• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N1101032 คนรวยแกล งจน วนคนจนแกล งรวย #พ คตอนจบแบบฮา part2

admin79 by admin79
January 9, 2026
in Uncategorized
0
N1101032 คนรวยแกล งจน วนคนจนแกล งรวย #พ คตอนจบแบบฮา part2

ปอร์เช่ คาเยนน์ (Porsche Cayenne): สัญลักษณ์แห่งวิวัฒนาการ ความสำเร็จ และการก้าวข้ามขีดจำกัด

ในวงการยานยนต์ระดับโลก น้อยนักที่จะมีรถยนต์รุ่นใดสามารถสร้างปรากฏการณ์และเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมได้อย่างปอร์เช่ คาเยนน์ (Porsche Cayenne) รถยนต์ SUV สมรรถนะสูงคันนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการพิสูจน์คำทำนายอันยาวไกลของ Ferry Porsche เท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความกล้าหาญในการตัดสินใจของปอร์เช่ ในการก้าวข้ามกรอบเดิมๆ สู่การสร้างสรรค์สิ่งที่เหนือความคาดหมาย

“หากเราสร้างรถยนต์ออฟโรดขึ้นสักคัน ตามมาตรฐานคุณภาพของเรา และติดตราสัญลักษณ์ปอร์เช่ลงบนฝากระโปรงหน้า ผู้คนจะซื้อรถคันนี้ไปใช้งาน” คำกล่าวของ Detlev von Platen สมาชิกคณะกรรมการบริหารของ Porsche AG ที่อ้างอิงถึงวิสัยทัศน์ของ Ferry Porsche ในปี 1989 ได้กลายเป็นจริงอย่างงดงามนับตั้งแต่ปี 2002 เป็นต้นมา ปอร์เช่ คาเยนน์ (Porsche Cayenne) ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์ แต่คือปรากฏการณ์ที่สั่นสะเทือนวงการยานยนต์ทั่วโลก และได้กลายเป็นเสาหลักสำคัญของแบรนด์ปอร์เช่มาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่าสองทศวรรษ

จุดเปลี่ยนสำคัญ: การฝ่าวิกฤตสู่ยุคใหม่

ย้อนกลับไปในช่วงกลางทศวรรษ 1990 ปอร์เช่เผชิญกับช่วงเวลาที่ท้าทายอย่างยิ่ง วิกฤตเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อยอดขายรถยนต์อย่างรุนแรง โดยในปีงบประมาณ 1991-1992 มียอดขายเพียง 23,060 คัน สภาพการณ์เช่นนี้ผลักดันให้ปอร์เช่ต้องแสวงหาหนทางใหม่ๆ เพื่อความอยู่รอดและการเติบโต การเปิดตัวปอร์เช่ บ็อกสเตอร์ (Boxster) ในปี 1996 เป็นก้าวแรกที่สำคัญ แต่คณะผู้บริหารมองการณ์ไกลกว่านั้น พวกเขารู้ดีว่า การพึ่งพารถสปอร์ตระดับตำนานอย่าง 911 และโรดสเตอร์เครื่องยนต์วางกลางคันใหม่อย่างบ็อกสเตอร์เพียงอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอต่อการนำพาบริษัทสู่อนาคตที่มั่นคง

ดังนั้น แผนการเปิดตัว “ปอร์เช่คันที่ 3” จึงถูกริเริ่มขึ้น แม้ในระยะแรกจะยังไม่มีการกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของ Segment ใดในแบรนด์ปอร์เช่เป็นการเฉพาะ แต่คำแนะนำจากทีมขายในสหรัฐอเมริกา ชี้แนะถึงศักยภาพอันมหาศาลของ Segment รถยนต์ออฟโรด (Off-road) ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในตลาดอเมริกาเหนือ ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของปอร์เช่ในขณะนั้น การตัดสินใจเลือก Segment นี้ แทนที่จะเป็น MPV ถือเป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่กล้าหาญ

