• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N1101060 ยจากคนใกล ากล วกว าด านนอก part2

admin79 by admin79
January 9, 2026
in Uncategorized
0
N1101060 ยจากคนใกล ากล วกว าด านนอก part2

Great Wall Motor (GWM) ประเทศไทย สร้างประวัติศาสตร์ยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ชี้กลยุทธ์ Multi-Powertrains คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ

ในยุคที่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งจากการรุกคืบของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และการแข่งขันที่เข้มข้นในทุกเซกเมนต์ Great Wall Motor (GWM) ประเทศไทย ได้ประกาศความสำเร็จที่น่าประทับใจ ด้วยการทำยอดขายรายเดือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนพฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา ด้วยจำนวนถึง 1,731 คัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและการปรับกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างตรงจุด

NEW GWM TANK 300 DIESEL: ดาวเด่นที่ขับเคลื่อนการเติบโต

นายเวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) เปิดเผยว่า ยอดขายที่ทำสถิติใหม่นี้ เติบโตขึ้นถึง 225% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมี NEW GWM TANK 300 DIESEL เป็นดาวเด่นที่สร้างปรากฏการณ์ ด้วยยอดขายสูงถึง 877 คัน หรือคิดเป็นสัดส่วนกว่า 50% ของยอดขายรวมทั้งหมด สิ่งนี้นับเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า GWM ได้เข้าใจถึงความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย ที่มองหารถยนต์อเนกประสงค์ที่มีสมรรถนะสูง ความทนทาน และความสามารถในการขับขี่ที่หลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล ที่ตอบโจทย์การใช้งานในเส้นทางที่หลากหลายและต้องการกำลังในการขับเคลื่อนที่เหนือกว่า

“การเปิดตัว NEW GWM TANK 300 DIESEL เข้าสู่ตลาดประเทศไทย ไม่เพียงแต่เป็นการเติมเต็มช่องว่างในตลาด PPV ที่มีความต้องการสูง แต่ยังเป็นการตอกย้ำกลยุทธ์ Multi-Powertrains ของ GWM ที่ให้ความสำคัญกับการนำเสนอทางเลือกของขุมพลังที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค” นายเวย์น กล่าวเสริม

โครงสร้างตลาด 50:50: GWM สอดคล้องกับทิศทางของอุตสาหกรรม

สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ สัดส่วนยอดขายของ GWM ที่แบ่งออกเป็น 50% สำหรับ NEW GWM TANK 300 DIESEL และอีก 50% สำหรับกลุ่มรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ซึ่งสอดคล้องกับภาพรวมตลาดรถยนต์ในประเทศไทยที่กำลังเข้าสู่สมดุลระหว่างรถยนต์สันดาปภายในและรถยนต์พลังงานใหม่ ในอัตราส่วนประมาณ 50:50 การปรับตัวตามเทรนด์ตลาดนี้ แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่เฉียบคมของ GWM ในการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน

การเติบโตอย่างก้าวกระโดด: จากหลักร้อยสู่หลักพันภายในปีเดียว

ย้อนกลับไปในช่วงปี 2567 GWM ประเทศไทย มียอดขายเฉลี่ยอยู่ที่หลักร้อยคันต่อเดือน แต่ด้วยการปรับกลยุทธ์และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ยอดขายได้พุ่งสูงขึ้นมาสู่ระดับมากกว่า 1,000 คันต่อเดือนในช่วงต้นปี 2568 และมาถึงจุดสูงสุดในเดือนพฤษภาคมด้วยยอดขาย 1,731 คัน ซึ่งถือเป็นสถิติที่น่าภาคภูมิใจ และเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการเติบโตในอนาคต

กลยุทธ์ Multi-Powertrains: หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อน GWM

“การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจผ่านการนำเสนอเครื่องยนต์ที่หลากหลาย (Multi-powertrains) เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนยอดขายและการเติบโตของ GWM ในประเทศไทยอย่างแท้จริง” นายเวย์น เน้นย้ำถึงความสำคัญของกลยุทธ์นี้ ซึ่งครอบคลุมทั้งรถยนต์สันดาปภายใน, ไฮบริด, ปลั๊กอิน-ไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า 100%

ยอดขายสะสม 5 เดือนแรก 2568: เติบโตสวนกระแสตลาด

ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2568 (มกราคม – พฤษภาคม) GWM มียอดขายสะสมอยู่ที่ 5,439 คัน คิดเป็นการเติบโต 50% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งสวนทางกับภาพรวมตลาดรถยนต์โดยรวมที่ประสบภาวะการเติบโตลดลง สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันและความแข็งแกร่งของแบรนด์ GWM ในตลาดประเทศไทย

NEW GWM TANK 300 DIESEL: สู่การเป็น Top 3 ในตลาด PPV

การนำ NEW GWM TANK 300 DIESEL เข้ามาเปิดตัวในประเทศไทย ถือเป็นการนำกลยุทธ์ Multi-Powertrains มาประยุกต์ใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรม และได้รับผลตอบรับที่ดีเยี่ยม จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์เรือธงที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคชาวไทย โดย GWM คาดการณ์ว่า NEW GWM TANK 300 DIESEL จะก้าวขึ้นสู่การเป็น Top 3 ในกลุ่ม PPV ได้สำเร็จ GWM ได้มีการเพิ่มกำลังการผลิตและควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับรถยนต์ที่มีคุณภาพสูงสุด และตอบสนองต่อความต้องการที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง

การแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV): เน้นคุณภาพและคุณค่าระยะยาว

ในขณะที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) กำลังเผชิญกับ “สงครามราคา” ที่ดุเดือด GWM ยังคงยึดมั่นในแนวทางการแข่งขันด้านคุณภาพและคุณค่าในระยะยาว GWM ORA Good Cat ยังคงรักษาฐานยอดขายได้อย่างคงที่ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวไทยไม่ได้มองหาเพียงผลิตภัณฑ์ราคาถูก แต่ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพ เทคโนโลยี ความปลอดภัย ความคุ้มค่า และความเชื่อมั่นในแบรนด์

GWM ไม่สนับสนุนการแข่งขันด้วยสงครามราคา แต่จะมุ่งเน้นที่การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ การพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่ายที่แข็งแกร่ง การยกระดับการบริการลูกค้า และการพัฒนาด้านบริการหลังการขายที่มีประสิทธิภาพ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดี สร้างคุณค่า และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในระยะยาว

ความได้เปรียบในการแข่งขัน: ตอบโจทย์ทุกความต้องการของตลาดไทย

แม้จะอยู่ในภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนและเผชิญกับการแข่งขันสูง GWM ก็สามารถยืนหยัดได้อย่างมั่นคง ด้วยความได้เปรียบในการแข่งขันที่เหนือกว่าผู้เล่นรายอื่น GWM มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ไม่ว่าจะเป็น ไฮบริด, ปลั๊กอิน-ไฮบริด, รถยนต์ไฟฟ้า 100% และล่าสุดคือเครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างแท้จริง

OMODA & JAECOO: การเติบโตระดับโลก สู่การลงทุนเต็มรูปแบบในไทย

ไม่เพียงแต่ GWM เท่านั้น แต่แบรนด์ OMODA & JAECOO ภายใต้กลุ่ม Chery Automobile ก็กำลังสร้างปรากฏการณ์การเติบโตอย่างน่าจับตามอง โดยในปี 2567 ที่ผ่านมา OMODA & JAECOO มียอดขายทั่วโลกเพิ่มขึ้นถึง 54% และมีแผนลงทุนครบวงจรในประเทศไทยในปี 2568

