Honda Accord Minorchange 2016: ยานยนต์ซีดานอัจฉริยะที่พร้อมนิยามการขับเคลื่อนยุคใหม่
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการของรถยนต์นั่งซีดานมาโดยตลอด และ Honda Accord เป็นชื่อที่ไม่เคยจางหายไปจากความสนใจของผู้บริโภคชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพูดถึง Honda Accord Minorchange 2016 ซึ่งเป็นการปรับโฉมครั้งสำคัญที่สะท้อนถึงความใส่ใจในการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การเปิดตัวครั้งแรกของ Honda Accord รุ่นที่ 9 ในปี 2013 นั้นถือเป็นก้าวสำคัญ และหลังจากนั้นเพียงไม่นาน การปรับโฉมครั้งนี้ก็ถูกนำเสนอ สู่สายตาตลาดไทย สะท้อนถึงความไม่หยุดนิ่งในการพัฒนานวัตกรรมของ Honda
การออกแบบที่สะท้อนจิตวิญญาณแห่งอนาคต: “Exhilarating & Exciting”
แนวคิดในการออกแบบ “Exhilarating & Exciting” สะท้อนออกมาอย่างชัดเจนผ่านรูปลักษณ์ภายนอกของ Honda Accord Minorchange 2016 การปรับเปลี่ยนที่โดดเด่นที่สุดคือชุดกระจังหน้าและกันชนหน้าที่ได้รับการออกแบบใหม่ ให้ดูโฉบเฉี่ยวกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ควบคู่ไปกับการติดตั้งไฟหน้า LED ดีไซน์ใหม่ที่เปรียบเสมือนการประดับด้วยคริสตัลยามต้องแสง เพิ่มความหรูหราและล้ำสมัย ขณะที่ไฟท้าย LED ที่เปลี่ยนจากรูปแบบเม็ดเป็นเส้นสายที่ต่อเนื่องกัน ยิ่งเสริมให้ภาพรวมของรถดูมีความเป็นยานยนต์แห่งอนาคตมากขึ้น ในส่วนของล้ออัลลอย รุ่น 2.0 E มาพร้อมลายใหม่ขนาด 17 นิ้ว ส่วนรุ่นที่สูงขึ้นจะได้สัมผัสกับความสง่างามของล้อขนาด 18 นิ้ว ซึ่งยังคงรักษาเอกลักษณ์เดิมไว้ได้เป็นอย่างดี
ภายในที่ยกระดับสู่ “Connected Car” แห่งยุค
แม้ว่าโดยรวมแล้ว การออกแบบภายในของ Honda Accord Minorchange 2016 จะยังคงเค้าโครงเดิม แต่การปรับเปลี่ยนรายละเอียดเล็กน้อย เช่น ลายไม้และวัสดุ Piano Black บนคอนโซลกลาง ทำให้บรรยากาศภายในดูมีความพรีเมียมมากขึ้น สิ่งที่น่าประทับใจยิ่งกว่าคือการผนวกเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาอย่างเต็มพิกัด ซึ่งเปลี่ยนให้ Honda Accord Minorchange 2016 กลายเป็น “Connected Car” อย่างแท้จริง
ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Engine Remote Start): อำนวยความสะดวกสบายขั้นสูงสุด โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนจัดของประเทศไทย เพียงกดปุ่มจากกุญแจ ก็สามารถสตาร์ทเครื่องยนต์และเปิดเครื่องปรับอากาศล่วงหน้าได้ทันที (มีในรุ่น 2.0 EL ขึ้นไป)
หน้าจอแสดงผล TFT ขนาด 7.7 นิ้ว: มอบข้อมูลการขับขี่ที่ครบถ้วน ชัดเจน และทันสมัย (มีในทุกรุ่นย่อย)
ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสรองรับ Apple CarPlay: การเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนที่ไร้รอยต่อ ทำให้การใช้งานแอปพลิเคชันต่างๆ บนหน้าจอรถเป็นเรื่องง่ายดาย (มีในทุกรุ่นย่อย)
รองรับการเชื่อมต่อ Smart Phone: เพิ่มความสะดวกในการใช้งานฟังก์ชันต่างๆ ของสมาร์ทโฟนผ่านระบบ Infotainment ของรถ (มีในทุกรุ่นย่อย)
