• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N1201023 ความร กต างฐานะ านประธานตกหล มร กสาวไรเดอร part2

admin79 by admin79
January 9, 2026
in Uncategorized
0
N1201023 ความร กต างฐานะ านประธานตกหล มร กสาวไรเดอร part2

Ford Everest: วิเคราะห์เจาะลึกสมรรถนะ, เทคโนโลยี และความคุ้มค่า สู่ความเป็นที่สุดแห่ง SUV/PPV ในไทย

ในโลกยานยนต์ยุคใหม่ ที่เทคโนโลยีและการออกแบบก้าวล้ำไปอย่างไม่หยุดยั้ง รถยนต์ประเภท SUV/PPV ได้รับความนิยมอย่างสูงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความอเนกประสงค์ที่ผสมผสานความสะดวกสบายของรถยนต์นั่งเข้ากับความแข็งแกร่งและความสามารถในการลุยในทุกสภาพเส้นทาง Ford Everest เป็นหนึ่งในรถยนต์รุ่นสำคัญที่เข้ามาสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดนี้ ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย การออกแบบที่น่าประทับใจ และสมรรถนะที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ในบทวิเคราะห์เจาะลึกนี้ เราจะพาคุณไปสำรวจทุกแง่มุมของ Ford Everest โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรุ่นที่ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคชาวไทย เพื่อให้คุณเห็นภาพรวมและตัดสินใจได้ดีที่สุด

การวิเคราะห์ตัวเลขที่อาจทำให้คุณประหลาดใจ: Everest 3.2 ลิตร 6AT 4×4 กับคู่แข่ง Pajero Sport

เมื่อพิจารณาตัวเลขสมรรถนะจากการทดสอบ หลายคนอาจรู้สึกประหลาดใจที่ Ford Everest รุ่น 3.2 ลิตร 6AT 4×4 ไม่ได้มีตัวเลขอัตราเร่งที่เหนือกว่าคู่แข่งอย่าง Mitsubishi Pajero Sport ที่ใช้เครื่องยนต์ขนาดเล็กกว่า เหตุผลเบื้องหลังนี้มีความชัดเจนและเข้าใจได้ง่าย นั่นคือ “น้ำหนักตัว” ของ Ford Everest รุ่น 3.2 ลิตร 4×4 นั้นสูงถึง 2,480 กิโลกรัม หรือเกือบ 2.5 ตัน ประกอบกับล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ที่แม้จะดูสวยงาม แต่ก็เพิ่มน้ำหนักและส่งผลต่อสมรรถนะโดยรวม

สำหรับรุ่น 2.2 ลิตร 4×2 ตัวเลขสมรรถนะเป็นไปตามที่คาดหวัง หากพิจารณาเพียงตัวเลขดิบๆ อาจมองว่า “อืด” ไปบ้างตามมาตรฐานการทดสอบ แต่ในความเป็นจริง ทั้งเครื่องยนต์ 3.2 ลิตร และ 2.2 ลิตร ใน Everest รุ่นใหม่นี้ มีบุคลิกที่คล้ายกัน คือในช่วงออกตัว (0-30 กม./ชม. ในเกียร์ 1) และต่อเนื่องไปถึง 60 กม./ชม. (เกียร์ 2) รถจะพุ่งทะยานออกไปอย่างน่าพอใจ ให้ความรู้สึกกระฉับกระเฉง แต่เมื่อความเร็วเกิน 70 กม./ชม. อาจรู้สึกได้ถึงการหน่วงเล็กน้อย ซึ่งหากปรับปรุงจุดนี้ ตัวเลขอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. จะดีขึ้นอย่างแน่นอน โดยรุ่น 3.2 ลิตร 4×4 ควรทำได้ที่ประมาณ 11.6-11.7 วินาที และรุ่น 2.2 ลิตร 4×2 ควรอยู่ที่ประมาณ 12 วินาทีปลายๆ ใกล้เคียงกับ Ford Ranger 2.2 ลิตร รุ่นก่อน