ความสำเร็จของ Chery Group และ OMODA & JAECOO

Chery Group บริษัทแม่ของ OMODA & JAECOO แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งด้วยยอดขายทั่วโลกที่เติบโตขึ้น 38% หรือ 2.6 ล้านคัน ในปี 2567 พร้อมรักษาตำแหน่งผู้ส่งออกรถยนต์อันดับ 1 ของประเทศจีนมายาวนานถึง 22 ปี ในขณะที่ OMODA & JAECOO แบรนด์น้องใหม่ที่เปิดตัวเพียง 2 ปี ได้ขยายการดำเนินงานไปแล้วถึง 33 ประเทศทั่วโลก และได้รับการยอมรับในฐานะแบรนด์รถยนต์ที่เติบโตเร็วที่สุดในระดับโลก (The Fastest International Growth Car Brand)

แผนลงทุนในไทย: ตั้งฐานการผลิต, ขยายโชว์รูม, ยกระดับบริการ

นายฉี เจี๋ย ประธาน บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) เปิดเผยถึงแผนการรุกตลาดไทยอย่างเต็มกำลังในปี 2568 ประกอบด้วย:

การเปิดตัวรถรุ่นใหม่: เตรียมนำเสนอรถรุ่นใหม่ที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ทั้ง BEV, PHEV และอื่น ๆ โดยเน้นเทคโนโลยี SHS (Super Hybrid System) ที่พัฒนาต่อยอดจากเทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 3 ของ Chery Automobile เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง SHS ผสานเครื่องยนต์ 1.5TDGI เจเนอเรชั่นที่ 5, ระบบซูเปอร์อิเล็กทริกไฮบริด DHT และแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ยาวไกล ประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ฐานการผลิตในไทย: เตรียมตั้งฐานการผลิตในจังหวัดระยอง คาดว่าจะเริ่มเดินสายการผลิตในไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 เพื่อรองรับตลาดในประเทศและส่งออก
ขยายเครือข่ายโชว์รูม: เพิ่มจำนวนโชว์รูมจากเดิม 23 แห่ง เป็นกว่า 50 แห่งทั่วประเทศในปีนี้
ยกระดับบริการหลังการขาย: ร่วมมือกับ DHL Express ในการจัดส่งอะไหล่ระหว่างประเทศภายใน 3 วัน พร้อมขยายคลังอะไหล่ และลดระยะเวลาการสั่งซื้ออะไหล่เร่งด่วนจาก 30 วัน เหลือเพียง 15 วัน
เพิ่มบริการดูแลตัวถังและสี: ให้ครบทุกโชว์รูม พร้อมเปิดศูนย์ฝึกอบรมแบบเต็มรูปแบบ (Training Center) แห่งใหม่ เพื่อให้การบริการเป็นไปตามมาตรฐานสูงสุด
พัฒนาระบบ CRM: อัพเกรดระบบการจองออนไลน์ และเพิ่มบริการรถยนต์ทดแทนในกรณีที่รถต้องใช้ระยะเวลาซ่อมเกิน 3 วัน พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ฟรี 5 ปี ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

เทคโนโลยี SHS: นวัตกรรมไฮบริดเพื่ออนาคต

เทคโนโลยี SHS (Super Hybrid System) ของ OMODA & JAECOO เป็นจุดเด่นที่น่าสนใจ ผสานประสิทธิภาพเชิงความร้อน (Thermal Efficiency) ที่ดีเยี่ยม ระยะทางในการขับขี่ที่ยาวไกล การปล่อยคาร์บอนที่น้อยนิด และระบบแบตเตอรี่ที่มีความปลอดภัยสูง เป็นโซลูชันเทคโนโลยีไฮบริดที่ผสานประสิทธิภาพสูง การประหยัดพลังงาน การปกป้องสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยเข้าไว้ด้วยกัน

