• Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

N1301031 อไปทหารกล บมาถ งก บช อค เม อได เห นล กเซอร ไฟรส อด วยสองส งน part2

admin79 by admin79
January 10, 2026
in Uncategorized
0
N1301031 อไปทหารกล บมาถ งก บช อค เม อได เห นล กเซอร ไฟรส อด วยสองส งน part2

Mitsubishi Xpander Minorchange: การกลับมาอย่างเหนือชั้นในสมรภูมิ 7 ที่นั่ง

ในโลกแห่งยานยนต์ที่มีการแข่งขันสูง การปรับโฉมรถรุ่นใหม่ (Minorchange) มักเป็นเครื่องพิสูจน์ความตั้งใจของผู้ผลิตในการตอบสนองต่อตลาดและผู้บริโภค Mitsubishi Xpander รุ่นปรับปรุงโฉม หรือที่เรียกกันว่า Minorchange ที่เปิดตัวสู่สายตาชาวไทยในช่วงต้นปี 2022 นี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญ ที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Mitsubishi Motors ที่จะรักษาฐานะผู้นำในกลุ่ม Sub-Compact Minivan 7 ที่นั่ง ซึ่งเป็นตลาดที่เปรียบเสมือนสมรภูมิเดือดนองเลือด การปรับปรุงครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกเล็กๆ น้อยๆ แต่เป็นการยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้งานในหลายมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเปลี่ยนมาใช้ระบบส่งกำลังใหม่ที่ส่งผลต่อสมรรถนะและความประหยัดน้ำมัน ตลอดจนการยกระดับความหรูหราและความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร

ในฐานะนักวิเคราะห์วงการยานยนต์ที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของตลาด Sub-Compact Minivan 7 ที่นั่ง มาอย่างต่อเนื่อง Xpander เปิดตัวครั้งแรกในอินโดนีเซียเมื่อปี 2017 และสร้างปรากฏการณ์สั่นสะเทือนวงการ ด้วยดีไซน์ที่ฉีกแนวจากรถ Minivan แบบดั้งเดิม ด้วยเส้นสายที่โฉบเฉี่ยว สัดส่วนตัวถังที่ใหญ่กว่าคู่แข่งในกลุ่ม และห้องโดยสารที่กว้างขวาง โปร่งโล่ง มอบความสบายในการเดินทางอย่างแท้จริง ซึ่งทั้งหมดนี้ คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Xpander สามารถโค่นล้มเจ้าตลาดเดิมอย่าง Toyota Avanza/Daihatsu Xenia ลงได้อย่างราบคาบ

เมื่อ Xpander เดินทางมาถึงประเทศไทยในงาน Big Motor Sale 2018 แม้จะตั้งราคาสูงกว่าคู่แข่ง แต่ก็ยังได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม พิสูจน์ให้เห็นถึงความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยที่มองหารถยนต์ที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวัน และภาพลักษณ์ที่โดดเด่น การออกแบบที่ล้ำสมัย คือกุญแจสำคัญที่ทำให้ Xpander กลายเป็นผู้นำในตลาดนี้ได้อย่างรวดเร็ว

สงคราม Minivan 7 ที่นั่ง ระอุอีกครั้ง

เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2022 สมรภูมิ Minivan 7 ที่นั่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดอินโดนีเซีย กลับมาลุกเป็นไฟอีกครั้ง การเปิดตัว Honda BR-V ใหม่ ตามมาด้วย Xpander Minorchange และการพลิกโฉมครั้งใหญ่ของ Toyota Avanza/Veloz ใหม่ ขณะที่ Hyundai Stagazer ก็เตรียมพร้อมประเดิมตลาดในฐานะผู้ท้าชิงรายใหม่ การแข่งขันที่รุนแรงนี้ ได้ขยายวงมาถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การมาถึงของ Toyota Veloz, การปรับปรุง Suzuki XL-7 รวมถึงการเตรียมเปิดตัว Honda BR-V และ Hyundai Stagazer ล้วนเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่า ผู้บริโภคจะมีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น และจะได้รับประโยชน์สูงสุดจากนวัตกรรมที่ค่ายรถต่างๆ งัดมาสู้กัน