ระบบเชื่อมโยงเครือข่าย WIFI หรือ Hotspot: เปลี่ยนรถของคุณให้เป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตบนท้องถนน (มีในทุกรุ่นย่อย)
เทคโนโลยีเหล่านี้ ไม่เพียงแต่เพิ่มความสะดวกสบาย แต่ยังสะท้อนถึงการก้าวข้ามขีดจำกัดของรถยนต์ซีดานแบบดั้งเดิม ทำให้ Honda Accord Minorchange 2016 กลายเป็นยานยนต์อัจฉริยะที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ขุมพลังที่ไว้ใจได้ พร้อมศักยภาพที่รอการพัฒนา
สำหรับขุมพลัง Honda Accord Minorchange 2016 ยังคงไว้ซึ่งเครื่องยนต์ที่ได้รับการยอมรับในเรื่องของประสิทธิภาพและความประหยัด:
เครื่องยนต์ 2.4 ลิตร i-VTEC Earth Dreams Technology: ให้กำลังสูงสุด 174 แรงม้า ที่ 6,200 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 225 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที
เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร i-VTEC: ให้กำลังสูงสุด 155 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 190 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบต่อนาที
ทั้งสองเครื่องยนต์ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ ซึ่งเป็นที่คุ้นเคยกันดี แม้ว่าจะยังไม่มีการนำเกียร์ CVT มาใช้ในรุ่นนี้ แต่ Honda ได้ประกาศอย่างชัดเจนว่า Honda Accord Hybrid 2016 ที่กำลังจะเปิดตัวในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า จะมาพร้อมกับการปรับปรุงขุมพลังให้มีสมรรถนะที่ดีขึ้นและประหยัดน้ำมันยิ่งกว่าเดิม ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณถึงการพัฒนานวัตกรรมเพื่ออนาคตของรถยนต์ไฮบริดในประเทศไทย
ความปลอดภัยที่เหนือกว่า: มาตรฐานที่ Honda ให้ความสำคัญ
ในยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับต้นๆ Honda Accord Minorchange 2016 ได้ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้ครอบคลุมในทุกรุ่นย่อย ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น โดยมาพร้อมระบบความปลอดภัยพื้นฐานที่ครบครัน:
ระบบป้องกันล้อล็อก ABS: ป้องกันล้อล็อกขณะเบรกกะทันหัน ช่วยให้ยังคงควบคุมทิศทางได้
ระบบกระจายแรงเบรก EBD: ช่วยกระจายน้ำหนักการเบรกไปยังล้อแต่ละข้างอย่างเหมาะสม
ระบบเสริมแรงเบรก BA: เพิ่มแรงเบรกอัตโนมัติในกรณีที่ผู้ขับขี่เหยียบเบรกอย่างรวดเร็ว
ระบบควบคุมการทรงตัว VSA: ช่วยรักษาเสถียรภาพของรถยนต์ขณะเข้าโค้งหรือหลบหลีกสิ่งกีดขวาง
ระบบช่วยการบังคับพวงมาลัย MA-EPS: ช่วยผ่อนแรงและรักษาทิศทางของพวงมาลัยให้แม่นยำ
ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน HSA: ป้องกันรถไหลไปข้างหลังขณะออกตัวบนทางลาดชัน
ถุงลมคู่หน้าอัจฉริยะ Dual i-SRS: ปกป้องผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า
ถุงลมด้านข้างคู่หน้าอัจฉริยะ i-side Airbags: ปกป้องบริเวณลำตัวด้านข้าง
ม่านถุงลมด้านข้าง (Side Curtain Airbags): ปกป้องศีรษะของผู้โดยสารทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