การไต่ระดับความเร็วสูงสุด: ความท้าทายที่แตกต่างกัน

รุ่น 3.2 ลิตร 4×4 สามารถไต่ความเร็วได้อย่างต่อเนื่องจนถึงระดับ 140-150 กม./ชม. ก่อนจะเริ่มช้าลงและมักจะไปค้างอยู่ที่ประมาณ 160 กม./ชม. หากต้องการความเร็วสูงสุดถึง 185 กม./ชม. อาจต้องอาศัยแรงส่งจากเนิน หรือการขับขี่บนทางยาวต่อเนื่อง

ในขณะที่รุ่น 2.2 ลิตร 4×2 ความเร็วจะค่อยๆ ไต่ขึ้นอย่างเนิบนาบ แต่ต่อเนื่อง จนถึง 160 กม./ชม. หากต้องการไปให้ถึง Top Speed 181 กม./ชม. อาจต้องใช้เวลาและความอดทน หรือใช้ทางลงเนินช่วยดึงความเร็ว ซึ่งเป็นการทดสอบที่ต้องอาศัยความระมัดระวังอย่างยิ่ง และเราไม่สนับสนุนให้ผู้ใดทดลองทำเช่นนี้ เนื่องจากอาจเป็นอันตรายและผิดกฎหมาย

ประสบการณ์การขับขี่จริง: “แรงสมตัว” และการตอบสนองที่ต้องเรียนรู้

ทั้งเครื่องยนต์ 3.2 ลิตร และ 2.2 ลิตร ของ Ford Everest ให้สัมผัสที่ “แรงสมตัว” ไม่เกินความคาดหมาย แม้รุ่น 3.2 ลิตร จะมีกำลังถึง 200 แรงม้า เมื่อต้องแบกน้ำหนักตัวกว่า 2.5 ตัน ก็ยังไม่สามารถสู้คู่แข่งอย่าง Chevrolet Trailblazer และ Mitsubishi Pajero Sport ใหม่ได้ในแง่ของพละกำลังดิบๆ แต่ความแรงที่ได้ถือว่าทำได้ดี เสมอตัว พลังที่เพิ่มขึ้น 20 แรงม้า ถูกนำไปชดเชยกับน้ำหนักตัวที่มากกว่า

อย่างไรก็ตาม ในบางจังหวะของการเร่งแซง หากมีการถอนคันเร่งฉับพลัน อาจพบอาการ “กระโจน” ไปข้างหน้าเล็กน้อย คล้ายรถเก๋งที่ใช้เกียร์ CVT ซึ่งเป็นผลจากการทำงานของลิ้นปีกผีเสื้อไฟฟ้าที่ยังคงตอบสนองช้ากว่าที่ควรจะเป็นเสี้ยววินาที

สำหรับรุ่น 2.2 ลิตร 4×2 อัตราเร่งไม่ได้อืดอาดอย่างที่ตัวเลขบ่งชี้ การใช้งานในเมืองคล่องตัวพอสมควร แต่การเร่งแซงอาจต้องใช้จังหวะและความคุ้นเคย ผู้ขับขี่จำเป็นต้องเรียนรู้จังหวะการตอบสนองของคันเร่งและระบบอัดอากาศ Turbo เพื่อให้การขับขี่ราบรื่นและปลอดภัย หากต้องการการตอบสนองที่ฉับไวขึ้น สามารถลองเหยียบคันเร่งให้ลึกเกินครึ่ง ระบบจะคำนวณและจ่ายเชื้อเพลิงมากขึ้น ทำให้อัตราเร่งต่อเนื่องดีขึ้นกว่าที่คาด

เทคโนโลยี Active Noise Cancellation: ความเงียบที่มาพร้อมข้อสังเกต

Ford Everest โดดเด่นอย่างมากในเรื่องการเก็บเสียงภายในห้องโดยสาร ซึ่งถือว่าทำได้ดีที่สุดในกลุ่ม SUV/PPV การได้ยินเสียงลมภายนอกจะเกิดขึ้นเมื่อความเร็วเกิน 140 กม./ชม. ปัจจัยสำคัญคือการใช้วัสดุซับเสียงคุณภาพสูง และการนำเทคโนโลยี Active Noise Cancellation (ANC) มาใช้