Wendelin Wiedeking ผู้บริหารสูงสุด (CEO) ในขณะนั้น ได้ตั้งเป้าหมายในการขยายตลาดไปยังทวีปเอเชีย ซึ่งเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง ปอร์เช่ไม่ได้เพียงต้องการสร้างสรรค์รถสปอร์ต SUV ในแบบฉบับของตนเอง แต่ยังมุ่งมั่นที่จะมอบความคุ้มค่าในระดับที่เหนือกว่ารถยนต์ออฟโรดของคู่แข่ง

ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์: โครงการ “Colorado”

ภารกิจครั้งสำคัญนี้ นำไปสู่ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Volkswagen ภายใต้ชื่อโครงการ “Colorado” ซึ่งประกาศอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน 1998 ผลลัพธ์ที่ได้คือ ปอร์เช่ คาเยนน์ (Porsche Cayenne) และ Volkswagen Touareg ที่มีโครงสร้างพื้นฐานเดียวกัน แต่ได้รับการพัฒนาในทิศทางที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนตามความเชี่ยวชาญเฉพาะตัวของแต่ละแบรนด์ รวมถึงการปรับแต่งช่วงล่างในแนวทางของตนเอง

ปอร์เช่รับผิดชอบในการพัฒนาแพลตฟอร์มโครงสร้างที่ใช้ร่วมกัน ณ สำนักงานในเมือง Hemmingen ในขณะที่ Volkswagen ดูแลเรื่องการจัดสรรกำลังการผลิต ด้วยความเชี่ยวชาญในการผลิตที่สั่งสมมา ในปี 1999 ปอร์เช่ตัดสินใจเลือกผลิตและประกอบรถยนต์รุ่นนี้ที่โรงงานในเมือง Zuffenhausen ประเทศเยอรมนี ก่อนจะก่อตั้งโรงงานแห่งใหม่ในเมือง Leipzig ซึ่งเริ่มสายการผลิตอย่างเป็นทางการในเดือนสิงหาคม 2002 ในทางกลับกัน Volkswagen ดำเนินการผลิต Touareg ที่โรงงานในเมือง Bratislava ประเทศสโลวาเกีย รวมถึงกระบวนการพ่นสีตัวถังของปอร์เช่ คาเยนน์ (Porsche Cayenne) ด้วย

รถปอร์เช่ คาเยนน์ (Porsche Cayenne) ทั้งเจเนอเรชันแรก (E1) และเจเนอเรชันที่ 2 (E2) ได้รับการประกอบและผลิตขึ้นที่โรงงานในเมือง Leipzig จนกระทั่งในปี 2017 การเปิดตัวปอร์เช่ คาเยนน์ (Porsche Cayenne) เจเนอเรชันที่ 3 (E3) ได้นำมาซึ่งการย้ายสายการผลิตทั้งหมดกลับไปที่เมือง Bratislava ประเทศสโลวาเกีย เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตสำหรับการประกอบปอร์เช่ พานาเมร่า (Porsche Panamera) และปอร์เช่ มาคันน์ (Porsche Macan) ที่โรงงานในเมือง Leipzig

สมรรถนะรอบด้าน: การผสมผสานระหว่างสปอร์ตและความอเนกประสงค์

ปอร์เช่ คาเยนน์ (Porsche Cayenne) เจเนอเรชันแรก (E1) ได้เปิดตัวอย่างทรงพลัง ด้วยทางเลือกเครื่องยนต์ V8 สองพิกัดสำหรับรุ่น Cayenne S ติดตั้งเครื่องยนต์ขนาด 4.5 ลิตร ที่พัฒนาขึ้นใหม่ มอบพละกำลัง 340 แรงม้า (250 กิโลวัตต์) และสำหรับรุ่น Cayenne Turbo พละกำลังถูกยกระดับไปถึง 450 แรงม้า (331 กิโลวัตต์) ด้วยความจุเครื่องยนต์เท่าเดิม ด้วยความเร็วสูงสุดที่ 242 และ 266 กิโลเมตรต่อชั่วโมงตามลำดับ