การติดตั้งระบบความปลอดภัยเหล่านี้มาให้อย่างครบถ้วนในทุกรุ่นย่อย แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Honda ในการมอบความปลอดภัยสูงสุดให้กับผู้ใช้งาน
ราคาจำหน่าย Honda Accord Minorchange 2016
2.0 E: 1,385,000 บาท
2.0 EL: 1,445,000 บาท
2.4 EL: 1,635,000 บาท
แนวโน้มตลาดรถยนต์หรู: การแข่งขันที่ดุเดือดและนวัตกรรมที่ไม่หยุดนิ่ง
นอกเหนือจาก Honda Accord Minorchange 2016 ที่ได้กล่าวถึงไปแล้ว หากมองภาพรวมตลาดรถยนต์ในปี 2015-2016 จะเห็นถึงการแข่งขันที่น่าสนใจในกลุ่มรถยนต์หรู ซึ่งสะท้อนถึงรสนิยมของผู้บริโภคที่กำลังพัฒนาไปสู่การแสวงหาประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับและแตกต่าง
Bentley Bentayga: การมาถึงของ Super-Luxury SUV
การเปิดตัว Bentley Bentayga ในงาน Frankfurt Motor Show 2015 ถือเป็นปรากฏการณ์ที่สำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ Bentayga เกิดขึ้นจากการวิเคราะห์แนวโน้มตลาดที่ชี้ว่า ผู้บริโภคระดับบนกำลังเปิดรับรถยนต์ SUV ที่มีความหรูหราและสมรรถนะสูง แทนที่รถยนต์ซีดานแบบดั้งเดิม Bentley ได้ทำการบ้านอย่างหนัก และใช้เวลาในการพัฒนา Bentley EXP 9 F Concept มาก่อนหน้านี้ แม้จะได้รับการวิจารณ์ในเรื่องการออกแบบ แต่ก็ได้นำมาซึ่งการปรับปรุงจนกลายเป็น Bentayga ในที่สุด
การที่ Bentley เลือกที่จะพัฒนา SUV นั้น ไม่ใช่เรื่องแปลกใจ เนื่องจากแบรนด์รถหรูหลายแบรนด์กำลังให้ความสนใจในเซกเมนต์นี้ โดย Rolls-Royce คู่แข่งตลอดกาล ก็มีแผนที่จะส่ง SUV ของตนเองออกมาเช่นกัน Bentley Bentayga มีการแชร์พื้นฐานบางส่วนกับ Porsche Cayenne ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยลดต้นทุนและเร่งเวลาในการพัฒนา การออกแบบภายนอกยังคงเอกลักษณ์ของ Bentley ทั้งกระจังหน้าลายตาข่ายขนาดใหญ่และไฟหน้าทรงกลม แต่ผสานกับเส้นสายที่บึกบึนในแบบฉบับ SUV พร้อมการใช้วัสดุอะลูมิเนียมน้ำหนักเบาในโครงสร้างตัวถัง เพื่อลดน้ำหนักลงได้ถึง 236 กิโลกรัม
ภายในห้องโดยสารของ Bentley Bentayga คือนิยามของความหรูหราและความสะดวกสบายอย่างแท้จริง การแบ่งโซนคนขับและผู้โดยสาร การเลือกใช้วัสดุตกแต่งคุณภาพสูง ระบบอินโฟเทนเมนต์ที่ทันสมัย และออปชันเครื่องเสียง Naim กำลังขับ 1950 วัตต์ คือสิ่งที่ทำให้ Bentayga โดดเด่น เบาะนั่งที่ปรับได้ถึง 22 ทิศทางพร้อมระบบนวด ระบบเป่าลมร้อน-เย็น คือสิ่งที่ผู้โดยสารจะได้รับ ที่พิเศษยิ่งกว่านั้นคือการติดตั้งตู้แช่ไวน์ในห้องโดยสารตอนท้าย ซึ่งสะท้อนถึงไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งานได้อย่างชัดเจน
ขุมพลังของ Bentley Bentayga มาพร้อมเครื่องยนต์ W12 ขนาด 6 ลิตร เทอร์โบคู่ ให้กำลัง 608 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 900 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ควบคู่กับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา ทำให้มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4 วินาที และความเร็วสูงสุด 301 กม./ชม. แม้ว่า Tesla Model X จะทำสถิติ 0-100 กม./ชม. ได้เร็วที่สุดในฐานะ SUV ไฟฟ้า แต่ Bentley ก็เลือกที่จะเน้นที่ความเร็วสูงสุดที่ทำได้ ซึ่งเป็นอีกมุมมองหนึ่งของการเป็น SUV ที่เร็วและแรงที่สุดในโลก Bentley Bentayga พร้อมส่งมอบให้กับมหาเศรษฐีในช่วงต้นปี 2016
