• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N1101072 คำโกหก ของคนท กำล งจะเป นพ part2

admin79 by admin79
January 9, 2026
in Uncategorized
0
N1101072 คำโกหก ของคนท กำล งจะเป นพ part2

นิสสัน สยายปีกตลาด EV จีน ดัน Sylphy Zero Emission ราคาล่อใจ ยกระดับการแข่งขันยานยนต์ไฟฟ้า

ในสมรภูมิยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ร้อนระอุยิ่งกว่าเคยในประเทศจีน กลยุทธ์ที่ดุดันและราคาที่เข้าถึงได้กลายเป็นปัจจัยชี้ขาดความสำเร็จ ปรากฏการณ์นี้ขับเคลื่อนโดยการสนับสนุนอันแข็งแกร่งจากภาครัฐจีน ซึ่งปลุกเร้าให้ผู้ผลิตยานยนต์ท้องถิ่น พลิกโฉมสู่การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในวงกว้าง ส่งผลให้แบรนด์ระดับโลกต้องปรับกลยุทธ์เพื่อรักษาฐานที่มั่น หนึ่งในนั้นคือ นิสสัน ที่ประกาศศักดาด้วยการเปิดตัว Nissan Sylphy Zero Emission ด้วยราคาที่น่าดึงดูดใจอย่างยิ่ง

การแข่งขันที่ทวีความรุนแรง: แรงผลักดันจากรัฐบาลจีน

ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของจีนในช่วงปี 2568-2569 ถือเป็นเวทีการแข่งขันที่เข้มข้นอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน การสนับสนุนเชิงนโยบายที่ครอบคลุมจากรัฐบาลจีน ตั้งแต่การอุดหนุนผู้ผลิต การลดหย่อนภาษี ไปจนถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับ EV ได้สร้างแรงกระเพื่อมมหาศาล ส่งผลให้แบรนด์ท้องถิ่นอย่าง BYD, NIO, Geely, Wuling และแบรนด์เกิดใหม่อื่นๆ พากันปล่อยรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถยนต์ขนาดเล็ก-กลางที่เน้นราคาเข้าถึงง่ายและเทคโนโลยีที่ทันสมัย

การเติบโตของตลาด รถยนต์ไฟฟ้าจีน นี้ไม่ได้มีเพียงผู้เล่นรายย่อยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงแบรนด์ระดับโลกที่ต้องเผชิญกับความท้าทายในการแข่งขันกับผู้ผลิตท้องถิ่นที่ได้รับการสนับสนุนจากนโยบายรัฐบาลโดยตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้ผลิตท้องถิ่นสามารถตั้งราคาขายรถยนต์ EV ได้ในระดับที่น่าสนใจยิ่งกว่า ทำให้แบรนด์ที่ไม่ใช่สัญชาติจีนอาจเสียเปรียบในด้านสิทธิประโยชน์ทางการลงทุนและภาษี

นิสสัน Sylphy Zero Emission: กลยุทธ์ราคาที่เหนือชั้น

ด้วยสภาวะตลาดดังกล่าว นิสสัน ซึ่งเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลก ได้ตัดสินใจดำเนินกลยุทธ์ที่เด็ดขาดเพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาดในประเทศจีน ผ่านการร่วมทุนกับบริษัทจีน ก่อตั้งเป็น Dongfeng Nissan Passenger Vehicle เพื่อผลิตและจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ การเปิดตัว Nissan Sylphy Zero Emission ซึ่งเป็นการนำรุ่น Sylphy ที่เป็นที่รู้จักในตลาดรถยนต์สันดาป มาปรับเปลี่ยนเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ โดยใช้เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าที่พัฒนามาจาก Nissan Leaf หนึ่งในรถยนต์ EV ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในระดับโลก

การปรับโฉม Sylphy ให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย นิสสันต้องทุ่มเทในการปรับสมดุลของตัวรถหลังจากการติดตั้งระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า การปรับฐานล้อให้รองรับการใช้งานในรูปแบบ EV ที่มีน้ำหนักของแบตเตอรี่ และที่สำคัญคือ การออกแบบให้มีระยะทางวิ่งต่อการชาร์จไฟหนึ่งครั้งใกล้เคียงกับ Leaf ที่ทำได้ถึง 338 กิโลเมตรต่อการชาร์จ ทำให้ Sylphy Zero Emission กลายเป็นรถยนต์ที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ราคาที่โดนใจ: ปัจจัยสำคัญในการพิชิตตลาด

หัวใจสำคัญที่ทำให้นิสสัน Sylphy Zero Emission โดดเด่นเหนือคู่แข่งในตลาดจีน คือ “ราคา” ที่ถูกตั้งไว้เพียง 1.66 แสนหยวน หรือประมาณ 8 แสนบาทไทย ซึ่งถือเป็นระดับราคาที่สามารถแข่งขันได้อย่างสูสีกับผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าท้องถิ่นรายอื่นๆ ราคานี้ไม่เพียงแต่ดึงดูดผู้บริโภคชาวจีนที่กำลังมองหารถยนต์ EV ที่มีคุณภาพและราคาเข้าถึงได้ แต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเสริมยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าของนิสสันในจีนให้เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด

การที่ผู้บริโภคชาวจีนมีความพร้อมในการเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ และโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จ EV ที่กำลังได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ยิ่งส่งเสริมให้กลยุทธ์ของนิสสันมีความเป็นไปได้สูงที่จะประสบความสำเร็จ การเปิดตัว Sylphy Zero Emission ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการนำเสนอผลิตภัณฑ์ แต่เป็นการประกาศศักดาของนิสสันในตลาด EV ที่ใหญ่ที่สุดในโลก แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์

ทิศทางตลาด EV ทั่วโลก: ความหลากหลายของเซกเมนต์และการปรับตัว

ขณะที่ตลาดจีนกำลังขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือดในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า ราคาประหยัดและรุ่นใหม่ๆ ก็มีแนวโน้มที่น่าสนใจไม่แพ้กันทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2568-2569 ตลาดรถยนต์ไฮบริด (HEV) ก็ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในไทยที่มียอดขายสะสมสูงถึง 102,372 คัน คิดเป็นสัดส่วน 51% ของตลาด xEV ทั้งหมดในงวด 9 เดือนแรกของปี 2568 สะท้อนให้เห็นว่า ผู้บริโภคจำนวนมากยังคงมองหาทางเลือกที่ให้ความประหยัดน้ำมัน ควบคู่ไปกับสมรรถนะที่ไม่แตกต่างจากรถยนต์สันดาปมากนัก

ในสหรัฐอเมริกา ตลาดรถยนต์ช่วงไตรมาสแรกของปี 2568 เติบโตขึ้นประมาณ 4% โดยมีอัตราการเติบโตที่โดดเด่นในกลุ่มรถยนต์ Hybrid และรถกระบะ แม้จะมีประเด็นเรื่องภาษีนำเข้ารถยนต์เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่กลุ่ม SUV และรถกระบะยังคงครองตลาดส่วนใหญ่ ขณะที่รถยนต์ซีดานราคาที่จับต้องได้ก็ยังคงมีที่ยืนอยู่บ้าง

การวิเคราะห์ตลาด EV ในจีน: BYD ครองความนิยม, Geely และ Wuling แข่งขันดุเดือด

จากรายงานยอดขายรถยนต์กลุ่ม New Energy Vehicles (NEVs) ในประเทศจีนในช่วงเดือนพฤษภาคม 2568 ตลาดนี้ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมียอดขายรวม 1.021 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 28.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

BEV (รถยนต์ขุมพลังไฟฟ้าล้วน) มียอดขาย 607,000 คัน
PHEV (Plug-in hybrid) มียอดขาย 298,000 คัน
EREV (รถ EV ที่ติดตั้งเครื่องยนต์สันดาปสำหรับการปั่นไฟ) มียอดขาย 116,000 คัน