ChangAn Automobile: ยักษ์ใหญ่จากจีน สู่การลงทุนผลิต EV ในไทย

ChangAn Automobile Co., Ltd. แบรนด์ยานยนต์ชั้นนำอันดับ 4 ของประเทศจีน ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 161 ปี ได้ประกาศการลงทุนมูลค่า 9,800 ล้านบาท เพื่อตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยเลือกประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถ EV, PHEV, REEV (Range Extended EV) พวงมาลัยขวาในอาเซียน ด้วยเป้าหมายการผลิต 100,000 คันต่อปี เพื่อรองรับทั้งตลาดภายในประเทศและส่งออกไปยังออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, อังกฤษ และแอฟริกาใต้

ChangAn: ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญระดับโลก

ChangAn Automobile มีความเชี่ยวชาญในการวิจัยและพัฒนาที่ครอบคลุม 6 ประเทศ 9 ภูมิภาคทั่วโลก ด้วยทีมงานนานาชาติที่มีประสบการณ์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ไฮเทคขั้นสูง การออกแบบที่ล้ำสมัย และเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยที่เป็นนวัตกรรมใหม่

แผนกลยุทธ์ “Shangri-La Plan”: ก้าวสู่ยุคยานยนต์พลังงานใหม่

ChangAn Automobile ได้วางแผนเชิงกลยุทธ์ “Shangri-La Plan” โดยมุ่งมั่นที่จะยุติการขายรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงแบบเดิม และเพิ่มสัดส่วนรถยนต์ไฟฟ้าให้ครอบคลุมกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้งหมดภายในปี 2568 นอกจากนี้ ยังได้เปิดตัวกลยุทธ์อัจฉริยะ “Dubhe Intelligence Plan” เพื่อมอบประสบการณ์การสื่อสารไร้สายที่อัจฉริยะ ปลอดภัย และสะดวกสบาย

การร่วมมือและผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ

ChangAn ได้สร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับแบรนด์ชั้นนำระดับโลก เช่น Suzuki, Ford และ Mazda เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีและดำเนินการผลิตรถยนต์รุ่นต่างๆ สำหรับตลาดจีน ในส่วนของยานยนต์พลังงานใหม่ ChangAn ได้นำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าที่น่าสนใจหลายรุ่น เช่น Changan Lumin, Changan Deepal SL03, Changan Qiyuan A07, Changan S7 และ Avatr 11 ซึ่งล้วนมีดีไซน์ที่ทันสมัย เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และสมรรถนะที่น่าประทับใจ

แนวโน้มแบตเตอรี่ EV: ราคาลดลง 50% สู่ยุคใหม่ของยานยนต์ไฟฟ้า

ข่าวดีสำหรับวงการยานยนต์ไฟฟ้า คือ CATL และ BYD กำลังผลักดันให้ราคาแบตเตอรี่ลดลงถึง 50% ภายในปี 2567 ซึ่งจะส่งผลให้รถยนต์ไฟฟ้ามีราคาเข้าถึงได้ง่ายขึ้น และเร่งการปฏิวัติสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างสมบูรณ์

CATL และ BYD: ผู้นำด้านเทคโนโลยีแบตเตอรี่

CATL ผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ที่สุดของโลก และ BYD (FinDreams) ผู้ผลิตแบตเตอรี่อันดับสอง กำลังเร่งพัฒนากระบวนการผลิตและการจัดการทรัพยากร เพื่อลดต้นทุนการผลิตเซลล์แบตเตอรี่ LFP ลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะส่งผลให้ราคาแบตเตอรี่ลดลงอย่างมาก

เซลล์แบตเตอรี่ VDA: มาตรฐานใหม่แห่งอนาคต

การพัฒนาเซลล์แบตเตอรี่แบบ VDA (Prism-shaped) ที่มีขนาดมาตรฐาน และรองรับการชาร์จเร็ว 2.2C กำลังเป็นที่จับตามอง โดยคาดว่าจะมีราคาเฉลี่ย 0.4 หยวนต่อ Wh ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนของผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างมหาศาล