หลักการทำงานของ ANC คือการใช้ไมโครโฟน 3 จุด (หน้า 2, หลัง 1) รับเสียงรบกวนภายนอก แล้วประมวลผลส่งคลื่นความถี่ตรงข้ามออกทางลำโพงเครื่องเสียง เพื่อหักล้างเสียงเหล่านั้น ทำให้ห้องโดยสารเงียบสงบ อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตว่า เสียงพูดภายในห้องโดยสาร อาจมีอาการ Echo หรือเสียงก้องเล็กน้อย คล้ายกับการพูดในห้องบันทึกเสียงขนาดใหญ่ และอาจทำให้ผู้โดยสารบางส่วนมีอาการหูอื้อคล้ายการขึ้นเครื่องบิน แต่ไม่รุนแรงนัก

ระบบบังคับเลี้ยว EPAS: ความเบาที่แตกต่างและความแม่นยำที่น่าประทับใจ

Ford เป็นผู้ผลิตรายแรกที่นำพวงมาลัยแร็คแอนด์พีเนียนพร้อมเพาเวอร์ผ่อนแรงแบบไฟฟ้า (EPAS) มาใช้ในรถ SUV/PPV ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของระบบช่วยจอด Parking Assist

ในรุ่น 3.2 ลิตร พวงมาลัยให้ความรู้สึกเบา แต่ยังมีแรงต้านมือเล็กน้อย ในระดับเดียวกับ BMW X5 รุ่นใหม่ แต่ในรุ่น 2.2 ลิตร 4×2 พวงมาลัยจะเบามาก จนเกือบจะใช้นิ้วเดียวหมุนได้ ซึ่งอาจทำให้บางคนรู้สึกว่าเบาเกินไปเมื่อเทียบกับรุ่นพี่ 3.2 ลิตร

เมื่อใช้ความเร็วสูง พวงมาลัยของทั้งสองรุ่นจะหนืดขึ้น แต่ค่อนข้างน้อยในรุ่น 3.2 ลิตร และหนืดน้อยมากในรุ่น 2.2 ลิตร ข้อดีคือ Ford ได้เซ็ตระยะฟรีของพวงมาลัยและ On-centre feeling ได้ดีเยี่ยม การบังคับเลี้ยวมีความแม่นยำและมีความต่อเนื่อง (Linear) ค่อนข้างดี ทำให้ขับขี่ด้วยความเร็วสูงได้อย่างมั่นใจ

ระบบช่วงล่าง: ความแน่นหนึบและความมั่นคงในทุกสภาวะ

ระบบช่วงล่างหน้าเป็นแบบอิสระปีกนกคู่ Double Wishbone ส่วนด้านหลังเป็นแบบคอยล์สปริงพร้อมวัตต์ลิงค์

รุ่น 3.2 ลิตร ช่วงล่างถูกเซ็ตมาในแนวหนักแน่น แม้จะเจอแรงสะเทือนจากพื้นถนน ก็ไม่ถึงกับกระเด้ง แต่จะส่งแรงสะเทือนขึ้นมาให้สัมผัสได้ชัดเจน เมื่อใช้ความเร็วเดินทางหรือความเร็วสูง ช่วงล่างจะนิ่ง หนักแน่น มั่นคง ยึดเกาะถนนได้ดีเยี่ยม อาการช่วงล่างด้านหลังดีดดิ้นมีน้อยมาก ถือเป็นจุดเด่นที่เหนือกว่าคู่แข่งในกลุ่ม SUV/PPV ที่ผลิตในประเทศไทย

