบน จะรอดได ไง part2

Next Post
N1101009 แม อครถท งล กอย ในรถเป นช วโมง แบบน จะรอดได ไง part2

N1101009 แม อครถท งล กอย ในรถเป นช วโมง แบบน จะรอดได ไง part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1401048 จะหย าจะเล กก บใคร ดให อน part2
  • N1401032 (ตอนจบ) สล บชะตาห วใจ วใจของเด กด ไปเต นในอกคนเคยเลว part2
  • N1401037_เจอเพ อนเก ากล บบ านแล วอวดรวย แต พอร ความจร งเข า…_part2
  • N1401047 จะไปช วยม นซ อทำไม แล วว าเป นม จฉาช part2
  • N1401040 เม ยไม กแต งต พาไปไหนอายถ งน part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.