Geely Geome Xingyuan กลายเป็นดาวเด่น คว้าอันดับ 1 ด้วยยอดขาย 38,715 คันในเดือนพฤษภาคม และยังคงเป็นผู้นำยอดขายสะสมตั้งแต่ต้นปี 2568 อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม BYD ยังคงเป็นยักษ์ใหญ่ที่น่าจับตามอง โดยมีรถยนต์ติดอันดับขายดีถึง 9 รุ่นใน 20 อันดับแรกในเดือนพฤษภาคม โดยรุ่น Seagull และ Qin Plus ก็ติดอันดับ 2 และ 3 ตามลำดับ

Wuling ก็ไม่น้อยหน้า ด้วย Hongguang Mini EV ที่ยังคงครองอันดับ 4 ด้วยยอดขาย 29,017 คัน

Xiaomi SU7 รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกจากแบรนด์เทคโนโลยี ก็สร้างความฮือฮาด้วยการรั้งอันดับ 5 ด้วยยอดขาย 28,013 คัน

Tesla ยังคงรักษาฐานที่มั่นได้ โดย Model Y มียอดขาย 24,770 คันในเดือนพฤษภาคม และ Model 3 ติดอันดับที่ 16

โดยรวมแล้ว ตลาด NEVs ของจีนยังคงร้อนแรงและมีการแข่งขันที่เข้มข้น โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กถึงกลาง ที่เน้นราคาจับต้องได้และเทคโนโลยีล้ำสมัย

เทรนด์ยางรถยนต์: ขนาด 20 นิ้ว ยอดนิยมสำหรับ SUV และ EV

ในประเทศไทย ข้อมูลจาก YellowTire.com แพลตฟอร์มยางรถยนต์ออนไลน์ ชี้ให้เห็นว่า “ยางขอบ 20 นิ้ว” เป็นหนึ่งในขนาดที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปี 2568 โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ SUV, รถกระบะ, รถสปอร์ตสมรรถนะสูง และ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งเป็นกลุ่มยานยนต์ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ขนาดยางยอดนิยม 10 อันดับแรก ได้แก่ 265/50R20, 275/55R20, 255/45R20, 265/55R20, 245/45R20, 245/35R20, 255/55R20, 245/40R20, 33X12.5R20 และ 255/40R20

แนวโน้มนี้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของผู้บริโภคที่มองหายางที่ให้ความสมดุลระหว่างความสวยงามและสมรรถนะ โดยเฉพาะรถ SUV และ EV ที่ต้องการการยึดเกาะถนนที่ดีขึ้น ความเงียบในการขับขี่ และรูปลักษณ์ที่สปอร์ต

ตัวอย่างรถยนต์ที่นิยมใช้ยางขอบ 20 นิ้ว:

265/50R20: Ford Everest, Toyota Fortuner, Isuzu MU-X, GWM Tank 500
275/55R20: Ford Ranger, Toyota Hilux Revo, Isuzu D-Max, Mitsubishi Triton
255/45R20: Mercedes-Benz GLC, Kia EV5, BMW i7, Deepal SO7
245/45R20: Volvo V90 Cross Country, BYD Sealion 7, Zeekr X
33X12.5R20: Mazda BT-50, Toyota Revo, Isuzu D-Max

ตลาดยางขอบ 20 นิ้วในปี 2568 คาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องจากการขยายตัวของกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และ SUV ขนาดกลาง-ใหญ่ ที่มักมาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 19-21 นิ้ว ส่งผลให้ความต้องการยางสมรรถนะสูง (Performance Tire) และยางนุ่มเงียบ (Comfort Tire) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

การปรับตัวของ Tesla: Model Y “E41” สู่สมรภูมิจีน

แม้ว่า Tesla Model Y จะเป็นหนึ่งในรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในจีน แต่ส่วนแบ่งการตลาดโดยรวมของ Tesla กำลังเผชิญแรงกดดันจากคู่แข่งอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลของสมาคมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลแห่งประเทศจีน (CPCA) ส่วนแบ่งตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ของ Tesla ในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ลดลงเหลือ 3.8% และส่วนแบ่งในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) อยู่ที่ 6.3%