รุ่น 2.2 ลิตร 4×2 ให้ความรู้สึกแน่น หนึบ แต่ยังคงมีการสะเทือนจากฝาท่อ หรือพื้นผิวขรุขระอยู่บ้าง ไม่ได้ซับแรงได้เนียนเท่า Pajero Sport แต่ก็ถือว่าดีกว่ารุ่น 3.2 ลิตร อย่างชัดเจน

การเข้าโค้ง: ความมั่นใจที่มาพร้อมกับสมรรถนะ

Ford Everest สามารถเข้าโค้งต่างๆ ได้อย่างมั่นใจ สามารถทำความเร็วในโค้งได้อย่างน่าประทับใจ แม้ในโค้งที่ต้องใช้ความเร็วสูง หน้ารถอาจมีอาการไถลออกเล็กน้อย ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากสมรรถนะของยางติดรถ

เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่ง Pajero Sport ใหม่ ให้ความนุ่มนวลกว่าเล็กน้อยในการขับขี่ในเมืองหรือผ่านพื้นผิวขรุขระ Isuzu MU-X นุ่มนวล แต่ช่วงล่างด้านหลังแอบดีดเด้ง Mitsubishi Trailblazer หนึบกว่า MU-X ส่วน Toyota Fortuner มีช่วงล่างที่แข็งกระด้างที่สุด อย่างไรก็ตาม Ford Everest รุ่น 3.2 ลิตร ถือว่าเซ็ตช่วงล่างได้ดีที่สุดในกลุ่ม SUV/PPV ประกอบในประเทศไทย

ระบบห้ามล้อ: การตอบสนองที่นุ่มนวลและมั่นใจ

ระบบเบรกเป็นดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อ พร้อมระบบความปลอดภัยมาตรฐาน ABS, EBD, Brake Assist, ESP, Traction Control และระบบช่วยเหลืออื่นๆ อีกมากมาย

แป้นเบรกมีระยะเหยียบที่ค่อนข้างยาวและลึก การตอบสนองถูกเซ็ตมาให้นุ่มนวล ให้สัมผัสคล้ายรถยนต์เยอรมันแบรนด์ดัง การหน่วงความเร็วจะเริ่มสัมผัสได้ที่ประมาณ 25-30% ของระยะเหยียบ ซึ่งอาจต้องใช้เวลาในการทำความคุ้นเคย แต่โดยรวมแล้ว สามารถเบรกได้อย่างนุ่มนวลในสภาพการจราจรติดขัด และมั่นใจได้ในการหน่วงความเร็วจากย่านความเร็วสูง โดยไม่ปรากฏอาการ Fade

ความปลอดภัยเชิงป้องกัน: เทคโนโลยีล้ำสมัยที่สร้างความโดดเด่น

Ford Everest ในรุ่น Titanium+ มาพร้อมอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยเชิงป้องกัน (Active Safety) ที่ล้ำสมัยจนเป็นจุดขายสำคัญ

Adaptive Cruise Control: ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมเซ็นเซอร์ตรวจจับระยะห่างจากรถคันหน้า หากรถคันหน้าลดความเร็ว ระบบจะปรับลดความเร็วตาม หากรถคันหน้าเร่ง ระบบก็จะเร่งความเร็วตามที่ตั้งไว้
Collision Mitigation: ระบบเตือนการชนล่วงหน้า หากขับเข้าใกล้รถคันหน้ามากเกินไป ระบบจะส่งสัญญาณเตือน แต่จะไม่ช่วยเบรกอัตโนมัติ
Lane Departure Warning & Lane Keeping Aid: ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน และระบบช่วยรักษาเลน หากตรวจจับว่ารถเริ่มเบี่ยงออกนอกเลนโดยไม่เปิดไฟเลี้ยว ระบบจะแจ้งเตือนและพยายามบังคับพวงมาลัยให้รถกลับเข้าเลน
BLIS (Blind Spot Information System): ระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา ซึ่งยกชุดมาจาก Volvo
Active Parking Assist: ระบบช่วยจอดแบบอัตโนมัติ ทั้งแบบขนาน (Parallel Parking) และเข้าซอง (Perpendicular Parking)
Cross Traffic Alert: ระบบเตือนเมื่อมีรถวิ่งตัดผ่านด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด

ความปลอดภัยเชิงรับ: มาตรฐานสูงสุดที่ไว้ใจได้

อุปกรณ์ความปลอดภัยเชิงรับ (Passive Safety) ประกอบด้วยถุงลมนิรภัยรอบคัน 6-7 ใบ, เข็มขัดนิรภัย ELR 3 จุด 7 ที่นั่ง, จุดยึดเบาะ ISOFIX ระบบไฟฉุกเฉิน ESS และที่สำคัญ Ford Everest ได้รับมาตรฐานการทดสอบความปลอดภัยสูงสุดระดับ 5 ดาว จาก ANCAP (Australia) และคะแนนสูงจาก ASEAN NCAP

อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง: การปรับปรุงที่น่าพอใจ

แม้จะมีน้ำหนักตัวมาก แต่ Ford Everest ก็พยายามปรับปรุงอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงให้ดีขึ้น

รุ่น 3.2 ลิตร 4×4: ทำได้ประมาณ 11.16 กม./ลิตร ซึ่งถือว่าน่าพอใจสำหรับเครื่องยนต์ขนาดใหญ่และน้ำหนักรถ
รุ่น 2.2 ลิตร 4×2: ทำได้ประมาณ 12.59 กม./ลิตร ซึ่งใกล้เคียงกับตัวเลขของ Ford Ranger 4 ประตู 4×2 ที่เคยทดสอบ

ระยะทางวิ่งต่อการเติมน้ำมัน 1 ถัง:
รุ่น 2.2 ลิตร 4×2: ประมาณ 700 กม.
รุ่น 3.2 ลิตร 4×4: ประมาณ 450 กม. (ขึ้นอยู่กับลักษณะการขับขี่)

ปัญหาประจำรุ่น: การเรียนรู้และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ตลอดระยะเวลาที่ Ford Everest วางจำหน่าย ได้มีรายงานปัญหา Defect บางประการ ซึ่ง Ford ได้ดำเนินการแก้ไขและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เช่น ปัญหาไฟไหม้ที่ออสเตรเลีย (เกิดจากการประกอบขั้วแบตเตอรี่ไม่แน่น), อาการแป้นคันเร่งสะท้าน (แก้ไขโดยการอัพเกรด Firmware), ปัญหาระบบไฟฟ้า (แก้ไขด้วยการรีสตาร์ท หรือเข้าศูนย์บริการ), เสียงกระพือบริเวณหลังคา Panoramic Sunroof (แก้ไขในล็อตการผลิตหลังๆ), สติกเกอร์บริเวณเพลาขับหลัง (เกิดจากการลืมลอกสติกเกอร์), ปัญหา EGR (ต้องทำความสะอาด), ปัญหา CKP Sensor (แก้ไขในรุ่นที่ผลิตหลังเมษายน 2016) และปัญหาซีลเดือยหมู/เฟืองท้าย (บางคันหายเองหลังการใช้งาน)

บทสรุป: “Poorman’s Range Rover” กับมาตรฐานใหม่แห่ง SUV/PPV

Ford Everest ไม่ได้เป็นเพียงแค่ SUV/PPV ทั่วไป แต่คือการยกระดับมาตรฐานของรถยนต์ประเภทนี้อย่างแท้จริง การพัฒนาภายใต้นโยบาย Global Car ของ Ford ทำให้ Everest อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย การออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Toyota Land Cruiser Prado และการเซ็ตช่วงล่างที่ยอดเยี่ยม ทำให้ Ford Everest มีจุดเด่นเหนือคู่แข่งในหลายด้าน ทั้งอุปกรณ์ความปลอดภัย, ความหนักแน่นของช่วงล่าง, การขับขี่ที่คล่องตัวทั้งในเมืองและทางไกล, ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่ยกชุดมาจาก Land Rover และภายในห้องโดยสารที่หรูหรา