สิ่งสำคัญที่ทำให้ ปอร์เช่ คาเยนน์ (Porsche Cayenne) โดดเด่นคือการตอบสนองต่อความคาดหวังของลูกค้าที่หลงใหลในสมรรถนะของรถสปอร์ต ระบบช่วงล่างชั้นเยี่ยม การเข้าโค้งที่แม่นยำ ควบคุมโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ Porsche Traction Management (PTM) ทำหน้าที่กระจายกำลังขับเคลื่อนระหว่างเพลาหน้าและเพลาหลังในอัตราส่วน 62:38 ในสภาวะปกติ ระบบขับเคลื่อนสามารถปรับการกระจายกำลังจากคลัทช์ multi-plate ได้อย่างอิสระ ตั้งแต่ 0:100 จนถึง 100:0 ตามความจำเป็น

สำหรับเส้นทาง Off-road นั้น ปอร์เช่ คาเยนน์ (Porsche Cayenne) มาพร้อมกับ low-range transfer box เพื่อการยึดเกาะบนพื้นผิวที่ท้าทาย และ fully locking centre-differential ที่ป้องกันล้อหมุนฟรีแม้ขณะล้อลอยจากพื้น ปฏิเสธไม่ได้ว่า รถยนต์ออฟโรดคันแรกของปอร์เช่คันนี้ ได้แสดงให้เห็นถึงสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม ไม่น้อยไปกว่ารถยนต์ออฟโรดระดับแถวหน้าในตลาด

นวัตกรรมระบบช่วงล่างและการออกแบบที่ก้าวล้ำ

ปอร์เช่ คาเยนน์ (Porsche Cayenne) เจเนอเรชันแรก (E1) ยังเป็นรถรุ่นแรกของปอร์เช่ที่ได้รับการติดตั้งระบบ Porsche Active Suspension Management (PASM) ทำงานร่วมกับช่วงล่างถุงลม air suspension เพื่อปรับแรงดันภายในถุงลมอย่างต่อเนื่องตามสภาพถนนและสไตล์การขับขี่ ระบบ air suspension ยังเสริมสมรรถนะ Off-road ด้วยความสูงใต้ท้องรถมาตรฐาน 21.7 เซนติเมตร ที่สามารถเพิ่มได้สูงสุดถึง 27.3 เซนติเมตร

ในช่วงต้นปี 2006 ปอร์เช่ได้ย้ำถึงความเหนือชั้นด้านสมรรถนะบนทางเรียบอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว Cayenne Turbo S ที่มาพร้อมพละกำลังสูงสุด 521 แรงม้า (383 กิโลวัตต์) จากเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ 4.5 ลิตร ยกระดับมาตรฐานของสมรรถนะในขณะนั้นไปอีกขั้น

Michael Mauer หัวหน้าฝ่ายออกแบบของปอร์เช่ ได้นิยามวิวัฒนาการการออกแบบของ ปอร์เช่ คาเยนน์ (Porsche Cayenne) ตั้งแต่รุ่นแรกจนถึงเจเนอเรชันที่ 3 ว่า “เป็นการสรรสร้าง เจียระไน และความประณีต” ซึ่งสะท้อนถึงการปรับปรุงด้านน้ำหนักและสมรรถนะอย่างต่อเนื่อง