เพื่อตอบสนองต่อสภาวะดังกล่าว Tesla กำลังซุ่มพัฒนารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ภายใต้รหัส “E41” ซึ่งเป็นรุ่นต่อยอดความสำเร็จของ Model Y โดยมีเป้าหมายหลักคือการลดต้นทุนการผลิตลงอย่างน้อย 20% เพื่อให้สามารถตั้งราคาขายที่ดึงดูดใจผู้บริโภคชาวจีนได้มากขึ้น โดยคาดว่าจะใช้สายการผลิตที่มีอยู่แล้วที่โรงงาน Gigafactory เซี่ยงไฮ้ ซึ่งเป็นโรงงานผลิตที่ใหญ่ที่สุดของบริษัท

แนวคิดการพัฒนา “E41” เน้นการลดความซับซ้อน (Depop) โดยยังคงรักษาคุณสมบัติหลักของรถไว้ ทำให้สามารถเปิดตัวผลิตภัณฑ์ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ คาดว่า E41 จะมีขนาดเล็กกว่า Model Y ปัจจุบัน และอาจมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างหรือขนาดแบตเตอรี่เพื่อลดต้นทุน การวางจำหน่ายในประเทศจีนเป็นหลัก ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญของ Tesla ในการรักษาและเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดจากผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีน

การแข่งขันที่เข้มข้น: บทพิสูจน์ของ Tesla ในตลาดจีน

การเปิดตัว Model Y “E41” ถือเป็นก้าวสำคัญของ Tesla ในการขยายตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไปยังกลุ่มผู้บริโภคที่กว้างขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดจีนที่มีการแข่งขันสูง รุ่นใหม่นี้ถูกวางตำแหน่งให้เป็น “หมากรุก” สำคัญที่ Tesla ใช้เพื่อตอบโต้การแข่งขันที่รุนแรง โดยมีคู่แข่งโดยตรงของ Model Y ที่กำลังจะมาถึงจากแบรนด์ชั้นนำอย่าง Aito (ภายใต้ Huawei), Xiaomi (YU7), และ Xpeng

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของ “E41” จะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นราคาที่แข่งขันได้จริง, คุณสมบัติที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวจีน, และความสามารถในการผลิตและส่งมอบที่ทันท่วงที การลดต้นทุนการผลิตลงอย่างมีนัยสำคัญจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Tesla สามารถแข่งขันกับผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ภาพรวมตลาดรถยนต์ไทย: การฟื้นตัวและความท้าทาย

ตลาดรถยนต์ไทยในช่วงเดือนกันยายน 2568 มียอดขายรวม 48,350 คัน เพิ่มขึ้น 23.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์นั่งที่มียอดขายเพิ่มขึ้น 25.5% และตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ที่ปรับตัวดีขึ้น 24.4%

กลุ่ม HEV (Hybrid Electric Vehicle) มียอดขายโดดเด่นอย่างต่อเนื่องถึง 12,756 คัน เพิ่มขึ้น 73.45% จากปีที่แล้ว และมียอดขายสะสม 9 เดือนแรกถึง 102,372 คัน คิดเป็นส่วนแบ่ง 51% ของตลาด xEV ทั้งหมด
Toyota ยังคงเป็นผู้นำตลาดด้วยยอดขาย 18,472 คันในเดือนกันยายน ตามมาด้วย Honda (5,092 คัน) และ Isuzu (4,931 คัน)
ในกลุ่มรถยนต์นั่ง: Toyota (6,848 คัน) นำ ตามด้วย Honda (3,036 คัน) และ MG (1,650 คัน)
ในกลุ่มรถยนต์เพื่อการพาณิชย์: Toyota (11,624 คัน) นำ ตามด้วย Isuzu (4,931 คัน) และ Honda (2,056 คัน)
ตลาดรถกระบะ 1 ตัน: Toyota (6,602 คัน) นำ ตามด้วย Isuzu (4,080 คัน) และ Ford (1,374 คัน)