อย่างไรก็ตาม Everest ยังมีข้อด้อยที่ควรปรับปรุง เช่น น้ำหนักตัวที่มากส่งผลต่ออัตราเร่งและอัตราสิ้นเปลือง, น้ำหนักพวงมาลัยที่อาจเบาเกินไปในบางรุ่น, การตอบสนองของแป้นเบรกที่ควรละเอียดขึ้น, มาตรวัดรอบเครื่องยนต์ที่เล็กเกินไป, การเข้า-ออกเบาะแถว 3 ที่ยากลำบาก และความกังวลเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าที่ซับซ้อนในระยะยาว

คู่แข่งในตลาด: ตัวเลือกที่หลากหลาย

Chevrolet Trailblazer: แรงสุดในกลุ่มด้วยเครื่องยนต์ 2.8 ลิตร แต่ศูนย์บริการยังมีประเด็นที่ต้องปรับปรุง
Isuzu MU-X: ประหยัดน้ำมันที่สุด ศูนย์บริการดีเยี่ยม แต่ช่วงล่างแอบดีดเด้ง
Mitsubishi Pajero Sport: ดีไซน์โดดเด่น ขับขี่ง่าย แต่ช่วงล่างนุ่มนวลเกินไปสำหรับบางคน
Nissan “Navara SUV/PPV”: รอการเปิดตัว คาดว่าจะมีเทคโนโลยีและสมรรถนะที่น่าสนใจ
Toyota Fortuner: ได้รับความนิยมสูงสุด การปรับปรุงหลายส่วนดีขึ้น แต่ช่วงล่างด้านหลังยังแข็งกระด้าง

รุ่นที่คุ้มค่าที่สุด:

2.2 Titanium 4×2: อุปกรณ์ครบครันเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไป
2.2 Titanium+ 4×2: คุ้มค่าที่สุดในไลน์อัพ ด้วยออปชันที่ใกล้เคียงรุ่นท็อป ในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า
3.2 Titanium+ 4×4: ตัวเลือกที่ดีที่สุด หากต้องการระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และมีงบประมาณเพียงพอ

ข้อควรพิจารณา: บริการหลังการขาย

ปัญหาด้านบริการหลังการขายของ Ford ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตา แม้จะมีความพยายามในการปรับปรุง แต่การจัดการปัญหา Defect ที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณรถและการรับมือของบางดีลเลอร์ ยังคงเป็นสิ่งที่ลูกค้าต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

Ford Everest คือรถยนต์ที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาด SUV/PPV ในประเทศไทยอย่างแท้จริง ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยี สมรรถนะ และความปลอดภัยที่เหนือกว่าคู่แข่ง หากคุณกำลังมองหารถยนต์อเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์ทุกการเดินทาง Ford Everest คือคำตอบที่คุณไม่ควรมองข้าม

หากคุณพร้อมที่จะสัมผัสประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับของ Ford Everest แล้ว ลองเข้ามาทดลองขับและรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญของเราได้ที่ศูนย์บริการ Ford ใกล้บ้านคุณ เพื่อค้นหารถ Ford Everest ที่ใช่สำหรับคุณ และเริ่มต้นการผจญภัยครั้งใหม่บนเส้นทางที่คุณเลือก!

Previous Post

N1101024 กค าซ อแมวเอาไปขายโกงเง นล กค าอ กท part2

Next Post

N1201016 ดยอดเพลย บอยแห งย ทำได ไง คบผ หญ ง5คน part2

Next Post
N1201016 ดยอดเพลย บอยแห งย ทำได ไง คบผ หญ ง5คน part2

N1201016 ดยอดเพลย บอยแห งย ทำได ไง คบผ หญ ง5คน part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1201125 ดจบคนโลภ part2
  • N1201124 หน เท าก บม กข part2
  • N1201123 แต ชายเลวเท าน ไม กเม ยต วเอง part2
  • N1201115 ปากต ดกรรม สน กปากลำบากต วเอง part2
  • N1201113 ออย องเช าเท าร หน กอย านหร าน part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.