ในเจเนอเรชันที่ 2 (E2) ระบบ low-range transfer box ถูกแทนที่ด้วย on-demand all-wheel-drive พร้อม actively controlled multi-plate clutch ซึ่งยังคงใช้ในรุ่นปัจจุบัน นอกจากนี้ ปอร์เช่ยังได้นำระบบขับเคลื่อนแบบ Hybrid และ Plug-in Hybrid เข้ามาใช้เป็นครั้งแรก พร้อมติดตั้ง Torsen centre differential และการปรับแต่งเครื่องยนต์ให้มีพละกำลังสูงขึ้น แต่ยังคงอัตราสิ้นเปลืองที่ประหยัดขึ้นถึง 23% การออกแบบภายในยังได้รับการยกระดับคอนโซลหน้าให้ใช้งานสะดวกยิ่งขึ้น

Hans-Jürgen Wöhler รองประธานฝ่าย Product Line SUV (2013-2020) กล่าวถึงการพัฒนาเจเนอเรชันที่ 3 (E3) ว่า “วัตถุประสงค์หลักคือการเสริมศักยภาพให้เหนือระดับไปอีกขั้น ด้วยการทำให้รถมีความสปอร์ตหรูหรามากยิ่งขึ้น เสริมด้วยการขับขี่ที่นุ่มนวลสะดวกสบาย แต่ยังคงรักษาประสิทธิภาพและสมรรถนะในแบบของรถ Off-road ไว้” การพัฒนาระบบช่วงล่างแบบ three-chamber air suspension และ rear-axle steering ที่พัฒนาขึ้นเฉพาะสำหรับรุ่นนี้ โครงสร้างตัวถังอลูมิเนียมใหม่ช่วยลดน้ำหนักและเสริมความปราดเปรียว การอัพเกรดระบบช่วยเหลือการขับขี่ และระบบการสื่อสาร อาทิ smartphone integration, WiFi และ Bluetooth ได้กลายเป็นมาตรฐานสำคัญ

หลังจากปี 2017 ปอร์เช่ได้ยุติการทำการตลาดเครื่องยนต์ดีเซลทั้งหมด และมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนแบบ Plug-in Hybrid ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการเปิดตัวรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Cayenne Coupé ในฤดูใบไม้ผลิปี 2019 ด้วยแนวหลังคาที่ลาดลง มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ให้ความรู้สึกเสมือนการขับขี่ Porsche 911

สู่ยุค Hybrid: ยกระดับสมรรถนะระดับ Super Sports

ปอร์เช่ คาเยนน์ (Porsche Cayenne) เจเนอเรชันที่ 3 รุ่น Plug-in Hybrid แสดงให้เห็นถึงก้าวสำคัญสู่อนาคตยานยนต์พลังงานไฟฟ้า ด้วยความสามารถในการทำความเร็วสูงสุด 135 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว และระยะทางวิ่งสูงสุด 44 กิโลเมตร โดยไม่มีการปล่อยมลพิษ อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงตามมาตรฐาน WLTP อยู่ที่ 24.3 – 32.2 กิโลเมตรต่อลิตร หรือ 3.1 – 4.1 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร

การนำนวัตกรรมเทคโนโลยี Hybrid จาก Porsche 918 Spyder มาประยุกต์ใช้กับ ปอร์เช่ คาเยนน์ (Porsche Cayenne) ส่งผลให้รถรุ่นนี้มีสมรรถนะที่โดดเด่น ระบบ Hybrid ที่ทรงพลัง ช่วยเสริมแรงเร่งได้ในทุกโหมดการขับขี่

รุ่นที่ทรงพลังที่สุดคือ ปอร์เช่ คาเยนน์ เทอร์โบ เอส อี-ไฮบริด (Porsche Cayenne Turbo S E-Hybrid) ที่เปิดตัวตั้งแต่ปี 2019 ด้วยพละกำลังรวมสูงสุด 680 แรงม้า (500 กิโลวัตต์) และแรงบิดมหาศาลกว่า 900 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 3.8 วินาที การใช้งานในชีวิตประจำวันมอบความอัจฉริยะในการขับขี่ พร้อมพละกำลังอันมหาศาลที่มาพร้อมความประหยัด