Mitsubishi Motors ในฐานะหนึ่งในผู้เล่นหลัก จึงไม่สามารถอยู่นิ่งเฉยได้ การเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้สัมผัส Xpander Minorchange ก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นใจในผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัทฯ แม้การประกาศราคาจะล่าช้าออกไปเล็กน้อย เนื่องจากการแข่งขันที่เข้มข้นและการปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับการมาถึงของคู่แข่งรายใหม่ๆ ท้ายที่สุด Xpander Minorchange ได้ถูกประกาศราคาออกมาในเดือนเมษายน 2022 พร้อมกับการปรับปรุงที่น่าสนใจหลายประการ คำถามสำคัญคือ การปรับโฉมครั้งนี้ จะช่วยให้ Xpander ยังคงสถานะความเป็นผู้นำในตลาด Sub-Compact Minivan 7 ที่นั่ง ได้หรือไม่ และราคาที่ปรับเพิ่มขึ้นนั้น คุ้มค่ากับสิ่งที่ได้รับหรือไม่

การเปลี่ยนแปลงที่สัมผัสได้: มิติตัวถัง, รูปลักษณ์ภายนอก และความสูง

Xpander Minorchange มีการปรับขนาดตัวถังให้ยาวขึ้น 120 มิลลิเมตร เป็น 4,595 มิลลิเมตร ความกว้างยังคงเดิมที่ 1,750 มิลลิเมตร แต่ความสูงเพิ่มขึ้น 30-50 มิลลิเมตร เป็น 1,730-1,750 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,775 มิลลิเมตร ยังคงเดิม สิ่งที่น่าสนใจคือ ระยะสูงใต้ท้องรถ (Ground Clearance) ที่เพิ่มขึ้น 15 มิลลิเมตร จาก 205 เป็น 220 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับปรุงช่วงล่าง การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ แม้จะดูเล็กน้อย แต่ส่งผลต่อภาพลักษณ์ที่ดูบึกบึนสง่างามยิ่งขึ้น และเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่บนสภาพถนนที่หลากหลาย

การออกแบบภายนอก: กลิ่นอายความสปอร์ต และความหรูหราที่ลงตัว

ด้านหน้าของ Xpander Minorchange ได้รับการปรับดีไซน์ใหม่ทั้งหมด กระจังหน้าลายใหม่ พร้อมแถบโครเมียมรูปตัว C ที่ลากยาวจรดชุดไฟหน้าแบบ Multi-Reflector ออกแบบคล้าย “ค้อน Thor” อันเป็นเอกลักษณ์ของ Mitsubishi ไฟเลี้ยวถูกย้ายมาอยู่คู่กับ Daytime Running Light (DRL) ที่ออกแบบใหม่ กันชนหน้ามีการปรับดีไซน์ใหม่ทั้งหมด เพื่อให้รับกับภาพรวมของรถรุ่นใหม่ ไฟตัดหมอกยังมีให้ในรุ่น GT

ส่วนบั้นท้ายก็ไม่น้อยหน้า ชุดไฟท้ายได้รับการออกแบบใหม่ ให้ดูทันสมัยมากขึ้น กันชนหลังก็ถูกปรับดีไซน์ใหม่ โดยย้ายตำแหน่งแผงทับทิมสะท้อนแสงมาไว้ในแนวตั้ง พร้อมการขยายแถบเส้นสายด้านล่าง เพื่อเพิ่มมิติความยาวทางสายตา สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 และเสาอากาศแบบครีบฉลาม (เฉพาะรุ่น GT) ก็ช่วยเสริมภาพลักษณ์สปอร์ตยิ่งขึ้น

ล้อและยางก็ได้รับการอัพเกรดเช่นกัน รุ่น GLS Ltd. มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว ส่วนรุ่น GT มาพร้อมล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ Two-tone ขนาด 17 นิ้ว สวมยาง Bridgestone ECOPIA EP150 ซึ่งให้ความรู้สึกสปอร์ตและทันสมัยยิ่งขึ้น