Ferrari GTC4 Lusso: สปอร์ต GT สุดหรูสำหรับการเดินทางที่สมบูรณ์แบบ
อีกหนึ่งการเปิดตัวที่น่าจับตาคือ Ferrari GTC4 Lusso รถสปอร์ตแบบ Gran Tourer (GT) รุ่นใหม่ที่เข้ามาแทนที่ Ferrari FF การกลับมาของชื่อรุ่น “Lusso” บ่งบอกถึงความหรูหราสะดวกสบาย และสมรรถนะอันทรงพลังสำหรับการเดินทางไกล
การออกแบบภายนอกยังคงสไตล์ Shooting Brake Coupe ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่าง Hatchback และ Estate แต่ได้รับการปรับปรุงให้ดูลงตัวและทันสมัยยิ่งขึ้น ไฟหน้าดีไซน์ใหม่ กันชนที่มีช่องดักอากาศขนาดใหญ่ เส้นสายด้านข้างที่คมชัด และช่องระบายอากาศแบบ 3 ครีบ บริเวณบังโคลนหน้า บ่งบอกถึงความสปอร์ต ขณะที่ด้านท้ายมาพร้อมไฟท้ายทรงกลม 4 ดวง และดิฟฟิวเซอร์ที่ดูดุดัน
ภายในห้องโดยสารของ Ferrari GTC4 Lusso ผสมผสานความสปอร์ตและความหรูหราได้อย่างลงตัว แผงหน้าปัดแบบใหม่ ช่องแอร์ทรงกลม 4 ช่องแยกฝั่งคนขับและผู้โดยสาร และหน้าจอสัมผัส HD ขนาด 10.25 นิ้ว สำหรับระบบนำทางและอินโฟเทนเมนต์ คือการยกระดับความไฮเทคขึ้นไปอีกขั้น พวงมาลัยพร้อมแพดเดิลชิฟต์ และปุ่มควบคุมต่างๆ ที่อัดแน่นอยู่บนพวงมาลัย ช่วยให้ผู้ขับขี่เข้าถึงฟังก์ชันต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว
ขุมพลังของ Ferrari GTC4 Lusso มาพร้อมเครื่องยนต์ V12 สูบ ขนาด 6.2 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 690 แรงม้า ที่ 8,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 697 นิวตัน-เมตร ที่ 5,750 รอบต่อนาที สามารถเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 3.4 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 335 กม./ชม. ซึ่งทรงพลังกว่า Ferrari FF อย่างเห็นได้ชัด ระบบขับเคลื่อนที่คาดว่าจะเป็นแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4RM (4 Ruote Motrici) ที่สามารถปรับเปลี่ยนการขับเคลื่อนได้ตามโหมดการขับขี่ที่เลือกผ่านปุ่ม Manettino บนพวงมาลัย Ferrari GTC4 Lusso จะมีราคาสูงกว่า Ferrari FF ที่จำหน่ายในประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 32 ล้านบาท
Range Rover Evoque Convertible 2016: การบุกเบิกตลาดครอสโอเวอร์เปิดประทุน
Range Rover Evoque Convertible 2016 คือการประกาศศักดาของ Range Rover ในฐานะผู้นำเทรนด์แฟชั่นในตลาดรถครอสโอเวอร์ การตัดสินใจที่จะผลิตรถครอสโอเวอร์แบบเปิดประทุน ถือเป็นการก้าวข้ามขีดจำกัด และเป็นสิ่งที่คู่แข่งน้อยรายจะกล้าทำ
แม้ว่าตลาดรถเปิดประทุนโดยรวมจะลดลง แต่ Range Rover Evoque Convertible 2016 ก็ยังคงรูปลักษณ์ที่โดดเด่นเหมือนกับ Range Rover Evoque Coupe ด้วยไฟหน้าทรงเรียวแคบ กระจังหน้าลายตาข่าย และช่องดักลมขนาดใหญ่ ส่วนที่แตกต่างอย่างชัดเจนคือการเปลี่ยนหลังคาเหล็กมาเป็นโครงหลังคาผ้าใบ ซึ่งเมื่อกางออกก็ยังคงให้รูปทรงที่สวยงามใกล้เคียงกับรุ่น Coupe และสามารถพับเก็บได้อย่างแนบเนียนในส่วนท้ายรถ โดยยังคงมีพื้นที่เก็บสัมภาระ 251 ลิตร