นัยสำคัญต่อการปฏิวัติ EV

การลดลงของราคาแบตเตอรี่เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การปฏิวัติสู่วอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ผู้บริโภคจะได้สัมผัสกับรถยนต์ไฟฟ้าที่มีราคาเหมาะสม และมีสมรรถนะที่ตอบสนองความต้องการได้อย่างแท้จริง แม้ว่าการแข่งขันในตลาดจีนจะดุเดือด แต่เทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องนี้ จะเป็นแรงผลักดันสำคัญให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับโลก

Mercedes-Benz GLC EV: ก้าวสำคัญสู่ตลาด SUV ไฟฟ้า

Mercedes-Benz ประกาศความพร้อมในการเข้าสู่สมรภูมิรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ด้วยการส่ง Mercedes-Benz GLC EV เตรียมเปิดตัวในฤดูใบไม้ผลิปี 2026 ซึ่งมาพร้อมกับแพลตฟอร์มไฟฟ้า 800V ใหม่ แบตเตอรี่ขนาด 94.5 kWh และมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้กำลัง 483 แรงม้า ระยะทางวิ่งสูงสุด 650 กม. (WLTP) พร้อมรองรับการชาร์จ DC สูงสุด 320 kW

เทคโนโลยีล้ำสมัยและการขับขี่ที่น่าประทับใจ

GLC EV มาพร้อมกับระบบช่วงล่างถุงลมที่ปรับได้ 2 โหมด (Comfort และ Sport) ระบบบังคับเลี้ยวล้อหลังที่ช่วยเพิ่มความคล่องตัว และการออกแบบที่เน้นความเพรียวบางแต่ยังคงความกว้างขวางของห้องโดยสารและพื้นที่เก็บสัมภาระ

การแข่งขันในตลาด SUV ไฟฟ้า

Mercedes-Benz GLC EV จะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจในตลาด SUV ไฟฟ้าขนาดกลาง ที่กำลังมีการแข่งขันสูงระหว่างแบรนด์หรูอย่าง Tesla, BMW และ Porsche ความสำเร็จของ GLC EV จะขึ้นอยู่กับความสามารถในการชาร์จจริง เทคโนโลยีที่มอบประสบการณ์ผู้ใช้ และราคาขายที่เหมาะสม

อนาคตแห่งการขับเคลื่อน

การประกาศความสำเร็จของ GWM, การลงทุนเต็มรูปแบบของ OMODA & JAECOO, การมาถึงของ ChangAn Automobile, การพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ก้าวล้ำ และการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่จากแบรนด์หรู ล้วนเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่แห่งความเปลี่ยนแปลงและความท้าทาย

หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่กำลังมองหารถยนต์คันใหม่ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เทคโนโลยีล้ำสมัย และมาพร้อมคุณค่าในระยะยาว อย่าพลาดที่จะสัมผัสประสบการณ์การขับขี่สุดพิเศษจากแบรนด์ชั้นนำที่กำลังสร้างปรากฏการณ์ในตลาดไทยแล้ววันนี้

Previous Post

N1101058 สาม ยไปกว าคร part2

Next Post

N1101075_เม อน องใช เง นพ …เพ อเป นท หน งของเพ อน_part2

Next Post
N1101075_เม อน องใช เง นพ …เพ อเป นท หน งของเพ อน_part2

N1101075_เม อน องใช เง นพ ...เพ อเป นท หน งของเพ อน_part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1401048 จะหย าจะเล กก บใคร ดให อน part2
  • N1401032 (ตอนจบ) สล บชะตาห วใจ วใจของเด กด ไปเต นในอกคนเคยเลว part2
  • N1401037_เจอเพ อนเก ากล บบ านแล วอวดรวย แต พอร ความจร งเข า…_part2
  • N1401047 จะไปช วยม นซ อทำไม แล วว าเป นม จฉาช part2
  • N1401040 เม ยไม กแต งต พาไปไหนอายถ งน part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.