อย่างไรก็ตาม ตลาดรถยนต์ใหม่ในเดือนตุลาคมมีแนวโน้มทรงตัว เนื่องจากผู้บริโภครอแคมเปญใหญ่ปลายปีอย่าง Motor Expo ทำให้การตัดสินใจซื้อชะลอตัว ประกอบกับราคาน้ำมันที่ผันผวน และอัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งยังคงกดดันความเชื่อมั่นและกำลังซื้อของผู้บริโภค

รถ Hatchback: ทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้บริโภคยุคใหม่

รถ Hatchback ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้บริโภคในประเทศไทย ด้วยข้อดีเรื่องความกะทัดรัด คล่องตัวในการขับขี่ และพื้นที่ใช้สอยที่เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน

Honda City Hatchback: เป็นหนึ่งในตัวเลือกยอดนิยม ด้วยรุ่น e:HEV SV ที่โดดเด่นด้วยระบบไฮบริด ประหยัดน้ำมัน และเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ครบครัน
Toyota Yaris Hatchback: ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ด้วยความน่าเชื่อถือของแบรนด์ ความทนทาน และศูนย์บริการที่ครอบคลุม
Mazda 2 Hatchback: โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่สปอร์ตทันสมัย ขับขี่คล่องตัว และช่วงล่างที่ดี
Mazda 3 Fastback: ตอบโจทย์กลุ่มที่ต้องการความพรีเมียม หรูหรา พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัย i-Activsense
Suzuki Swift: เป็นอีโคคาร์ที่ประหยัดน้ำมันเป็นเลิศ ขับขี่สนุก และช่วงล่างที่เกาะถนน
Mitsubishi Mirage: รถคันเล็กที่ขับง่าย เหมาะสำหรับมือใหม่ ประหยัดน้ำมัน และค่าบำรุงรักษาไม่แพง
Honda Civic Hatchback (FK): แม้จะยุติการจำหน่ายแล้วในตลาดรถใหม่ แต่ยังคงเป็นที่ต้องการในตลาดรถมือสอง ด้วยดีไซน์สปอร์ตและสมรรถนะที่เร้าใจ
Nissan March: รถ Eco car คันเล็กที่เน้นความประหยัด คล่องตัว และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แม้จะยกเลิกการผลิตไปแล้ว แต่ยังหาซื้อได้ในตลาดรถมือสอง

การเลือกสรรรถยนต์ที่เหมาะสมกับความต้องการและงบประมาณ ถือเป็นสิ่งสำคัญ การศึกษาข้อมูล เปรียบเทียบรุ่นต่างๆ และทดลองขับ จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจบนเส้นทางยานยนต์ที่หลากหลายนี้

ก้าวสู่โลกแห่งยานยนต์อนาคต:

ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีที่ไม่หยุดนิ่งของอุตสาหกรรมยานยนต์ ทั้งในด้านพลังงานทางเลือก นวัตกรรม และการออกแบบที่ล้ำสมัย การศึกษาข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตลาดรถยนต์ทั้งในระดับโลกและระดับท้องถิ่น จะช่วยให้คุณไม่พลาดโอกาสในการเป็นเจ้าของยานยนต์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์และอนาคตที่ยั่งยืน หากคุณกำลังมองหารถยนต์ที่ใช่ หรือต้องการข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทรนด์ยานยนต์ล่าสุด อย่าลังเลที่จะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ หรือค้นหาข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้การตัดสินใจซื้อรถยนต์ของคุณเป็นไปอย่างชาญฉลาดและคุ้มค่าที่สุด.

Previous Post

N1101061 ภาระก จพ ตใจเจ าสาวผ หล บใหล part2

Next Post

N1101080 หลบภ ยท อแม เปร ยบด งบ าน part2

Next Post
N1101080 หลบภ ยท อแม เปร ยบด งบ าน part2

N1101080 หลบภ ยท อแม เปร ยบด งบ าน part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1401081 การสอนล กท อการสอนด วยความจร part2
  • N1401085 ชายท เห นแก ได จนทำให แฟนเด อดร อน part2
  • N1401095 สาม เท าน นท วยค ณได part2
  • N1401089 บทเร ยนราคาแพงของคนข อวด part2
  • N1401093 รอยน ำตาใต รอยย มของยาย part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.