ภายในห้องโดยสารรองรับผู้โดยสาร 4 ที่นั่ง พร้อมการตกแต่งที่หรูหราและใช้วัสดุคุณภาพสูง หน้าจอสัมผัสขนาด 10.2 นิ้ว และระบบเครื่องเสียงระดับไฮเอนด์จาก Meridian คือสิ่งที่เพิ่มความสะดวกสบายและความบันเทิงในการเดินทาง
สำหรับขุมพลังในตลาดอังกฤษ Range Rover Evoque Convertible 2016 มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ดีเซล TD4 ขนาด 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 180 แรงม้า และเครื่องยนต์เบนซิน Si4 ขนาด 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 240 แรงม้า ซึ่งมาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะจาก ZF ทุกรุ่นมาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และอุปกรณ์ความปลอดภัยมาตรฐานครบครัน
ราคาในตลาดอังกฤษเริ่มต้นที่ประมาณ 2.32 ล้านบาทสำหรับรุ่น HSE Dynamic เครื่องยนต์ดีเซล และเพิ่มขึ้นไปจนถึง 2.56 ล้านบาทสำหรับรุ่น HSE Dynamic LUX เครื่องยนต์เบนซิน Range Rover Evoque Convertible 2016 แสดงให้เห็นว่า หากมีผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ ก็สามารถสร้างความสำเร็จได้แม้ในตลาดที่มีความท้าทาย
สรุป
ปี 2016 ถือเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงและนวัตกรรมในอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์นั่งซีดานอย่าง Honda Accord Minorchange 2016 ที่ได้ยกระดับตัวเองสู่การเป็น “Connected Car” ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีและความปลอดภัย ขณะเดียวกัน ตลาดรถยนต์หรูเองก็มีการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น โดยมีผู้ผลิตอย่าง Bentley, Ferrari และ Range Rover ที่นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างและตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย
หากคุณกำลังมองหารถยนต์ซีดานที่ผสมผสานความหรูหรา เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และความปลอดภัยที่ไว้ใจได้ Honda Accord Minorchange 2016 คือหนึ่งในตัวเลือกที่คุณไม่ควรมองข้าม หรือหากคุณกำลังมองหารถยนต์ที่ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ไปอีกขั้น รถยนต์ระดับ Super-Luxury SUV หรือสปอร์ต GT ที่นำเสนอโดยแบรนด์ชั้นนำเหล่านี้ ก็พร้อมที่จะตอบสนองทุกความต้องการของคุณ
ไม่ว่าคุณจะกำลังมองหารถยนต์ที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน หรือต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ การเข้ามาชมและทดลองขับ Honda Accord Minorchange 2016 หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์ระดับพรีเมียมอื่นๆ ที่โชว์รูมผู้จำหน่ายที่ใกล้ที่สุด จะเป็นการเปิดประตูสู่โลกยานยนต์ยุคใหม่ที่น่าตื่นเต้นและเต็มไปด้วยนวัตกรรมอย่างแท้จริง