ภายในห้องโดยสาร: ความสบายที่ยกระดับ ความหรูหราที่สัมผัสได้

เมื่อก้าวเข้ามาภายในห้องโดยสาร Xpander Minorchange มอบประสบการณ์ที่แตกต่างอย่างชัดเจน การปรับปรุงแผงหน้าปัดครึ่งท่อนบนและแผงควบคุมกลางใหม่ทั้งหมด เป็นการบ้านที่ Mitsubishi ทำได้ดีมาก การเลือกใช้โทนสีน้ำตาลตัดกับสีดำและสีเงิน สร้างบรรยากาศที่หรูหรา โอ่อ่า วัสดุบุนุ่มหุ้มหนังบนแผงหน้าปัด พร้อมการเดินตะเข็บจริง เพิ่มระดับความพรีเมียมให้กับภายในห้องโดยสาร จนอาจกล่าวได้ว่า Xpander Minorchange มีแผงหน้าปัดที่สวยงามและหรูหราที่สุดในกลุ่ม

พวงมาลัย 3 ก้าน ถูกออกแบบใหม่ จับกระชับมือยิ่งขึ้น รุ่น GT หุ้มหนัง พร้อมตกแต่งด้วย Piano Black ที่ก้านพวงมาลัย คอพวงมาลัยสามารถปรับระดับ สูง-ต่ำ และระยะใกล้-ห่าง ได้ เพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่

หน้าจอระบบเครื่องเสียงแบบ Floating ขนาด 9 นิ้ว เป็นจุดเด่นสำคัญในรุ่น GT รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth, Apple CarPlay และ Android Auto ซึ่งตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างลงตัว แม้ว่าคุณภาพเสียงอาจยังไม่ถึงขั้นระดับพรีเมียม แต่ก็เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไป

สิ่งที่น่าประทับใจที่สุด คือการเปลี่ยนแปลงบริเวณคอนโซลกลาง การถอดเบรกมือแบบดั้งเดิมออก แล้วแทนที่ด้วยระบบเบรกมือไฟฟ้า (EPB) พร้อมระบบ Auto Brake Hold & Release มอบความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการใช้งานที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด การจัดวางช่องวางแก้วใหม่ และการออกแบบคอนโซลกลางแบบใหม่ที่มาพร้อมพนักวางแขนบุนุ่ม ช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บและยกระดับความสะดวกสบาย

ขุมพลังและความประหยัด: การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ

หัวใจสำคัญของการปรับปรุง Xpander Minorchange คือการเปลี่ยนมาใช้ระบบส่งกำลังใหม่ จากเดิมที่ใช้เกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ มาเป็นเกียร์อัตโนมัติ อัตราทดแปรผัน CVT (Continuous Variable Transmission) ที่ไม่มีโหมด +/- หรือ Paddle Shift แต่มาพร้อมระบบ INC (Idle Neutral Control) ซึ่งจะตัดการส่งกำลังเมื่อรถจอดนิ่งและติดเครื่องยนต์ การเปลี่ยนแปลงนี้ มีเป้าหมายหลักเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)

เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ขนาด 1.5 ลิตร รหัส 4A91 ยังคงเดิม ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 141 นิวตัน-เมตร (14.36 กก.-ม.) ที่ 4,000 รอบ/นาที แม้จะเป็นเครื่องยนต์บล็อกเดิม แต่ Mitsubishi Motors ได้มีการปรับจูน ECU ใหม่ เพื่อให้เหมาะสมกับน้ำหนักรถที่เพิ่มขึ้น และทำงานร่วมกับเกียร์ CVT ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การทดสอบสมรรถนะ: อัตราเร่งที่ดีขึ้น ความประหยัดที่เพิ่มขึ้น

จากการทดสอบอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง พบว่า Xpander Minorchange ทำได้ดีขึ้นกว่ารุ่นเดิมอย่างเห็นได้ชัด อยู่ที่ประมาณ 13.5 วินาที ซึ่งถือว่าเร็วขึ้นประมาณ 0.6-0.7 วินาที การเร่งแซง 80-120 กิโลเมตร/ชั่วโมง ก็ทำได้ดีขึ้นถึง 1.1 วินาที ตัวเลขเหล่านี้ ยืนยันว่าเกียร์ CVT ใหม่ ช่วยปลดปล่อยศักยภาพของเครื่องยนต์ออกมาได้ดีขึ้นจริง