ประวัติศาสตร์แห่งชัยชนะ: ความสำเร็จในสนามแข่งและการสร้างสถิติ

ปอร์เช่ คาเยนน์ (Porsche Cayenne) ไม่ใช่เพียงรถยนต์สำหรับครอบครัวหรือการเดินทางในชีวิตประจำวัน แต่ยังเป็น “Supercar” ที่สามารถวิ่งได้ทุกเส้นทาง พิสูจน์ความแข็งแกร่งในการแข่งขันแรลลี่ Transsyberia Rally ในปี 2006 โดยทีมแข่งอิสระ 2 ทีม คว้าอันดับ 1 และ 2 ได้สำเร็จ ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนา Cayenne S Transsyberia รุ่นลิมิเต็ด 26 คัน

ความสำเร็จในรายการ Transsyberia 2007 ด้วยอันดับ 1, 2, และ 3 รวมถึงการติด Top 10 ทั้งหมด 7 คัน ยืนยันถึงสมรรถนะที่เหนือชั้น รถยนต์รุ่นนี้ได้รับการติดตั้งยาง all-terrain, safety cage, shorter axle ratio, differential lock, reinforced wishbones และ reinforced underbody protection มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 385 แรงม้า (283 กิโลวัตต์) ประสบการณ์จากการแข่งขันยังนำไปสู่การพัฒนาเครื่องยนต์ใหม่ พร้อมระบบ direct fuel injection เพื่อลดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงสูงสุด 15% และการเพิ่มเติมระบบ Porsche Dynamic Chassis Control (PDCC)

ในปี 2008 รถแข่ง ปอร์เช่ คาเยนน์ เอส (Porsche Cayenne S) Transsyberia ทั้ง 19 คัน เข้าร่วมการแข่งขัน Siberia Rally และจบในอันดับที่ 6

Cayenne Turbo GT: ที่สุดแห่งขีดสุดของสมรรถนะ

ปอร์เช่ คาเยนน์ เทอร์โบ จีที (Porsche Cayenne Turbo GT) คือรุ่นที่ทรงพลังที่สุดในตระกูล Cayenne ได้สร้างสถิติเวลาต่อรอบบนสนาม Nürburgring-Nordschleife อันโด่งดัง ด้วยเวลา 7:38.925 นาที ในประเภท SUV เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2021 โดย Lars Kern นักขับทดสอบสังกัดโรงงานปอร์เช่ รถยนต์รุ่นนี้ได้รับการปรับแต่งเพื่อสมรรถนะสูงสุด มอบพละกำลังสูงสุด 640 แรงม้า (471 กิโลวัตต์) จากเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ 4 ลิตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเพียง 3.3 วินาที และความเร็วสูงสุด 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

โครงการ “Roadrunner” สู่รุ่น GTS: ยกระดับภาพลักษณ์สปอร์ต

ทีมพัฒนารถยนต์ ปอร์เช่ คาเยนน์ (Porsche Cayenne) เจเนอเรชันแรก ได้มองการณ์ไกลถึงการเปิดตัวรุ่นย่อยที่จะเน้นสมรรถนะบนทางเรียบ (on-road) โครงการ “Roadrunner” ภายใต้การนำของ Oliver Laqua มีเป้าหมายเพื่อลดน้ำหนักตัวรถและเพิ่มภาพลักษณ์ที่สปอร์ตยิ่งขึ้น แม้ว่าโครงการนี้จะมีความเหมาะสมกับรถขับเคลื่อนล้อหลังมากกว่า แต่ก็ได้สร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาต่อไป