ในส่วนของการทดสอบอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ด้วยมาตรฐานการวิ่ง 110 กิโลเมตร/ชั่วโมง เปิดแอร์ และนั่ง 2 คน ผลปรากฏว่า Xpander Minorchange ทำได้ถึง 15.48 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งถือว่าน่าประทับใจ และเป็นรองเพียง Toyota Sienta เพียงเล็กน้อย (15.68 กิโลเมตร/ลิตร) การปรับปรุงในครั้งนี้ ประสบความสำเร็จในการเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันอย่างแท้จริง

ช่วงล่างและการควบคุม: ความนุ่มนวลและความมั่นใจที่สมดุล

ระบบกันสะเทือนหน้าแบบ MacPherson Strut และด้านหลังแบบ Torsion Beam ได้รับการปรับปรุง ช็อกอัพคู่หลังมีขนาดใหญ่ขึ้น 32 มิลลิเมตร เท่ากับ Pajero Sport รุ่น Minorchange ระยะสูงใต้ท้องรถที่เพิ่มขึ้น 15 มิลลิเมตร ส่งผลให้ความนุ่มนวลในการขับขี่ที่ความเร็วต่ำในเมืองดีขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยังคงความรู้สึกตึงกระชับที่ดี

การขับขี่ด้วยความเร็วสูง ยังคงให้ความรู้สึกมั่นคงและไว้ใจได้ แม้จะเจอแรงลมปะทะด้านข้าง พวงมาลัยไฟฟ้า EPS ได้รับการปรับจูน Software ใหม่ ให้ตอบสนองเป็นธรรมชาติมากขึ้น คมขึ้น และลดทอนความรู้สึกแข็งทื่อแบบหุ่นยนต์ลงไปได้อย่างชัดเจน วงพวงมาลัยที่จับกระชับมือขึ้น และการปรับปรุงจังหวะดีดกลับของพวงมาลัย ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการควบคุมรถ

ระบบเบรกและความปลอดภัย: มาตรฐานที่ควรได้รับการยกระดับ

ระบบเบรกหน้าดิสก์-หลังดรัม พร้อมระบบ ABS, EBD, ASC, TCL, HSA, ESS ยังคงเป็นมาตรฐานเดิม การเหยียบเบรกให้ความรู้สึกนุ่มนวล เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมือง แต่สำหรับการเบรกกะทันหันจากความเร็วสูง อาจยังไม่ให้ความมั่นใจสูงสุดเท่าที่ควร

ในส่วนของความปลอดภัย Xpander Minorchange ยังคงมีถุงลมนิรภัย SRS Airbag เพียง 2 ใบ และเข็มขัดนิรภัยคู่หน้าไม่สามารถปรับระดับสูง-ต่ำได้ ซึ่งเป็นจุดที่ควรได้รับการพิจารณาปรับปรุงให้ทันสมัยและสอดคล้องกับเทคโนโลยีความปลอดภัยในปัจจุบัน โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับคู่แข่งที่เริ่มติดตั้งระบบ ADAS (Advanced Driver Assistance Systems) เข้ามาในรถยนต์กลุ่มเดียวกัน

ทางเลือกที่น่าสนใจในตลาด: การเปรียบเทียบกับคู่แข่ง

Honda Mobilio / BR-V: แม้จะมีอัตราเร่งที่แรงที่สุดในกลุ่ม แต่โดยรวมแล้ว Honda Mobilio/BR-V มีความเก่าของแพลตฟอร์ม และอาจถูกแทนที่ด้วย BR-V โฉมใหม่ในอนาคตอันใกล้
Suzuki Ertiga / XL-7: Ertiga มีความลงตัวในการออกแบบ ความคล่องตัว และพื้นที่เบาะแถว 3 ที่ดีขึ้น ส่วน XL-7 เสริมด้วยภาพลักษณ์ที่สปอร์ตขึ้น ช่วงล่างที่ยกสูงขึ้น และตอบสนองได้ดีขึ้นเล็กน้อย แต่ทั้งสองรุ่นยังขาดระบบ ADAS
Toyota Veloz: Veloz เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดของ Xpander ด้วยการอัดแน่นด้วย Option และระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense ที่ครบครัน อย่างไรก็ตาม สมรรถนะการเร่งแซงของ Xpander Minorchange ยังเหนือกว่า Veloz ในบางช่วง

รุ่นย่อยและการตัดสินใจเลือก: ความคุ้มค่าที่แตกต่าง

Xpander Minorchange มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย คือ GLS Ltd. (799,000 บาท) และ GT (895,000 บาท) รุ่น GLS Ltd. ยังคงให้ความคุ้มค่าด้วยอุปกรณ์มาตรฐานที่เพียงพอต่อการใช้งาน แต่หากต้องการ Option ที่ครบครัน ความหรูหรา และภาพลักษณ์ที่โดดเด่น รุ่น GT ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แม้ราคาจะสูงขึ้น แต่ก็แลกมาด้วยล้ออัลลอย 17 นิ้ว, ระบบเครื่องเสียงที่รองรับ Apple CarPlay/Android Auto, เบรกมือไฟฟ้า และดีไซน์ที่แตกต่าง

อนาคตของ Mitsubishi Xpander และ Mitsubishi Motors

Mitsubishi Xpander Minorchange ได้พิสูจน์แล้วว่า การปรับปรุงครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การปรับเล็กๆ น้อยๆ แต่เป็นการยกระดับรถยนต์ทั้งคันให้ดีขึ้นในหลายมิติ ด้วยการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ทั้งในด้านสมรรถนะ ความประหยัด ความหรูหรา และความสบายภายในห้องโดยสาร

Mitsubishi Motors กำลังเดินหน้าพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเทคโนโลยี Plug-in Hybrid (PHEV) ที่จะนำมาใช้ใน Xpander ในปี 2023 รวมถึงการพัฒนารถยนต์ SUV รุ่นใหม่สำหรับตลาด ASEAN โดยใช้พื้นฐานจาก Xpander และอาจมีทางเลือกขุมพลัง PHEV หรือ EV ในอนาคต

การปรับปรุงบริการหลังการขาย ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ Mitsubishi Motors กำลังให้ความสำคัญ การเปิดโชว์รูมใหม่ และการพัฒนาทักษะช่างอย่างต่อเนื่อง จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค

บทสรุป

Mitsubishi Xpander Minorchange คือก้าวสำคัญของ Mitsubishi Motors ในการรักษาตำแหน่งผู้นำตลาด Sub-Compact Minivan 7 ที่นั่ง การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริง แม้จะมีบางจุดที่ยังสามารถปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นได้ เช่น สมรรถนะเครื่องยนต์ที่ควรจะแรงกว่านี้ และการเพิ่มระบบความปลอดภัย ADAS ให้สอดคล้องกับคู่แข่ง แต่โดยรวมแล้ว Xpander Minorchange ถือเป็นรถยนต์ที่คุ้มค่า น่าสนใจ และพร้อมที่จะสานต่อความสำเร็จในตลาด

หากคุณกำลังมองหารถยนต์ Minivan 7 ที่นั่ง ที่ผสมผสานดีไซน์ที่โดดเด่น ความสะดวกสบายที่เหนือกว่า สมรรถนะที่ไว้ใจได้ และความประหยัดน้ำมันที่ดีขึ้น Mitsubishi Xpander Minorchange คือหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดในตลาด ที่คุณไม่ควรมองข้าม

Previous Post

N1301047 กค าใช แบงค ปลอมซ อของ แผนซ อนแผน #พ คตอนจบ part2

Next Post

N1301043 โจรเหน อโจรส ดท ายก องแพ แผนซ อนแผน part2

Next Post
N1301043 โจรเหน อโจรส ดท ายก องแพ แผนซ อนแผน part2

N1301043 โจรเหน อโจรส ดท ายก องแพ แผนซ อนแผน part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1401048 จะหย าจะเล กก บใคร ดให อน part2
  • N1401032 (ตอนจบ) สล บชะตาห วใจ วใจของเด กด ไปเต นในอกคนเคยเลว part2
  • N1401037_เจอเพ อนเก ากล บบ านแล วอวดรวย แต พอร ความจร งเข า…_part2
  • N1401047 จะไปช วยม นซ อทำไม แล วว าเป นม จฉาช part2
  • N1401040 เม ยไม กแต งต พาไปไหนอายถ งน part2

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.