แรงบันดาลใจจากชื่อรุ่น 928 GTS และ 904 Carrera GTS นำมาสู่การกำเนิด ปอร์เช่ คาเยนน์ จีทีเอส (Porsche Cayenne GTS) รุ่นแรก เปิดตัวในปี 2007 ในเจเนอเรชัน E1 มาพร้อมเครื่องยนต์ 4.8 ลิตร 405 แรงม้า (298 กิโลวัตต์) เจเนอเรชันที่ 2 เพิ่มกำลังเป็น 420 แรงม้า (309 กิโลวัตต์) และรุ่นปัจจุบันได้กลับมาใช้เครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ 4 ลิตร มอบพละกำลัง 460 แรงม้า (338 กิโลวัตต์) ตอกย้ำความสำเร็จและชื่อเสียงของรุ่น GTS ในฐานะตัวแทนของสมรรถนะระดับ Gran Turismo Sport

เปิดประตูสู่โลกใบใหม่: กลุ่มลูกค้าใหม่และความสำเร็จที่ยั่งยืน

นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในโลก ณ Paris Motor Show เดือนกันยายน 2002 ปอร์เช่ คาเยนน์ (Porsche Cayenne) ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามทั่วโลก ด้วยยอดขายกว่า 276,652 คัน ในเจเนอเรชันแรก และทะลุหลักล้านคันไปแล้วในปัจจุบัน

Oliver Blume ประธานกรรมการบริหารของ Porsche AG กล่าวว่า ปอร์เช่ คาเยนน์ (Porsche Cayenne) คือรถยนต์ที่สร้างฐานความต้องการและขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน สร้างตำนานบทใหม่ และนำพาปอร์เช่ก้าวข้ามไปสู่ตลาดใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Detlev von Platen เสริมว่า ปอร์เช่ คาเยนน์ (Porsche Cayenne) ที่มีสไตล์เป็นเอกลักษณ์ ช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์ของปอร์เช่ให้แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในประเทศจีนและตลาดเอเชีย ซึ่งเป็นรถยนต์ปอร์เช่ที่ได้รับความต้องการสูงสุดทั่วทุกมุมโลก และอนาคต ปอร์เช่ คาเยนน์ (Porsche Cayenne) จะยังคงรักษาความนิยมอันยอดเยี่ยมนี้ไว้ได้อย่างแน่นอน

ปอร์เช่ คาเยนน์ (Porsche Cayenne) ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์ แต่คือการเดินทางแห่งนวัตกรรม สมรรถนะ และความกล้าหาญ ที่ได้เปิดประตูสู่โลกใบใหม่ให้กับปอร์เช่ และยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ต่อไป

หากคุณกำลังมองหารถยนต์ที่ผสมผสานสมรรถนะระดับซูเปอร์สปอร์ต เข้ากับความอเนกประสงค์และความหรูหราในระดับสูงสุด ปอร์เช่ คาเยนน์ (Porsche Cayenne) คือคำตอบที่ใช่ ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าทุกการคาดหมาย เชิญสัมผัสประสบการณ์แห่งสุดยอดยนตรกรรมที่สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการรถยนต์ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมปอร์เช่ใกล้บ้านคุณ.

Previous Post

N1101035 หญ งคนน ทำไมถ งกล วพ อสาม ของเขา งๆท พวกเขาพ งเจอก นคร งแรก part2

Next Post

N1101045 ไกด กมาร บน กท องเท ยวอต เพ อท องเท ยว จะทำไงด เม อล กค ากระเป าหายท งใบ part2

Next Post
N1101045 ไกด กมาร บน กท องเท ยวอต เพ อท องเท ยว จะทำไงด เม อล กค ากระเป าหายท งใบ part2

N1101045 ไกด กมาร บน กท องเท ยวอต เพ อท องเท ยว จะทำไงด เม อล กค ากระเป าหายท งใบ part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1201125 ดจบคนโลภ part2
  • N1201124 หน เท าก บม กข part2
  • N1201123 แต ชายเลวเท าน ไม กเม ยต วเอง part2
  • N1201115 ปากต ดกรรม สน กปากลำบากต วเอง part2
  • N1201113 ออย องเช าเท าร หน กอย านหร าน part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.